เมื่อ 4 ปีก่อน ข้าพเจ้าไปช้อปจตุจักรเพื่อจะไปหาซื้อสุนัขมาให้หม่อมแม่เลี้ยงสักตัว โดยตั้งงบประมาณไว้ที่ 800 บาท ตอนนั้นอยากได้อัลเซเชี่ยนลูกผสมเพราะตัวใหญ่และไม่ดุ จุดประสงค์ก็คือเอาไว้เฝ้าร้านที่หม่อมแม่เพิ่งจะเปิดนั่นเอง
วันนั้นข้าพเจ้าเลือกลูกสุนัขอยู่ตั้งนานจนคนไปด้วยเริ่มออกอาการหงุดหงิดเพราะคนเยอะมาก และข้าพเจ้าก็ไม่ตัดสินใจซื้อสักทีเพราะสัตว์ที่ไปดูนั้นไม่ได้มีแค่สุนัข แต่ยังมีทั้งแมว นก หนู งู ปลา ฯลฯ พูดง่ายๆ ก็คือเถลไถลดูไปเรื่อยเปื่อย (ก็คนมันรักสัตว์นี่)
จนกระทั่งข้าพเจ้าอยากดูกระต่าย เพราะเคยเลี้ยงและชอบในความน่ารัก เลยตรงดิ่งไปร้านขายกระต่าย ร้านนั้นมีร้านลูกสุนัขขายด้วย ในที่สุด ตาข้าพเจ้าก็ไปสะดุดกับลูกสุนัขตัวหนึ่งที่กำลังจ้องลูกสุนัขอีกตัวอยู่
มันเป็นพันธุ์บางแก้ว
ตอนนั้นเจ้าลูกหมายังไม่ถึง 3 เดือนแต่ตัวใหญ่มาก คนมุงกันเต็มเพราะความน่ารักของมัน บางคนอุ้มมันขึ้นมาดูแต่เจ้าหมาน้อยก็ทำหน้าเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ พอวางลงก็หันไปให้ความสนใจกับลูกหมาคอกเดียวกันต่อ
"3500 ค่ะ มีใบรับประกันด้วย" นั่นเป็นคำพูดของคนขายที่บอกราคากับลูกค้าคนหนึ่ง
ข้าพเจ้าไม่ได้สนใจใบรับประกันอะไรนั่นหรอก แต่ข้าพเจ้าสนใจเจ้าตัวปุกปุยที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ต่ออะไร สนใจแต่สิ่งตรงหน้า ทำตาเหมือนอยากรู้ ไม่เห่า ไม่นอน ราวกับว่ากำลังเรียนรู้อะไรบางอย่างจากสิ่งที่เห็น
หลายคนมาสอบถามราคาเจ้าลูกหมาแล้วก็ไป ข้าพเจ้าเองก็ไปลูบๆ คลำๆ อุ้มมันเล่นเหมือนกัน และเจ้าของร้านก็พูดคำซ้ำๆ เดิมๆ อยู่นั่นแหละว่า
"3500 ค่ะ มีใบรับประกันด้วย"
"หนูไม่สนใบรับประกันหรอกเจ๊ ถ้าถูกใจหนูก็อยากได้ ลดหน่อยได้ป่ะ"
ข้าพเจ้าต่อราคา เพราะตอนนั้นมีเงินติดตัวอยู่ 2800 บาท
"ไม่ได้จริงๆ ค่ะ บางแก้วตัวนี้ พ่อแม่มันสายเลือดแชมป์ เจ้าของก็ไม่ได้บอกผ่าน"
"งั้นขอตัดสินใจก่อนก็แล้วกันครับ" คนที่ไปด้วยบอก
แล้วข้าพเจ้าก็เดินออกมา
ตอนนี้ข้าพเจ้าไม่อยากได้ลูกหมาตัวไหนอีกแล้วนอกจากเจ้าตัวนั้น ขนปุกปุย หูพับๆ (ลูกหมาบางแก้วจะหูพับ และจะตั้งขึ้นเองหากเป็นพันธุ์แท้) ท่าทางฉลาดและดื้อ มันรู้สึกเหมือนถูกชะตายังไงไม่รู้
"ถ้าอยากได้ ผมช่วยออกก็ได้นะ" คนที่มาด้วยพูด เขารู้ใจข้าพเจ้าดีว่าอยากได้เจ้าตัวนั้นมากแค่ไหน
"ไม่ล่ะ ไม่อยากกวน" พูดไปด้วยใจจริง แต่อีกใจก็อยากได้...
ในที่สุด ข้าพเจ้าก็แวะไปร้านนั้นอีกรอบเพื่อขอลดราคา และก็คว้าน้ำเหลว...
แต่ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จต้องอยู่ที่นั่น ข้าพเจ้ากลับมาตั้งหลักใหม่ และเข้าไปขอลดราคาอีกครั้ง ตอนนี้มีผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย คาดว่าเขาเป็นสามีของเจ๊ที่ขาย ครั้งนี้ต่อรองราคาแป๊บเดียว (เขาหันไปซุบซิบกัน 2 คน) ในที่สุดก็ยอมขายให้ในราคา 2800 บาท
วันนั้นคนที่ไปด้วยเขาซื้อตะกร้าและจ่ายค่ารถให้ ตอนนั้นข้าพเจ้าไปหาแม่ด้วยความสุข เจ้าตัวน้อยในตะกร้ามองทิวทัศน์นอกรถและหลับ มันคงเพลีย ข้าพเจ้าลูบหัวลูบตัวมันเล่น คนที่ไปด้วยถามว่าจะให้ชื่ออะไร
"ฟูจิ" เป็นคำตอบของข้าพเจ้า
ตัวของมันปุกปุย ฟูนุ่ม และอีกอย่างข้าพเจ้าชอบทานอาหารญี่ปุ่นฟูจิ เจ้าหมาน้อยก็เลยได้ชื่อนี้ ตอนขากลับคนที่ยืนใกล้ๆ ก็ให้ความสนใจไม่เว้นแม้แต่กระเป๋ารถ เขาบอกมันน่ารักมาก และต้องระวัง บางแก้วดุมาก แต่เขาจะรักเจ้าของที่สุด
คำพูดนี้ไม่ผิดความจริง ข้าพเจ้าไปซื้อหนังสือมาอ่าน เขาบอกว่าบางแก้วนั้นผสมมาจากสุนัขพื้นบ้านและสัตว์ป่า เคยอ่านเจอว่าสุนัขพื้นบ้านผสมกับ สิงโต เสือ สุนัขป่า อย่างใดอย่างหนึ่งจนได้ออกมาเป็นสุนัขพันธุ์บางแก้ว พันธุ์ที่หายากและมีราคามากที่สุดคือผสมกับสิงโต แผงคอของบางแก้วชนิดนี้จะฟูและยาวเหมือนสิงโตจริงๆ จุดเด่นของบางแก้วทุกสายพันธุ์จะมีดวงตาที่เปลี่ยนสีได้เวลาโกรธ หูต้องตั้ง หางต้องเป็นพวงสวยงาม ต้องมีแผงคอไม่ว่าจะสั้นหรือยาว หน้าต้องแด่น
เจ้าฟูจินั้นมีครบ ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ามันน่าจะมีสายเลือดของสุนัขป่า มันมีแผงคอเหมือนกันแต่สั้น ข้าพเจ้าไม่รู้หรอกว่ามันผสมอะไร แต่ที่ชอบที่สุดคือเวลามันโกรธ ตาจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม
ตอนเล็กๆ ฟูจิเอาแต่ใจมากถึงมากที่สุด ไม่ได้ดั่งใจก็เห่าแถมยังไม่สนใจใครด้วย เพราะหน้าตามันน่ารัก ใครๆ ก็โอ๋ กระทั่งแม่ของข้าพเจ้าที่เป็นคนดูแลมันตั้งแต่เล็กจนโตก็โอ๋ยิ่งกว่าลูกในไส้ มันเลยกลายเป็นหมาเอาแต่ใจ ที่จำได้แม่นคือตอนนั้นมันไม่เห็นหัวข้าพเจ้าเลย ข้าพเจ้าไม่ยอมให้มันกัดรองเท้าเล่น แต่มันจะเอาให้ได้เลยเห่าดังลั่นทั้งที่ยังเป็นลูกหมา ตาเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม (เห็นจะจะตาเลยขอรับ เปลี่ยนสีได้จริงๆ) แยกเขี้ยวกรรโชก สุดยอดมาก ข้าพเจ้าจึงเอารองเท้าตีที่พื้น ไม่ได้โดนตัวมันหรอกแต่มันร้องเอ๋งเพราะตกใจ แต่ก็ยังเห่า แถมทำท่าดุมากกว่าเดิมกระชากโซ่เหมือนเอาเรื่อง
ข้าพเจ้ากระหน่ำตีที่พื้นพร้อมกับตวาดไปด้วย ตอนนั้นไม่มีใครกล้ายุ่งกับข้าพเจ้าเลย ลูกค้าที่มาซื้อของมองข้าพเจ้ากัดกับหมา แต่เขารู้ว่าข้าพเจ้าไม่ได้ตีมันแค่ทำเสียงดังขู่ แต่สุดท้าย ฟูจิเป็นฝ่ายแพ้ มันกลัวจนตัวสั่น หนีเข้าไปซุกในลังกระดาษร้องหงิงๆ ข้าพเจ้าชี้หน้าตะคอกมันสำทับ
"... จำไว้นะ ว่า.... เป็นใคร ถ้าแยกเขี้ยวใส่.... อีก.... ตาย!!!" (.... นั้นกรุณาเติมคำสมัยพ่อขุนเอาเองขอรับ เพราะตอนนั้นข้าพเจ้าเองก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน เหอๆๆ)
หลังจากนั้น ฟูจิ ไม่กล้าเห่าหรือแยกเขี้ยวใส่ข้าพเจ้าอีกเลย แถมดูเหมือนจะรักข้าพเจ้ามากเสียด้วยสิ (หมาซาดิสม์)
มันชอบกอดและอ้อนข้าพเจ้าเหมือนเด็กเล็กๆ ถ้าข้าพเจ้านั่งยองๆ เมื่อไหร่มันจะตะกายขึ้นมานอนบนตัก ตอนนี้ก็เป็นอยู่ รักมากก็ตรงนี้แหละ ขี้อ้อนและรู้ความ เวลากลับบ้านมันจะอึในที่ที่ข้าพเจ้าทำความสะอาดง่าย ผิดกับตอนอยู่ร้านมันไม่สนใจเลยว่าจะทำเปื้อนตรงไหนเพราะคนทำความสะอาดไม่ใช่ข้าพเจ้า (ดูนิสัยมันสิ) แต่นิสัยเสียที่แก้ไม่หายคือเอาแต่ใจและเกลียดเด็ก
ตอนเล็กๆ แม่จะผูกฟูจิไว้ในร้าน เด็กเล็กๆ ก็ชอบมาแกล้งมัน ดึงหูบ้างหางบ้าง จับอุ้มแล้วโยนลงมาก็มี (เพราะงี้ไง หมามันถึงเกลียดเด็กน่ะ) ข้าพเจ้าเคยเห็นกับตา มีเด็กคนหนึ่งจับมันโยนกระแทกพื้นเล่น ข้าพเจ้าไปตบกะโหลกเด็กบอกว่า ถ้าเจ้าหมาตัวนี้โตขึ้นเมื่อไหร่แล้ว... ถูกกัด .... จะไม่รับผิดชอบนะโว้ย เพราะ.... ไปแกล้งมันก่อน (ใช้ภาษาหยาบคายอีกแล้วขอรับ) หลังจากนั้นเด็กก็เลิกแกล้งไปเลย
แล้วโตขึ้นฟูจิก็เกลียดเด็กจริงๆ ด้วย เห็นเป็นไม่ได้ ถลาไปจะเข้ากัด แล้วในที่สุดเหยื่อรายที่ 2 ก็คือเด็กแถวบ้านคนหนึ่ง (รายแรก แม่ของข้าพเจ้าเอง)
จะว่าไปแล้วสาเหตุอยู่ที่เด็กคนนั้นขับรถเด็กเล่นไปทับหางมันเลยโดนกัด แต่หมากับคน คนก็ต้องบอกว่าคนถูกอยู่แล้ว ดังนั้นข้าพเจ้าก็จ่ายเงินไปตามระเบียบ
เหตุการณ์นั้นผ่านไปได้เกือบปี จนกระทั่งต้นมกรานี้เองที่ข้าพเจ้าต้องไปเที่ยวตจว.กับที่ทำงาน (โดนบังคับ) จำต้องฝากหมาไว้ข้างบ้าน 3 วันและต้องปล่อยมัน (ไม่งั้นมันจะกินข้าวได้ไง) ตอนไปก็บอกว่า
"ฟูจิ ดูแลบ้านให้ดีนะ เดี๋ยวแม่กลับ" จากนั้นข้าพเจ้าก็ไปเที่ยว
แล้วเรื่องก็เกิดจนได้ เมื่อฟูจิกัดรายที่ 2 เป็นคุณลุงข้างบ้านในวันที่ข้าพเจ้ากลับมาพอดี (แต่ข้าพเจ้าถึงบ้านประมาณ 5 โมง ฟูจิกัดคนประมาณบ่าย 3 ) ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าลุงเขาจะเอาปืนยิงมในแล้ว แต่มันเข้าไปหลบในป่าเลยรอดไปได้
ข้าพเจ้ารู้เรื่องนี้ในเช้าวันต่อมา เจ้าฟูจิแกล้งหลั่นล้าทำหน้าไม่รู้เรื่องเกาะประตู แล้วมันก็เข้ามาในบ้านได้ตามปกติ เย็นวันนั้นข้าพเจ้าต้องล่ามมันไว้และไปจ่ายเงินตามระเบียบ
เช้าวันต่อมา ฟูจิร้องหงิงๆ ยกมือไหว้ทำหน้าตาน่าสงสาร ข้าพเจ้าใจอ่อนเลยถอดโซ่ให้ มันก็วิ่งอย่างมีความสุข ที่ข้าพเจ้าตัดสินใจถอดเพราะข้างบ้านบอกว่าตอนที่ข้าพเจ้าไม่อยู่มันร้องหาเจ้าของ ข้าวปลาไม่กิน คงนึกว่าถูกทิ้งมันเลยเครียดแล้วไปกัดคน
นั่นยังพออภัยให้ได้ แต่ไม่ใช่รายสุดท้าย....
หลังจากนั้นแค่อาทิตย์เดียว ฟูจิก็กัดคนอีก คราวนี้เป็นผู้ชายทำงานโรงงานที่พักอยู่แถวบ้าน มันหลุดออกไปเล่นกับเขาพอเหนื่อยก็นอนข้างเก้าอี้ใกล้กับที่ผู้ชายคนนั้นนั่ง ชายคนนั้นก็นั่งสูบบุหรี่แล้วทำบุหรี่ตก เขาก้มลงไปหยิบ เท่านั้นเอง ฟูจิมันกัดเขาเลยทั้งที่บุหรี่อยู่ห่างจากมันตั้งเยอะ (ไม่ได้โดนไฟจี้จนตกใจว่างั้น...)
มันรอดจากความตายครั้งที่ 2 มาได้ (คนนั้นเอาไม้ไล่ตีมัน แล้วมันก็หนีไปหลบในป่าหญ้าตามเคย) แต่มันไม่รอดจากการถูกลงโทษอีกแล้ว เพราะหนนี้มองแล้วว่าทำไปเพราะความเคยตัว ไม่ใช่เครียด และอย่าสันนิษฐานว่าเพราะมันหิว เพราะฟูจิมันกินข้าวกล่องเท่ากับที่คนกินทุกมื้อ แถมมื้อดึกยังมีอาหารสุนัขหรือไม่ก็ตับย่างหรือปีกไก่ย่าง 3 ไม้ทุกวัน
ข้าพเจ้าไม่เข้าใจว่ามันหลุดออกไปได้ยังไงทั้งที่บ้านก็มีรั้วรอบขอบชิด ยังไงก็ตาม ล่ามได้ไม่กี่วันข้าพเจ้าก็เริ่มสงสาร คิดว่าจะเอาไปให้แม่ที่ตจว.ดูแลเพราะที่นั่นมีกรงใหญ่เคยขังเจ้าซูโม่ บางแก้วอีกตัวที่ตายไปเมื่อเดือนธันวาปีที่แล้วนี้เอง ซูโม่ตัวใหญ่กว่าฟูจิ 2 เท่าได้กรงเลยมีขนาดใหญ่ น่าจะดีกว่าล่าม เพราะอย่างนั้นเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ฟูจิจึงต้องไปอยู่กับแม่ของข้าพเจ้า
ก่อนจาก ข้าพเจ้าบอกแม่ว่าอย่าเข้าใกล้มัน เวลาให้อาหารให้เอาไม้เขี่ยเข้าไปใกล้ เพราะเจ้านี่เอาแต่ใจอย่างร้ายกาจ เวลาดีมันก็เล่น แต่เวลาหงุดหงิดมันก็พร้อมกัดได้ทุกเมื่อ และข้าพเจ้าไม่ลืมบอกพ่อว่าห้ามยุ่งกับมันอย่างเด็ดขาด เพราะขนาดแม่ที่เคยให้ข้าวให้น้ำมันกินทุกวันมันยังกัด กับพ่อที่นานๆ เจอหน้าสักครั้งมันคงไม่ไว้หน้าแน่นอน พอขึ้นรถฟูจิมันร้องโหยหวนไม่หยุด
ถึงกรุงเทพฯ ตอนเกือบ 5 โมงเย็น น้องชายชวนไปกินข้าวที่เชสเตอร์กริล พอน้องชายชวนไปดูหนังที่เซ็นทรัลต่อ ข้าพเจ้าก็บอกน้องว่า.....
เดี๋ยวซื้อข้าวมันไก่ไปให้ฟูจิกินก่อน ค่อยออกมาดู...
ความคิดเห็น
ทำไมมันผสมแยะจัง -_-"
แต่ที่ชอบที่สุดคือเวลามันโกรธ ตาจะเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินเข้ม
ง่ะ ฟูจิเป็นจอมเวท O_O|||
"... จำไว้นะ ว่า.... เป็นใคร ถ้าแยกเขี้ยวใส่.... อีก.... ตาย!!!" (.... นั้นกรุณาเติมคำสมัยพ่อขุนเอาเองขอรับ เพราะตอนนั้นข้าพเจ้าเองก็เลือดขึ้นหน้าเหมือนกัน เหอๆๆ)
"คุณจำไว้นะ ว่าดิฉัน เป็นใคร ถ้าแยกเขี้ยวใส่ดิฉัน อีกคุณ ตาย!!!" (.... เติมคำให้ เหอๆๆ)
ตอนนี้กำลังคิดอยุ่ว่า ฟูจิดุเหมือนใคร
สงสารฟูจิจัง
ออกจะน่ารักไม่น่าโหดกัดไม่เลือกได้ขนาดนั้น โอ๊ยสงสาร
ยังดีที่หมาที่บ้านเป็นหมาวัดพันธุ์ทาง ไม่ถึงขนาดกัดแหลกอย่างนี้
โอ๊ย สงสารจัง เอามาฝากไว้บ้านข้าพเจ้าดีกว่า