เจ้าช่อปาหนัน

ตอนที่ 17 : บัวบานคลี่ ดอกชวน ยวนฤดี ภมรหนี มิขอชอบ ตอบน้ำใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 269 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61

 “ครูศรีสมร นี่คุณโอภาสผู้จัดการปางไม้ของคุณชายศูรย์ครับ”

“สวัสดีค่ะคุณโอภาส”

“คุณโอภาสเอาไม้และพาช่างมา จะช่วยปรับปรุงบ้านพักครูให้ ทีนี้ครูสมรก็จะได้พักได้สบายอีกนิด” ครูใหญ่บอกสีหน้าชื่นมื่น

“โอ... ขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ ฝากกราบขอบพระคุณคุณชายด้วยนะคะ คราวก่อนก็ต้องรบกวนให้คุณชายพาติดรถมาแม่สอดด้วย คราวนี้ยังกรุณาเรื่องบ้านพักครูอีก ศรีตื้นตันจริงๆค่ะ”

ไม่ผิดตัวแน่แล้ว โอภาสยิ้มแล้วยื่นหอบของในมือให้

“อันนี้คุณชายฝากมาให้ด้วยครับ เป็นข้าวหลามฝีมือแม่ครัวที่บ้านพักคุณชาย แกรสมือดีมากๆ”

“ขอบพระคุณค่ะ ขอบพระคุณมากๆ”

ศรีสมรรับไว้แล้วก็ยิ้มแย้ม โอภาสยิ้มตอบ กำลังจะหันไปบอกให้ช่างไม้กับคนลากเกวียนช่วยกันขนไม้ลงจากหลังเกวียน ก็ได้ยินเสียงผู้หญิงอีกคนดังขึ้น เขาเลยหันกลับมา

“สวัสดีค่ะ"

                “มาแล้วหรือครับ คุณโอภาส คนนี้ก็เป็นครูคนใหม่ของเราครับ ครูช่อปาหนัน ครูปาหนันคนนี้คือคุณโอภาสเป็นผู้จัดการปางไม้ของคุณชายไอศูรย์ ท่านกรุณาให้เอาไม้มาจากโรงเลื่อยเพื่อช่วยปรับปรุงต่อเติมบ้านพักครูของโรงเรียนเรา”

                โอภาสเบิกตากว้าง เขามองผู้หญิงรูปร่างบอบบางที่ยืนเยื้องไปด้านขวาของศรีสมรตาค้าง ดวงหน้าผุดผาดล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีดำสนิท เครื่องหน้าที่เอื้อให้กันอย่างหมดจดทั้งดวงตาและริมฝีปากดวงตาหวานปานจะหยดได้กับรอยยิ้มเล็กน้อยบนเรียวปากรูปกระจับ ทำให้โอภาสถึงกับเงอะงะไปชั่วครู่

                “อ่ะ ... เอ่อ”

                “ขอบพระคุณนะคะ”

                “คนนี้... คนนี้แน่ๆ”

                โอภาสลืมตัว พอเห็นสีหน้างุนงงของครูสามคนเบื้องหน้า คนสนิทของหม่อมราชวงศ์ไอศูรย์ก็เหมือนเพิ่งจะได้สติ เขายิ้มเจื่อนๆ

“ผมนำข้าวหลามจากแม่ครัวที่ปางมาด้วยครับ คุณชายอยากให้ครูทุกคนได้ลองรับประทานกัน”

                ช่อปาหนันยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่ยืนเงียบๆฟังครูใหญ่ขอบคุณอีกครั้ง แล้วก็ขอตัวกลับไปสอนเด็กๆ โอภาสอยู่คุมงานช่างไม้ เขาแอบหัวเราะคนเดียว

                “มิน่า... กลับจากตากคราวนี้ถึงได้เปิดเพลงรักดังลั่นบ้าน พิโธ่ คุณชาย”

               

                ช่างไม้ที่มาทำงานตั้งแต่เช้าเป็นคนมีฝีมือจริงๆ เพราะเพียงแค่ทุ่มเศษ บ้านพักครูหลังเล็กที่พอคุ้มฝนคุ้มแดดซุกหัวนอนได้ ก็เปลี่ยนไปจนนึกสภาพเก่าไม่ออก นอกชานมีระเบียงไม้ระแนงและยังมีที่นั่งยื่นไปให้เอนหลัง ครัวถูกกั้นเป็นสัดเป็นส่วนเรียบร้อย ทั้งคนทำยังใส่ใจพอจะทำทำชั้นวางของพร้อมกับแขวนอุปกรณ์เครื่องครัวและกระเทียมหอมแดง พริกแห้ง ไว้ใต้หลังคา ด้านบนเตาอาหารเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยป้องกันมด ปลวกและแมลง เพราะตอนติดเตาปรุงอาหาร ควันจะลอยขึ้นรมทำให้ไม่มีแมลงมารบกวน บันไดได้รับการซ่อมแซม ฝากระดานเรือนที่มีช่องไม้ห่างกันจนคนที่ยืนใต้ถุนมองลอดขึ้นมาเห็นคนบนบ้านได้สบายก็ถูกตีปิดช่องว่าง ทั้งยังเปลี่ยนบานประตูห้องนอนสองห้อง ทำระแนงติดหน้าต่างแบบขัดกลอนด้านใน คราวนี้ต่อให้เปิดหน้าต่างกว้างรับลมในคืนที่อากาศร้อนอบอ้าว ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนแอบดอดปีนหน้าต่างเข้ามาได้แล้ว เมื่อมีคนมาลงแรงช่วยถึงขนาดนี้ ครูใหญ่ก็ให้จันตาเมียของตนเองหุงหาข้าวปลาอาหารต้อนรับขับสู้ โดยที่ศรีสมรกับช่อปาหนันก็ไม่ยอมอยู่เฉย เป็นลูกมือคอยช่วยอีกแรง โอภาสนั่งโอภาปราศรัยกับครูใหญ่มานพอย่างถูกคอ เขาเป็นคนช่างพูด และรู้จักอ่านนิสัยคนจากการพูดคุยกัน ไม่นานก็สามารถสร้างความสนิทชิดเชื้อกับครูใหญ่มานพได้ราวกับรู้จักมาแรมปี ทีนี้ล่ะ ผู้จัดการหนุ่มก็ตะล่อมถามจนรู้หมดว่า ครูจากพระนครมีด้วยกันถึงสามคนแต่คนหนึ่งไปบรรจุที่โรงเรียนอีกตำบลหนึ่ง และรู้กระทั่งว่าตกเย็นมา เด็กแถวนี้จะมานั่งฟังครูช่อปาหนันอ่านหนังสือทุกวัน โอภาสพยักหน้าหงึกหงัก ยกขันน้ำขาว เหล้าที่มักจากข้าวเหนียวในโอ่งดินเผาของครูใหญ่มานพซดโฮกใหญ่ แอบจดจำเรื่องของผู้หญิงผิวสีดอกจำปาคนนั้นไว้อย่างละเอียดลออ จะได้เอาไปรายงานต่อให้เจ้านายฟัง

                แหม... ร้อนวันพันปีไม่เห็นสนใจผู้สาวบ้านไหน ดังนั้นพอคุณชายของเขาดูจะมีใจให้ใครสักคน เขาในฐานะผู้จัดการปางไม้ก็ต้องเอาใจช่วยเต็มที่

                ครูใหญ่จุดตะเกียงสว่างไสวด้านหน้าบ้านพักครู ช่างไม้นั่งล้อมวงกินข้าวกับเจ้าของเกวียนลากไม้ ส่วนโอภาสนั่งอยู่กับครูใหญ่มานพ ศรีสมรเดินเอียงอายมาวางถ้วยแกงให้ ช้อนสายตามองโอภาสแล้วก็เดินกลับไปนั่งอีกมุม มองแล้วก็ยิ้ม ยิ้มแล้วก็อาย

                “ครูปาหนัน ดูนั่นสิ... คุณผู้จัดการเขามองพี่อีกแล้ว”

                ช่อปาหนันหันไปมอง เห็นโอภาสมองมาทางนี้ หญิงสาวยิ้มบางๆ “ค่ะ”

                “พี่ว่าเขาต้อง... ต้องคิดอะไรกับพี่แน่เชียว ผู้ชายเจ้าชู้ ดูสายตาเขาสิ พี่อายจัง”

                ศรีสมรก้มหน้างุด มือดึงชายเสื้อมาหมุน ช่อปาหนันไม่ได้เอ่ยอะไร เพียงก้มหน้ากินข้าวของตัวเองต่อไปเงียบๆ ใจกำลังคิดถึงปืนที่อยู่กับตนเอง หรือจะฝากคนของเขาไปคืนเขาดี หญิงสาวมุ่นคิ้ว นึกถึงวันที่ยืนประจันหน้ากับผู้ชายคนนั้น เขาพับผ้าเช็ดหน้าเธอเก็บใส่กระเป๋าหน้าตาเฉย แล้วก็เดินไปขึ้นรถก่อนจะขับออกไปโดยที่เธอได้แต่ยืนอ้าปากค้างตะลึงอยู่ที่เดิม

                “ข้าวหลามก็ฝากมาเสียเยอะแยะเลย พี่ว่าเราควรฝากอะไรกลับไปให้คุณชายบ้างดีไหม คุณชายเอื้ออารีกับเราจริงๆ ดูสิ บ้านพักดูแข็งแรงปลอดภัยขึ้นเยอะเชียว ไม่ต้องกลัวขโมยขึ้นตอนดึกแล้ว คุณชายใจดีทำดีไม่หวังผลจริงๆ”

                ช่อปาหนันฟังศรีสมรพูดแล้วก็ไม่ได้เอ่ยอะไร กระทั่งโอภาสและคนของเขากลับไปแล้ว เธอช่วยจันตาเก็บสำรับไปล้างคว่ำเรียบร้อยจึงเดินกลับมาที่บ้านพักครู หญิงสาวมองบานประตูห้องที่แน่นหนามิดชิด นึกถึงคำของเขาตอนที่เจอที่ตลาดขึ้นมา

            จำไว้แม่นๆ ว่าฉันช่วยเหลือไปกี่ครั้งแล้ว ช่อปาหนัน... ฉันไม่ใช่คนใจดีมีเมตตาอะไร ออกจะใจร้ายเสียด้วย เวลาทำคุณกับใครมักหวังผลตอบแทนเสมอ

                “ทำดีไม่หวังผล” ช่อปาหนันพึมพำคำของศรีสมรแล้วก็เม้มริมฝีปาก พ่นลมหายใจออกมาแรงๆ “ฮึ... ประกาศอยู่ปาวๆว่าหวังผลแท้ๆ”

                “อะไรหรือจ๊ะ” ศรีสมรที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ นุ่งผ้าถุงกระโจมอกหน้าประแป้งไว้ลายพร้อยถามอย่างสงสัย ช่อปาหนันหันไปมองแล้วส่ายหน้า

                “ไม่มีอะไรค่ะ ฉันก็บ่นอะไรไปเรื่อยเปื่อย”

                ช่อปาหนันยิ้ม แล้วก็เดินไปหยิบเสื้อผ้ามาเตรียมไปผลัดเปลี่ยนตอนอาบน้ำบ้าง

             

                พริบตาเดียว  ก็เข้าสู่ฤดูฝนแล้ว หลังจากที่อากาศร้อนอบอ้าวอยู่หลายวัน ช่วงสายของวันหนึ่งฝนก็ตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา  ทำให้ผู้หญิงที่กำลังนั่งนาบใบตองกับกระทะร้อนๆอยู่ในครัวต้องรีบวางมือแล้ววิ่งลงมาที่ด้านล่าง ลงไปเก็บเสื้อผ้าที่ตากไว้กับราวไม้ไผ่ก่อนที่มันจะเปียกชุ่มไปหมด น้ำฝนเย็นเฉียบเม็ดโตๆทำให้ผมยาวที่รวบมวยไว้หลุดลุ่ย ช่อปาหนันยกท่อนแขนขึ้นปาดใบหน้า เช็ดน้ำฝนจากดวงตาแล้วรีบดึงผ้าถุงของเธอจากราวอย่างรีบร้อน ทั้งยังต้องเก็บเสื้อผ้าของศรีสมรที่ตากเอาไว้แต่เจ้าตัวไม่อยู่ด้วย ฝนตกหนักมาก ไม่นานพื้นดินก็กลายเป็นโคลนแฉะๆ ช่อปาหนันวิ่งเอาผ้าไปไว้ก่อนรอบหนึ่ง แล้วจึงวิ่งกลับมาอีกครั้ง เธอดึงเสื้อของศรีสมรออกจากราว ชะรอยคงเพราะว่าไม้ไผ่ที่ตนเองทำราวตากผ้ามาใช้แก้ขัดเองกับมือมันคงจะโดนปลวกกินจนผุ พอออกแรงรั้งมากเข้า บวกกับแรงลมทำให้ราวไม้คลอนแล้วล้มครืนลงมาทางช่อปาหนันพอดี หญิงสาวเบิกตากว้าง ไม่ทันจะหลบ ไม่ทันจะร้องด้วยซ้ำ ดวงตาเห็นแค่ราวไม้ที่พังลงมา หากในนาทีอันตราย เธอกลับรู้สึกว่ามีอ้อมแขนแข็งแกร่งกอดที่เอวแล้วอุ้มเธอตัวลอยยกออกจากรัศมีราวไม้อย่างรวดเร็ว เสียงราวไม้ล้มครืนด้านหลังทำให้ช่อปาหนันหลับตาปี๋ ทั้งยังมีเสียงเหมือนไม้ฟาดโดนเนื้อดังขึ้นใกล้หู หญิงสาวลืมตาขึ้น แล้วก็เงยหน้ามองคนที่เข้ามาช่วยตนไว้ ใบหน้าที่เปียกฝนมีหยาดน้ำไหลจากเรือนผมยาวตรงหน้าผาก ค่อยๆไหลตามกรามใหญ่ก่อนจะหยดที่ปลายคางที่สากระคายด้วยตอเคราสีเขียวจางๆอยู่ห่างจากใบหน้าเธอแค่คืบ ใกล้จนหยดน้ำที่ปลายคางเขาหยดโดนแก้มของเธอ

“คุณ!

                ไอศูรย์กระชับแขนที่กอดรอบเอวเล็กไว้ เธอยกมือขึ้นทาบบนหน้าอกเขา เนื้อผ้าที่เปียกน้ำจนแนบติดตัวบางแจ๋ว จนฝ่ามือของช่อปาหนันเหมือนกับทาบบนผิวใต้เนื้อผ้าของเขาโดยปราศจากอะไรกั้นก็ ไอศูรย์ขมวดคิ้วจนเป็นรอยย่นเหนือสันจมูกโด่งเป็นสัน ใบหน้าบูดบึ้งน่ากลัว

                “ไม่รู้จักระวังตัวเอง”             

                น้ำเสียงดุดันนั่นเอ็ดขึ้นไม่เบานัก ก่อนที่ช่อปาหนันจะตั้งสติได้ เธอยันตัวเองออกจากตัวเขา ฝนยังตกหนักซ้ำฟ้าก็ร้องเสียงดัง แสงแวบๆที่หางตาบนท้องฟ้าแฉลบแวบ ก่อนจะตามด้วยเสียงอสุนีบาตฟาดดังลั่น

                เปรี้ยง!  หญิงสาวสะดุ้ง เธอหันไปมองราวไม้ตากผ้าแล้วก็อุทานเมื่อเห็นเสื้อผ้าของศรีสมรจำนวนหนึ่งที่เก็บไม่ทัน ตกลงกับพื้นโคลนสกปรกพร้อมราวไม้ไผ่

                “ตายจริง” เธออุทานทำท่าจะไปเก็บผ้า แต่คนตัวสูงใหญ่ด้านหลังยื้อแขนไว้ ทั้งยังพูดเสียงดังแข่งกับสายฝนว่า

                “ปล่อยมันเถอะ มาหลบฝน ที่นี่ไม่ใช่พระนครนะ ฝนฟ้าแรงแบบนี้ ออกมายืนที่โล่งอยากล่อสายฟ้าให้ผ่าตายหรือไง”

                ช่อปาหนันตกใจ เธอสะดุ้งอีกครั้งเมื่อฟ้าผ่าดังเปรี้ยง วิ่งตามแรงจูงของไอศูรย์ไปขึ้นบ้าน

                ฝนตกหนักจริงๆ  น้ำไหลจากรางไม้ไผ่ลงไปที่โอ่งใหญ่ซึ่งเปิดฝาไว้รองน้ำฝนสำหรับดื่มจนล้นทะลักโอ่งออกมา ช่อปาหนันเห็นก็รีบเดินไปริมนอกชาน ยื่นมือจะดันรางไม้ไผ่ที่ผูกให้รองน้ำให้ปลายมันไปปากโอ่งอีกใบก่อนจะเดินกลับมาด้านใน ไอศูรย์ยังยืนอยู่ที่เดิม เขากำลังเสยผมยาวๆที่เปียกชุ่มไปด้านหลัง  น่าแปลกที่เขาเบือนหน้าไปทางอื่น ยกคางสูงจนเห็นรอยนูนของลำคอหนาชัดเจนทีเดียว ช่อปาหนันยังไม่ทันเอะใจ กระทั่งหญิงสาวเพิ่งสังเกตเห็นว่าเสื้อสีขาวที่ชายหนุ่มสวมเปียกจนบางจ๋อย มองเห็นสรีระท่อนบนของเขาชัดเจน ช่อปาหนันรีบเบนสายตาไปทางอื่น แล้วสะดุ้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนเองก็สวมเสื้อสีไข่เช่นกัน เปียกน้ำก็ไม่ต่างจากยืนเปลือยกายให้ใครดูหรอก เธอยกมือกอดอกแล้วก็รีบเดินไปดึงผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่มุมหนึ่งมาคลุมตัวไว้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 269 ครั้ง

610 ความคิดเห็น

  1. #370 fsn (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 22:01

    พี่ไอ มาเพิ่มหนี้แล้ว หุๆ

    #370
    0
  2. #363 aijarinya (@aijarinya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2561 / 14:27
    ขอเลิฟซีนกลางสายฝนด้วยได้ไหมคะไรท์
    #363
    0
  3. #357 a-puggy kwan (@kwan-story) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 19:02
    รอๆ วันพฤ. ค่า
    ฝนจะหยุดตกวันนั้นมั้ยหนอ
    #357
    0
  4. #351 Wiwan Truadngu (@wiwan9255) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 12:05
    ตกหนักๆนะ.
    #351
    0
  5. #349 MY_JEss (@blood_black) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:53

    คุณชายน่ารักกก/// ตรงนั้นคือ ขันเหล้าน้ำขาวรึปล่าวคะ

    #349
    0
  6. #347 แอนัสเตเชีย (@AyaShii) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:39
    คุณชายย น่ารักกก
    #347
    0
  7. #345 He ! Ya (@peachoffires) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:30
    คุณชายยยขา ฮือ ดีต่อใจไรเช่นนี้ ขอละมุนๆแบบนี้เยอะๆเลยน้า
    #345
    0
  8. #344 สาววายสายอินดี้ (@wan05) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:26
    มาถูกเวลามากเจ้าค่ะ
    #344
    0
  9. #343 Diamondgirl (@phetnaree0002013) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:16
    งุ้ยๆ เธอมาได้ทันเวลาพอดีอย่างกับรู้ใจ..เธอช่วยชีวิตฉันไว้พอดี อร๊ายยย เขินนน
    #343
    0
  10. #342 3520100699189 (@3520100699189) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:16

    มาทำอาไร คุนชาย อิอิ เวลาฝนตกแบบนี้

    #342
    0
  11. #341 Loukwah (@lugva_vava) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 11:12

    เขินนนนน

    #341
    0