วิวาห์รักเจ้าพ่อแดนเถื่อน

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 1.4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 มี.ค. 60

ตอนที่ 1.4

 

                        “ยิ่งพูดถึงเรื่องนี้ ฉันก็เริ่มมองเห็นว่ามันสมควรแก่เวลาที่จะผลิตทายาทอย่างจริงจังเสียแล้วละ และในเวลานี้ฉันเองก็ไม่เห็นว่าใครมันจะเหมาะสมเท่าเธอสักคน ข้อแรกเลยนะ เธอเป็นคนไทย ซึ่งฉันก็เคยคิดเอาไว้เล่นๆ มานานแล้วว่า สำหรับแม่คนแรกของลูกนั้นหล่อนจะต้องเป็นคนไทยเหมือนกับแม่ฉัน และนี่แหละคือเหตุผลที่ฉันจะเอาเธอมาแก้ไขสถานการณ์น่ารำคาญของตัวเองในยามนี้”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยแล้วมองญาดารัตน์อย่างแน่วแน่ หญิงสาวนั่งกัดฟันกรอดเมื่อเขามีแต่บอกความต้องการแล้วก็ย้ำว่าเธอต้องทำ ต่อมาก็ชะงักเมื่อเห็นพันช์ได้แต่ยืนอึ้งตัวแข็งเป็นหิน จึงชี้มือไปยังเจ้าหล่อนทันที

 

                        “ผิดแล้วค่ะ ฉันคิดว่าทั้งหมดของความต้องการคุณน่าจะอยู่ที่หล่อนต่างหากเล่า สาวน้อยที่ยอมอยู่ใต้โอวาท ยินดีให้คุณบัญชาการเหมือนยอร์กเชียน้อยผู้ภักดีก็คือหล่อน และที่สำคัญหล่อนก็เป็นคนไทยร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยเหมือนกัน แล้วถ้าคุณอยากเป็นสามีจอมเผด็จการของใครสักคนละก็ เชิญคุณสวมปลอกคอและจูงหล่อนไปที่หน้าแท่นบูชาได้ตามสบายเลย ไม่แน่นะ ตอนนี้หล่อนอาจแอบหลงรักคุณอย่างหัวปักหัวปำอยู่ก็ได้ นี่คุณจะไม่ลองสังเกตดูพฤติกรรมและสายตาที่มันมีอะไรแฝงเร้นของหล่อนดูสักหน่อยหรือ”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยแล้วชี้ไปทางพรรณราย เห็นอีกฝ่ายสะดุ้งหน้าแดงก่ำ แล้วก็รีบส่ายศีรษะปฏิเสธพัลวัน ต่อมาก็หน้าง้ำเมื่ออเล็กซ์ถลึงตาใส่และเอ็ดด้วยน้ำเสียงต่ำลึก

 

                        “เธอเป็นบ้าอะไรถึงลากพันช์เข้ามาเกี่ยวด้วย พรรณรายก็เหมือนน้องสาวของฉันแหละ ฉันดูแลเขามาตั้งแต่เล็ก ทีหลังอย่าได้พูดจาเลอะเทอะให้เขาต้องเสียหายอีก เขาเป็นหลานของป้านิ่มที่ฉันเคารพรักมากเข้าใจไหม”

 

                        อเล็กซ์ลงท้ายด้วยเสียงดุๆ และส่งสายตาบังคับไม่ให้ญาดารัตน์คิดแปลความสัมพันธ์เป็นอื่นไป แล้วร่างสูงสมบูรณ์แบบก็หมุนกายมามองเธอตรงๆ

 

                        “เธอน่ะเป็นเมียทางพฤตินัยของฉันไปแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อฉันคิดจะจับเธอมาแต่งงานด้วย มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าหวาดกลัวหรือเลวร้ายอะไร ตรงกันข้ามเธอควรจะภูมิใจนะที่ไม่ได้เป็นหนึ่งในสาวๆ บ้านดอกไม้ขาว แต่เป็นดอกช่อเพชรอันล้ำค่าที่ฉันเลือกมาประดับแจกัน”

 

                        คำพูดและสายตาคมที่จ้องเขม็งราวกับว่าเธอมีค่าตามที่เขาพูดมานั้น ทำให้หญิงสาวต้องใจแข็งไม่เคลิบเคลิ้มหรือคล้อยตาม คนเจ้าชู้อย่างอเล็กซ์น่ะหรือจะมีตามองเห็นว่าผู้หญิงนั้นมีความแตกต่างกัน เพราะถ้าเปรียบเป็นเสือ เขาก็เป็นเสือในป่าสมบูรณ์ที่สุด วันๆ เจอแต่อาหารดีๆ ผู้หญิงอย่างเธอก็แค่อาหารพื้นๆ เขาจะมาติดอกติดใจอะไรจริงจังได้ เมื่อเสริมภูมิต้านของหัวใจให้ตัวเองเสร็จสรรพ ก็หันกลับไปคะยั้นคะยอพรรณรายใหม่

 

                        “บอกเขาไปสิ แม่คนขี้ขลาด ก่อนที่เธอจะเสียใจไปตลอดชีวิต เธอต้องการเขามากไม่ใช่หรือ ขนาดรู้ว่าเขามีผู้หญิงอยู่เต็มฮาเร็มขนาดนั้น เธอก็ยังมองเขาด้วยสายตาชื่นชมบูชาไม่สร่างซา และนั่นย่อมแสดงว่าเธอรับเขาได้ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นถ้าเขากำลังหาภรรยาในแบบที่ดีที่สุด มันก็ย่อมเป็นเธอเท่านั้นที่คู่ควร ซึ่งตรงกันข้ามกับฉัน ฉันเป็นคนหวงของหวงที่ และไม่ชอบใช้ของส่วนตัวร่วมกับของใคร พื้นฐานในจิตใจคับแคบมากและไม่มีวันที่จะปรับตัวหรือปลงใจประพฤติตัวเป็นเมียหลวงที่ดีได้ เธอก็เป็นหนึ่งในความต้องการของเขาไม่แพ้ฉัน มีความเป็นคนไทยเต็มร้อยแบบแม่เขา เปิดใจที่แท้จริงออกมาสิ เขาอยู่ตรงนั้นไง รีบไปอาสาทำหน้าที่แม่ของลูกให้เขาเสีย นี่มันโอกาสทองของเธอแล้วนะ จะมัวแอบรักแอบชอบอยู่ทำไมกัน”

 

                        เอ่ยแล้วจ้องพรรณรายเขม็ง ขณะที่อเล็กซ์ส่ายหัวระอาให้กับคำพูดของเธอ เห็นพรรณรายมองอเล็กซ์อย่างลังเลครู่หนึ่ง แล้วก็จ้องหน้าเธอด้วยดวงตาหม่นหมอง จากนั้นก็ก้มหน้าลงและส่ายศีรษะช้าๆ

 

                        “คุณเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันไม่เคยคิดกับเจ้านายของป้านิ่มแบบนั้น ฉันยังเด็กและอยู่ในวัยเรียน จะคิดถึงเรื่องความรักได้ยังไง คุณอเล็กซ์คือผู้ปกครองที่ฉันเทิดทูนค่ะ และตอนนี้เขากำลังต้องการคุณ ได้โปรดอย่าปฏิเสธเลย”

 

                        เสียงตอบกลับมาสั่นเครือจนน่าสงสารนั้นทำให้ญาดารัตน์ครางเสียงดัง

 

                        “โอ๊ย…แม่พระ! ถ้าเธอไม่กล้าพูดความจริงก็อย่ามาจะเป็นจะตายทีหลังก็แล้วกัน เมื่อตำแหน่งเจ้าสาวของเขาที่เธอใฝ่ฝันดันตกมาเป็นของฉัน และนี่แน่ะ ถ้าเธอไม่ไขว่คว้าหาโอกาสให้ตัวเองในวันนี้ ก็โปรดจำเอาไว้เลยนะว่า ถ้าฉันหลีกเลี่ยงตำแหน่งนี้ไม่ได้ เนื่องจากอำนาจอันมหาศาลของเขา แล้ววันไหนที่เธออาจหาญเสนอหน้าขึ้นมาเป็นเมียเก็บของเขาละก็ ฉันจะเอามีดมาคว้านท้องเธอ แล้วโยนเครื่องในออกไปให้อีแร้งมันจิกกิน”

 

                        เสียงดุๆ ของญาดารัตน์ทำให้พรรณรายหน้าซีด ยกมือปิดปากอย่างสยดสยอง แล้วก็ถอนใจอย่างโล่งอกเมื่อเสียงของอเล็กซ์ดังขึ้น

 

                        “เหลวไหลน่า ทำตัวเป็นแองเจลาเมียเถื่อนของเบลซไปได้ เลิกทำให้พันช์เขาอึดอัดใจได้แล้ว มันไม่มีความรู้สึกอื่นใดระหว่างฉันกับเขาทั้งนั้นแหละ ยุยงไปเท่าไรก็ไม่ขึ้นหรอก”

 

                        คำพูดพร้อมสายตาที่มองมาราวกับญาดารัตน์เป็นเด็กน้อยที่เหลวไหลนั้น ทำให้หญิงสาวเผลอทำแก้มป่อง โดยไม่รู้เลยว่ากิริยากระฟัดกระเฟียดอย่างนี้ และตัวที่เล็กกว่าทำให้เธอดูเด็กกว่าพรรณรายที่ถึงแม้จะสวยหวานหยดย้อยแต่ก็ดูเป็นสาวสะพรั่งรวดเร็วมาก ทั้งที่อายุจริงๆ แล้วนั้นอ่อนกว่าเธอสี่ห้าปี

 

                        “ป้านิ่มก็เหมือนแม่คนที่สองของฉัน และตัวพันช์เองก็เหมือนน้องสาว ถึงแม้เขาจะชอบประพฤติตัวหรือวางตัวเองเหมือนสาวใช้ในบ้านนี้ไปหน่อยก็ตาม แต่เขาก็เปรียบเหมือนคนในครอบครัว ในเมื่อมันเป็นแบบนี้แล้ว เราสองคนจะคิดเป็นอื่นไปได้ยังไง นอกจากพี่น้องกัน เลิกชักใบให้เรือเสียได้แล้ว ถ้าฉันกับพันช์จะคิดเป็นอื่นไกล มันคงจะเกิดขึ้นนานแล้ว เธอกำลังพูดจาข่มขู่รังแกเด็กอยู่นะหวานใจ”

 

                        คำพูดสำทับตอนท้ายแม้เสียงจะนุ่มนวลแต่สายตาก็จ้องเขม็ง และมันก็ทำให้ญาดารัตน์เลิกเกี่ยงโยนกลอง หญิงสาวมองทั้งคู่สลับกันไปมา ก่อนจะแหงนหน้ามองอเล็กซ์ด้วยสายตาเย้ยหยัน

 

                        “ฮึ! ฉันก็หลงเข้าใจว่าคุณคือผู้เชี่ยวชาญด้านผู้หญิงในทุกๆ ทางซะอีก แต่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เลยสักนิดเดียว คุณมันชำนาญแค่ในยามที่จะใช้คนเพศเดียวกับฉันตอนอยู่บนเตียงเท่านั้นแหละ ส่วนที่เหลือคุณตื้นเขินในการประมวลระบบความคิดของผู้หญิงมาก บางเรื่องมันก็มองออกง่ายแสนง่าย แต่คุณก็ยังมองไม่เห็น!”

 

                        “ถ้าไม่มีอะไรแล้วพันช์ขอตัวก่อนนะคะ”

 

                        คนที่เป็นหัวข้อสนทนาเอ่ยแล้วรีบเดินหนีไปโดยไม่รอคำอนุญาตของใครทั้งสิ้น และพออยู่ด้วยกันสองคน ญาดารัตน์ก็ถูกดึงให้ลุกยืน

 

                        “ห้ามทำให้คนในบ้านของฉันลำบากใจด้วยคำพูดงี่เง่าแบบนี้อีกเข้าใจไหม”

 

                        “แล้วถ้ามันเป็นเรื่องจริงคุณจะเปลี่ยนใจ แล้วหันไปคว้าหล่อนแทนไหมล่ะ”

 

                        “ไม่มีทาง! ฉันมองพันช์เป็นน้องสาวมาตลอด”

 

                        “แต่ว่าหล่อนสวยมากเลยนะ หน้าหวานเป็นตาลเฉาะ หุ่นระหงงามปานนางงามจักรวาล”

 

                        พูดแล้วญาดารัตน์ก็แสลงใจ เมื่อตัวเธอดูเหมือนกับคนแคระเวลายืนขนาบกับสองคนนี้

 

                        “พอเถอะ เลิกจุดประกายเรื่องเหลวไหลนี้เสียที ฉันไม่ใช่คนที่ไขว้เขวอะไรง่ายๆ หรอกนะ และเมื่อฉันบอกว่าจะให้เธอเป็นเจ้าสาว เธอก็ต้องเตรียมตัวที่จะเป็น พวกเชลยมีสิทธิ์มีเสียงได้ที่ไหนกัน อ๊ากกกกกกก”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยเท่านั้นก็ร้องลั่น เมื่อจู่ๆ ต้นคอก็ปวดแสบปวดร้อนไปหมด เขาตาลุกวาวเมื่อเห็นมือข่วนหัวเราะอย่างสาแก่ใจ แล้วก็วิ่งหนีหายไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว เขาตามไป แล้วก็ต้องไปยืนจังก้าอยู่ตรงนั้น

 

                        “ยายแมวบ้า ออกมาจากห้องน้ำเดี๋ยวนี้นะ ฉันต้องการนอนกับเธอ เดี๋ยวนี้ญาญ่า!”

 

                        “เชิญนอนกอดหมอนข้างไปเถอะพ่อโคถึก เพราะว่าฉันจะอยู่ในห้องนี้จนกว่าคนบ้าบางคนจะหายกลัดมัน แล้วเลิกเห็นฉันเป็นเครื่องระบายอารมณ์เสียที ฉันมีหัวใจนะ และสำคัญที่สุด ลมหายใจและชีวิตก็ยังเป็นของฉัน รวมทั้งเนื้อตัวและเลือดเนื้อด้วย เพราะฉะนั้นฉันจึงมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะปฏิเสธคุณตอนไหนก็ได้ เลิกพล่ามเสียทีว่าฉันเป็นเชลยของคุณ มันหมดยุคทาสไปนานแล้ว และเหตุการณ์ที่คุณเคยบุกปล้นเรือของแทมเบอร์นั้น มันเป็นเรื่องของคนเถื่อน ซึ่งฉันจะไม่ขอน้อมรับกฎเกณฑ์ใดๆ ของคนเถื่อนทั้งสิ้น และเหตุผลเดียวที่ฉันยอมอยู่ที่นี่แต่โดยดี ก็เพราะความสงบสุขในชีวิตแต่งงานของเกรซเท่านั้น!”

 

                        ญาดารัตน์เอ่ยอย่างดึงดัน กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องน้ำก็เห็นว่ามันกว้างขวางดี แล้วก็ถอนใจอย่างโล่งอก เมื่อพบว่ามีผ้าขนหนูพับวางซ้อนกันหลายผืนอยู่บนชั้น และก็เพียงพอให้เธอเอามันมาปูรองนอนด้วย อีกทั้งยังสามารถแบ่งมันมาห่มได้อีก หญิงสาววางแผนการนอนเสร็จสรรพก็หันกลับมาตะแคงหูฟังว่าคนด้านนอกจะว่าอย่างไร แล้วก็ขมวดคิ้วงงๆ เมื่ออยู่ดีๆ ผู้ชายขี้สั่งพ่อโคถึกจอมเผด็จการก็เอ่ยออกมาเสียงแข็งๆ

 

                        ‘แปลกแต่จริง ยอมง่ายๆ ได้ยังไง ทำเหมือนกับไม่ใช่อเล็กซ์ที่เรารู้จักเลย’

 

                        “งั้นก็เชิญตามสบายเลยนะ แล้วเธอจะรู้ว่าการนอนบนเตียงอุ่นๆ และซุกไซ้ถูไถอยู่ในอ้อมกอดของฉันน่ะ มันดีกว่าการนอนอยู่ในห้องน้ำระยำนั้นเป็นไหนๆ”

 

                        อเล็กซ์เอ่ยอย่างหัวเสีย แล้วเดินกลับไปยังเตียงโดยไม่คิดที่จะเซ้าซี้แม่คนจองหองอีก ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วเขาจะเดินไปเอากุญแจและฉุดหล่อนออกมากระทำชำเราให้สาสมกับที่ใจต้องการก็ได้ ชายหนุ่มนอนลงบนเตียงแล้วเหวี่ยงขายาวๆ ขึ้นมาตามติด สองมือสอดประสานที่ท้ายทอยแล้วมองเพดานนิ่ง ความต้องการที่จะเป็นเจ้าบ่าวและมีทายาทให้ตระกูล แม้มันจะเกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน แต่ความปรารถนานั้นแรงกล้ามาก ถึงอย่างไรเสียเขาก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก และไม่ว่าญาดารัตน์จะดื้อรั้นอวดดีมากขนาดไหน ทุกอย่างก็จะต้องสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพราะคนอย่างอเล็กซ์นั้นลองมุ่งมั่นจะทำอะไรแล้ว ไม่มีคำว่าพลาด!

 

+++++++++++++++++++++++++++++++

จบตอน

                       

 

                                                

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18 ความคิดเห็น