คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย SF [TsukiYachi] Rubber Band.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Rubber Band.
 
  
  
    
 
 
Tsukishima Kei x Hitoka Yachi Fanfiction.
 
 
Thank You.
THE ORA ♔ THEME V.2 l Vintage Walls





?the ora





เนื้อเรื่อง อัปเดต 28 ก.พ. 61 / 17:19


หัวใจบีบตัวราวกับถูกค้อนเหล็ก ทุบให้อัดรวมกันเป็นก้อนกลม

ทัศนียภาพเบื้องหน้าบัดนี้พร่าเลือนไปหมด ขอบร้อนผ่าวแต่เปียกชื้น สองขาที่ไร้เรี่ยวแรงลงดื้อๆ  ไม่มีแรงแม้แต่จะเดินออกไปเพื่อหลบเลี่ยงจากสิ่งตรงหน้า...

เพียงเสี้ยววินาที จู่ๆ ทิวทัศน์เบื้องหน้าของเธอก็ดับวูบไป โลกของเธอกลายเป็นสีดำ มืดไปหมด อะไรกัน...

 

 

'นี่ๆ ทำเองจะรอดมั้ยน้า' 'อ๋าาาา จะใส่ชุดไหนไปดีล่ะ' 'เย็นนี้ว่างไหม? ไปช่วยซื้ออุปกรณ์ทีสิ' 'อย่างเธอเหมาะกับสีพีชมากกว่านะ' 'ดีเลยย ก็ถือโอกาสสารภาพรักไปเลยไง' 'โออิคาว่าซังจะชอบไหมน้า' บทสนทนาต่างๆของเด็กสาวในช่วงนี้ล้วนนี้ไม่พ้นหัวข้อเกี่ยวกับ - วันวาเลนไทน์ - วันที่หนุ่มสาวไว้ใช้แสดงความรักต่อกัน หรือทำกิจกรรมต่างร่วมกันตามประสาคนรัก บอกความในใจ หรือแม้กระทั่งการขอบคุณ ในขณะที่นำพาสองขาเรียวเล็กเดินไปตามทางเดินของตึกเรียน ในมือถือสมุดเล่มบางสองเล่ม กลับไปยังห้องสี่เหลี่ยมที่ไว้ใช้รับสารและวิชาการจากบุคลากรที่น่าเคารพนับถือ 'นั่นสินะ ใกล้แล้วนี่นา' กล่าวในใจพร้อมกับนึกภาพของเด็กหนุ่มผมฟูที่มักจะมีร้อยยิ้มแต้มบนใบหน้า ร่างกายที่เล็กกว่าเด็กหนุ่มรุ่นเดียวกัน แต่ดูเปล่งประกายยามที่มือกะทัดรัดนั่นสัมผัสกับลูกหนังจนมันกระทบเข้ากับพื้นคอร์ดส่งเสียงตึงสะท้อนไปทั้งยิม และสะท้อนเข้าไปถึงใจของเธอ คนที่แนะนำเธอให้ได้ทำในสิ่งที่คนอย่างเธอไม่เคยลอง ได้รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นที่ต้องการ เหมือนได้มีอีกครอบครัว คนที่จูงมือเธอออกมาจากกรอบเดิมๆที่เธอเคยอยู่ สัมผัสที่ข้อมือในวันนั้นยังคงตราตรึงในใจไม่เคยลืม

พวงแก้มอวบอิ่ม เจ้าของเรือนไหมสีอำพัน แดงระเรื่อขึ้น หลังจากที่ความเธอนึกภาพเขาคนนั้น เธอนำสมุดเล่มบางปิดหน้าไว้หวังซ่อนความเขินอายพร้อมกับสองขาที่ยกขึ้นสลับกันไปมาเหมือนนางเอกการ์ตูนตาหวานจากเรื่องใดสักเรื่อง

''ทำท่าอย่างกับนางเอกในการ์ตูนเขินอะไรอยู่เหรอไง คุณผู้จัดการ'' เสียงจากผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยถามถึงอาการของเธอ

''หวะ หวัดดีจ่ะ สึกิชิมะคุง แหะๆ''

เธอสะดุ้งก่อนเงยหน้าขึ้นมองหาต้นเสียงแล้วหันไปยิ้มเจื่อนๆเอ่ยทักตามมารยาท พร้อมกับใช้นิ้วชี้เกาแก้มแก้เเขิน

'ลืมไปนี่มันพักเที่ยงนี่นา มันก็ต้องมีคนเห็นอยู่แล้วสิ โชคดีที่ไม่ได้พูดอะไรออกไป'

"เฮ้อ~"

"คราวนี้ถอนหายใจใส่กันเฉยเลย คิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ยคุณผู้จัดการ"

"เอ๋! ปละ เปล่าจ่ะไม่มีอะไรแล้วก็..."

'ชื่อยาจิค่ะ ไม่ได้ชื่อผู้จัดการ'

ได้แต่ต่อประโยคถัดไปในใจเนื่องจากไม่กล้าเอ่ยออกมาเพราะเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นก็พบกับใบหน้าของคนตัวสูงที่บัดนี้

ขมวดคิ้วรอเธอต่อประโยคจนจบ

'ฮิ๊! น่ากลัวอ่ะ โดนกินแน่ๆๆ'

"ปละ เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร" เธอตอบกลับพร้อมกับเดินหนีออกจากบริเวณนั้น

หมับ มือใหญ่คว้าไหล่ของเธอให้พลิกกลับมาหาเขา เธอหลับตาปี๋ เม้มปาก สภาพเหมือนทาสรอการลงโทษจากนายเหนือหัวก็ไม่ปาน

"ยังพูดไม่จบเลย จะรีบไปไหน แล้ว...ท่าทางแบบนั้น อะไร กลัวฉันรึไง"

"เปล่าไม่ได้กลัว...คือว่า"

"กำลังจะเดินไปไหน"

"กลับห้องน่ะ"

ร่างสูงเดินขึ้นไปด้านหน้าเธอก้าวหนึ่งแล้วเบี่ยงตัวหันกลับมาจ้องเธอ

เธอเอียงคอ พร้อมกับทำหน้าสงสัยเป็นการตอบกลับนัยน์ตาสีเหลืองหม่นนั้น

"มาสิ"

"เอ๊ะ ไปไหนเหรอ"

"เดินด้วยกันไง"

"ด้วยกัน..."

"ไม่ได้รึไง"

"ได้ ได้อยู่แล้ว ต้องได้สิ ฮะๆๆ"

หัวเราะแห้งๆ แล้วเดินตามร่างสูงที่เดินนำหน้าไปก้าวหนึ่ง ในขณะที่ในหัวคิดหาเหตุผลต่างๆ ที่คนตรงหน้านี้จะเดินไปพร้อมกันกับเธอ 'เข้าห้องน้ำเหรอ' 'มีธุระ' 'หรืออาจจะไปหาใครซักคน'

"นี่"

"จ่ะ จ๊ะ!"

เสียงทุ้มเรียกสติของเธอออจากความคิด เธอเงยหน้าขึ้นมองและก้าวสองขาเดินตามคนตรงหน้าไปด้วย

"ทำไมถึงชอบทำหน้าเหมือนกลัวพวกฉันนักล่ะ ฉันน่ากลัวรึไง"

"ก็ไม่เชิง...คือฉันกลัวคนที่ตัวสูงๆน่ะ เพราะว่าตัวเล็กล่ะมั้งแฮะๆ"

"งั้นเหรอ ถ้าฉันเป็นแบบเจ้ากุ้งแห้งนั่น เธอก็ไม่กลัวเหรอ"

"อื้ม...คิดว่านะ"

เธอขยับยิ้มอย่างเป็นสุขพร้อมยกสมุดขึ้นมาบังหน้าไว้ครึ่งหนึ่งเพราะรู้สึกถึงอุณหภูมิที่เปลี่ยนไปของใบหน้าตอนนี้ เนื่องจากร่างสูงด้านข้างเอ่ยถึง คนที่เธอนึกถึงเมื่อประมาณห้านาทีก่อน

'แค่พูดถึงเองนะ อาการหนักเกินไปแล้วฉัน'

เธอหลับตาปี๋แล้วส่ายหัวไปมาไล่ความเขินอายทิ้งไป

ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของเขาทั้งหมด คนนำหน้าหยุดเดินพร้อมกับส่งสัญญาณให้กับคนตัวเล็กด้านข้างว่า - ถึงแล้ว -

เธอก้มหัวเป็นการขอบคุณ แล้วก็ฉุกคิดบางอย่างที่คาใจก่อนหน้านี้

"สึกิยามะคุงเดินมาทำอะไรแถวนี้เหรอ"

"แค่มาส่ง"

เขาตอบแล้วเดินออกจากตรงนั้นทันทีและโบกมือลาโดยที่ไม่ได้หันมามอง เธอทำหน้าไม่เข้าใจเป็นรอบที่สองของวันแล้วจึงเดินเข้าห้องไป

"ชิ เจ้ากุ้งนั่น"

เจ้าของเรือนผมสีเนยสดจิ๊ปากกับตัวเองแล้วขมวดคิ้วเดินกลับมาทางเดิม ในหัวนึกภาพของเด็กสาวเจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อเขาพูดถึงเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง จนกระทั่งเดินมาถึงห้องเรียนของตนเอง และเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้และไม่ได้รู้ตัวแม้กระทั่งตอนที่เพื่อนรักของเขาเดินเข้ามาและเริ่มพูดสิ่งถึงสิ่งที่เขาเพิ่งได้คุยกับกลุ่มเพื่อนเกี่ยวกับวันแห่งความรักที่จะถึงนี้

-นี่ๆ เจ้ายามาดะเลขที่แปดชอบคุณมินามิห้องข้างๆล่ะ - - เธอน่ารักขนาดนั้นคู่แข่งเยอะแหงๆ -

หากแต่ประโยคเหล่าไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาเลยสักนิด ในหัวยังคงคิดแต่เรื่องของเด็กสาวเรือนผมสีมะม่วงสุก และเจ้ากุ้งหัวฟูนั่นไม่หยุด - ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด -

ปึง! กำปั้นจากเจ้าของเรือนผมสีเนยสดทุบลงบนโต๊ะเรียนจนส่งเสียงดังปึงให้ได้ยินทั่วทั้ง ทุกคนชะงักแล้วหันมามองเขาเป็นตาเดียว ความเงียบเข้าโรยตัวทั่วทั้ง นานพอควร ควรที่เขาจะรู้สึกตัว

เมื่อรู้สึกตัวเขาก็โค้งหัวน้อยๆเป็นการขอโทษ และฟุบหน้าลงกับโต๊ะทันที ปล่อยไว้ก็เพียงแต่เพื่อนสนิทที่ทำหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น

"โกะ โกเมนสึกกี้"

 

เมื่อครูผู้สอนบอกเลิกเรียนก็เป็นอันจบการเรียนการสอนอันแสนหนักอึ้งของวัน เด็กสาวเก็บอาวุธต่างๆที่ใช้สำหรับต่อสู้กับบทเรียนแสนหนักหน่วงในทุกๆวัน ลงในกระเป๋าทรงยาวที่ใช้สำหรับเก็บเครื่องเขียน แล้วบรรจงเก็บมันลงในเป้ใหญ่อีกทีหนึ่ง

"ผมยาวขึ้นแล้วนี่ ยาจิจัง"

เธอลูบปลายผมของเธอตามเสียงร้องทักของเพื่อนสาวก็พบว่า มันยาวขึ้นจริงๆ จากที่เมื่อก่อนอยู่แค่ระดับคางเท่านั้น แต่บัดนี้ยาวลงมาคลอเคลียที่บ่าของเธอเสียแล้ว

เพื่อนสาวโต๊ะข้างเดินอ้อมไปด้านหลังเธอ พร้อมกับวางมือไว้บนไหล่ออกแรงกดเบาๆ เป็นเชิงว่า - นั่งสิ -

"ขอเวลาเดี๋ยวสิ"

"อึ อื้ม"

เธอนั่งลงอย่างว่าง่าย แม้ตอนเลิกเรียนแบบนี้เธอจะยังมีกิจกรรมชุมนุมต้องไปทำต่อแต่ในวันธรรมดาที่ไม่มีอะไรพิเศษอย่างวันนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน จึงยอมนั่งนิ่งๆ ตามคำขอของเพื่อน

เด็กสาวอีกคนเดินไปหยิบหวีเล็กขนาดพกพาที่เธอพกไว้จากกระเป๋าเครื่องสำอางใบกะทัดรัด แล้วเดินกลับมาหาเธอ มือเรียวสมกับเป็นเด็กผู้หญิงแกะยางมัดผมสีฟ้าอันโปรดของเธอออก แล้วลงมือหวีเรือนผมสีกลีบทานตะวันของเธอจนเรียบร้อย แล้วแยกผมของเธอออกเป็นสองส่วน หยิบยางมัดผมสีหวานสองเส้นออกมามัดเป็นจุกต่ำๆ เท่าๆ กันทั้งสองด้าน แล้วจึงบรรจงติดโบสีน้ำทะเลไว้ที่ยางสองข้างอย่างละเอียดลออ

"เรียบร้อย"

เธอเอ่ยพร้อมกับยื่นกระจกใบเก๋ ที่ดูเหมือนของแม่มดใจร้ายที่วางยาพิษโดยการนำมันไปเคลือบบนผิวแอปเปิ้ล

เธอเอียงใบหน้าซ้ายทีขวาทีมองตัวเองจากในกระจกที่ตอนนี้ทรงผมของเธอดูเหมือนเด็กหญิงจากในการ์ตูนหุ่นยนต์แมวสีฟ้าสารพัดประโยชน์ จนพอใจแล้วส่งคืนเจ้าของ

พร้อมเอ่ยขอบคุณสำหรับความใจดีของเด็กสาวอีกคน

"ขอบคุณจ้ะ"

"ไม่เป็นไร มีนัดไม่ใช่เหรอ"

"นัด...ไปไหน ไม่ใช่ซักหน่อย" เธอปฏิเสธพร้อมส่งยิ้มแหยๆไปให้

"แล้วผู้ชายคนนั้นล่ะ คนเดียวกับเมื่อกลางวันไม่ใช่เหรอ"

เพื่อนสาวของเธอเอ่ยพร้อมกับชี้นิ้วไปนอกห้องที่บัดนี้มีเด็กหนุ่มที่มีส่วนสูงเป็นที่หมายปองของสาวๆ สวมชุดกีฬากางเกงขายาวสีดำและสวมเสื้อวอร์มแบบนักกีฬาทับเสื้อยืดสีขาวด้านใน สองหูถูกครอบปิดด้วยเฮดโฟนอันโปรดที่ใส่ไปไหนมาไหนประจำ หากไม่ได้ทำกิจกรรมกีฬาอยู่ นัยน์ตาสีน้ำผึ้งจ้องมองมาหาเธออย่างไม่วางตา

เธอมองตามนิ้วของเพื่อนสาวออกไปด้านนอกแล้วจ้ำอ้าวไปที่ระเบียงทันที

"สึกิชิมะคุงมาทำอะไรที่นี่เหรอ?"

"เห็นว่าวันนี้มาช้ากว่าปรกติน่ะ เลยมาดูซะหน่อย"

"ตั้งแต่เมื่อไหร่?"

"ตอนที่มัดผม"

"ทำไมไม่เรียกล่ะ"

"อยากรอ"

"ฮะ..."

"ไม่ได้รึไง"

"ได้...ได้สิ"

"รีบไปกันเถอะเดี๋ยวคนอื่นจะถามหาเอา"

"เอ๊ะ จะ จ่ะ!"

เด็กสาวเดินกลับมาหยิบกระเป๋าขึ้นสะพายหลัง โบกมือลาเพื่อนสาวก่อนเดินออกไปพร้อมกับหนุ่มชุดวอร์มร่างสูง

"ก็มีนัดกันนี่นา ฉันพูดผิดเหรอ?"

เพื่อนสาวเอ่ยด้วยความไม่เข้าใจหลังจากที่เธอเดินลับตาไปแล้ว แล้วจึงหันหลังไปเก็บของของตัวเองบ้างเพื่อไปทำกิจกรรมของตัวเองต่อ

 

ระหว่างที่เดินไปไม่มีบทสนทนาใดๆเกิดขึ้นระหว่างสองคนจนมาถึงที่หมาย มือเรียวยาวที่มีเส้นเลือดโป่งขึ้นมาจากผิวหนังประปรายนั้นเอื้อมไปเลื่อนประตูยิมเพื่อเข้าไปด้านใน

 

ครืดด

 

"หวัดดี"

เสียงครูดกันของยิมและบานประตูดังขึ้นจนสะท้อนไปทั้งยิม และตามมาด้วยเสียงหวานจากผู้จัดการคนสวยอีกคนที่เอ่ยทักขึ้น

ผู้จัดการสวมแว่นยิ้มอ่อนโยน เดินเข้ามาหาเด็กสาวตัวเล็กแล้วยื่นมือไปจับจุกเล็กของเธออย่างเอ็นดู

"น่ารักมาก ทรงนี้เหมาะมากเลย"

"ขอบคุณค่ะ!!"

เธอกล่าวขอบคุณอย่างขันแข็ง ราวกับทหารคนขยันที่ตอบรับคำสั่งของนาย สึกิชิมะหลบออกมาจากตรงนั้นและเดินเลี่ยงไปบริเวณขอบสนามเพื่อวอร์มสำหรับเตรียมตัวซ้อม

"โอ้ คุณยาจิ เหมือนริบบ้อนจังเลย" เด็กหนุ่มตัวเล็กเรือนผมสีตะวันยามเย็นเอ่ยชมในแบบของตัวเอง ทำให้ตอนนี้หัวใจของเธอเต้นเร็วผิดปรกติไปหมด แต่ก็พยายามเก็บอาการเขินอายนั้นไว้

โป๊กก

สิ้นเสียงชมของเด็กหนุ่มร่างเล็กก็ถูกตามด้วยเสียงของกำปั้นที่กระแทกเข้าที่หัวฟูนั่นอย่างตั้งใจของรุ่นพี่หัวเกรียน

"ไอบ้า เวลาแบบนี้เค้าต้องบอกว่าน่ารักสิฟะ แบบนี้โว้ย ยาจิจังน่ารักมาก ยาจิจังเหมาะกับผมทรง--- แว๊ก!!!"

เสียงคำแนะนำของรุ่นขาดหายไปพร้อมกับลูกบอลที่ถูกเสิร์ฟเฉี่ยวหัวเขาไปนิ้วเดียวเท่านั้น

"ไอโย่ง ทำไรของเอ็งฟะ!!!"

"ขอโทษทีคร้าบ ไม่ได้ตั้งใจ"  ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ แต่ดูท้าทาย พร้อมขยับแว่นตาทีนึงเพื่อเพิ่มตวามน่าหมั่นไส้ตามวิสัยของตน

"อย่ามาตอแหลนะโว๊ยย ไอบ้านี่"

"เอาน่าแบ่งทีมซ้อมกันได้แล้วน่า"  กัปตันปรามก่อนจะเกิดการทะเลาะเบาะแว้งและเพื่อไม่ให้เวลาในการซ้อมน้อยลงไปกว่านี้  รุ่นพี่หัวเกรียนได้แต่กัดฟันกรอดแล้วกลับไปในสนามเพื่อประจำตำแหน่งของตนเอง

 

ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีจนจบกิจกรรมของวันและถึงเวลาที่จะกลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนหรือทำธุระส่วนตัวของตนเอง 

"ยาจิจัง" เสียงหวานของผู้จัดการรุ่นพี่คนสวยเอยขึ้นในขณะที่กำลังเดินออกจากโรงเรียนพร้อมๆ กัน

"คะ?" เธอหันหน้าไปตอบกลับเสียงหวานนั้น

"วันวาเลนไทน์มีนัดอะไร เธอสามารถลาชมรมได้นะไม่ต้องเกรงใจ"

"เอ๋ นัดอะไรกันคะ ไม่มีหรอกค่ะ"

"งั้นหรอกเหรอ ออกจะน่ารักขนาดนี้แท้ๆ "

"คุณชิมิสึไม่มีหรอคะ?"

"ไม่มีเป็นพิเศษหรอกจ่ะ" เธอตอบยิ้มๆ"

"เห็นไหมล่ะคะ คุณชิมิสึที่ออกจะสวยขนาดนี้ยังไม่มีเลย" เธอโวยวายกลับ รุ่นพี่คนสวยหัวเราะน้อยๆ – นั่นสินะ –

 

รู้สึกตัวอีกทีก็ถึงจุดที่ต้องแยกกัน เด็กสาวทั้งสองโบกมือลากันก่อนจะเดินแยกกันไปคนละทาง เจ้าของเรือนไหมสีกลีบทานตะวันล้วงหาเครื่องมือสื่อสารขนาดเหมาะมือที่ถูกเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงวอร์มขึ้นมา กดปุ่มหนึ่งให้ขึ้นหน้าจอปลดล็อค เพื่อดูว่าเวลานี้เธอสามารถไปไหนต่อได้อีกรึเปล่า – สอง ชั่วโมงนึงคงได้ละมั้ง –  แล้วรีบจำอ้าวขึ้นรถโดยสาร

รถยนต์คันยาวพาเธอไปที่หน้าย่านการค้าที่ช่วงเวลานี้เต็มไปด้วยของประดับตกแต่งร้านเข้าธีมกับเทศกาลและป้ายโปรโมชั่นต่างๆ  เพื่อดึงดูดผู้คนให้มาจับจ่ายใช้สอย ไหนจะใบปลิวต่างๆ ที่ถูกยื่นให้กับผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา

                "นี่ค่ะ "

                "อะ ขอบคุณค่ะ"

เธอรับกระดาษที่มีสีสันสดใสใบนั้นมาและกล่าวขอบคุณก่อนก้าวเดินไปประมาณหกก้าวได้แล้วเดินเลี่ยงมายืนที่กระจกบานใหญ่ที่สถาปนิกมีจุดมุ่งหมายการออกแบบเพื่อโชว์บรรยากาศการตกแต่งในร้านและสินค้า เดินเลี่ยงออกมาจากทางเดินเพื่อหยุดอ่านใบปลิวที่เพิ่งรับมา โปรโมชั่นต่างๆ ที่จัดขึ้นนั้นล้วนแต่เอาใจเด็กสาววัยมัธยมอย่างเธอเสียเหลือเกิน มันคุ้มค่าและราคาก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินงาม เธอจึงเดินตามแผนที่ในใบปลิว จนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านขนมหวานไม่เล็กไม่ใหญ่ที่มีป้ายไม้เขียนด้วยตัวอักษรหวัดๆ อย่างเก๋ไก๋ว่า -  SUCRÉ  - ซึ่งหากให้เธอเดาคงเป็นภาษาฝรั่งเศสแต่แปลว่าอะไรนั้นตอนนี้เธอไม่จำเป็นต้องสนใจเพราะจุดประสงค์ของเธอไม่ใช่ตรงนั้น

มือเล็กผลักบานประตูเข้าไปด้านใน ด้านบนของบานประตูกระทบกับกระดิ่งส่งเสียงดัง  - กริ๊ง – ดุจเป็นสัญญาณเตือนว่ามีผู้มาเยือน ณ ที่แห่งนี้ และพนักงานทั้งหมดกล่าว – ยินดีต้อนรับค่า/ครับ – แก่ลูกค้า

บรรยากาศในร้านดูสลัวด้วยแสงไฟสีส้มที่ติดไว้บนเพดานของร้านคละตำแหน่งกัน แต่ก็ทำให้เกิดแสงสว่างอย่างทั่วถึง โต๊ะเก้าอี้ เสา พนังหรือแม้แต่เคาท์เตอร์ล้วนถูกตกแต่งด้วยไม้ทั้งหมดดูเหมือนกับบาร์ของพวกไวกิ้งค์อย่างไรอย่างนั้น  แต่ต่างกันก็ตรงที่ควรจะเป็นกลิ่นเหล้าแต่ในร้านอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวานของโกโก้ร้อนลอยไปทั่วชั้นอากาศเพื่อล่อใจคนให้นั่งลงดื่มด่ำมันสักแก้ว

ร้านนี้หากให้เธอเดาคงเป็นร้านคาเฟ่เสียละมั้งแต่ต่างจากคาเฟ่ปรกติตรงที่เมนูในร้านล้วนเกี่ยวข้องกับช็อกโกแลตและโกโก้เป็นหลัก และชั้นสองของร้านยังเปิดเป็นร้านขายอุปกรณ์หรือวัตถุดิบต่างๆ ที่ใช้ทำช็อกโกแลต ไม่ว่าจะเป็นแม่พิมพ์  ช็อกโกแลตรสชาติต่างๆ หรือแบบสำเร็จรูปก็มีพร้อมให้ได้จับจ่ายทั้งนั้น และนั่นคือเป้าหมายของเธอ

เธอเดินขึ้นไปที่ชั้นสอง หยิบตะกร้าสำหรับใส่ของมาหนึ่งใบและไล่สายตาหาของที่ต้องการ เธอหยิบพิมพ์รูปดาวที่มีขนาดพอดีคำมาและเลือกช็อกโกแลตยี่ห้อประจำที่เคยทำไปให้เพื่อนๆ ในปีก่อนๆ ใส่ลงในตะกร้าใส่ของแล้วลุกขึ้นเพื่อเดินไปชำระค่าของ ก่อนถึงแคชเชียร์สายตาก็ไปสะดุดกับกระดาษห่อของขวัญสีส้มที่มีลายพระอาทิตย์ทำหน้ายิ้มดูสดใส สีส้มที่ดูสดใสเหมือนกับเรือนผมของเขา ดูสดใสเหมือนรอยยิ้มของเขาที่มองได้ไม่มีเบื่อ ดูสดใสเหมือนกับท่าทางและนิสัยของเขาที่ทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีตามไปด้วย เขาคือความสดใสที่เข้ามาในชีวิตของเธอ เธอยิ้มเล็กๆ อย่างมีความสุขกับตัวเองและไม่ลืมหยิบกระดาษห่อของขวัญอันนั้นติดมือมาด้วย

 

เมื่อได้ของที่ต้องการเธอจึงเดินออกมาหน้าร้านและอดสะดุ้งกับอากาศตอนนี้ไม่ได้ มันลดอุณหภูมิต่ำลงกว่าเมื่อเย็นนัก จนเธอคิดว่าสูทของโรงเรียนอย่างเดียวคงเอาไม่อยู่ จึงล้วงเข้าไปในกระเป๋าหาผ้าพันคอที่เตรียมเผื่อไว้ในสถานการณ์แบบนี้ แต่ถึงเธอจะมีความรอบคอบคิดเตรียมการสถานการณ์แบบนี้แต่เธอก็ดันสะเพร่าลืมมันซะได้ – รีบกลับบ้านละกัน – เธอทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แล้วรีบจ้ำอ้าวเดินทางกลับบ้านให้เร็วที่สุด

ในขณะที่กำลังกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามทางเดินที่ผู้คนต่างเดินสวนกันไปมาขวักไขว่แบบนี้ ร่างเล็กๆ ของเธอก็ชนเข้ากับใครซักคนที่เดินสวนมา

"ขอโทษค่า!!! " ด้วยความตกใจเธอจึงเอาแต่ก้มหัวปะหลกๆ ไม่แม้แต่จะเงยขึ้นมามองหน้าผู้เสียหาย

"ทำไมต้องขอโทษขนาดนั้นด้วยเล่า คุณผู้จัดการ เราคนรู้จักกันน้า"

เธอหยุดการกระทำแล้วหันหน้าขึ้นมามองหน้าเจ้าของเสียงคุ้นเคย ใบเอื่อยเฉื่อยกระตุกแว่นของตนแล้วมองมาที่เธอด้วยรอยยิ้มขำ ที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อกันหนาวตัวยาวดูแปลกตา ที่คอพันรอบด้วยผ้าพันคอผืนหนาลายตารางสีขาวสลับแดง บนหัวสวมหมวกไหมพรมสีขาวสารไว้

                "อ่ะ สึกิชิมะคุงเองเหรอ  ขอโทษนะ แต่ตอนนี้ต้องไปแล้วล่ะ หนาวมากเลย" ว่าเสร็จก็รีบวิ่งออกมาแต่ไม่เป็นดังคาด เมื่อใหญ่คว้าเข้าที่ข้อมือของไว้

                "หมายความว่าไง ที่ว่าหนาว"

                "คือว่าวันนี้ลืมเอาผ้าพันคอมาน่ะ "

                "แล้วเสื้อกันหนาวก็ไม่ใส่มาเนี่ยนะ"

เธอเกาหัวแล้วหัวเราะแหะๆ เป็นการตอบกลับ แล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยวามตกตะลึงเมื่อจู่ๆ ผ้าพันคอลายตารางสีขาวสลับแดงจากที่อยู่บนคอของหนุ่มผมสีเนย ก็ถูกย้ายมาพันไว้รอบคอเล็กของเธอ หลังจากพันผ้าให้เธอเสร็จก็เดินจากไปทันที ทิ้งไว้ให้เธอมองตามตาปริบๆ อยู่พักหนึ่ง และนึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองกำลังจะทำอะไรจึงรีบสับขาไปขึ้นรถที่ป้าย

               

"ชิ ดันเป็นยัยทึ่มซะได้"

สบถนินทาคนตัวเล็กที่เขายอมลงทุนรุกขนาดนี้ยังไม่รู้สึกตัว ว่าเขาพยายามจะสื่ออะไร เขาเดินไปตามทางเดินเพื่อมองหาร้านขายเครื่องประดับสำหรับเด็กผู้หญิงดีๆ ซักร้าน สุดท้ายก็พบแล้วก้าวสองขายาวสมเป็นนักกีฬาเข้าไปในร้านกิ๊ฟช็อปร้านหนึ่งที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กผู้หญิงที่มักเข้ามาเลือกสรร และวี๊ดว๊ายกับสินค้าหน้าตาน่ารัก ซึ่งตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าจะมาอยู่ในร้านแบบนี้  เอาเถอะ ในเมื่อกล้าเข้ามาแล้วก็ซื้อซะหน่อยแล้วกัน

เข้าเดินลัดเลาะโซนนั้นโซนนี้ไปมาเพื่อมองหาของที่เหมาะกับ – เธอ – ประกอบกับเสียงซุบซิบของสาวๆ ในร้าน – มีแฟนแล้วแน่ๆ ให้ตาย - - แบบนี้สเป็คฉันเลยอ่ะ – พร้อมกับมองมาที่เขาด้วยสายตาที่แสดงถึงความเสียดายแล้วหลบสายตาเมื่อเขามองไปทางเจ้าหล่อน และดูเหมือนเขาจะเจอของที่ถูกใจเข้าแล้ว เขาเดินไปที่ล็อกนั้น ตรงนั้นเต็มไปด้วยยางรัดผมสีสันสดใส หลากหลายแบบ มองแล้วตาพร่าไปหมด แต่เขาเลือกที่จะหยิบยางรัดที่มีที่ประดับรูปดาวสีฟ้าดูคล้ายกับที่เธอคนนั้นใช้อยู่ประจำแต่ต่างกันที่อันที่เขาเลือกเจ้าดาวสีฟ้าถูกโปรยด้วยกากเพชร ดูระยิบระยับจับตา เขาเลือกหยิบเจ้าดาวนั้นไปสองชิ้นและมุ่งหน้าที่จุดชำระค่าสินค้า พนักงานคิดราคาของและนำดวงดาวเหล่านั้นใส่ลงไปในถุงขนาดเล็กลายน่ารัก เขายื่นเงินให้พนักงานเมื่อได้รับเงินทอนเรียบร้อยก็ไม่ลืมนำถุงเจ้าดาวมาด้วย

เขาเดินออกมานอกร้านมองซ้ายทีขวาทีเพราะกลัวว่าจะเจอคนรู้จัก ถ้ามีคนรู้จักเดินมาเห็นเขาตอนเดินออกมาจากร้านแบบนี้มีหวังถูกล้อแหงแซะ – เจ้านั่นต้องแอบปิ๊งสาวอยู่ชัวร์ป๊าป – หรือไม่ก็ – เจ้าโย่งเป็นแต๋ว –  สำหรับเขาแล้วอันไหนก็ไม่ดีทั้งนั้น โชคเข้าข้างที่ไม่มีใครที่รู้จักอยู่ด้านนอกนั่น เขาจึงรีบเดินออกจากร้านไป

 

 

 

ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบง่ายไม่มีสิ่งใดผิดปรกติหรือเป็นพิเศษ จนวันนี้ซึ่งเป็นคืนก่อนวาเลนไทน์ เด็กสาวนำพิมพ์ที่ซื้อมาเมื่อวันก่อน ซึ่งตอนนี้ในหลุมเต็มไปด้วยของหวานสีเข้มดูน่าทาน ออกมาจากตู้เย็นหลังจากที่ทิ้งมันไว้ในนั้นหลายชั่วโมง เธอบรรจงแกะของหวานรูปดาวเหล่านั้นออกมาจากพิมพ์ และค่อยจัดมันลงกล่องรูปหัวใจไม่ให้มันเบียดกันจนเสียรูปร่าง เสร็จแล้วจึงห่อกล่องนั้นด้วยกกระดาษห่อที่จงใจเลือกมาอย่างดี เธอติดโบไว้บนกล่องเป็นลำดับสุดท้ายและชูขึ้นบนอากาศเพื่อชื่นชมความพยายามของตัวเอง – พรุ่งนี้แล้ว – เธอยิ้มจนตาปิดแล้วเก็บอุปกรณ์ต่างๆ เข้าที่ให้เรียบร้อยเตรียมพร้อมที่จะไปอาบน้ำและเข้านอน โดยไม่ลืมนำห่อช็อกโกแลตที่ทำไว้สำหรับให้เพื่อนๆ เหล่าสมาชิกในชมรม และสำหรับ  – คนพิเศษ –

 

เป็นเช้าที่ดูครึกครื้นเป็นพิเศษและมีหนุ่มสาวหลายคนที่ดำเนินการตามแผนของตนเองกันตั้งแต่เช้าเพราะตอนนี้ตามมุมตึกหรือที่ร้างคนต่างๆ มักมีคนเข้าไปสารภาพรักกันจนทั่ว แต่เธอที่ได้เจอกับเขาทุกวันนั้นไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร ฉะนั้นให้ตอนเลิกเรียนหรือเลิกชุมนุมก็ยังไม่สาย  เธอเดินโลดไปตามทางเดิน ไม่วายฮัมเพลงไปด้วยอย่างอารมณ์ดี ซึ่งทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่อยู่ในสายตาของเขา นัยน์ตาสีเหลืองหม่นใต้เลนส์หนาจ้องไปที่เธออย่าไม่วางตาแล้วลอบยิ้มกับตัวเอง - น่ารักซะจริง –

 

 

"นานะจางงง!! " เด็กสาวพรวดพราดวิ่งมาอยู่ที่หน้าโต๊ะของเพื่อนสาวคนที่รังสรรค์ผมของเธอเมื่อวันก่อน หลังสิ้นเสียงบอกเลิกคาบของอาจารย์ได้ไม่ถึงนาที

"จ๋า มีอะไร ใจเย็นๆ สิ"

"ช่วย...ช่วยทำผมให้หน่อยสิ"

"ทำผม... " เธอทำหน้างุนงง ก่อนยิ้มตอบรับเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายวันก่อนที่มี ผู้ชายตัวสูงที่อยู่ชั้นปีเดียวกันแต่คนละห้อง มายืนรอรับเพื่อนสาวของเธอ เหมือนคนเป็นแฟนกันใหม่ๆ  "ได้สิ ไม่มีปัญหา"

"อยากได้ทรงไหนเหรอ? " เธอเอ่ยถามหลังจากที่จัดแจงตำแหน่งของตัวเองและเพื่อนสาวให้พร้อมสำหรับการเสริมสวยในครั้งนี้

"ริบบ้อนจัง"

"ฮะ?..."

"อ๋อ คือ แบบเดิมน่ะ แบบเดียวกับที่ทำให้วันนั้น"

"ได้เลย"

เธอบรรจงจัดแต่งเรือนไหมสีมะม่วงสุกอย่างคล่องแคล่ว  แต่มันกลับรู้สึกสบายและผ่อนคลายจนเจ้าของเรือนผมนั้นนึกอยากหลับขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่นานนักก็เสร็จสมบูรณ์ เธอยื่นกระจกอันเดิมกับวันนั้นให้ เจ้าของเส้นไหมประบ่าที่บัดนี้ถูกมัดเป็นทรงรับมันมาส่องดูและฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ แล้วลุกพรวดขึ้นเดินตรงไปที่กระเป๋าเป้ของตัวเอง  หยิบถุงบางอย่างที่มีขนาดเล็ก เหมือนพวกถุงใส่เครื่องประดับออกมาจากกระเป๋า และตรงดิ่งกลับมาที่เดิม

                " นี่จ่ะ โบที่ให้ยืมวันนั้น"

                "ว๋าา จริงๆ ไม่เห็นต้องคืนแท้ๆ  ถ้างั้น...ติดอีกไหม"

                "เอ๋ ไม่แล้วล่ะ ไม่ต้องแล้ว ขอบคุณมากนะ"  เธอโบกมือน้อยๆ เป็นการปฏิเสธ ก่อนทั้งคู่จะมองหน้ากันแล้วหัวเราะขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล

                "ได้เวลาแล้ว ขอตัวก่อนนะ"

                "บ๊ายบาย" เธอโบกมือลาเพื่อนสาวและไม่ลืมหยิบกระเป๋าและถุงใส่ – ของ – ออกมาด้วย

 

                "ยาจิจัง"

                "อ่ะ รุ่นพี่ชิมิสึ"

ในขณะที่เธอกำลังกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุขไปที่โรงยิมที่ประจำ ก็ถูกเสียงหวานๆ ของคนรุ่นพี่คนสวยรั้งไว้ เธอลดความเร็วของย่างก้าวลงเพื่อเข้ามาเดินขนาบข้างสาวงามที่เป็นดั่งดอกไม้งามของทีมวอลเลย์บอลแห่งคาราสึโนะ

                "อารมณ์ดีเชียว... " เธอกล่าวทักท้วงและเงียบไปพักหนึ่ง เมื่อดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นเหลือบไปเห็นกล่องรูปหัวใจที่ถูกห่อไว้ด้วยกระดาษสีส้มอย่างประณีตดูดี ซึ่งแสดงให้เห็นว่าผู้ให้ของชิ้นนี้ตั้งใจมากแค่ไหน "นั่นสินะ เข้าใจแล้วๆ " เธอพูดคำเดิมซ้ำอย่างกับคุณยายร้านขายขนมแถวบ้านเกิดของแม่ไม่มีผิด ทั้งสองคุยกันเรื่องต่างๆ อย่าง – คุณอาสึมาเนะวิ่งช้าลงนะคะช่วงนี้ - - นิชิโนยะคุงจะสูงขึ้นอีกไหมนะ – หรือแม้กระทั่ง – รุ่นพี่นิชิโนยะกับรุ่นพี่ทานากะได้ให้อะไรรุ่นพี่ชิมิสึรึเปล่าคะ – รู้ตัวอีกทีทั้งคู่ก็ถึงที่หมายซะแล้ว ที่ในโรงยิมทุกคนซ้อมกันอย่างขะมักเขม้นไม่แม้แต่จะพักทั้งที่เป็นวันเทศกาลแบบนี้ – ผู้จัดการก็ต้องขยัน – คิดได้ดังนั้นสองสาวก็แยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เธอรอมาทั้งวันเวลาที่โค้ชบอก – เลิกซ้อมได้ – ในมือของเธอตอนนี้มีกล่องรูปหัวใจที่ห่อทับด้วยกระดาษสีส้มลายพระอาทิตย์ เธอบีบมันจนแน่นทั้งที่ตั้งใจไว้แต่แรกว่าจะถนอมมันอย่างดีจนถึงมือของผู้รับ หัวใจเต้นรัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เธอก้าวฉับๆ มองซ้ายแลขวาหาเจ้าเรือนผมสีกุ้งสุกชี้ฟูที่พอเลิกซ้อมก็เดินหายไปจากในยิม

                "นายพูดจริงเหรอ?"

เธอระบายยิ้มเมื่อได้ยินเสียงของคนที่กำลังตามหาและก้าวไปทางต้นเสียง ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่คนเดียว แต่อยู่กับเซ็ตเตอร์อัจฉริยะคู่หูของเขาซึ่งไม่แปลกเลย เพราะสองคนนั้นค่อนข้างสนิทอยู่แล้ว รึเปล่านะ? เธอจึงยืนหลบอยู่ที่มุมๆ หนึ่งที่สามราถมองเห็นสองคนนั้นได้อย่างชัดเจนเพื่อรอจังหวะที่เธอจะเข้าไปหาร่างเล็กกระฉับกระเฉงตรงหน้า

                "จริงสิ งั้นฉันจะพิสูจน์ให้สมองโง่ๆ ของแกรู้ซึ้งเอง"

สิ้นเสียงติดจะด่า ร่างสูงของชายหนุ่มเรือนผมสีปีกกาก็โน้มลงมาประกบกับปากเล็กของสไปค์เกอร์ตัวเล็กที่ตอนนี้ยืนนิ่งไม่ไหวติง เหมือนเธอตอนนี้...

ราวกับหัวใจหยุดเต้น ในอกอึดอัดไปหมด เรี่ยวแรงที่มีหายไปดื้อๆ

หัวใจบีบตัวราวกับถูกค้อนเหล็ก ทุบให้อัดรวมกันเป็นก้อนกลม

ทัศนียภาพเบื้องหน้าบัดนี้พร่าเลือนไปหมด ขอบร้อนผ่าวแต่เปียกชื้น สองขาที่ไร้เรี่ยวแรงลงดื้อๆ  ไม่มีแรงแม้แต่จะเดินออกไปเพื่อหลบเลี่ยงจากสิ่งตรงหน้า...

เพียงเสี้ยววินาที จู่ๆ ทิวทัศน์เบื้องหน้าของเธอก็ดับวูบไป โลกของเธอกลายเป็นสีดำ มืดไปหมด อะไรกัน...

ดวงตากลมโตของเธอที่ตอนนี้รื้นไปด้วยน้ำใสๆ ถูกปิดบังจากภาพตรงหน้าด้วยมือใหญ่ของใครบางคน แขนเล็กๆ ของเธอถูกดึงกลับมา หลังของเธอชนเข้ากับอกของร่างสูงที่เสื้อเขียนด้วยตัวเลข – 11 – เขาจูงมือเธอเดินออกมาจากตรงนั้นโดยไม่เปิดปากพูดอะไร เธอก็เช่นกัน เธอไม่ปริปากพูดอะไรออกมา ไม่แม้แต่เงยหน้าขึ้นมามองว่าใครกัน ที่ดึงเธอออกมาจากสถานการณ์เลวร้ายตรงหน้า ที่เหมือนกับบ่อโคลนดูดเรี่ยวแรงและเสียงของเธอไปจนหมด มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่เคลื่อนไหว

 

                "ฮึก...ฮึก... "

หลังจากหายช๊อกได้ซักพักเธอก็กลับมามีเรี่ยวแรงอีกครั้ง เธอสะอื้นไห้ออกมาทั้งที่ข้อมือเล็กยังอยู่ในการกอบกุมของร่างสูง คนตรงหน้ายังไม่เปิดปากพูดสิ่งใดออกมา แต่ดึงร่างเล็กที่กำลังสั่นไหวนั้นเข้ามาแนบอกของตัวเอง เธอสะอื้นตัวโยนไหล่บางสั่นไหวไปกับเสียงสะอื้น เขาได้แต่ยกมือใหญ่นั้นขึ้นมาลูบหัวของเธอเบาๆ เป็นการปลอบประโลม

                "คงชอบเจ้านั่นมากสินะ"

เธอได้แต่พยักหน้าน้อยๆ เป็นการตอบกลับ และใช้แขนเสื้อพยายามเช็ดน้ำตาของตัวเอง เพื่อหันขึ้นไปมองหน้าของอีกฝ่าย

                "ฉันก็พูดอะไรซึ้งๆ กินใจแบบชาวบ้านเค้าไม่เป็นหรอกนะ แต่ฉันอยากจะบอกเธอว่า...ถ้าหากพระอาทิตย์ไม่สนใจเธอ... " เขาเว้นประโยคหลังไว้ก่อนจะรวบมือทั้งสองเธอไปกอบกุมไว้ด้านหน้าและคุกเข่าทั้งสองข้างลงตรงหน้าเธอ เขาเงยขึ้นสบนัยน์ตาสีเหลืองหม่นนั้นเข้ากับอัญมณีกลมโตสีเปลือกไม้ที่เบิกโพลงขึ้นด้วยความไม่เข้าใจและเริ่มพูด "...ถ้างั้นดวงจันทร์จะขออยู่ข้างๆ เธอแทนจะได้รึเปล่า"

เธอยืนนิ่งเพราะรู้สึกงงไปหมดตั้งที่เห็นฮานาตะกับคาเงยามะ ไหนจะที่จู่ๆ ก็โดนลากออกมา แล้ยังร่างสูงที่ทำท่ายังกับจะขอแต่งงานเธอซะงั้น ตอนนี้เธอรู้สึกอยากจะเอาหัวตัวเองฟาดกับต้นไม้ซักทีสองที บางทีนี่อาจจะเป็นฝัน ก็เป็นได้ ใช่! เธออาจกำลังจะฝันอยู่ เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอก็เผลอตัวดึงแก้มของตัวเองจน ร่างสูงตรงหน้าถอนหายใจออกมาและเอามือตบหน้าตัวเองไปทีนึง

                "เธอนี่น้า ตอนนี้เธอไม่ได้ฝันและฉันกำลัง

                ขอเธอเป็นแฟน

                เข้าใจรึยัง"

หน้าของเธอเห่อร้อนขึ้นมาทันทีและได้แต่ทำปากพะงาบๆ พูดอะไรไม่ออก ร่างสูงทำหน้าเหมือนฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้และหยิบออกมาจากกระเป๋า ถุงเล็กๆ ลายน่ารักนั่นถูกยื่นมาให้เธอรับ เธอรับมันมาอย่างงุนงงอีกตามเคยแล้วจึงเทของที่อยู่ในถุงเล็กออกมาที่ฝ่ามือ

                "ยางรัดผม? "

                "เธอมัดผมแบบนี้น่ารักดีน่ะ ที่รัดผมอันเก่ามันมีอันเดียวใช่ไหมล่ะ ถ้ามีสองอันเธอจะได้ใช้มันมัดได้ทั้งสองจุกไง"

                "ขอบคุณนะ"

                "สำหรับเรื่องวันนี้ เธอจะให้คำตอบเมื่อไหร่ก็ย่อมดี แต่วันนี้กลับบ้านดีๆ ล่ะ ลาก่อน"

เขาเดินจากไปทั้งไว้ให้เธออยู่กับความปั่นป่วนในใจที่เขาได้มอบให้เพียงไม่กี่นาทีก่อน เธอควรจะทำอย่างไรกับมันดี ตอนนี้เธอสับสนไปหมด

 

                "เฮ้อ... "

หลายวันนับจากวันนั้นเมื่อกลับมาถึงบ้านและทำธุระส่วนตัวเสร็จเธอก็เอาแต่ถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่ร้อยหลังจากได้  และคิดเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวนนั้นไม่ตก ว่าเธอจะเอายังไงกับมันดี เธอรู้แค่ว่าเธอไม่ได้รังเกียจ และยังรู้สึกดีด้วยซ้ำเวลาที่เขาทำดีด้วย จะว่าเขาทำดีกับเธอก็หลายครั้งเพียงแต่ว่าเธอนั้นสนใจเพียงแค่ฮินาตะ ราวกับแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้าจนลืมไปว่ายังมีดวงจันทร์อยู่ ใช่สิ พระจันทร์อยู่เคียงข้างเธอมาตลอดแต่เธอแค่ไม่สังเกตเห็นเท่านั้นเอง ถ้าอย่างนั้น...

 

เธอหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชั่นสำหรับพูดคุยและเลื่อนหาชื่ออีกฝ่ายจากในกลุ่ม

"สึกิชิมะคุง"

"พักเที่ยงของพรุ่งนี้ว่างรึเปล่า อยากคุยเรื่องคำตอบน่ะ ได้รึเปล่า"

"ได้สิฉันรออยู่เสมอนั่นล่ะ"

"ถ้างั้นไว้เจอกันนะ"

"จะตั้งตารอเลยล่ะ"

 

 

 

เมื่อออดพักเที่ยงดังขึ้นเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีกลีบทานตะวันที่ถูกมัดเป็นจุกต่ำๆ ด้วยยางรัดผมสีฟ้ารูปดาวที่ตกแต่งด้วยด้วยกากเพชรระยิบระยับเดินดุ่มๆ ออกมาจากห้องที่มีป้ายห้อยด้านหน้าว่า – ปี2ห้อง2 – โดยไม่ลืมหยิบข้าวกล่องเหมือนอย่างที่ทำเป็นประจำมุ่งหน้าขึ้นมาที่ดาดฟ้าโรงยิม เมื่อถึงที่หมายและเปิดประตูออกก็พบกับเจ้าของเรือนผมสีเนย – แฟนหนุ่ม – ของเธอมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว แต่วันนี้ออกจะพิเศษตรงที่มีชายหนุ่มผมดำอีกคนอยู่ด้วย

                "หวัดดีจ้ะ เคย์คุง วันนี้ยามากุจิก็มากินด้วยเหรอ? "

               "สึกกี้ชอบทิ้งฉันไว้คนเดียวเหงามาเลย ขอนั่งด้วยได้เปล่า"

                "ได้สิ" เธอเอ่ยตอบพร้อมกับยิ้มให้

                "ไม่"

                "เอ๋ สึกกี้ใจร้ายอ่า"

                "ก็อยากนั่งกินกันสองคนนี่นา"

                "สึกกี้บ้า!!!!! คนติดแฟน!!!!"

 E N D .

 

 

ฟิคนี้ป็นฟิคแรกที่แต่งแล้วลงค่ะ มือใหม่ มือใหม่มากๆ

เนื้อเรื่องอาจจะดูงงๆค่ะ55 ชื่อเรื่องก็ตั้งแบบสิ้นคิดมากๆ

แอบมีฮินะคาเงแวบๆ ด้วย

ในฟิคเราให้หนูยาจิเค้ามัดผมทรงริบบ้อนจัง อันนี้ริบบ้อนจังค่ะ เผื่อนึกภาพไม่ออก

 

ผลงานอื่นๆ ของ เรือน้อยในทะเลทราย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 15:06

    โอ๊ยย เขิงไปหมด ไม่ไหวว ฮือออ

    #2
    0
  2. #1 Princess D (@maoru-maya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 08:11
    โอ้ยยย คู่เดียวกันอีกแล้ววว ชอบๆ ไรต์แต่งดีมากจริงๆนะ อยากให้แต่งเรื่องยาวจริงๆ ฮืออออออ จะติดตามผลงานน้าค้าาา
    #1
    2
    • #1-1 Nanama (@firstsundere) (จากตอนที่ 1)
      16 กรกฎาคม 2561 / 12:47
      ขอบคุณอีกทีนะค้า แต่ฟิคยาวนี่คงต้องรอพล๊อตมันถึงอ่ะค่ะ ช่วงนี้ตันมากจริงๆ55
      #1-1
    • 16 กรกฎาคม 2561 / 12:52
      อันนี้เข้าใจเลยค้าาา
      #1-2