[Fic my hero academia] Sympathies เงามืดของแสงสว่าง 【Fin SS2】

ตอนที่ 20 : การเริ่มต้นครั้งใหม่ [Fin SS1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 901 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63

 

 

 

ประถมศึกษาปีที่สาม จบไปอย่างรวดเร็วเมื่อวันๆ หนึ่งของริมุรุต้องใช้มันไปกับน้องชายจอมดื้อที่ชอบฝืนตัวเอง ทั้งๆ ที่ฝึกร่างกายตามตารางที่เขาให้ก็แทบรากเลือดแล้ว ไม่เข้าใจซะจริงว่าจะฝืนฝึกให้เกินเวลาไปทำไม

“อิซึคุ วันนี้พอได้แล้ว”

“อ๊ะ ขออีกนิดนะริมจัง!”

“ไม่ได้ นายลืมเหรอว่าคุณน้าอิงโกะจะพาไปตั้งแคมป์ ถ้านายโอ้เอ้เราจะสาย”

“โธ่ รู้แล้วครับๆ”

มิโดริยะ อิซึคุ ยอมละมือออกจากหุ่นกระบอก เลิกเมนูฝึกรอบเช้า ก่อนที่เจ้าตัวคว้าผ้าขนหนูวิ่งเข้าห้องน้ำไป ร่างเล็กของเด็กชายหัวสีเขียวเหมือนสาหร่ายใต้เสื้อกล้ามสีดำไม่ได้ผอมแห้งเหมือนเด็กเนิร์ดขาดสารอาหารอีกแล้ว หากแต่มันเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออ่อนๆ กำลังพอดี ให้ความรู้สึกแข็งแรงมีกำลัง

ที่สำคัญร่างกายที่แข็งแรงมาพร้อมสุขภาพที่ดีขึ้น รวมไปถึงความมั่นใจในตัวเองที่มากขึ้นด้วย โดยพื้นฐานอิซึคุไม่ใช่เด็กเกเรเอาแต่ใจ ถึงเขาจะแข็งแรงกว่าเด็กที่เคยรังแกเขาแล้ว เจ้าตัวก็ไม่เคยคิดที่จะเอาคืนแต่อย่างใด ส่วนมากแล้วก็จะแค่ปัดป้องป้องกันตัวให้ผ่านๆ ไปซะมากกว่า

เด็กๆ เกเรที่ทำเป็นแต่ใช้อัตลักษณ์ที่มีเข้าข่ม ไม่ได้กล้าแกร่งอะไรขนาดที่ว่าจะสู้ซึ่งๆ หน้ากับอิซึคุที่เขาอัดสอนเฉพาะวิธีป้องกันตัวให้ได้หรอก

...นับว่าฝึกให้ทั้งปีไม่เสียเปล่า

“คุณน้าพาฮัสกี้ไปฝากแล้วเหรอครับ?”

“ใช่จ้ะ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ น้ากำชับไว้หมดแล้วล่ะ”

ริมุรุพยักหน้ารับ อย่างไรซะฮัสกี้ก็เป็นหมาฉลาด น่ารัก และเลี้ยงง่าย เขาไม่ห่วงว่าคนที่รับฝากจะเลี้ยงไม่ดีหรอก ห่วงแค่ว่าจะไม่ได้คืนซะมากกว่า

“รีบลงมากินข้าวล่ะอิซึคุ!”

ริมุรุเรียกซ้ำ ส่วนตัวเองนั้นลงไปนั่งกินข้าวก่อนแล้ว อิงโกะเห็นสองศรีพี่น้องช่วยดูแลกันดีก็อมยิ้ม หันไปสนใจตรวจดูอุปกรณ์ตั้งแคมป์ได้อย่างสบายใจ ตั้งแต่มีริมุรุจังมาอยู่ในบ้านเธอก็แทบไม่เคยต้องมานั่งเป็นห่วงกังวล หรือคอยจ้ำจี้จ้ำไชอะไรอิซึคุอีกเลย

ไม่นานเกินรอ อิซึคุก็วิ่งลงมากินข้าว เสื้อผ้าบนตัวเป็นเสื้อแขนยาวขายาวทะมัดทะแมงพร้อมสำหรับลุยเขาเป็นอย่างยิ่ง ทันทีที่เก็บล้างจานจนเสร็จ อิซึคุก็วิ่งนำไปขึ้นรถ หากแต่ไม่ทันได้เปิดประตู...

“อ๊ะ อิซึคุวันนี้นั่งเบาะหลังนะลูก”

“เอ๋? ทำไมล่ะครับแม่?”

“เรายังมีคนต้องไปรับจ้ะ”

“...?”

อิซึคุนั้นมีความงุนงงเต็มใบหน้า แต่ก็ยอมไปนั่งเบาะหลังข้างๆ ริมุรุผู้เป็นพี่ชายโดยไม่ได้ถามอะไรเพิ่ม กลายเป็นริมุรุมากกว่าที่คิ้วกระตุกเพราะมีลางสังหรณ์แปลกๆ

...อืม รู้สึกมันต้องมีอะไรให้ปวดหมองแน่เลย

...

..

.

“ทำไมไอ้เดกุกับไอ้เตี้ยนี่ถึงได้อยู่ด้วยล่ะ!!”

“อะไร ก็บอกแล้วไงว่าบ้านอิงโกะจะไปด้วยกันน่ะ อย่ามาทำตัวหยาบคายนะเจ้าลูกบ้า เขาขับรถมารับเราไปด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว!!”

“หล่อนไม่ได้บอกเว้ยยัยแก่!!”

“บอกแล้วเถอะ แล้วอย่ามาเรียกว่าแก่! ไงอิงโกะ เดี๋ยวฉันขับให้เอง อ๋อ ไม่ได้เจอกันนานนะจ้ะอิซึคุคุง ริมุรุจัง”

คุณนายบาคุโกหรือคุณน้ามิสึกิเป็นสาวห้าวสุดเปรี้ยว สกิลฝีปากและความหัวร้อนของลูกชายนั้นถอดแบบมาจากผู้เป็นแม่อย่างไม่มีที่ติ เจ้าหล่อนหันไปตอบลูกชายที่เอาแต่โวยวายเสียงแข็ง ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าและน้ำเสียงใหม่จากเหวเป็นฟ้ายามหันหลับมาหาลูกชายเพื่อน

...แต่ทำไมเรียกอิซึคุว่าคุง เรียกเขาว่าจังล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย

“อาทิตย์ก่อนก็พึ่งเจอกันเองนี่ครับคุณน้ามิสึกิ”

“อ้าวเหรอ? แต่รู้สึกเหมือนนานจริงๆ นะ”

“เฮ้ย!! อย่ามาเมินกันนะเว้ยยัยป้า!!”

“หนวกหู!! อย่ามาเรียกยัยป้านะเจ้าลูกโง่! หยุดลีลาแล้วรีบๆ ไสตูดขึ้นรถได้แล้วย่ะ เสียเวลา!!”

คุณน้ามิสึกิหันกลับไปตะคอกใส่คัตสึกิด้วยดวงตาขึงขัง ส่วนตัวเองนั้นเก็บกระเป๋าไว้ท้ายรถแล้วขึ้นมานั่งฝั่งคนขับแทนมิโดริยะ อิงโกะ ที่เปลี่ยนที่ไปนั่งฝั่งข้างคนขับแล้ว และแล้วถึงลูกชายอย่างคัตสึกิจะกล้าแกร่งเถียงแม่ด้วยฝีปากหมาๆ แค่ไหน ท้ายที่สุดก็ต้องยอมอำนาจมืด ขยับตูดขึ้นรถมาตามบัญชาอยู่ดี

“ขยับเข้าไปสิวะไอ้เดกุ!!”

“ครับ-!”

มิโดริยะ อิซึคุยิ้มแหย เจ้าตัวรีบกระเถิบไปนั่งติดกับริมุรุที่นั่งอยู่ริมประตูฝั่งซ้าย และถ้าเป็นไปได้อิซึคุก็อยากขอสลับที่นั่งนะ แต่ว่าพี่ชายที่แสนดันส่งยิ้มมาให้ ความนัยก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเจ้าตัวจะไม่ไปนั่งคั่นกลางให้เขาเด็ดขาด

...ริมจังใจร้ายกว่าตอนฝึกอีก โฮ!

ท่ามกลางเสียงคุยกันอย่างสนุกสนานของสองคุณแม่ที่นั่งอยู่เบาะหน้า เบาะหลังนั้นกลับเต็มไปด้วยความเงียบและอึดอัด อิซึคุนั้นนั่งเกร็งตัวแข็งทื่อ หมาบ้าคัตสึกิก็เอาแต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ทั้งสองไม่พูดอะไรกันสักคำจนรอบข้างมีแต่เสียงหายใจ

...อ๋อ นอกจากสองคนนั้นจะไม่คุยกัน

...ก็ไม่ต้องถามถึงเขา เพราะเขาเองก็ไม่คุยด้วย

จริงๆ ต้องบอกว่าตั้งแต่คัตสึกิโผล่หน้ามาขอให้เขาช่วยฝึกและเขายื่นข้อเสนอไปว่าให้อีกฝ่ายคุยกับอิซึคุดีๆ คัตสึกิก็แทบไม่เข้ามาคุยกับเขาอีกเลย ไม่เข้ามาท้าแข่งหรือท้าตี อย่างมากก็แค่แสดงความเป็นศัตรูอยู่ห่างๆ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เข้ามาหาเรื่อง เขาก็คร้านจะเข้าไปสร้างเรื่อง ไม่เข้ามาท้าตีท้าต่อยริมุรุก็สบายใจดี

...แอบเป็นห่วงอยู่บ้างแหละ แต่เท่าที่ดูก็เหมือนเดิมเพราะฉะนั้นริมุรุเลยปล่อยเบลอ เอาที่เด็กมันสบายใจ

ที่สำคัญคัตสึกิยังแทบไม่เข้าไปวุ่นวายกับอิซึคุด้วย มากสุดก็ถากถางด้วยวาจาแบบนานๆ ที กลุ่มคนที่แกล้งอิซึคุในปัจจุบันจึงเป็นนักเรียนห้องอื่นซะมากกว่า

...จะว่าไปสองคุณแม่คงจงใจจัดทริปนี้ให้สองลูกชายซะล่ะมั้ง?

ทันทีที่คิดได้อย่างนั้น อิงโกะที่มองผ่านกระจกมองหลังก็สบตากับริมุรุพอดี แววตาและรอยยิ้มนั้นทำให้เขาต้องยิ้มแห้ง ดูเหมือนว่าเขาจะคาดเดาได้ถูกต้อง ไม่วายดึงเขามาร่วมด้วย ช่างไม่ปรึกษากันก่อนเอาซะเลย

“เราจะไปตั้งแคมป์กันที่ไหนเหรอครับ?”

“ไปกุนมะน่ะ ชื่อเขาอะไรนะ...เอ...ลืม ไว้ถึงเดี๋ยวก็รู้จ้ะ”

คุณนายบาคุโกตอบกลับมาอย่างอารมณ์ดี คำตอบที่ได้เล่นเอาปวดหัว ดูเหมือนจากสถานที่แล้วบรรดาคุณแม่คงตั้งใจจะเที่ยวต่อด้วย ท่าทางจะไม่ใช่ทริปแค่สองวันหนึ่งคืนอย่างที่เข้าใจตอนแรก

...เข้าใจล่ะว่าทำไมถึงต้องเอาเจ้าฮัสกี้ไปฝาก

...จัดทริปไม่ถามกันก่อนเลย

ความจริงก่อนจะออกจากบ้าน นอกจากเรื่องวุ่นๆ ของคุณน้า ริมุรุแอบมีลางสังหรณ์แปลกๆ เพียงแต่เขาก็เลือกที่จะเมินมันไป รวมทั้งไม่ได้แยกร่างเป็นบีบีเผื่อไว้ด้วยซ้ำ เพราะยังไงซะถ้าเขาไม่ได้บังเอิญหลุดกลับมาโลกนี้ ญี่ปุ่นก็ไม่มีแอนตี้ฮีโร่ที่ชื่อบีบีอยู่ดี

ที่สำคัญปกติเขาก็มาๆ หายๆ ไม่ใช่พนักงานประจำที่ทำงานเป็นเวลาแบบพวกฮีโร่กินเงินหลวงที่ต้องทำงานเข้าเวรทุกวันยกเว้นวันหยุดราชการ

ดังนั้นไม่ว่าสังหรณ์ของเขาจะเป็นจริงหรือไม่ หรือต่อให้มีเหตุร้ายอะไรเกิดขึ้นหรือไม่เกิด ก็ให้มันเป็นไปตามบุญตามกรรม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของโชคชะตาเถอะ ให้พวกฮีโร่กินเงินเดือนทั้งหลายจัดการกันเอาเอง หน้าที่พวกนั้นอยู่แล้วนี่นะ

...คนที่เขาอยากจะปกป้องตอนนี้ก็มีอยู่แค่คนรอบข้าง แค่ครอบครัวใหม่ที่เขายอมรับ

...เขาไม่ได้อยากเป็นฮีโร่ รวมถึงไม่ได้เป็นฮีโร่ที่จำเป็นต้องปกป้องประชาชนคนทั้งประเทศแบบไอ้บ้าออลไมท์ที่เป็นฮีโร่เข้าเส้นเลือดสักหน่อย

...เขาไม่อยากมีสิ่งสำคัญมากเกินไปแล้ว

...เพราะยามต้องสูญเสียไป หรือยามที่ยื่นมือไปปกป้องไม่ได้

...มันเจ็บปวด

“...หืม? อ้าว อิซึคุหลับไปแล้วเหรอ?”

ริมุรุดึงตัวเองกลับมาจากภาพความทรงจำในอดีตของตน ดวงตาสีทองเหล่มองน้องชายที่นั่งข้างๆ ที่หลับคอพับคออ่อนไปแล้ว แถมหลับไปพิงใครไม่หลับดันหลับไปพิงไหล่คัตสึกิอีกต่างหาก

...เห น่าสนุกแหะ

หมาบ้าถลึงตามองมาอย่างดุดัน สายตาบ่งบอกชัดว่าให้ริมุรุพาอิซึคุออกไปจากตัวเขา หากแต่ริมุรุกลับแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ พูดเป็นคำสั้นๆ แบบไม่มีเสียงว่า

‘ฝาก-ด้วย-นะ’

“ไอ้-!”

“...ชู่ กวนคนนอนไม่ดีนะคัตสึกิ”

ริมุรุกระซิบบอกพลางยิ้มกว้าง ตัดสินใจเอนหัวพิงกระจกหน้าต่างทำเป็นหลับหนีไปอีกคน

รู้ๆ กันอยู่ว่าคัตสึกิมันคนซึน ถ้าไม่พอใจจริงๆ คงจะโวยวายเสียงดังไม่ก็ผลักหัวอิซึคุจนกระเด็นไปแล้ว ไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ให้อิซึคุนอนซบอยู่แบบนั้นหรอก

...คนซึนนี่มันซึนจริงๆ

...ทริปนี้ของแม่ๆ ดูแล้วก็มีโอกาสสำเร็จอยู่อ่ะนะ ฮึ

...

..

.

“อิซึคุ ตื่นได้แล้ว ถึงแล้วนะ”

“...งื้อ...ริมจัง ถึงแล้วเหรอ?”

“ใช่ ถึงแล้ว มาช่วยกันขนของได้แล้ว ยังต้องเดินขึ้นเขาอีก”

ริมุรุปลุกอิซึคุให้ตื่นจากนิทรา คนงัวเงียมีทีท่าเลิ่กลั่กคล้ายกับไม่คิดว่าตัวเองจะเผลอหลับลึก คุณน้าอิงโกะกับคุณน้ามิสึกิเดินไปแจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อทำเรื่องพักค้างแรมบนเขา รวมถึงติดต่อขอเช่าอุปกรณ์ในการตั้งแคมป์ที่ยังขาด จากที่ดูแล้วคงไม่วายจะปิ้งบาร์บีคิวกินกันเป็นมื้อเย็นแหงๆ

“งั้นริมุรุจังจ้ะ น้าฝากเจ้าลูกบ้าของน้าด้วยนะ”

“ฝากเฟิกอะไรฟะยัยป้า-!!”

สองแม่ลูกบาคุโกเถียงกันเสียงดัง ก่อนที่คุณน้ามิซึกิจะเดินแยกออกไป เพราะเธอต้องไปจัดเตรียมข้าวของตั้งแคมป์กับเจ้าหน้าที่ที่จะนั่งรถนำของที่จำเป็นต้องใช้ขึ้นไปให้ก่อน ซึ่งสองคุณแม่นั้นแยกไปพร้อมกัน เด็กชายทั้งสามจึงต้องเดินขึ้นเขาไปกันเอง

...ดูจากเส้นทางในแผ่นพับนำเที่ยวแล้วให้เด็กไปกันเองมันก็ไม่ได้ยากอะไรหรอก

...แต่ไม่กลัวลูกหายกันบ้างรึไง นี่ก็ไว้ใจเขาเกินไปนะ?

“เอาล่ะ เราก็เดินขึ้นเขากันเถอะ จุดตั้งแคมป์อยู่ไม่ไกลมาก รีบเดินก่อนจะมืดดีกว่า”

“หา? ทำไมฉันต้องไปกับพวกแกด้วยฟะ!?”

“ไม่ตามขึ้นไปจะไม่มีข้าวกินนะ แล้วจะนอนในรถก็ไม่ได้เพราะคุณน้าเอากุญแจไปด้วย แล้วถ้าไม่รีบไปแล้วมันมืดซะก่อน แล้วคุณเจ้าหน้าที่ก็คงต้องพาขึ้นไปส่ง รบกวนเวลาชาวบ้านชาวช่องเขา ที่สำคัญคัตสึกิคงไม่อยากโดนจับส่งป้อมตำรวจเพราะถูกมองเป็นเด็กหลงใช่มั้ย?”

“เหอะ!!”

หลังจากร่ายกล่อมซะยืดยาว คัตสึกิก็เดินนำหน้าขึ้นเขาไปลิ่วๆ ลำบากริมุรุกับอิซึคุต้องรีบสาวเท้าเดินตามไปให้ทัน เส้นทางขึ้นเขามีเส้นเดียวซึ่งทางเดินถูกถางให้เดินง่าย มีรั้วกั้นไม่ให้เผลอเดินตกเขาทุกย่างก้าว ป้ายบอกทางก็มีพร้อม รับรองว่าถ้าไม่ซนก็ไม่มีหลง แต่สำหรับเด็กเดินขึ้นเขาไกลๆ ก็ชวนหอบอยู่บ้างหรอก

“ไหวมั้ยอิซึคุ”

“วะ-ไหวครับริมจัง ไม่ต้องเป็นห่วง”

“ขึ้นที่สูงอากาศจะบางลง ไว้กลับไปแล้วจะจดตารางฝึกให้อึดกว่านี้ก็แล้วกันนะ”

“คะ-ครับ!”

อิซึคุที่เหนื่อยหอบน้อยๆ เริ่มหน้าซีด ไม่อยากจะคิดเลยว่าเมนูเพิ่มความอึดที่จะเพิ่มเข้ามาในตารางจะมหาโหดหินได้ขนาดไหน เขากลืนน้ำลายลงคอพยายามเดินหลังตรงไม่กล้าแสดงท่าทีเหน็ดเหนื่อยเช่นเมื่อครู่อีก แม้จะมีมือขาวยื่นมาทำท่าจะช่วยจูง อิซึคุก็ไม่กล้ารับความหวังดี

ถึงกระนั้นคนที่เดินนำอยู่ข้างหน้าก็ไม่วายแขวะดังมาถึงข้างหลัง แน่นอนว่าอิซึคุแค่ยิ้มรับแห้งๆ ไม่กล้าโต้เถียงหรือขัดใจอะไรคนหัวร้อน

“เหอะ!! อ่อนแอเป็นบ้าเลยว่ะไอ้เดกุ!!”

“...ฮ่าๆ ก็คัตจังแข็งแกร่งนี่ครับ”

“ทั้งๆ ที่ตัวเองก็หอบเหมือนกันแท้ๆ นะคัตสึกิ ไม่ไหวๆ ถ้ายังไงฉันเดินล่วงหน้าขึ้นไปก่อนล่ะอิซึคุ รีบๆ ตามมาล่ะ”

ริมุรุจงใจพูดเสียงดังให้คนข้างหน้าได้ยิน ไม่รอให้อีกฝ่ายโมโหก็วิ่งฉิวหายไปกับทางเลี้ยว ทิ้งให้เด็กสองคนที่คนหนึ่งขู่คนหนึ่งหงออยู่ด้วยกันเพียงสองคน แต่ถึงจะว่าอย่างนั้นแต่ริมุรุก็ลบจิตแอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกลเพราะกลัวสองคนนี้จะทะเลาะกันจนพากันร่วงลงเขาแทน

...เปิดโอกาสงามๆ ให้แล้วนะ

...ไม่ใช่ว่าคิดไม่ตกมาตั้งหลายเดือน มาวันนี้คนอย่างนายจะยอมรับโอกาสนี้ไว้มั้ยเจ้าหมาซึน?

ความเงียบเข้าปกคลุมรอบตัว มีเพียงเสียงใบไม้ไหวและเสียงแมลงร้องอยู่รำไร อิซึคุเม้มปากแน่น ทำท่าจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าโดยไม่พูดอะไรให้อดีตเพื่อนสนิทโมโหโดยใช่เหตุ แต่อิซึคุนั้นไม่คิดว่าคัตจังจะเปิดปากพูดกับเขาก่อน ทั้งยังพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาไร้แรงอารมณ์เหมือนทุกที

“...ฉันแข็งแกร่งกว่าแก เดกุ”

“...อะ-อื้อ...เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้วล่ะ”

“ถ้ารู้อยู่แล้วทำไมแกถึงยังจะพยายาม แกไม่มีทางเทียบฉันติด คนไม่มีอัตลักษณ์น่ะเป็นฮีโร่ไม่ได้ ไอ้เตี้ยนั่นไม่มีทางให้ความหวังลมๆ แล้งๆ กับแกโดยไม่พูดอะไรเลยแน่นอน”

น้ำเสียงของคัตสึกิราบเรียบจนอิซึคุตกใจ

...คัตจังไม่ได้พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงแบบนี้มานานแล้ว เขาไม่รู้ว่าคัตจังต้องการอะไร แต่เขาก็คิดถึงการได้พูดคุยกันแบบธรรมดากับเพื่อนคนนี้มาตลอด

...หากแค่ตัวเขามีอัตลักษณ์ พวกเราจะยังเป็นเพื่อนกันอยู่มั้ย?

“...เรื่องนั้นผมรู้อยู่แล้ว...ริมจังเตือนผมแล้วล่ะว่า...’ความฝันไม่ใช่สิ่งที่เหมาะสมกับความจริงเสมอไป’ ...ผมเองตอนนี้ก็เข้าใจเรื่องนั้นดี แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังอยากจะลองพยายามดูสักครั้ง แล้วถ้ามันไม่ไหว ไม่มีโอกาสจะเป็นจริงได้เลยสักนิด ผมก็จะยอมล้มเลิกความฝัน แล้วจะเป็นคนธรรมดาที่คอยช่วยทุกคนอยู่ข้างหลังแทน”

“...”

“...ผมไม่ได้มุ่งมั่นกับความฝันจนไม่ได้มองความจริงแล้วคัตจัง ผมมีแผนสำรองแล้ว ถ้าผมเป็นฮีโร่ไม่ได้ ผมก็อยากจะเป็นนักวิเคราะห์อัตลักษณ์ เพื่อให้ฮีโร่แบบคัตจังสู้กับวิลเลินได้ง่ายขึ้นล่ะ”

“...”

“...สำหรับตอนนี้...ที่ผมทำทั้งหมดนี่ ...ผมก็แค่อยากลองพยายามสู้สุดชีวิตเพื่อความฝันของตัวเองดูสักครั้ง...”

ตอนที่ได้ยินริมจังพูดว่าคัตจังเป็นห่วงเขา เขาทั้งตกใจ ทั้งดีใจ แต่ก็กลัวแล้วก็กังวลด้วย เขาอยากกลับไปเป็นเพื่อนกับคัตจังเหมือนเมื่อตอนเด็กๆ อยากให้คัตจังยอมรับในการไล่ตามความฝันเพียงครั้งเดียวในชีวิตของเขา อยากให้อีกฝ่ายไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะดื้อด้านทำอะไรเกินตัว เพราะว่าเขามองความเป็นจริงแล้ว

...เขาไม่ได้จมจ่ออยู่กับความฝันจนไม่เห็นความเป็นห่วงของคนอื่นในสายตาอีกแล้ว

“...ผมน่ะ แค่ตอนขึ้นม.ปลายก็พอ ...ผมอยากจะลองสอบเข้ายูเอย์สาขาฮีโร่ดู ผมในตอนนี้ต้องการแค่นั้น คัตจังจะยอมเฝ้าดูผมทำสิ่งที่อยากทำสักครั้งหนึ่ง...ได้มั้ย?”

...มองดูเขาที่เป็นตัวเขา

...ไม่ใช่ตัวเขาที่ถูกตราหน้าว่าไร้อัตลักษณ์ทำอะไรไม่ได้

คัตสึกิเงียบไม่ได้พูดอะไรสักคำ ดวงตาสีเพลิงเป็นประกายวาวโรจน์ เขาเดินลงจากเขา หยุดอยู่ต่อหน้าเพื่อนที่เขาเรียกมันว่าเดกุ ก่อนที่มือหนาจะต่อยเข้าที่ใบหน้าตกกระแล้วอีกฝ่ายดันตั้งรับไว้ได้

...ก็สมกับที่ไอ้เตี้ยนั่นสอนแต่ทักษะการป้องกันตัว

...แต่ถ้าเขาใช้อัตลักษณ์อัดหน้ามันไปที มันก็คงกลิ้งตกเขาไปแล้ว

“เป็นแค่เดกุไม่พอรึไง? ...ทำไมต้องพยายามทำอะไรที่มันไร้ความหมายด้วย?”

อิซึคุรับรู้ได้ว่าหมัดที่ค้างอยู่ในมือเขานั้นสั่นระริก แววตาของคัตจังเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขากลืนน้ำลายเหนียวลงคอ สูดลมหายใจลึก พยายามพูดความตั้งใจของตัวเองอย่างตรงไปตรงมา แม้ว่าน้ำตาจะเริ่มเอ่อคลอขึ้นมากองอยู่ในนัยน์ตาแล้วก็ตาม ...ไม่ต้องตอกย้ำเขานักเขาก็จำได้ขึ้นใจแล้วน่ะ

“...ถึงมันไร้ความหมาย แต่ผมก็ไม่อยากให้มันจบลงด้วยคำว่าครั้งหนึ่งผมไม่เคยพยายามทำอะไรเพื่อความฝันของตัวเองเลย”

“แกจะยังพยายาม แม้จะรู้ว่าแกจะต้องผิดหวังแน่ๆ น่ะเหรอ?”

“...ใช่”

คัตสึกิเกลียดที่รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจความคิดของอิซึคุแล้ว ทั้งยังเผลอยอมรับความตั้งใจของมันทั้งๆ ที่ใจจริงไม่อยากยอมรับความตั้งใจนั้น มันทำให้เขาเกลียดแววตาของอิซึคุ เกลียดความหนักแน่น บ้าบอ และดื้อด้านของมัน เกลียดน้ำเสียงที่ตอบรับอย่างมั่นใจว่าต่อให้ล้มไปก็ไม่เป็นไร เขาเกลียดทุกอย่างที่มันแสดงออกมา

...เขาเกลียดไปหมด!

“เหอะ เดกุอย่างแกแค่หลบอยู่ข้างหลังมองฉันขึ้นไปสู่จุดสูงสุดก็พอแล้วแท้ๆ”

“...คัตจังน่ะเป็นฮีโร่ของผมเสมอ ไม่ว่าผมจะอยู่ตรงไหนผมก็จะคอยมองคัตจังอยู่ดีนั่นแหละ...แต่ถ้ามันจะเป็นไปได้ ผมก็อยากจะอยู่ในจุดที่มองเห็นคัตจังง่ายๆ เป็นฮีโร่ไปด้วยกัน เท่เหมือนออลไมท์ไปด้วยกัน”

...มันยังเห็นเขาที่แกล้งมันเป็นฮีโร่ของมันอยู่อีกเหรอ?

...ไอ้เดกุโง่เอ๊ย

“ถ้าแกยอมอยู่เฉยๆ เป็นแค่ไอ้เดกุที่เดินตามหลังฉัน ให้ฉันปกป้องเหมือนตอนเด็กๆ มันคงจะง่ายกว่านี้ เหอะ...ไอ้เดกุโง่ แกมันโง่ไม่มีที่สิ้นสุด”

“...ผมรู้”

คัตสึกิผละมือออก ดวงตาที่เคยมองมาอย่างดุดันเต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย มันอาจจะเหยียดหยามเขาไปบ้าง แต่มันไม่มีแววตารังเกียจยามที่คัตจังด่าเขาว่าไร้ค่าแบบทุกที

อิซึคุปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาโดยไม่คิดจะกลั้น ตอนนี้เขาเชื่อคำที่ริมจังเคยพูดแล้วว่าคัตจังเป็นห่วงเขา และก็เป็นเขาที่ดื้อดึงและไม่เคยมองเห็นความเป็นห่วงในถ้อยคำกับการกระทำที่โหดร้ายของคัตจังเลย

...ถ้าคุยกันดีๆ ตั้งแต่แรก เราจะเสียช่วงเวลาที่เคยเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันไปหลายต่อหลายปีมั้ย ถ้าเขายอมเป็นแค่เดกุที่ไม่ดิ้นรน คัตจังจะยังใจดีกับเขามั้ย?

“...อยากจะทำอะไรก็ทำเดกุ แต่ถ้าแกล้มฉันจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยพยุงแน่ เพราะฉันถือว่าฉันเตือนแกแล้วว่าความพยายามของแกมันจะไร้ค่า”

“...อื้อ ผมเข้าใจ”

“...ฉันจะไม่ช่วยแกด้วย อย่างแกแค่เอาชีวิตรอดจากการฝึกของไอ้เตี้ยนั่นให้ได้ก่อนเถอะ จำใส่สมองไว้ซะว่าต่อให้แกพยายามเทียบชั้นฉันสักเท่าไหร่ แกก็ไม่มีทางไล่ตามฉันทัน เพราะแกมันไร้ค่า”

“...อื้อ ผมรู้ แต่ผมก็จะพยายามนะ”

อิซึคุยิ้มรับทั้งน้ำตา ตอนนี้ขอแค่คัตจังยอมรับในเรื่องที่เขาอยากจะพยายามของเขาก็ดีมากเท่าไหร่ เขาไม่คิดว่าพวกเราจะกลับไปดีกันได้เหมือนเมื่อตอนเด็กๆ หรอก แต่ขอแค่มันไม่แย่เหมือนที่ผ่านมาก็พอแล้ว

...คัตจังเดินนำไปข้างหน้า ตรงไปโดยไม่หยุดพัก ในขณะที่เขาก็วิ่งไล่ตามไปข้างหลัง อีกฝ่ายแค่หันกลับมาเหลือบมองดูเขาที่วิ่งไล่ตามเป็นช่วงๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ตัวเขาเองก็ไม่ได้เรียกร้องขอให้อีกฝ่ายรอหรือขอให้หยุดพักแต่อย่างใด เพราะทั้งหมดแล้วเขาก็แค่อยากจะไล่ตามหลังอีกฝ่ายไปเท่านั้น...

...ราวกับว่าภาพตอนเด็กๆ ที่พวกเขาขึ้นเขามาวิ่งเล่นจับแมลงด้วยกันย้อนกลับมา

...วันที่เขายังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

...ต่อจากนี้...คงมีสักวันที่เขาสามารถใช้คำว่าเพื่อนกับคัตจังได้เต็มปากเหมือนเดิม

...

..

.

“แหม่ มิตรภาพลูกผู้ชายนี่มันน่าชื่นชมจริงๆ ถึงแม้ว่ามันจะวุ่นวายไปหน่อยก็เถอะ เนอะ คุณราฟาเอล?”

《ค่ะ》

ริมุรุที่ซุกตัวอยู่ในพุ่มไม้ เฝ้าดูการสนทนาระหว่างสองเพื่อน (ที่คนหนึ่งก็ซึนเก่งไปหน่อยอีกคนก็หัวดื้อไปหน่อย) จอมมารสไลม์ยิ้มรับตอนจบที่เป็นจุดเริ่มใหม่ของเด็กชายทั้งสองด้วยความยินดี

...แต่แหม กว่าจะดีกันได้นี่ยากเย็นจริงๆ

ความจริงเขาจะพูดแทนทั้งสองฝั่งให้เข้าใจกันเองเลยก็ได้แหละ แต่ถ้าทำแบบนั้นเมื่อไหร่สองคนนั้นจะได้หันหน้าเข้าหากันจริงๆ สักทีล่ะ ถ้าเขาจัดการ สองคนนั้นก็คงกลับมาคุยมามองหน้ากันอย่างสนิทใจไม่ได้ และถ้ามีเขาเข้าไปจัดแจงทุกอย่าง หากในอนาคตมีเรื่องให้ทะเลาะกันอีกแล้วขาดเขาไป ทั้งสองคนก็อาจจะไม่เข้าใจกันตามเคย

...แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครั้งนี้ก็ต้องชมเชยหมาบ้าที่ยอมลดทิฐิลงมารับโอกาส กับชมที่อิซึคุพูดทุกอย่างในใจอย่างตรงไปตรงมาอย่างไร้ความเกรงกลัวด้วย

ริมุรุล่วงหน้านำทั้งสองไปก่อนเป็นระยะ ก่อนจะทำทีเป็นหยุดรอตรงช่วงใกล้ถึงที่ตั้งแคมป์อยู่นานแล้ว

“ช้าชะมัดเลย ทำอะไรกันอยู่หะ?”

“ไม่ใช่เรื่องของแกไอ้เตี้ย!!”

“โฮะโฮ่? อุตส่าห์เปิดโอกาสให้ได้เปิดใจคุยกันยังมีหน้ามาพูดแบบนี้กับฉันอีกเรอะเจ้าหมาซึนคัตสึกิ!”

ริมุรุว่าเสียงดัง ไม่วายใช้นิ้วจิ้มหน้าผากโหนกๆ ที่ถูกเส้นผมฟูๆ ปกปิดอยู่อีกหลายจึ้ก คัตสึกิกัดฟันกรอดหน้าแดงวาบด้วยความอับอาย สมองคิดไปแล้วว่าเจ้าเตี้ยที่เขาเอาชนะไม่ได้มันต้องแอบไปรู้อะไรมาแน่ๆ

“...นี่แก...แอบดูอยู่ใช่มั้ยหะ!?”

“...เอ๋ เปล่าน้า ไม่ได้รู้เลยว่านายบอกอิซึคุว่า‘อยากจะทำอะไรก็ทำเดกุ แต่ถ้าแกล้มฉันจะไม่ยื่นมือเข้าไปช่วยพยุงแน่ เพราะฉันถือว่าฉันเตือนแกแล้วว่าความพยายามของแกมันจะไร้ค่า’ แล้วก็อะไรอีกนะ...แต่ช่างเถอะ ไม่ได้รู้เลยจริงจริ๊งงง!”

“อะ-ไอ้เตี้ย! ฉันจะระเบิดแกให้ยับ-!!”

“โฮ่ยๆ เขินแล้วอย่าใช้ความรุนแรงสิคัตสึกิ”

ริมุรุหัวเราะดังลั่น ทำเป็นวิ่งหนีการไล่ระเบิดของคัตสึกิไปทั่วสถานที่ตั้งแคมป์ ผู้ใหญ่หลายคนมองมาแล้วก็ละความสนใจไปเพราะริมุรุนั้นยิ้มแย้มอย่างสนุกสนาน ถึงคนไล่จะดูไม่สนุกด้วย แต่โดยรวมแล้วก็เด็กเล่นกันนั่นแหละ

“ตายซะ----!!”

“ฮ่าๆ ไม่มีทางซะล่ะ เอ้อ คัตสึกิ”

“อะไร!?”

ถึงจะตอบรับเสียงเรียก แต่บาคุโก คัตสึกิก็ยังคงพยายามวิ่งตามเพื่อใช้ระเบิดอัดหน้าริมุรุอยู่ รู้ทั้งรู้ว่าเคยระเบิดแล้วไม่เป็นผลก็ยังอยากระเบิดใส่เพื่อความสะใจอยู่ดี

“ไหนๆ นายก็ทำตามข้อแม้แล้ว หลังจากนี้ฉันจะช่วยฝึกให้นายพร้อมอิซึคุก็ได้นะ”

“ไม่ต้องการโว้ย--!!”

“จริงอ่ะ? งั้นโอเคไม่สอน”

ริมุรุว่าง่ายๆ เรียบๆ คล้ายกับว่าตัวเองก็ไม่ได้สนใจ ทำเอาคัตสึกิต้องกัดปากกัดฟันเปลี่ยนคำพูดเอง

“เออ! เอาก็เอา แล้วฉันจะแสดงให้เจ้าเดกุมันเห็นว่ามันไม่มีทางชนะฉันได้!!”

เสียงตะโกนของคัตสึกิทำเอาอิซึคุที่วิ่งไล่หลังมาไม่ไกลมากเบิกตาโตอย่างแปลกใจ ริมฝีปากอ้าๆ หุบๆ เหมือนจะยกยิ้มไม่คล้ายยิ้ม

...ถ้าคัตจังมาฝึกด้วยกัน คัตจังจะได้เห็นว่าเขาพยายามมากแค่ไหน และบางทีเราอาจจะมีโอกาสได้สนิทกันมากขึ้นได้เหมือนสมัยก่อนก็ได้

...แน่นอนว่าถ้าอิซึคุคิดได้ริมุรุก็คิดได้

ซึ่งจอมมารเจ้าเล่ห์ก็ตั้งใจให้เป็นแบบนั้นนั่นแหละ เขายอมเหนื่อยมากหน่อยเพื่อให้อิซึคุได้มีเพื่อนที่ดี ก็นะ ถึงหมาบ้าคัตสึกิจะหัวร้อนปากเสียและป่าเถื่อนไปหน่อย แต่ก็เป็นคนตรงๆ ที่จริงใจ ไม่ใช่พวกเจ้าเล่ห์ชอบแทงข้างหลัง นับว่าไว้ใจได้ ยิ่งเคยสนิทกันมาก่อน ให้กลับไปสนิทกันอีกย่อมไม่เสียหาย

ริมุรุมีเป้าหมายอยากให้อิซึคุได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีโดยไม่สิ้นหวังกับสังคมนี่นะ ถ้าวันใดวันหนึ่งเขาต้องแยกตัวจากไป ริมุรุก็อยากให้อิซึคุมีเพื่อนดีๆ ไว้คอยดูแลกัน

“อยากให้สอนก็บอกมาเถอะ ปากกับใจให้ตรงกันหน่อยก็ได้นะคัตสึกิ!”

“หนวกหูน่า-!!!”

คนหัวร้อนยังคงวิ่งไล่สไลม์ขี้แกล้ง วิ่งไล่กันไปมาจนอิซึคุที่ตามหลังอยู่ห่างๆ จำใจต้องตะโกนขัดจังหวะ ซึ่งก็รู้เลยว่าเขาต้องโดนคัตจังโมโหใส่อีกชัวร์ แต่ริมจังก็เอาแต่หัวเราะสนุกท่าเดียว

“ริมจัง! คัตจัง! จะวิ่งกันไปถึงไหนน่ะ คุณแม่กับคุณน้ารออยู่นะ!!”

...

..

.

ในยามค่ำคืน ริมุรุแยกตัวออกมาจากเต้นท์ปล่อยให้อิซึคุกับคัตสึกินอนอืดเพราะอิ่มกับบาร์บีคิวไป (สองคุณแม่นอนอีกเต้นท์) ร่างเล็กลบจิตเดินผ่านวงแคมป์โต้รุ่งของบรรดาลุงๆ ที่นั่งดื่มกินอยู่ในลานตั้งแคมป์ใกล้ๆ ก่อนจะเดินหายเข้าไปในป่า

...จุดมุ่งหมายคือยอดเขาด้านบนสุด

ลมเย็นพัดแรงจนเส้นผมสีฟ้าปลิวสยาย ดวงตาสีทองมองไปยังทิวทัศน์ธรรมชาติ และพื้นที่ที่ไกลออกไปอันเป็นแสงไฟหลากสีสันจากในตัวเมือง ด้วยพลังที่เขามีการจะก่อสงครามครองประเทศไม่นับเป็นเรื่องยาก แต่เขาไม่มีความคิดอยากจะทำมันเลยสักนิด

...ถึงชีวิตจะดูวุ่นวายไปนิด แต่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็ดีอยู่แล้วล่ะนะ

...เขาก็แค่อยากจะมีความสุขเท่านั้นเอง

“อืม...จากนี้ไปจะเป็นยังไงต่อหนอ?”

《ไม่ทราบค่ะ》

“แค่พูดกับตัวเอง ไม่ได้ถามเลยคุณราฟาเอล”

ริมุรุว่าพลางหัวเราะแต่อีกฝ่ายเล่นเงียบไป ท่าทีขำขันจึงเปลี่ยนเป็นร้อนรน

“คุณราฟาเอลคร้าบ แค่ล้อเล่นคร้าบ อย่างอนเลยนะคร้าบ---!”

《...》

 

 

 

[The End Of SS1]

 

 

-------------------

ยะโฮ่ ไรท์ภูมิใจนำเสนอว่าตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของซีซั่นเปิดตัวริมุรุจ้า (ซีซั่นแรกนั่นเอง) เป็นซีซั่นที่ปูลักษณนิสัย ปูพื้นฐานความคิด และโผล่หน้าไปป่วนช่วยแก้ปมตัวละครหลายๆ ตัว

ซีซั่นต่อไปว่าไง? มีไม่มีดี 5555+

ยังๆ ยังจะค้างทิ้งท้าย!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 901 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,861 ความคิดเห็น

  1. #2139 Don't disappoint (@supatsaree) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 17:40
    ราฟาลงอนแล้วๆ
    #2,139
    0
  2. #1998 Bao_Bao (@Bao_Bao) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 15:11
    เค้ารักกันแหละดูออก แค่กๆ--
    #1,998
    0
  3. #1279 Mynun9412 (@Mynun9412) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 00:58
    มิตรภาพมันเป็นแค่ชื่อเฟ้ย!!! จริงๆเขารักตะหาก อี๊ดดดดดดดดดดด/อุดปากกรี๊ด
    #1,279
    0
  4. #1276 vco9uhgTv8y[ (@tomkamcham) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 01:26
    อนาคตต้องเปลื่ยนไปแน่ๆเลยยย งุ้ยยยอั่ยคนซึน!!!!!! มิตรภาพนี่อร่อยจริงๆค่ะอุแง
    #1,276
    0
  5. #1273 bigbowka (@bigbowka) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 13:44
    ขอบคุณที่พามาจบ ss1 ขอss ต่อไปเลยได้ไหม ♪(´ε`)
    #1,273
    0
  6. #1175 ✿ Red_Tsubaki ✿ (@Red_Tsubaki) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 21:38
    ต้องมีนะคะไรท์ จะตามไปเรื่อยๆ จนมันจบเลยค่ะ!!!!!
    #1,175
    1
  7. #640 น้ำหนึ่งหยด (@91142) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 23:39

    ต้องมีซี้ๆๆๆๆๆ ตอนนี้ลึกซึ้งมาก ปล.2คนนี้จะรักกันเอกมั้ยน้าาาาาาาาhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png

    #640
    1
  8. #639 Zero25648 (@Zero25648) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 15:29
    ต้องคู่กับคัตสึกิเท่าน้านนนนน

    ต้องให้น้อนริมุรุเป็นผู้หญิงสิ

    ผู้หญิง ผู้หญิง ผู้หญิง ผู้หญิง ผู้หญิง
    #639
    2
    • #639-1 wriskulseu (@wriskulseu) (จากตอนที่ 20)
      12 มิถุนายน 2563 / 22:03
      ไม่ริมุรุเป็นผู้ชายเฟ้ย
      #639-1
  9. #638 sa5sa5sa (@sa5sa5sa) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 14:29

    เป็นกำลังใจให้นะครับ^_^
    #638
    2
  10. วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 13:02
    จบ1อย่างสวยงามม.
    #637
    1
  11. #636 201151 (@201151) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 10:59
    ต้องมีสิค่ะ!!!
    #636
    1
  12. วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 09:21
    มีเถอะค่ะ ฉันจะรอคอยเธออยู่ตงเน่ริมุรุจังงงง
    #635
    1
  13. #634 s_pace (@s_pace) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 02:05
    แงง สนุกมากๆ ชอบเรื่องนี้มากๆขอบคุณนะคะ🙏💕
    #634
    1
  14. #633 pinewillow (@pinewillow) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 01:29
    อยากให้มีซีซี่นต่อไปมากๆเลยค่ะ อยากรู้ว่าออลไมท์จะยอมมอบพลังให้อิซึคุเหมือนในเมะรึป่าว

    จะติดตามต่อไปนะคะ!!
    #633
    1
  15. วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:51
    ss2เถอะนะคะอยากเห็นความออลไมท์จ้องริมิรุแล้วถามว่าตกลงเธอเป็นญาติฝั่งไหนของบีบีหรือเปล่า5555+
    #631
    1
  16. #630 JirajedPhakdeeto (@JirajedPhakdeeto) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:24

    ประทับใจมากค่ะ นิยายดีจริงๆ รอซีซั่นต่อไปค่ะเตง
    #630
    1
    • #630-1 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 20)
      11 มิถุนายน 2563 / 23:58
      ไรท์ดีใจที่ชอบนะคะ ส่วนที่ว่ามีต่อมั้ยนั่นก็...ไว้ว่ากัน แฮร่
      #630-1
  17. #629 Zero100548 (@Zero100548) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:18

    สนุกมากเลยยยยย รอซีซั่นต่อไปน้าาาา
    #629
    1
  18. #628 Tidvita (@Tidvita) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:18
    ฮื่ออออ มันดีต่อใจมากเลยค่ะ
    #628
    1
  19. #627 Phonthawan (@Phonthawan) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 23:05

    เราชอบเรื่องนี้มาก เพราะงั้นมีต่อด้วยเถอะค่ะ
    #627
    1
  20. #626 __Dan__ (@__Dan__) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:17

    ss2เถอะครับอยากรู้ว่าริมุรุจะทำยังไงต่อจะเป็นเงาคอยช่วยลับๆหรือว่าจะอยู่ข้างๆพวกตัวเอกไปเรื่อยๆอยากรู้เพราะงั้นss2ต้องมาแล้วครับ

    #626
    2
    • #626-1 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 20)
      11 มิถุนายน 2563 / 23:57
      คิดว่าแบบไหนเอ่ยยย ถถถถ
      #626-1
    • #626-2 __Dan__ (@__Dan__) (จากตอนที่ 20)
      13 มิถุนายน 2563 / 08:08
      ผมคิดว่าริมุรุน่าจะเข้าไปยูเอด้วยเพราะริมุรุน่าจะเป็นห่วงเดกุมัง555+
      #626-2
  21. #625 [Shiro-san] (@PraiEnd30) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:09
    SS2 ต้องมาสิอยากเห็นไมท์รู้ว่าริมุรุคือบีบีเร็วๆ
    #625
    1
  22. #624 65h56 (@65h56) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:08
    มีต่อค่าาา ชอบเรื่องนี้มากก
    #624
    1
  23. #623 some-siwarak (@some-siwarak) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 22:01

    มีSS2 เถอะค่ะฮื่ออออค้างมาก ชอบเรื่องนี้มากๆนะคะ! รักนะคะ
    #623
    1
  24. #622 DarklordVII (@DarklordVII) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 21:58

    SS2 ต้องมาแล้วละ

    #622
    1
  25. #621 Earn Waranluk (@w-earn) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 21:57

    Ss2ต้องมาแล้วค่ะ คุณราฟาเอลงอนใหญ่แล้วนะ55555555
    #621
    1
    • #621-1 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 20)
      11 มิถุนายน 2563 / 23:56
      มีมั้ยมี มีดีมั้ย มีหรือไม่มี อีอี้อีอีแอ้อีแอ้ //บ้าแล้ว //ง้อราฟาเอลก่อนนน ถถถถ
      #621-1
  26. #605 Cutter-AL (@Cutter-AL) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 19:41

    SS2 เถอะค่ะะะะ จะรอเลย
    #605
    3
    • #605-2 Cutter-AL (@Cutter-AL) (จากตอนที่ 20)
      11 มิถุนายน 2563 / 22:23
      ไรท์มาต่อเถอะค่ะ มันค้างงงงงงง

      ชอบแนวสโลไลฟ์เพราะเรื่องอื่นไปเร็วจนตามไม่ทัน555
      #605-2
    • #605-3 Iด็กไม่รู้จัnโต (@gamefunny) (จากตอนที่ 20)
      11 มิถุนายน 2563 / 22:48
      ไปสโลว์ไลฟ์เพราะไม่ชอบเรื่องที่ไปเร็วเหมือนกันค่ะ 5555 //ก็ว่าตัดไว้ไม่ค้างนาาา
      #605-3