Eternal World Fantasy ภาคความทะเยอทะยานของเปลวฟ้า

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ไดโนครอป 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,389
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    20 ก.ค. 53

ตอนที่ 3 ไดโนครอป
ขณะที่กลุ่มของเปลวฟ้าออกจากเมือง ก็มีผู้เล่นส่วนใหญ่มองมาทางเขากันหมด เนื่องจากเขาเป็นคนดังในวงการเกมส์ระดับประเทศอยู่แล้ว ยิ่งมาชนะเลิศในเกมส์ยิงระดับโลกเมื่อเร็วๆนี้ซึ่งมีเงินรางวัลสูงถึง 2 หมื่นดอลล่ายิ่งทำให้เขายิ่งเป็นที่รู้จักจากนักเล่นเกมส์ทั่วโลก ขณะที่พวกเขาเดินไปยังทางทิศที่ตั้งของป่า ก็มีผู้เล่นหัวหมอแอบสะกดรอยไม่ก็ทำเป็นเดินไปตามทางเดียวกัน
“เป็นอย่างไรที่ท่านหัวหน้าพูดเลย ฮิ ฮิ”วิคกระซิบปนหัวเราะ ขณะเหล่มองหลังพวกที่แอบตามมา
“อย่าทำพิรุธสิวิค”ป๊อดเตือน
ฝ่ายถูกเตือนพยักหน้ารับทราบแล้วเดินนิ่งๆไปตามปกติ แต่ก็ยังหัวเราะเบาๆอมยิ้มบ้างตลอดทาง ทำเอาป๊อดขี้เกียจเตือนแล้ว
 
ขณะที่พวกเขากำลังเดินหน้าเข้าไปผู้เล่นคนอื่นๆต่างก็กระซิบกระซาบกันไปถึงความเคลื่อนไหวของผู้ที่มีชื่อเสียงในวงการเกมส์
“พวกมันคิดจะทำอะไรกันแน่ สมาคมที่เข้าฝึกฝนก็ไม่เข้า แล้วมันจะเอาสกิล(ความสามารถพิเศษของอาชีพ)อะไรไปใช้”ชายคนหนึ่งพูดกับเพื่อนอีกคน
“มันก็อยากจะแสดงให้เห็นว่าตัวมันเองเก่งขนาดไม่ต้องมีสกิลก็สู้ได้มั้ง จองหองโคตรเลยว่ะ ทั้งๆที่ประวัติมันไม่เคยเล่นเกมส์ MMORPG สักเกมส์”
เนื่องจากเปลวฟ้าไม่เคยเข้าเล่นเกมส์แนว MMORPG แบบจริงจัง จึงไม่เคยร่วมกิจกรรมแข่งขันเกมส์ใดๆและไม่เคยเข้าร่วมกิลด์หรือกลุ่มผู้เล่นในวงการนี้
“ถ้างั้นไปดูกันหน่อยไหม ถ้ามันเก่งเกมส์แนวนี้ด้วยจริงๆ พอมันออกจากเกาะเริ่มต้นจะได้ตามไปดักฆ่ามันที่ทวีปใหญ่เลย”
เนื่องจากที่เกาะเริ่มต้นยังไม่สามารถทำPK ได้ การจะทำPKได้ต้องนั่งเรือไปยังทวีปใหญ่ เพราะระบบนี้ตั้งขึ้นเพื่อให้ผู้เล่นได้ตั้งตัวป้องกันมิจฉาชีพจากทวีปใหญ่เขามารังแกผู้ที่เพิ่งเข้าเกมส์
กลุ่มผู้เล่นหลายกลุ่มที่รู้จักความก่งกาจและความฉลาดของเปลวฟ้าต่างคิดเช่นนั้นกันเป็นส่วนใหญ่พวกเขาจึงเริ่มไล่ตามกลุ่มเปลวฟ้า เข้าไปในป่า
ภายในป่าเป็นป่าสนคล้ายป่าโปร่งที่มีต้นไม้ขึ้นไม่หนาแน่นนัก ไม่มีเส้นทางเดินราบเหมือนเกมส์อื่นๆ ชนิดพันธุ์ไม้ที่สำคัญของป่าชนิดนี้คือ สนสองใบ สนสามใบ และยังมีต้นไม้ที่ให้ผลชนิดอื่นๆอีก
วิคทดสอบหยิบผลที่เหมือนแอปเปิลสีเหลืองมากัดหนึ่งคำ ด้วยนิสัยชอบลองกินของแปลกๆ แม้ป๊อดจะเตือนว่าระวังท้องเสีย เขาก็ไม่สน พอกัดไปได้หนึ่งคำเขาก็ตาลุกวาวเป็นประกายทันที
“หวานฉ่ำครับ ทุกท่าน เชิญชิมกันได้เลย”วิคแนะนำ
“นี่เราไม่มีเวลามาทำแบบนั้นนะ”เปลวฟ้าหันมาบอกด้วยความไม่พอใจ “รีบเดินตามมาเร็ว พวกนายยังต้องไปกันต่ออีกไกลเลยนะ”
ต่ออีกไกลที่ว่าไม่ได้หมายถึงเส้นทางเดิน ซึ่งทั้ง 4 คนต่างเข้าใจความหมายนี้
“ใช่แล้ววิคพวกเราถูกตามอยู่นะ”ป๊อดกระซิบด้วยเสียงแหบห้าว
แล้ววิคก็ทำหน้าเซ็งๆ เดินตามเปลวฟ้าต่อ ขณะที่ยังไม่เลิกทางแอปเปิลสีเหลืองนั่น
พวกที่ตามมาได้ยินว่าหวานฉ่ำก็อดไม่ลองไม่ได้เนื่องจากผลที่สุกง่อมเปลือกสีเหลืองสวยนวล จึงมีบางกลุ่มปีนขึ้นไปเขย่าให้ผลมันร่วงลงมา แต่เมื่อพวกเขาลองกัดไปหนึ่งคำต่างสะดุ้งโหยง และคายทิ้งด้วยสีหน้าพะอืดพะอม
“บัดซบเอ๊ย !! เปรี้ยวยังกับมะนาว หวานฉ่ำบ้านมันสิ”
“นี่ถ้าเกาะนี้ PK ได้จะตามไปตื๊บไอ้บ้าทันทีเลย ให้ตายสิ!!”
“เวรแท้พวกเราถูกไอ้คนหน้าปัญญาอ่อนที่สุดในกลุ่มหลอกเอาซะได้ !!”
พวกเขาต่างสบถด้วยความแค้นและความเจ็บใจ แท้จริงแล้ววิคเป็นคนชอบเปรี้ยว จึงทำท่าเหมือนมันเป็นรสหวานเพื่อหลอกให้เพื่อนๆลองกินดู แต่ก็ไม่สำเร็จจึงอดเซ็งไม่ได้ ทว่าเขาก็คิดว่าน่าจะได้ผลกับไอ้พวกที่ตามมาจึงพูดแนะนำเสียงดัง ซึ่งมันได้ผลเพราะได้ยินเสียงเอ็ดตะโรที่ไล่หลังด่าไล่หลังมาเมื่อได้รู้รสชาติจริงๆของผลไม้ที่ไม่ได้หวาน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”วิคถึงกลับหัวเราะพลางกินแอปเปิลในมือตัวเองอย่างไม่สะท้าน
“หัวเราะอะไรของนายน่ะ ?”ป๊อดถามวิคด้วยความคิดที่ว่ามันเป็นเสียงที่ชั่วร้ายมาก
“เปล่านี่ไม่มีอะไรหรอก”วิคบอกปัด แล้วทำหน้าตาย
เปลวฟ้าจึงอดหันมาทางวิคไม่ได้ แล้วไปบอกกับป๊อดว่า “ผลไม้นั่นไม่ได้หวานหรอกป๊อด ลืมแล้วเหรอว่าวิคมันชอบรสเปรี้ยวน่ะ ขนาดมะนาวมันยังบีบกินเป็นว่าเล่นเลย เจ้านี้คงขำที่ไปเล่นงานพวกเห็นแก่กินพวกนั้นได้มั้ง”
“โหย เปลวฟ้ารู้ทันอีกนะ”วิคทำหน้าเหมือนเสียท่าทันทีที่ถูกจับได้ตั้งแต่ต้นที่เขาแนะนำ
“ถ้าหมอนั่นไม่รู้ จะเป็นหัวหน้าที่พวกเรายอมรับได้ไงเล่า”เข็มทิศเสริม ซึ่งเป็นเหมือนการเตือนสติให้ทุกคนอย่าลืมว่าหัวหน้าของพวกเขาร้ายกาจแค่ไหน
“ใกล้ถึงแล้วละ เตรียมตัวด้วย”เปลวฟ้าหันมาเปลี่ยนเสียงเข้ม เพราะต่อไปคือเรื่องสำคัญที่เขาอยากให้ทุกคนทำเพื่อเขา ซึ่งจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะมันจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกับที่เขาหวังไว้ทันที
สักพักเปลวฟ้าก็หยุดเดิน ทุกคนต่างหยุดนิ่งกลืนน้ำลายเฮือกเพราะต่างเข้าใจดีว่า เมื่อหัวหน้าที่พวกเขายอมรับหยุดยืนนิ่ง นั่นหมายความว่า มีบางอย่างผิดปกติ
เปลวฟ้าก้มหน้าเล็กน้อยหลับตาลงเหมือนกำลังฟังเสียง คนที่เหลือต่างพยายามผ่อนลมหายใจเพื่อสงบความร้อนรนที่สิ่งที่กำลังจะเกิด
“มาแล้วละ”เปลวฟ้าเตือนขึ้น
ทุกคนชักอาวุธเตรียมรับมือ แล้วที่เหลือก็ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหว เสียงใบไม้ไหว หรืออะไรบางอย่างที่กำลังพุ่งมา มันเป็นเสียงที่ฟังดูรวดเร็วและมีมากมายดังถี่ยิบ
“ระวัง !!”เปลวฟ้าคำราม ทุกคนพากันตื่นตัวจับอาวุธในมือแน่น
ทันใดนั้นเงาเล็กมีหางรูปร่างบอบบางก็พุ่งเข้ามาที่หน้าป๊อดจากด้านข้าง เขานิ่งตะลึงจนขยับไม่ได้ แต่เข็มทิศกลับใช้ดาบฟันมันขาดก่อนที่จะถึงตัวเขา
“ระวังหน่อยสิพวก ยังไม่ทันได้เจอของใหญ่จะเสร็จซะละ”เข็มทิศเตือนเสียงเข้ม
“เออขอบใจ”ป๊อดล้มลงนั่งด้วยความตกใจไปแล้ว พอหันไปมองซากที่ถูกฟันขาดมันเป็นลักษณะเหมือนลิงสีส้มตัวผอม เอวบาง แขนขายาว มีเล็บเล็กๆใช้ในการปืนป่าย แต่ที่ปากมันมีเขี้ยวแหลมเหมือนพวกผีดูดเลือดไม่มีผิด ซึ่งแต่ละคนในกลุ่มล้วนจัดการได้ตัว สองตัว ยกเว้นเปลวฟ้าที่อยู่หน้าสุดใช้หอกตวัดฆ่ามันได้พร้อมกันถึง 5 ตัวที่พุ่งเข้ามา
“อย่าเพิ่งสนใจซาก มันมาอีกระลอกแล้ว !! ”เปลวฟ้ายังคงเตือนไม่ให้ประมาท
คราวนี้พวกมันมากันนับ 20 ตัว
เปลวฟ้าจึงสั่งให้ทุกคนถอยเอาหลังชนกันเป็นวงกลม ต่างช่วยต้านรับเจ้าลิง ที่พุ่งเข้ามาตรงหน้า ซึ่งแคนที่ไม่ถนัดด้านระยะประชิดถูกพวกมันบางตัวกระโจนเข้ามากัดตามแขน แต่ก็ได้เข็มทิศที่ถนัดด้านการต่อสู้ช่วยฟันมันตลอด พวกลิงแต่ละตัวถูกฟันหัวขาด ตัวขาด เลือกกระเซ็นล่วงเป็นใบไม้ล่วง
เปลวฟ้าควงหอกเป็นกังหันปัดป่ายไม่ให้เข้าใกล้ และเป็นการชัดมันให้กระเด็น แต่บางตัวก็โดนคมหอกฟันจะเละ พวกมันถาโถมมาตลอดจนกระทั่ง ตามพื้นมีพวกมันกองเหมือนศากใบไม้แก่เต็มพื้น ทำให้ที่เหลือต่างเริ่มหนีกระเจิงเข้าป่าหายไปในที่สุด
“เฮ่อ หมดซะที”แคนบอกอย่างอ่อนแรง
“นายต้องไปออกกำลังกายกับไอ้เข็มบ่อยกว่านี้แล้วละ แคน”เปลวฟ้าเตือนที่เห็นแคนทรุดลงนั่งหมดแรงก่อนใคร
แคนทำหน้าเสียเพราะในบรรดาเพื่อนทั้งหมด เขาไม่ค่อยชอบเรื่องกีฬาสักเท่าไร เปลวฟ้ารองลงมาที่ไม่ค่อยชอบนักเช่นกัน แต่เขาก็จำต้องฝึกฝนหนักเพื่อเป้าหมายของตัวเอง
“เฮ้ทุกคนดูนี่ซิ”ป๊อดทัก ชี้ไปที่ซากพวกลิงที่ถูกฆ่าซึ่งกำลังกลายเป็นละอองสีเงินลอยขึ้นสลายไปในอากาศธาตุ เหลือไว้แค่เขี้ยวของมัน บางศพก็เหลือแต่หาง
เปลวฟ้ารีบเอากล้องโทรศัพท์มาถ่ายศพของลิงที่ตายก่อนที่มันจะสลายทันที เมื่อภาพขึ้นมาเขาก็กดส่งขอดูข้อมูล เริ่มการโหลดแค่ 15 วินาทีก็มีข้อมูลบอกว่า
ชื่อ: มากี้
ระดับอันตราย: 1ดาว
คุณสมบัติ: เป็นลิงชอบดูดเลือดมักโจมตีผู้เล่นเป็นหมู่ ใช้ฟันที่มีเขี้ยวยาวดูดเลือดคน
ไอเท็มดรอป: หางมากี้ เขี้ยวดูดเลือด ขนมากี้
วิคกับป๊อดรีบเก็บไอเท็มขึ้นมาทันที แต่เปลวฟ้าบอกให้เก็บแค่เขี้ยวก็พอ เนื่องจากเขาคิดว่าเขี้ยวของมันน่าจะมีค่ามากกี่สุด เพราะฆ่าไปเกือบ 50 ตัว แต่มีเขี้ยวให้แค่ 5ชิ้นเท่านั้น และมันก็เก็บใส่เข้ากระเป๋ากางเกงง่าย
ทางด้านหลังของพวกเปลวฟ้าที่มีพวกที่ยังไล่ตามมา ก็ได้ยินเสียงร้องโอย เสียงคำรามเจี๊ยกของพวกมากี้ที่ดูกำลังตะลุมบอนกันอยู่
“พวกมันโง่จริงๆเนาะที่ตามเรามา”วิคว่า
“อย่าดังไปสิ ลืมแล้วเหรอว่าพวกเราต้องแกล้งโง่ให้พวกมันตาม”แคนร้องเตือน
“ว่าแต่เป็นไงบ้างวะ โดนมันกัดน่ะ”วิคถามด้วยรอยยิ้มกวนๆ ขณะมองตามแขนขาของแคนที่มีรอยกัดเป็นจุด 2 จุดยามนี้ยังมีเลือดไหลออกมาซิบๆ
“ไม่เป็นไร ตอนมันลงเขี้ยวโคตรเจ็บก็จริง แต่ตอนนี้แสบๆคันๆ”เขาเริ่มเกาที่แคน “ท่าจะมีพิษทำให้คันแฮะ”
“ดีนะที่พวกเราป้องกันดีน่ะ”ป๊อดว่า เพราะเขาไม่อยากต้องตัวเกาไปเดินไป
“ไปกันต่อเถอะ อาหารจานหลักของวันนี้เรายังไม่เจอกันเลย”เปลวฟ้าเรียกคนให้ออกเดินทางต่อ
ยามนี้พวกเขาได้ทดสอบแล้วว่าอาการบาดเจ็บนอกจาแผลแล้ว อาจมีพิษทำให้เกิดผลต่างๆ ศัตรูก็มักมาแบบไม่ทันตั้งตัว หรือเห็นอยู่กับที่ ขนาดในป่าที่อยู่ในสถานที่เกิดก็รับรู้ได้ถึงอันตรายเหมือนเดินอยู่ในป่าจริงๆ
“ไม่รู้ว่าพวกที่ตามมายังเหลืออีกเยอะไหมนา”ป๊อดถามด้วยความห่วง ซึ่งกลัวว่าแผนจะล้มเสียก่อน ถ้าไม่มีใครตามมาได้ “ที่จริงพวกเราน่าจะตายตั้งแต่ถูกฝูงลิงน่าจะดีกว่า”
“แบบนั้นมันก็ไม่ได้อะไรน่ะสิ”เปลวฟ้าพูดขึ้นขณะเดินนำทุกคนคู่กับเข็มทิศ “ไม่ต้องห่วงหรอกป๊อดแม้ผลที่ได้จะตรงข้าม ฉันก็หาทางรอดได้อยู่ดีสำคัญคือเราต้องกินจานหลักให้ได้”
“ใช่ ฉันอยากเห็นไอ้ตัวมีกระเป๋าชะมัดจะเหมือนโดราเอมอนไหม”วิคพูดปนหัวเราะก๊าก
“ขอให้โหดจริงๆหน่อยเถอะ จะได้เครื่องร้อนกว่านี้”
ที่เข็มทิศพูดอีกสามคนยกเว้นเปลวฟ้าพลางกันส่ายหน้ากันหมด และนึกในใจว่าไม่แปลกเลยที่เข็มทิศมักตายก่อนใครเพื่อนเวลาเล่นเกมส์
ขณะที่พวกเขากำลังจะออกจากป่า ก็เริ่มเห็นชายทะเล และมีมอนเตอร์คล้ายปู่ผสมกุ้งเกยตื้นอยู่ริมหาดเปลวฟ้ารีบถ่ายภาพทันที
 
                ชื่อ: คาเนก้อน
ระดับอันตราย: 3ดาว
คุณสมบัติ: ลักษณะตัวเป็นกุ้งสีแดง กล้ามใหญ่เหมือนปู มีขาเป็นปล้องๆ 6ขาเดินไปข้างหน้า กระดองมีความแข็งแกร่ง ว่ายน้ำได้ ใช้กล้ามปูงับเหยื่อแล้วใช้ฟองที่ปากค่อยๆละลายร่างเหยื่อที่ตายแล้วกิน
ไอเท็มดรอป: เปลือกกระดองคาเนก้อน ก้ามคาเนก้อน เนื้อคาเนก้อน ขาคาเนก้อน
 
“ยังไม่เจอตัวมีกระเป๋าเลยแฮะ”เข็มทิศชักเริ่มร้อนใจที่ยังหาไม่เจอ
“ใจเย็นๆ บางทีอาจต้องวกกลับไปที่ป่าอีก...”เปลวฟ้าที่พูดกับเข็มจุ่ๆก็ดวงตานิ่งแล้วเงียบไปทันที
“เฮ้ๆ ไม่เอาน่าเปลวฟ้า”ป๊อดชักสังหรณ์ใจไม่ดีเช่นกัน “อย่าบอกนะว่า...”
“ของจริงสินะ”คนชอบความโหดถึงกับคลี่ยิ้ม
“ชู่..”เปลวฟ้าส่งเสียงให้ทุกคนเงียบกันก่อน
แล้วทุกคนก็เริ่มรู้สึกได้ว่าพื้นมันสั่นๆ แล้วได้ยินเสียงใครกำลังร้องโหวกเหวกมาทางนี้ แม้แต่พวกคาเกก้อนที่เกยตื้นอยู่บนหาดถึงกับดวงตาดำกลอกไปมาด้วยความกลัวแล้วรีบลงหนีลงทะเลทันที
ต้นสนสูงเริ่มโค่นลง เงายักษ์พร้อมฟันแหลมปรากฏโฉม เปลวฟ้าหน้าถอดสีเมื่อเห็นขนาดฟันและขนาดหัวของมันที่สามารถอ้าปากกินคนได้ทั้งตัว
“ช่วยด้วย !!!” ผู้เล่น 10 คนร้องดังลั่น ต่างวิ่งตะบึงมาทางพวกเขา
มีเสียงกรีดร้องหลงของผู้ชายเหมือนกำลังเผ่นป่าราบเพราะสัตว์ประหลาดที่น่าสะพรึงกลัวย่างกลายเข้ามา
“วิ่ง !!”เปลวฟ้าออกคำสั่งแล้ววิ่งออกไปทางชายหาด ซึ่งทั้ง 4 คนต่างทำตามโดยไม่ลังเล ขณะที่พวกผู้เล่นที่กำลังหนีต่างกำลังตามเขา
ทันใดนั้นเสียงคำรามก็ดังก้องสั่นสะเทือนไปทั้งโสตประสาท พื้นถึงกับสะเทือนด้วยร่างอันใหญ่โตสูงราวกับไม้ยืนต้นที่สูงสุดของป่า ใบหน้าของสัตว์ร้ายเหมือนพวกสัตว์กินเนื้อในโลกล้านปี ผิวสีเหลืองเหมือนพวกกอ่งก่าอเมซอน ลายสีดำเป็นรูปเขี้ยวแหลมตามลำตัวเหมือนเสือลายพาดกลอน ทว่ารูปร่างและหางที่ยาว ราวกับน้องชายไทรันโนเซารัสที่ย่อขนาดลงมาเล็กน้อย และมีดวงตาขนาดใหญ่ดวงเดียวเหมือนไซครอป
โฮก !!!
“ใครก็ได้ช่วยด้วย !!”ผู้เล่นคนหนึ่งตะโกนก้อง ขณะถูกมันจับมาไว้ในมือ
“ตายละ !!”เปลวฟ้าหยุดมองดูพร้อมกับเพื่อนทั้ง 4 ส่วนพวกที่เหลือก็วิ่งหนีป่าราบไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
“ตัวใหญ่ชะมัด สัก 8เมตรได้มั้งเนี่ย”เปลวฟ้ามองมันด้วยความทึ่งขณะดูมันกำลังนำร่างผู้เล่นเอาเข้าปาก
“อ้ากกกก!!!”
ป๊อดกับแคนถึงกับก้มหน้าด้วยความอาลัยเมื่อได้ยินร้องโหยหวนของผู้เล่นที่กลายเป็นเหยื่อ แต่อีก 3 คนมองมันด้วยความทึ่ง บ้างก็คิดว่าคงเจ็บน่าดู
“คิดว่าดาบของพวกเราจะเป็นไม้จิ้มฟันของมันไหมเนี่ย”ป๊อดบอกด้วยความกังวล
“อย่าถามเลยดูแล้วมันคงไม่ใช่จานหลักของเราหรอก”แคนว่า “รีบหนีเถอะ ขณะที่มันกำลังเคี้ยวอยู่น่ะ”
“จะเจ็บแค่ไหนวะเนี่ยตอนโดนมันเขี้ยว ?”
“ไม่ต้องห่วงหรอกขณะที่จะโดนมันงับ ถ้าสิ้นใจก็ไม่รู้สึกอะไรแล้วละ”เปลวฟ้าพูดแก้ ขณะถ่ายรูปชมเหมือนนักท่องเที่ยวที่รู้สึกตื่นตากับสัตว์ล่าเนื้อตัวใหญ่ตรงหน้า
ชื่อไดโนครอป
ระดับอันตราย: 5ดาว
คุณสมบัติ: ร่างสัตว์เลื้อยคลานขนาดใหญ่ มีดวงตาโต ใช้หางเป็นอาวุธ ใช้ขาในการเหยียบเหยื่อ บางทีก็ใช้แขนที่ยืดลงมาคว้าเหยื่อ และบางทีก็ใช้ปากยื่นลงมากินทุกสิ่งที่เคลื่อนไหว
ไอเท็มดรอป: ทุกสิ่งที่มันกินไปเข้าไป…, เขี้ยวไดโนครอป
 
เห็นระดับดาวเปลวฟ้าถึงกับอึ้ง ต่างจากพวกลิงที่ฆ่าชนิดเทียบไม่ติด ทว่ามีสิ่งที่เขาสนใจก็คือไอเท็มที่ดรอปเพราะดูท่าเจ้าตัวนี้คงกินอะไรมาเยอะแน่ๆ เนื่องจากตลอดวันปฺดเกมส์มาได้ 3 วันเขาไม่คิดว่าจะมีใครมีปัญญาล้มมันได้แน่
เปลวฟ้าใช้ความคิดวางแผนโดยไวใน 30 วินาที ซึ่งสิ่งที่เขามีก็แค่ดาบ 4เล่ม กับ หอก 1ด้ามเท่านั้นฟังดูเหมือนมีแต่ไม้จิ้มฟันไปแทะไดโนเสาร์ก็ไม่ปาน
“นี่ยังจะมายืนวิเคราะห์กันอีกเหรอ หนีก่อนเถอะ !!”แคนร้องโวยวายจนลืมแผนแรกที่วางไว้หมดแล้ว “ทัวนี้สมควรยกเลิกได้แล้วโว๊ย!!”
“ถูกแล้วทัวนี้ถูกยกเลิก แต่ทัวครั้งใหม่คือการทัวนรกกำลังเริ่มขึ้น ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เปลวฟ้าหัวเราะเบิกบาน แล้ววิ่งนำทุกคนกลับไปยังป่า “ทุกคนตามมาเลย เราจะจัดการไอ้ยักษ์นั่นในป่ากัน”
“เฮ้ยๆ แผนเราไม่ใช่ว่าจะแกล้งเกรียนแล้วโดนปิศาจฆ่าไม่ใช่เหรอ พวกมันจะได้เห็นว่าพวกเรามันอ่อนเกมส์แนวนี้น่ะ”แคนท้วงทันที
“ก็นี่แหละละครที่สมจริงเลยละ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าจะสำเร็จหรือเปล่า แต่ตอนนี้ฉันจะอยากลองดู”
ทุกคนถึงกับตะลึงที่แววตาและรอยยิ้มของเปลวฟ้าเปลี่ยนไปเหมือนกับกำลังสนุกเวลาเล่นเกมส์ที่อยู่ในอารมณ์กำลังมันได้ที่ ทำให้ไม่ใครกล้าขัดเพราะพวกเขาเคยเห็นเปลวฟ้าเป็นแบบนี้ตอนที่ถูกพวกผู้เล่นอื่นกำลังรุมในเกมส์ยิงแนวสงคราม ซึ่งตอนนั้นเหลือแค่เปลวฟ้าคนเดียวที่รอดในทีม
แทนที่จะกลัวเขากลับยิ้มเยาะและแสยะยิ้มอย่างเลือดเย็น แถมยังทำหน้าท้าทายอีกฝ่ายอย่างไร้ความหวดหวั่น สุดท้ายเปลวฟ้าก็เชือดพวกมันที่เหลือจนหมด โดยวิธีวางกับดักและการลอบสังหาร
บางครั้งแคนก็คิดว่าคนที่บ้าคลั่งและกระหายความท้าทายที่สุดในกลุ่มก็คือเปลวฟ้า ยามที่เขามักกำลังรู้สึกต้องฟันฝ่าอันตรายที่ยากจะสำเร็จตรงหน้า
หลังจากที่ทุกคนเข้าไปในป่าเจ้ายักษ์ที่เริ่มไล่ตาม ก็เริ่มหยุดตามมันเพราะเป้าหมายกับคลาดสายตาไปแล้วทีละคนจนหายไปอย่างไร้ร่อยรอย เพราะเปลวฟ้าสั่งให้แต่ละคนแยกกันซ่อนตัว ตามมุมอับของต้นไม้พุ่มหญ้า
แล้วเปลวฟ้าก็หันไปทางวิคที่ซ่อนอยู่ใกล้ตัว ซึ่งมองเห็นเปลวฟ้าทำมือให้สัญญาณ โบกไปมานั่นหมายความให้เขาออกมา แล้วชี้นิ้วอย่างเร็วเพื่อบอกให้เขาวิ่ง
วิคสูดหายใจลึกๆทำใจที่จะทำตามคำสั่ง หากไม่เพราะความเชื่อใจที่เล่นเกมส์ด้วยกันมาตลอดเขาคงไม่กล้า
พอวิคเริ่มวิ่งเสียงใบไม้ที่เขาเหยียบและผ่านไป ได้ทำให้เจ้ายักษ์รู้ตัว ขณะนั้นเปลวฟ้าดูข้อมูลที่บันทึกอีกครั้ง เขาปิดเครื่องแล้วเรียกให้ทุกคนออกมาตามเขาไป
“วิควิ่งกลับมาเลย”เปลวฟ้าตะโกนสุดเสียง
วิคที่ตีนไวสุดในกลุ่ม เขาพยายามวิ่งไปในทางที่ต้นไม้เยอะไว้ก่อนแล้วพยายามวิ่งอ้อมกลับมาหาเปลวฟ้าที่รออยู่
“แคน ป๊อดเตรียมพร้อม”เปลวฟ้าร้องบอกทั้งสองซึ่งกุมดาบประจำที่ทั้งสองฝั่งหลบอยู่ข้างต้นไม้
เมื่อป๊อดวิ่งเต็มฝีเท้าซึ่งรู้สึกว่าเจ้ายักษ์กำลังยื่นปากลงมางับเขาแล้ว
“ว้าก !!!”เขาหลับตาวิ่งตรงไปหาเปลวฟ้าที่ยืนรออยู่ข้างหน้า
“กระโดดพุ่งไปเลย”เปลวฟ้าให้สัญญาณ
“ย้าก !!”วิคกระโดดทันทีเหมือนกำลังกระโจนเข้าเส้นชัย
ทว่าเจ้ายักษ์กลับงาบเขากลางอากาศ
“ว้าก !!!”
“ไปดีเถอะเพื่อน บาย”เปลวฟ้าไว้อาลัย “เอาเลยแคน ป๊อด โค่นมันเลย
ทั้งสองทำตามที่สั่งออกมาจากต้นไม้แล้วเอาดาบฟันขาคนละข้างเต็มแรง
มันเงยหน้าร้องคำรามสูงทันที
“อย่าหยุด ฟันไปเรื่อยๆเลย !!”
มันร้องดังขึ้นเรื่อยๆและหางเริ่มขยับ
“แย่แล้ว ถอยๆ !!!”เปลวฟ้าสั่งรัว
แต่ไม่ทันเสียแล้วเพราะแคนกับป๊อดอยู่ใกล้มันมากไปเลยโดนจระเข้ฟาดหางจนกระเด็นลอยเป็นกบกำลังกระโดดไปคนละทาง
ระหว่างนั้นเองพวกเขาก็กำลังถูกจับตามองโดยกลุ่มผู้เล่นที่มีฝีมือจริงๆต่างจากพวกที่เคยไล่ตามซึ่งเฝ้ามองเขาจากบนต้นไม้สูง พวกเขาพากันส่ายหน้าต่อแผนการที่ทำได้ห่วยมากจากนั้นพวกเขาก็ลงจากต้นไม้และถอยออกมาทีละกลุ่มเพราะคงเสียเวลาที่จะดูต่อจนจบ
ยามนี้เหลือเข็มทิศที่ซ่อนตัวอยู่ กับเปลวฟ้าที่เปลี่ยนไปวิ่งเตลิดๆทำหน้าเหมือนกลัวตาย ทว่าเขาหยุดวิ่งแล้วหันกลับไปแสยะยิ้มกว้าง โดยที่เจ้าสัตว์ประหลาดก็หยุดตามมันมองเหยื่อตรงหน้าด้วยดวงตาลุกวาวของอสูรกายร้าย
“ฉันไม่หนีแกแล้วละเพราะถึงเวลาที่เราจะปิดฉากละครเส็งเคร็งเรื่องนี้เสียที”
แน่นอนว่ามันฟังภาษาของเปลวฟ้าไม่รู้เรื่อง แต่มันเข้าใจถึงดวงตาที่หยิ่งยโสของเปลวฟ้าขณะเงยมองกลับมา มันจึงคำรามใส่ด้วยความพิโรธเพราะไม่มีเหยื่อตัวไหนมองมันด้วยแววตาแบบนี้มาก่อน
“เอาเลยเข็มทิศ”เปลวฟ้าตะโกนขึ้น ขณะที่มันอ้าปากคำรามใส่
เข็มทิศกระโดดออกมาจากยอดต้นไม้พร้อมกับหอกในมือ
“ตาบอดไปซะไอ้จิ้งจก”เข็มทิศปาหอกสุดแรง
คมหอกแหลมพุ่งใส่ดวงตาใหญ่ของมันจนเลือดทะลักออกมาไหลอาบเต็มหน้า มันกรีดร้องลั่นทั้งป่า พวกผู้เล่นคนอื่นต่างตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เห็นร่างจิ้งจกยักษ์กำลังคลุ้มคลั่งทำลายต้นไม้โดยรอบราวกับถางป่า ยิ่งทำให้พวกเขาต่างต้องถอยเพราะกลัวจะถูกลูกหลง แม้พวกสัตว์ที่อยู่ในป่าก็เช่นกัน
มันสะบัดหางไปมาไปทางพวกเขาสองคน เปลวฟ้ารู้ตัวรีบหมอบแต่เข็มทิศที่เพิ่งถึงพื้นไม่อาจหลบทันถูกจระเข้ฟาดหางอันบ้าคลั่งกระแทกจนร่างลอยฟาดกับต้นไม้จนหัก
เปลวฟ้ารีบถอยออกมา เขาวิ่งกลับไปเอาดาบของเข็มทิศที่ปักทิ้งเอาไว้ให้ ส่วนร่างเจ้าของนั้นปลิวกระเด็นไปไหนต่อก็ไม่ทราบ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องเขาสนใจ จากนั้นเขาก็วิ่งกลับไปหาเจ้ายักษ์ที่กำลังคลุ้มคลั่ง
เขาวิ่งรอจังหวะที่หางนั้นเลิกขยับไปมา ยามนี้เจ้าไดโนเสาร์ยักษ์เอามือกุมหน้าตัวเองด้วยความทรมาน จนหางตกนิ่ง เขาจึงรีบวิ่งเต็มฝีเท้าไต่ไปตามหางขึ้นมาที่ลำตัวแล้วพร้อมกับดาบที่ถือสองมือ ฟันใส่ลำคอมันอย่างแรง
มันชูหัวสะบัดไปมาแม้ดาบจะยังฟังอยู่ที่คอ เปลวฟ้าก็ยังไม่ยอมปล่อยเขาค่อยทรงตัวยืนออกแรงมากขึ้นเพื่อให้ดาบฝังเข้าลึกที่สุดจากนั้นก็ดึงออก แล้วฟันใส่ลึกเข้าไปอีก เขารู้สึกว่ายิ่งออกแรงมากเท่าไรก็เหมือนมีพลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยามนี้เลือดของมันทะลักออกมาไม่หยุด ไหลออกมาเป็นธารน้ำตก จากนั้นเปลวฟ้าก็กระโดดลงมาพร้อมกับดาบ ปล่อยให้เลือดพุ่งออกมาเรื่อย
พอมันเริ่มอ่อนแรงลงจนมันคุกเข่าหอบหายใจ เขาก็เดินไต่ไปตามหางที่ตก จนเดินขึ้นไปถึงช่วงคอที่เริ่มพับลงต่ำ ทำให้เปลวฟ้าสามารถกระโดดขึ้นไปเอาดาบปักใส่กลางหัวมันจนมิด
มันกรีดร้องเสียงแหลมก่อนที่จะล้มลงดังโครม เปลวฟ้าโดดลงมาเมื่อมันค่อยๆหมดลมหายใจ จากนั้นร่างอันยิ่งใหญ่มอนเตอร์อันตรายระดับ 5 ดาวก็ค่อยๆสลายร่างไปในที่สุด
สิ่งที่มันมอบให้หลังจากร่ามันงสลายคือขุมทรัพย์ที่ยิ่งกว่าเปลวฟ้าคาดคิดเสียอีก นอกจากจะให้เขี้ยวขนาดใหญ่ของมัน ยังมี กระเป๋าใส่ของหลายชิ้นที่เหมือนกระเป๋าโดราเอมอนตั้ง 5 กระเป๋าซึ่งแต่ละกระเป๋าสามารถใส่ของได้ 15 ประเภท และใส่ได้ประเภทละ 99 ชิ้น ที่น่าสนใจยังมีถุงเงินของผู้เล่นที่ถูกกินตั้ง 10 ถึง อาวุธดาบ หอก คันธนู ไม้เท้า ของผู้เล่นอีกเช่นกัน แถมยังมีพวกเสื้อผ้าอีก
เนื่องจากการที่มันดรอปของมากมายเพราะมันกินทั้งมอนเตอร์และผู้เล่นไปมากมายทั้งป่า ทำให้ในท้องมันมีไอเท็มเกือบทุกชนิดที่มันกินมาทั้งป่า
 
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ให้ตายเถอะนี่มันกองสมบัติชัดๆ”เปลวฟ้ามองกองไอเท็มกองใหญ่ตรงหน้า เขารีบหากระเป๋าก่อนเพื่อนำของทุกอย่างมาเก็บให้หมด แล้วก็เอากระเป๋าอื่นๆที่ใส่ของเต็มแล้วมาใส่รวมที่กระเป๋าใบเดียว เปลวฟ้าถึงกับถอนหายใจกลับการเก็บไอเท็ม เพราะเขาต้องรีบก่อนที่ผู้เล่นคนอื่นๆจะมาเจอแล้วแย่งไป
เมื่อเก็บของเสร็จเขาก็รีบเดินออกจากพื้นที่ที่ร่างของไดโนครอปเคยล้มตายจนต้นไม้หักหมด มันจึงเป็นจุดสังเกตได้ง่ายและทำให้รู้ได้ง่ายว่าไดโนครอปถูกฆ่าที่ไหน
เปลวฟ้ารีบเดินหนีห่างออกไปตรงข้ามทิศของเมืองเพราะคิดว่าผู้เล่นส่วนใหญ่คงหนีกันไปที่เมืองก่อนจะกลับเข้ามาเพื่อดูว่าไดโนครอปถูกล้มจริงหรือไม่ ขณะนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนครางออกมา
พอเขาเดินไปตามเสียงซึ่งไม่ไกลนัก ก็พบเข็มทิศที่นั่งหลับตาพิงต้นไม้ด้วยสีหน้าที่ซีดเซียวเหมือนคนใกล้ตาย
“ลุกไหวไหมเข็ม ?”
“เปลวฟ้านายเหรอ”
“ยังไม่ตายใช่ไหม ?”
“ตายแล้วละ มีตัวอังกฤษสีแดงคำว่า Dearth ลอยเด่นเป็นสง่าในอากาศเลย”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”เปลวฟ้าหัวเราะทันที
“เฮ้ยไอ้ตัวที่ตายนี่ระดับไหนวะ”
“ระดับไก่ย่าง 5ดาวเลยละ”
คำตอบของเปลวฟ้า ทำให้เข็มทิศตาโต ความหมายของคำว่า 5ดาว วัดได้ว่าเป็นอะไรที่เริ่มต้นสุดยอดแล้ว ไม่ว่าจะโรงแรมระดับ 5 ดาว อาหารระดับ 5 ดาว คำว่า 5 ดาวมักวัดสิ่งที่ดูยอดเยี่ยมเสมอ
“เชื่อแกเลยว่ะ แกรอดมาได้แบบนี้ แล้วละครห่วยๆที่แสดงขึ้นมาไม่ยิ่งทำให้ตัวแกแย่เหรอวะ”
“ฉันเปลี่ยนใจแล้วละ เพราะตัวมันให้สมบัติเยอะมากเลย ทีนี้ฉันก็มีเงินทำทุนแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า เพราะพวกนายแท้ๆเลย ต่อให้พวกมันอยากจ้องเล่นงานฉันที่ทวีปหลักมันก็ทำไม่ได้ง่ายๆนักหรอก”
เปลวฟ้าเอากระเป๋าใส่ของหลายมิติให้ดู แล้วควักอีก 4ให้เข็มทิศดูอีก
“ให้ตายสิกลายเป็นการแสดงสดที่ได้สมบัติซะงั้น มิน่านายคงดูข้อมูลแล้วเดาอยู่แล้วสินะว่าจะได้ไอเท็มจากเจ้านี่เยอะถ้าล้มมันได้ แววตาของนายถึงเปลี่ยนไปเพราะสมบัติ”เข็มทิศพูดอย่างอ่อนใจ “แต่ก็ทำให้ฉันรู้ได้อย่างหนึ่ง นายไม่ใช่พระเจ้าที่ควบคุมได้ทุกอย่างให้เป็นไปตามที่นายต้องการได้หมด”
“มันก็แน่ละฉันก็แค่เด็กที่ชอบวางแผนก่อนทำอะไรเท่านั้น และมันก็แค่การคาดการเท่านั้น แม้แผนแกล้งโง่จะไม่สำเร็จ 100 % แต่การที่ได้สมบัติมา ก็ทำให้ฉันผ่านเงื่อนไขที่ฉันได้ตั้งไว้กับตัวเองแล้ว”เปลวฟ้ารู้สึกพอใจเกินกว่าแผนที่หวังไว้แต่แรกด้วยซ้ำ “ว่าแต่ตอนตายรู้สึกไงมั้งวะ? เล่าให้ฟังหน่อยจะได้ไม่อยากลองตาม”
“เยี่ยมสุดๆเลย ทำให้หายร้อนทันที เพราะร่ายกายรู้เย็นเฉียบเป็นน้ำแข็งจนขยับไม่ได้นอกจากพูด พล่ามกับนายนี่แหละ แต่เกมส์นี้ดีอย่างก่อนตายสามารถพูดได้เหมือนสั่งเสีย...โอ๊ะดูท่าคงได้เวลาไปแล้ว ฉันมองไม่เห็นนายแล้วละ ตอนนี้มืดไปหมดเลย”
“ดูท่าเจ้าพวกนั้นก็คงไม่รอดเหมือนกันแฮะ น่าจะออกจากเกมส์ไปกันหมดแล้ว”เปลวฟ้ากำลังนึกถึงพวกที่เหลือ ซึ่งแน่ใจได้เลยว่าวิคไปสบายเรียบร้อยแน่นอน
“อืม แล้วค่อยเจอกันนะ...”
“อืม ขอบใจมากเข็มทิศแล้วฝากบอกทุกคนด้วยนะ”เปลวฟ้ายิ้มให้อย่างอ่อนโยนในความเสียสละของทุกคน
แต่เข็มทิศมองไม่ทัน เขาก้มหน้าลงเสียก่อน เหมือนภาพตัวละครในหนังสมัยสงครามที่ทหารใกล้ตายสิ้นใจจนก้มหน้าคอตกลงมา แล้วร่างของเข็มทิศก็ค่อยๆเปล่งประกายเป็นละอองสีเงินแล้วสลายไปในอากาศ
เปลวฟ้าพริ้มตาลงถึงแม้จะเป็นการตายในเกมส์แต่สภาพที่เข็มทิศสิ้นใจมันก็เป็นภาพที่สะเทือนอารมณ์ได้เหมือนกัน เขาหวังอย่างยิ่งว่านี่จะเป็นแค่เกมส์ธรรมดาเท่านั้นที่ไม่ได้ส่งผลถึงชีวิตผู้เล่นจริง
เปลวฟ้ายืนส่งเข็มทิศเสร็จ เขาก็พึมพำพร้อมกับแสยะยิ้มกว้าง
“เงื่อนไขที่ 2 เคลียร์...”
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,139 ความคิดเห็น

  1. #2072 GiGaS_[Amaki Haruka] (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 09:40
    โอ้ว! เงื่อนไขที่ 3 คืออะไรเอ่ย?
    #2,072
    0
  2. #1925 demononroof (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2553 / 10:42
     อิอิ สะใจ
    #1,925
    0
  3. #1755 Fe -[ [ RiN ! (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2552 / 15:05
    ง้ะ รอต่ออยุ่น๊า

    อิ อิ  : ]] 

     ,,
    #1,755
    0
  4. #490 เสือน้อยน่าร๊ากกก (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 / 01:48
    และแล้วพระเอกก็ตาย เรื่องนี้ก็จบลง ณ บัดนี้ เอ้ย รีบมาต่อเร็วๆนะครับ
    #490
    0
  5. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 / 22:02
    -.- เปิดเรื่องได้แหวกแนวอีกแล้วท่าน
    แหวกทุกกฏเกณฑ์ความต่อเนื่องของเนื้อเรื่องอีกละ
    #489
    0