หวานใจจอมสลัดเถื่อน

ตอนที่ 7 : นางฟ้าในดวงโจร 2-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 697
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 เม.ย. 59


"ที่ที่เรากำลังจะไปใช่เกาะที่อยู่ข้างหน้านั่นไหม"

ถามจบก็เห็นชายแก่ร่างใหญ่ฟันดำเปิดยิ้มกว้าง จากนั้นก็พยักหน้ารัวๆ ร้องอือๆ ออๆ  ทำไม้ทำมือส่งให้เธออย่างพยายามสุดขีดเพื่อที่จะให้แองเจลาเข้าใจภาษาของคนใบ้

ฉันคิดว่าเข้าใจแล้วนะ ฉันจะถูกพาตัวไปอยู่ที่เกาะนั้น

เอ่ยพร้อมชี้ไปยังเกาะ ชายใบ้พยักหน้ารัวๆ อย่างดีใจที่เธอสามารถเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามสื่อสารได้ แองเจลามองไปยังเกาะขนาดกว้างที่มีภูเขาเขียวๆ น้อยใหญ่ แล้วก็ขมวดคิ้วอย่างฉงนใจ ทึ่งในความบ้าบิ่นของเหล่าโจรสลัดกลุ่มนี้ นี่แสดงว่าพวกมันปล้นเรือในจุดที่ใกล้แหล่งกบดานของตัวเองมากทีเดียว ต้องโทษผีนรกบาสเตียนแสนโง่เง่านั่นสินะ ที่ยอมให้กัปตันแล่นเรือไม่ดูทิศดูทางแบบนี้ นี่แสดงว่าเขาไม่ได้ศึกษาเส้นทางการเดินเรือเลย เพราะถ้ารู้ว่าตัวเองจะต้องผ่านแหล่งกบดานของโจรสลัดก็น่าจะเตรียมพร้อมให้มันมากกว่านี้

แต่เอาเถอะ ถึงเธอจะโกรธแค้นบาสเตียนมากขนาดไหนที่ทำให้ต้องพบกับชะตากรรมแบบนี้ แต่เธอจะพยายามไม่นึกถึงเขาบ่อยนัก เพราะอย่างไรเสียหมอนั่นก็ตายไปแล้ว หญิงสาวบอกตัวเองด้วยจิตใจที่ขุ่นมัว แล้วก็ยิ่งขุ่นมัวมากกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า เมื่อเสียงของจอมโจรเบลซที่นรกส่งมาเกิดดังขึ้น ทั้งๆ ที่เธอเลือกจะทำเหมือนว่ามันไร้ตัวตนแล้ว แต่มันก็พร้อมที่จะแสดงตัวเหลือเกินว่า มันไม่คิดจะไปให้ห่างรัศมีความรังเกียจเดียดฉันท์ของเธอ

"เดี๋ยวก็จะถึงฝั่งแล้ว นั่งอยู่ตรงนี้กับอาบู อย่าเที่ยวเดินเพ่นพ่านไปไหนล่ะ ถ้ายังไม่อยากเป็นเมียของโจรสลัดบนเรือนี้แบบยกลำ แล้วก็ไม่ต้องไปถามอะไรเขามากนัก ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ อาบูเขาเป็นใบ้"

เจ้าลิงชิมแปนซียักษ์เบลซบอกเธอ ดวงตาสีเทาดุกระด้างจ้องมาที่เธออย่างรู้ทันแกมเยาะหยัน ว่าไม่มีทางที่เธอจะล้วงความลับจากคนของเขา เพื่อหาทางหนีออกไปได้อย่างแน่นอน แองเจลาจึงจ้องเขานัยน์ตาเขียวปัดอย่างคนมีโมโห

"ฉันจะอยู่ตรงนี้แหละ แกจะไปไหนก็ไปเสียสิเจ้าเบลซ  รีบไปเสียให้ไกลๆ เดี๋ยวนี้เลย เพราะว่าที่ใดก็ตามที่ไม่มีแกอยู่ด้วย มันก็คือสวรรค์สำหรับฉันดีๆ นี่เอง

แองเจลาเอ่ยแล้วทำหน้าบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวดเหลือแสน

โอ้...พระเจ้าได้โปรดช่วยลูกด้วยเถอะ ขอความกรุณาให้ลูกสักครั้งหนึ่ง ขอให้ลูกได้อยู่แบบมีอากาศดีๆ หายใจเข้าไปบ้าง ไม่ใช่คอยแต่จะให้ลูกอยู่แต่กับสิ่งแวดล้อมที่มากไปด้วยมลพิษอยู่ตลอดเวลา!” เอ่ยเท่านั้นก็หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ  เมื่อเบลซหันกลับมาสบตา

"แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแม่ยอดขมองอิ่ม อย่าเพิ่งร้องโอดโอยวิงวอนต่อพระผู้เป็นเจ้าแบบนั้นสิ เพราะว่าเธอยังต้องอยู่กับฉันไปอีกนานเชียวละ และก็ต้องอยู่แบบคุ้นเคยกันไปยันรูขุมขนทีเดียว เพราะทันทีที่เราไปถึงเกาะกันแล้ว ฉันจะรีบเปิดและแกะห่อสมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เหลือจากการปล้นในครั้งนี้อย่างรวดเร็ว แล้วก็จะทำให้มันตกเป็นของฉันอย่างสมบูรณ์ทันทีที่มีโอกาส แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะคุ้มค่ากับการที่ฉันต้องยกส่วนแบ่งที่ควรจะเป็นของฉันให้กับเจ้าดุ๊กญาติสนิทจอมขี้อิจฉาของตัวเองไป"

"ขอให้แกจมทะเลตายลงไปเดี๋ยวนี้เถอะเบลซ ถ้าแกมีแต่ความคิดที่จะข่มขืนฉัน ชนิดที่ไม่ยอมให้สมองของแกได้เว้นว่างแบบนี้เลย!"

แองเจลากระแทกเสียงใส่ อดหวาดหวั่นไปกับแววตาเอาจริงเอาจังของเจ้าคิงคองยักษ์ไม่ได้ เบลซหายไปแล้วและไม่กลับมาอีกเลย แต่ในขณะที่แองเจลากำลังจมอยู่กับความเจ็บปวดใจและคั่งแค้น รวมถึงการพยายามคิดหาหนทางเพื่อเอาตัวรอดอยู่นั้น ก็มีเสียงโห่ร้องดังกึกก้องไปทั้งเรือ หญิงสาวจึงผุดลุกขึ้น หน้าตาขาวซีด มองไปทางอาบูเนื้อตัวสั่นเทา

"นี่เรากำลังถูกปล้นอีกแล้วหรืออาบู โอ๊ย...ฉันไม่อยากถูกลักพาตัวแล้วเผชิญหน้ากับพวกนักข่มขืนรายที่สามอีกแล้วนะ ให้ตายสินี่มันเรื่องเฮงซวยอะไรกันนักหนา ฉันจะอดทนกับอะไรแบบนี้ไม่ไหวแล้วนะ ขอให้พวกแกกับโจรสลัดกลุ่มใหม่ฆ่ากันตายไปให้หมดเลย ฉันจะได้เป็นอิสระเสียที"

พอเริ่มคิดได้ว่าจะเกิดเหตุอะไรขึ้นอีกครั้ง จากความกลัวก็เปลี่ยนมาเป็นเดือดดาลแทน ทำให้อาบูรีบลุกขึ้นยืนตาม แล้วทำไม้ทำมือห้ามปรามไม่ให้เธอร้องตะโกนแข่งกับเสียงโห่ร้องของทุกคนบนเรือด้วยในตาเหลือกลาน แต่แองเจลาเสียสติอารมณ์เตลิดไปไกลแล้ว หญิงสาวจึงร้องโวยวายชนิดที่ฉุดไม่อยู่เอาเสียเลย

 "เฮงซวยพวกแกมันเฮงซวยกันหมด รวมทั้งเจ้าคิงคองยักษ์หัวหน้าใหญ่ของพวกแกด้วย ไอ้พวกโจรสลัดตัวซวย ทำไมฉันถึงต้องโชคร้ายแบบนี้นะ โดนปล้นแล้วโดนปล้นอีก ไหนบอกมาซิว่าครั้งนี้พวกแกจะแพ้ไหม ฉันจะได้เตรียมตัวเตรียมใจได้ถูก ไอ้พวกโจรสลัดสิ้นคิด!"

"ปิดปากของเธอลงได้แล้ว ร้องหนวกหูเป็นเสียงหวูดเรือไปได้ ไม่มีการปล้นเรืออะไรทั้งสิ้นหรอกแม่สมบัติของฉัน เสียงโห่ร้องนั้นก็แค่บอกคนบนเกาะว่าพวกเรากลับมาแล้ว และมาพร้อมกับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ด้วย"

"ชัยชนะกล้าพูดได้ยังไง คนของแกตั้งเจ็ดสิบกว่าคน แต่คนของเอส.ซัลลาแบงค์มีไม่ถึงยี่สิบ แถมแต่ละคนตัวเล็กราวกับคนแคระเมื่อเทียบกับพวกที่เหมือนกินวัวเข้าไปมื้อละตัวแบบพวกแก

แองเจลาเอ่ยเท่านั้นก็คอหด รีบวิ่งเขาไปหลบอยู่ข้างหลังอาบูแทบไม่ทัน แล้วก็ร้องวี้ดลั่นเมื่อเจ้าเบลซเดินมาหา แล้วฉุดกระชากลากแขนของเธอออกมาให้พ้นจากอาบู พอคิดได้ว่าก่อนหน้านี้เขาเคยขู่อะไรเอาไว้ถ้าเธอบังอาจดื้อด้านอวดดีอีก ก็เบิกตากว้างร้องวี้ดลั่นและดิ้นรนหนีจากอุ้งมือหนาเป็นการใหญ่

"ไม่นะเบลซ แกจะจับฉันแก้ผ้าต่อหน้าลูกน้องของแกไม่ได้นะ ฉันก็แค่สงสัยว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นเท่านั้นเอง แกหัดเห็นใจคนอื่นบ้างสิเบลซ ฉันมากับคนที่ไม่รู้จัก แถมไม่ใช่คนปกติ แต่ว่าเป็นโจร ฉันเป็นผู้หญิงตัวคนเดียวนะ มันก็ต้องขวัญเสียเป็นธรรมดา

สาบานว่าเธอขวัญเสีย!

เสียงย้อนถามและตาสีเทาที่จ้องมาดุเข้มทำให้แองเจลาฮึดฮัด ในที่สุดก็ตะโกนออกไปด้วยขอบตาที่ร้อนผ่าว

แกจะไม่เชื่อก็ตามใจแกเลย แต่ที่ฉันพูดออกมาทั้งหมดนั่นมันออกมาจากหัวใจที่แท้จริงของฉันแล้ว ฉันบอบบางกว่าพวกแก และฉันก็กำลังอยู่ท่ามกลางสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคยอย่างตัวคนเดียวด้วย ฉันแค่หวาดกลัว หงุดหงิด และรู้สึกสิ้นหวัง หรือบางทีอาจมีโวยวายบ้าง แต่ฉันก็ไม่สามารถทำอะไรใครได้อยู่ดี ทำไมแกไม่ลองอดทนกับเสียงบ่นเล็กๆ น้อยๆ ของพวกผู้หญิงดูบ้างล่ะ ในเมื่อลึกๆ แล้วแกก็รู้ดีว่าฉันทำอะไรแกไม่ได้เลย อย่าลงโทษฉันด้วยวิธีอันน่าอับอายแบบนั้นเลยนะเบลซ

ท้ายประโยคแองเจลาฝืนใจวิงวอนมันด้วยเสียงที่อ่อนลง จนหญิงสาวยังเกลียดตัวเองที่จำต้องข่มจิตใจอ่อนข้อให้กับมัน เบลซจ้องมาที่เธอชั่วอึดใจอย่างครุ่นคิด สักพักมันก็กระชากร่างเธอให้เดินต่อไป

ไม่นะเบลซ ไอ้สกังค์ แกจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะ

เอ่ยพร้อมกับก้มลงจะกัดมือมัน แต่ถูกอีกฝ่ายจับหัวไว้ไม่ให้เข้าถึงตัวเสียก่อน

"หยุดคิดอะไรฟุ้งซ่านซะ มันถึงฝั่งแล้ว ฉันก็แค่จะพาเธอออกไปเตรียมตัวลงจากเรือ"

เบลซตวาดจบแองเจลาก็มองไปข้างนอก เห็นเรือกำลังถูกผูกกับเสาแข็งแรงพอดี ตามด้วยบรรดาโจรสลัดที่กำลังกระโดดลงไปยังสะพานท่าเรือที่ดูมั่นคงแข็งแรงมาก ซึ่งบ่งบอกได้ชัดเจนว่าเกาะแห่งนี้ไม่ใช่แค่เกาะซึ่งเป็นที่หลบภัยชั่วคราวเท่านั้น แต่ว่ามันเป็นสถานที่อยู่อาศัยอันถาวรของโจรกลุ่มนี้เลยทีเดียว และสิ่งที่ตอกย้ำว่านอกจากการออกปล้นของพวกมันแล้ว อาชีพอีกอย่างของคนบนเกาะก็คือการทำประมง เพราะเมื่อเธอหันไปอีกทางก็พบเรือบรรทุกปลาจอดเรียงรายกันอยู่ พร้อมด้วยปลาที่บรรจุอยู่บนเรือจำนวนมหาศาล ก็เลยทำใจกล้าถามออกไปด้วยหน้าตาที่ถือตัว

"นี่ฉันมีสิทธิ์รู้ไหม ว่าตัวเองอยู่ส่วนใดของโลก"

"แม่สมบัติของฉัน...เธอไม่มีสิทธิ์ที่จะรับรู้อะไรทั้งนั้น นอกจากการอยู่นิ่งๆ แล้วยอมให้ฉันลากไปไหนตามแต่ใจปรารถนา เอาละ ไปกันได้แล้ว แม่สมบัติชิ้นน้อยๆ ของจอมโจรที่หล่อล่ำมากที่สุดในโลก

จบคำนั้นแองเจลาก็อยากจะกรีดร้องให้ลั่น เมื่อเจ้าคิงคองยักษ์โจรหน้ารกจอมหลงตัวเองจับเธอขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย ราวกับแองเจลาคือสิ่งของอย่างที่เขาได้พูดเอาไว้จริงๆ หญิงสาวกัดฟันกรอด กำหมัดเข้าหากันแน่น ขณะที่หัวห้อยโตงเตง ผมยาวสีน้ำตาลปลายหยักศกตามธรรมชาติทิ้งตัวสะบัดเป็นเงามันระยับไปกับทุกจังหวะการเดินของมัน

++++++++++++++++++++++++++++++++

จบบทที่ 2 แล้ว ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ไว้พบกันตอนต่อไป^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

4 ความคิดเห็น