Apocalypse Online เกมโกงวันโลกาวินาศ

ตอนที่ 121 : Login 118: ผู้เบิกบาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 377
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 มิ.ย. 60

Login 118: ผู้เบิกบาน

 

อิงศร Lv. 70

[//...2900:7320.....]

 

            เทียบไม่ติดเลย

            แต่ก็..ไม่ได้ตั้งใจจะแข่งขันอะไรกันอยู่แล้วตอนนี้เขากำลังจะโดนน้องชายฆ่าตายเรื่องมันก็แค่นั้น

            อิงศรแหงนใบหน้าที่สะบักสะบอมขึ้นมองไปยังน้องชายที่ถูกควบคุม

            “ตื่นสิ...”

            แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา

            ต้องเปลี่ยนยุทธวิธีใหม่ถ้าสู้ด้วยกำลังไม่ได้ก็ต้องสู้ด้วยเล่ห์กล

            ก็แค่พูดให้ดูดีไปงั้น...อิงศรคิด เพราะตอนนี้ที่ทำได้ก็ไม่ต่างจากร้องขอชีวิตอย่างน่าสมเพชนักหรอก

            "ตื่นสิขวัญนายคิดจะฆ่าฉันจริงๆ รึไง!"

            แต่มิ่งขวัญก็ยังไม่หยุดยังคงขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับเงื้อดาบ

            ถ้าฟันลงมาคงตัดคอขาดได้พอดี

            ถ้าเป็นแบบนั้น...เฟืองในตัวจะช่วยได้รึเปล่านะ

            ที่ผ่านมาถึงพลังชีวิตหมดแต่ก็ยังไม่เคยถูกตัดคอในตอนสุดท้ายไม่รู้ว่าเงื่อนไขของมันทำงานอย่างไรจะให้หวังพึ่งสิ่งที่ไม่รู้คงไม่ได้

            ดาบเริ่มโน้มตัวลงมา มองเห็นภาพทุกอย่างช้าลงเพราะสมองถูกกระตุ้นด้วยความกลัวตายจนความสามารถเพิ่มสูงขึ้น

            แต่กลับขยับตัวไม่ไหวเพราะไม่เหลือเรี่ยวแรง

            ตายแน่

            ตายแน่ๆ

            "ขวัญ"

            เด็กหนุ่มหลับตาลงพลางพึมพำแบบนั้น

            เวลาผ่านไปหนึ่งวินาที...สองวินาที....

            สามวินาที...จนถึงตอนนี้ก็ยังมีสตินับเวลาได้

            ยังไม่ตาย

            อิงศรปรือตามองตรงไปข้างหน้า ดาบของมิ่งขวัญหยุดค้างอยู่ตรงนั้นห่างลำคอไปแค่ไม่กี่เซนติเมตร

            มิ่งขวัญพูด

            "ศร..."

            น้องชายกำลังใช้มือซ้ายจับแขนขวาเพื่อหยุดดาบ สีหน้าทรมานเหมือนกำลังฝืนทำเรื่องยากลำบาก

            "ศ...ศรหนีไป"

            จากนั้นมือที่จับแขนขวาก็เหมือนจะกำแน่นยิ่งขึ้น

            จนกระทั่งได้ยินเสียงปริแตกของกระดูก

            "อึก.."

            เสียงครางของมิ่งขวัญไม่น่าจะฟังผิดหมอนี่กำลังฝืนแขนตัวเองจนถึงขั้นต้องหักกระดูก

            ดาบทยอยห่างออกไปจากลำคอเรื่อยๆ เสียงกระดูกหักปริแตกดังกึกๆ

            ใบหน้าของมิ่งขวัญบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวดแต่เด็กหนุ่มก็ยังไม่หยุดที่จะหักแขนตัวเอง

            ดูเหมือนว่าที่น้องชายกำลังต่อสู้อยู่จะไม่ได้มีแค่แขนขวาแต่มือซ้ายเองก็เริ่มจะถูกชิงการควบคุมคืน มือคลายตัวออกเล็กน้อยแล้วก็กลับมาจับแน่นอีกเป็นอยู่อย่างนั้นซ้ำๆ ไปมา

            ตอนนั้นเองมิตราพุทธะก็พูด

            "ต่อต้านการควบคุมงั้นรึ ดื้อด้านจริง"

            แยกเขี้ยวเหมือนกำลังโมโห

            ทันใดนั้น...

            ก็ปรากฏประตูกระดาษแบบญี่ปุ่นขนาบสองข้างปีศาจ พอเห็นแบบนั้นอิงศรก็ย้ายสายตาไปทางแผ่นดินที่พวกซากิริอยู่กัน

            เป็นไปอย่างที่คาดคิดไว้อิซานามินั่นเองหล่อนชักดาบแล้ว

            บางทีคงรอจังหวะที่ศัตรูเผลอเพื่อใช้สกิลที่เคยจัดการกับโลกิตอนที่อยู่บนรากอาคาชิกเรคคอร์ด

            ประตูกระดาษปรากฏขึ้นทั้งด้านหน้าและด้านหลังพวกมันเลื่อนปิดพร้อมๆ กัน บานประตูปิดทับกันสนิททีนี้มิตราพุทธะก็จะถูกสังหารเบื้องหลังฉากที่บานประตูสร้างขึ้น

            แต่ทว่า

            “อ่อนหัด!”

            เสียงตะหวาดของมิตราพุทธะดังกึกก้องเหมือนเสียงคำรามของสิงโตจากนั้นบานประตูก็ถูกไฟเผาจนมอดไหม้ในพริบตา

            เบื้องหลังบานประตูที่ไหม้เกรียมเป็นเถ้าถ่านปรากฏศีรษะของงูยื่นออกมาเป็นตัวเดียวกับที่พันอยู่รอบตัวมิตราพุทธะ ในปากยังมีสะเก็ดไฟปะทุให้เห็นอยู่คงจะเป็นมันนั่นเองที่เผาประตู

            อิซานามิที่ร่ายสกิลอยู่บนแผ่นดินอีกฝั่งพูด

            “หวาย…ไม่ได้ผลเหรอเนี่ย”

            ฟูที่อยู่ด้านข้างซากิริหันกลับไปถามโซเดียมราชครูมนุษย์ต่างดาวที่อยู่ด้านหลัง

            “นี่คุณป้าทำอะไรไม่ได้เลยเหรอเวลตั้งเป็นร้อยนี่”

            โซเดียมทำท่าไม่พอใจ

            “อย่าเรียกว่าป้าสิคะแล้วดิฉันเองก็เป็นสายอาชีพโคลสเซอร์เหมือนคุณนั่นแหละค่ะไม่มีสกิลไหนโจมตีขึ้นไปถึงหรอก”

            เป็นอย่างที่ว่ามิตราพุทธะลอยตัวอยู่เหนือแผ่นดินที่พวกเขายืนกันแถมด้านล่างก็เป็นท้องฟ้าไร้ก้นไม่มีช่องให้จู่โจมได้

            กลับกันอีกฝ่ายสามารถโจมตีใส่ทางนี้ได้อย่างอิสระ

            ทันทีที่มิตราพุทธะหันมาทางพวกเขางูที่พันวนรอบตัวนั้นก็อ้าปากแล้วพ่นไฟลงมา

            เน็กส์ที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มเคลื่อนไหวตอบสนองการโจมตีนั้น

            “มหาวาโย!”

            เด็กชายปรายไม้เท้าขึ้นไปด้านบนขณะที่ร่ายสกิล สร้างลมพายุขนาดใหญ่ขึ้นมาพัดไฟให้กระจายออกไปก่อนจะตกลง แต่อากาศจากลมที่ซัดเข้าไปทำให้ไฟขยายตัวจนเกิดระเบิดเสียงดังกัมปนาท

            ไฟแตกเป็นสะเก็ดกระจายตกไปทั่วทั้งพื้นที่มีบางส่วนที่ตกลงมายังกลุ่มของพวกเขา

            ทุกคนพากันวิ่งหนีและปัดป้องสะเก็ดไฟที่โปรยลงมาเป็นพัลวัน เว้นแต่เน็กส์ที่ยังติดดีเลย์การร่ายสกิลทำให้ยังขยับตัวหนีไปจากที่เดิมไม่ได้

            ฟูวิ่งเข้ามาดึงตัวเด็กชาย

            “เน็กส์!”

            แล้วกอดไว้หันหลังเอาตัวคุ้มครองจากสะเก็ดไฟแทนสะเก็ดไฟตกลงบนหลังของเด็กหนุ่ม เขาส่งเสียงครางเพราะพยายามทนเอาไว้

            “อึก”

            มิตราพุทธะพูดว่า...

            “จัดการพวกเกะกะก่อนดีกว่าล่ะมั้ง มานี่ผู้ถูกฟันเฟืองเลือกของข้า”

            แล้วสั่งให้มิ่งขวัญมาทางนี้

            มิ่งขวัญที่พยายามฝืนร่างกายตัวเองจนถึงเมื่อครู่ถูกบังคับให้ร่ายสกิล

            “โปร...โตชิลด์”

            แสงสว่างอาบลงบนโล่ ในตอนนั้นเองหน้าจอสื่อสารที่พักตัวเองอัตโนมัติไปแล้วก็กระดอนขึ้นมาเสียงของซากิริติดเข้ามาว่า

            “อย่าให้น้องชายเธอร่ายเวพอนไนซ์ได้นะเจ้านั่นมันคิดจะให้เขาข้ามาจัดการพวกเรา”

            แต่มันสายเกินไป...ตอนที่คำพูดจบลงปากของมิ่งขวัญก็ขยับร่ายสกิลที่ว่าไปเป็นที่เรียบร้อย

            “เว..พอนไนซ์”

            เด็กหนุ่มฝืนประกาศถ้อยคำอย่างยากลำบากแต่ก็หยุดมันไว้ไม่ได้ ดาบแสงที่มีพลังสามรูปแบบกับโล่ที่อาบพลังแห่งแสงไว้ทั้งหมดครบเงื่อนไขของสกิลเป็นที่เรียบร้อย

            สกิลไม้ตายทำงาน ฉากร่ายกับมังกรที่เป็นเครื่องทำสวนศักดิ์สิทธิ์ดำเนินไปอย่างบทละครที่ถูกวางเอาไว้จนกระทั่งช่วงเวลาที่ถูกหยุดด้วยผลของสกิลสิ้นสุดลง มิ่งขวัญก็...

            “โกลด์กาแลนต์”

            กลายเป็นอัศวินทองคำ สยายปีกเตรียมจะทะยานขึ้นไปยังแผ่นดินอีกฟากที่พวกซากิริอยู่กัน

            มิ่งขวัญคงจะฆ่าหมดทุกคนที่อยู่บนนั้นโดยใช้เวลาไม่นาน

            หรือไม่ก็ถูกฆ่าจากน้ำมือของราชครูมนุษย์ต่างดาวที่อยู่บนนั้นด้วย

            จะอย่างไหนก็ไม่ใช่เรื่องดีทั้งนั้นจะให้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด...อิงศรคิด

            เด็กหนุ่มเค้นแรงเฮือกสุดท้ายที่ได้คืนมาจากพักในระหว่างที่มิตราพุทธะยังสาละวนอยู่กับทางนั้นเข้าไปคว้าตัวมิ่งขวัญไว้

            “ไม่ยอมหรอกน่า!”

            พยายามอย่างเต็มที่ที่จะดึงยื้อไม่ให้ออกจากที่นี่

            มิ่งขวัญก็พยายามดึงร่างกายตัวเองไม่ให้บินออกไปเช่นกันรู้สึกว่าเป็นอย่างนั้นเพราะเหมือนมีแรงดึงที่ช่วยไม่ให้เขาถูกลากไปง่ายๆ คอยช่วย

            มิตราพุทธะที่เห็นแบบนั้นก็ออกคำสั่ง

            “งั้นแกก็ตายคนแรกเลยก็แล้วกัน”

            หอกในมือน้องชายหันกลับมาแทงเข้าที่อกซ้าย

            อิงศรถูกหอกดันออกไป ปลายหอกเล็งที่หัวใจแทงทะลุผ่านเสื้อกับเครื่องป้องกันเข้ามาอย่างง่ายดาย

            มิ่งขวัญร้องตกใจ

            “ศร!”

            ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก แววตาเหมือนกับจะร้องไห้

            อิงศรทรุดตัวลงทั้งที่ลำตัวยังคาอยู่ในหอกอย่างนั้น

            “ไม่!!”

            มิ่งขวัญกรีดร้อง เขาอยากที่จะดึงตัวพี่ชายออกจากหอกแต่กลับทำไม่ได้

            ร่างกายไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง

            มิตราพุทธะยิ้มอย่างมีชัยแล้วเริ่มกล่าว

            “ไหนดูซิ ถ้าข้าจำไม่ผิดหอกทองคำนั่นสามารถยับยั้งความสามารถทั้งหมดของสิ่งที่มันสังหารไปอย่างนั้นสินะแล้วในกรณีของฟันเฟืองจะเป็นยังไงกันนะ”

            ระหว่างนั้นเองมือของมิ่งขวัญก็ขยับกดหอกให้ลึกยิ่งขึ้น

            “หยุดนะ...หยุด!”

            มิ่งขวัญร้องสบถอย่างเจ็บแค้น

            เจ็บใจที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้

            เจ็บใจที่กลายเป็นหุ่นเชิดของศัตรู

            มือที่กดคมหอกเข้าไปในอกของอิงศรไม่ขยับอีกดูเหมือนว่าจะไปติดถูกซี่โครงที่ไหนเข้าซักแห่งหรือไม่ก็แรงบังคับของมิตราพุทธะมีอยู่แค่นี้

            “พลังชีวิตไม่ลด แทงตื้นไปงั้นรึ”

            พลังชีวิตของอิงศรไม่ลดลงไปเพราะจำนวนกับสภาพร่างกายไม่สอดคล้องกันหรือก็คือแทงไม่โดนจุดสำคัญซึ่งส่งผลอันตรายต่อชีวิตจึงเหมือนแทงใส่ซากศพ

            แรงที่ส่งไปยังมือให้กดคมหอกเปลี่ยนทิศดึงมันกลับออกมาแล้วเงื้อขึ้น

            อีกฝ่ายกะจะให้เด็ดคอพี่ชายด้วยคมหอกนี้

            แต่มิ่งขวัญขัดขืน

            “ไม่ยอมหรอก”

            แล้วหาทางขยับอวัยวะทั้งหมดที่สามารถจะชิงคืนจาการควบคุมได้

            ขยับขาข้างขวาได้

            ขยับแขนข้างซ้ายได้

            ขยับช่วงลำตัวได้

            แค่นั้นก็เพียงพอ มิ่งขวัญขยับทุกส่วนที่ทำได้พาให้ร่างกายโน้มไปอีกทาง

            พยายามออกห่างจากอิงศรให้มากที่สุดจนกระทั่งลงมาฟุบอยู่กับพื้น

            ทันใดนั้นอสรพิษสีแดงที่พันรอยตัวมิตราพุทธะก็อ้าปากพ่นไฟมาทางนี้

            คงคิดจะเผาอิงศรไปพร้อมกันเลยเพราะด้วยจำนวนพลังชีวิตที่ต่างกันอิงศรจะต้องตายก่อนอย่างแน่นอน

            ต้องลุกขึ้นเอาตัวกำบังอิงศรไว้…แต่ถ้าลุกก็จะเสียการควบคุมร่างกายจนถูกใช้เป็นเครื่องมืออีก

            ไฟบรรลัยกัลป์คืบคลานเข้ามา สองพี่น้องยังคงไม่ขยับออกจากจุดเดิม

            “กาแล็กซี่อิลิมิเนชั่น!”

            มิ่งขวัญเค้นแรงสุดท้ายตะโกนออกมาในเสี้ยววินาทีที่ลามเข้ามา

            เกิดเสียงดังฟุ่บพร้มอกับแสงสว่างแล้วร่างของสองพี่น้องก็อันตรธานหายไปจากที่ตรงนั้น

            รวมถึงมิตราพุทธะ…

            “หายไปแล้ว”

            ซากิริที่อยู่อีกฝั่งพูดขึ้น

            หายไปพร้อมกันในทันทีที่มิ่งขวัญใช้สกิลตัดมิติเพื่อหลบออกไปจากการโจมตี ไฟจึงลอยไปตกกระทบพื้นด้านหลังแทน

            สมมติฐานหนึ่งที่พอจะอธิบายเรื่องนี้ได้แล่นเข้าสมองหล่อนจากนั้น…

            “หรือว่า…”

            ก็พึมพำคำพูดด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีนัก

            และแล้ว แสงสว่างก็ปรากฏขึ้นตรงจุดที่สองพี่น้องหายไป

            พวกเขากลับมาในสภาพเดิมรวมถึงมิตราพุทธะก็โผล่มาที่จุดเดิมของมัน

            มิตราพุทธะยังไม่ละความพยายามแล้วให้อสรพิษคู่กายพ่นไฟอีกครั้ง

            แต่ทว่า อิงศรที่น่าจะลุกไม่ไหวอีกก็พุ่งออกมาข้างหน้า

            ดึงเอาผ้าสีขาวออกมาจากด้านในเสื้อเครื่องแบบสะบัดมันให้กางออกเป็นโล่กำบังไฟไว้แล้วหันไปเรียกปีศาจที่ปล่อยทิ้งไว้ตอนที่ใช้สกิลมหาเขตแดนไกลพ์นิล

            “เมอร์คาบาห์!”

            ผ้าคลุมที่ใช้ต้านทานเพลิงบรรลัยกัลป์กำลังมอดไหม้และใกล้จะฉีกขาดจากการกันเป็นชิ้นๆ

            เมอร์คาบาห์ที่ได้รับคำสั่งทะยานตรงเข้ามาอุ้มตัวสองพี่น้องบินข้ามไปอีกฟากของแผ่นดินจังหวะนั้นเองผ้าคลุมก็ขาดออกจากกันและปล่อยให้ไฟไหลบ่าลงมา

            หลบได้อย่างหวุดหวิด

            มิ่งขวัญเพ่งสายตามองไปที่ผ้าคลุมผืนนั้นแล้วก็เริ่มมั่นใจขึ้นมาว่า

            “ผ้าคลุมนั่นจำได้ว่าทิ้งไปตอนอยู่ในทางน้ำนี่”

            อิงศรตอบ

            “เก็บได้ที่ทางน้ำเหมือนกันนั่นของนายเองเรอะ....”

            ทว่า หอกของมิ่งขวัญก็เอื้อมแทงใส่ท้งของเมอร์คาบาห์

            หอกทะลวงไปถึงด้านหลัง ปีศาจสิ้นใจลงตรงนั้นทำให้พวกเขาร่วงลงมากระแทกพื้น

            มิตราพุทธะเอ่ยมาว่า

            “ทีนี้ก็ไม่มีตัวหมากให้ใช้แล้วยอมตายเสียที่นี่เถอะ”

            แล้วควบคุมมิ่งขวัญให้ลุกขึ้น

            แต่มิ่งขวัญขัดขืน เด็กหนุ่มปักหอกลงบนพื้นแล้วฝืนร่างกายจับหอกไว้แบบนั้นเพื่อไม่ให้ร่างกายขยับไปทำร้ายพี่ชายอีก

            “…”

            มิตราพุทธะเห็นเช่นนั้นก็เปลี่ยนเป็นดึงเขี้ยวหน้าตัวเองออกมาหมายจะใข้เป็นอาวุธสังหาร

            “เอาล่ะนะ!”

            มีเสียงของผู้หญิงดังมาจากแผ่นดินฝั่งพวกซากิริ โซเดียมกระโดดขึ้นมาจากตรงนั้นแบกตัวฟูขึ้นมาด้วย

            พอขึ้นไปถึงความสูงระดับหนึ่งหล่อนก็จับฟูเหวี่ยงใส่มิตราพุทธะ

            ฟูที่กระโจนเข้าไปพร้อมกับค้อนยักษ์เริ่มเปลี่ยนรูปร่าง ใบหน้ามีขนสีดำขึ้นปกคลุมและยืดออกเหมือนสุนัขใบหูแหลมเรียว มัดกล้ามขยายตัว

            มนุษย์หมาป่า…ฟูกลายร่างเป็นปีศาจแบบนั้นพลางทำท่ากระโดดเหยียบอากาศทะยานขึ้นไปหามิตราพุทธะแล้วหวดค้อน

            “ทอร์แฮมเมอร์!!”

            พริบตาหนึ่ง ก่อนที่ค้อนจะสัมผัสถูกเป้าหมายก็บังเกิดสายห้าฟาดลงมาที่หัวค้อน

            จากนั้นค้อนก็ฟาดใส่ลำตัวของมิตราพุทธะ

            มันกระอักเลือดในทันที แต่ฟูไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นเด็กหนุ่มพลิกตัวกลับและดึงค้อนให้งัดตัวของมิตราพุทธะขึ้นมาเหวี่ยงเสียหนึ่งรอบแล้วลากลงไปบนพื้นทั้งแบบนั้น

            ตูม!! ค้อนทุบร่างของปีศาจลงบนผืนแผ่นดิน เกิดระเบิดเสียงดังกึกก้อง พื้นยุบตัวแตกลงไปเป็นหลุม แรงสะเทือนส่งไปทั่วทั้งแผ่นดิน แต่ปลายทางที่ค้อนนำไปนั้นไม่มีร่างของมิตราพุทธะอยู่ บางทีคงจะดับสูญไปพร้อมกับเสียงระเบิด

            อิงศรมองดูความเสียหายตรงนั้นอย่างฉงนระคนสงสัย มันไม่ใช่ความเสียหายที่เด็กเพียงคนเดียวจะทำได้น่าจะเป็นผลพวงมาจากร่างมนุษย์หมาป่าและบางทีคงไม่ใช่แค่ฟูคนเดียว

            ทั้งเน็กส์ แล้วก็มิกซ์ พลอยกับนิว ที่ไม่ได้อยู่ที่นี่เหล่าเด็กกำพร้าทั้งห้าคงจะถูกทำให้กลายเป็นเดโมนอยด์อย่างสมบูรณ์ไปแล้ว

            ฟูถอนค้อนขึ้นมาแล้วแบกมันไว้บนบ่า

            “เท่านี้ก็ได้เอาคืนซักที”

            พูดอย่างนั้นแล้วทำหน้าเหมือนเพิ่งประสบความสำเร็จในการทำเรื่องใหญ่มา

            เพราะมิตราพุทธะก็คืออวโลกิตะคนที่ชักเชิดเหล่าเด็กกำพร้าเหมือนเป็นตุ๊กตาและบางทีคงจะเป็นหนึ่งในตัวการที่สร้างเดโมนอยด์สำหรับฟูนี่คือการแก้แค้นที่คิดว่าสาสมกับสิ่งที่ทำเอาไว้

            “โชเน็นระวังตัวด้วยมิตราพุทธะที่พวกเธอจัดการไปนั่นเป็นกายทิพย์ตัวจริงของมันน่าจะยังฝังตัวอยู่ในหัวใจของน้องชายเธอ”

            เสียงของซากิริดังออกมาจากหน้าจอสื่อสาร

            พอได้ยินแบบนั้นทั้งอิงศรและฟูต่างก็หันควับไปที่มิ่งขวัญ

            “…”

            มิ่งขวัญสีหน้าทรมานแถมยังเกร็งจนสั่นไปทั้งตัว ที่สำคัญกว่านั้นเริ่มมองเห็นสีแดงรางๆ ปรากฏขึ้นรอบตัวมิ่งขวัญ

            มันชัดขึ้นเรื่อยๆ

            สิ่งนั้น...คือแขน

            แขนสีแดง แขนของมิตราพุทธะที่เหมือนกับงอกออกมาจากรางกายของมิ่งขวัญกำลังจับแขนขาเจ้าตัวไว้

            เหมือนพวกมันพยายามจะบังคับให้มิ่งขวัญขยับไปตามที่มันต้องการ

            ‘ฮะๆๆ เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นมนุษย์อยู่อีกเหรอ’

            ได้ยินเสียงของมิตราพุทธะดังสะท้อนมาจากตัวมิ่งขวัญ

            เสียงนั่นพูดแต่เรื่องที่จะทำร้ายจิตใจ

            ‘ทั้งที่เมื่อสามปีก่อนเจ้าเป็นสาเหตุให้ทุกคนต้องตาย เจ้าทิ้งพี่ชายไปแล้วเอาตัวเองรอดจากความเศร้า’

            เสียงของมิตราพุทธะดังซ้อนกันออกมาราวกับว่าแขนแต่ละข้างสามารถพูดได้

            คำพูดว่าร้ายเสียๆ หายๆ ซ้อนทับกัน

            ‘เจ้าคนเห็นแก่ตัวเอ้ย อย่างเจ้าไม่มีค่าพอให้เป็นมนุษย์หรอก’

            ‘อ้อไม่ใช่แล้วสิเพราะว่าตอนนี้เจ้าน่ะเป็นสัตว์ประหลาด สัตว์ประหลาดที่มีชื่อว่ามนุษย์ตางดาวยังไงล่ะ’

            ‘เอ้าเอ้า สัตว์ประหลาดก็ต้องทำตามหน้าที่สิจงไปฆ่าพวกมนุษย์ซะคนบาปหนาแบบเจ้าไม่มีวันได้ดีหรอก’

            บางทีคำพูดพวกนั้นอาจจะพิจารณามาแล้วว่าใช้ทำร้ายมิ่งขวัญได้เป็นคำพูดที่กลั่นมาจากด้านมืดในใจ

            จงใจเล่นงานจิตใจให้อ่อนแอเสียก่อนที่จะครอบงำเจ้าของร่างเหมือนกับที่เอลิกอร์เคยทำกับเขา

            คำพูดครอบงำของปีศาจยังคงดังก้อง

            มันกู่ร้องว่ามิ่งขวัญกระทำบาปอันร้ายแรง

            มันกู่ร้องว่าน้องชายไม่สมควรเป็นคน

            รู้สึกได้ว่าเลือดภายในตัวเดือดขึ้นมาเล็กน้อย

            “หุบปากซะไอ้โพธิสัตว์เฮงซวย!”

            พอได้ยินที่อิงศรตะหวาด มิ่งขวัญก็หันมาทางนี้พร้อมกับใบหน้าอ่อนแอ

            เสียงของมิตราพุทธะพยายามจะตอกย้ำความอ่อนแอ

            ‘นั่นไงเอาอีกแล้วทำให้พี่ชายลำบากอีกแล้วเจ้าคนอ่อนแอปกป้องตัวเองไม่ได้’

            มิ่งขวัญแววตาสลดลง

            เห็นแบบนั้นเข้าอิงศรก็สูดลมหายใจเข้าแล้วผ่อนออก

            เรียบเรียงคำพูดไว้ในหัว สมิงอันปราดเปรื่องเร่งหมุนเต็มกำลังด้วยความรู้สึกอยากปกป้องครอบครัว

            ครั้งหนึ่ง ในตอนที่กำราบมังกรซึ่งเป็นจ่าฝูงสัตว์เทวะที่อ้างตนเป็นเทพเด็กหนุ่มได้พูดไว้...

            มนุษย์อัปลักษณ์เพราะโลภมากงั้นเหรอ ก็รู้ดีสมเป็นเทพเลยนะ

            มนุษย์น่ะถ้าเพื่อครอบครัวหรือพวกพ้องแล้วจะให้กลายเป็นฆาตกรหรือต้องลบหลู่เทพก็ทำทั้งนั้นล่ะ เพราะงั้นแกก็จงเจ็บใจที่ถูกมนุษย์แสนอัปลักษณ์นั่นกำจัดไปซะเถอะสัตว์เทวะ

            ความทรงจำเกี่ยวกับมิ่งขวัญถูกขนมาเตรียมพร้อม คำพูดที่จะใช้จู่โจมก็พร้อมแล้ว

            ถ้าหากฝ่ายโน้นคิดจะตีฝีปากกันล่ะก็ทางนี้ก็ได้เปรียบเต็มประตูเพราะมิง่ขวัญคือน้องชายที่ไม่มีใครจะรู้จักดีไปกว่าเขาเองอีกแล้ว

            อิงศรเริ่มพูด

            “ขวัญนายน่ะคิดอย่างงั้นจริงๆ เหรอ คิดว่าตัวเองจะถูกรังเกียจเพราะเป็นสัตว์ประหลาดงั้นเหรอ ถ้านายคิดแบบนั้นฉันก็จะบอกให้ฟังเองว่ามันไม่ใช่เลย”

            ...

            “นายน่ะช่วยชีวิตฉันไว้ตอนที่สู้กับสัตว์เทวะจ่าฝูงครั้งแรกถ้าตอนนั้นนายไม่มาฉันก็คงตายไปแล้วตอนนั้นก็เหมือนกันที่พวกเราได้มาเจอกันอีกครั้งในรอบสามปีถ้านายไม่ได้เป็นมนุษย์ต่างดาวนายก็ไม่มีทางช่วยฉันจากดาบของลิเธียมได้ แล้วเมื่อกี้ถ้าไม่ใช่เพราะผ้าคลุมของนายฉันก็คงตายไปแล้วเหมือนกันนายน่ะจริงๆ แล้วช่วยทุกคนเอาไว้ต่างหาก จะปีศาจหรือสัตว์ประหลาดไม่ว่ายังไงนายก็ยังเป็นน้องชายของฉัน!

            ตอนนั้นเองฟูที่อยู่ห่างออกไปก็พูดเสริมเข้ามา

            “ใช่แล้วล่ะ ขวัญนายยอมเลเวลอัพเพื่อช่วยฉัน ช่วยมิกซ์ ช่วยพลอย แล้วก็เน็กส์กับนิว เพราะนายช่วยจัดการเจ้าอวโลกิตะนั่นพวกฉันถึงได้เป็นอิสระอีกครั้งนะ ดูสิฉันคนนี้ยืนยันให้กับปากเลยเชียวนะ”

            อิงศรพยักหน้าให้คำพูดนั้นฟูเข้าใจพูดได้ถูกจังหวะพอดี

            แล้วจากตรงนี้ไปก็จะเป็นการตัดสิน...

            “เพราะงั้นอย่ายอมแพ้มันเชียวล่ะถ้าเป็นนายต้องทำได้อยู่แล้วเอาชนะปีศาจในใจให้ได้แล้วกลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งสิ!”

            ‘เห่าเข้าไปเถอะคิดรึว่าคำพูดตื้นๆ พรรค์นั้นจะทำให้ความมืดในใจของมนุษย์มันหายไป...อะ...อะไรกันเนี่ย’

            ถึงตรงนี้แขนที่พยายามจับมิ่งขวัญให้อยู่ใต้อาณัติก็เริ่มจะอ่อนแรง ไม่สิถูกสู้คืนด้วยแรงของมิ่งขวัญล้วนๆ เลยต่างหาก

            สีหน้าของน้องชายสดใสขึ้นแล้วหยาดน้ำที่คลออยู่บนดวงตามาตั้งแต่เมื่อครู่ก็หลั่งไหล

            ไม่ใช่ความเศร้าเสียใจเลย

            นั่นมันน้ำตาแห่งความสุข

            มนุษย์ต่างดาวควรจะร้องไห้ไม่ได้ แต่ก็เพราะแบบนั้นถึงทำให้เข้าใจขึ้นมา....

            “มิตราพุทธะฉันไม่เชื่อคำพูดของแกอีกแล้ว ฉันจะต่อสู้เพราะว่าทุกคนรอฉันอยู่ถ้าเอาชนะแกได้ทั้งศร ฟู มิกซ์พลอยเน็กส์นิว ทุกคนจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกฉันในตอนนี้น่ะมีความสุขที่สุดเลย”

            มิ่งขวัญพูดทั้งน้ำตา

            หมอนั่นยิ้ม...

            รู้สึกว่าไม่ได้เห็นรอยยิ้มอย่างร่าเริงนั่นมานานแค่ไหนกันแล้วนะ สมัยเด็กๆ หมอนั่นมักจะยิ้มอย่างร่าเริงเสมอถึงจะน่าหมันไส้แต่นั่นก็คือมิ่งขวัญ           

            เพราะมิ่งขวัญเป็นพวกซื่อตรงกับความรู้สึก

            ซื่อขนาดที่คำพูดน้ำเน่าพรรค์นั้นจะกลายเป็นพลังให้ได้แล้วก็เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่เอามากๆ

            ...ดังนั้นสาเหตุของการร้องไห้ได้จะเป็นอะไรก็ช่าง

            ‘สว่างไสว คงจะนิยามมิ่งขวัญได้อย่างเหมาะสมที่สุดหมอนั่นเปล่งประกายอย่างทะเยอทะยานอยู่เสมอ

            ราวกับลูซิเฟอร์เทวทูตผู้หยิ่งผยองมากไปจนถูกขับไล่ลงมาจากสรวงสวรรค์

            แล้วนี่ก็คงเป็นชะตากรรม

            หรือว่าโชคชะตากันล่ะ สองอย่างนี้แตกต่างกันแค่ทางแรกเป็นทางที่ไม่สามารถเลือกได้ด้วยตัวเองกับทางที่จะเลือกหรือไม่ก็ได้

            ในตอนนั้นเองประกายแสงที่ไม่รู้ว่าเป็นชะตากรรมหรือโชคชะตาก็ร่วงโรยลงมา

            ราวกับเทวทูตที่ร่วงหล่นจากสวรรค์

            เทวทูตที่มีชื่อเรียกว่าอาคานาร์

            หน้าจอสื่อสารของมิ่งขวัญกระเด้งตัวเปิดออกฉายภาพใบหน้าของซีลอร์ด

            ‘น้ำตานั้นไม่ได้หลั่งเฉพาะเวลาที่โศกเศร้า การเข้าใจในสิ่งนั้นคือการก้าวเดินไปข้างหน้าของเธออย่างนั้นสินะมิ่งขวัญผู้ถูกฟันเฟืองเลือก อาคานาร์เปล่งประกายแล้ว วงล้อแห่งโชคชะตาได้เคลื่อนตัวหมุนไปข้างหน้าเอาล่ะจงทำให้มหาโชคชะตาเบิกบานสิ’

            แล้วหน้าจอก็หายไป

            มิ่งขวัญฝืนเอื้อมแขนออกไป คว้าอาคานาร์ไว้

            ไม่รู้ว่าหมอนั่นเข้าใจรึเปล่าว่านั่นมันหมายความว่วอย่างไร

            แต่อาคานาร์ก็ตอบสนองต่อความปรารถนาของมิ่งขวัญไปแล้ว อาคานาร์ซึ่งกลับหัวและสีซีดรูปภาพบนอาคานาร์คือกงล้อแห่งชะตากรรม วีลออฟฟอร์จูน หนึ่งในไพ่เมเจอร์อาคานาร์ทั้ง 22 แบบ

            เจ้าคือข้า....ข้าคือเจ้า

            เสียงของอาคนาร์สดใสดังหยาดน้ำค้างจากนั้นจึงเปล่งแสง

            ลอยออกจากมือของมิ่งขวัญแล้วระเบิดออกกลายเป็นวงจรแสง

            แผนผังคลิฝอธแบบเดียวกับตอนที่สร้างเมอร์คาบาห์

            ตอนนั้นเองก็มีปีศาจออกมาจากหอกกับโล่ รู้สึกจะเป็นเดม่อนแอพที่มิ่งขวัญใช้อยู่เป็นประจำ

            เซราฟหรือเทวทูตหกปีกตนหนึ่งมีรูปร่างวิปริตเหมือนพวกเทวทูตของเมตไตรยมีแต่ใบหน้าและมีปีกงอกออกจากใบหน้าพ่วงมาด้วยมือกับแขนสองข้างคอยหิ้วประคองไว้นั่นคงจะเป็น มิคาเอลเดม่อนแอพที่มีพลังในการคุ้มครอง

            อีกตนเป็นปีศาจหกปีกเช่นกันรูปร่างเหมือนมนุษย์ผิวกายหยาบกร้านคล้ายเกล็ดมีเขางอกจากหน้าผากใบหน้าดุร้ายแต่กลับมีรอยยิ้นมหยิ่งผยองคงจะเป็น ลูซิเฟอร์เดม่อนแอพที่มพลังในการฟื้นฟูแอพพลิเคชั่นปีศาจด้วยกัน

            ปีศาจทั้งสองกลายเป็นอาคานาร์

            ลูซิเฟอร์กลลายเป็นเดอะเสตร็งท์และมิคาเอลกลายเป็นเดอะจัสติส

            อาคานาร์ไหลเข้าไปในวงเวทคลิฝอธ

            วงกลมคลิฝอธทั้งสิบวงยุบรวมเป็นหนึ่งเดียวพร้อมกับปรับจูนวิญญาณสองดวงที่ใส่เข้าไป

            วิญญาณกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน อาคานาร์คืนชีพ

            ชะตากรรมที่มีชื่อว่า วงล้อแห่งโชคชะตา สยายปีกอันงดงามสดใสราวกับกระจก

            ปีศาจผู้อ่อนเยาว์ตัวเล็กราวกับเด็กสวมชุดโทก้าสีขาวได้โอบอุ้มมิ่งขวัญไว้ด้วยปีกอันงดงาม

            มีรูปโฉมอันเป็นอุดมคติของเทวทูต ผมสีบลอน ใบหน้าสงบนิ่งแต่กลับมีเขาสีดำงอกอยู่บนหน้าผากราวกับปีศาจ แต่ถึงกระนั้น...

            ก็ยังงดงามอยู่ดี

            ใบหน้าของปีศาจคล้ายกับมิ่งขวัญราวกับมีมิ่งขวัญอีกคนปรากฏตัวขึ้นมา




***เมื่อวานลืมไปว่าต้องลงเพิ่งมานึกได้ทีหลังเลยช้าไปวันหนึ่งขอภัยด้วยครับ แล้วก็ไหนๆแล้วช่วงนี้ไรท์เริ่มสังเกตตัวเองแล้วว่าเวลาที่เหมาะในการเขียนต้นฉบับกับเวลาชีวิตมันไม่สอดคล้องกันมาซักพักแล้ว(เหมือนคนรอบตัวไรท์จะรู้วันที่ไรท์ต้องปั่นต้นฉบับเลยจงใจแกล้งให้งานยังไงไม่รู้) จึงขอประกาศย้ายเวลาอัพเดทตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไปเลื่อนไปจากปกติหนึ่งวันก็จะกลายเป็น วันอังคาร พฤหัส เสาร์ กับอีกเซ็ตคือ วันจันทร์ และ วันพุธ ตามนี้ครับอาทิตย์หน้าเจอกันวันอังคารเน่อ!! อย่าจำวันผิดนะคร้าบบ***

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

318 ความคิดเห็น

  1. #169 ดิวดิ้ว (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 19:51
    มันเป็นมุก เพิ่มพลัง ของ persona ยังไงละ 
    #169
    0
  2. #121 raigeki (จากตอนที่ 121)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2560 / 18:33
    รู้สึกช่วงนี้ไรต์ใช้มุขซำ้บ่อยอะ ควบคุม
    พลังมิตรภาพ หาย วนลูป
    #121
    1
    • #121-1 R@ji(จากตอนที่ 121)
      16 มิถุนายน 2560 / 19:48
      TwT มิปฏิเสธฮะไรท์ก็ตันๆ เพราะอยู่ช่วงซ่อมพล็อตที่หลุดไปกลางทางบวกอยู่ในช่วงอัพเกรดทีมพระเอกด้วย ถึงต้นเหตุมันจะเป็นเพราะรียูสอวโลกิตะมาใช้เลยทำให้พล็อตมันลูปไปรอบเหลือของกวินทร์อีกคนจะเคลียกับพี่สาวแล้วเอาเข้าฮาเร็มเอ้ยเข้าตี้พี่บุญธรรมได้หรือไม่รอลุ้นกันปายยย (หึๆๆๆ :หัวเราะเสียงม)
      #121-1