Fic Zootopia : You Know You Love Me [Nick x Judy]

ตอนที่ 2 : CHAPTER 1 :: I KNOW BEST

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,339
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    8 ส.ค. 59


CHAPTER 1

I KNOW BEST

 

 

               “นั่นไง! เขากินรสช็อคโกแลตเรนโบว์ ฉันชนะ! เอามาคนละ 1$ เลยพวกนาย”

            “โหยยย”

            เสียงโห่ร้องด้วยความผิดหวังจากการพนันดังขึ้นรอบโต๊ะ เจ้าหน้าที่สัตว์ทั้งหลายพากันล้วงกระเป๋าสตางค์หยิบธนบัตร 1$ จ่ายให้กับเจ้าหน้าที่เสือดาวผู้ชนะพนัน ในนั้นมี นิค ไวลด์ เจ้าหน้าที่ตำรวจสายพันธ์จิ้งจอกเพียงหนึ่งเดียวของกรมรวมอยู่ด้วย

            “ไม่อยากจะเชื่อ! เขากินรสนั้นมา 5 วันติดแล้วนะ ไม่คิดจะเปลี่ยนบ้างหรือไง” เจ้าหน้าที่แรดบ่น พลางค้อนสายตาไปยังคลอว์ฮาวเซอร์ เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผู้เป็นหัวข้อในการพนันครั้งนี้ แน่นอนว่าเจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย หนำซ้ำยังทานโดนัทรสช็อคโกแลตเรนโบว์ที่โต๊ะประชาสัมพันธ์อย่างสบายใจอีกต่างหาก

            “เฮ้เพื่อน! แต่ฉันทายว่าเขาจะกินรสช็อคโกแลตเพียวๆนะ เรนโบว์แค่ท็อปปิ้งเท่านั้นเอง นายน่าจะลดหย่อนให้ฉันได้” นิคเอ่ยขึ้นมา เริ่มงัดทักษะการเจรจาต่อรองขึ้นมาทำงาน เรื่องถนัดของเขาเลยล่ะ

            “อย่ามาหัวใส ไวลด์! 1$ เป็นของฉัน” แต่ดูเหมือนครั้งนี้จะไม่ได้ผล นิคจึงต้องยอมส่งธนบัตรให้เจ้าหน้าที่เสือดาวแต่โดยดี

            “ว่าแต่เพื่อนตัวเล็กของนายไปไหนล่ะ ไม่เคยเข้างานสายไม่ใช่เหรอ” เจ้าหน้าที่หมาป่าถามนิค พลางยกกาแฟขึ้นมาจิบ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าพูดถึงใคร มีเจ้าหน้าที่เพียงตัวเดียวที่เข้างานตรงเวลากว่าใครเพื่อน ก็เจ้าหน้าที่ฮอปส์นั้นไง แต่ทว่าวันนี้เธอกลับมาสาย ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลกประหลาดเป็นอย่างยิ่งสำหรับพวกเขา อันที่จริงอาจจะทั้งกรมตำรวจ

            “ไม่รู้สิ ฉันก็สังสัยอยู่ --- โทรหาก็ไม่รับ” นิคตอบ

            “อาจจะขอหยุดกะทันหันก็ได้มั้ง” เจ้าหน้าที่แรดพูดขึ้นบ้าง

            “ไม่มีทาง! วันไหนที่ไม่เห็นเจ้าหน้าที่ฮอปส์มาทำงาน รับรองได้เลยว่าวันนั้นหิมะที่ทุนดร้าทาวน์ทั้งเขตต้องละลายจนหมดแน่!” เจ้าหน้าที่เสือดาวรีบแย้ง เป็นอันรู้ดีกันทั้งกรมว่าจูดี้ ฮอปส์บ้างานอย่างกับอะไรดี เธอไม่เคยเข้างานสาย ไม่เคยลางานหากไม่จำเป็นจริงๆ หากจะลาก็จะส่งจดหมายลาไว้ล่วงหน้าเป็นวัน การที่อยู่ๆหยุดไปกะทันหันแบบนี้จึงไม่ใช่วิสัยของเธอเลย

            “งั้นมาพนันกันไหมล่ะ ว่าเจ้าหน้าที่ฮอปส์จะมาถึง ZPD กี่โมง” นิคเอ่ยขึ้นมา ดูท่าจะอยากทวงเงินคืนเต็มแก่

            “พวกนายสนิทกันนี่ นายรู้อยู่แล้วว่าหล่อนจะมากี่โมง”

            “ใช่! พวกนายอาจจะเตี๊ยมกันไว้แล้ว”

            “แบบนี้มันมีพิรุธ นายรู้ตัวว่านายจะแพ้เรื่องโดนัทเลยจะใช้เรื่องนี้ทวงเงินคืนล่ะสิ”

            เสียงแย้งดังขึ้นมาทีละประโยค ทำให้นิคต้องยกมือขึ้นปรามไว้ก่อน

            “Hey claim down guys. (เฮ้ ใจเย็นก่อนพวกนาย)” นิคพูด “เอาล่ะ ฟังนะ อย่างที่บอก ฉันโทรตามเธอแล้ว แต่เธอไม่รับ เท่ากับว่าฉันก็ไม่รู้เหมือนๆกับพวกนายว่าเธอจะมาสาย พวกนายจะเอาประวัติการโทรของฉันไปเช็คก็ได้” เขาว่า ก่อนจะยื่นสมาร์ทโฟนแบรนด์ ZONY ให้ด้วยความบริสุทธิใจ

            “นายอาจจะลบประวัติการสนทนาไปแล้วก็ได้” เจ้าหน้าที่เสือดาวแย้ง

            “แหม ฉันคงไม่จริงจังกับการพนัน 1$ จนต้องเตรียมการขนาดนั้นหรอกนะ --- แล้วก็อีกอย่าง ใครจะไปรู้ว่าเธอจะมากี่โมงแบบตรงเผงกันเล่า” นิคว่าพร้อมกับไหวไหล่ไปด้วย

            “ก็ได้! น่าสนุก งั้นฉันพนันว่ายัยนั้นรถติด และจะมาตอน 11:35” เจ้าหน้าที่เสือดาวบอก

            “ฉันว่าเธอติดธุระด่วน เลยลาครึ่งเช้าแล้วจะมาเข้างานตอนบ่ายโมงตรง” เจ้าหน้าที่หมาป่าบอกบ้าง

            “ฉันว่าเธอไม่มา บางทีเธออาจจะป่วยหนัก” เจ้าหน้าที่แรดบอกคำตอบที่แตกต่างออกไป ดูท่าเขาจะเชื่ออย่างสุดใจว่าวันนี้จูดี้ต้องหยุดงานแน่นอน

            “ฉันว่าเธอตื่นสาย” นิคเอ่ยเรียบๆ ซึ่งแทบจะทำเอาทั้งโต๊ะขำจนตกเก้าอี้ เพราะคำว่าตื่นสายกับ  ’จูดี้ ฮอปส์ มันช่างเป็นการจับคู่ที่ไม่สอดคล้องเอาเสียเลย  

“คิดว่าจะมาในอีกไม่กี่นาทีนี่ล่ะ” เขาว่าต่ออย่างไม่สนใจพวกเพื่อนๆที่นั่งขำกันอยู่ “ตอนนี้ก็ 10 โมงครึ่ง ฉันว่าเธอจะมาถึงตอน 10 โมง 31” พูดจบก็หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลา

            3... 2... 1...

            ปัง!

            เสียงประตูตรงทางเข้าใหญ่ของ ZPD ถูกกระชากออกอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่กระต่ายสาวร่างเล็กรีบวิ่งมาที่โต๊ะประชาสัมพันธ์เพื่อเช็คชื่อเข้าทำงานอย่างร้อนรน ขณะนี้เป็นเวลา 10:31 พอดี

“โทษทีคลอว์ฮาวเซอร์ ฉันตื่นสาย โอ้! ให้ตายสิ นี่มันแย่ที่สุดในชีวิตเลย”

            แก๊งผีพนันถึงกับอ้าปากค้าง

            “คนละ 1$ นะ” นิคว่าด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ ฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนๆด้วย เรื่องโดนัทเขาอาจจะพลาดไปบ้าง แต่กับเรื่องแครอท ...ไม่มีทาง

 

&&&

 

โถงทางเดินเข้าห้องประชุมเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่สัตว์หลากหลายสายพันธ์เกาะกลุ่มคุยเรื่องสัพเพเหระจิปาถะทั่วไปเพื่อรอเข้าห้องประชุมกัน แต่สำหรับจูดี้ ฮอปส์ นี่ไม่ใช่เวลามาทำเรื่องแบบนั้น ตอนนี้เธอกำลังวิ่งวุ่นไปทั่วกรมเพื่อตามหาใครบางตัวอยู่

            “หาฉันอยู่เหรอแครอท” เสียงทุ้มดังขึ้นด้านหลัง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร

            “นิค!

            “วันนี้เธอมาสายนะที่รัก นอนเพลินเหรอ หรือว่า...” เขาย่อตัวลงเพื่อให้ใบหน้าอยู่ระดับเดียวกับเธอ “ฝันถึงฉันเพลินกันล่ะ”

            “ไม่ใช่เวลานะ” จูดี้เขยิบหน้าหนี “ยังไงก็เถอะ ฉันกำลังตามหานายอยู่พอดี คดีที่ทุนดร้าทาวน์เมื่อวานเรายังไม่ได้ข้อสรุปกันเลยนะ”

            เธอว่าอย่างร้อนรน ยืดตัวกระหย่องกระแหยงไปมา พลางชูแฟ้มเอกสารคดีลักทรัพย์ที่ทุนดร้าทาวน์เข้าไปใกล้ๆหน้าคู่หูจิ้งจอกด้วย

            “คดีนั้นจบแล้วน้องฟู --- ในระหว่างที่เธอหลับอย่างเป็นสุขในช่วงสายของวันนี้นั้นแหละ” นิคบอก ในท่ากอดอกพิงกำแพง

            “อะ...อะไรนะ?”

            “ฉันจัดการต่อจนจบให้แล้ว คนร้ายคือหมาป่า --- มิสเตอร์โอลวิสเพิ่งได้สติเมื่อเช้านี้เอง หลังจากสอบปากคำเขาไปก็สรุปตัวคนร้ายได้เลย เพราะหลักฐานตรงกัน”

            นิคอธิบายด้วยท่าทางสบายๆ ผิดกับจูดี้ที่ตอนนี้เริ่มกระสับกระส่ายแปลกๆ

            “โอ้ งะ...งั้นเหรอ..เอ่อ...ขอโทษนะที่ปล่อยให้นายทำคนเดียว” เธอกล่าวเสียงเบาพร้อมกับใบหูที่เริ่มลู่ลง

            “เฮ้ เป็นอะไรของเธอเนี่ยแครอท ไม่ดีใจเหรอ มีคนทำงานให้น่ะ” นิคยกคิ้วสูง ขยับเปลี่ยนมาจ้องมองกระต่ายสาวด้วยความฉงนสงสัย

            “เปล่า... ฉันแค่รู้สึกแย่...นิดหน่อย” เธอบอก “มันเหมือนฉันเป็นคนไม่ใส่ใจในการทำงานเลย แถมยังทิ้งไว้ให้นายไปทำคนเดียวอีก ที่จริงเราควรจะปิดคดีนี้ด้วยกันแท้ๆ”

            นิคได้ฟังแบบนั้นก็ถึงกับถอนหายใจออกมา “เอาจริงเอาจังเกินไปมันไม่ดีรู้มั้ยแครอท ปล่อยวางซะบ้างสิ”

            “ฉันรู้...” เธอลากเสียง “แต่ฉันรู้สึกเสียใจจริงๆนะที่ปล่อยให้นายจัดการคดีนี้คนเดียว”

            “งั้น... เธอก็หาอะไรมาตอบแทนฉันสิ” นิคกล่าว บนในหน้าปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ขึ้นมาในทันใด

            จูดี้เลิกคิ้วสูง “อะไรล่ะ”

            “แหม ได้ด้วยเหรอ” นิคร้องด้วยสีหน้าประหลาดใจ “งั้น..ถ้าฉันขอเป็น....” เขาเริ่มย่อตัวลงมาอีกครั้ง “กุญแจสำรองห้องเธอล่ะ ได้ไหม”

กว่าจูดี้จะรู้ตัว ใบหน้าของนิคก็เข้ามาใกล้ไม่ถึงคืบแล้ว ยิ่งจิ้งจอกมีช่วงปากที่ยาวอีก ทำให้ตอนนี้จมูกของทั้งคู่แถบจะชนกันทีเดียว

“พูดอะไรยะ!!” กระต่ายน้อยร้องเสียงหลง ก่อนจะรีบยกเอาอุ้งมือขึ้นมาปิดปาก เนื่องจากที่เธอร้องไปเมื่อกี้ทำเอาเจ้าหน้าที่แถวนั้นพากันหันมามองเธอกันหมด

“มันจำเป็นนะ เธอดูอย่างวันนี้สิ ฉันโทรไปหาเท่าไหร่เธอก็ไม่รับ เกิดเธอป่วยหรือโดนฆ่าหมกห้องขึ้นมาฉันจะไปช่วยเธอยังไงล่ะ” นิคยังคงพูดหน้าตาเฉย ในขณะที่กระต่ายตัวเล็กตรงหน้ามีใบหน้าที่ขึ้นสีแดงจางๆไปจนถึงใบหูแล้ว

“ไอ้จิ้งจอกลามก! หื่นกาม! โง่!” จูดี้ทำได้แค่ยกที่รองเอกสารขึ้นมาตีแขนเขาตามจังหวะการสบถคำเท่านั้น นั่นทำให้จิ้งจอกหนุ่มหัวเราะชอบใจกับปฏิกิริยาแบบนี้ไม่น้อย

Oouch! It’s hurt Carrot (โอ๊ย! เจ็บนะแครอท)” เขาร้องไปหัวเราะไป “So now, feeling better? (แล้วตอนนี้ หายเครียดยัง)

จูดี้หยุดตี ใบหูยาวทั้งสองตั้งสูงเหมือนนึกขึ้นได้ เธอแทบจะลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้เธอยังรู้สึกแย่อยู่เลย

Yes (อื้ม)” เธอตอบพร้อมกับกลอกตาไปทางอื่น ออกอาการขัดเขินเล็กน้อย นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่ทราบที่เธอเสียรู้เขาอีกจนได้

Great! So why don’t you finish your report? (เยี่ยม! ทีนี้ไปเขียนรายงานของเธอให้เสร็จซะสิ)นิคว่า ทำให้จูดี้แทบจะควักเอารายงานที่ทำไว้เมื่อคืนออกมาไม่ทัน เธอต้องเขียนรายงานเพิ่ม เนื่องจากคดีจบไปแล้ว สิ่งที่เธอเขียนไว้เมื่อคืนจึงต้องถูกขยายความต่อเติมไปอีก ตอนนี้เอกสารของเธอเรี่ยราดอยู่เต็มพื้น ท่าทางของเธอก็ลุกลี้ลุกลนไปหมด เพราะมันจวนจะได้เวลาเข้าห้องประชุมแล้ว

“ฉันบอกแล้วให้มาเขียนตอนเช้า” นิคพูดลอยๆขึ้นมา มีความเยาะเย้ยอยู่ในน้ำเสียง

Shut up (หุบปาก)” จูดี้พูดเบาๆ มือก็คว้านหาปากกาเพื่อจะเอามาเขียนไปด้วย แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ

Here (เอานี่)” อย่างกับอ่านใจออก นิคยื่นปากกาทรงแครอทให้เธอ “You seem need something to write one. (ดูเหมือนว่าเธอจะต้องการเอาไปเขียนนะ)”

จูดี้กระตุกยิ้มเล็กๆ ก่อนจะรับปากกามา มันเคยเป็นของเธอมาก่อนจนกระทั่งเธอยกให้นิคใช้ไปเขียนใบสมัครเข้ากรมตำรวจนั้นล่ะ

“ยังไงก็ตาม เรื่องกุญแจห้อง ฉันจริงจังนะที่รัก” นิคเขยิบเข้ามาพูดใกล้ๆใบหูของจูดี้ในขณะที่เธอกำลังใช้กำแพงแทนโต๊ะเพื่อเขียนรายงาน เธอใช้อุ้งมือผลักหน้าเขาออกไปพร้อมกับพูดใส่ “Never in your wildest dream! (ฝันไปเถอะ!)”

แล้วเธอก็ก้มหน้าก้มตารีบเขียนรายงานต่อ อันที่จริงเพื่อจะได้ไม่ต้องให้นิคเห็นหน้าแดงๆของเธอตอนนี้ด้วย ช่วงนี้เขาหยอกเธอบ่อยทั้งยังหนักขึ้น มันทำให้เธอแอบคิดหลงตัวเองไปไม่ได้เลยว่าบางทีเขาก็อาจจะรู้สึกบางอย่างเหมือนกันกับที่เธอรู้สึกกับเขา

จูดี้ลองเหลือบตามองไปทางนิค และอย่างที่คิด ภาพที่เห็นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวัน กระต่ายสาวถึงกับต้องถอนหายใจออกมาเบาๆ เฮ้อ! เขาจะคิดแบบเดียวกับเธอได้ไงกันเล่า ก็เล่นทำตัวเจ้าเสน่ห์ใส่สาวๆทุกคนแบบนี้ จูดี้คิด ว่าแล้วก็รีบกลับมาเขียนรายงานต่อเพื่อจะได้สะบัดภาพที่นิคขยิบตาใส่พวกกวางสาวแผนกการเงินออกไปให้พ้นๆหัว

“แอบมองเหรอแครอท?” นิคหันมาถาม

แน่นอนว่าจูดี้หัวเสียไม่น้อย เขาช่างรู้ดีไปหมดเสียตลอด

“เปล่า” จูดี้ตอบโดยไม่ได้หันไป

“เธอหึงเหรอ แครอท” เขาตอแย

“ฉันไม่รู้เรื่องว่านายกำลังพูดถึงอะไรอยู่” จูดี้ยังคงเขียนรายงานต่อไป ลายมือหวัดขึ้นเพราะความรีบ

“อย่าโกหกสิ”  

จูดี้เซ็นชื่อกำกับตอนท้ายรายงาน เป็นสัญลักษณ์ว่าเขียนเสร็จแล้ว ก่อนจะชักปากกาส่งคืนไปให้นิคด้วยสีหน้าตายด้าน “Here (เอ้า คืน)”

“แครอทนี่ ปากไม่ตรงกับใจเลยนะ” นิครับปากกามา ก่อนจะกอดอกพร้อมกับส่งยิ้มเจ้าเล่ห์ให้จูดี้ ซึ่งเธอไม่ชอบรอยยิ้มแบบนั้นเอาเสียเลย

“นายนี่พูดอะไรเพ้อเจออยู่ได้ ไม่ต้องมาทำตัวเหมือนกับรู้ทุกอย่างได้ไหม” เธอว่าพลางยัดเอกสารใส่แฟ้ม

“เรื่องที่เกี่ยวกับเธอ..ฉันรู้หมดแหละที่รัก

จูดี้อยากจะเอาเขาไปเก็บเหลือเกิน ท่าทางของเขามันน่าโมโหชะมัด แต่ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรสวนกลับไป ก็มีเสียงหนึ่งดังก้องขึ้นมากลางโถงทางเดิน

นี่พวกแกมายืนอ้อยอิ่งอะไรกันอยู่แถวนี้! มันจวนจะถึงเวลาประชุมแล้วไม่ใช่หรือไง!โบโก้ สารวัตรกระบือเดินมาพร้อมกับส่งเสียงดังดูน่าเกรงขาม “ถ้าพวกแกไม่รีบเอาตูดเข้าไปวางในห้อง ฉันจะถือว่าพวกแกโดดงาน!

สิ้นคำ เจ้าหน้าที่แถวนั้นต่างรีบพากันเข้าห้องประชุมของตัวเอง รวมไปถึงจูดี้และนิคด้วย

พวกเขารีบวิ่งไปยังห้องของหน่วยตนเองซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก จนในที่สุดก็มาถึงภายในเวลา ในห้องมีเจ้าหน้าที่นั่งรออยู่ก่อนหน้าแล้วพอสมควร พวกเขาสงเสียงดังคุยกันตามประสาผู้ชาย บ้างก็ประลองพละกำลังกันอย่างไม่มีใครยอมใคร บ้างก็นั่งปั่นรายงานที่ยังทำไม่เสร็จ

จูดี้นำรายงานไปส่งที่ตะกร้าหน้าห้อง เป็นจังหวะเดียวกับที่สารวัตรโบโก้เดินเข้ามาพอดี เธอรีบวิ่งกลับไปยังโต๊ะแถวหน้าซึ่งเป็นที่ประจำ และปีนขึ้นเก้าอี้ตัวเดียวกับนิคที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

ด้วยความที่พวกเขาเป็นสัตว์ตัวเล็กมาก เล็กที่สุดในกรมเลยก็ว่าได้ พวกเขาจึงต้องใช้เก้าอี้ที่มีขนาดเกินตัวพวกเขาอยู่มากโขนั่งด้วยกันไปโดยปริยาย ปกติจูดี้ไม่ได้มีปัญหาอะไรนักหรอก แต่เมื่อครู่ เจ้าจิ้งจอกตัวดีดันมาทำให้ภายในอกของเธอปั่นป่วนแปลกๆจนไม่อยากนั่งใกล้เขาเท่าไร

บางทีเธอคงกลัวเขาจะได้ยินเสียงหัวใจเธอที่กำลังเต้นดังโครมครามอยู่ข้างในก็ได้

All right! Everybody sit! (เอาล่ะ! ทุกตัวนั่งลง!)” สารวัตรโบโก้เอ่ยขึ้นโดยไม่ลืมที่จะปั้นหน้าให้ดูน่าเกรงขามที่สุด “I got 2 items on the docket. (ฉันมี2เรื่องที่จะพูดวันนี้)” เขากล่าวพร้อมเคาะโต๊ะเสียงดัง

First! (เรื่องแรก!) --- We need to acknowledge the elephant in the room. (เรามีช้างอยู่หนึ่งตัวในห้องนี้)” อยู่ดีๆเสียงของเขาก็แผ่วลง “Francine (ฟรานซีน)” เขาเรียกชื่อเจ้าหน้าที่ช้างตัวเดียวในห้องด้วยเสียงทุ้มต่ำ เจ้าหน้าที่ทุกตัวหันไปมองที่เจ้าหน้าที่ช้าง รอว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น

“วันเกิดของเขาเพิ่งผ่านไปไม่ใช่เหรอ?” จูดี้กระซิบ

Shh! (ชู่!)” แต่นิคปรามเธอไว้ก่อน พร้อมกับหันไปทางฟรานซีนด้วยท่าทีสนอกสนใจ

“ยินดีด้วยกับว่าที่คุณพ่อคนใหม่ของเรา ฮ่ะฮ่า!!” สารวัตรโบโก้สลัดคราบสารวัตรจอมโหดออกไปพร้อมกับแสดงความยินดีให้กับว่าที่คุณพ่อ เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วทั้งห้อง เจ้าหน้าที่ทุกตัวต่างปรบมือให้แฟรนซีน ตัวไหนที่นั่งใกล้ๆเขาก็พากันเข้าไปโดดกอด รัดคอ ส่งเสียงเฮฮา

“เรื่องใหญ่แบบนี้ทำไมไม่บอก!

“ยินดีด้วยเพื่อน!

“เตรียมตัวรับชะตากรรมได้เลย!

“ยินดีด้วย!! นั้นมัน ยอดเยี่ยมมากๆ! เจ๋งที่สุดไปเลย!

แม้แต่จูดี้ก็ร่วมส่งเสียงแสดงความยินดีไปกับพวกเขาด้วย ตามปกติแล้วหากมีการเซอร์ไพรส์แบบนี้เกิดขึ้น เธอจะแค่ยิ้มแล้วปรบมือตามๆไป เพราะกระต่ายสาวไม่ค่อยจะสันทัดการแสดงความยินดีอันแสนจะรุนแรงแบบพวกผู้ชายนัก แต่คราวนี้เธอรู้สึกปลาบปลื้มไปกับพวกเขาด้วยจริงๆ น้ำตาของเธอคลอออกมาเล็กน้อยด้วยความยินดีที่เพื่อนร่วมงานจะได้มีครอบครัวเป็นฝั่งเป็นฝาแล้ว

นิคสังเกตเห็นน้ำสีใสแห่งความปลื้มปิติที่ไหลออกมาจากดวงตาของจูดี้ และเกิดนึกสนุกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามไป “อยากมีบ้างเหรอ?

“อื้อ” จูดี้ตอบ เช็ดน้ำตาไปด้วย “มันน่าทึ่งออก ได้มีครอบครัว ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน แล้วก็สมาชิกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นมาอีก ฉันคิดว่านั้นเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มากเลยนะ” เธอว่า ไม่แปลกนักที่เธอจะอ่อนไหวกับเรื่องปะเภทนี้ จูดี้เป็นคนรักครอบครัว เพราะเธอมีพี่น้องที่ต้องดูแลถึง 275 ชีวิต แถมตอนนี้เธอก็อายุย่างเข้า 26 แล้วด้วย หรือก็คือถึงวัยที่จะเริ่มมีครอบครัวได้แล้ว

“หืมม” นิคส่งสายตาเจ้าเล่ห์มาทางเธอ ตอนนี้ไม่มีใครนั่งติดอยู่กับเก้าอี้แล้วยกเว้นเขากับจูดี้  เพราะทุกตัวต่างไปรุมล้อมแฟรนซีนกันหมด

“อะไร” จูดี้มองค้อนกลับอย่างไม่ไว้ใจนัก

“แล้ว..อยากมีกับฉันไหมล่ะ” เขาว่า ก่อนจะหัวเราะเบาๆออกมา

“ไอ้จิ้งจอกบ้า!” จูดี้หน้าแดง หูตั้งขึ้นด้วยความตกใจ “พูดอะไรออกมาหะ! โรคจิต”

“ฉันสงสัยเหมือนกันนะถ้าสมมติว่าฉันมีลูกกับเธอมันจะออกมาเป็นตัวอะไร คงสยองพิลึก จิ้งต่ายเหรอ หรือว่า กระจอก หือ! ลูกเราจะเป็นตัวกระจอกเหรอเนี่ย” เขาว่าไปทำหน้าเหยเกไป

“นายมันแย่! เลวร้ายที่สุด! ฉันพนันได้เลยว่านายจะต้องพ่อเป็นที่เลวร้ายที่สุดในซูโทเปีย!” เธอว่ากลับไป แต่สมองก็กลับคิดย้อนไปถึงตอนที่เธอเจอกับเขาครั้งแรกที่ร้านไอศกรีมแห่งหนึ่ง ในตอนนั้นนิคแกล้งเล่นเป็นพ่อลูกกำมะลอกับฟินนิค จิ้งจอกเฟนเนก คู่หูต้มตุ๋นของเขา ซึ่งนิคในตอนนั้นดูเป็นคุณพ่อที่อบอุ่นมากทีเดียว และยังดูเป็นคนที่ชัดเจน เขาดูเป็นพ่อที่ดีมากๆ ถึงขนาดทำให้เธอออกค่าไอศกรีมให้เขาไปด้วยซ้ำ

ถ้าเขาเป็นพ่อให้ลูกของเธอมันจะเป็นแบบนั้นไหมนะ แต่เดี๋ยวก่อน...หยุดความคิดนั้นเดียวนี้ จูดี้ ฮอปส์!!!!

“เอาล่ะ! กลับมานั่งทีได้แล้ว! แล้วนั้นอะไรน่ะ ฮอปส์! เอาหัวโขกโต๊ะทำไม?” สารวัตรโบโก้กลับมาประจำการที่โต๊ะหน้าห้องแล้ว แล้วเขาก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างหวาดๆเมื่อเห็นลูกน้องเอาแต่ฟาดหัวลงกับโต๊ะซ้ำไปซ้ำมา

จูดี้ได้ยินเสียง จึงได้สติ เธอเด้งตัวขึ้น นั่งหลังตรงก่อนจะปฏิเสธไปว่า ”ไม่มีอะไรค่ะ” แล้วจึงจิกตามองไปยังจิ้งจอกแดงตัวต้นเหตุที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาส่งยิ้มกรุ่มกริ่มมาให้เธอ แต่จูดี้เบ้หน้าใส่ ก่อนจะหันกลับมาสนใจสิ่งที่สารวัตรจะพูดต่อ

“เรื่องต่อไป แจกงาน!” สารวัตรกลับเข้ามาสู่โหมดตึงเครียดอีกครั้ง เขาแจกงานให้เจ้าหน้าที่ตัวแล้วตัวเล่า คู่แล้วคู่เล่า กลุ่มแล้วกลุ่มเล่าจนในที่สุดก็มาถึงคู่สุดท้าย ซึ่งจะเป็นใครอื่นไม่ได้ นอกจากจูดี้และนิค พวกเขามักได้รับคำสั่งงานเป็นคู่สุดท้ายเสมอ

“เจ้าหน้าที่ฮอปส์! เจ้าหน้าที่ไวลด์!” สารวัตรขานเรียก

Parking Duty(แจกใบสั่ง)”

Parking Duty(แจกใบสั่ง)”

จูดี้และนิคชิงสารวัตรพูดออกมาพร้อมๆกัน ใบหน้าทั้งคู่แสดงออกถึงความเหนื่อยหน่ายเหลือเกิน

Just kidding!(ล้อเล่นน่า!)” สารวัตรตอบพวกเขากลับอย่างอารมณ์ดี ส่วนเจ้าหน้าที่ทั้งห้องพากันหัวเราะครืน เป็นอันรู้ดีกันว่า หากวันไหนสารวัตรอารมณ์ดี นิคและจูดี้ก็จะต้องมารับมุกแบบนี้ล่ะ

“อะแฮ่ม! สำหรับพวกแกวันนี้ไม่มีงาน

ได้ฟังดังนั้น ทั้งจูดี้และนิคต่างก็หันมามองหน้า และพยักหน้ากันอย่างเข้าใจ

คำว่า ไม่มีงาน ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องทำงานในวันนี้ แต่มันคือรหัสลับสำหรับพวกเขาซึ่งแปลว่ามีงานช้างรออยู่ต่างหาก

“แค่นี้แหละ เลิกประชุมได้!” สารวัตรกระแทกเอกสารลงกับโต๊ะพร้อมกล่าวให้พวกเจ้าหน้าที่ทั้งหลายออกจากห้องไปเริ่มปฏิบัติงานได้ ก่อนจะหันมาพยักพเยิดส่งสัญญาณให้คู่หูตัวเล็กตามไปคุยงานที่ห้องของเขาต่อ

“ไปกันเหอะ” จูดี้เรียกนิค

“โอเค นำไปเลยหัวหน้า” นิคพูดติดตลก บางครั้งเขาก็ชอบเรียกจูดี้ว่าหัวหน้า เพราะตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน เธอช่างเจ้ากี้เจ้าการเหลือเกินในเรื่องการงาน แต่ในทางกลับกัน เขาก็นับถือเธอในเรื่องพวกนี้ คงเพราะนิสัยแบบนี้ของเจ้าหล่อน จึงทำให้เขาได้รับโอกาสและสามารถมายืนอยู่ ณ ที่ตรงนี้ได้

ใช้เวลาไม่ถึง 3 นาที พวกเขาก็เดินมาถึงห้องของสารวัตร

Excuse me , Sir. (ขออนุญาตค่ะ)” จูดี้กล่าวขออนุญาตพร้อมกับผลักประตูเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ (แม้จะเข้ามาบ่อยแล้วก็ตาม) เธอมีประสบการณ์ครั้งแรกที่ไม่ดีกับห้องนี้นัก เนื่องจากเกือบจะโดนไล่ออกตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาห้องนี้

“เข้ามาได้” สารวัตรโบโก้กล่าวอนุญาตทั้งคู่

พวกเขาเดินเข้ามาในห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ รอบห้องเต็มไปด้วยลิ้นชักเก็บเอกสารแฟ้มคดีต่างๆซึ่งเยอะมากจนแทบทะลักทุกชั้น ผนังด้านหนึ่งมีแผนที่มหานครซูโทเปียขนาดใหญ่ติดไว้ จริงๆห้องนี้ก็ดูปกติดี แต่ทั้งจูดี้และนิคจะไม่รู้สึกอะไรเลยถ้าไม่ไปบังเอิญเห็นโปสเตอร์แกเซลล์ขนาดมหึมาติดแอบอยู่ด้านหลังล็อคเกอร์ตัวหนึ่ง ทว่าตอนนี้คงไม่ใช่เวลาถ้าจะเอ่ยแซวเรื่องนี้กับสารวัตร

“นั่งสิ”

โบโก้ผายมือไปทางเก้าอี้ตัวใหญ่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเขา ทั้งคู่กระโดดขึ้นไปนั่งตามที่บอก

“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือคะ...ถึงกับต้องใช้รหัสลับเชียว” จูดี้ถาม เสียงใสแผ่วเบาลงในประโยคท้าย ท่าทางเธอดูฉงนแต่ก็แฝงไปด้วยความตื่นเต้น

“รู้ใช่ไหมว่าพรุ่งนี้จะมีงานใหญ่จัดที่ใจกลางเมือง” สารวัตรโบโก้เกริ่นขึ้นมา

“งานเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรกของแกเซลล์ใช่ไหมคะ” จูดี้พูดถึงนักร้องสาวซุปเปอร์สตาร์ ขวัญใจของชาวซูโทเปีย “มีโฆษณาให้เห็นเต็มไปหมดเลยค่ะ ทั้งในโทรทัศน์ โปสเตอร์ วิทยุ ใครๆก็พูดถึงกันทั้งนั้น”

“เห็นว่าจะมีพวกคนดังๆมากันเพียบเลยนี่” นิคเสริม

“นี่ล่ะ งานที่จะให้ไปทำ” สารวัตรว่าพร้อมกับส่งบัตรเชิญเข้างานมาให้ 2 ใบ จูดี้รีบรับมาดูทันที “งานนี้เป็นงาน Exclusive ให้แค่สื่อมวลชน พวกเซเลบคนดังและบุคคลสำคัญเข้าได้เท่านั้น แต่ทางผู้จัดเกรงว่าจะมีการปองร้ายเกิดขึ้นในงาน เลยอยากให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแฝงตัวเพื่อตรวจตราด้วย”

“แต่ใช้แค่พวกเราจะไหวเหรอ” นิคถามขึ้น

“ไม่ต้องห่วง ฉันก็ให้หน่วยอื่นส่งคนไปเหมือนกัน --- และงานนี้เป็นงานลับที่สำคัญมาก จึงต้องใช้แต่เจ้าหน้าที่ฝีมือดีที่ไว้ใจได้จริงๆเท่านั้น” สารวัตรอธิบาย ซึ่งทำให้จูดี้ถึงกับยืดอกขึ้นเล็กน้อยด้วยความภูมิใจ

“เอาเป็นว่า ตั้งใจทำงานให้ดีล่ะ งานของพวกแกมันน่าอิจฉา เอ้ย! สำคัญมากๆ! อย่าให้พลาดเด็ดขาด!

จูดี้และนิคยกมือขึ้นมาตะเบ๊ะให้สารวัตร โดยไม่ลืมที่จะเก็บเสียงหัวเราะไว้ด้วย จากคำพูดเมื่อกี้ ดูก็รู้ว่าสารวัตรกระบืออยากลดตำแหน่งตัวเองแล้วไปออกภาคสนามใจจะขาด เพราะอยากได้ใกล้ชิดกับนักร้องตัวโปรดนั้นแหละ

“และอย่าลืมว่า นอกเครื่องแบบเท่านั้น” สารวัตรทิ้งท้าย ก่อนจะส่งพวกเขาออกนอกห้องให้ไปปฏิบัติภารกิจที่ได้รับมอบหมายต่อไป

 

&&&

 

“ฉันไม่เคยไปงานแบบนี้มาก่อนเลย ต้องปลอมตัวยังไงบ้างก็ไม่รู้” จูดี้ตัดพ้อพร้อมกับก้มลงมามองชุดตำรวจของตัวเอง ปกติเธอไม่ค่อยได้รับงานนอกเครื่องแบบมากนัก ถึงได้รับก็ไม่ต้องแต่งตัวหรือปลอมตัวอะไรมากมาย

“ก็คงจะใส่เดรสสวยๆไม่ก็ชุดสูทดีๆซักตัวล่ะมั้ง” นิคว่าโดยไม่ได้หันไปมองเพื่อนตัวเล็ก

“ฉันไม่มีของพวกนั้นเลย แย่ล่ะสิ จะหาทันไหมเนี่ย ...งานพรุ่งนี้แล้วด้วย ทำไมสารวัตรเพิ่งมาบอกเอาวันนี้นะ!” จูดี้บ่นด้วยความร้อนใจ

“ใจเย็นๆแครอท ของพวกนี้มันหาไม่ยากหรอก แถมเรายังเวลาเตรียมตัวอีกตั้งครึ่งวัน” นิคบอกด้วยท่าทีสบายๆ เขาดูไม่เครียดเลย ราวกับว่าเคยมีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้มาเยอะ

“อย่าบอกนะว่านายเคยเข้างานพวกนี้ไปต้มหมูชาวบ้านเขามาน่ะ” จูดี้เขม่น ส่วนนิคเพียงแค่ไหวไหล่เป็นเชิงบอกว่า “ก็ประมาณนั้น”

            “เฮ้อ นายนี่มัน...” จูดี้ยกมือขึ้นกุมศีรษะด้วยความเอือมระอา คู่หูของเธอเมื่อก่อนเป็นตัวร้ายขนาดไหนกันเนี่ย

            “เฮ้ ฉันไม่ได้แย่ขนาดนั้นน่าแครอท แค่เข้าไปเป็นพนักงานเสิร์ฟแล้วรับทิปมากกว่าปกติเท่านั้นเอง”

            “มันก็ต้มหมูเหมือนกันนั้นแหละ!” จูดี้แว้ดใส่ แน่นอนว่านิคไม่ได้ยี่หระอะไร

            “ว่าแต่ เธอมีเงินอยู่เท่าไหร่ ชุดพวกนี้มันก็ราคาแพงเอาเรื่องอยู่น้า” นิคหันมาถามจูดี้ และพอเธอลองหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาดู ก็พบกับ...ความว่างเปล่า กระต่าวสาวหน้าหมองไปในทันที

            “เงินเดือนยังไม่ออกเลย ไหนจะค่าเช่าห้องกับค่าอาหารอีก” จูดี้กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ใบหูเริ่มลู่ลง

            “ฉันรู้จักอยู่ร้านหนึ่ง ราคาไม่แพง เผลอๆจะได้ฟรีๆ แต่ร้านมันก็ค่อนข้างไกลนะ เธอสนใจไหมล่ะ” นิคเสนอขึ้นมา ทำเอาจูดี้ตาวาวขึ้นมาในทันใด เพราะคำว่าฟรีนั้นล่ะ

            “เอาสิ! มันอยู่ที่ไหนล่ะ” จูดี้ถามออกไปอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะได้รับคำตอบที่ทำให้เธอแทบจะไม่เชื่อหูตัวเองเลย ว่า

            “บ้านฉันเอง”

__________________________________________________________________________________________________________________

edit 1 1/7/59

edit 2 16/7/59

edit 3 8/8/59

I know best แปลวว่า ฉันรู้ดีที่สุด 

ช่วงนี้จะค่อยๆเข้ามารีไรต์ เช็ค แก้คำผิดทีละตอนสองตอนนะคะ ถ้าเห็นมันแจ้งเตือนบ่อยๆก็อย่าเพิ่งรำคาญน้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

311 ความคิดเห็น

  1. #296 wind_$Low (@natthanitda-tsj) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 00:06
    แบบๆๆๆ จะบอกว่ามันดีมากๆเลยค่ะ! สนุกด้วย ฟินด้วย แถมยังได้ฝึกอิ๊งไปในตัวอีก ไรต์เก่งจังเลยย~
    #296
    0
  2. #294 MLSCKZ (@MaLifeSuckz) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 23:28
    แต่งแล้วยังได้ฟีล กลิ่นไอ เหมือนอนิเมชั่นอยู่เลย จริง ๆ นะคะ ทบไม่หลุดคาร์เลย เกือบทุกตัวละคร ประโยคที่ใช้ก็แฝงความอินเตอร์อยู่หน่อย ๆ ด้วย เหมือนกำลังอ่านนวยนิยายแปลซักเล่มอยู่
    #294
    0
  3. #274 Mister=Bean (@misterB-e-a-n) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:11
    สนุกกกกกกก ชอบๆๆๆ คุณนิคเจ้าเล่ห์ กริ๊ดดดด ทรมานใจสาวๆ
    #274
    0
  4. #135 ศศิวิมาน (@sasiviman) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2559 / 11:39
    นั่นๆ ชวนเขาไปบ้าน คิดอะไรไหมคะคุณไวด์
    #135
    0
  5. วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 23:44
    สนุกกกกกกกก  ปูเสื่อ  อ่านได้อ่านดี  ได้ภาษาด้วย
    #13
    0
  6. #7 GraySterZ (@GraySterZ) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 22:39
    สนุกมากเลยค่ะ รอตอนต่อไปนะคะะ ค้างมากกก
    #7
    0
  7. #5 Darling Li. (@Ku-Fu-Fu) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2559 / 22:00
    มีฟิคให้ติดตามอีกแล้วว ~~ >< แฮบปี้มากค่ะ!! แต่งต่อนะ จะรออ่านน ชอบวิธีการเขียนอะ! มันอ่านเพลินดีค่ะ
    #5
    0
  8. #3 PraeW'w (@praaeww) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 22:00
    น่ารักมากๆเลยค่ะ จะรอติดตามน้า
    #3
    0