หวานใจจอมสลัดเถื่อน

ตอนที่ 6 : นางฟ้าในดงโจร 2-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 762
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 เม.ย. 59


องเจลาเดินตามโจรเถื่อนเบลซออกมาด้วยอารมณ์ขุ่นมัวสุดขีด หญิงสาวพยายามข่มความร้อนระอุในใจที่กำลังเดือดปุดๆ ไว้ข้างในลึกสุด คงไม่ดีแน่ถ้าหากว่าเธอจะเอานิสัยเหวี่ยงวีนมาใช้กับพวกโจรปล้นฆ่าที่ความเป็นอารยชนใช้กับมันไม่ได้เลย หญิงสาวมองดูลูกเรือที่ถูกมัดรวมกันโดยมีโจรสลัดที่ชื่ออาเดนยืนคุมเชิงอยู่ ขณะที่โจรเคราดกอีกคนที่ชื่อดุ๊กหายตัวไปแล้ว ภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก่อให้เกิดความรู้สึกหดหู่ รวมถึงแสงแห่งความหวังที่ซุกซ่อนอยู่ในใจลึกๆ ก็ค่อยๆ ริบหรี่ลง แต่กระนั้นบ่ายังตั้งตรงผึ่งผาย ตีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงความประหวั่นพรั่นพรึงใดๆ ออกมาให้ใครเห็นเลย

"เอาพวกนี้กลับไปบนเกาะของเรา แล้วจับขังไว้ที่คุกประจำเกาะ หลังจากนั้นฉันจะคิดดูอีกทีว่าควรทำยังไงกับพวกเชลยดี จะส่งไปให้รับใช้ตามบ้าน หรือว่าจะใช้มันขยายสะพานท่าเรือให้กับพวกเราดี!

คำพูดของเบลซทำให้บรรดาลูกเรือที่หน้าซีดขาวราวกับศพต่างพากันถอนใจโล่งอกอย่างพร้อมเพรียง แต่ละคนหน้าตาเริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้าง เมื่อรับรู้ว่าเคราะห์กรรมครั้งนี้ยังไม่ร้ายแรงถึงชีวิตดังเช่นบาสเตียนที่นอนไร้สติจมกองเลือดอยู่ในห้อง พอนึกถึงบาสเตียน แองเจลาก็นึกสมเพชเขา นี่ถ้าไม่วางแผนบ้าบอร่วมกับบิดาของเธอ เขาก็คงจะไม่ต้องมาจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถใจแบบนี้หรอก

 แองเจลาคิดถึงบาสเตียนด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย ดวงตาคู่สวยมองไปยังห้องที่เพิ่งจากมา นึกสงสัยว่าคนพวกนั้นจะทำอย่างไรกับศพบาสเตียน ก็คงจะเอาศพโยนทิ้งทะเลไป เหมือนที่เจ้าโจรเคราดกได้บอกกับเธอว่าถ้าหากเธอไม่ยินยอมที่จะเป็นผู้หญิงของมันแต่โดยดี มันก็จะจัดการกับเธอจนสาสมใจ จากนั้นก็จะเอาศพทิ้งทะเล คิดได้เท่านั้นก็หูผึ่ง เมื่อเสียงของโจรสลัดเถื่อนเบลซดังขึ้นมาอีกครั้ง

"ส่วนสิ่งของบนเรือทั้งหมดก็เอาไปขาย แล้วเอาเงินมาแบ่งกัน โดยในส่วนที่เป็นของฉันก็ยกให้ดุ๊กไป"

"ไม่ได้นะพวกแกจะทำแบบนั้นได้ยังไง ของบนเรือลำนี้บางส่วนมันเป็นของพ่อฉัน แล้วถ้ามันไปไม่ถึงมือคนที่ลูกค้าของพ่อฉันให้ไปส่งของให้ละก็ บริษัทของเขาต้องเดือดร้อนแน่"

แองเจลาร้องโวยวายขึ้นมาทันที แล้วก็ต้องหุบปากเมื่อเบลซหันมามองทางเธอด้วยสายตาเย็นชา

"อย่าเสียงดังแม่สมบัติของฉัน...เธอจะไม่เปล่งเสียงอะไรเล็ดลอดออกมาทั้งนั้น ถ้าฉันไม่ได้สั่งอ้อ...แล้วก็เลิกคิดไปได้เลยว่าของบนเรือลำนี้ยังเป็นของเธออยู่ เพราะว่ามันเป็นของพวกฉันตั้งแต่วินาทีแรกที่ฉันได้เหยียบขึ้นมาบนเรือลำนี้แล้ว"

เสียงเน้นและการปล่อยมือจากเธอ แล้วเดินสำรวจร่างกายอย่างเชื่องช้าและใจเย็นนั้น ทำให้แองเจลาต้องสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อข่มกลั้นความอดทน แล้วเจ้าโจรสลัดร่างสูงก็มาหยุดลงตรงหน้าเธอ ดวงตาสีเทาที่เต็มไปด้วยความแข็งกระด้างจ้องมาที่เธอนิ่ง และด้วยท่าทีที่เต็มไปด้วยความกังขา หญิงสาวจึงเชิดหน้าขึ้นมองอย่างท้าทาย แล้วก็ไม่พบอะไรนอกจากความใหญ่โตและสูงกว่าเธอหลายเท่าตัว ทั้งๆ ที่เธอเองนั้นจัดว่าเป็นผู้หญิงตัวสูงชนิดที่ว่าจับประกวดนางงามได้สบาย แต่เขาก็ยังสูงกว่า สูงเสียจนเธอต้องแหงนมองจนเมื่อย

"เธอบอกว่าของบนเรือลำนี้เป็นของเธอ แต่เท่าที่ฉันศึกษาข้อมูลมาก่อนที่จะปล้น เรือลำนี้มันเป็นของพวกซัลลาแบงค์นี่

เบลซเอ่ย นัยน์ตาสว่างวาบ จากนั้นก็ส่งประกายที่เต็มไปด้วยความขี้โกงและละโมบมาทางเธอ

เธอเป็นผู้หญิงตระกูลนี้ใช่ไหม งั้นดีเลย ค่าตัวของเธอคงจะแพงมาก ไม่แน่หรอกนะ มันอาจจะแพงกว่าของทุกอย่างบนเรือลำนี้ก็ได้ โอ้ว...ถ้าอย่างนั้นก็วิเศษไปเลยสิ

จอมโจรเคราดกเอ่ยแล้วลูบคางมองแองเจลาอย่างประเมิน ขณะที่แองเจลายืนเท้าสะเอวแหงนหน้าจ้องมันอย่างไม่ยอมหลบตา

ฉันรู้มาว่าพวกซัลลาแบงค์รวยมาก บางทีการเรียกค่าไถ่เธออาจจะทำให้พวกเรารวยเละจนต้องหยุดปล้นเรือไปตลอดชีวิตเลยก็ได้!"

คำพูดและสายตามองอย่างประเมินนั้นทำให้แองเจลาอึ้งไป กระทั่งมันกระทุ้งถามต่อนั่นแหละ หน้าสวยจึงบูดบึ้ง

"ว่าไงแม่สมบัติของฉัน...ไหนอธิบายมาซิว่าเธอเป็นอะไรกับตระกูลซัลลาแบงค์"

"โอ๊ย...ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับซัลลาแบงค์ทั้งนั้นแหละ ไม่ได้เป็นแล้วก็ไม่เคยคิดเป็นและก็จะไม่มีวันเป็นอะไรกับตระกูลโรคจิต ป่าเถื่อนพรรค์นั้นด้วย!"

แองเจลารีบค้าน เมื่อคิดถึงความเจ็บปวดใจที่บาสเตียนทำกับเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะตายไปแล้ว แต่เพราะแผนการพิสดารและการข่มเหงจิตใจกันของเขาไม่ใช่หรือ ที่นำพาให้เธอต้องมาเจอกับสถานการณ์เลวร้ายแบบนี้ แต่ก่อนที่หญิงสาวจะปฏิเสธอะไรออกไปอีก เสียงโจรสลัดเคราดกก็ตวาดขึ้นมาอย่างหัวเสีย

"โกหกหากว่าเธอไม่ได้เป็นอะไรกับซัลลาแบงค์ เธอจะขึ้นมาอยู่บนเรือของซัลลาแบงค์ แล้วบอกว่าของบนเรือลำนี้เป็นของพ่อเธอได้ยังไงกัน"

"ก็มันมีอะไรที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนกว่านั้นน่ะสิ โธ่เอ๊ยก็แล้วทำไมฉันจะต้องอธิบายให้แกฟังด้วยล่ะ ในเมื่อพวกแกก็ได้ทั้งเรือ สินค้า แล้วก็เชลยไปหมดแล้วนี่!"

แองเจลาเอ่ยเสียงแดกดัน ท้ายประโยคเผลอตัวตะโกนออกมาอย่างมีโมโห แล้วก็กระตุกมือออกแทบไม่ทันเมื่อโจรเคราดกตัวโตราวกับหมียักษ์ดึงมือเธอไป แล้วพลิกไปพลิกมาอย่างพินิจดู จากนั้นมันก็หันมาตะคอกใส่เธอด้วยสีหน้าเอาเรื่อง

"นี่มันอะไร บนนิ้วของเธอน่ะ"

"ก็แหวนเพชรน่ะสิ หรือแกเห็นว่ามันเป็นรองเท้าล่ะ เอาไปสิเอาไปให้หมดเลย อยากได้ก็เอาไป มันเป็นรางวัลจากการปล้นของแกอยู่แล้วนี่" เอ่ยจบก็สะดุ้งเมื่อมือถูกบีบโดยแรง

"เธอคงไม่คิดว่าฉันโง่เง่าจนไม่รู้จักแหวนเพชรหรอกนะ แต่ที่ฉันถามก็คือมันเป็นแหวนห่าอะไร แหวนใส่เล่นหรือว่าแหวนแต่งงาน ฉันต้องการคำอธิบายว่าแหวนเพชรวงนี้มันมีที่มาที่ไปยังไงกัน!"

เสียงตะคอกที่แองเจลาไม่เข้าใจว่าทำไมมันจะต้องดังมากมายขนาดนั้นด้วยทำให้หญิงสาวผงะ จากนั้นก็ทำยืนนิ่งด้วยสีหน้าไม่แยแส และไม่ยอมตอบคำถาม แต่พอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีเทาที่บ่งบอกว่าเขาสามารถโยนเธอลงทะเลได้ เพียงเท่านั้นหญิงสาวก็จำต้องเปิดปากพูดออกไป

"บาสเตียนคนที่แกเพิ่งฆ่าเขาตายไปน่ะ บอกกับฉันว่ามันคือแหวนหมั้นของเราทั้งสองคน!"

เอ่ยเท่านั้นก็กัดฟันกรอด เมื่อแหวนเพชรเม็ดงามถูกรูดออกจากนิ้ว แล้วเจ้าโจรบ้านั่นก็จับมันยัดใส่กระเป๋ากางเกง ราวกับว่ามันเป็นเพียงแค่ก้อนกรวดธรรมดา ทั้งที่มันมีค่าพอๆ กับบ้านหนึ่งหลัง แถมยังเป็นทรัพย์สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่อาจช่วยประทังชีวิตของเธอได้ ถ้าหากว่าแองเจลามีโอกาสหนีรอดออกไป

"จำเอาไว้นะ นับแต่นี้ไปเธอตกเป็นสมบัติของฉันแล้ว เพราะฉะนั้นเธอจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้สมบัติของใครอีก

สมบัติแบบฉันจำเป็นต้องดูดีอยู่เสมอ งั้นแกก็เอาสมบัติชิ้นใหม่ที่เป็นของแกมาให้ฉันใส่แทนแหวนวงนั้นสิ” แองเจลารีบโพล่งออกไป แล้วแบมือรับของมีค่าชิ้นใหม่ พร้อมจ้องดวงตาสีเทาอย่างท้าทาย

ไม่มีอะไรจะให้ นอกจากศพของลูกเรือลำนี้สักคนเพื่อเป็นของขวัญสำหรับเธอ ว่ายังไงล่ะ อยากให้ฉันฆ่าคนไหนก็สั่งมาเลย ฉันจะได้เอาเลือดของไอ้คนนั้นมาล้างเท้าเธอ!"

คำตอบและสายตากระหายเลือดอย่างพร้อมจะทำจริงๆ ทำให้แองเจลาอาเจียนแทบพุ่ง ขณะที่บรรดาลูกเรือทุกคนเริ่มหน้าซีดเผือดอีกครั้ง

ป่าเถื่อนฉันไม่ได้กระหายเลือดแบบแกหรอกนะ ของกำนัลที่ฉันต้องการแทนแหวนเพชรวงนั้นก็คือ ทุกคนบนเรือลำนี้จะต้องไม่ตายเพื่อสังเวยให้กับความบ้าดีเดือดและกระหายเลือดของใคร

นั่นเป็นสิ่งที่ฉันสามารถให้เธอได้ แต่ฉันอาจเปลี่ยนใจขึ้นมาก็ได้นะ ถ้าหากเธอยังกวนโมโหและทำตัวให้ฉันหงุดหงิดจนอยากจะฆ่าใครให้ตายไปสักคน แล้วคนคนนั้นจะต้องไม่ใช่เธอที่เป็นคนทำให้ฉันโมโหด้วย แต่ว่ามันจะต้องเป็นคนอื่นที่ชะตาขาดจนต้องเข้ามาเป็นแพะรับบาปแทนเธอ!

"แกมันบ้าไปแล้ว ให้ตายสิ ยุคสมัยนี้ยังมีคนป่าเถื่อนแบบนี้หลงเหลืออยู่อีกเหรอ"

แองเจลาร้องโอดโอย ไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตจะซวยซ้ำซวยซ้อน พบเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายถึงเพียงนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เธอนอนอยู่บนเตียงนุ่มๆ ภายในคฤหาสน์หลังใหญ่โตของบิดาแท้ๆ 

"พาทั้งหมดไปลงเรือของเรา ส่วนเรือลำนี้ให้เจคอปเอาไปซ่อนในสถานที่ที่เราตกลงกันไว้"

เจ้าโจรสลัดเบลซบอกกับอาเดนได้เท่านั้น แองเจลาก็เบิกตากว้าง เมื่อมันดึงเธอเข้าไปหา แล้วจับหญิงสาวยกขึ้นพาดบ่าราวกับเธอเป็นเพียงตุ๊กตาผ้าเก่าๆ จากนั้นก็พาเดินลงไปยังเรืออีกลำ พอเห็นคนพากันมองมาอย่างสนใจ แองเจลาก็เลยดิ้นรนประท้วงเพื่อจะลงเดินเอง

"นี่อีตาหมียักษ์ ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะเจ้าโจรถ่อยเบลซ ทำไมแกจะต้องทำแบบนี้กับฉันด้วย ในเมื่อเเกก็รู้ดีว่าฉันสามารถเดินไปเองได้ และฉันก็ไม่มีทางที่จะตุกติกหรือบ่ายเบี่ยงไม่ลงเรือไปกับแกอยู่แล้ว"

แองเจลาเอ่ยแล้วดิ้นขลุกขลัก มือบางทุบไหล่มันเพื่อต่อต้าน แล้วก็สะดุ้งเมื่อโดนฟาดป้าบเข้าให้ที่สะโพกงามงอน แถมเจ้าโจรถ่อยเบลซยังทำการจาบจ้วงโดยการขยำมาที่ก้นกลมๆ ของเธออีกด้วย ทำให้บรรดาลูกสมุนของมันหัวเราะกันอย่างครื้นเครง พร้อมส่งเสียงโห่ฮิ้วเป่าปากกระทืบเท้ากันอย่างชอบใจ

"สาบานเลยว่าฉันจะแก้แค้นสำหรับความอับอายในครั้งนี้ให้ได้ คอยดูสิเจ้าเบลซ ฉันจะจำชื่อของแกเอาไว้ ฉันจะจำแกไม่มีวันลืม และจะจำไปจนกว่าฉันจะสามารถแก้แค้นแกได้สำเร็จด้วย!"

แองเจลาร้องออกมาอย่างขัดใจสุดขีด เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะตอบกลับมา ราวกับมันกำลังจะประกาศว่าไม่มีทางมีวันนั้นอย่างแน่นอน แล้วมันก็พาเธอเดินตัวปลิวไปยังเรือลำใหม่ หญิงสาวเพิ่งได้คิดว่าทำไมเบลซถึงต้องแบกเธออยู่อย่างนี้ด้วย นั่นก็เพราะว่ามันต้องการแสดงให้เห็นว่าแองเจลาเป็นเพียงแค่สิ่งของเพียงชิ้นหนึ่งที่มันปล้นมาได้เท่านั้นเอง

แองเจลากางกรงเล็บทั้งห้าขึ้นหมายจะข่วนแผ่นหลังมันให้เลือดแตกซิบ แต่พอนึกถึงตอนที่มันบีบขยำแก้มก้นของเธอต่อหน้าลูกน้อง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่นำความอับอายและอดสูแสนระยำชอกช้ำใจมาให้เธอเมื่อครู่นี้ เธอจึงค่อยๆ ลดมือลง จากนั้นก็สบถด่ามันด้วยภาษาไทยยาวเฟื้อย ชนิดที่ว่าลากสัตว์นานาพันธุ์มาจนหมดผืนป่ากันไปเลยทีเดียว และไม่ต้องห่วงว่าเธอไปเอาคำหยาบพวกนี้มาจากไหน ก็จากบรรดาลูกเรือมากมายหลายชาติของพ่อเธออย่างไรล่ะ

แองเจลาแอบสาแก่ใจนิดๆ ที่เห็นพวกลูกน้องพากันหัวเราะลั่น เธอก็เลยจัดการด่าประณามพวกมันแบบขุดโคตรเข้าไปอีก ผลที่ตามมาคือพวกมันยิ่งหัวเราะที่เธอร้องตะโกนด่าโคตรเหง้าของพวกมัน ราวกับว่าเธอกำลังแสดงตลกให้ดู แต่แองเจลาไม่สนใจหรอก ตราบใดที่มันยังไม่เข้าใจภาษา เธอก็จะบ่นๆ ด่าๆ ไปเรื่อยๆ ด้วยความสะใจ แล้วต่อมาหญิงสาวก็ต้องสะดุ้งและปิดปากเงียบ เมื่อเบลซทำเสียงเข้มดุกระด้างใส่อย่างหงุดหงิด

"ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมแม่สมบัติของฉัน...ว่าห้ามเธอพูดอะไรทั้งนั้น จนกว่าฉันจะอนุญาต และถ้าหากว่าเธอยังจะพล่ามอีก ฉันขอเปลี่ยนใจที่จะไม่ฆ่าใครเพื่อระบายโทสะทั้งนั้น แต่ฉันจะจับเธอแก้ผ้าและโชว์ให้ทุกคนดูแทน หรือว่าเธอชอบแบบนั้นล่ะ ใช่สิเธออาจจะชอบก็ได้ เพราะเท่าที่ฉันสังเกตดู เธอก็ชอบแสดงตัวให้เป็นจุดสนใจของพวกผู้ชายอยู่แล้วนี่ เอาเลยสิแม่เสือสาว โวยวายเข้าไป หุ่นสวยๆ ของเธอจะได้ปรากฏต่อสายตาผู้ชายทุกคนบนเรือ และอย่างไม่มีส่วนไหนหรือจุดซ่อนเร้นใดๆ เล็ดลอดจากสายตาทุกคนไปด้วย ฉันขอสัญญา..."

สิ้นคำนั้นแองเจลาก็ตัวสั่น ขณะที่พวกโจรสลัดพากันเงียบกริบ ทั้งหมดหยุดหัวเราะ กระทืบเท้า และเป่าปาก เมื่อไม่ได้ยินเสียงแว้ดๆ ของแองเจลาอีกต่อไปแล้ว

++++++++++++++++++++++++++++++

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ มาอัพให้แล้วนะจ๊ะ ติดธุระอยู่หลายวันเลย ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

4 ความคิดเห็น