Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 292 : Extra Log 288: ดาราจุติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 75
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    24 ธ.ค. 61

Extra Log 288: ดาราจุติ

 

            สนามพลังที่ขวางใจกลางของเมืองคลายออก

            ใจกลางเมืองที่ตอนนี้ลึกลงไปเป็นโพรงขนาดใหญ่

            อากาศภายในโพรงลึกรั่วไหลออกมาด้านนอก สัมผัสได้ถึงไอแห่งความชั่วร้ายที่ปะปนมาด้วย

            เป็นสัมผัสชวนให้สันหลังเย็นวาบเลยทีเดียว

            ราหูอยู่ที่นั่น

            ซากิริเอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัวร่างกายตอบสนองไปเองเพราะสัมผัสอันนั้น

            อย่างไรก็ตามมันยังมีคนที่ไม่ได้หวาดกลัวต่อไอพลังชั่วร้ายแล้วกระโจนดิ่งลงไปยังโพรงลึกที่ตรงใจกลางเมืองนั่น

            ซีลอร์ด อิงศร แฟรนเซียน ข้าวหลาม ไทเทเนียม มิ่งขวัญ กวินทร์

            ทั้งเจ็ดคนดิ่งลงไปจากเรือตามลำดับโดยที่ไฮพีเรียลไลซ์ไว้แล้ว ข้าวหลามกับไทเทเนียม ที่บินไม่ได้นั้นขี่โฮเวอร์บอร์ดลงไป

            ฝากด้วยล่ะทุกคน

            ทีนี้แผนการก็เข้าสู่ขั้นสุดท้าย ไม่มีอะไรที่ซากิริคนนี้นะทำได้อีกแล้ว เหลือเพียงแค่ยืนรอดูผลลัพธ์เท่านั้น

            แต่ในความเป็นจริงกลับไม่มีเวลาให้พักหายใจหายคอเลยด้วยซ้ำ

            จู่ๆ สัญญาณสื่อสารจากกลุ่มที่แยกไปโจมตีสัตว์เทวะก็ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกันโดยพร้อมเพรียง

            เกิดอะไรขึ้นน่ะอธิบายสถานการณ์มาที

            มีเสียงตอบกลับมากก็จริงแต่คลื่นแทรกรบกวนมีมากเกินไปจนฟังไม่รู้เรื่อง

            รามันมา…”

            นั่นคือเสียงสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดซึ่งส่งมาจากเน็กส์ที่อยู่กับนิวที่มีพลังขยายคลื่นสัญญาณแต่มันก็ขาดหายไปแล้ว

            พวกเขาถูกโจมตีอย่างนั้นหรือ?

            จะบอกให้ก็ได้นะว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            จู่ๆ ก็มีเสียงตอบกลับความนึกคิดดังแว่วมาจากด้านบนทั้งที่ในเรือนี่ไม่มีใครนอกจากเธออีกแล้ว

            น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบดุจปีศาจสัมผัสของมันคล้ายกับไอพลังที่ลอยออกมาจากโพรง

            ซากิริเงยหน้ามองขึ้นไป

            ราหู!

            เทพมารสีดำกำลังลอยอยู่เหนือเรือ

            คำตอบก็คือข้าผู้นี้ราหูไงล่ะ

            ซากิริตอบโต้ต่อคำพูดของอีกฝ่ายถึงแม้จะรู้ว่าสู้ไม่ได้แต่ก็ไม่ยอมจำนน

            ทว่า

            ในความเป็นจริงแล้วเรือทั้งลำตกอยู่ภายในหมอกสีขาวทัศนวิสัยมืดบอดไปหมดแล้ว

            กระทั่งความรู้สึกรู้ตัวก็ด้วย ราวกับถูกหมอกเหล่านี้สูบเอาสติไป

            ง่วง...นี่มัน...

            ซากิริหมดสติลงในตอนนั้น

            ร่างกายของเธอกลายเป็นไพ่แล้วความมืดก็ผุดขึ้นมารอบๆ โอบล้อมไพ่นั้นที่พลิกคว่ำลง ความมืดก่อร่างเป็นสวัสติกะ

            ราหูเข้าไปเก็บไพ่ขึ้นมา

            ที่นี้ก็เสร็จไปอีกหนึ่ง

 

            @@@@

 

            หืม เมื่อกี้ได้ยินเสียงอะไรไหมครับ

            กวินทร์พูดแล้วหันแค่ใบหน้ากลับไปส่วนตัวยังคงบินตรงไปข้างหน้า

            แต่ว่ามองไม่เห็นอะไรแล้วเพราะมนโพรงแทบจะมืดสนิทเมื่อรวมกับบรรยากาศอึมครึมกับช่วงเวลากลางคืนบนรากอาคาชิกแล้วตอนนี้เรืออาร์คลำใหญ่ของพวกเขายังเลือนหายไปในความมืด

            ทว่า ก็ยังได้ยินเสียงอยู่แม้จะมืดมากก็ตามแล้วหูที่ได้รับการขยายความสามารถในการได้ยินจากร่างไฮพีเรี่ยนก็ได้ยินไกลเอามากๆ

            เหมือนจะเป็นเสียงคุณซากิริเลยนะครับเกิดอะไรขึ้นกับคนอื่นๆ รึเปล่า

            กวินทร์ถามกับอิงศรที่บินอยู่ข้างๆ

            ตอนนี้สนใจแต่ข้างหน้าก็พอ

            อิงศรให้คำตอบแสนเย็นชามาแล้วเร่งความเร็วราวกับจะหนีจากการสนทนา

            “…”

            กวินทร์มองตามแผ่นหลังของรุ่นพี่ไปด้วยสายตางวยงง ถ้าเป็นปกติแล้วน่าจะมีปฏิกิริยามากกว่านี้ ถ้าเป็นอิงศรอย่างทุกทีจะต้องไม่ละสายตาไปจากความผิดปกติเพียงเล็กน้อยยิ่งถ้ามันเกี่ยวพันถึงพวกพ้องด้วยแล้ว

            ความเร็วนายตกแล้วนะกวินทร์

            ไทเทเนียมที่ขี่โฮเวอร์บอร์ดพูดแล้วบินแซงเขาไป

            บินช้าลงจริงๆ นั่นแหละไม่อย่างนั้นโฮเวอร์บอร์ดที่บินช้ากว่าไม่มีทางแซงไปได้แน่แต่ก็เพราะแบบนั้นถึงฉุกใจคิดได้ว่าหน้าที่ของนัวเองในตอนนี้คือการบุกโจมตี ยิ่งในแผนบุกสายฟ้าแลบแบบนี้หากพวกเขาชักช้าทำให้แผนการล่าช้าแล้วล่ะก็พวกพ้องจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย

            บางทีอิงศรคงจะเข้าถึงความเสี่ยงนั้นถึงได้ให้คำตอบเย็นชามาแบบนั้น

            ตั้งใจหน่อยสิเรา

            กวินทร์พูดปลุกปลอบใจตัวเองแล้วเร่งความเร็วไล่ตามคนอื่นๆ ที่นำไปค่อนข้างไกลมากแล้ว

 

            @@@@@@

 

            ทนได้ขนาดนี้สมแล้วล่ะที่เป็นเธอน่ะ

            เทพมารสีดำกล่าว

            อึก อือออ

            นรินทร์ครางด้วยความเจ็บปวดพยายามจะรักษาสมดุลร่างกายให้ยืนหยัดบนพื้นถนนได้ เขาเงยหน้ามองเทพมารตนนั้นด้วยร่างกายที่สะบักสะบอมไปทั้งตัว

            รอบๆ มีแต่พวกพ้องที่ถูกทำให้เป็นไพ่แล้วขังไว้ภายในกังหันสวัสติกะดำ ราหูเรียกมันว่า ออฟ (off)’ หรือการปิด มันเป็นพลังที่อดัมเคยแสดงให้เห็นตอนที่บุกมาที่สวนศักดิ์สิทธิ์คราวก่อน

            ก่อนหน้านี้หลังจากได้รับการยืนยันว่าสนามพลังด้านนอกคลายออกแล้วทำลายพวกเขาก็เตรียมจะหนีออกจากตัวสัตว์เทวะแต่จู่ๆ สภาพแวดล้อมก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

            พวกเขาโผล่ออกมาที่ถนนซึ่งเคยถูกเขตแดนของสัตว์เทวะตั้งทับเอาไว้ แต่ตอนี้ที่นี่ไม่มีเขตแดนอยู่อีกต่อไปรวมถึงโดมสีดำของเขตแดนอื่นๆ ที่เคยเห็นก่อนหน้านี้ก็หายไปด้วย

            แค่ประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นเองที่พวกเขาคิดกันไปเองว่าพอทำลายเสาส่งพลังงานได้ทั้งสัตว์เทวะทั้งเขตแดนเลยพากันหายไป

            แค่เผลอคิดว่าแผนสำเร็จไปเพียงเสี้ยววินาที

            วินาทีถัดมา

            ทันทีที่รู้สึกตัว ราหูก็มาโผล่อยู่ต่อหน้าแล้ว พวกพ้องทั้งหมดถูกเปลี่ยนเป็นไพ่แล้วขังเอาไว้ในกังหันดำกันหมดเหลือแต่เขาคนเดียวที่รอดมาได้แต่ก็สู้พลังของราหูไม่ได้เลย

            โดรนทั้งหมดถูกทำให้เป็นไพ่ในสภาพเดียวกันกับพวกพ้อง สกิลหรือลำแสงอมฤตก็ทำอะไรมันไม่ได้ พ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง

            เจ้านี่มันดักรอจังหวะที่พวกเราแยกกันอยู่งั้นเหรอ

            นรินทร์พึมพำความคิดที่เริ่มจะล้นสมองออกมา ภายในหัวที่มีแต่คำถาม

            มันรู้แผนพวกเราตั้งแต่แรก?

            คำถามมากมายถามว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ทำไมพวกเขาถึงเสียท่าให้มัน

            แล้วคำตอบก็เริ่มจะผุดตามออกมา

            ไม่สิพวกเราใช้เวลามากเกินไปต่างหากเพราะเจ้านี่วางแผนให้เป็นแบบนั้นทั้งสัตว์เทวะกับเสาส่งพลังแล้วก็เงื่อนไขที่จะฝ่าการป้องกันเข้าไป ทั้งหมดเป็นไปตามแผนของมันพวกเราถูกบังคับให้เดินตามเกมนี้แต่แรกแล้ว

            ราหูได้เอ่ยมาว่า

            น่าสงสารจังนะกลายเป็นเบี้ยใช้แล้วทิ้งจนได้สิ

            อะ…”

            คำพูดนั้นทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมา

            คิดขึ้นมาว่า

            เรื่องง่ายๆ แบบนี้อิงศรจะมองข้ามไปงั้นเหรอ

            ไม่สิขนาดมีแฟรนเซียมกับพวกเหลี่ยมจัดที่เคยทำพวกเราลำบากลำบนมารวมตัวกันขนาดนี้แล้วทำไมถึงยังมองเรื่องง่ายๆ แบบนี้ไม่ออกกันล่ะ

            ตัวเขาพลาดเองที่ไม่ได้เคลือบแคลงในแผนการนี้เลยเพราะคิดว่าเชื่อใจพวกพ้องได้

            คิดว่าถ้ามีอะไรล่ะก็อิงศรคงจะรู้

            ใช่แล้วอิงศรน่ะไม่มีทางรู้เรื่องแบบนี้แล้วยังใช้พวกเขามาเป็นเบี้ย

            ทว่า ราหูก็กล่าวขัดมา

            รู้สิ

            “…”

            นั่นเป็นคำพูดที่ตอบคำถามที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่ในใจสินะ

            อิงศรรู้เรื่องทั้งหมด

            ราหูพูด

            เจ้านี่มันอ่านความคิดเรางั้นเหรอเหมือนกับคุณซีลอร์ด

            เขารู้อยู่แก่ใจว่าแผนนี้จะไม่มีทางสำเร็จถ้าไม่มีการเสียสละ

            อิงศรไม่มีทางทำแบบนั้นหรอก

            เขาตอบโต้ออกไปเองโดยไม่รู้ตัวเพราะว่าหัวใจยังเชื่อมั่นในพวกพ้อง ซึ่งมันคงเป็นความจริงอิงศรไม่ได้ทิ้งพวกเขาเพราะราหูตีสีหน้าผิดหวัง

            ใช่ ไม่มีทางทำแน่ๆ

            มันกล่าวยอมรับอย่างเสียดายแต่กลับแสยะยิ้มออกมาในตอนท้าย

            ถ้าอิงศรคนเดียวคงไม่มีทางทำแบบนั้นได้

            จะบอกว่าพวกมนุษย์ต่างดาวปั่นหัวอิงศรงั้นเหรอพวกนั้นหักหลังพวก…”

            แต่ราหูก็ขัดมาอีก

            แต่เพราะพวกเธอผลักดันเขาจนบิดเบี้ยวไปจากเดิมแล้วน่ะสิ

            หมายความว่ายังไงน่ะ

            คราวนี้ยิ้มแสยะของเทพมารก็ขยายออกเป็นยิ้มกว้างจนเห็นฟันเขี้ยวสีขาว

            พวกเธอยอมเอาตัวเข้าแลกให้กันง่ายเกินไปน่ะสิ ทำแบบนั้นมาหลายครั้งแล้วเพราะคิดว่าอยากตอบแทนอิงศรที่ทำแบบนั้นใส่พวกเธอก่อน มันเลยเกิดความเคยชินขึ้นมาในหัวใจที่แสนจะบริสุทธิ์นั่นยังไงล่ะ

            จะบอกว่าอิงศรทึกทักเอาเองว่าพวกเราจะยอมให้เขาใช้แล้วทิ้งยังงั้นเหรอ

            เอ้าๆ พูดออกมาเองแล้วนะ

            อึก

            แย่แล้ว....

            แย่ล่ะสิตกหลุมพรางซะแล้วทั้งที่น่าจะรู้อยู่แล้วว่าทางนี้จงใจให้แตกแยกกันคิดแบบนั้นอยู่สินะ

            ราหูพูดขัดกระทั่งความนึกคิด

            “…”

            เสียใจด้วยนะมันเป็นความจริง

            อย่านะ

            อย่าพูดนะ

            อะอิง

            อย่าพูดออกมานะ

            อิงศรหักหลังพวกเราเหรอ กลั้นเอาไว้มันทรมานนะรีบๆ พูดไปเถอะเพราะถึงอย่างไรก็ปฏิเสธไม่ได้แล้วนี่ว่าตัวเองกำลังสงสัยเพื่อนน่ะ

            ราหูพูดความในใจของเขาแทน

            เจ้านั่นอ่านความคิดเขาดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าตัวเองได้สงสัยในตัวอิงศรไปแล้ว

            อุก

            รู้สึกได้ว่าสีหน้าของตัวเองกำลังเปลี่ยนไปอย่างมาก มันกำลังน่าเกลียดขึ้นเรื่อยๆ

            สีหน้าอันน่ารังเกียจที่นึกสงสัยโกรธแค้นในตัวผู้อื่นกำลังผุดขึ้นบนใบหน้า

            ฮะฮะฮะ งดงามมากพริบตาที่ความหวังกลายเป็นความสิ้นหวังแล้วความสิ้นหวัง

            อย่างที่มันพูดเลย

            เขากำลังถูกความสิ้นหวังกัดกิน

            นั่นแหละ แบบนั้นนั่นแหละ เจ้าจะค่อยๆ พังทลายทีนี้ขั้นถัดไปก็คือทำให้มันหักล้างกันเป็นความว่างเปล่าต้องมอบความหวังให้เพื่อหักล้างสินะ

            ราหูกอดอกทำท่าใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเริ่มพูด

            อืม อ่า ใช่แล้วๆทั้งหมดเมื่อกี้เป็นแผนน่ะช่วยลืมๆ ไปเถอะสุดท้ายก็ตกหลุมพรางของทางนี้ความรู้สึกเมื่อกี้มันเสียเปล่าเลยใช่ไหมล่ะ

            อะไร

            นรินทร์สบถ

            เจ้านี่มันอยากจะทำอะไรกันแน่ ทำไมถึงมาล้อเล่นกับหัวใจของเขา

            ราหูหัวเราะ

            ฮุฮุฮุ

            นรินทร์จึงตวาดออกไป

            อะไรแกคิดจะทำอะไรกันแน่

            แบบนั้นแหละ สับสนเข้าไปยิ่งเข้าใกล้ความสับสนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งสุญสลายมากเท่านั้นในท้ายที่สุดจะเหลือแต่ความว่าง....อะ นี่มัน

            จู่ๆ ราหูก็ชะงักคำพูดไป บางทีมันคงจะรู้ตัวแล้ว

            ยังอีกเหรอครับคุณออร์ทิเกสซาร์

            อีกนิดนึงน่ะ

            แต่ว่าความแตกไปแล้ว เรื่องที่ให้ออร์ทิเกสซาร์ช่วยกลบเกลื่อนความนึกคิดให้แล้วเตรียมไพ่ตายสุดท้าย

            ราหูหุบยิ้มแล้วตวาด

            กล้าตบตาข้าผู้นี้เลยรึสมแล้วที่ถูกเลือกจากออร์ทิเกสซาร์จอมปลิ้นปล้อนนั่น

            มันดูจะประหลาดใจมากกว่าจะโกรธที่เสียรู้พวกเขาบางทีตอนที่มันรู้แล้วว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรก็อาจจะยังไม่เกินไปจากความคาดหมายของมัน

            ได้แล้วนรินทร์!’

            ครับ

            อย่างไรก็ตามการเตรียมการเสร็จทันเวลาพอดีแต่การจะปลดปล่อยมันยังต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยถ้าถูกโจมตีเข้ามาก็จบ

            เจ้าทำให้ข้าตกใจมากเลยนรินทร์เด็กดีใสซื่ออย่างเจ้ามีเล่ห์เหลี่ยมขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

            กระนั้นแล้วราหูยังคงพูดจ้อต่อไม่หยุด

            นี่อาจจะเป็นโอกาสแล้วก็ได้

            โซเดียมิราจ จงมาร่างจุติแห่งวิศนุ

            ทันทีที่กล่าวคำพูดปลดปล่อยออกไปแสงสว่างสีแดงชาดของอมฤตที่สะสมเอาไว้ก็แผดแสงเจิดจ้าไปทั่วทั้งบริเวณ

            พลัง

            พลัง

            รู้สึกถึงพลังมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาภายในร่าง สามารถยืนหยัดร่างกายที่เคยหนักอึ้งได้อย่างง่ายดาย ร่างกายเบาหวิวจนเท้าแทบจะลอยออกจากพื้น

            ใช่ เขากำลังบินอยู่

            ผลจากการปลดปล่อยปีศาจที่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเองออกไปด้วยการใช้พลังของเครื่องทำสวนที่สามารถบงการอมฤตได้กระตุ้นเข้าไป

            เส้นผมงอกยาวขึ้นจรดแผ่นหลัง ขนนกสีดำงอกขึ้นมารอบๆ ใบหู

            อ๋อ เป็นเพราะอิงศรสินะ

            แม้แต่ตอนนี้เองราหูก็ยังจ้อไม่หยุด ถึงแม้ว่าวิศนุเทพผู้ที่ทำให้บททดสอบแห่งการล่มสลายจะมาปรากฏอยู่ต่อหน้ามันแล้วก็ตาม

            โอ้ มาแล้วสินะเจ้าตัวปัญหาสำหรับนรินทร์ของรูทนี้ รูทที่พลังของวิศนุมีมากที่สุดนรนิทร์นารายณ์

            ทำไม

            ทำไมถึงยังเอาแต่พูดจ้ออยู่ล่ะ

            นรินทร์คิดจะถามแบบนั้นแต่คงไม่ต้องพูดออกไปทั้งหมดเพราะยังไงก็โดนอ่านใจเอาอยู่ดีพลังในการกลบเกลื่อนของออร์ทิเกสซาร์ก็หายไปหมดแล้ว

            งั้นก็จะตอบให้ตามตรงก็แล้วกันนะ

            ราหูคลายอิริยาบถจากท่ากอดอกแล้วกางแขนออกเปิดเผยหน้าอกอย่างเต็มที่โดยไม่ป้องกัน

            หรืออยากจะบอกว่านี่คือการพูดคุยอย่างเปิดเผยกันล่ะ?

            ราหูกล่าวว่า

            เพราะว่ายิ่งตัวหมากทรงพลังมากเท่าไหร่เกมก็ยิ่งสนุกขึ้นเท่านั้นยังไงล่ะ

            อ้อ งั้นเหรอ

            นรินทร์พูดแล้วยกไม้เท้ายื่นไปข้างหน้า

            เลโอทิกแฟงเกอร์ (LEOTIC FANGER) อาวุธไฮพีเรี่ยนที่เป็นไม้เท้าซึ่งมีอัญมณีพิเศษอยู่ตรงหัว มันมีพลังในการสำแดงอำนาจของปีศาจอยู่ด้วยเป็นผลมาจากครั้งหนึ่งที่ออร์ทิเกสซาร์จำแลงวิญญาณของตัวเองเป็นเดม่อนแอพให้กับพลเอก สิงห์ ธุวดารกะ ความสามารถนั้นจึงถ่ายทอดมาที่ร่างไฮพีเรี่ยนนี้ด้วย

            นี่คือการจำแลงร่างเป็น นรินทร์นารายณ์พลังทั้งหมดที่เขามีจะขอใช้มันจัดการต้นตอของความชั่วร้ายนี้

            ถึงจะตั้งใจเอาไว้แบบนั้นแต่ทันทีที่เข้าสู่สภาพของ นารายณ์แล้วสติสัมปชัญญะก็เหมือนจะลดลงไปด้วย กำลังจะหลายเป็น นารายณ์ไปแล้ว....

            จงดับสูญไปซะเถอะกาลียุค

            คำพูดของนรินทร์เปลี่ยนไป ภายในกายนี้ได้กลายเป็นเทพไปโดยสมบูรณ์

            ไม้เท้าหุบพับเก็บส่วนหัวที่โอบล้อมลูกแก้วมณีเข้ามา ทำให้แก้วมณีอยู่ตรงจุดบนสุดของไม้เท้า แสงสว่างยืดออกจากแก้วมณีนั่นแล้วคงตัวเป็นดาบ

            ด้วยธรรมมะเล่มนี้เจ้าจะถูกชำระล้าง

            นรินทร์นารายณ์เงื้อดาบไม้เท้าขึ้น

            แต่ราหูก็เตรียมรับมือเอาไว้ทุกอย่างแล้วนี่จะเป็นการประลองกำลังกันเพียวๆ

            สัตยายุค!!

            ดาบซึ่งถูกเรียกว่าธรรมมะฟาดลงมา มันผ่ามิติออกเป็นช่องและจะฉีกกระชากทุกอย่างรวมถึงราหู

            ไฮพีเรียลไลซ์

            ไพ่อาคานาร์ปรากฏขึ้นในอุ้งมือของเทพมาร เมื่อแสงอันลึกลับเปล่งออกมาจากตัวไพ่ทุกอย่างก็ถูกกลืนเข้าไปในโลกสีขาวโพลน

            ดาบของวิศนุเทพต้องหยุดชะงักลง

            นี่มันกลลวงอันใดกัน

            เพราะว่าเมื่อรู้สึกตัวอีกทีรอบๆ ก็เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก

            ไม่มีอีกแล้วซากเมืองยามราตรีกาล

            ไม่มีอีกแล้วรากของความทรงจำแห่งจักรวาล

            ที่นี่มีแต่ความว่างเปล่า

            ทั้งมืดดำ

            ดำสนิท

            ทุกสรรพสิ่งกลายเป็นสีดำยกเว้นตัวเอง

            "จงถวายนมัสการแด่ราชาองค์ใหม่ จงถือเอาความว่างเปล่าเป็นที่มั่นแล้วละทิ้งสิ้นทุกสิ่ง"

            เสียงกล่าวนั้นเป็นเสียงคำรามดั่งสัตว์ร้าย เสียงคำรามดังกึกก้องมาจากทุกทิศทาง นารายณ์ได้แต่หันเหสายตามองหาที่มาของเสียง มองหาเจ้าของคำพูดนั่น

            หากไม่ใช่สายตาแห่งเทพแล้วคงไม่อาจจะมองให้ก้าวข้ามความกว้างขวางอันไพศาลของสิ่งมีชีวิตที่ตอนนี้มหาเทพอย่างตนเป็นได้เพียงเห็บหมัดของมัน

            นี่มันอะไรกัน

            สิ่งที่ดำทะมึนโอบล้อมทุกสรรพสิ่งเอาไว้นั้นหาใช่มิติหรือจักรวาลแต่เป้นสิ่งที่เกือบจะทัดเทียมกันได้

            มันเป็นสิ่งมีชีวิตเพรากำลังเคลื่อนไหวและศีรษะมีดวงตามีใบหน้าและปากยาวเรียวราวกับจงอยปากนก มีเขางอกจากหัวดั่งกวาง

            มังกรที่มีขนาดตัวพอจะยัดใส่อวกาศได้อาจจะนิยามมันได้ดีที่สุดก็ว่าได้

            ตอนนั้นเองเสียงคำรามนั่นก็ดังกระหึ่มมาอีก

            หึๆๆ โทษทีนะแต่ว่าอยู่ในสภาพนี้แล้วข้าก็ควบคุมตัวเองไม่ได้มากนักหรอกแต่จะบอกให้ว่าสถานที่ที่เจ้าอยู่ในตอนนี้คือพื้นที่หนึ่งบนตัวของดาราจุติมังกรวิวรณ์ระบาด

            จากลักษณะของวิธีพูดแล้วนั่นน่าจะเป็นตัวราหูเอง มันกลายเป็นสัตว์ร้ายที่น่าเกรงขามเช่นนี้ไปแล้วรึ

            นามนั้นก็คือ สตาร์วาตาร์เรเวลเลชั่นเอาท์เบรกดราก้อนชือเหวิน (Star-Vatar Revelation Outbreak Dragon Chiwen)”

            วิศนุเทพทอดสายตามองความยิ่งใหญ่ของมันแต่ก็หาได้เกรงกลัวไม่ ต่อให้จะยิ่งใหญ่สักเพียงใดหากธรรมะได้ตวัดลงบนตัวมันทุกอย่างก็จะพินาศและถูกชำระล้าง

            มหาเทพมั่นใจเช่นนั้นแล้วเริ่มกวัดแกว่งธรรมะอีกครั้ง

            กวัดแกว่งความถูกต้องเพื่อให้สัตยายุคมาถึง

            เมื่อดาบฟาดไปในทางใดที่ตรงนั้นก็จะถูกผ่าจนขาดออกจากกันแต่เบื้องหลังของความว่างเปล่าที่ถูกผ่าออกก็มีแต่ความว่างอันใหม่ที่ลอยขึ้นแทนที่แล้วรอยแผลแห่งมิติที่ทำไว้ก็สูญเปล่า ยิ่งกวัดแกว่งดาบไปเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกสูญเปล่ามากขึ้นไปเรื่อยๆ

            แล้วก็ดังขึ้นมาอีก

            เสียงคำรามแห่งจุดจบ

            เสีย่งป่าวประกาศว่าต่อหน้าความยิ่งใหญ่ของผู้รุกรานแล้ว

            แม้แต่วันสิ้นสุด

            แม้แต่เทพเจ้า

            ก็ยังพินาศต่อได้ยิ่งกว่านั้น

            กายอันมหาศาลราวกับจักรวาลทั้งหมดอัดแน่นอยู่ภายในของมังกรตนนี้นั้นบรรจุนิมิตแห่งจุดจบเอาไว้มากมาย

            ไตรเอกอัครมหาศาสดา

            สี่มหาอัศวิน

            เจ็ดอัครเทวทูต

            สี่สิบหกผู้ลงทัณฑ์

            เจ็ดสิบสองอัครมาร

            ยังมีอีกมากมายที่แม้แต่ข้าเองก็ยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมดรู้แค่ว่า นิมิตหมายภายในกายของมังกรตนนี้ก็เป็นเหมือนความฝัน เมื่อตื่นขึ้นทุกสรรพสิ่งก็จะคืนกลับสู่ความว่างเปล่า ใช่แล้วล่ะนี่คือนิมิตแห่งจุดจบของเจ้า วิศนุเอ๋ย เจ้าเทพชราผู้เขลาขลาด

            เสียงนั้นบอกเล่าว่าความหวังและความสิ้นหวังจะกลืนกินแม้แต่จุดจบ

            นิมิตแห่งจุดจบ ศูนย์กลางแห่งความสับสน อเซธอท

            ความจริง หรือ ภาพลวงตา

            คำสัตย์ หรือ วัจนะอันปลิ้นปล้อน

            เดอะ นิวเคลียเคออส

            วิศนุเทพไม่อาจตอบโต้ได้เลย เมื่อความว่างเปล่าบีบรัดเข้ามาร่างกายก็ขยับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

            ความมืดดำบีบตัวเข้ามากลืนกินร่างของเทพเจ้าจนกระทั่งทุกอย่างเลือนหายไป ทิวทัศน์ของเมืองจึงกลับคืนมาอีกครา

            ราหูปรากฏขึ้นตรงจุดที่ความมืดบีบอัดเข้าไปรวมกันเป็นจุดสุดท้าย

            ในเวลาต่อมาความมืดที่บีบอัดเป็นกลนกลมก็เปลี่ยนเป็นไพ่ที่มีรูปของนรินทร์อยู่บนนั้น

            ทีนี้เด็คของอิงศรก็เสร็จสมบูรณ์เสียที

            ราหูเก็บไพ่นั้นขึ้นมาแล้วเอาไปรวมกับไพ่ใบอื่นๆ ไพ่ของมิกซ์ เน็กส์ นิว

            แล้วเดี๋ยวก็จะมีของคนอื่นๆ จากเขตแดนอื่นมาร่วมด้วยอีก

            เกมสุดท้ายสำหรับเจ้ากับข้าให้เป็นไมสเตอร์ดูเอลเพื่อให้เข้ากับบทสรุปของการทดลองค้นคว้าอันแสนยาวนานนี่ก็แล้วกัน

 

****อาทิตย์นี้ไรท์ทำงาน OT ข้ามวันไม่หลับไม่นอนไปคืนหนึ่งเลยน็อกเลยฮะเพิ่งฟื้นจากไข้หวัดด้วยเลยรีบปั่นทดแทนส่วนที่ไม่ได้ลงไปด้วยเลย แต่ทำรูปประกอบไม่ทัน แง(ร้องไห้) ว่าจะทำร่างนรินทร์นารายณ์ ที่เป็นนรินทร์ผมยาวในร่างไฮพีเรี่ยนซะหน่อยแต่ไม่มีเวลาเบย TwT อ้อ เรื่องที่เคยถามว่ารูปการ์ดอาคานาร์ของพวกอิงศรไรท์ทำเองรึเปล่านั่น ไรท์ตอบในคอมเมนท์ไปแล้วแต่สงสัยจะไม่ทันได้อ่านกันเลยเอามาตอบตรงนี้อีกทีเลยก็แล้วกันว่าไรท์ทำขึ้นมาฮะ โดย Reference มาจากไพ่อาคานาร์ของเกมซีรี่ย์Persona และ Pactio การ์ดของมังงะเรื่องเนกิมะ(เก่าไปหน่อยตั้งแต่ไรท์ยังอยู่ ม.ต้นเลย)

เอาล่ะเลิกเฟลดีกว่าอาทิตย์หน้าเข้าโค้งสุดท้ายจะได้เจอราหูซักทีสงสัยสิ้นปีนี้ต้องเอาเวลามาปั่นให้จบซะแล้วมั้งเนี่ยไม่งั้นข้ามปีแน่ โอเมก้า อย่างน้อยก็กะว่าจะเขียนตอนส่งท้ายจบช่วงวันเด็กล่ะมั้งนะ (ถ้าปั่นทัน)****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #283 อสูรไร้ลักษณ์ (จากตอนที่ 292)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 12:07

    หือ อเซธอท เทพตาบอดผู้โง่เขลาน่ะหรอ? จุดเริ่มต้นของทุกๆสิ่งมีชีวิตใน lovecraft(ความฝันของ azathoth) และจะเป็นจุดจบของทุกอย่างเมื่อเทพผู้นี้ลืมตาตื่นขึ้นจากความฝันน่ะนะ......
    #283
    1
    • #283-1 R@ji(จากตอนที่ 292)
      24 ธันวาคม 2561 / 12:43
      ช่ายยยย Lovecraft เต็มๆเลยฮะเพราะเป็นธีมผู้รุกรานเลยเอาตำนานที่ออกแนวเอเลี่ยนหน่อยจำพวก คธูลู มาใช้น่ะฮะ
      #283-1