โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 13 : แพนดอร่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    27 มี.ค. 63

บทที่ 13 – แพนดอร่า

“เดี๋ยวก่อนสกาเล็ต เธอกำลังเข้าใจผิดแล้วนะ” โนอาห์รีบอธิบายออกไป แต่สกาเล็ตก็ส่ายหัว

“อย่ามาทำไขสือ!! ...ฉันเห็นหลักฐานเต็มสองตา วันนี้แหละฉันจะจับกุมนายให้ได้”

สกาเล็ตพูดจบเธอก็ดีดนิ้วหนึ่งครั้ง ทันใดนั้นเองก็มีเสียงกระจกแตกรอบ ๆ ตัวโนอาห์

“หยุดนะสกาเล็ต!! จะสู้กันก็ได้แต่อย่าใช้เวทนี้” โนอาห์ตะโกนออกไป

“ทำไมล่ะโนอาห์ ถ้านายกลัวนักก็หนีไปสิ” สกาเล็ตมองมาที่โนอาห์ด้วยสายตาที่เย้ยหยัน แต่โนอาห์ก็ถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายพร้อมกับพูดว่า

“พอได้แล้วสกาเล็ต...ฉันขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้าย เลิกใช้เวทมนตร์นั้นได้แล้ว!!”

โนอาห์ตะโกนออกไปด้วยพลังจิตจำนวนมากจนทำให้แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นสกาเล็ตก็ยังคงยิ้มออกมาแล้วจากนั้นเธอก็เดินมาหาโนอาห์

“โนอาห์...ถ้าเป็นนายเมื่อก่อนคงกระโจนเข้ามาฟันคอฉันแล้วแท้ ๆ ทำไมกันนะ...อ๋อ...เพราะราเชลสินะ”

พอสกาเล็ตพูดถึงราเชล โนอาห์ก็หายไปจากตรงนั้นพร้อมกับดาบแสงอาทิตย์แล้วโผล่มาข้างหน้าของสกาเล็ตพร้อมกับฟันไปที่คอของเธอภายในพริบตา แต่ว่า...ดาบที่เขาฟันไปนั้นก็ถูกพลังเวทของกระจกสะท้อนกลับจนร่างกายของโนอาห์ปลิวกระเด็นถอยกลับหลังไปอย่างรุนแรงทันที

ตู้ม~~~

ร่างของโนอาห์กระเด็นไปกระแทกกับแผงขายผักแถว ๆ นั้นพังพินาศไปหลายช่วงแผงจนแผนกขายผักหายเละไปหมด หลังจากนั้นสกาเล็ตก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ

“ฮ่า ๆ ๆ เหตุผลคือราเชลจริง ๆ ด้วยสินะ”

โนอาห์ลุกขึ้นมาอีกครั้งด้วยสภาพยับเยินพร้อมกับกระอักเลือดออกมาหนึ่งครั้ง จากนั้นเขาก็เช็ดเลือดที่มุมปากแล้วตั้งท่า

“ฉันล่ะเกลียดเวทสะท้อนของเธอชะมัด”

“งั้นก็แปลว่าเวทของฉันเจ่งสินะโนอาห์”

“เปล่าหรอก...มันห่วยมากกว่า”

โนอาห์พูดจบสกาเล็ตก็สัมผัสถึงความร้อนได้รอบ ๆ ตัวของเธอ พอเธอเงยหน้าขึ้นไปมองกระจกที่ลอย ๆ อยู่รอบ ๆ โซนตลาด เธอก็เห็นแสงกำลังกระดอนไปมาด้วยความเร็วสูง เนื่องจากโนอาห์อาศัยเวทของเธอสร้างเลเซอร์แสงที่มาจากการฟันเมื่อครู่นี้จำนวนนับไม่ถ้วนนั่นเอง

พอสกาเล็ตเห็นแบบนั้นเธอก็ตกใจแล้วมองไปที่โนอาห์ด้วยความแปลกใจ โนอาห์ก็ยิ้มออกมาแล้วพูดว่า

“ห่วยมากเลยว่าไหม”

สกาเล็ตเห็นรอยยิ้มอันเยาะเย้ยของโนอาห์ เธอก็รีบดีดนิ้วหนึ่งครั้งเพื่อทำให้เวทกระจกของเธอหายไปก่อนที่เลเซอร์พวกนั้นจะกระดอนไปโดนเธอ พอโนอาห์เห็นแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

“ฮะ ๆ ๆ ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ดีนะสกาเล็ตคนสวย~”

“ชิ~ ช่างเป็นดาบที่เจ้าปัญหาจริง ๆ ”

“ก็คงงั้นแหละมั้ง...เอาล่ะสกาเล็ต รีบถอยไปซะฉันกำลังรีบอยู่” โนอาห์เก็บดาบแล้วก็พูดออกไป

แต่สกาเล็ตก็ยังไม่ถอย เธอกลับเสกกระจกบานใหญ่ขึ้นมากั้นตรงกลางระหว่างเธอกับโนอาห์พร้อมกับพูดว่า

“ฉันบอกแล้วไงว่าจะมาจับกุมนายให้ได้”

“สกาเล็ต...ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทำอะไรบ้า ๆ แบบนี้นะเว้ย รีบปลดพลังเวทของเธอออกซะ”

“ก็ได้...ถ้านายแน่จริงก็ทำลายกระจกบานนี้ให้ได้สิ แล้วฉันจะถอยไปเอง”

หลังจากที่สกาเล็ตพูดออกมาด้วยความมั่นใจในท่าไม้ตายของตัวเองแบบนั้น โนอาห์เก็บดาบเข้าไปในฝักแล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ กระจกบานใหญ่นั่นพร้อมกับกำหมัดแน่นแล้วชกไปที่กระจกบานนั้นอย่างสุดแรง

เพล้ง!!!!

กระจกบานใหญ่ที่สูงกว่าตึกสามชั้นก็พังทลายลงมาพร้อมกับความตกใจของสกาเล็ต

“มะ...ไม่จริง แค่มือเปล่างั้นเหรอ” สกาเล็ตกล่าวออกมาด้วยความตกใจ

จากนั้นโนอาห์ก็เดินไปหาสกาเล็ตแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าจองเธอพร้อมกับมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน

“สกาเล็ต...ฉันเกลียดพวกสิบสองจอมเวทมาก ๆ แต่ฉันก็ไม่เคยเกลียดเธอที่เป็นเพื่อนรักของราเชลหรอกนะ”

สกาเล็ตหน้าแดงขึ้นมาด้วยความเขิน แต่สุดท้ายเธอก็กระโดดถอยหลังออกมาแล้วตั้งท่าจะร่ายเวทอีกครั้ง

“อย่ามาเกลี้ยกล่อมซะให้ยากเลย ไม่ว่ายังไงก็ตามฉันก็จะ---” สกาเล็ตยังพูดไม่จบเธอก็สังเกตถึงความผิดปกติของพลังเวทของเธอ

“อะ...ไรกัน พลังเวทมันหายไป หรือว่า!!”

สกาเล็ตพูดออกมาด้วยความตกใจ โนอาห์ก็เลยโบกมือขวาแล้วบอกสกาเล็ตไปว่า

Zeal เธอคงเคยได้ยินเวทมนตร์นี้มาก่อนอยู่แล้วใช่ไหม”

“มะ...ไม่จริง...นักดาบอย่างนายทำไมถึงเป็นผู้ครอบครองเวทมนตร์ในตำนานได้ล่ะ”

“ไม่รู้เหมือนกัน ตอนที่ฉันตื่นขึ้นมาหลังสงครามจบฉันก็ได้เวทมนตร์นี้มาโดยบังเอิญน่ะ”

สกาเล็ตรู้แบบนั้นเธอก็หยุดตั้งท่าแล้วถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ใครก็ตามที่โดน Zeal จะใช้เวทไม่ได้สามชั่วโมง ดังนั้นฉันก็แพ้นายแล้วล่ะ จะไปไหนก็ไปเถอะ”

“เห~ เมื่อกี้นี้ยังดันทุรังจะจับตัวฉันให้ได้อยู่ไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ต้องมาเยาะเย้ยเลยนะโนอาห์ ฉันเข้าใจสถานการณ์ดี ในเมื่อเราต่อสู้กันแล้วมันก็ต้องมีผลแพ้ชนะใช่ไหมล่ะ”

“ฮ่า ๆ ๆ ลืมไปเลยว่าพวกสิบสองจอมเวทเป็นพวกรักษากฎ ... เอาล่ะ” โนอาห์พูดจบก็เดินผ่านสกาเล็ตไป ระหว่างที่โนอาห์เดินผ่านเธอไปอยู่นั้นเขาก็พูดกับสกาเล็ตออกไปว่า “...รีบไปหาที่หลบเถอะ ตอนนี้เธอไร้เวทมนตร์ เดี๋ยวพวกที่เกลียดเธอจะตามมาเล่นงานเอาได้”

โนอาห์พูดจบก็วิ่งออกตามหามิกะต่อไป ทางด้านสกาเล็ตที่ยังตกใจกับคำพูดของโนอาห์แบบนั้น เธอก็เอามือขึ้นมากุมไว้ที่หน้าอกแล้วพูดในใจว่า

“นายยังคงเป็นห่วงฉันอยู่สินะโนอาห์~”

------------

...

..

.

ระหว่างทางที่โนอาห์กำลังวิ่งอยู่นั้น อยู่ดี ๆ ที่แขนซ้ายของเขาก็เกิดอาการเจ็บปวดขึ้นมาจนทำให้โนอาห์ล้มลงไป

“อ๊า~ ว่าแล้วพลังของยายนั่นไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ”

โนอาห์พูดจบก็พยายามลุกขึ้นแล้วหายใจเข้าลึก ๆ หายใจออกยาว ๆ เพื่อควบคุมพลังจิตภายในร่างกายที่ไหลเวียนไม่ต่อเนื่องให้ต่อเนื่อง ไม่นานนักอาการเจ็บปวดก็ทุเลาลงไป

“แย่จริง ๆ ... กะแล้วว่าเวทมนตร์ไม่ถูกกับนักดาบเลยสักนิด”

โนอาห์บ่นออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะวิ่งต่อไป แต่ในตอนนั้นเองเค็นก็วิ่งตามโนอาห์มา

“เฮ้~~ คุณโนอาห์ครับ รอก่อนครับ”

โนอาห์หันกลับไปทั้ง ๆ ที่ยังวิ่งอยู่

“อ้าว...คุณเจ้าของท่าเรือไม่ใช่เหรอครับ”

“ใช่ครับ ช่วยหยุดวิ่งก่อนได้ไหมครับ”

“ขอโทษครับพอดีผมกำลังรีบอยู่”

เค็นได้ยินแบบนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากชักดาบวายุหัก ๆ ออกมาแล้วตั้งท่าอิไอ

“วิชาดาบวายุกระบวนท่าอิไอที่สาม : ยามลมพัดกิ่งไม้”

ฟุ่บ~~

ร่างกายของเค็นก็พุ่งแซงหน้าโนอาห์ที่วิ่งด้วยความเร็วสูงทันที จากนั้นเค็นก็ขวางโนอาห์ไว้แล้วพูดว่า

“หยุดก่อนครับ ห้ามไปทางนั้นนะครับ!!”

“อะ...เอ๋ เดี๋ยวก่อนนะ...ทำไมคุณเจ้าของท่าเรือถึงใช้วิชาดาบได้ล่ะ”

หลังจากที่โนอาห์ถามแบบนั้นออกไป เค็นก็แนะนำตัวกับโนอาห์ทันที

“สวัสดีครับผมชื่อเค็นเป็นนักดาบรุ่นที่ห้าจากไออ้อนวอล ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

“ว่าไงนะ!! คุณเป็น...นักดาบรุ่นที่ห้าจากทวีปอื่นงั้นเหรอ”

เค็นพยักหน้า “ครับ ผมเป็น [นักดาบที่ใช้เวทมนตร์ได้] ครับ”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจมิใช่น้อย แต่ว่า...เขาก็บอกเค็นไป

“ตอนนี้ผมกำลังรีบเพราะงั้นเอาไว้คุยกันทีหลังนะครับ”

“เดี๋ยวก่อนครับ คุณโนอาห์จะเข้าไปในเขตของขุนนางไม่ได้นะครับ”

พอเค็นพูดออกมาแบบนั้น โนอาห์ก็ก้มมองที่เท้าขวาของตัวเองก็พบว่าเท้าขวาของเขาเกือบจะก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของขุนนางกับชาวเมืองธรรมดาไป

“แย่แล้วสิ...” โนอาห์พูดขึ้นมาก่อนที่จะก้าวถอยหลังแล้วหันไปหาเค็น “...ขอบคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เออใช่ คุณโนอาห์กำลังตามหามิโกะอยู่ใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ ทำไมคุณเค็นถึงรู้ล่ะครับ”

“ก็เมื่อครู่นี้ผมเห็นมิโกะคนหนึ่งวิ่งผ่านผมเข้าไปในเขตของขุนนางแล้วพอดีก็เห็นคุณโนอาห์วิ่งมาทางนี้ก็เลยเดา ๆ ดูน่ะครับ ฮะ ๆ ๆ”

“อ๋อ นั่นสินะครับ...แล้วผมจะเข้าไปที่เขตขุนนางได้ยังไงเนี่ย เฮ้อ~ มิกะนะมิกะ”

เค็นได้ยินโนอาห์บ่นออกมาแบบนั้น เขาก็พูดขึ้นมา

“เอ่อ...การที่จะเข้าไปยังสถานที่ของขุนนางได้ในตอนนี้ก็พอมีทางอยู่ครับ”

“ยังไงครับ” โนอาห์ถาม

“คุณต้องซื้อตั๋วเข้าชมทัวนาเม้นท์ที่จะจัดขึ้นที่สเตเดี่ยมของขุนนางในอีกสามวันครับ”

“สามวันเลยเหรอครับ!! แบบนี้แย่แน่ ๆ”

“แย่เหรอครับ?” เค็นถาม

“ใช่ครับ โถ่เอ๊ย~ ทำไมต้องเกิดเรื่องยุ่งยากขึ้นในตอนนี้ด้วยวะเนี่ย...”

“เอ่อ...ถ้างั้นก็เหลืออีกทางหนึ่งที่จะสามารถเข้าไปยังเขตขุนนางอย่างรวดเร็วครับ”

“คุณเค็นรู้เหรอครับ?”

เค็นพยักหน้า “ครับ คืองี้นะครับคุณโนอาห์ คุณต้องไปลงทะเบียนเป็นผู้เข้าแข่งขันทัวนาเม้นท์ครับแล้วคุณจะมีสิทธิ์ไปรอบคัดเลือกที่จะถูกจัดขึ้นพรุ่งนี้เพื่อคัดตัวจริงในวันแข่งที่จะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้าครับ”

“โอเคครับ ต้องไปลงทะเบียนที่ไหนครับ”

เค็นเห็นท่าทางของโนอาห์ที่ไม่หวาดกลัวอะไรเลย ในสายตาของเขานั่นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงพวกพ้อง ไม่มีสายตาของปีศาจทะเลสีแดงเลยสักนิด เค็นก็เลยพยักหน้า

“เดี๋ยวตามผมมานะครับ ผมจะพาไปลงทะเบียนเอง”

จากนั้นเค็นก็พาโนอาห์ไปยังสถานที่ลงทะเบียนซึ่งอยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่นัก มันเป็นป้อมเล็ก ๆ แล้วก็มีคนของขุนนางประจำอยู่หนึ่งคน โนอาห์ก็ไม่รอช้าที่จะขอลงทะเบียนทันที พอลงทะเบียนเสร็จแล้วโนอาห์ก็ได้เลขประจำตัวมา

“คุณโนอาห์ได้เลขที่ 455 ครับ” เค็นกล่าว

“455 นี่หมายถึงผมเป็นคนสมัครคนที่ 455 เลยเหรอครับ” โนอาห์ถาม

“ใช่ครับ แต่รู้สึกว่าวันจริงจะเอาแค่สิบคนนะครับ”

“ครับ ช่างมันเถอะครับผมแค่ต้องการไปตามหาเพื่อนเท่านั้น ไม่ได้คิดจะแข่งขันอะไรนั่นหรอกครับ”

“ครับ...งั้นต่อไปผมขอคุยธุระกับคุณโนอาห์สักหน่อยได้ไหมครับ”

“ธุระเหรอครับ?”

“ใช่ครับ”

พอเค็นบอกมาแบบนั้นโนอาห์ก็ตอบรับและเดินไปกับเค็นที่โรงเตี๊ยมแถว ๆ นั้น พร้อมกับสั่งเหล้ามาคนละแก้ว

“เชิญดื่มครับ” เค็นยกแก้วขึ้นมา

“ครับ” โนอาห์ตอบรับแล้วจากนั้นทั้งสองคนก็ยกแก้วขึ้นมาดื่มกันไปคนละหลายอึก

“ฟุ~ ฮ่า~ เหล้าที่สกายคลาสนี่ดีจริง ๆ เลยนะครับ ว่าไหมคุณโนอาห์”

“เอ่อ...ครับ ดีมาก ๆ เลยล่ะครับ”

โนอาห์ตอบ จากนั้นเค็นก็เริ่มพูดธุระของเขาขึ้นมาว่า

“พอดีผมออกตามหาคุณโนอาห์มานานหลายปีแล้วล่ะครับ”

“ตามหาผมทำไมเหรอครับ”

“ก็ลุงเทพนักดาบฝากของมาให้น่ะครับ”

เค็นพูดจบก็ล้วงกล่องสีดำใบเล็กกะทัดรัดขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ พอโนอาห์เห็นแบบนั้นเขาก็ตกใจและพูดออกไปว่า

“แพนโดร่า!! ...เดี๋ยวก่อนนะไม่ใช่ว่าลุงเอาขึ้นโลกเทพไปแล้วงั้นเหรอครับ”

“เอาขึ้นไปแล้วล่ะครับ แต่อันนี้มันคนละกล่องกันครับ คืองี้นะครับคุณโนอาห์ บนโลกนี้มีด้วยกันสี่ทวีปใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ”

“ครับ แพนดอร่าก็มีสี่กล่องเหมือนกันครับ”

“นี่คุณกำลังจะบอกผมว่า ที่เอ็นโดร่า (Endora) ไออ้อนวอล (Iron Wall) ไดม่อนเกรท (DiamondGreat) และอาสะ (Asa) มีกล่องแบบนี้อย่างละกล่องงั้นเหรอครับ”

เค็นพยักหน้า “ใช่ครับ...ผมเดินทางมายาวไกลเพื่อมอบแพนดอร่าของเอ็นโดร่ากับนักดาบคนสุดท้ายนี่แหละครับ”

“ถ้าเป็นแบบนั้นเรื่องที่จิลพูดก็กำลังเป็นจริงสินะ” โนอาห์พูดออกมา

“จิลงั้นเหรอครับ?” เค็นสงสัย

“อ๋อ...จิลคือหนึ่งในจอมเวททางการที่เป็นพรรคพวกของผมเองครับ”

“เขาพูดเรื่องอะไรเหรอครับ”

“เขาพูดว่า [มีองค์กรลับกำลังทำงานร่วมกันระหว่างทวีปเพื่อยึดครองกล่องมรณะอยู่] น่ะครับ”

เค็นได้ยินแบบนั้นเขาก็ตกใจทันที

“แย่แล้วสิ...ถ้าเรื่องที่จิลพูดเป็นเรื่องจริง กล่องมรณะที่ว่านั่นต้องเป็นแพนดอร่าแน่นอนเลย”

“ครับ ผมก็คิดแบบนั้น แต่ตอนแรกผมเองก็ไม่เชื่อหรอกนะครับ เพราะว่าเทพนักดาบเอาแพนดอร่าขึ้นไปเก็บไว้แล้ว ไม่คิดมาก่อนเลยว่าแท้จริงแล้วมันมีอีกตั้งสี่อัน เฮ้อ~”

พอโนอาห์พูดจบ พวกวินดี้ จิล และเร็นก็เดินเข้ามาในโรงเตี๊ยม พอพวกเขาเห็นโนอาห์กำลังนั่งดื่มกับคนแปลกหน้าอยู่ โนอาห์ก็รีบแนะนำเค็นให้ทุกคนรู้จักทันที

“ทุกคน นี่คือเค็น เป็นนักดาบจากไออ้อนวอล”

ทุกคนได้ยินแบบนั้นก็ตกใจแล้วรีบโค้งคำนับทันที เค็นก็โค้งคำนับตอบจากนั้นเค็นก็พูดว่า

“ฮ่า ๆ ๆ สวัสดีครับ มานั่งดื่มด้วยกันไหมครับ”

พอเค็นถามออกไปทุกคนก็มานั่งร่วมวงด้วยทันที วินดี้ก็นั่งใกล้ ๆ โนอาห์ เค็นก็เริ่มรินเหล้าให้ทุกคนแต่พอรินมาถึงวินดี้เธอก็พูดขึ้นมาว่า

“เอ่อ...ถึงอายุของฉันจะบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ก็ไม่เคยดื่มมาก่อนเลยค่ะ”

“งั้นเหรอครับ...ถ้างั้นเปลี่ยนเครื่องดื่มดีไหมครับคุณวินดี้?” เค็นถาม

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

“ฮะ ๆ ๆ ไม่กล้ากินสินะ”

“หา? ~ ว่าไงนะโนอาห์” วินดี้ถามโนอาห์ด้วยน้ำเสียงโมโหเล็กน้อย

“ก็กำลังพูดอยู่ว่า...เธอไม่กล้าดื่มสินะ”

วินดี้ได้ยินแบบนั้นอีกครั้งเธอก็หยิบแก้วเหล้าของตัวเองกระดกเข้าไปจนหมดภายในครั้งเดียว ยังไม่พอวินดี้ยังหยิบแก้วของโนอาห์แล้วกระดกเข้าไปจนหมดภายในครั้งเดียวทันทีเช่นกัน

“อ่าห์~~~ ของแค่นี้จิ๊บ ๆ ” วินดี้พูดขึ้นมาพร้อมกับมองหน้าโนอาห์ด้วยสีหน้าของผู้ชนะ

แต่ไม่ทันไร...วินดี้ก็น็อกไปก่อนเพื่อนทันที

“ฟุ~~ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ยายเปี๊ยกจอมปากดีนอนไปก่อนเพื่อนซะแล้ว” โนอาห์หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ

จากนั้นทุกคนก็หัวเราะกันออกมาพร้อม ๆ กัน...และแล้วช่วงเวลาแห่งการสังสรรค์ก็ผ่านไป

....

เร็นกับจิลก็ได้ฟังเรื่องราวของเค็นเหมือนที่โนอาห์รับรู้เมื่อครู่นี้ ด้วยข้อมูลจากเค็นนั้นก็ทำให้พวกเขาทั้งสองต่างรู้สึกแปลกใจและตกใจไปพร้อม ๆ กัน

นอกจากนั้นจิลเองยังไม่คาดคิดว่าสิ่งที่ตัวเองรับรู้มานั้นมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายขนาดนั้นอีกด้วย ซึ่งด้วยความสงสัยของจิลเขาก็เลยตัดสินใจถามโนอาห์ไปว่า

“แพนดอร่าคือสิ่งที่เก็บพลังงานด้านลบจากทั่วทุกมุมโลกไว้ใช่ไหมครับ”

“อื้ม...ก็ประมาณนั้นแหละ ตามตำนานของนักดาบเมื่อนานมาแล้วนักดาบเป็นผู้ที่ไร้ซึ่งเวทมนตร์แต่ในขณะเดียวกันนักดาบก็มีพลังจิตซึ่งสามารถสัมผัสกับพลังงานด้านลบได้ด้วยมือเปล่า พวกเขาเหล่านั้นเลยกระจายตัวกันออกไปทั่วโลกเพื่อสะสมพลังงานด้านลบไว้แล้วยัดลงในกล่องดำปริศนา”

“แล้วพวกนักดาบทำแบบนั้นไปทำไมครับ” จิลถามอีกครั้ง

เค็นก็เลยตอบแทนโนอาห์ไปว่า

“ทำเพื่อสร้างอาวุธที่เอาไว้ยึดครองโลกครับ”

“ว่าไงนะครับ!!” จิลตกใจทันที

“ตามที่เค็นพูดนั่นแหละ...พวกนักดาบหวาดกลัวเวทมนตร์เอามาก ๆ จนคิดจะล้างบางทุกคนด้วยอาวุธชนิดนี้ แต่แล้วนักดาบรุ่นที่สองก็ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับทัศนคติที่คิดว่า [เราทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้] ด้วยความคิดแบบนั้นนักดาบรุ่นแรกที่มีความคิดอยากจะยึดครองโลก กับ นักดาบรุ่นที่สองก็ทำสงครามกันเอง จนสุดท้ายนักดาบทั้งสองรุ่นก็ล้มหายตายจากไป ผู้ที่เหลือรอดจากสงครามครั้งนั้นก็แอบเอาแพนดอร่าไปให้เผ่าเทพเพราะพวกเขาคิดว่าพวกเผ่าเทพน่าจะดูแลพลังงานด้านลบได้ดี แต่ว่า...”

โนอาห์พูดจบ เร็นก็เลยพูดขึ้นมาว่า

“แต่ว่า...เทพกลับไม่ทำแบบนั้นใช่ไหมโนอาห์”

โนอาห์พยักหน้า

“ใช่...พวกเทพกลับเอามันไปเพื่อทำอะไรบางอย่าง ซึ่งระหว่างนั้นฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับแพนดอร่าบ้าง พอมารู้อีกทีก็ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันได้พบกับเทพนักดาบและได้เรียนวิชากับเขาอยู่พักหนึ่ง...เขาบอกเรื่องราวเกี่ยวกับแพนดอร่าให้กับฉันซึ่งมันก็ไม่มีความหมายอะไรหรอก จนกระทั่งเมื่อหลังสงครามจบลง...”

-----------------------

บทที่ 13 จบ

เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจในบทที่ 13

1.โลกใบนี้ประกอบไปด้วยสี่ทวีปหลักได้แก่ เอ็นโดร่า ไออ้อนวอล ไดม่อนเกรท และ อาสะ

2.การแบ่งรุ่นของนักดาบจะแบ่งตามยุคสมัยและความสามารถพิเศษของนักดาบรุ่นนั้น ๆ เช่น

นักดาบรุ่นที่หนึ่งจะมีทักษะดาบที่แข็งแกร่งที่สุดและไม่มีพลังเวท นักดาบที่อยู่ในรุ่นที่หนึ่งที่ปรากฎในเรื่องตอนล่าสุดก็คือนักดาบวายุ

นักดาบรุ่นที่สอง - ยังไม่เปิดเผยข้อมูล

นักดาบรุ่นที่สามคือนักดาบที่มีทักษะของรุ่นที่หนึ่งและรุ่นที่สองผสมผสานกัน ในรุ่นนี้จะมีทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งแต่จะเป็นแบบอย่างละ 50 % เท่านั้น ตัวละครที่อยู่ในรุ่นนี้ที่ปรากฎในเรื่องตอนล่าสุดคือ โนอาห์และราเชล

นักดาบรุ่นที่สี่ - ยังไม่เปิดเผยข้อมูล

นักดาบรุ่นที่ห้า - นักดาบยุคใหม่ หลังสงครามโลกจบลงนักดาบรุ่นนี้ก็มีมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในเอ็นโดร่ายังมีน้อย ซึ่งลักษณะพิเศษของนักดาบรุ่นนี้คือ [สามารถใช้เวทมนตร์ควบคู่กับวิชาดาบได้อย่างคล่องแคล่ว] ตัวละครที่อยู่ในรุ่นนี้ในตอนล่าสุดมีแค่ เค็น นักดาบจาก Iron Wall และ วินดี้แห่งหมู่บ้านปีศาจสายลม

 

หากมีอะไรผิดพลาดกระผมก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น