ตอนที่ 15 : ความรู้สึกที่ยังไม่ชัดเจน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 มิ.ย. 59

ณ ห้องสมุด

“แบร์ เธอเคยรู้สึกแปลกๆกับแองจี้บางไหม?” มานีเอ่ยขึ้นในขณะที่เราติวหนังสือเพื่อที่จะสอบในอาทิตย์หน้า

“แบบไหนหรอ?”

“แบบบางทีอยู่ดีๆก็ร้อนวูบวาบ ใจเต้นตึกตัก อะไรประมาณนั้น” ฉันหยุดอ่านหนังสือแล้วมองหน้ามานีที่นั่งเขียนสรุปวิชาภาษาไทยอย่างขะมักเขม้น

“มะไม่มีเลยนิ ก็แองจี้เป็นเพื่อนฉันนิ ฉันจะไปรู้สึกอะไรแบบนั้นกับเพื่อนได้ยังไง!!” ฉันเอามือมาปิดหน้าไว้อย่างเขินอาย ใจเต้นตึกตัก รู้สึกร้อนวูบวาบ วันที่ฉันกุมมือแองจี้ไว้มันเป็นความรู้สึกแบบเดียวกันที่มานีว่ามาหรือเปล่านะ?

“งั้นหรอ” มานีเงยหน้าขึ้นมามองฉันแล้วทำหน้านิ่งๆ ก่อนจะก้มหน้าอ่านหนังสือต่อ

“ไง~ติวกันถึงไหนแล้ว” เสียงของนางฟ้าประจำกลุ่มดังขึ้น ฉันกับมานีหันไปมองเจ้าของเสียงก่อนจะหันกลับไปอ่านหนังสือ

“แบร์ เธอเป็นอะไรมากไหม?” แองจี้เดินมานั่งข้างๆฉันทั้งๆที่เก้าอี้ในห้องสมุดก็มีเยอะแยะ

“เปล่านิ” นั่นสิฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรนิเนอะ ไหงทกกันแบบนั้น

“ไม่มีคนปกติที่ไหนเขาอ่านหนังสือกลับหัวรู้เรื่องหรอกนะจ้ะ ยัยหมีพันธุ์ปลาทอง” เธอพูดพลางหยิบหนังสือของฉันกลับไปอีกด้านก่อนจะส่งให้ฉัน

“อะ” ฉันรู้สึกถึงความร้อนผ่าวจากใบหน้าของตัวเอง นี่ฉันเป็นอะไร -0-)

“หึ” มานีส่งเสียงหึในลำคอก่อนจะขยับแว่นของเธอ ด้วยท่าทางนิ่งๆ

“แป๊ปเดียวจะเดือนตุลาคมแล้วเนอะ สอบเร็วจังเลย ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งรู้จักพวกเธอเมื่อวานนี่เอง” แองจี้บิดขี้เกียจก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน

อย่างที่แองจี้พูด เวลาช่างผ่านไปเร็วจริงๆ หลังจากที่มานีมาเข้ากลุ่ม พวกเราก็ไปไหนมาไหนด้วยกันสามคนตลอดมา จนตอนนี้จะสอบปิดเทอมแล้ว ฉันรู้สึกเหมือนร่างกายเริ่มเบาขึ้น เวลาที่ส่องกระจกก็เห็นได้ชัดว่าร่างที่เต็มไปด้วยไขมันเริ่มจะละลายลงไปบ้างแล้ว

“นี่มานี ฉันว่าเธอก็เปะอยู่แล้วนะ ไม่เห็นต้องอ่านอีกเลยนิ” แองจี้เอ่ย

“ฉันเป็นพวกยิ่งอ่านมากยิ่งจะจำฝังใจ เพราะฉะนั้น ฉันจะไม่ประมาทและพลาดแม้แต่ตัวเดียว”

“เธอนี่นะ ทั้งๆที่อ่านแค่ใจความสำคัญก็พอแล้วนิ สมองเธอไม่ใช่คอมพิวเตอร์สักหน่อย เนอะแบร์” แองจี้สะกิดฉัน ฉันอ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลยอะ ทำไมวันนี้มันอึดอัดแปลกๆ

“อะอื้อ” ฉันยิ้มแห้ง แองจี้จ้องฉันสักพักก่อนจะเอาหน้าผากของเธอมาแตะหน้าผากของฉันเบาๆ

“ไข้ก็ไม่มีนิ เธอปะ..”แองจี้พูดยังไม่จบฉันก็รีบลุกพรวดขึ้น

“คะคือ ฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบฉันก็รีบจ้ำอ้าวตรงไปยังห้องน้ำทันที

นี่ฉันเป็นอะไร?

ฉันล้างหน้าล้างตาหลายครั้ง ก่อนจะเงยหน้ามองกระจก ใบหน้าของฉันยังคงแดงระเรื่อ หัวใจของฉันเต้นแรงราวกับว่าจะระเบิดออกมา นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ฉันจะรู้สึกแบบนั้นกับแองจี้ได้ยังไง ก็เราเป็นเพื่อนกัน แถมอีกฝ่ายยังเป็นสาวฮอตของโรงเรียน ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่เลย

อาฉันอาจกำลังสับสน

ใช่!! แบร์เธอกำลังสับสน เพราะแองจี้ก็ทำแบบนี้ประจำ เธอจะคอยเป็นห่วงและคอยปกป้องฉัน คอยดึงฉันขึ้นจากความมืดมน เธอเป็นผู้มีพระคุณ บางทีที่ฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะว่าสิ่งที่เธอทำให้ฉัน บางทีฉันควรจะถามเธอไปตรงๆ

ครืน

ฉันเปิดประตูเลื่อนของห้องสมุด ก่อนจะหายใจเข้าลึกๆ

“แองจี้ฉันมีอะไรจะถามเธอ!!!” ทุกคนในห้องสมุดหันขวับมาอย่างรวดเร็ว อะเอ่อ ฉันก้มหัวขอโทษแทนคำพูดก่อนจะรีบนั่งลง น่าอายอีกแล้ว -////-

“อะไรหรอ” เธอปิดหนังสือแล้วหันมาฟังอย่างตั้งใจ

“เธอคิดว่า ความรู้สึกแบบ ร้อนวูบวาบ เวลาคนสองคนถูกเนื้อต้องตัวกันมันคืออะไรอะ? อีกทั้งเวลาอยู่ใกล้ หัวใจก็เต้นแรงแทบจะระเบิดออกมา”

“เดี๋ยวนะ เธอไปรู้สึกแบบนี้กับใครบอกฉันมาเดี๋ยวนี้นะ!!!” แองจี้เขย่าฉันเบาๆ ด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด ฉันชี้ไปที่มานี แองจี้รีบปล่อยฉันก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆมานีแล้วเท้าคาง สายตาของเธอบ่งบอกถึงความไม่พอใจ

“ไหนเธอจะอธิบายเรื่องนี้ว่ายังไง มานี” มานียังคงนิ่ง แองจี้จิปากอย่างไม่พอใจก่อนจะมองมาที่ฉัน

“อะเอ่อ แองจี้ ฉันไม่ได้ความว่าฉันรู้สึกแบบนั้นกับมานี ฉันหมายถึงมานีถามฉันว่ารู้สึกแบบนั้นกับใครไหม ฉันเลยสงสัยว่าถ้าฉันรู้สึกแบบนั้นกับใครสักคนมันหมายถึงฉันกำลังบ้าหรอ หรือฉันเป็นอะไร?” ฉันก้มหน้าก้มตาพูดอย่างสำนึกผิด ว่าแต่ฉันทำอะไรให้เธอถึงโกรธขนาดนั้น -0-)

แองจี้กรอกตาไปมาก่อนจะหลับตาไปสักพัก ก่อนลืมตาขึ้นแล้วยิ้มอย่างพอใจ ทำไมอารมณ์เธอแปรปรวนจัง - -;) มานียักไหล่ก่อนจะอ่านหนังสือต่ออย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวเหมือนเคย แองจี้มองมาที่ฉันก่อนจะหัวเราะหึหึในลำคอ ก่อนที่เธอจะปิดปากแล้วชักดิ้นชักงอ เอ่อ มันน่าขำขนาดนั้น

“โอ๊ย แบร์ฉันท้องแข็งไปหมดแล้ว นี่เธอไม่รู้จริงหรอ ถ้าเธอรู้สึกแบบนั้นแสดงว่าเธอชอบคนคนนั้นไงละ ไหนละผู้โชคดี” เธอหยุดหัวเราะแล้วจ้องฉันอย่างไม่ละสายตา ฉันอยากจะพูดออกไปจัง แต่ยังรู้สึกเหมือนมันยังไม่ชัดเจนสักเท่าไร

“ไม่มีหรอก วันๆฉันก็อยู่แต่กลับพูดเธอนิ จะให้ฉันรู้สึกกับใครละ?”

“เธอคงจะเป็นหมีถ้ำสินะ ไม่รู้หรือไงว่าทุกวันนี้เขารักกันได้ทุกเพศแล้วนะ หญิงก็รักหญิงได้ ชายก็รักชายได้ ความรักน่ะมันไม่มีขอบเขตหรอกนะ” แองจี้พุดอย่างพอใจ

แต่ฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี..

“ถ้าจะให้ฉันรู้สึกแบบนั้นกับพวกเธอ ฉันแต่งงานกับหนังสือพวกนี้ไม่ดีกว่าหรอ?” มานีพูดติดตลก ด้วยสีหน้านิ่งๆ

“เออ เธอน่ะก็เหมาะกันดีนะ ฮ่ะๆๆ ชาตินี้มานีคงจะหาแฟนไม่ได้หรอก ถ้าวันๆเอาแต่อ่านหนังสือแทบไม่เงยหน้าแบบนี้” แองจี้มองมานีอย่างผู้ชนะ แต่ก็ต้องสะอึกเมื่อโดนมานีสวนกลับมา

“ฉันมีนะ แฟนน่ะ เป็นรุ่นพี่เรียนอยู่ปีหนึ่งของม.S หล่อ รวย ฉลาด มากด้วย นี่ไง” พูดจบเจ้าตัวก็โชว์รูปคู่ในมือถือให้พวกเราดู ผู้ชายผมสีน้ำตาลนัยต์ตาสีน้ำเงินเข้มราวกับมีมนต์ดึงดูด ดั้งเป็นดั้ง ผิวเนียนยิ่งกว่าเด็ก รอยยิ้มราวกับเจ้าชาย ส่วนมานีไม่ได้ใส่แว่น เธอปล่อยผมที่ดำสนิทของเธอ และทำหน้านิ่งๆเหมือนเคย แถมทั้งสองคนนี่ใส่เสื้อคู่ ไม่น่าเชื่อว่าเห็นแบบนี้มานีก็ร้ายไม่เบา แองจี้ถึงกับนิ่งไปเลยทีเดียว

“นี่ต้องใช้แอพอะไรแน่ๆๆเลย” แองจี้แย้งหลังจากที่เธอเงียบไปสักพัก

“มือถือของฉันไม่มีของพรรค์นั้นหรอกนะ” เธอยังคงหน้านิ่ง

“เธอทำเสน่ห์เขาใช่ไหมยัยแม่มด!!” เหอะๆ ไม่ใช่แค่แองจี้ ขนาดฉันยังไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยค่ะท่านผู้อ่าน

“เป็นพี่ชายที่อยู่ข้างบ้านน่ะ เราคบกันมาตั้งแต่ตอนที่ฉันอยู่ม.1แล้ว หึหึ” มานีหัวเราะอย่างผู้ชนะ นี่สินะที่เรียกว่าหัวเราะทีหลังดังกว่า

“ดีแล้วนิ รักกันนานๆ” แองจี้ถอนหายใจแล้วหันมามองฉัน ก่อนจะเผยรอยยิ้มที่น่าสงสัย

“รักกันนานๆนะ ฉันว่าเหมาะกันมากเลยล่ะ” ฉันเสริม

การติวของวันนี้จบลงอย่างเหนื่อยล้า ฉันมองร่างของบุคคลที่คุ้นตาดี เธอยืนอยู่ตรงหน้าของฉัน หลังจากที่พวกเราเดินจนมาถึงหน้าบ้านของฉัน เธอยิ้มร่า ราวกับมีเรื่องดีเกิดขึ้น ทั้งทีก็เป็นเพียงวันธรรมดา

“ฝันดีนะแองจี้” ฉันโบกมือลาก่อนจะรีบหันหลังเดินเข้าบ้าน

“เดี๋ยว” แองจี้ดึงแขนฉันไว้

ตึกตัก

อีกแล้วหัวใจของเรากำลังเต้นแรง

“ถ้าเธอรู้สึกแบบนั้นกับใคร อย่าลืมบอกฉันเป็นคนแรกนะ” เธอพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ ทั้งๆที่กำลังยิ้มอยู่

“อื้อ จะบอกแองจี้เป็นคนแรกเลย” ฉันยิ้มออกไป แต่ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกเจ็บแปลบๆที่หน้าอกล่ะ?

“งั้นฝันดีล่ะ เจอกันที่โรงเรียน” พูดจบเธอก็ปล่อยมือฉันแล้วหันหลังเดินกลับไปอีกทาง

*******************************************************ฝ่ายแองจี้*************************************************************

                “เฮ้อ ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ถ้าวันหนึ่งยัยนั้นไปรู้สึกแบบนั้นกับคนอื่นจริงๆ ตัวเราจะเป็นยังไงกันนะ แต่ถ้ายัยนั่นรู้สึกกับเราจะมีอะไรเปลี่ยนไหมนะ” ฉันยังคงรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่แบร์ทำ วันนี้เธอดูแปลกๆ หรือว่าจะเป็นเพราะเรา ถึงเราจะยืนยันกับพี่เทพว่าเราไม่ได้ชอบแบร์ แต่ความรู้สึกที่ไม่ชัดเจน มันเริ่มจะชัดขึ้นมาทุกวัน

                เปาะแปะ เปาะแปะ

                “อา ตกจนได้นะ” พูดจบฉันก็รีบวิ่งหาที่หลบฝน ก่อนจะโทรหาพี่ชาย ให้เขามารับฉันกลับบ้าน

                ซ่า

                ฝนยังกระหน่ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย พี่ชายตัวดีของฉันยังไม่มาเลย นี่ใจคอจะให้น้องสาวตัวเองเปียกไปทั้งตัวก่อนใช่ไหมถึงจะมารับเนี่ย ไม่รอแล้วนะ

                โครม!!

                “ขอโทษครับ” ผู้ชายคนหนึ่งเอ่ยขอโทษทันทีที่เขาเดินชนฉันไปหมาดๆ นี่ไม่มีตาหรือไง -_-) อะไรเนี่ยผู้ชายคนนี้ทั้งๆที่ฝนตกอยู่แท้ๆแต่ทำไมถึงสวมเฮดโฟนอยู่ได้

                “ไม่เป็นไรค่ะ”สิ้นเสียงของฉันเขาก็เดินกลางร่มเดินต่อไป

                ไม่มีคำบรรยายใดๆ

                บรีนนนน

                “จะขึ้นไหมรถ มัวแต่เหล่หนุ่มอยู่นั่นแหละ” พี่ชายตัวดีของฉันมาถึงก็เหน็บน้องซะงั้น

                “ไปเดี๋ยวนี้แหละ” ว่าแล้วก็รีบขึ้นรถไปทั้งที่ตัวเปียกอย่างนั้น

                จะเป็นหวัดไหมเนี่ยเรา








                                                                                                                           อัพทุกๆวัน อังคาร พฤหัส อาทิตย์ นะจ้ะ

                                                                                                            อย่าลืมคอมเม้นติชมงานเขียนให้ด้วยน้าาา จุฟๆๆ<3

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

59 ความคิดเห็น

  1. #18 My name is best (@bellara) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2559 / 23:10
    โอ้ยยยย ขนาดนี้ชอบเค้าแล้วแบร์~~
    มานีนี่เห็นเงียบๆนี่ สุดยอดดด
    #18
    0