Fourteenshorts

ตอนที่ 31 : No.31 ไปเที่ยวจีนครั้งที่ 2 : ลีลาวดี จรัสรุ่งแสง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    26 ก.พ. 61

ไปเที่ยวจีนครั้งที่ ๒

วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันจะได้ไปเที่ยวที่ประเทศจีน ฉันรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเป็นครั้งที่ ๒ ที่จะไปเที่ยวประเทศจีน เพราะครั้งแรกฉันไปตอนเด็ก แต่ฉันจำอะไรไม่ได้เลย ตอนนั้นฉันอายุประมาณ ๒ - ๓ ขวบเอง เลยทำให้ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับประเทศจีนเลยในครั้งนั้น ไปจีนครั้งนี้ ฉันไปกับพ่อและพี่ชายของฉัน แม่ไม่ได้ไป เพราะแม่ต้องเฝ้าร้านอาหาร เลยไม่มีคนคอยดูร้านอาหารให้ ฉันได้เริ่มเดินทางออกจากบ้านในช่วงเวลาเช้า โดยรถยนต์ ไปเชียงของ และต่อเรือข้ามฝั่งไปประเทศลาว พอถึงลาว ก็ต่อรถไปประเทศจีนเลย พอถึงคุนหมิง ตอนนั้นเป็นช่วงที่เหนื่อยมาก คือต้องลากกระเป๋าเดินทางไปด้วย กระเป๋าสะพายหลังก็หนัก ตอนนั้นเจ็บขามาก  ปวดเมื่อยไปหมด ทำให้ฉันบ่นขึ้นว่า

          เหนื่อยแล้ว พักก่อนได้ไหมโก๊ เดินจนปวดขาไปหมดแล้วเนี่ย” ฉันบอกพี่ชายของฉัน

หยุดไม่ได้หรอก เพราะเราต้องไปขึ้นรถไฟต่อ ปะเร็ว เดี๋ยวจะไม่ทันรถไฟเอาได้” พี่ชายฉันตอบกลับมา

     หลังจากนั้นเราสามคน ก็ไปต่อแถวซื้อตั๋วรถไฟ ไปหูเป่ย  มันมีแบบนั่งกับแบบนอน เราซื้อแบบนอนมา ในราคาที่ไม่แพงมาก เราได้นอนชั้นที่ ๓ เพราะมาช้าไป ชั้นแรกเป็นอะไรที่ดีมาก แต่ราคาก็จะแพงขึ้นมานิดหน่อย เพราะที่จะกว้างกว่า สบายกว่า แต่ก็ไม่เป็นไร เหตุผลที่ไม่ซื้อแบบนั่งเพราะ เราอยู่ในรถไฟ ๓ วัน ๒ คืน เลยซื้อแบบนอนมา พอถึงช่วงที่จะขึ้นรถไฟแล้ว คนก็จะเยอะขึ้น ยิ่งตอนที่จะขึ้นรถไฟ คนก็จะยิ่งแออัด เพราะจะแย่งกันขึ้นรถไฟ เพราะการที่จะได้ขึ้นรถไฟก่อนคือจะได้มีที่ไปวางของ ส่วนคนที่มาช้า ก็จะไม่มีที่วางของ ซึ่งก็มีเรา ๓ คน ก็เป็นหนึ่งในที่ไม่มีที่วางของ เราเลยวางของไว้ที่เตียงที่เรานอน  คืนแรกผ่านไปด้วยดี ส่วนอาหารนั้น ในรถไฟจะมีรถเข็นมาขายกับข้าวทุกมื้อ ทำให้ไม่ต้องห่วงเรื่องการที่ไม่มีกับข้าวกิน ส่วนในเรื่องห้องน้ำนั้น ก็ไม่อยากพูดถึงหรอก เพราะไม่ได้อาบน้ำเลย เพราะในห้องน้ำมีแค่ชักโครกกับที่ล้างมือ แต่ก็ยังดีที่อากาศไม่ได้ร้อน เหงื่อก็เลยไม่ออก อากาศในรถไฟนั้นอุ่นกว่าอากาศด้านนอกอีก เพราะอากาศด้านนอกหนาวมาก ช่วงเวลาที่ฉันอยู่ในรถไฟนั้น ฉันชอบดูวิวไปซะส่วนมาก รองลงมา ฉันก็จะฟังเพลง ที่ชอบดูวิว เพราะวิวประเทศจีนสวยมากๆ สวยมากจริงๆ ฉันชอบตอนลอดถ้ำ เพราะที่ประเทศจีน ทางรถไฟเขาจะไม่อ้อมภูเขา เขาจะทะลุภูเขาไปเลย ตอนที่ทะลุเข้าไป ทุกอย่างจะมืดหมดเลย มันทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้น เพราะที่ประเทศไทยไม่มีแบบนี้ ส่วนแม่น้ำของประเทศจีนนั้นสีสวยมากๆ สีฟ้าเขียว ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเวลาดูแม่น้ำ

          พอถึงหูเป่ยแล้ว ลงจากรถไฟ คือหนาวมาก จนต้องใส่กางเกง ๒ ชั้น เสื้อ ๕ ชั้น หนาวมากจริงๆ อุณหภูมิอยู่ที่ ๕ องศา จริงๆฉันอยากมาตอนมีหิมะ แต่มันไม่ทัน จึงเป็นช่วงหมดหิมะ หลังจากนั้นเราก็ไปหาที่พักกัน พอจองห้องพักกันเรียบร้อยแล้ว เราก็ออกมาเดินเล่นและซื้อของกิน เราไปที่สวนสาธารณะ ทำให้ได้เห็นคนชรามากมายที่มาออกกำลังกาย ส่วนมากจะมีแต่คนสูงอายุ และมีกลุ่มคนชราที่เล่นลูกข่างอันใหญ่มาก ทำให้ฉันสนใจเป็นอย่างมาก ฉันเลยเดินไปดูเขาเล่น ดูไปดูมา ก็เล่นยากเหมือนกันนะเนี่ย ฉันเลยทำได้แต่ถ่ายรูป ในส่วนของการสื่อสาร เรามีเชื่อสายจีน จึงทำให้พูดภาษาจีนได้ จึงไม่เป็นปัญหาในการสื่อสาร ในส่วนของอาหารในประเทศจีนนั้นก็ไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้อร่อยมาก พอเดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็ไปเจอร้านข้างทางที่ขายมันเทศเผา คำแรกที่เข้าปาก คือเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เลย อร่อยมาก หวานมาก หอมมากเป็นที่สุด ไม่เคยกินมันเทศเผาอันไหนแล้วอร่อยเท่าอันนี้มาก่อน ฉันเลยพูดกับพี่ฉันว่า

อร่อยเนาะ ว่าไหม อยากกินอีกจังเลย” ฉันบอกพี่

ใช่ อร่อยจริง แต่เราเลยร้านที่ขายมาเยอะแล้ว คงกับไปไม่ทันแล้ว เพราะเราต้องกลับแล้ว” พี่ฉันบอก

ฉันรู้สึกเสียดายมาก แล้วหลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้กินมันเทศเผาอีกเลย เพราะเราไม่ได้ผ่านที่ๆขายนั้น ส่วนตลาดของที่ประเทศจีนนั้น  ฉันตื่นเต้นกับฟักมากๆ เพราะฟักใหญ่มากๆเลย และแตงกวาบ้านเขาไม่เหมือนแตงกวาบ้านเรา เพราะของเขาเป็นผิวสีเขียวทั้งหมดเลย แต่แตงกวาที่ไทยเราผิวเป็นสีเขียวขาว  ในความรู้สึกของฉันตอนกินแตงกวาของจีนนั้น คือมันให้ความรู้สึก สด อร่อย กินแล้วรู้สึกสดชื่น คือดีมาก

          หลังจากที่เราอยู่หูเป่ย์กัน ประมาณ ๒ - ๓ วัน เราก็ได้ออกเดินทางไปยังที่ขงเบ้ง สามก๊ก เคยอาศัยอยู่ ไปดูบ้านของขงเบ้ง ที่นั่นสวยมาก ธรรมชาติดีมาก คือที่ประเทศจีนจะมีต้นไม้เยอะมาก ไม่ใช่แค่นั้น ต้นไม้ตรงลำต้น เขาจะทาสีขาวไว้ แรกๆฉันงงมากว่าทาทำไม ฉันเลยไปถามพ่อ

พ่อๆ เขาทาสีขาวตรงลำต้นของต้นไม้ไว้ทำไม เห็นทุกที่เลย ไม่มีต้นไหนที่ไม่ได้ทาเลย ดูสิคะพ่อ ดูสิคะ ฉันชี้ไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่มีลำต้นสีขาว

อ๋อ เขาบอกว่ากันแมลงมากัดกิน” พ่อตอบ

จริงหรอคะ สุดยอดไปเลย มีแบบนี้ด้วยหรอเนี่ย” ฉันตื่นเต้นกับคำตอบที่ได้ยิน

หลังจากที่เราดูบ้านขงเบ้งเสร็จแล้ว เราก็เดินทางไปอุทยานจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน เพราะที่อุทยานจางเจียเจี้ยนั้นใช้ถ่ายหนังเรื่อง อวตาร ฉันเคยดูกับพี่  ในหนังภูเขาสวยมาก และสูงมาก ทำให้เรา ๒ คนอยากไป ดังนั้น เราไปจองตัวรถไฟแบบนั่ง ใช้เวลาในการเดินทาง  ๑ วัน ๑ คืน จึงจะถึง พอถึงจางเจียเจี้ยแล้ว เราก็ขึ้นแท็กซี่ เราก็ถามเกี่ยวกับการจะไปเที่ยวที่อุทยานจางเจียเจี้ย คนขับก็พูดว่า

ถ้าจะเที่ยวกันจริงๆนะครับ ต้องใช้เวลา ๓ วัน ถึงจะเที่ยวหมด” คนขับแท็กซี่พูด

แต่เราต้องการเที่ยววันเดียวครับ มันจะเป็นไปได้ไหมครับ” พ่อฉันถาม

คงเป็นไปไม่ได้ครับ” คนขับแท็กซี่ตอบ

หลังจากนั้น เรา ๓ คนก็ไม่ล้มเลิกความคิดที่จะเที่ยววันเดียวที่จางเจียเจี้ย เราก็ไปถามบริษัททัวร์ เขาบอกเป็นไปได้ที่จะเที่ยว ๑ วัน แต่เราดูราคาแล้ว มันแพงเกินไป เราเลยเดินออกมา ทันใดนั้นเอง ก็มีน้าผู้หญิงมาถามเรา คุยไปคุยมา เขาจะเป็นไกด์ส่วนตัวให้เรา ในราคาที่โอเคมาก หลังจากนั้นเราก็เริ่มเดินทาง เข้าอุทยาน เสียค่าเข้าเรียบร้อย เราก็เดินชมภูเขา คือภูเขาสูงมากจริงๆ และสวยมาก ในลำธารมีแพลงตอนหลายตัวมาก น่ารักมากด้วย ระหว่างทางที่เดิน เจอลิงเยอะแยะมากมาย ฉันเห็นมันไปขโมยของนักท่องเที่ยวจากมือเลย ฉันเลยไม่กล้าที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย เพราะกลัวมันจะมาขโมย เพราะถ้ามันขโมยไปแล้ว จะไม่ได้กลับคืนมาอีกเลย เราเดินจนไปถึงบันได ที่เราต้องขึ้น ๙๙๙ ขั้น ถึงจะได้นั่งกระเช้า ระหว่างที่เดินขึ้นบันได เหนื่อยมาก แต่ฉันกับพี่ก็ยังไหว แต่พ่อเนี่ยสิ ไม่ไหวแล้ว ดีนะที่เขามีบริการ ที่นั่งแล้วเขาก็จะยกขึ้นบันได ระหว่างทางที่เขายก ฉันตลกมาก เพราะพ่อฉันอ้วนมาก คนแบกก็เหงื่อออกเยอะมาก แบกขึ้นไปหยุดพักไป เพราะให้แบกเรื่อยๆคงไม่ไหว พอถึงที่หมายเราก็นั่งกระเช้าต่อ เพื่อไปดูภูเขาที่ขึ้นชื่อ ชื่อว่าภูเขาเทียนจื่อซาน ที่ๆหนังเรื่อง อวตารแสดง ในขณะที่กระเช้าเคลื่อนที่ออก ความรู้สึกตอนนั้นคือ สวยมาก สวยมากจริงๆ ตื่นเต้นด้วย รอบด้านมีแต่ภูเขาเต็มไปหมด และสูงมากด้วย มองรวมๆแล้วสวยมากจริงๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่เห็น ทุกคนบนกระเช้าถ่ายรูปกันหมดเลย สวยแบบไม่มีที่ติจริงๆ มองไปทางไหนก็มีแต่ภูเขา ธรรมชาติล้วนๆ พอถึงที่สิ้นสุดของกระเช้า เราก็ไปดูภูเขาเทียนจื่อซาน เห็นครั้งแรกแล้วแบบ นึกถึงอวตารขึ้นมาเลย เหมือนในหนังเลย สวยมาก ที่แบบนี้ต้องเห็นด้วยตาตัวเองถึงจะรู้ว่า อะไรมันจะสวยขนาดนี้ สวยมากจริงๆ พอเราดูเสร็จ เราก็ไปเดินซื้อของกิน เดินไปเดินมา เจอร้านร้านนึง คนยื่นเต็มไปหมด และเสียงดังมาก เพราะเขาใส่ไมค์พูดและเสียงลูกค้าที่เข้าไปซื้อด้วย เป็นร้านขนมขบเคี้ยว  เห็นครั้งแรกฉันคิดว่า จะอร่อยจริงๆหรอ เป็นขนมงาหวานๆ ดีที่เขามีให้ชิม ชิ้นแรกเข้าปาก แล้วโอ้โหเลย อร่อยมาก ถึงกับซื้อกลับไป ๓ กล่อง เอากลับไปให้แม่กิน คือแบบอร่อยจริงๆ คือใครไปก็ต้องซื้อ อร่อยมากจริงๆ หลังจากที่เราซื้อขนมเสร็จ เราก็กลับเลย เราจะกลับไปคุนหมิง เราจึงไปซื้อตั๋วรถไฟแบบนอน คราวนี้ได้ที่นอนชั้น ๑ เป็นอะไรที่ดีมาก เพราะชั้น ๑ เป็นชั้นที่สบายที่สุด มีที่กว้าง มีที่วางของ เราใช้เวลาในการเดินทางไปคุนหมิงประมาณ ๒ วัน ๑ คืน จึงจะถึงคุนหมิง

พอถึงคุนหมิง เราก็ไปจองโรงแรม ๑ คืน หลังจากนั้นเราก็คือไปหาอะไรกิน เรา ๓ คน ไปเดินห้าง แล้วไปเจอร้านเป็ด ที่ทั้งร้านมีแต่เกี่ยวกับเป็ด เราสั่งแบบทอด กับแบบย่างมากิน จะบอกว่าแบบทอดอร่อยมาก จะเผ็ดๆเปรี้ยวๆ อร่อยมาก ส่วนแบบย่างก็อร่อยแต่แบบทอดอร่อยกว่า หลังจากกินเสร็จ เราก็ไปเดินเที่ยวกัน เดินไปที่สวนสาธารณะ ที่ชอบไปสวนสาธารณะกัน เพราะไปแล้วรู้สึกผ่อนคลาย เดินไปเรื่อยๆ ดูไปเรื่อยๆ จนมืด ก็กลับโรงแรม เพราะพุ่งนี้เราต้องกลับบ้านแล้ว ระหว่างทางจะที่กลับบ้าน ฉันนึกถึงช่วงเวลาที่ไปโน่นไปนี่ คิดไปก็หัวเราะไป มันคงเป็นความทรงจำที่ดีของฉัน ว่าครั้งนึงเราเคยไปที่แบบนี้นะ พอถึงบ้าน ฉันก็เล่าเรื่องราวต่างๆให้แม่ฟัง จนแม่พูดขึ้นมาว่า

ไว้เราไปกัน ๔ คนนะ คงจะสนุกกว่านี้ ” แม่พูดด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

          ค่ะ พูดแล้วนะคะ สัญญาด้วย” ฉันตอบกลับด้วยสีหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม และความสุข แล้วเราก็เกี่ยวก้อยกันเป็นการสัญญาว่า เราจะไปเที่ยวกัน ๔ คน

 

 

                                                        
     

1 ความคิดเห็น