Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 149 : Login 146: ความสูญเสียและคำตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 ก.ย. 60

Login 146: ความสูญเสียและคำตอบ

 

            เมื่อ อาคานาร์จมลงไปใต้ผิวหนังอาคานาร์ก็จะแตกสลายและไหลไปตามกระแสเลือด

            ไหลไปสู่หัวใจ

            ที่นั่นมีครึ่งหนึ่งของ ความตายที่ไม่สมบูรณ์ล่วงรออยู่

            ‘ความตาย’ + ‘ความตาย

            สมการแห่งโชคชะตาซึ่งเปิดอ้ารับนรินทร์

            “อ๊าก!!!

            นารายณ์เทพแผดเสียงร้องดังทรมานแล้วโน้มร่างกายที่อยู่ในท่ายันตัวด้วยแขนข้างหนึ่งจนกระทั่งล้มลงไป

            ตึง! เสียงปะทะกับพื้นดังสนั่น

            พื้นสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว

            ถัดมากายทิพย์ของเทพเจ้าก็เริ่มแหลกสลาย แสงสว่างเจิดจ้าสาดส่องออกมา

            เกิดระเบิดเสียงดังกัมปนาท

            ห้องถูกย้อมเป็นสีขาวด้วยแสงสว่างไปพักหนึ่งก่อนจะดับวูบลงทำให้ทัศนวิสัยมืดสนิทในทันที

            ท่ามกลางความมืดนั้นอิงศรได้แต่จ้องไปที่แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว

            เพดานห้องถูกแรงระเบิดพัดจนปลิวหายไปทำให้แสงจันทร์ส่องลงมา

            ท่ามกลางแสงที่สาดส่องนั้นนรินทร์กำลังร่วงหล่น เสื้อผ้าที่สวมฉีกขาดยับเยิน ตามตัวมีแผลถลอกกับรอยไหม้เต็มไปหมด ไพ่อาคานาร์หลุดออกมาจากร่างและกระเด็นตกไปอีกทาง

            นรินทร์หันศีรษะลงพื้นหากตกลงไปกระแทกเข้าคงได้คอหักตายแน่

            “นรินทร์!

            อิงศรดีดตัวกระโจนออกไปโดยไม่ทันคิดว่าตอนนี้ตัวเองอยู่สูงขนาดไหน

            แต่นรินทร์กำลังมีภัย

            แล้วอิงศรก็หลุดจากแขนของมิ่งขวัญที่พาบินอยู่

            “ศ..ศร!!

            แล้วดิ่งลงไปโดยพยายามเก็บแขนกับขาชิดลำตัวเพื่อไม่ให้มีพื้นที่สำหรับแรงต้านอากาศจึงร่นระยะทางตกไปจนเข้าถึงตัวนรินทร์ได้

            อิงศรคว้าตัวนรินทร์เข้ามาโอบโดยซุกหัวไว้ตรงอกแล้วหันหลังตัวเองให้พื้น

            เท่านี้ก็จะปกป้องนรินทร์ไว้ได้

            แต่ตัวเองจะรอดตายไหมนะ

 

อิงศร Lv.93 [///..5400:12500..…]

 

            พลังชีวิตที่มีน่าจะพอไหว...อิงศรคิดอย่างนั้น พยายามปลอบใจตัวเอง ตอนที่เข้าใกล้พื้นเต็มทีแล้วจึงปิดตาตัวเองทำใจเตรียมรับแรงกระแทก

            ตุบ

            ในหัวมีเสียงดังแบบนั้น รู้สึกว่าเบากว่าที่คิดแถมไม่รู้สึกเจ็บด้วย

            อิงศรปรือตาขึ้น เขายังคงมีสติอยู่และไม่บาดเจ็บ

            สาเหตุก็น่าจะมาจากเงาดำที่ยืดขึ้นมาจากพื้นช่วยรับเขากับนรินทร์ไว้ จากนั้นเงาก็ปล่อยพวกเขาลง

            ในตอนนั้นเอง ไพ่อาคานาร์ก็ตกลงมาบนพื้นห่างออกไปเพียงเล็กน้อย

            เมษาที่น่าจะเป็นเจ้าของเงาซึ่งใช้เดม่อนแอพมหากาฬช่วยกำลังเดินมาทางนี้

            “ให้ตายเถอะชอบทำอะไรเกินตัวเรื่อยเลยนะนายเนี่ย

            สาเหตุที่ทำเกินตัวน่ะมันก็มีอยู่

 

======================

Subject: @Clipius Death Timing Delivery

From: GM

Detail:

ตัวจับเวลาตายของเพื่อนคุณมาถึงแล้ว!

เวลาชีวิตที่เหลือของ นรินทร์ ระจินดา คือ

[00:02:35]

======================

 

            อิงศรจ้องเขม็งไปที่หน้าจอเมล์ที่เปิดขึ้นมาเองตั้งแต่ก่อนที่จะกระโดดลงมา

            พอเมษาเห็นแบบนั้นเข้าก็ทำหน้าตกใจ เพราะเมษารู้เรื่องเมล์ ทุกคนในทีมของเขาต่างก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

            “เฮ้ย! เดี๋ยวนะนี่หรือว่าเจ้านรินทร์มัน...

            “เออ เหลือเวลาอีกสองนาทีกว่าๆ ตอนนี้เวลายังเดินอยู่เลย

 

            ......

 

            ทำไมกันนะ

            จู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้

            เรื่องราวตอนที่ตัวเองจำความได้เป็นครั้งแรก

            ตั้งแต่ตอนนั้นพ่อก็ห่มผ้าเหลืองแล้ว

            เพราะเหตุนั้นนรินทร์จึงเรียกพ่อว่า พ่อเหมือนเด็กคนอื่นๆ ไม่ได้

            ตอนที่เขาถามถึงเรื่องนี้แม่ก็เล่าให้ฟังว่าก่อนที่เขาจะเกิดมา พ่อกับแม่มีลูกด้วยกันยากทั้งคู่เลยไปบนบานศาลกล่าวกับวัดอารย-สนธยา ว่าหากได้ลูกพ่อจะบวชให้กับวัดแห่งนี้

            ดังนั้นพ่อของเขาจึงเป็นนักบวช

            แต่นรินทร์ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรในเรื่องนั้นเพราะพ่อรักวัดนี้มากแล้วเขาก็รักและเคารพพ่อที่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อวัดอารย-สนธยา ถึงมันจะทำให้อยู่ด้วยกันกับพ่อตลอดเวลาไม่ได้ก็ตาม

            วัดอารย-สนธยาในตอนนั้นยังเป็นเพียงวัดเล็กๆ ในชนบทที่กำลังเป็นที่หมายตาของการปรับปรุงพื้นที่เพื่อสร้างเป็นแหล่งธุรกิจใหม่จึงถูกโจมตีเรื่อยมา ยิ่งมีอำนาจของรัฐบาลหนุนหลังในตอนท้ายจึงไม่สามารถรักษาวัดเอาไว้ได้

            ทว่า ก่อนจะถึงวันนั้นก็มีกลุ่มคนที่ไม่รู้ตัวตนแน่ชัดมาที่วัดนี้

            พวกนั้นสวมสูทสีดำสนิทราวกับหลุดออกมาจากละคร บอกว่าเป็นกลุ่มผู้ศรัทธาอดีตเจ้าอาวาสที่ล่วงลับไปแล้ว คนพวกนั้นเสนอตัวเข้าช่วย พ่อที่เป็นเจ้าอาวาสวัดในขณะนั้นจึงตอบรับความช่วยเหลืออย่างไม่ลังเลโดยไม่เฉลียวใจหรืออะไรใดๆ ทั้งสิ้น

            เขาเคยแอบไปถามคนที่ดูเหมือนหัวหน้าของกลุ่มปริศนานั่นหลังจากที่พ่อไม่อยู่

            “คุณน้าไม่ได้หลอกหลวงพ่อใช่ไหมครับ

            ตอนนั้นเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้สงสัยในตัวคนพวกนั้นทั้งที่อายุตัวเองเพิ่งจะเจ็ดขวบดี

            ชายในชุดสูทคนนั้นมีผิวเข้มและไว้ผมยาวหยิกหยอย ได้กลิ่นหอมกาแฟโชยออกมาจากตัวคงเพิ่งทานมาได้ไม่นาน

            “…”

            เพียงแค่สบตาก็รู้สึกเกร็งจนพูดอะไรไม่ออก

            “เธอเนี่ยเป็นเด็กดีจังเลยน้า~”

            ชายคนนั้นยิ้มให้อย่างเป็นมิตรแต่กลับไม่รู้สึกเลยว่ากำลังยิ้มให้ นรินทร์ขยับตัวไม่ได้เลยในตอนที่โดนจ้อง

            “นี่เป็นโชคชะตาของพ่อหนูแล้วหนูเองก็มีโชคชะตาอยู่เหมือนกันน้าเองก็อยากจะรู้นะว่าในยี่สิบสองแบบนั้นหนูจะมีอาคานาร์ใบไหนประจำตัวอยู่กันแน่

            ไม่เข้าใจเรื่องที่พูดมานั่นเลยซักนิดแม้แต่ตอนนี้เขาเองก็ยังได้แค่คาดเดา

            เดาว่าชายคนนั้นคงจะรู้เรื่องที่เขาจะครอบครองเดธอาคานาร์ในอนาคต

            ชายคนนั้นจากไปโดยทิ้งไว้แต่ความสงสัยที่ไม่มีวันแก้ได้เพราะหลังจากนั้นเขาก็ไม่โผล่หน้ามาที่วัดอีกเลย

            นับจากนั้นเป็นต้นมา อารย-สนธยา ก็ไม่ได้เป็นเพียงแค่วัดอีกต่อไปแต่กลายเป็นเครือข่ายขนาดใหญ่ที่รัฐบาลยังต้องหวั่นเกรง วัดที่เป็นศูนย์กลางก็มีผู้ศรัทธาเพิ่มมากขึ้นและมีอำนาจมากตามขึ้นไปพ่อที่เป็นเจ้าอาวาสก็กลายเป็นคนยิ่งใหญ่

            แต่พ่อกลับไม่ดีใจกับเรื่องพวกนั้นเลย

            แม้ว่าต่อหน้าเขากับแม่พ่อจะยิ้มให้และทำตัวเข้มแข็งเป็นที่พึ่งพาของทุกคนเหมือนเดิมก็ตาม แต่เมื่อละไปจากสายตาพ่อจะทำหน้าเศร้า

            บางครั้งก็เห็นพ่อแอบไปร้องไห้อยู่คนเดียว

            กว่าจะได้รู้เหตุผลที่เป็นแบบนั้นก็ตอนที่เขาเริ่มรู้ประสีประสา ตอนอายุปาไปสิบกว่าขวบแล้ว

            มันเริ่มขึ้นตั้งแต่ตอนที่ปรับปรุงวัดใหม่ตามคำแนะนำของคนพวกนั้นและมีการสร้างวิหารใหญ่หลังหนึ่งขึ้น ซึ่งในเวลาต่อมามันก็ได้กลายเป็นตัวการที่เรียกผู้ศรัทธามากมายให้หลั่งไหลกันมาที่นี่

            เพราะอำนาจวิเศษที่ทำให้สมดั่งปรารถนาหลังจากสักการะพระพุทธรูปในวิหารใหม่หลังนั้นและทำให้อารย-สนธยาเติบโตขึ้น

            สาเหตุก็คงจะเป็นจอกศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกฝังเอาไว้ข้างใต้ซึ่วก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้เลยจนกระทั่งกลายเป็นนารายณ์

            แล้วในบรรดาผู้ศรัทธาก็มีฉกฉวยชื่อของวัดไปสร้างฐานอำนาจสร้างองค์กรมากมายขึ้นมาเชื่อมเป็นเครือข่ายจนเป็น อารย-สนธยาเช่นทุกวันนี้

            แต่พ่อไม่ได้ต้องการอารย-สนธยาที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นเลย ไม่ได้ต้องการผู้ศรัทธาจำนวนมากที่เอาแต่คาดหวังผลลัพธ์โดยไร้ซึ่งความเข้าใจต่อแก่นแท้ของศาสนา

            ตรงนี้เองนรินทร์ก็เข้าใจแล้วว่าทำไมตัวเขาในโลกหลังการล่มสลายถึงได้ชิงชังความคาดหวังมันมีที่มาจากตรงนี้นั่นเอง

            ทั้งที่พ่อเป็นเจ้าอาวาสซึ่งเป็นทั้งศูนย์รวมจิตใจและอำนาจของเครือข่ายอารย-สนธยาแต่กลับหยุดการเติบโตเอาไว้ไมได้

            พ่อต้องทนทุกข์ทรมานมองดูสิ่งที่เคารพปกป้องรักษามากับมือบิดเบี้ยวไปทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งความทรมานกลายเป็นความชินชาไป

            ตั้งแต่นั้นพ่อก็ปล่อยวางเหมือนกับว่าอารย-สนธยาของเดิมนั้นได้หายไปแล้ว

            พ่อเคยมีกำหนดว่าจะสละตำแหน่งแล้วออกจากการเป็นสงฆ์แต่ก็ถูกห้ามไว้โดยบรรดาเหล่าผู้ศรัทธา

            ถ้าพ่อลงจากตำแหน่งเครือข่ายอาจจะเกิดความระสับระส่ายได้และจะมีคนอีกมากที่ต้องได้รับผลจากการนั้นพ่อจึงไม่ทำและอยู่ดำรงตำแหน่งต่ออย่างว่างเปล่า

            จนกระทั่งเมื่ออารย-สนธยาเริ่มการติดต่อกับตระกูลธุวดารกะ...

            สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าอารย-สนธยาก็ถูกสร้างขึ้นหลังจากนั้น

            เขามักจะตามพ่อไปดูงานที่นั่นเสมอ เพราะมีพวกเด็กๆ ที่ไร้ญาติขาดมิตรมารวมกันจึงรู้สึกว่าเข้ากันได้อย่างน่าประหลาด

            เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยมีเพื่อนเหมือนกันล่ะมั้งถึงเข้าใจความเหงาของเด็กพวกนั้นได้

            เรื่องที่พูดคุยมักจะมีแต่เรื่องสัพเพเหระแต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นพวกเด็กๆ ที่นั่งฟังเขาเล่าเรื่องต่างๆ ซะมากกว่า

            ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องสังคมภายนอก เด็กที่นี่ได้รับการเรียนการสอนจากเจ้าหน้าที่ในศูนย์จึงไม่ได้ไปโรงเรียนและไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอก ดังนั้นเมื่อเขาพูดถึงเรื่องภายนอกพวกเด็กๆ ก็จะตั้งใจฟังกันมาก

            ในวันหนึ่งเขาถูกมิกซ์หนึ่งในเด็กกำพร้าถามเอาว่า

            “พี่รินมีความฝันไหมครับ

            “เอ...ถ้าเป็นเรื่องอาชีพที่อยากเป็นนี่ยังไม่รู้เหมือนกันนะ

            “ถ้างั้นสิ่งที่พี่รินอยากทำล่ะครับมีไหม

            ถ้าสิ่งที่อยากทำก็คงเป็นย้อนกลับไปบอกให้พ่อเลิกยึดติดกับอารย-สนธยาตั้งแต่ตอนที่จะตอบรับความช่วยเหลือล่ะมั้ง

            ถ้าทำแบบนั้นทั้งพ่อและแม่ก็คงจะได้อยู่พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

            ด้วยสถานะทางสงฆ์พ่อจึงอยู่กับแม่ไม่ได้

            ถ้าตอนนั้นพ่อยอมปล่อยวางอารย-สนธยาไปแล้วกลับมาอยู่ด้วยกันก็คงไม่ต้องมีวันแบบนี้

            เพราะว่าไม่ยอมก้าวเดินออกไปในวันนั้นจึงต้องเสียใจในวันนี้

            “ก็คงอยากมีเพื่อนสนิทซักคนล่ะมั้ง

            นรินทร์ตอบด้วยความปรารถนาลำดับที่สองแทนเพราะเป็นเรื่องที่น่าจะเป็นไปได้มากกว่า

            อยากจะมีเพื่อนที่สามารถพูดคุยได้ทุกอย่าง

            ความปรารถนานั้นจะเป็นจริงในอนาคตอันห่างไกล

            ในเวลาอีกห้าปีหลังจากนี้

            แต่ก่อนหน้าที่เวลานั้นจะมาถึง ช่วงเวลาแห่งการสิ้นสุดกลับมาเยือนเสียก่อน

            ในวันเดียวกับที่ตอบคำถามให้มิกซ์ไปนั้นพ่อก็ถูกฆ่า

            โดยพวกของนักการเมืองที่ไม่พอใจอารย-สนธยา

            ส่วนเขาก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา

            ไหนจะแม่ที่ต้องมาถูกพวกตระกูลธุวดารกะซึ่งร่วมมือกับรัฐบาลฆ่าทิ้งเพื่อช่วงชิงสิ่งที่ต้องการไป

            เพราะความละโมบโลภมากของมนุษย์ที่ทำให้ชีวิตของเขาต้องบิดเบี้ยวไปถึงขนาดนี้

            เพราะเก็บงำความแค้นนั้นเอาไว้

            เพราะว่ายึดติดเหมือนกับที่พ่อทำเขาจึงไม่ก้าวต่อไปข้างหน้า

            แต่หยุดอยู่ที่ตรงนี้แล้วกลายเป็นนารายณ์

            ด้วยบาปที่ไม่ยอมก้าวเดินต่อไปข้างหน้าจึงต้องกลายเป็นศัตรูกับเพื่อนสนิท

            หากไม่ฆ่าอิงศร กวินทร์ เมษา พวกเด็กกำพร้าที่เขาเคยรู้จักก็จะระบายความคับแค้นออกไปไม่ได้ ความแค้นที่ผิดผนึกมานานถึงสี่ปี

            หากไม่ฆ่าพวกที่ทำลายชีวิตทำลายครอบครัวของเขาก็เท่ากับทรยศหักหลังพ่อแม่

            ความแค้นคือบาป

            ค่าตอบแทนของความบาปคือความตาย

            แต่คนที่ไปไม่ถึงความตายเสียทีอย่างเขาจะได้รับค่าตอบแทนนั้นหรือเปล่า?

            และแล้ว...วันแห่งคำตอบก็มาถึง

            ............

 

            เมืองจำลองที่เกิดจากสกิล ฮีโร่เวิร์สทยอยสลายหายไป คาดว่าตัวผู้ใช้คงออกห่างจากพื้นที่ไปแล้วหรือไม่ก็พังทลายเพราะรูมิติที่นริทร์นารายณ์ใช้ดาบสร้างทิ้งเอาไว้

            จนถึงตอนนี้ก็ยังสัมผัสได้ว่ามีพลังงานบางอย่างไหลออกมาจากรูนั่นและทำให้บรรยากาศรอบข้างเริ่มอึดอัดขึ้นมา

            แต่สถานการณ์ยังเลวร้ายไปกว่านั้น....

            “ตอบซีโว้ย!

            อิงศรกระแทกหมัดไปที่หน้าจอสื่อสาร แน่นอนว่าหมัดทะลุหน้าจอไปจนตัวเขาเกือบจะเสียหลักล้ม

            “ฉันรู้นะว่าแกได้ยินน่ะ

            ต้องได้ยินแน่ก็ปลายสายที่ยังไม่ยอมรับสายเขาคือซีลอร์ด

            เจ้านั่นจับตาดูเขาอยู่ทุกฝีก้าวถึงได้จงใจส่งเมล์ตัวจับเวลาของนรินทร์มาในจังหวะที่เหมาะสมขนาดนั้น

            จังหวะที่เขาลั่นไกส่งอาคานาร์แห่งความตายเข้าไปในตัวนรินทร์แล้ว

            “แกบอกฉันว่าเมล์นั่นส่งมาเพื่อเตือนไม่ใช่รึไง เพื่อให้เปลี่ยนแปลงชะตากรรมได้ถ้างั้นก็บอกมาเซ่!

            จนถึงตอนนี้นรินทร์ก็ยังนอนอยู่บนพื้นที่เย็นเฉียบของพระเจดีย์อารย-สนธยาโดยมีพวกพ้องคอยดูแล

            เวลาบนเมล์ก็ยังเดินหน้ายังไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและเมื่อตัวเลขวินาทีลดลงพลังชีวิตของนรินทร์ก็จะถูกบั่นทอนลงไป

 

นรินท์ Lv. 69 [/////6870:7300//...]

 

            “บอกมาสิว่าต้องทำยังไง ต้องทำยังไงนรินทร์ถึงจะไม่ตาย!

            “…”

            ไม่มีการตอบกลับจากหน้าจอสื่อสารมันต่อสายไม่ติดเลยด้วยซ้ำ

            อิงศรล้มเลิกความคิดที่จะต่อสายไปแล้วรวมถึงการทำให้ตัวเองหมดสติเพื่อจะได้ไปลากคอซีลอร์ดถึงรูนรูมก็คงไม่ทันการเวลาของนรินทร์มีเหลือไม่พอขนาดนั้น

            “เป็นไงบ้างพลอย

            อิงศรถามแล้วเข้าไปนั่งร่วมวงกับทุกคน

            เด็กสาวส่ายหน้าอย่างหมดหวัง

            “พยายามฮีลตั้งแต่เมื่อกี้แล้วแต่พลังชีวิตไม่ยอมเพิ่มขึ้นเลย

            คนที่ใช้สกิลฟื้นฟูไม่ได้มีแต่พลอย นิว กับ เน็กซ์ก็ช่วยกันใช้สกิลฟื้นฟูด้วยแต่ถึงอย่างนั้นแล้วพลังชีวิตของนรินทร์ก็มีแต่จะหดหายลงไป

            “…”

            ตอนนั้นเองดวงตาของนรินทร์ก็ปรือขึ้นมา

            สีแห่งความหวังปรากฏขึ้นชั่ววูบหนึ่งแต่มันก็กลายเป็นความสิ้นหวังที่รอจะซ้ำเติมอยู่ที่ปลายทาง เมื่อนรินทร์กล่าวว่า

            “ผมเหลือเวลาอีกเท่าไหร่เหรอ

            อิงศรเบ้หน้าให้คำพูดนั้น

            เหลืออีกแค่นาทีเดียวนรินทร์ก็จะ

 

======================

Subject: @Clipius Death Timing Delivery

From: GM

Detail:

ตัวจับเวลาตายของเพื่อนคุณมาถึงแล้ว!

เวลาชีวิตที่เหลือของ นรินทร์ ระจินดา คือ

[00:01:20]

======================

 

            “…”

            “ผมรู้ตัวเองดีว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน

            นรินทร์พูดแล้วก็ยิ้ม

            “หนึ่งนาที

            อิงศรจำใจพูดออกไปเวลาเหลืออีกไม่มาก แล้วเขาก็พอจะรู้ว่านรินทร์ต้องการอะไรถึงได้ถามหาเวลาจากเขา

            ตั้งแต่ตอนที่ฟื้นขึ้นมาสายตาของนรินทร์ก็จับจ้องอยู่ที่หน้าจอเมล์ซึ่งเปิดทิ้งเอาไว้แล้ว

            นรินทร์เองก็เคยได้ฟังเรื่องของเมล์ตัวจับเวลาตายมาดังนั้นจึงเข้าใจสถานะของตัวเองตั้งแต่ตอนที่ฟื้น

            ทั้งที่เป็นแบบนั้น

            ทั้งที่รู้ว่าตัวเองจะตาย

            นรินทร์ก็ยังยิ้มออกมาอย่างเย็นใจ

            “ดีจังอย่างน้อยก็ยังได้มาบอกขอโทษทุกคนก่อน

            คำพูดนั้น...

            “…”

            คำพูดนั้นทำให้อิงศรทรมานขึ้นมา น้ำตาพาลจะไหลแต่เขาฝืนกลั้นเอาไว้

            “ขอโทษนะที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

            มิกซ์แย้งคำพูดนั้น

            “พี่รินไม่เห็น...ฮึก...ไม่ต้องขอโทษพวกเราก็ได้...

            ไม่รู้ว่ามิกซ์ผูกพันกับนรินทร์ขนาดไหนถึงหลั่งน้ำตาได้มากขนาดที่กางเกงชุ่มไปด้วยน้ำตาได้

            พวกเด็กกำพร้าคนอื่นๆ ก็ด้วยเจ้าพวกนี้คงผูกพันกับนรินทร์เหมือนเป็นครอบครัว

            แต่ก็มีคนที่บ่อน้ำตาแตกง่ายอยู่แล้วอย่างกวินทร์ที่ไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่ในตอนนี้

            “…”

            นรินทร์หุบยิ้มลงเมื่อจะเริ่มกล่าวโทษตัวเอง

            “ผมมันโง่เองที่เอาแต่ยึดติดกับอดีตแต่ว่าเรื่องของพ่อกับแม่น่ะผมยกโทษให้ไม่ได้ยังไงก็ทรยศพวกท่านไม่ได้เพราะงั้นเรื่องที่ทำลงไปผมไม่นึกเสียใจหรอก…”

            นรินทร์หยุดคำพูดเอาไว้แล้วยิ้มออกมาอีก ยิ้มเศร้าอย่างเสียดาย

            “แต่ก็เสียดายเหลือเกินอุตส่าห์ได้มีเพื่อนที่ดีขนาดนี้แล้วยังอยากจะอยู่ต่อไปอีกหน่อย ผมเนี่ยใช้ไม่ได้เลยนะไม่สามารถมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเองได้ ทำได้แค่หาเหตุผลให้ตัวเองมีชีวิตอยู่เพื่อใครเท่านั้น แต่ว่ามันก็คงจะจบลง…”

            คำพูดทั้งหมดหยุดลงเพียงแค่นั้น

            “…”

            ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากปากอีก

            มีเพียงเสียงปิ๊บๆ ของเมล์ตัวจับเวลาที่ดังเตือนเวลานับถอยหลังสิ้นสุดแล้วเปิดฉายภาพของนรินทร์ที่สิ้นใจท่ามกลางวงล้อมของพวกเขาขึ้นมา

            ล้มเหลว

            เขาล้มเหลวในการช่วยเหลือ

            เขาเป็นคนลั่นไกจบชีวิตของนรินทร์

            แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของนรินทร์ก็ยังยิ้มให้ในตอนสุดท้าย

            “ไม่จริงใช่ไหม...พี่นรินทร์เขา...

            กวินทร์เพิ่งจะได้พูดคำแรกออกมาแต่ก็พูดที่เหลือต่อไปไม่ได้แล้ว

            “…”

            พลอยเอาแต่ปิดหน้าแล้วส่ายศีรษะไปมาพยายามปฏิเสธความจริง

            “ไม่เอา...ไม่เอาแบบนี้สิ...

            แล้วพูดแบบนั้นวนไปวนมา

            รอบตัวมีแต่เสียงร่ำไห้

            ถ้าจะมีคนที่ยังไม่ได้ร้องก็เหลือแค่มิ่งขวัญที่แค่ทำหน้าเศร้าโศกร่วมไปด้วยกันเท่านั้น

            เมษาที่เอาแต่หลบหน้าจนไม่รู้ว่าทำหน้าแบบไหนอยู่แล้วก็...

            ตัวเขาเองที่ฝืนกลั้นมันไว้

            แต่ก็สุดจะทนแล้ว

            “โธ่เว้ย!!

            เขาตะคอกแบบนั้นแล้วกระแทกกำปั้นลงบนพื้นเสียงดังปัก

            กดมือลงไปแน่นราวกับไม่เจ็บปวดแต่กลับมีเลือดไหลเจิ่งนองพื้น

            ทุกคนพากันตกใจกับการกระทำของเขา

            “ฉันผิดเอง...ถ้าฉันรอบคอบกว่านี้ ถ้าคิดอีกสักนิดก็น่าจะรู้แท้ๆ โธ่โว้ย!!

            แต่เมษาที่ยังไม่ได้ร้องไห้ก็ขัดคำพูดนั้นไว้

            “ไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้นล่ะ ถ้าพวกเราไม่ช่วยกันหยุดไว้ นรินทร์จะทำอะไรลงไปบ้างนายเป็นคนบอกเองนี่ เพราะงั้นได้ส่งนรินทร์ไปทั้งรอยยิ้มก็ถือว่าดีแล้วล่ะพวกเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว

            เรื่องนั้นตัวเขาเองก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ แต่ว่า

            การที่มีตรงหน้ามีอะไรบางอย่างถูกทำลายหรือหายไป

            แล้วตัวเองก็ทำอะไรไม่ได้เลยมันทรมาน

            ทรมานยิ่งกว่าตัวเองโดนเป็นร้อยเป็นพันเท่า

            ต่อให้คิดว่าเป็นความผิดของใครซักคน ถึงจะโทษโชคชะตาที่เลือกไพ่แบบนี้ให้ก็ตาม

            ความทรมานก็ไม่ได้บรรเทาลงเลย

            ถ้าคิดซะว่าเป็นเพราะตัวเองยังจะสบายใจซะกว่า

            แต่การทำแบบนั้น...

            “ย่อมเป็นเรื่องที่ผิดแน่นอน

            อิงศรได้ย้ำกับตัวเองด้วยคำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุด

            แต่กระนั้นแล้วเขาก็ยังทำใจยอมรับเหตุผลไม่ได้อยู่ดี

            ยอมรับไม่ได้จนต้องก้มหน้าหลั่งน้ำตา

            หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด แต่ว่ามีขนนกตกลงมา

            “…”

            พอเงยหน้าขึ้นก็เห็นแสงสว่างแยงตาจนต้องหลับตาไปอีกแล้วค่อยเปิดเพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสงสว่าง

            แสงแหวกผ่านหมู่เมฆลงมาทางเพดาน เป็นแสงที่ไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย

            “เทวทูต!!

            เสียงตะโกนของเขาทำให้ทุกคนเงยหน้าตามขึ้นไป

            เหนือเพดานที่เปิดโล่งทูตสวรรค์จำนวนสิบกว่าตนก็โรยตัวลงมา

            ที่ข้างหน้าแถวมีทูตสวรรค์ปีกสีแดงเข้มหกปีกกายเนื้อสีเขียวแต่มีลำตัวแค่ครึ่งเดียว

            ทูตสวรรค์ได้กล่าวว่า

            “การคาดการณ์ของท่านเมตาตรอนนั้นอยู่เหนือทุกสิ่ง มนุษย์ผู้แปดเปื้อนเอ๋ยจงยอมสยบต่อพระประสงค์ของพระเป็นเจ้าเถิด

            ดูจากที่พูดแล้วฝ่ายนั้นคงตั้งใจมาเป็นศัตรู แต่ว่าทำไมกันล่ะก็..

            “ตอนนี้ยังมีสัญญาสงบศึกอยู่เมตไตรยส่งพวกแกมางั้นเรอะ

            แต่ทูตสวรรค์กลับตอบว่า

            เราคือ อานิเอล ข้ารับใช้ของพระเป็นเจ้า มนุษย์เอ๋ยพันธะสัญญานั้นก็ได้ลุล่วงไปแล้วมิใช่หรือ

            ทูตสวรรค์ชี้ปลายนิ้วลงมาที่ศพของนรินทร์

            เจ้าเป็นผู้ลงมือด้วยตัวเองแต่ว่ามนุษย์ไม่อาจขจัดบาปไปจากมนุษย์ด้วยกันได้ดังนั้นจงเบิกบานเถิดเพราะอานิเอลผู้นี้จะช่วยชำระบาปที่แปดเปื้อนพวกเจ้าให้เอง

            คำพูดนั้นทำให้ความเศร้าแปรเปลี่ยนเป็นเชื้อไฟให้ความโกรธปะทุขึ้นมา

            มันจะมากไปแล้วนะ!”

            กวินทร์ชักดาบแล้วออกมายืนขวางหน้า ทุกคนต่างก็เริ่มจับอาวุธเตรียมสู้แล้ว

            แต่ตอนนี้แล้วจะทำอะไรได้อีกล่ะ

            อิงศรก้มหน้าลงมองดูพลังชีวิตของทุกคน

 

อิงศร Lv.93 [///..5400:12500..…]

มิ่งขวัญ Lv.102 [/////10000:25000..…]

กวินทร์ Lv.75 [/....1240:10200.....]

เมษา Lv. 69[////.4760:10030…..]

ฟู Lv.83 [////.6500:15000…..]

มิกซ์ Lv.71 [/....800:7800…..]

พลอย Lv.76 [/////6221:8300/....]

เน็กส์ Lv.83 [/////4570:9100…..]

นิว Lv.71 [/////5340:7300//...]

 

            แถมยังใช้พลังไปจนหมดในการต่อสู้กับนารายณ์แล้วสภาพล่อแล่ตอนนี้ บางคนแค่จะยืนยังแทบทำไม่ได้

            ดังนั้นคำตอบที่ถูกต้องคือรีบหนีไปจากที่นี่โดยทิ้งร่างของนรินทร์ไว้แบบนี้

            ต้องม้วนหางหนีอย่างทุลักทุเลเท่านั้น

            แต่ตอนนี้ไม่มีอารมณ์อยากทำแบบนั้นหรอก

            ถอยไป

            อิงศรดึงไหล่กวินทร์ที่ขวางทางอยู่จนรุ่นน้องเซถลาไปข้างหลังและเกือบจะล้มลง

            พ...พี่ศร

            เมอร์คาบาห์!”

            แล้วเรียกปีศาจออกมา

            ทันทีที่เมอร์คาบาห์ปรากฏตัวต่อหน้าเหล่าทูตสวรรค์...

            โอ ท่านเมอร์คาบาห์ ใยท่านจึงมาอยู่ในที่เช่นนี้

            ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมีความสัมพันธ์กับปีศาจของเขา พวกทูตสวรรค์ลิ่วล้อด้านหลังต่างก็ถอยผงะกันไปเล็กน้อยเหมือนกับหวั่นเกรงเมอร์คาบาห์

            อานิเอลทอดสายตาลงมาทางนี้

            หรือว่าท่านถูกมนุษย์แปดเปื้อนเหล่านี้ใช้วิธีการต่ำช้าจับตัวไว้ถ้าเช่นนั้นอานิเอลผู้นี้จะขอปลดปล่อยท่าน...

            ไม่ทันที่ละครลิงของทูตสวรรค์จะเล่นจนปิดม่านก็มีแสงสีแดงสาดส่องลงมา

            แสงสว่างแผดเผาเหล่าทูตสวรรค์จนไหม้เป็นจุลในเวลาแค่พริบตาเดียว

            เกะกะจริงนะผมเองก็มีธุระที่จะต้องพูดกับผู้ถูกฟันเฟืองเลือกอยู่เหมือนกัน

            เสียงแบบนั้น

            ร่างบอบบางใต้เส้นผมสีขาวหวีรวบอย่างเป็นระเบียบกับแววตาคมกริบ

            เสื้อวอร์มสีแดง เฮดโฟน และวิธีพูดอันเป็นเอกลักษณ์แบบนั้น

            ซีลอร์ด...หมอนั่นกำลังโรยตัวลงมาจากรูบนเพดานเหมือนกับที่พวกทูตสวรรค์ทำ

            กำลังมองลงมาทางนี้แล้วยิ้มให้

            ช่วยน้องชายไว้ได้แล้วนะถ้าอย่างนั้นเธอก็คงจะพร้อมแล้วสิ

            สำหรับอะไร? หมอนี่ทำไมถึงมาปรากฏตัวที่นี่เอาตอนนี้ล่ะ

            อิงศรไม่เข้าใจ ไม่รู้เลยว่าได้ไปนัดอะไรไว้แต่ว่า

            หมอนั่นก็...

            เอาล่ะตอนนี้เธอก็ได้ทำในสิ่งที่ค้างคาไว้หมดไปแล้วนะ ทีนี้พร้อมจะให้คำตอบกับผมรึยังล่ะอิงศร


***ต้องขออภัยที่เมื่อวานไม่ได้อัพตามที่ตกลงไว้นะครับ(TwT) เอาอีกแย้วววงือ วันเสาร์ที่ไรงานเข้าทุกทีหรือจะกลับไปตารางเดิมดีเนี่ย...Orzll เอาเป็นว่าตอนนี้ก็ดำเนินมาถึงบทสุดท้ายของภาคแล้วล่ะครับ(แต่อีกกี่ตอนไม่รู้เหมือนกันคำนวณไม่ถูก) แล้วเจอกันใหม่วันพุธนะคร้าบบ~****

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น