[Boy's Life] คุณนางเอกครับ โปรดอย่าเปลี่ยนผมเป็นนายเอกเลย

ตอนที่ 25 : หัวเสียและธุระ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,013
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 180 ครั้ง
    28 ก.ย. 62

 



24

หัวเสียและธุระ

 

“เราเลยอยากมาถามความเห็นพวกเจ้า เพราะหากเอาเข้าจริงเราเห็นด้วยกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมละนะ” องค์หญิงเอ่ยเสียงนุ่ม เป็นน้ำเสียงปกติแบบไม่คิดจะโน้มน้าวอะไรใคร อีกอย่างคือเธอดูไม่ซีเรียสมากด้วยยังไงชอบกล ทั้งที่ว่ากันตามตรง ผมนึกภาพออกเลยว่าหากพวกเราแพ้ขึ้นมา ไอริเซียต้องโดนบีบให้แต่งงานกับใครก็ไม่รู้แน่

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน

จริงๆ แล้วบนโต๊ะนี่ก็เห็นด้วยกับการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกันทุกคน แต่ปัญหาภายในทำให้พวกเราไม่ค่อยอยากรับปากตอนนี้สักเท่าไหร่ คือจะให้ทางจิกะรู้เรื่องภายในของบ้านเราจริงดิ อายตายเลยนะนั่น

ไม่สิ ความจริงผมว่าสำหรับไอริเซีย มันไม่ใช่เรื่องได้หน้าเสียหน้าหรอก แต่เพื่อให้แน่ใจอีกทีเลยตัดสินใจถาม “องค์หญิง กระหม่อมขอเสียมารยาทถามอะไรหน่อยได้ไหมพ่ะย่ะค่ะ”

“ว่ามาสิ” เธอว่ายิ้มๆ ก่อนจะหัวเราะออกมา “เจ้าขออนุญาตเราบ่อยเกินไปแล้ว ไม่ต้องหวั่นเกรงเราขนาดนั้นก็ได้”

อุก...ไม่ให้เกร็งได้ยังไงไหว ก็พวกเราไม่ได้รู้จักกันดีขนาดนั้นสักหน่อยนี่ ถึงอย่างนั้นผมก็ถอนหายใจแล้วถามต่อไปนั่นแหละ

“ทางพระองค์...ทรงต้องการให้พวกเขามาที่นี่รึเปล่า” เธอนิ่งไปเหมือนกำลังใช้ความคิด ระหว่างนั้นเองผมก็ฉวยโอกาสกินข้าวไปด้วยในตัว

“เราว่าหากไม่นับเรื่องโอกาสเสี่ยงที่คนในโลกมืดจะเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ต้องการอยู่แล้ว” ไอริเซียหลุบตาลงแล้วถอนหายใจ

โลกมืด

สถานที่ที่พวกเรารู้ว่ามีอยู่จริงแต่เลือกจะไม่ยุ่งกับมัน หากให้เปรียบกับโลกก่อนก็คงจะประมาณดาร์กเว็บ จะต่างกันก็ตรงที่ต้องเดินเข้าไปเองหากต้องการอะไรสักอย่างที่โลกสว่างไม่อาจให้ได้ หนึ่งในนั้นคือการจ้างฆ่า

ผมเคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเอลิออตเคยโดนลอบฆ่าตอนเขายังเด็กมาก แต่เพราะมันเป็นการจ้างวานจากคนอื่น แถมนักฆ่าคนนั้นก็ฆ่าตัวตายทันทีหลังถูกจับได้ทำให้ไม่มีวันสาวไปถึงตัวผู้ว่าจ้าง การสืบสวนเลยต้องจบอยู่แค่นั้น

เอาเป็นว่านั่นแหละ หากสมมติพวกเราตอบตกลง ราชสกุลของจิกะเดินทางมาเรียนถึงนี่ตามระเบียบ แล้วสมมติว่าพวกเขาถูกฆ่าเอาที่นี่...มันจะกลายเป็นการรับผิดชอบที่หนักหนาสาหัสมาก

มากถึงขั้นก่อให้เกิดสงคราม

ต่อให้ซิลวาเรสจะยิ่งใหญ่เกรียงไกรมากแค่ไหน แต่ชนวนสงครามนี่จะยิ่งทำให้คนอื่นพากันแข็งข้อไปหมด เผลอๆ อาจรวมหัวกันแล้วกลายเป็นว่าพวกเราจะกลับเข้าสู่ยุคสงคราม

“แต่มันก็เลี่ยงไม่ได้อยู่ดี” ไอริเซียถอนหายใจ "เอาเป็นว่า...เราเชื่อใจฝากฝังเขาไว้กับพวกเจ้าได้ไหม”

หา? ผมกะพริบตามองเธอปริบๆ

เมื่อกี้ท่านพูดว่าไงนะ เขา ที่ว่าเนี่ยคือเอลิออตใช่ไหม ไม่ใช่คนอื่นใช่ปะ

ทำไมผมรู้สึกไม่ดีเลยจริงๆ

“หมายความว่าอย่างไรหรือขอรับ” ธาลิเทียสถามอย่างระมัดระวัง สีหน้าเขาดูเหมือนจะจับอะไรบางอย่างได้เช่นกัน

ไอริเซียทำเพียงยิ้มขม “อันที่จริงเราไม่ค่อยอยากจะบอกเท่าใดนัก แต่ทันทีที่จิกะเสนอการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมนี้มา ทางนั้นก็ล่องเรือมาแล้วล่ะ”

ผมได้แต่นั่งเป็นบ้าใบ้ ก่อนจะยกมือเป็นเชิงขออนุญาตแล้วยกมือนวดขมับ

อะไรของพวกเอ็งวะเนี่ย! จะมาหาเจ้าบ้านก็รอคำตอบเขาก่อนดีไหม ไม่ใช่นึกอยากจะมาก็มา! คิดว่าตัวเองเป็นใคร...เป็นราชวงศ์ของประเทศเลยนี่หว่า

...ปัดโธ่เว้ย!

แต่อย่างน้อยก็ของประเทศนั้น ไม่ใช่เป็นราชวงศ์ของประเทศนี้สักหน่อยนี่นา! นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันแน่เนี่ย นี่มันนัดคนอื่นแต่ไม่รอคำตอบอีกฝ่าย ตัวเองก็มัดมือชกให้เขามาชัดๆ!

ตัวปัญหา นี่มันตัวปัญหา! ทำไมผมเห็นแววตัวเองนั่งดูแลลิงทะโมนเฉยเลยล่ะ!

“ขออนุญาต” ธาลิเทียสพูดขึ้นบ้าง “แต่กับเรื่องแบบนี้ ให้ท่านเพอร์ซิวัลรับไปไม่ดีกว่าเหรอขอรับ”

“เราก็ไปขอแล้วนะ” องค์หญิงยกมือกุมแก้มตัวเองด้วยสีหน้าน้อยใจ “แต่เขาบอกว่าเขาเป็นเพื่อนเรา ไม่ใช่คนรับใช้ จะสั่งก็ไปสั่งคนอื่นน่ะสิ”

“...”

หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกเลย และเมื่อไม่พูดก็เท่ากับยอมรับคำสั่ง ไอริเซียเลยทำหน้าพอใจแล้วลาเข้าห้องเรียนโดยทิ้งระเบิดลูกโตให้พวกเรารับกรรม

บางทีก็คิดนะ ทำไมเรื่องมันประดังประเดเข้ามาจัง...ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองจะทนสายตาเข็มล้านเล่มของรุ่นพี่เพอร์ซิวัลตอนทำงานได้รึเปล่าหลังจากเรื่องนี้ ค่อนข้างมั่นใจเลยว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ผมได้ประสาทกินเข้าสักวันแหง

เหตุการณ์ในตอนนี้ทุกอย่างเหมือนแค่คลื่นใต้น้ำ เพราะงั้นช่วงนี้คงยังไม่มีอะไรเป็นพิเศษหรอก แต่ยิ่งปล่อยนานจะยิ่งไม่ปลอดภัย อีกอย่างพวกเราอยู่ในรั้วโรงเรียน ไม่มีใครโดนไล่ออกไปนอกรั้วเหมือนเกมจีบหนุ่มเกมอื่น เลยไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นข้างนอกบ้าง

ตอนนั้นเองที่ธาลิเทียสตบบ่าผมแปะๆ พร้อมส่งรอยยิ้มให้กำลังใจ “เดี๋ยวข้าช่วยนะ”

ผมได้แต่พยักหน้าอย่างเหนื่อยอ่อน

 

ช่วงนี้ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ เอลิออตกับผมกลับมาคุยกันปกติเหมือนเดิมหลังผ่านไปสองอาทิตย์ (ต่อให้โกรธจริงแต่ก็เห็นหน้ากันทุกวันทำงานด้วยกันทุกวันนี่นะ) หน้าเขาก็บวมน้อยลงพอสมควรแล้วเหมือนกัน...ซึ่งก็ดี พอเห็นหน้าเขาบวมน้อยลง ความรู้สึกผิดผมก็น้อยลงตามไปด้วยเหมือนกัน

บทสรุปของการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมคือพวกเขาสองคนแลกเปลี่ยนกันได้ ฝั่งจิกะเดินทางมาแล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย แต่ทางเราจะส่งเอลิออตไปปีหน้าโดยอ้างว่าอยากให้เจ้าชายจากสองราชอาณาจักรได้เป็นเพื่อนกันก่อน ซึ่งฝ่ายนั้นก็เห็นดีเห็นงามด้วย

“ดีจังเลยเนอะ” เจ้าคนไม่รู้ร้อนรู้หนาวฮัมเพลงลั้ลลาพลางทำเอกสารไปพลาง แต่ผมกลับรู้สึกอยากเอาเท้ายันหน้าไอ้เอลิออตมันจริงจัง

ใช่ มันอาจจะดีสำหรับเขา แต่สำหรับคนอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยมันคือสิ่งสยองขวัญที่ไม่ว่าใครรู้เรื่องเป็นต้องนอนไม่หลับ

สิ่งสยดสยองที่สุดที่มีชื่อว่า เดดไลน์

อย่ามาทำหน้าแบบนั้น มันน่ากลัวมากจริงๆ นะ! สะสางเรื่องพวกนี้ให้ได้ภายในปีเดียว ผมคิดภาพไม่ออกเลยว่าทำยังไงให้มันไม่โจ่งแจ้งเกินไปจนกว่าฝ่ายนั้นจะเผยไต๋ออกมา เพราะถ้าพวกเขาไม่เผยหางแล้วพวกเราประกาศก่อน ฝ่ายเรานี่แหละจะเสียความน่าเชื่อถือจากหัวเมืองอื่นไปพอสมควร หลังจากนั้นคงไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมว่าจะเป็นยังไงต่อ

ที่แน่ๆ ช่วงนี้ผมไม่รู้เรื่องในวังมากเท่าไหร่ แต่ก็เชื่อว่าตอนนี้ในวังคงวุ่นวายกันน่าดูชม ปิดเทอมฤดูร้อนนี้ผมคงไม่ได้เจอหน้าท่านพ่อท่านแม่แน่

เจ้าชายจากจิกะเป็นเหตุเลย...

“หยุดทำหน้าแบบนั้นเถอะ ข้าขอล่ะ” เสียงเอลิออตดังขึ้นมาอีกรอบจนผมต้องหันไปมองเป็นเชิงถาม “เมื่อกี้เจ้าทำหน้าเหมือน เจอขี้วัวบนกองเอกสาร ก็เลยจะไปฆ่าวัวตัวนั้นเป๊ะ”

เพราะเอ็งด้วยนั่นแหละ! ไอ้เจ้าพวกราชสกุลเอาแต่ใจเอ๊ย!

ผมหลุดหัวเราะพรืดออกมาทั้งที่แอบหงุดหงิดอยู่พอสมควร “เปรียบได้ตลกดีนะพ่ะย่ะค่ะ” เอาจริงๆ ผมหงุดหงิดเรื่องกองงานเพิ่มพูนทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้ดองงานจนไม่มีกะจิตกะใจจะสนแล้วว่ารุ่นพี่เพอร์ซิวัลจะส่งสายตาทิ่มแทงมาให้ผมอีกสักกี่ครั้ง หรือก็คือชินชาไปแล้วนั่นแหละ

องค์ชายมองมาทางผมแล้วส่ายหัวยิ้มๆ เหมือนจะบอกว่าไม่เนียน ก่อนจะชี้กาน้ำชาของตัวเอง

“ชงให้อีกสิ ขอเหมือนเดิม” พอสั่งเสร็จผมก็ต้องลุกขึ้นยืนจากกองงานแล้วยกกาน้ำชาว่างเปล่าไปชงชาต่อ “แล้วหลังจากนี้ไปเดินเล่นให้หัวโล่งก่อนไป๊”

“กระหม่อมยังไม่...”

“เราเห็นด้วยกับเอลิออตนะ” ไอริเซียพูดแทรกขึ้นมาพลางดันแว่นขึ้น เสียงของเธอกระจ่างชัดมากจนผมเผลอหันไปมอง แล้วปะเข้ากับนัยน์ตาสีน้ำเงินราวอัญมณีของเธอเข้า มันฉายแววกึ่งดุกึ่งตักเตือนชัดเจน “อารมณ์ที่ไม่เสถียรจะส่งผลต่อคุณภาพงาน ถ้าเจ้าหงุดหงิดอยู่ก็ไปพักเถิด”

“กระหม่อมไม่ได้หงุดหงิดอะไร” ผมตอบเสียงอ่อน แน่นอนว่านี่คือการโกหกนิดหน่อย ว่าตามตรงพอโดนทักแบบนี้ก็หายหมดแล้วละ ก็ถ้าหงุดหงิดมากก็จะไม่ได้ทำงานนี่

...

ทำไมผมคิดเหมือนตัวเองกลายเป็นพวกบ้างานไปแล้วได้ล่ะ ไม่นะ!

เพราะรู้สึกตกใจกับความคิดตัวเอง แถมยังมีสองสายตาจากราชสกุลส่งมาอีก ผมเลยได้แต่ถอนหายใจระหว่างเดินไปรินชาให้องค์ชาย “เข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“เข้าใจก็ดี” สองเสียงประสานกันพูดอย่างพร้อมเพรียงเหมือนกับนัดกันมา หลังรินชาเสร็จเรียบร้อยผมก็โค้งให้ทั้งสองคนแล้วเดินไปจับลูกบิดประตูเพื่อออกไป

ทันใดนั้นเองที่องค์หญิงจะพูดขึ้นมา “เพอร์ซิวัล เจ้าเองก็มีธุระเหมือนกันไม่ใช่รึ เหตุใดยังนั่งทำงานอยู่เช่นนั้นเล่า”

ทั้งห้องเงียบไปสักพัก ก่อนที่รุ่นพี่เพอร์ซิวัลจะยกเก้าอี้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินมาที่ประตู ส่วนผมที่จับลูกบิดแล้วก็เปิดประตูให้อีกฝ่ายออกไปก่อน

ผมหันไปโค้งให้พวกเขาอีกครั้ง เดินออกจากห้องพร้อมปิดประตูให้เสร็จสรรพ

เอาละ ไปไหนดี

ผมมองซ้ายมองขวาแล้วตัดสินใจเดินไปเรื่อย แต่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามผมมาเหมือนกัน...ทำไมชักรู้สึกไม่ดียังไงชอบกลล่ะเนี่ย

อ่า ไม่หรอกมั้ง รุ่นพี่เพอร์ซิวัลอาจจะแค่เดินไปทางเดียวกับผมก็ได้ มองโลกในแง่ดีเข้าไว้สิเวดิอุส!

ถึงจะบอกว่ามองโลกในแง่ดี แต่การที่มีคนเดินตามมาข้างหลังทุกฝีก้าวมันไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีหรอกนะ ตอนผมอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปด พี่สาวผมชาติก่อนเคยเจอสตอล์กเกอร์ตามหลอกหลอนจนกระทบมาถึงตัวผมด้วย เพราะงั้นผมบอกเลยว่าค่อนข้างอึดอัดพอสมควร

ถ้าจะให้ลงละเอียดกว่านี้ก็...เฮ้อ ไม่ค่อยอยากนึกถึงเท่าไหร่เลยแฮะ เอาเป็นว่าเธอโดนสตอล์กหนักมากจนมาปรึกษาผม ผมเลยอาสาไปคุยให้ ผลคือตัวผมนี่แหละที่เกือบโดนฆ่า หลังจากนั้นพี่เขาก็ไม่กล้าออกจากบ้านไปเจอหน้าคนอื่นอีกเลย กลายเป็นเกมเมอร์ตัวยงแทน พ่วงมาด้วยนิสัยชอบดูตามซอกมุมเพื่อหากล้องหรือเครื่องดักฟังในบ้าน

คิดแล้วก็แอบเป็นห่วงเหมือนกัน แต่เอาเถอะ เมียของผมชาติก่อนเข้ากับพี่สาวผมได้ดีอยู่ เพราะงั้นคงไม่เป็นไรมากหรอก

นั่นแหละ เพราะแบบนี้ผมเลยไม่ค่อยชอบโดนตามเท่าไหร่ สยองจะตายชัก

ผ่านไปแล้วสามนาที เขาก็ยังเดินตามผมยันนอกตึก จนผมต้องหันไปมองเขาแล้วรีบยิงคำถามเพราะอึดอัดจนทนไม่ไหว “มีธุระอะไรกับข้ารึเปล่าขอรับ”

และเป็นไปตามคาด เขาพยักหน้าด้วยสีหน้านิ่งสนิท

มีธุระก็หัดเรียกสิโว้ย เป็นสาวน้อยนามพิกุลทองรึไง!

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 180 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

217 ความคิดเห็น

  1. #190 Nu pe (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 22:04
    เพอร์ซิวัลค่าตัวแพงเหลือเกินนนน รอมานานนนน
    #190
    1
    • #190-1 เจ้าหมาในกะละมัง(จากตอนที่ 25)
      10 ตุลาคม 2562 / 22:24
      ค่าตัวไม่ได้แพง แต่เพอร์ซิวัลไม่ชอบออกกล้องเฉยๆ ค่ะ--- //ผิดๆ
      #190-1
  2. #186 ononno (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 16:56
    เราว่าถ้าส่งน้องไป น่าจะสนุกไปอีกแบบนะ
    #186
    1
    • #186-1 เจ้าหมาในกะละมัง(จากตอนที่ 25)
      29 กันยายน 2562 / 17:22
      ตาเว (น้องที่ว่าคือตาเวสินะ?) ยศไม่ถึงค่ะ 5555 ต้องให้เกียรติทางฝั่งพันธมิตรด้วยนิสนึง
      #186-1
  3. #185 Deffy-Deefey (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 13:50

    สรุปก็ต้องส่งเอลิออตไปจริงๆสินะคะเนี่ย.. แต่รู้สึกลางๆได้เลยว่าราชวงศ์จิกะที่จะมานี่ตัวปัญหาแน่ๆ555555
    #185
    0
  4. #184 No-future (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 09:52
    หรือเราจะอ่านข้ามไป แก้มที่บวมอีกข้างเป็นมายังไงนะ
    #184
    1
    • #184-1 เจ้าหมาในกะละมัง(จากตอนที่ 25)
      28 กันยายน 2562 / 13:36
      ไอริเซียบอกไว้ค่ะว่าทำเอง แต่อยากรู้จริงๆ ต้องรอตอนพิเศษในอีบุ๊ก/รูปเล่มนะคะ แค่ก
      #184-1
  5. #183 SANSANEE1827 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 08:20

    จะรอตอนต่อไปนะ ชอบเรื่องนี้มากอะ
    #183
    0
  6. #182 sey234 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 06:09

    กำลังสนุกเลย
    #182
    0