[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 24 : ผลของการกระทำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 906
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 151 ครั้ง
    22 ก.ย. 62


//กรีดร้องแรงมาก

ข ข ขอ ขออภัยด้วยค่ะ!! ขออภัยจริงๆ ที่มาช้ากว่าที่สัญญาไว้มากกกกกกกกกกก พอดีเกิดเรื่องกะทันหันที่บ้านนิดหน่อยน่ะค่ะ

เอาจริงๆ เดือนนี้ทั้งเดือนเราแทบไม่ได้แตะคอมเลยค่ะ โดนลากไปข้างนอกแทบทุกวันเลย T_T แล้วก็ดันเจอภาวะหมดไฟเล็กน้อยถึงปานกลางด้วย กว่าจะขุดมาได้ก็แย่อยู่ OTLlll //ถามว่าตอนนี้ยังมีอยู่มั้ย มีอยู่แต่น้อยลง เลยพอจะเข็นได้นิดหน่อย แง

(แต่พอจะตั้งตอนเพื่อ notice ให้ทุกคนทราบก็ไม่กล้า กลัวมันรกหูรกตาพวกท่าน ฮาา)

พอเวลาส่วนตัวเจอปัญหา เกรงว่าเราต้องเลื่อนอะไรไปด้วย ขออภัยอีกครั้งจริงๆ ค่ะโฮรววววว //ตีมือตัวเอง ;;w;;

___________________________________________

 

23

ผลของการกระทำ

 

อะไรทำให้องค์หญิงไอริเซีย อควาน่า คอร์เวลถ่อมาถึงตึกเรียนของผมกัน

โครงสร้างโรงเรียนคลาเฟนานั้นทั้งใหญ่ทั้งอลังการจนบางทีผมก็รู้สึกว่าเปลืองพื้นที่ไปหน่อย ก็ขนาดตึกเรียนของแต่ละชั้นปียังแยกกันเรียนคนละตึกเลย แล้วเธออยู่ตั้งปีห้าเชียวนะ ตึกไกลจากตรงนี้เยอะอยู่...นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ทั้งชายทั้งหญิงต่างพร้อมใจกันรุมเธอ เพราะปกติองค์หญิงไม่มาตรงนี้หรอก

เอาจริงๆ ถ้าผมอยู่ปีห้าแล้วมีงานเยอะ ไม่ด่วนจริงผมก็ไม่มาเหยียบที่นี่เหมือนกันนั่นแหละ เปลืองเวลาจะตาย

หลังจากที่องค์หญิงออกปากชัดเจนว่าอยากได้เวลาส่วนตัว กลุ่มคนมุงถึงยอมสลายโต๋ไปคนละทาง ผมและธาลิเทียสต่างก็เดินตามเธอทั้งที่ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ไม่สิ ผมว่าผมรู้นะ

บทลงโทษของผมแหง ก็ไอ้เจ้านั่นมันเล่นเดินไปเดินมาทั้งที่แก้มขวาตัวเองบวมเป่งทั้งที่ตัวเองรักษาเองได้ จะให้มองเป็นอะไรได้อีกนอกจากจงใจประจานความผิดน่ะ!

 

โทษของเจ้าต้องโดนแส้หนามเหล็กเฆี่ยนสิบรอบ!’

ไม่นะองค์หญิง! โปรดฟังกระหม่อมก่อน อย่าเพิ่งเอาทหารมาลากกระหม่อมไปรับโทษเลย ม่ายยย!’

 

...พอนึกภาพตัวเองโดนแส้หนามเหล็กเฆี่ยนหลังแล้วรู้สึกเสียวสันหลังวาบเลยวุ้ย แต่ถ้าเป็นงั้นจริงผมคงต้องขอแฉหมดเปลือกก่อนว่าเอลิออตสมควรโดนมากแค่ไหนน่ะ! แล้วหลังจากนั้นจะโดนอีกก็ช่างมัน!

“กำลังคิดอะไรอยู่หรือ” เสียงหวานดังขึ้นทำให้ผมสะดุ้งเฮือก พอหันมองตามเสียงถึงเห็นว่าดวงตาสีน้ำเงินราวอัญมณีน้ำงามขององค์หญิงไอริเซียกำลังมองมาทางผมด้วยความสนเท่ห์ เธอใช้พัดป้องปากเล็กน้อย

ถ้าบอกไปตรงๆ จะได้ไหมนะ...ผมเอียงคอนิดหน่อยแล้วเหลือบมองธาลิเทียส

 

“กำลังทำใจพ่ะย่ะค่ะ...” ผมถอนหายใจออกมาจนได้ แต่พอมองแล้วถึงเห็นว่าตรงนี้ไม่มีใครอยู่เลยสักคน แถมยังอยู่นอกตึกอีกด้วย นี่ผมมัวแต่กังวลจนไม่ได้ดูทางเลยเหรอเนี่ย

ที่สำคัญ ดูท่าทางเธอคงไม่อยากให้ใครรู้จริงๆ สินะว่าพวกเราคุยอะไรกัน

“ทำใจ?” องค์หญิงขมวดคิ้วงุนงง “ทำใจที่เจ้าไม่ได้เอาหน้ารับลูกบอลแทนน้องเราน่ะหรือ”

หา? อะไรนะ เอาใหม่ซิ พวกเราไปเจอเหตุการณ์ลูกบอลฟาดหน้าตอนไหนกัน ผมขมวดคิ้วมองเธอแล้วหันไปมองธาลิเทียสอีกรอบ เขาดูไม่ตกใจกับสิ่งที่ไอริเซียพูดออกมาเลยสักนิด เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเรื่องจะต้องเป็นแบบนี้

อ๊ะ หรือว่า...

ผมถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะส่งยิ้มให้เธอกลับไป “ค่อนข้างพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่นึกว่าเขาจะถึงขั้นไม่ใช้เวทมนตร์รักษาตัวเองด้วย” แผลน่าเกลียดขนาดนั้นก็รักษาหน่อยเถอะขอร้อง แก้มขวาของเอลิออตเมื่อเช้ามันบวมปูดจนแค่ผมนึกก็อนาถจนรู้สึกผิดจริงจัง

ที่แน่ๆ องค์หญิงไอริเซียสร้างข่าวปลอมให้แหง มิน่าถึงไม่มีใครมาถามอะไรเลย ที่มันสำเร็จด้วยคงเพราะช่วงบ่ายพวกเราไม่ได้อยู่กับใคร ศาลาที่พวกเราอยู่ก็ไม่มีคนเห็นหรือสังเกตเพราะแทบจะเรียกว่าอยู่มุมหลืบของสวน จะไม่มีใครรู้ว่าพวกเราอยู่ไหนกันก็ไม่แปลกหรอก

“หากใช้เวทมนตร์รักษาทุกอย่างกระทั่งแผลเล็กน้อย ร่างกายก็ซ่อมแซมตัวเองไม่ได้พอดี” เธอหุบพัดแล้วยิ้มให้พวกเรา “เราล่ะเป็นห่วงน้องเราแทบแย่ตอนเห็นแผล พอรู้จากธาลิเทียสแล้วถึงค่อยโล่งใจหน่อย นึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเสียแล้ว”

ผมหันขวับไปหาคนต้นข่าวทันที ซึ่งแน่นอนว่าเขาพยักหน้าให้ผม “เพราะท่านได้รับงานจากดยุกเชอร์มาลจึงรีบกลับไปทำก็เลยไม่มีเวลานี่ขอรับ ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่จะไม่บอกองค์หญิง”

นี่เตี๊ยมกันมาอย่างดีเลยเรอะ ผมได้แต่มองเขาด้วยความช็อก

“มันเป็นอุบัติเหตุ เช่นนั้นจึงไม่มีใครมีความผิด” เธอส่งยิ้มบางแบบเอ็นดูให้ทางพวกเรา “พวกเจ้ายังไม่ทานอะไรใช่หรือไม่ สนใจมาร่วมโต๊ะกับเราไหม”

ยังมีอะไรคุยเพิ่มกับพวกเราอีกสินะ...จะเป็นเรื่องไหนกัน แต่ที่แน่ๆ ผมว่าผมมีเรื่องจะคุยกับเธอเยอะพอสมควร

เท่าที่ฟัง ผมจะไม่โดนลงโทษ แสดงว่าจะไม่โดนไล่ออก เพราะงั้นต้องจัดการหน้าที่ของตัวเองต่อ เพื่อการนั้นแล้ว ข่าวสารเองก็จำเป็นมากโดยเฉพาะเรื่องข้างนอกรั้วนั่น

ชักรู้สึกเสียใจที่ตัวเองอยู่ในโรงเรียนซะแล้วสิ

ผมกำมือแน่น ก่อนจะมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำเงินอัญมณีของเธอ

“องค์หญิงทรงตรัสชวน ไม่มีเกียรติใดน่าปลาบปลื้มไปมากกว่านี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”

 

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่มาแบบนี้นี่ดีแล้วจริงเหรอ

ช่วงพักกลางวันจะแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายกินในโรงอาหารที่ใหญ่และอร่อยกว่ากับฝ่ายอุดหนุนห้องอาหารเล็กติดกับตึกเรียนของแต่ละตึก พวกผมเป็นแบบหลังกันหมดเพราะมันประหยัดเวลา อีกอย่างคือแต่เดิมผมก็ไม่ได้จู้จี้จุกจิกเรื่องอาหารการกินอยู่แล้ว

ปกติผมจะกินข้าวเที่ยงกับธาลิเทียสสองคน ส่วนเอลิออตจะเจอกันอีกทีก็ตอนหลังเลิกเรียน แต่สถานการณ์ตอนนี้มันต่างกันออกไป เพราะงั้นผมควรไปอยู่กับเขาถึงจะถูก

“เป็นห่วงหรือ” เสียงนุ่มหูขององค์หญิงดังขึ้น เธอจิบชามองผมแล้วยิ้ม “ไม่ต้องห่วงไปหรอก เราฝากน้องเราไว้ให้เพอร์ซิวัลดูแลแล้วล่ะ”

ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจหน่อย ถึงจะเป็นเรื่องปกติก็เถอะ เพราะจากที่เห็นคือไอริเซียและรุ่นพี่เพอร์ซิวัลสนิทกันพอควร การที่เธอจะไป ไหว้วาน ขอความช่วยเหลือบ้างย่อมไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ถึงจะเรียกไหว้วานก็เถอะ ความจริงยังไงก็คือการสั่งอยู่ดี พอนึกภาพว่าเขาต้องถ่อจากตึกปีหกไปตึกปีสาม พอใกล้ถึงเวลาเรียนก็ต้องวิ่งกลับตึกแล้วก็แอบเหนื่อยแทน

อ่า แต่เดี๋ยวเธอคนนี้ก็ต้องวิ่งกลับตึกเรียนเหมือนกันนี่นา เพราะงั้นรีบคุยรีบไปน่าจะดีกว่า ผมเองก็ไม่อยากเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ใครเข้าเรียนภาคบ่ายสายด้วย

“แล้วมีเรื่องอะไรเหรอขอรับ” ธาลิเทียสพูดขึ้นบ้างแล้วกินข้าวไปด้วย

“นั่นสินะ” เมื่อเธอกลืนอาหารเสร็จก็พูดต่อ “หลักๆ เราก็มีสองเรื่อง เอาเรื่องแรกก่อนก็แล้วกัน...จากเหตุการณ์เมื่อวาน เจ้าคิดอย่างไรกับน้องเราบ้างหรือ”

เท่าที่ผมสังเกตมา ปกติถ้าไอริเซียคุยธุระกับใคร เธอจะค่อนข้างชอบเปิดประเด็นเพื่อโยงเรื่องก่อนด้วยความเคยชิน แต่ตอนนี้กลับไม่มีเยอะเท่าไหร่นอกจากตอนก่อนกินข้าว แสดงว่าอีกฝ่ายก็น่าจะรีบคุยพอสมควร

“...กระหม่อมขอเสียมารยาทถามก่อนได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ”

“เอาสิ”

“องค์หญิงทรงต้องการคำตอบแบบไหน และมันจะส่งผลต่อตำแหน่งของกระหม่อมและครอบครัวกระหม่อมรึเปล่าพ่ะย่ะค่ะ” ผมรู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ควรถาม ถ้าไม่ถามแล้วโดนเอาคำพูดพวกนี้ตลบเอาทีหลังจะไม่ดีเท่าไหร่ ถึงความจริงมันจะไม่มีอะไรเลยก็เถอะ

ไม่รู้สิ อารมณ์ผมตอนนี้มันประมาณว่า พอนึกถึงเรื่องนั้นก็โกรธพอควรแหละ แต่คืออยู่ต่อหน้าคนในครอบครัวของตัวต้นเหตุที่ทำให้โกรธ เลยไม่รู้ว่าจะแสดงออกไปยังไงถึงจะดี เพราะงั้น...ถามก่อนว่าอีกฝ่ายต้องการแบบไหนน่าจะดีกว่า

“เราจะไปทำอะไรเจ้าได้กัน” ไอริเซียหัวเราะออกมาเบาๆ แต่ก็ส่ายหัว “ไม่ทำหรอก”

ถ้าคุณจะทำก็ทำได้เป็นล้านแปดเลยละครับ อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องแบบนี้สิเฮ้ย!

เอาวะ อย่างน้อยก็มีประโยคหลังพ่วงมาด้วย ผมพอจะโล่งใจไปหลายเปลาะได้อยู่ เพราะงั้นเลยกึ่งโล่งอกแล้วพูดความคิดของตัวเองออกมา “ดูไม่รักตัวเองจนน่าเป็นห่วงมากพ่ะย่ะค่ะ”

“เช่นนั้นหรือ”

ผมพยักหน้า นอกจากไม่รักตัวเองแล้วยังทำตัวน่าหมั่นไส้ ปากหมาปากมอมน่ากระทืบเป็นที่สุดอีกต่างหาก...แต่อันนี้เก็บไว้ในใจเถอะ องค์หญิงไม่ใช่ว่าที่พระราชา ไม่จำเป็นต้องรักษาคำพูดตัวเองมากขนาดนั้น พูดออกมามีหวังโดนลากไปลงโทษแหง

เธอทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเข้าใจ

“เจ้าคิดเช่นนี้นี่เอง” ไอริเซียยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มอ่อนโยนแบบเอ็นดูที่มักจะยิ้มตอนมองพวกเราบ่อยๆ “ผิดคาดจากที่เราคิดไปหน่อย แต่แบบนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรละนะ” เธอพูดเสร็จก็ใช้ส้อมตัดและจิ้มเค้กเข้าปากอย่างสุภาพ

ผิดคาด? องค์หญิงคาดหวังอะไรจากผมกันล่ะแบบนี้

เอาเถอะ ดูจากที่เธอไม่คาดคั้นอะไรต่อแสดงว่ามันคงไม่สลักสำคัญอะไรเท่าไหร่ โดยเฉพาะเมื่อเธอพูดประโยคต่อมา “แต่อย่างไรเสียก็ต้องขอบคุณอยู่ดี เขาดีได้ขนาดนี้ก็เพราะมีพวกเจ้าคอยช่วยเหลือด้วย”

ไอริเซียมองธาลิเทียสกับผมสลับกันไปมา แล้วแย้มยิ้มออกมาในที่สุด

“ฝากด้วยล่ะ” องค์หญิงเอ่ยเสร็จก็กระแอม จัดการวางส้อมในมือแล้วขึ้นเรื่องใหม่ทันที “ท่านพ่อท่านแม่โอนเรื่องการแลกเปลี่ยนเพื่อสานสัมพันธ์ระหว่างซิลวาเรสกับจิกะมาให้เราแทน เพราะอย่างที่รู้กันคือสถานการณ์ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ แถมน้องเราก็...” เธอเว้นไป ในขณะที่พวกผมพยักหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง

ใช่ ถ้าเขาเป็นไอ้บ้างี่เง่าขนาดนั้นก็ปัดมันออกจากเรื่องนี้เถอะ พวกเราตัดสินใจกันเองดีกว่าเยอะ...ถึงจะไม่ค่อยยุติธรรมเท่าไหร่ แต่นะ ถ้าว่ากันตามตรง ชีวิตของเราก็ไม่ได้เป็นแค่ของเราคนเดียวตั้งแต่ที่ลืมตาดูโลกแล้ว

ยิ่งตำแหน่งสูง ชีวิตของคนคนหนึ่งก็ยิ่งผูกมัดกับอะไรเยอะแยะมากมาย ประชาชนธรรมดาผูกกับคนรอบข้างพวกเขา ขุนนางผูกกับเขตการปกครอง ส่วนชีวิตของราชวงศ์นั้นผูกอยู่กับประเทศทั้งประเทศ การที่เขาพูดอะไรแบบนั้นออกมาผมว่ามันเห็นแก่ตัวเกินไปไม่หน่อย โดยเฉพาะเมื่อเอลิออตไม่ได้เป็นโรคแบบเดียวกับพี่สาวผมในชาติก่อน

ทั้งนี้ ข้างบนนั่นผมแค่พูดถึงเกณฑ์ ตำแหน่งหน้าที่ของครอบครัวที่เกิดมา อย่างเดียว ไม่ได้นับรวมตัวแปรอื่นแต่อย่างใด เพราะงั้นอย่าให้คำนี้มาตัดสินทุกอย่างเชียวล่ะ

“เราเลยอยากมาถามความเห็นพวกเจ้า เพราะหากเอาเข้าจริงเราเห็นด้วยกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมละนะ”

_________________________

ตอนนี้คงช้าหน่อย คิดว่าน่าจะสัปดาห์ละตอน ขออนุญาตไปเคลียร์อะไรให้เรียบร้อยก่อนนะคะ QwQ"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 151 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. #179 tilly_tinggy (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 22:06
    รออุดหนุนเลยค่ะๆๆ ชอบมากๆๆ
    #179
    1
  2. #177 ononno (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 16:06
    งุ้ย ใครจะไปแลกเปลี่ยนนะ ถ้าน้องไปละ จะเกิดอะไรขึ้นนะ
    #177
    1
    • #177-1 เจ้าหมาในกะละมัง(จากตอนที่ 24)
      28 กันยายน 2562 / 00:37
      คนจะไปคือเอลี่ค่ะ ฝั่งจิกะส่งเจ้าชายของเขามา ฝั่งเราก็ต้องส่งเจ้าชายของเราไปเหมือนกัน แต่สองเสียงค้านเรียบร้อยว่าถ้าจะไปต้องไปปีหน้า (แต่คาดว่าเรื่องนี้คงจบแค่หนึ่งปีแหละค่ะ ไม่ขยายไปเยอะกว่านี้หรอก 55555)
      #177-1
  3. วันที่ 22 กันยายน 2562 / 10:20
    ไรท์สู้ๆ
    #176
    0
  4. #175 Deffy-Deefey (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 09:00
    ขอบคุณที่กลับมาอัพเดทนะคะ สู้ๆนะคะฮือ(;//;
    #175
    0
  5. #174 chinalovely (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 07:05
    ค่าาา

    ขอให้ผ่านไปด้วยดีค่ะ^^
    #174
    0