บทความวิชาเกรียน - ข้อมูลเทวดาฉบับฮาเฮ

ตอนที่ 5 : พระสุริยเทพ - เทวดาผู้อาภัพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    4 มี.ค. 58

พระสุริยเทพ - เทวดาผู้อาภัพ

หลังจากกล่าวเทวดาในกลุ่มอาทิตย์ไปสองราย คือพระอินทร์และพระวรุณแล้ว ครั้นจะไม่กล่าวถึงน้องชายคนเล็กผู้มีชื่อเสียงในฐานะ "พระอาทิตย์" ที่สุดก็ดูกระไรอยู่ ดังนั้นในบทนี้ผมจะมาเล่าเรื่องของเขากันครับ



หลายคนคงจะคิดว่าเกิดในภพภูมิเทวดานั้นมีแต่ความสุขสบายกว่าโลกมนุษย์ ไม่ต้องตกระกำลำบาก อ่านมาถึงบทนี้แล้วคงพอเข้าใจว่ามันไม่ได้สุขสบายอะไรเลย มีงานการเยอะแยะให้ทำไม่ต่างจากโลกมนุษย์ วันดีคืนดีก็มีอสูรมาบุกอีก นี่กระมังที่ศาสนาพุทธไม่ได้ตั้งสวรรค์ไว้เป็นเป้าหมายสูงสุดของศาสนา ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆ จะเห็นว่ามีบางนิกายที่เน้นให้คนทำทา่นแล้วอธิษฐานเอาสวรรค์สมบัติอยู่ไม่น้อยก็เถอะ

พูดถึงความตกระกำลำบากหรือความซวยของเทวดาทั้งหมด คงไม่มีใรน่าเห็นใจเท่ากับพระสุริยเทพอีกแล้ว... ไม่เชื่อผมจะเล่าเรื่องของเขาให้ทุกท่านทราบกัน


ในบรรดาเทวดากลุ่มอาทิตย์ทั้งแปดนั้น สุริยเทพเกิดมาทีหลังใครเพื่อน แต่ที่ประหลาดกว่าเทวดากลุ่มอาทิตย์ทั้งหลาย คือพอเกิดมาก็ผิดปกติ มีร่างกายที่เล็กกว่าเทวดาทั้งหลาย ดูไม่สมชายชาตรีเหมือนพี่ๆ นอกจากนี้บางตำนานยังเล่าว่าเขาพิกลพิการ บ้างก็ว่าเป็นง่อย บ้างก็ว่ามีขาลีบเล็กเกินกว่าที่จะยืนได้ด้วยตนเอง หนำซ้ำยังมีรัศมีกายที่ร้อนแรงมากจนไม่มีใครอยากตอแยด้วยอีกต่างหาก

ความประหลาดตั้งแต่กำเนิด ทำให้เป็นลูกคนเดียวที่แม่ไม่รัก เมื่อเกิดมาแล้วก็ไม่ได้ขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ร่วมกับกลุ่มเทวดาอาทิตย์อีกเจ็ดองค์หรือพวกอสูรที่เป็นพี่ชายของเทวดากลุ่มนี้ เพราะแม่ไม่ได้พาไปส่งบนสวรรค์ให้อยู่ร่วมกับพี่ๆ คนอื่น ดังนั้นพระอาทิตย์จึงไม่มีวิมานบนสวรรค์บนเขาพระสุเมรุ อาศัยกินอยู่หลับนอนบนรถที่บางแห่งว่าเทียมด้วยม้าเจ็ดตัว บางแห่งว่าราชสีห์เจ็ดตัว ซึ่งขับไปทั่วโลก แม้ว่าภายหลังจะถูกจัดว่าเป็นเทพนพเคราะห์ที่เป็นเทวดาในสวรรค์ชั้นดังกล่าวก็ตามที

หลังจากพระวรุณและน้องๆ โค่นอำนาจเหล่าอสูรได้ และพระอินทร์มายึดอำนาจพี่ชายต่อแล้ว ก็เกิดเห็นใจในชะตากรรมของน้องชายคนเล็ก จึงรวมพลังกับพี่น้องที่เหลือใช้สารพัดความสามารถแก้ไขให้น้องหายพิการ และตั้งให้เป็นหนึ่งในเทวดานพเคราะห์ต่อไป

หลังจากได้มาเป็นสมาชิกของสวรรค์แล้ว พระสุริยะก็กลายเป็นหนึ่งในเทพที่ทรงอำนาจที่สุดของสวรรค์บนยอดเขาพระสุเมรุ ในยุคศาสนาพราหมณ์ที่นับถือพระเวท จัดว่าเป็นเทพสำคัญอันดับต้นๆ แม้แต่ในยุคศาสนาฮินดูที่มีคัมภีร์อื่นๆ และนิกายการนับถือเทพตรีมูรติเกิดขึ้น พระสุริยาทิตย์ก็ยังถูกบางนิกายนับถือในฐานะตัวแทนของสามมหาเทพในแต่ละช่วงเวลาของวัน
คงเพราะความแข็งแกร่งที่สุดในเทวดากลุ่มอาทิตย์ และทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ คือประทานแสงสว่างแก่สรรพสิ่งบนผืนโลก ซึ่งผมคิดว่าสำคัญยิ่งกว่าผู้มอบสภาพอากาศหรือส่งสายฟ้ามาฟาดกบาลคนผิดสัญญาแบบพี่ๆ เสียอีก

ความยิ่งใหญ่ของพระสุริยะ ทำให้เทพแห่งการช่างอย่างพระวิศวกรรมต้องยกลูกสาว คือ "นางสัญญา" หรือ "นางสังคนา" ให้เป็นชายา แต่ทว่าชีวิตรักของพระสุริยะก็ยังคงอาภัพเหมือนชีวิตวัยเด็ก เมื่ออยู่ไปอยู่มา
ไม่รู้นางสัญญาเกิดไม่อยากอยู่กับพระสุริยะ ด้วยเหตุผลว่าทนความร้อนจากรัศมีของพระสุริยะไม่ไหว ทั้งที่มีลูกด้วยกันจำนวนหนึ่งแล้วคือ

- "พระยม" หรือ "พระธรรมเทพ" - ผู้ปกครองยมโลก
- "พระสัตยพรต" หรือ "พระมนู" - กษัตริย์องค์แรกของมนุษย์ 
- "นางยมุนา" - หนึ่งในผู้คุมนรกและเป็นเทพแห่งแม่น้ำยมุนา 
- "นางอุษา" - เทวีแห่งรุ่งสาง

นางสัญญาจึงได้ทำการโคลนนิ่งตัวเองขึ้นมาอีกหนึ่งร่าง ตั้งชื่อว่า "ฉายา" แปลว่า "เงา" แล้วให้อยู่กับพระสุริยะแทน ส่วนตัวเองก็หนีไปบวชถือศีลอยู่ในป่า  แถมไม่ใช่การถือศีลธรรมดา เพราะนาง
คงกลัวว่าอาจมีหนุ่มอื่นมาตกหลุมรัก หรือกลัวสามีขับรถผ่านมาเจอก็ไม่ทราบ นางจึงเปลี่ยนร่างกายตนเองให้กลายเป็นม้าป่าไป

พระสุริยะอยู่กับร่างโคลนนิ่งของเมียอย่างไม่เฉลียวใจมาก่อน เพราะมันเหมือนต้นฉบับทุกอย่าง แถมยังมีลูกอีกคนหนึ่งคือ "พระเสาร์" จนกระทั่งวันหนึ่งร่างโคลนนิ่งเกิดทะเลาะกับพระยมที่เป็นลูกของร่างต้นแบบ และได้สาปให้พระยมเท่าเน่าเป็นแผล มีหนอนกัดกินเท้านั้น ร้อนถึงพระสุริยะต้องรักษาลูกให้หาย แต่ก็ทิ้งรอยแผลเป็นเอาไว้ และนั่นก็ทำให้พระสุริยะสงสัยแล้วว่า ที่อยู่ด้วยกันไม่น่าใช่เมียตัวจริง เพราะรู้ว่าเมียตัวเองนั้นรักลูกมาก ไม่มีทางจะสาปแช่งลูกตัวเองแบบนั้นแน่ๆ

ถามไถ่ไปมาก็รู้ว่าที่อยู่ด้วยกันเป็นแค่ร่างโคลนนิ่ง ร่างจริงหนีไปบวชในป่าแล้วแปลงเป็นม้าไม่ให้ใครจำได้ พระสุริยะของเราเลยตามไปทำให้ม้านั้นศีลขาดด้วยวิธีการแบบผัวเมียครับ คือแปลงเป็นม้าป่าไปผสมพันธ์กับม้าแปลง ซึ่งการมีอะไรกันหนนี้ทำให้นางาสัญญาท้องลูกชายฝาแฝดหัวเป็นม้า ชื่อว่า "พระอัศวิน" และ "พระเรวันต์" ซึ่งเป็นเทพแห่งปศุสัตว์ในเวลาต่อมา 

นางม้าแปลงถือศีลโดนสามีตามมาทำศีลขาดก็หนีไปฟ้องพ่อ ทำนองว่าหนูอยู่กับสามีไม่ไหวแล้ว มันร้อนมาก ขนาดหนีไปบวชแถมแปลงร่างเป็นม้า ยังแปลงร่างตามมามีสัมพันธ์แบบนั้นกับหนูอีก พ่อจ๋าช่วยด้วย

พระวิศวกรรมเองก็ไม่กล้ามีเรื่องกับพระสุริยาทิตย์ เลยไปอ้อนวอนแต่โดยดี ให้พระสุริยะยอมเสียรัศมีพลังความร้อนของตนเองสักหนึ่งในแปดส่วน เพื่อลูกสาวจะได้อยู่อย่างสบายขึ้นบ้าง และรัศมีพลังนั้นตนจะเอาไปทำอาวุธแจกเทวดาทั้งหลาย พระสุริยะจะได้เกิดกุศล


ด้วยความรักเมียหรือเพราะใจบุญ หรืออาจจะรำคาญรัศมีพลังที่แรงจนแม่ไม่รัก พระอาทิตย์ก็ให้พระวิศวกรรมนายช่างใหญ่มาขูดเอารัศมีพลังกายไปหนึ่งในแปดส่วน เพื่อเอาไปทำอาวุธต่างๆ ซึ่งก็กลายเป็นเทพอาวุธสำคัญจำนวนมาก อาทิเช่น

- จักรสุทรรศน์และคทาเกาโมทกี ของพระวิษณุ
- ตรีศูลของพระศิวะ
- คทาของท้าวเวสสุวรรณ
- หอกวิเศษของพระขันทกุมาร


เรียกได้ว่าการขูดรัศมีกายครั้งนี้ผลประโยชน์ลงตัวกันทุกฝ่าย พระสุริยาทิตย์รัศมีกายน้อยลง เข้าสมาคมกับเทวดาอื่นได้ เมียไม่หนีแล้ว ส่วนทวยเทพก้ได้อาวุธประจำตัวดีๆ มาใช้กันต่อไป

แต่ความอาภัพของสุริยาทิตย์ยังไม่จบเท่านี้ เมื่อพิธีสร้างน้ำอมฤตเกิดขึ้นมา และพวกเทวดาตั้งใจจะไม่แบ่งมันให้พวกอสูรที่มาช่วยกัน ใช้อุบายล่อให้อสูรแยกออกไปต่างหาก ทว่ามีอสูรตนหนึ่งนาม "ราหู" รู้ว่าเทวดาจะเล่นตุกติก เลยแปลงเป็นเทวดาไปแจมกับเขาด้วย

สุริยาทิตย์และพระจันทร์รู้เข้าว่าราหูแอบแปลงตัวมา เลยแจ้งพระวิษณุให้มาจัดการก่อนที่อสูรอมตะตนนี้จะไปเกรียนที่ไหน  ผลคือจักรสุทรรศน์บินไปตัดร่างราหูขาดกระจายหลังออกจากงานได้ไม่นาน แต่ราหูก็ไม่ตายเพราะดื่มน้ำอมฤตไปแล้ว และนั่นมันทำให้เขาอาฆาตแค้นสุริยาทิตย์และพระจันทร์เป็นอย่างยิ่ง เจอที่ไหนต้องเข้าไปจู่โจมด้วยสารพัดวิธี ใช้มือจับบ้าง ปากอมบ้าง

ในตำนานฝ่ายพุทธนั้นอ้างว่าความอาฆาตไม่ได้เริ่มแค่น้ำอมฤต แต่มันยาวนานไปหลายกัลป์ก่อนๆ ตั้งแต่สมัยพระสุริยะ พระจันทร์ และอสูรราหูเกิดเป็นมนุษย์ ทั้งสามเป็นพี่น้องกัน แต่ดันไม่สามัคคีกันเท่าไรนัก พระราหูมีความไม่พอใจพี่ทั้งสองคลอดเวลา เหตุด้วยมีการยืมเงินไปทำบุญทำทานแล้วไม่ยอมคืนน้อง เมื่อเห็นพระสุริยะในภพนั้นทำบุญบริจาคอาหารด้วยภาชนะทอง และอธิษฐานจิตให้อนาคตเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์มากและมีรัศมีกายสว่างไสว ราหูก็เอาขันสีนิลใบมหึมามาบริจาคอาหารบ้าง แล้วอธิษฐานให้อนาคตเกิดเป็นอะไรก็ได้ที่สามารถทำร้ายพี่ชายได้ในอนาคต...

ความซวยของสุริยเทพยังไม่จบเพียงเท่านี้ครับ เพราะหลังจากโดนราหูมารังควาญบ่อยๆ สุริยาทิตย์ของเราก็เกิดน้อยใจที่ไม่มีเทวดาองค์ใดช่วยเหลือเลย จึงเปล่งพลังรัศมีขั้นสุดยอดเพื่อขับไล่ราหูด้วยตัวเอง ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นสารพัดรังสีจากดวงอาทิตย์คงทำให้สิ่งมีชีวิตบนโลกอยู่ไม่ได้แน่ๆ 

โชคดีเหลือเกินที่ช่วงนั้นมีน้องชายต่างแม่ของกลุ่มเทวดาอาทิตย์ก็เกิดมาพอดี นามของเขาคือ "อรุณ" ลูกนางวินตาที่พิการไม่มีขา เพราะอยู่ในไข่ที่ฟักยังไม่สมบูรณ์แล้วแม่รีบกระเทาะไข่ออกมาก่อน บรรดาทวยเทพเห็นว่าอรุณร่างกายใหญ่โต แถมยังทนทานยิ่งกว่าอะไร จึงมาอัญเชิญให้อรุณไปเป็นสารถีของพระสุริยะ เพื่ออาศัยให้อรุณบังแสงให้โลกนี้บ้าง และสุริยาทิตย์เองก็คงถูกใจอรุณเหมือนกัน รูปเขียนที่กล่าวถึงสุริยเทพหลายรูป จึงปรากฏรูปอรุณอยู่เสมอ 
คงเพราะเกิดมาพิการเช่นกัน เลยเข้าใจกันกระมัง




นอกจากนี้ความอาภัพของสุริยเทพยังไม่จบแค่ตัวเขาเท่านั้น ดูเหมือนความอาภัพนี่จะสืบไปตามสายเลือกอีกต่างหาก... ลองมาดูความอาภัพของลูกๆ ของเขาโดยสังเขปกัน

- พระยม - โดนนางฉายาสาปให้เท้าเน่า
- พระมนู - ครองเมืองอยู่ดีๆ เจอน้ำท่วมโลกเฉยเลย
- พระเสาร์ - เทวดาที่เป็นเกย์แต่เมียไม่เข้าใจ เลยโดนเมียสาปให้ห้ามมองหน้าใครเป็นอันขาด
- สุครีพ - โดนสาปให้เป็นลิง โดนพี่ชายแย่งเมีย นำทัพให้พระรามมานาน ทำงานพลาดครั้งเดียว โดนปลดแล้วให้หนุมานมาแทน
- กรรรณะ - สิ่งมีชีวิตที่อาภัพที่สุดในมหาภารตะ


จากที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่า สุริยาทิตย์ช่างเป็นเทวดาที่อาภัพยิ่งนัก... เทวดาในสวรรค์นั้นก็ใช่ว่าจะเกิดมาพร้อมความสุขสบาย ความสมบูรณ์แบบทุกองค์ไป ภพภูมิของพวกเขานั้นก็มีสุขมีทุกข์เคล้ากันไป ไม่ต่างอะไรจากมนุษย์เลย...

หากจะทำบุญทำกุศล ก็อย่าได้ปรารถนาเพียงสวรรค์สมบัติเลย มุ่งสู่นิพพานอันเป้นเป้าหมายของศาสนาพุทธน่าจะดีกว่า และที่สำคัญ 
ถ้าใครจะทำบุญกับที่ไหน อย่ากู้หนี้ยืมสินมาทำบุญเลยนะครับ จะพาลสร้างคู่อริมาตามจองเวรจองกรรมข้ามชาติกันแบบราหูกับสุริยาทิตย์เปล่าๆ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

101 ความคิดเห็น

  1. #100 Tonpai2548 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 15:46

    ท่านคงเก็บกดแน่ สงสารเขา

    #100
    0
  2. #98 เหมียว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 23:53
    อ่านแล้วก็เฮ้อออออ
    #98
    0
  3. #96 งุ้งงิ้ง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 14:46
    แต่ท่านกล่าวกับนางกุนตีว่า อันว่าเรานั้นสามารถปรับรัศมีและความร้อนให้เหมาะสมกับผู้ที่เราจะพบได้ เจ้าจึงมิต้องมอดไหม้



    ถ้าท่านปรับอุณหภูมิได้ ทำไมไม่ลดให้แดนสยามหน่อยวะ เดี๋ยวปั๊ดฟ้องเด็จปู่พิซม่าให้ยิงทิ้งด้วยศรพรหมาศเลยนี่
    #96
    0
  4. #87 17yok112535 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 / 00:37
    ได้ข้อคิดสอนใจเยอะแยะเลย. สุดยอด สนุกอ่ะ น่าติดตาม
    #87
    0
  5. #34 หยง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 01:12
    อารมณ์หลังข่าวมากต่าย



    ฉากหนวดฤาษีนี่มัน ชวนจิ้น H เกมจริงๆ หนวดยุ่บยั่บโลมไล้ไปบนตัวสาวน้อย ยึดแขนขา ขึงพืดแล้วจับลอย หนวดเส้นหนึ่งกระตุ้นปลายประสาทสัมผัส อีกเส้นก็ชอนไชเข้าไป เกี่ยวพันกับแก่นกายของสาวน้อย
    #34
    0
  6. วันที่ 20 มีนาคม 2556 / 11:51
    @ คุณหยงงุ้งงิ้ง
    ใช่ไม่ใช่ก็ดูกันต่อไป หึๆ...

    @ คุณพันธุ์หมาบ้า
    คิดว่าหยงงุ้งงิ้งเขาหมายถึงเด็กผู้ชายที่เอกเก็บมาเลี้ยงมากว่านะครับนั้น แหะๆ
    ส่วนสาวปริศนาผมทอง... เฉลยไปแล้วในบทที่ ๑๕ ของเรื่องพวกนนท์ครับ... เหอะๆ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มีนาคม 2556 / 16:54
    #31
    0
  7. #30 พันธุ์หมาบ้าxxx (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2556 / 11:00
    สาวปริศนาคืออ้าย??!! แล้วอ้ายไปเกี่ยวอะไรกับงู???!!! คับข้องด้วยความอยากรู้...
    ที่รู้ๆสงสารต่ายมากกว่าบทที่แล้วอีก
    #30
    0
  8. #28 หยง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2556 / 00:52
    เดาว่าเกรียนนี่ คืออ้ายสินะ
    #28
    0