Mystic Land - ฝ่ามิติแดนพิศวง

ตอนที่ 35 : บทพิเศษ : คำขอบคุณจากผู้เขียน + กว่าจะมาเป็น "ฝ่ามิติแดนพิศวง"

  • เนื้อหานิยายตอนนี้ถูกซ่อน
  • View : 1,459
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 ก.ย. 61

ไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหานิยายได้ เนื่องจากเจ้าของเรื่องปิดการเข้าถึง
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,057 ความคิดเห็น

  1. #960 2-CHAIR (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2559 / 01:31
    อ่านภาคหนึ่งจบ รู้สึกว่ากัซกลายเป็นคนที่ลึกลับสุดซะงั้น -*-
    #960
    0
  2. #911 17yok112535 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2558 / 14:51
    เค้าชอบเอกอ่ะ อยากรู้เอกชอบใคร
    #911
    1
  3. #851 ShadeinShadow (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 มีนาคม 2558 / 16:59
    โดยส่วนตัวแล้วคือโคตรปลื้มจักร คนอาไร๊~ทำตัวเย็นชาแต่ใจจริงห่วงทุกคน ทำอะไรดูไม่มีเหตุผลแต่ทุกอย่างคือวางแผนไว้ซะดี๊ดี ที่สำคัญคือทำไรไม่บอก คือมั่นใจมากว่าตัวเองถูก(แล้วก็ถูกจริง -.-) อีก 2 คนที่ชอบคือมินท์กะเอื้องคำ รู้สึกว่ามินท์จะห่วงคนอื่นเอามากๆ ยิ่งคนที่ตัวเองรักและก็ผูกพัน ต่อให้เป็นเวลาสั้นก็เหอะ แล้วก็รักษาสัญญาเสมอ ทำไม่ได้ก็จะทำอ่ะนะ ไรงี้ ส่วนเอื้องคำ มาแรกๆคือกลัว มาซะน่ากลัวแต่สุดท้ายเหตุผลก็ไม่ต่างกะมินท์เท่าไหร่ คือ รักษาคำพูดตัวเอง ที่สำคัญคือ รู้จักทดแทนบุญคุณ โคตรน่ารักอ่ะ สุดท้าย ขอขอบคุณไรท์มากกกกกกกกกกกกก ที่เอาภาษาเมืองเหนือมา(ภาษาบ้านเกิดผมเองแหละ ปลื้มมมมมม) เขียนได้สุดยอดมากค่ะ -/- ผมนี่แอบอ่านถึงตีสองเลย 55555
    #851
    1
    • 15 มีนาคม 2558 / 21:12
      ขอบคุณที่แวะมาอ่านเช่นกันครับผม

      โดยส่วนตัวแล้ว ตัวละครหญิงนี่ คนเขียนชอบเอื้องคำอยู่เหมือนกันนะ รองมาก็อรัญญาณีกับเจ๊หัวส้ม

      ส่วนจักร การกระทำเขาจะถูกหรือไม่ ต้องดูกันในระยะยาวๆ ครับ แต่สปอยล์ไว้ก่อนว่าเขาจะตีกับเอกรัตน์ในอนาคตแน่ๆ...
      #851-1
  4. #844 Aviv (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:54
    จบภาคหนึ่งแล้ว โอ้ อ่านอยู่เกือบครึ่งคืน ลืมนาฬิกากันไปเลยทีเดียว

    ปกติเป็นนักอ่านเงาอยู่ค่ะ แต่ช่วงนี้รู้สึกว่าอยากให้กำลังใจ (?) นักเขียนของเรื่องที่ประทับใจบ้าง พออ่านจบภาคแล้วเลยอยากจะแชร์ความรู้สึกหลังจากอ่านจบหน่อย



    พล็อตหลงป่าเข้าถ้ำอาถรรพ์ไปโผล่ในแดนหิมพานต์ก็มีมานานแล้ว แฟนตาซีแบบไทยๆ ก็มีไม่น้อยนะสมัยนี้ แต่เรื่องเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องเลยที่อ่านจนจบได้ ดีจริงๆ



    สิ่งแรกที่ชัดเจนที่สุดที่สัมผัสได้จากเรื่องนี้คือความตรงไปตรงมา ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินเรื่อง ตัวละคร ปัญหาที่ใส่เข้ามาและการคลายปม ทุกอย่างถูกเล่าอย่างง่ายดายตามลำดับไปเรื่อยๆ แต่ไม่น่าเบื่อ คุณเขียนบทบรรยายยาวๆ ได้ลื่นดีมาก มากจนอ่านไปค่อนบทแล้วเพิ่งสังเกตว่า ทั้งที่ไม่มีบทสนทนาแต่ก็อ่านทุกบรรทัดไม่กระโดดข้ามเลย



    แต่ว่าความตรงไปตรงมาที่เป็นจุดเด่นกลับทำให้ตัวละครและบทสนทนาบางตอนทื่อเกินไป จนบางครั้งเหมือนถูกจับยัดคำพูดที่ต้องการมากกว่าจะเป็นตัวละครพูดเอง ดูรีบร้อนที่จะเปิดเผยไปหน่อย จุดที่รู้สึกชัดมากคือบทที่ต้องแสดงอารมณ์รุนแรง อย่างบทโต้ตอบกันระหว่าฟ้ากับมินท์ในแฟลชแบคกับคำสารภาพของต่าย ช่วงนั้นถ้าได้คำพูดหรือท่าทางที่ให้ความรู้สึกอึดอัด สับสนหรืออะไรที่ดูแปรปรวนมาก่อนการเปิดเผยความลับ น่าจะทำให้อ่านแล้วเนียนขึ้นนะ



    ตัวเรื่องทั้งหมดชอบช่วงก่อนข้ามมิติมากที่สุด อ่านๆ อยู่นี่มีเหลียวมองประตูหน้าต่างเป็นระยะนะคะ ถ้าเขียนนิยายระทึกขวัญเมื่อไรจะตามไปอ่านเลยค่ะ



    พูดถึงตัวละครมั่ง เอาเฉพาะที่สนใจเป็นพิเศษแล้วกัน

    เริ่มที่ เอก ตัวละครที่ชอบที่สุดขึ้นมาก่อน เอกเป็นสีสันของเรื่องนี้เลย หรรษาและขโมยซีนได้ในทุกตอนที่ปรากฏตัว เขาเหมือนไพ่โจ๊กเกอร์ที่มีอยู่ใบเดียว แต่แค่มีอยู่ก็ทำเกมพลิกได้แล้ว ความเก่งกาจของเขามีโพรไฟล์อลังการมารองรับถือว่าพอยอมรับได้นะ (แต่นึกถึงทีไรหน้าเจ้าหนูโคนันลอยมาทุกทีเลย) เอกในช่วงที่ฟ้าบรรยายและตัวเขาเป็นสมาชิกในปาร์ตี้ เขาดูน่าสนใจมาก แต่พอเป็นคนบรรยายแล้วดูจืดไปเลย ลัคสแตทของเขาสูงจนไม่น่าห่วงไม่น่าลุ้นเท่ากับฟ้า



    ย้อนมาที่ฟ้า ไม่ได้ชอบเธอนะแต่พอดีเป็นตัวเอกฝ่ายหญิง จะไม่กล่าวถึงเลยก็กระไร ที่ไม่ชอบคงเป็นเพราะฟ้าเป็นสาวน้อยที่มีนิสัยน่ารำคาญมาก บทพูดของเธออ่านแล้วเหนื่อยแทนเธอจริงๆ แน่นอนว่าเพราะเธอเป็นเจ้าหญิง เธอเอาแต่ใจ เธอโลกสวย เธอเป็นแม่หนูจำไมที่ถามอย่างเดียวแต่ดูไม่ค่อยจะใช้ความคิดซับซ้อน งานมโนเธอน้อยมาก (ฮา) แต่ไม่ใช่ความผิดนะ ตัวละครมีสิทธิ์มีบุคลิกแบบนั้นได้ แต่ถ้าเธอเป็นแบบนี้ไปตลอดเธอจะถูกตัวละครอื่นกลบหมด ทั้งๆ ที่ตอนต้นเธอเป็นตัวเอกที่เปิดตัวมาได้น่าเอาใจช่วยมาก มีแง่มุมเล็กๆ ของสาวน้อยห่วงสวยให้ได้เห็นด้วย แต่ว่าพอข้ามมิติเธอก็เสียคะแนนเลย



    อรัญญาณียังน่าสนใจกว่าฟ้าอีก ขาดแค่บทสร้างความประทับใจเท่านั้นล่ะ จะยกให้เธอเป็นตัวละครที่ชอบที่สุดฝ่ายหญิงแล้วเนี่ย



    มาที่จักร สันนิษฐานว่าจะต้องมีคนว่าจักรบทน้อยแน่ๆ ก็จริงนะแต่ว่าเด่นมากถึงมากที่สุด เป็นตัวแปรที่สำคัญมากจนตอนท้ายแทบจะกลายเป็นตัวละครแบบจักรกลประทานเทพเลยทีเดียว โชคดีที่มีการปูความเก่งเทพมาโดยตลอด แถมยังมีเหตุผลรอบรับว่าทำไมโผล่มาตบเกรียนแค่ตอนท้ายด้วย คฑาวุธเสียอีกที่แทบจะหายไปเลย ออกมาแล้วก็เด่นไม่ได้ ความเก่งไม่ได้แสดง ความทะเล้นโดนเอกกลบ มีตำแหน่งเป็นถึงเทพอาวุธอีกคนแท้ๆ น่าสงสารจัง



    นอกเหนือไปจากนี้มีเรื่องหนึ่งที่ต้องชื่นชมค่ะ คำผิดในเรื่องน้อยมากอย่างน่าประทับใจ ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้การอ่านเพลินมากจนลืมเวลาไปเลย



    ดีใจที่เข้ามาในหมวดผจญภัยครั้งแรกแล้วจิ้มอ่านเรื่องนี้ สงสัยจะได้สละหมวดแฟนตาซีสักพักล่ะนะ
    #844
    0
  5. #731 Vichada Bellaznumwanz Kongsane (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 18:30
    ต่อภาคสองไวไวน่ะค่ะ
    #731
    0
  6. #676 หยง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 มกราคม 2556 / 20:22
    ในบรรดาตัวละคร ผมรู้สึกว่าอรัญญานี มีความโดดเด่นและอะไรหลายๆ อย่าง ที่สามารถจับต้องได้ ในแบบผู้หญิงคนหนึ่ง มากกว่าตัวฟ้าที่เป็นนางเอกเสียอีก บอกไม่ถูกเหมือนกัน



    เรื่องนี้ช่วงที่ตื่นเต้นที่สุด ผมยกให้เป็นช่วงที่เข้ามาสู่แดนหิมพานต์นี่ เพราะตอนแรกเดาทางไม่ถูก แต่พอเห็นบรรยายถึงอะไนรหลายๆ อย่าง ก็เริ่มจับทางออก แล้วก็ปิ๊งขึ้นมาเลยว่า คิดได้ไงวะเนี่ย ฉีกกรอบจากหิมพานต์เดิมๆ มาก อีกอย่างช่วงผจญภัยก่อนความทรงจำฟื้น มันมีแต่ปริศนาให้ชวนคิด ให้รู้สึกลุ้นระทึกไปด้วยตลอดเวลา แต่พอความจำกลับมา รู้สึกว่ามันเฉยๆ ดีที่เปลี่ยนคนเล่าเรื่องเป็นเอก



    ส่วนการผจญภัยของเอก มันไม่ค่อยหวือหวาน่าตื่นเต้นเท่ากับตอนที่ฟ้าเข้ามาเท่าไหร่ แต่ก็เป็นช่วงที่ทำให้ผมยิงมุขได้ไม่จำกัดจริงๆ โดยเฉพาะการประคบคู่วาย เอก&รพินทร์



    นิยายเรื่องนี้ เป็นไม่กี่เรื่องที่ผมรู้สึกว่า อยากเห็นฉากจบไปพร้อมๆกับคำว่า ไม่อยากให้จบเลย เรียกว่าเป็นเรื่องโปรดเลยก็ได้ เรื่องนี้ผมเชียร์ให้ได้ตีพิมพ์นะ เป็นงานที่ดีมากๆ
    #676
    0
  7. #645 -netto- (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 กันยายน 2555 / 01:15
    แวบเข้ามา....
    รู้สึก...อืม เสียดายที่ติดอ่านสอบหลายๆอย่าง เลยไม่ได้ติดตามจนจบเรื่อง
    (อ่านจบยังวะ ) ช่างเถอะๆ ว่างๆจะกลับมาอ่านอีกรอบก็แล้วกัน
    #645
    0
  8. #624 นายรักต์ศรา (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2555 / 09:27
    @ คุณพันธุ์หมาบ้าxxx
    อ่า... ขอบคุณที่ติดตามกันมาจนจบเรื่องครับ... 

    คำวิจารณ์ของท่านมีประโยชน์มากเลยครับ 

    จะว่าไปแล้ว ตัวละครที่โผล่ช่วงหลังๆ นี่ ไม่ค่อยได้ปูพื้นเท่าไร เพราะมีหลายตัวที่กั๊กเอาไปไว้ปล่อยความเป็นมาในภาคถัดไปน่ะครับ ตัวละครที่โผล่แต่ต้นเรื่องแต่บทไม่มีอย่างกัซนั่นก็ด้วย แหะๆ


    เทคนิคตัดฉากด้วยบุรุษที่หนึ่งแบบนี้... เพิ่งรู้ว่ามีคนใช้เหมือนผมด้วยนะเนี่ย สงสัยต้องไปหางานท่านนั้นมาอ่านซะแล้ว...

    จักรบทน้อยจริงอย่างที่ว่า... เพราะถ้าให้บทมากกว่านี้ ภาคนี้คงจบในไม่กี่ตอน... เฮียแกคนเดียวเคลียร์ปัญหาหลักๆ ในภาคนี้ได้เกือบหมดเลยนี่นา เลยให้บทน้อย ต้องไปปฏิบัติภารกิจที่อื่นอย่างที่เห็น..

    แต่ภาคหน้า เฮียแกเด่นกว่านี้แน่ครับ ผมรับรองได้



    เรื่องคำซ้ำ คำซ้อนนี่ คงกะจะแก้อีกทีตอนรีไรท์ส่งสนพ. ล่ะครับ แหะๆ

    ส่วนเรื่องคำถามสองข้อนั้น ขอตอบเลยแล้วกันเน้อ...

    เรื่องที่เข้าไปอยู่ในมิติอีกมิตินั่น แรกทีเดียวผมเขียนให้เป็น "กายละเอียด" ที่มีสภาพเป็นพลังงาน แต่ตอนหลังมาแก้เป็น "กึ่งกายหยาบกึ่งกายละเอียด" ที่เป็นกึ่งสสารกึ่งพลังงานแทนครับ แต่คาดว่าจังหวะที่แก้ คงเป้นช่วงหลังจากที่ท่านอ่านผ่านไปว่าเป็นกายละเอียดแล้วพอดี แหะๆ

    คุณสมบัติคร่าวๆ ประมาณนี้มั้งครับ
    กายหยาบ - ร่างกายปกติทั่วไปของมนุษย์ พลังวิญญาณ 99 ใน 100 ถูกในไปใช้ในการขับเคลื่อนร่างกายนี้ ทำให้ถ้าอยู่ในสภาพนี้ จะใช้คาถาอาคมได้ไม่ดีเท่าที่ควร เพราะพลังวิญญาณที่ใช้ในการร่ายคาถาเหลือแค่ 1 ใน 100

    กายละเอียด - ร่างกายที่มีแต่พลังวิญญาณเพียวๆ อยู่ในรูปของพลังงาน มีรูปร่างเป็นดวงไฟกลมๆ ที่คนปกติไม่เห็น นอกจากจะใช้พลังวิญญาณส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนสภาพให้รูปร่างคล้ายคนหรือสัตว์ และใช้พลังวิญญาณในการปรากฏตัว
    และนอกจากนี้ยังไม่สามารถจับต้องอะไรได้ และไม่สามารถถูกจับต้องโดยกายหยาบได้ นอกจากจะใช้พลังวิญญาณส่วนหนึ่งเพื่อให้คงสภาพที่จับต้องได้
    ซึ่งทั้งการเปลี่ยนรูปร่าง การปรากฏตัว และการหยิบจับสิ่งของนั้น ใช้พลังวิญญาณน้อยกว่าการขับเคลื่อนกายหยาบอยู่มาก ดังนั้นการเป็นกายละเอียดจึงสามารถใช้เวทมนตร์คาถาได้อย่างแทบจะเต็มที่

    ซึ่งทั้งกายหยาบและกายละเอียด เป็นสองแบบที่อยู่ในโลกฝั่งเราครับ


    กึ่งกายหยาบ กึ่งกายละเอียด - ร่างกายของทุกคนที่อยู่ในอีกมิติจะอยู่ในสภาพนี้โดยอัตโนมัติ มีคุณสมบัติเหมือนกายหยาบทุกประการ เว้นแต่ไม่ต้องใช้พลังงานวิญญาณในการขับเคลื่อน 
    และด้วยการที่ไม่ได้เป็นพลังงาน สามารถหยิบจับสิ่งของได้ ถูกมองเห็นได้โดยปกติ และไม่ต้องใช้พลังวิญญาณไปขับเคลื่อนร่างกาย จึงทำให้ใช้คาถาอาคมได้อย่างเต็มที่ที่สุดครับ

    ส่วนเรื่องที่หนูฟ้าตกระกำลำบากโดยที่เฮียจักรไม่ได้ช่วยอำนวยความสะดวกอะไรเท่าไร... เพราะทั้งหมดนั่นก็เป็นแผนที่สองคนวางร่วมกันอยู่แล้วว่าจะส่งกลับด้วยวิธีอย่างนั้นครับ แหะๆ

    เฮียจักรไม่ใช่สุภาพบุรุษเท่าไร และไม่ใช่มนุษย์ เป็นชนเผ่าที่ยึดเอาความแข็งแกร่งเป็นใหญ่ ดังนั้นคงจะมองว่าการปล่อยให้เจออุปสรรคมากมายแบบนี้เป็นการทำให้หนูฟ้าเข้มแข็งขึ้นด้วยมั้งครับ (ถึงแม้ว่าอุปสรรคทั้งหมดก่อนกลับมาเป็นเจ้าหญิง เฮียแกกับหนูฟ้าจะเซ็ตกันขึ้นมาเองเกือบหมดแล้วก็เถอะ...)

    ขอบคุณสำหรับคำวิจารณ์ครับ

    ป.ล. เดิมทีใช้นามแฝงเป็นคำแปลเ้ป็นภาษาบาลี - สันสกฤตจากนามสกุลตััวเองที่แปลว่าลูกศรสีแดง แต่หาคำว่า "แดง" ที่ถูกใจยังไม่ได้ครับ เลยเป็นนายศราอยู่นาน.. จนเจอคำว่า "รักต์" ที่ถูกใจดี เลยเปลี่ยนครับ แหะๆ

    ป.ล.ล. สนใจครับ มีพล็อตแล้วด้วย... แต่กะว่าเอาเรื่องนี้ กับอีกเรื่องที่เป็นแนวตลกเฮฮาให้รอดจนได้ตีพิมพ์ก่อน แล้วค่อยว่ากันเรื่องนั้นอีกทีครับ แหะๆ

    #624
    0
  9. #622 พันธุ์หมาบ้าxxx (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2555 / 00:15
    ก่อนอื่น ขอบคุณที่เขียนนิยายดีๆให้อ่าน ติดงอมแงมกันอยู่หลายเดือนตลอดเวลานั้น ไม่เคยให้คอมเม้นต์เลย รู้สึกผิดมาก จึงมาขอไถ่บาปไว้ ณ ที่นี้

    อย่างไรก็ตาม เราทั้งห้าคนไม่ใช่นักวิจารณ์อาชีพ แรงไป มากไป หรือตรงไหนเป็นการสาระแนแส่ ขออภัยล่วงหน้า ทั้งพ่อยก/แม่ยกและแฟนคลับที่นี่ของท่าน ล้วนเจตนาดี แต่ปากร้ายกันทุกคน โปรดอย่าถือสา

    ที่จริงพล็อตแนวผจญภัยตามล่าหาคนหายมีคนเขียนเยอะแยะ ทั้งไทยและเทศ แต่การเอาหิมพานต์ รวมทั้งอารยชนและสัตว์พิสดารต่างๆมาเป็นฉากและองค์ประกอบ ทำให้เกิดความแตกต่างและน่าสนใจ ผู้เขียนจินตนาการได้อย่างแทบไร้ขอบเขตเพราะมีเวทย์มนต์คาถาเป็นตัวช่วยและสร้างความสมเหตุสมผล พาให้ผู้อ่านเพลิดเพลิน เพ้อเจ้อเออออไปด้วยอย่างสนุกสนาน

    การดำเนินเรื่องในช่วงแรกเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ให้รสชาติของความลึกลับ หลอกล่อกับความอยากรู้อยากเห็นของผู้อ่านได้อย่างแยบคาย บทบรรยายสร้างบรรยากาศและอารมณ์ร่วมได้เลิศมาก อ่านข้ามไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว และเป็นแบบนั้นจนกระทั่งลุเข้ากลางเรื่อง ความที่มี"ของเล่น"เยอะเหลือเกิน และงัดออกมาเล่นตลอดเวลา ทั้งสิงสาราสัตว์หิมพานต์ และเวทมนต์ประดามี เลยต้องใช้ทั้งบทสนทนาและบทบรรยายขยายความมากอยู่จน(คนอ่าน)รู้สึกอืด เช่นในบทที่22-23 ตอนที่บรรยายข้ามบทเรื่องการแต่งตัวและบทสนทนากับพระพี่เลี้ยงนางกำนัล อย่างไรก็ตาม ฉากต่อสู้กับพยัคฆ์เวนตรัยและการพบกับมิ้นในคราบเสือปีกแม่ลูกอ่อนที่ตามมาในภายหลัง ผู้เขียนบรรยายได้ดี จึงช่วยดึงอารมณ์และความสนใจของคนอ่านกลับมาได้

    การเล่าเรื่องโดยใช้เท็คนิคแฟลชแบ็คเป็นระยะๆกับให้ฟ้ากับหนึ่งผลัดกันเป็นคนเล่าแบบบุรุษที่หนึ่งก็เก๋ไม่หยอก ทำได้ดี ตัดตอนในจังหวะที่เหมาะสมกลมกลืน ท่านนี่ช่างกล้า เท็คนิคนี้เคยเห็นนักเขียนชั้นครูแบบว.วินิจฉัยกุลใช้

    ตัวละครในเรื่องมีเด่นๆหลายคน รู้สึกว่าผู้เขียนพยายามแจกบท เกลี่ยให้ทั่วถึง แต่ในขณะที่ใช้บทบรรยายและบทสนทนามากมายปูพื้นและให้ความสมเหตุสมผลกับเครื่องมือเครื่องไม้และความมหัศจรรย์ต่างๆ กลับไม่ค่อยได้ปูแบ็คกราวด์ตัวละครที่โผล่ในช่วงหลังๆ สาวๆในกลุ่มแอบผิดหวังที่จักรหรือเจ้าชายครุฑองค์พี่ซึ่งเก่งกล้าสามารถและมีบุคลิกโดดเด่นมีบทบาทน้อยไปหน่อย แต่นั่นแหละนะ ถ้าแกมีบทบาทมากไปเรื่องคงจบเร็ว

    สำนวนลื่นและพลิ้ว โดยเฉพาะในช่วงสองสามบทแรก แม้ยังมีการใช้คำซ้ำ เช่น ฉัน เขา ของเขา ฯลฯอย่างฟุ่มเฟือย แต่ก็ไม่ถึงกับอ่านขัดแต่อย่างไร

    ความสมเหตุสมผลของเรื่อง รู้สึกเลยว่า ผู้เขียนพยายามอย่างยิ่งที่จะหาความสมเหตุสมผลให้กับทุกจุด พอกำลังจะงง ผู้เขียนก็ไปดักรอให้คำอธิบายอยู่ข้างหน้าทุกครั้ง เรียกว่าเป็นแฟนตาซีแบบมีหลักการ แต่ก็มีอยู่สองเรื่องที่เราติดใจ เวลาที่เข้าไปอยู่ในมิติมหัศจรรย์แล้ว นางเอกและทุกคนกลายเป็นกายละเอียด แต่ทำไมยังฟ้ายังตกลงมากระดูกหัก(หรือเพราะยังมีความเป็นสสารปนอยู่ในพลังงาน) อีกเรื่องคือทำไมจักรถึงต้องให้ฟ้าตกระกำลำบากปางตายกว่าจะกลับเข้าไปในมิติมหัศจรรย์ (คือ เข้าใจว่าถ้าเข้าไปง่ายๆ มันก็ไม่ผจญภัยน่ะสิ แต่ความที่สงสารฟ้า เลยแอบหงุดหงิดเล็กน้อยที่นายจักรไม่มาช่วยหรืออำนวยความสะดวกเลย)

    โดยสรุป สนุกมากค่ะ เป็นนิยายที่ดี สมควรที่ผู้เขียนจะภูมิใจ และผู้อ่านอย่างพวกเราก็รู้สึกขอบคุณ จะรอซื้อตอนเป็นหนังสือ ส่วนตอนนี้ก็รออ่านฟรีตอนต่อไปพลางๆก่อน แหะ แหะ

    ขอเลี้ยงต้อย...เอ๊ย...เป็นกำลังใจให้คุณรักต์ศราก้าวไปสู่จุดหมายปลายทางของการเป็นนักเขียนนะคะ/ครับ

    พันธุ์หมาบ้าและเพื่อน

    ป.ล. มีคนถามว่า ทำไมเปลี่ยนชื่อเป็นรักต์ศรา ไม่ใช่อะไร พวกสาวๆชอบใจ แต่หนุ่มๆบอกว่าเขิน เรียกทีไร เหมือนบอกรัก "รักศรา" ทุกทีไป

    ป.ล.ล. เรามีความเห็นส่วนตัวว่า ท่านมีพรสวรรค์ในการแต่งแนวตื่นเต้นลึกลับ ไม่ลองเขียนแนว Romantic Suspense บ้างหรือ (ยิ้มประจบ)



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 16 พฤษภาคม 2555 / 00:29
    #622
    0
  10. #613 ฝนธารา (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 12:42
    สนุกมากจ้า  มีภาคต่อก็ดีสิ
    #613
    0
  11. #608 Sirisobhakya (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 16 เมษายน 2555 / 15:15
    ไปๆมาๆ ผมชอบต่ายมากที่สุดนะ เอื้องคำรองลงมา แล้วก็มินท์
    คงเพราะต่ายบทน้อยกว่าแต่บทแรงกว่า กระชากความประทับใจได้ในไม่กี่ตอน และผมก็ชอบคนมีปมด้วยสิ.....

    อยากเห้นเจ๊แกออกในภาคต่อไปเหมือนกันแฮะ

    ส่วนฟ้านี่คงเพราะออกมาทุกตอนเลยรู้สึกเฉยๆมั้ง.....
    ไม่ค่อยชอบนิสัยเป็นคนดีจ๋าด้วยแหละ
    #608
    0