Please be my girlfriend! จะรักดีไหม...? นายจอมป่วน

ตอนที่ 4 : A boy with the red glasses.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ค. 59

“เธอชื่อเจอาร์ใช่มั้ย?”

ในขณะที่ฉันกำลังเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ตรงสวนหย่อมข้างหอพัก วิลก็โผล่จากไหนไม่รู้มาถามฉัน

“ใช่... นายเนี่ยไม่ยักกะจำชื่อคนอื่นเลยนะ”

“ฉันจำได้เฉพาะคนที่อยากจำ” นายพูดได้น่าตบมากค่ะ -*-

“เหอะ! เอาที่นายสบายใจ ว่าแต่นายเรียกฉันทำไม”

“ก็แค่อยากเข้ามาคุยด้วยน่ะ เห็นเธอยืนมองเมฆอยู่คนเดียว... ไม่เหงาหรือไง”

ใครบอกนายว่าฉันกำลังมองเมฆกันย่ะ...! ฉันกำลังมองฟ้าอยู่ต่างหาก เชอะ!

“ฉันชินแล้วล่ะนะ อีกอย่างฉันน่ะชอบอยู่คนเดียวมากกว่า”

“หืม... นั่นสินะ” วิลขยับมายืนข้างๆ ฉัน “อยู่คนเดียวมันดูเหมือนได้มีอิสระ... เหมือนนกน้อยที่โบยบินอยู่ท่ามกลางท้องฟ้าตามลำพัง... ”

“หา...?”

“นกน้อยที่โบยบินอยู่อย่างโดดเดี่ยว แม้ว่ามันสามารถบินไปได้ทุกที่ทุกหนแห่ง แต่ว่ามันไม่รู้สึกมีความสุขเลย”

“...” ฉันจ้องหน้าวิลอย่างไม่ค่อยเข้าใจ นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้แว่นตากรอบแดงนั้นกำลังจ้องมองไปยังท้องฟ้าเบื้องบนอย่างไร้จุดหมาย

“นกน้อยทั้งเหงา ทั้งเจ็บปวด และแล้ววันหนึ่งมันก็ได้รับรู้ถึงคำว่ามิตรภาพ... นกน้อยไม่เหงาอีกต่อไปแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะไม่สามารถบินไปไหนตามใจตัวเองได้อีกแล้ว แต่มันก็ดีใจที่มันจะโบยบินไปพร้อมๆ กับเพื่อนๆ ทุกๆ ตัว”

“อะนะ... สุดยอดมากเลย นายแต่งเองเหรอ??”

“หืม...? ก็เพิ่งคิดได้เมื่อกี๊”

“...”

“ฮะๆ ทำไมใครๆ ต้องชอบมองหน้าฉันเหมือนกับที่เธอกำลังมองอยู่อย่างนี้นะ... คิดๆ แล้วก็อดขำไม่ได้” เขาหัวเราะออกมาเบาๆ ฉันได้แต่ยินจ้องหน้าเขานิ่ง... ไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบใดๆ

วิล... ผู้ชายคนนี้เขาดูเป็นคนแปลก... อารมณ์ของเขาอ่อนไหวและเปราะบาง แถมยังชอบพูดประโยคที่ชวนเข้าใจยากอีกต่างหาก

ดูจากท่าทางและคำพูดของเขาเมื่อกี๊ ในความคิดเห็นส่วนตัวฉันว่าเขาน่าจะชอบแต่งเพลงแน่ๆ เลย

“เจอาร์ชอบร้องเพลงมั้ย?”

“หืม... นายถามทำไม”

“ก็แค่อยากรู้น่ะ... เผื่อว่าเธอจะลองร้องเพลงของฉันดูบ้าง...”

“..?? นายชอบแต่งเพลงเหรอ?”

“ใช่แล้ว” เขาขยับแว่นพลางยิ้มนิดๆ อ่า... เท่จัง

“งั้นเหรอ... ฉันเองก็ชอบร้องเพลงนะ ไว้ว่างๆ ฉันจะลองร้องเพลงของนายดูก็ได้ ^^

“ดีจังเลยนะ... นี่! มานั่งนี่สิ” เขาเรียกให้ฉันเดินตามเขาไปนั่งตรงม้านั่งตัวเล็ก ส่วนตัวเขาก็นั่งลงข้างๆ

พอดูใกล้ๆ แล้ว... วิลก็หล่อดีเหมือนกันแฮะ

“อื้ม... ฉันขอถามนายหน่อยได้ไหม? พอดีว่าสงสัยน่ะ”

“ได้สิ สงสัยอะไรล่ะ”

“นายเริ่มใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ” ฉันจ้องไปที่ดวงตาสีดำสนิทของเขาที่ถูกกั้นไว้ด้วยแว่นสายตาสีแดงกรอบหนา

“นานแล้ว... ตั้งแต่เด็กๆ”

“สายตาสั้นงั้นสินะ”

“อื้อ จะว่าอย่างนั้นก็ได้ แต่ว่ามันก็ไม่ค่อยสะดวกนักหรอก...” วิลค่อยๆ เลื่อนมือขึ้นถอดแว่นของตัวเองออกอย่างช้าๆ “บางครั้งมันก็เกะกะ”

“...เหรอ”

“อือฮึ” เขาถือแว่นตาเอาไว้ในมือ แล้วส่งยิ้มหว่านเสน่ห์มาให้ฉัน

...วิล เด็กหนุ่มผมสีควันบุหรี่ ที่มีดวงตาสีดำดูลึกลับเหมือนกับบ่อน้ำยามค่ำคืน ในตอนนี้หลังจากที่เขาได้ถอดกำแพงหนาเตอะออกไป เผยให้เห็นแววตาที่บ่งบอกถึงความรู้สึกได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งจมูกที่โด่งราวกับสันเขื่อน กับริมฝีปากรูปกระจับสีแดงอ่อนๆ นั่นยิ่งทำให้ฉันแทบคลั่ง

“เอ้า... จ้องเข้าไป ฉันก็เขินเป็นเหมือนกันนะ”

เสียงของวิลทำให้ฉันได้สติ ไม่ได้ๆๆๆ ฉันจะหลงเสน่ห์ไอ้หน้าหล่อพวกนี้ไม่ได้เด็ดขาด ท่องไว้ว่าฉันกำลังอยู่ในเกมนะ ยังไงซะฉันก็ไม่หลงกลพวกนายหรอกน่า... ฉันต้องเป็นผู้ชนะในเกมเท่านั้น!!!

“อ้ะ! โทษทีๆ ก็นายหล่อนี่นา ไม่จ้องก็บ้าแล้ว” ฉันแสร้งทำเป็นพูดกลบเกลื่อนติดตลก ทำให้อีกฝ่ายขำออกมาเบาๆ

“ฮะๆ เธอก็พูดเกินไป ฉันไม่ได้หล่ออะไรขนาดนั้นหรอก”

“ค่ะๆ ไม่หล่อก็ไม่หล่อ... ”

“คิกๆ”

“หัวเราะอะไรล่ะ” ฉันขมวดคิ้วนิดๆ อย่างสงสัย “ใส่แว่นซะสิ เดี๋ยวก็มองอะไรไม่เห็นกันพอดี”

“ก็ไม่ได้อยากเห็นอะไรนี่นา แค่มีเธออยู่ใกล้ๆ ให้ฉันได้มองเห็นก็ดีแล้วนี่นา”

“บะ... บ้าเหรอ”

“ฮ่าๆ ดูดิหน้าแดงเลย” เขาถือวิสาสะจิ้มแก้มของฉันที่เริ่มแดงขึ้นเรื่อยๆ “แถมแก้มยังนุ่มอีกต่างหาก”

“นะ... นี่! มาจิ้มแก้มฉันทำไมเล่า คนบ้า ไหนบอกสายตาสั้นไง... แล้วรู้ได้ไงว่าฉันหน้าแดงอยู่!

“ก็เธออยู่ใกล้นี่นา ฉันก็มองเห็นสิ”

ฉ่า...

เพิ่งรู้ตัวว่าตอนนี้ฉันกับเขานั่งอยู่ใกล้กันมากจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของคนข้างๆ หน้าของฉันร้อนขึ้นไปอีก... จนเกือบจะละลายอยู่แล้ว

นะ... นายอย่าพยายามทำให้ฉันใจสั่นสิ!!! ถ้าฉันควบคุมตัวเองไม่อยู่เลือดกำเดาไหลตายก่อนจะเรียนจบจะทำยังไง

“บ้า...”

“หึๆ”

“-/////-” ฉันหลุบตาลงต่ำเพื่อหลบสายตาของเขา... เพิ่งสังเกตเห็นว่าวิลถือสมุดเล่มเล็กๆ มาด้วย

“นี่วิล...” ฉันพยายามเปลี่ยนเรื่องคุย (และลดอาการเขิน) “ขอฉันดูสมุดนายหน่อยได้ไหม?”

“เห มันไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกน่า”

“อยากดูอะ ได้ไหม... นะๆ”

“เฮ้อ... ครับๆ ก็ได้” เขาสวมแว่นดังเดิมก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบสมุดที่ถูกวางอยู่ข้างๆ กาย “อะ”

“ขอบคุณนะ” ฉันยิ้มแป้นก่อนจะรับสมุดจากเขาและเปิดมันออก

เมื่อหันกลับไปมองเส้นทางที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ ก็มีรอยยิ้มของเธอวนเวียนอยู่เสมอ ฉันไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ อีกนานแค่ไหนกว่าเราจะได้เจอ แต่วันนี้มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำได้คือภาวนา

“...”

คำอธิษฐานของฉันจะส่งไปถึงเธอหรือเปล่า ขออ้อนวอนต่อดวงดาวทุกดวงบนท้องฟ้า ฉันไม่รู้ว่าปาฏิหาริย์จะมีจริงไหม แต่หัวใจของฉันยังคงเฝ้ารอแค่เพียงเธอ

“อา...” ฉันเปิดอ่านหน้าแรกของสมุดบันทึก มีเนื้อเพลงที่ถูกเขียนด้วยลายมือที่ตวัดไปมาจนอ่านแทบไม่ออก... เพลงที่วิลแต่งเหรอ? ความหมายก็ดีอยู่หรอกนะ... แต่ว่าเศร้าจัง

ฟึบ...

ฉันเปิดอ่านหน้าถัดไปอย่างลืมตัว เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้ฉันต้องเปิดอ่านต่อ วิลเองก็ได้แต่นั่งนิ่งๆ ไม่พูดไม่จาอะไร ปล่อยให้ฉันอ่านสมุดแต่งเพลงของตัวเองไปเรื่อยๆ

ครั้งสุดท้ายที่เราได้พูดคุยกันมันเมื่อไหร่กันนะ ความรู้สึกอ่อนไหวที่มากมายมันเอ่อล้นออกมา... กลั่นเป็นหยดน้ำตาแห่งความคิดถึง ฉันคิดถึงเธอเหลือเกิน ฉันคิดถึงเธอจริงๆ

“...”

ครั้งสุดท้ายที่ฉันได้หัวเราะได้ยิ้มด้วยกันกับเธอ ฉันจำได้ทุกครั้งจำได้เสมอ I want to see you again… ฉันอยากเจอเธออีกครั้ง อยากบอกกับเธอ that my love is only you.’

...เนื้อเพลงทุกท่อนของเขาสื่อได้ถึงอารมณ์ของความเจ็บปวด สื่อออกมาได้อย่างชัดเจนเลยทีเดียว

ราวกับ... เคยพบเจอเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดในชีวิตมาก่อนเลย

เพลงของวิล ฉันได้อ่านแค่เนื้อเพลงยังเศร้าขนาดนี้ ถ้าได้ร้องออกมาจะเศร้าขนาดไหน?

“เศร้าจังเลยนะ”

“อื้อ...”

“ทำไมนายถึงชอบแต่งเพลงแนวนี้ล่ะ...?” ฉันปิดสมุดลงก่อนจะหันไปถามคนข้างๆ ที่ก้มหน้าเงียบ

“ไม่รู้สิ คงเป็นเพราะฉันชอบฟังเพลงแนวนี้เลยเขียนออกมาได้เป็นแนวนี้ล่ะมั้ง”

“งั้นหรอกเหรอ...?” ...ฉันไม่เชื่อหรอก

“อ่าห้ะ! แปลกใช่มั้ยล่ะ ฉันก็เป็นคนอย่างนี้แหละนะ”

“ไม่เลย ไม่แปลกหรอก...” เขาส่งยิ้มให้ฉันทำให้ฉันต้องยิ้มตาม รอยยิ้มของเขาดูดีมาก... แถมทำให้เขามีเสน่ห์เพิ่มขึ้นอีกต่างหาก คนอย่างเขาเคยมีเรื่องทุกข์ใจอะไรนะ? เพลงที่เขาแต่งแอบแฝงความรู้สึกอะไรไว้หรือเปล่า? ฉันไม่เข้าใจเลย

ฉันยื่นสมุดคืนให้เขา “อะ... ขอบคุณนะที่ให้อ่าน”

“อืม... ไม่เป็นไรหรอก แต่ว่าได้เวลาแล้ว ฉันขอตัวก่อนแล้วกันนะ” เขารับสมุดจากฉันพร้อมๆ กับลุกขึ้นยืนช้าๆ เขาได้หันมาขยิบตาให้ฉันทีหนึ่งก่อนที่จะเดินจากไป

“ไม่ต้องไปกังวลเรื่องเกมบ้าบออะไรนั่นหรอก เป็นตัวของตัวเองก็พอนะ เจอาร์”

“อะ...”

ตึก ตึก ตึก ตึก

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก

เสียงฝีเท้าของเขาที่ค่อยๆ เบาลงไป กับเสียงหัวใจของฉันที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทำไมกันนะ แค่คำพูดเพียงแค่นั้นทำให้ฉันใจเต้นถึงขนาดนี้เชียวเหรอ?

“ฉันนี่บ้าชะมัดเลย...”

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น