โนอาห์ นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่า

ตอนที่ 12 : ความวุ่นวาย ณ เมืองสกายคลาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    27 มี.ค. 63

บทที่ 12 – ความวุ่นวาย ณ เมืองสกายคลาส

“ยะ...แย่แล้ว!!!”

โนอาห์ตะโกนออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ไม่นานนักจอมเวทของทางการก็วิ่งมาแล้วตะโกนออกไปว่า

“เจ้ากล้าดียังไงมาทำลายสมบัติของสกายฮาเบิล!!”

“เอ่อ...ใจเย็นก่อนนะพี่ คือว่าผมแค่ตั้งใจจะดึงมันออกมาเบา ๆ เองนะพี่” โนอาห์พูดไปด้วยถือดาบวายุที่หักไปด้วย

“เจ้า...เจ้ารู้หรือเปล่าว่าทำอะไรลงไปห๊ะ!!” จอมเวทตะโกนออกมา

โนอาห์ก็หันซ้ายหันขวาด้วยความร้อนรน จากนั้นพรรคพวกของโนอาห์ก็วิ่งมาที่เกิดเหตุและพอพวกเขาเห็นสิ่งที่
โนอาห์ทำก็พากันตกใจพร้อม ๆ กันทันที

จากนั้นพวกจอมเวททางการก็เตรียมร่ายเวทไปทางโนอาห์ พร้อมกับล้อมตัวโนอาห์ไว้เป็นวงกลม หนึ่งในกลุ่มจอมเวททางการก็บอกโนอาห์ไปว่า

“เจ้าทำผิดกฎข้อที่สี่ของสกายฮาเบิลที่บอกว่า ใครทำลายทรัพย์สินของเมืองต้องได้รับโทษจำคุกสามปีและปรับเป็นจำนวนสามแสนเหรียญทอง”

“ดะ...เดี๋ยวก่อน...” โนอาห์พยายามเจรจาแต่จอมเวททางการก็พูดสวนเข้ามาว่า

“ห้ามต่อรอง เจ้าไม่มีสิทธิ์นั้น ถ้าขยับแม้แต่นิดเดียวพวกเราก็จำเป็นต้องใช้กำลัง”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นก็คิดในใจว่า

“แย่แล้ว...เราไม่อยากทำร้ายใคร แต่ถ้าไม่ทำก็จะโดนลากเข้าคุกอีก...โอ๊ย~”

ระหว่างที่โนอาห์กำลังคิดอยู่ในใจอยู่นั้น เร็นก็ส่งโทรจิตมาว่า

“โนอาห์ นายมัวทำอะไรอยู่ รีบหนีสิ”

“ไม่ได้!! ถ้าหนีฉันก็จะโดนริบใบอนุญาตการเป็นพ่อค้าด้วย”

“งั้นก็แย่แล้วล่ะ”

เมื่อเร็นบอกผ่านจิตมาแบบนั้นเขาก็ส่ายหัวด้วยความหมดหวังทันที วินดี้กับจิลก็พยายามคุยกับพวกจอมเวทให้แต่พวกเขาก็เจรจาไม่สำเร็จ สุดท้ายมิกะก็กำหมัดแน่นแล้วชูแขนขวาขึ้นไปบนฟ้า โอนาห์เห็นแบบนั้นก็รีบตะโกนบอกมิกะไปว่า

“ห้ามใช้เวทมนตร์ก่อนที่ฉันจะอนุญาตนะมิกะ!!”

มิกะได้ยินแบบนั้นเธอก็ลดมือลงแล้วตะโกนตอบโนอาห์ไปว่า

“แล้วจะให้ฉันทำยังไง ถ้านายมีหมายจับนายจะไม่มีวันอยู่ในเอ็นโดร่าได้อย่างสงบสุขแน่ สู้ให้ฉันทำลายที่นี่ทิ้งซะก็พอแล้ว”

“ไม่ได้นะมิกะ...เธอห้ามทำแบบนั้นเด็ดขาด ... ไม่ว่ายังไงก็ตาม”

โนอาห์จ้องมิกะด้วยสายตาที่ดุร้ายจนมิกะยกเลิกการปล่อยพลังเวทแล้วหลับตาลง จากนั้นโนอาห์ก็พยายามคิดหาวิธีต่างๆ นานา เพื่อที่จะให้ตัวเองและเพื่อน ๆ สามารถรอดจากตรงนี้ได้

ระหว่างที่เขากำลังคิดอย่างหนักอยู่นั้น จู่ ๆ ทุกอย่างก็หยุดเคลื่อนไหว รอบ ๆ ตัวโนอาห์ไม่มีอะไรขยับเขยื้อนเลย และทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงผู้ชายนุ่ม ๆ ดังขึ้นมาว่า

“ตามกฎของสกายฮาเบิลผู้ที่ดึงดาบวายุออกมาได้ต้องแสดงให้ชาวเมืองเห็นว่าคนคนนั้นคู่ควรกับดาบวายุด้วย แล้วนายจะได้รับการอภัยจากทุกคนเอง”

“หา? กฎอะไรกันแน่เนี่ย”

“กฎของฉันเอง”

สิ้นเสียงของชายคนนั้น โนอาห์ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งตัวสูง ผมยาวและมัดหางม้าพร้อมกับปล่อยผมข้างหน้ายาว ๆ ที่เอวของเขาก็เหน็บดาบคาตานะเอาไว้ นั่นทำให้โนอาห์รู้ทันทีว่าชายคนนี้คือ [นักดาบวายุในตำนานนั่นเอง]

โนอาห์ก็เลยถามเพื่อความแน่ใจไปว่า

“คุณ...คุณคือ นักดาบวายุใช่ไหมครับ”

“ใช่...เอาล่ะ นายชื่อโนอาห์สินะ” นักดาบวายุถามออกไป

“ใช่ครับ”

นักดายวายุพยักหน้าแล้วก็ชักดาบออกมาพร้อมกับชี้ไปที่โนอาห์

“ถ้านายเป็นนักดาบที่แท้จริงก็จงใช้ดาบวายุที่หักไปแล้วรับกระบวนท่าของฉันให้ได้สองกระบวนท่าซะ”

“หา? อยู่ดี ๆ คุณ---”

โนอาห์ยังพูดไม่จบ นักดาบวายุก็หายไปแล้วก็โผล่ขึ้นมาตรงข้างหลังของเขา จากนั้นโอนาห์ก็หลบวิถีดาบของนักดาบวายุแล้วกระโดดออกไปตั้งหลักพร้อมกับตะโกนไปว่า

“ดะ...เดี๋ยวก่อน ใจเย็น ๆ ก่อนสิครับ อยู่ดี ๆ มาฟันผมทำไมเนี่ย”

นักดาบวายุไม่ตอบอะไรโนอาห์นอกจากตั้งท่าอิไอ แล้วพูดว่า

“กระบวนท่าที่สองเตรียมรับมือ .... วิชาดาบวายุกระบวนท่าอิไอที่สาม : ตัดสายลม

ฟุ่บ~

นักดาบวายุชักดาบออกไปด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดลมพัดใส่โนอาห์อย่างรุนแรง ระหว่างที่สายลมนั้นพัดผ่านร่างกายของโนอาห์ไป เขาก็ทำได้แค่อึ้งกับสิ่งที่สัมผัส ไม่นานนักร่างกายของโนอาห์ก็เต็มไปด้วยรอยฟันของดาบจำนวนนับไม่ถ้วนทันที

“อ๊าก~~~~”

เลือดของโนอาห์กระฉูดออกมาอย่างกับสายฝน จนทำให้เขาต้องล้มหน้าคะมำลงไปกับพื้นทันที

แม้แต่แรงที่จับดาบก็ยังไม่มี แต่โนอาห์ก็พยายามพยุงตัวเองขึ้นมาด้วยความยากลำบาก ทางด้านนักดาบวายุเห็นแบบนั้นเขาก็เก็บดาบลงในฝักแล้วพูดว่า

“พอได้แล้ว นายแพ้แล้วล่ะ”

“ยะ...ยังหรอก...ผมยังสู้ไหว”

“กฎก็คือกฎ ฉันบอกให้นายรับแค่สองกระบวนท่าซึ่งนายรับได้แค่หนึ่ง เพราะฉะนั้นนายแพ้แล้วโนอาห์”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ไม่ยอมแล้วพยายามลุกขึ้นมาตั้งท่าจะเตรียมต่อสู้อีกครั้ง แววตาของโนอาห์ที่ส่งออกไปเป็นแววตาที่ดุร้ายราวกับปีศาจ พอนักดาบวายุเห็นแบบนั้นเขาก็ชักดาบออกมาอีกครั้งทันทีพร้อมกับพูดว่า

“เฮ้~ โนอาห์นายเป็นพวกรุ่นที่สามงั้นเหรอ”

โนอาห์ไม่ตอบอะไรกลับไป และภายในพริบตาเขาก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วแล้วไปโผล่ที่ข้างหลังนักดาบวายุ

นักดาบว่ายุก็ตกใจเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะเก็บดาบลงฝัก

กริ๊ก~

สิ้นเสียงเก็บดาบ ร่างของโนอาที่ลอยอยู่กลางอากาศด้านหลังของนักดาบวายุก็ถูกฟันจำนวนนับไม่ถ้วนอีกครั้ง

“อ๊าก~~~~~”

“ฉันบอกนายแล้วว่าให้หยุดก็ไม่ฟัง”

โนอาห์ล้มลงไปกับพื้นอีกครั้งพร้อมกับเลือดที่ท่วมไปทั้งร่างกาย แต่โนอาห์ก็ยังพยายามฝืนตัวเองขึ้นมาตั้งท่าอีกครั้ง

คราวนี้นักดาบวายุก็ไม่ชักดาบออกมาอีก

“โนอาห์ ความเร็วเมื่อกี้ถือว่าใช้ได้เลย แต่ว่าตอนนี้นายไม่มีทางเอาชนะฉันได้หรอก”

“แฮ่ก ~ แฮ่ก ~ ไม่ลองก็ไม่รู้หรอกครับ”

“ไม่...ถึงนายจะลองอีกกี่ครั้งนายก็สู้ฉันไม่ได้เหมือนเดิม ถ้าไม่เชื่อนายลองดูนี่นะ”

นักดาบวายุร่ายรำกระบวนท่าดาบวายุให้โนอาห์ดู โดยเขาทำการร่ายรำไปทั้งหมดแปดกระบวนท่า โนอาห์ก็ยืนดูอย่างใจจดใจจ่อ พอนักดาบวายุร่ายรำจบเขาก็เก็บดาบแล้วถามโนอาห์ว่า

“เป็นไงบ้าง วิชาของนายสามารถเอาชนะวิชานี้ได้ไหม”

โนอาห์ส่ายหัว

“ไม่ครับ...วิชาของผมไม่สามารถเทียบได้เลย”

“ดี ... พูดตรงได้ดี งั้นตอนนี้นายจำกระบวนท่าดาบวายุร่ายรำได้หมดแล้วใช่ไหม”

“ครับ...ก็คุณเล่นจงใจทำช้า ๆ เพื่อสอนผมใช่ไหมครับ”

“ถูกต้อง...เอาล่ะเวลาจะเดินอีกครั้งแล้วนะ ถ้านายถือดาบหัก ๆ นั่นแล้วใช้พลังจิตลงไปที่ดาบวายุเดี๋ยวนายก็จะเห็นสิ่งมหัศจรรย์ต่อไปเองแหละ”

นักดาบวายุพูดจบเขาก็หันหลังแล้วเดินจากโนอาห์ไป ก่อนที่นักดาบวายุจะหายไปเขาก็เอี้ยวตัวมาหาโนอาห์แล้วพูดว่า

“อย่าถามหาเหตุผลว่าทำไมฉันต้องสอนวิชาให้นายด้วยเพราะอีกไม่นานเดี๋ยวนายก็จะรู้เองนั่นแหละ”

โนอาห์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ตกใจที่นักดาบวายุอ่านความคิดในใจของเขาได้ และหลังจากนั้นเวลาก็กลับมาเดินตามปกติ ร่างกายของโนอาห์ก็ไม่มีบาดแผล แล้วพวกจอมเวทก็กำลังจะร่ายเวทใส่เขาแล้ว

เพื่อหนีออกจากเหตุการณ์นี้โนอาห์ก็เลยร่ายรำวิชาดาบวายุออกไปหนึ่งกระบวนท่า ... พอเขาเริ่มร่ายรำดาบที่หักออกไปแล้วก็กลายเป็นดาบยาวสีขาวผสมเขียวอ่อน แลดูอ่อนไหวไม่แข็งกระด้าง และเมื่อทุกคนที่อยู่ตรงนั้นเห็นพวกเขาก็ได้แต่อึ้งและตกใจกับสิ่งที่เห็น

ไม่นานนักการร่ายรำที่เต็มไปด้วยสายลมอบอุ่นก็จบลง ทันใดนั้นดาบวายุก็กลับมาอยู่สภาพเดิม โนอาห์มองดาบที่หักอยู่แบบนั้นสักพักและในที่สุดเขาก็เข้าใจดาบวายุแล้ว

“ดาบพลังจิตนี่เอง”

โนอาห์พูดออกมา จากนั้นพวกจอมเวทก็หยุดร่ายเวทแล้วบอกโนอาห์ไปว่า

“ตามกฎของสกายฮาเบิล ใครที่สามารถใช้ดาบวายุได้คนคนนั้นก็จะได้รับดาบวายุไปครอบครองครับ”

“แต้งกิ๊วมาก!”

โนอาห์พูดจบทุกคนก็ปรบมือให้ทันที จากนั้นเขาก็รีบวิ่งไปหาพรรคพวกแล้วบอกทุกคนไปว่า

“เอาล่ะ ได้เวลาบินกันแล้ว!!”

----------

..

.

ณ ท่าเรือบิน

โนอาห์หยิบดาบวายุขึ้นมาจากนั้นเขาก็หลับตาลงแล้วเพ่งจิตไปที่ตัวดาบ ทันใดนั้นเองก็มีลมพัดรอบ ๆ ตัวของเขาและในตอนนั้นเองโนอาห์ก็ตวัดดาบออกไปเป็นวงกว้าง

ฟูม~~

สายลมจำนวนมหาศาลก็พัดไปโดนศิลาวายุที่แตกไปแล้วทันทีและพอสายลมจากโนอาห์สัมผัสโดนศิลาแล้วมันก็ค่อย ๆ เชื่อมต่อกันใหม่อีกครั้งจนสุดท้าย ศิลาวายุก็กลับมาเป็นปกติ

เจ้าของท่าเรือเห็นแบบนั้นก็เดินมาหาโนอาห์แล้วพูดว่า

“นายเป็นคนทำงั้นเหรอ”

“อ๋อ ใช่ครับ” โนอาห์พูดจบก็ยื่นดาบวายุให้เจ้าของท่าเรือ “ผมใช้เจ้านี่ในการทำครับ ที่เหลือฝากเอาไปคืนให้ผมด้วยนะครับ”

“ดะ...เดี๋ยวก่อนพ่อค้า...นายหน้าตาคุ้น ๆ นะ”

“อ๋อ...งั้นเหรอครับ”

โนอาห์พูดจบก็วิ่งขึ้นเรือไปทันทีและพรรคพวกของเขาก็วิ่งตาม จากนั้นไม่นานเรือบินที่พังอยู่ก็พร้อมออกเดินทางอีกครั้ง และแน่นอนว่านักผจญภัยที่ต้องการขึ้นไปเมืองสกายคลาสก็ขึ้นเรือมาด้วยเหมือกัน

จากนั้นเรือบินที่พรรคพวกของโนอาห์ขึ้นไปก็ออกเดินทางสู่สกายคลาสทันที

แต่ทางด้านเจ้าของท่าเรือนั้น เขาก็จับดาบวายุที่แตกหักแล้วเงยหน้ามองขึ้นไปพร้อมกับพูดว่า

“นักดาบสินะ”

เขาพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องทำงานของเขาพร้อมกับเพ่งไปที่ดาบ ทันใดนั้นเองดาบวายุก็กลายเป็นดาบสีขาวผสมเขียวอ่อนยาวขึ้นรูป

“ในที่สุดผมก็เจอนักดาบอีกคนแล้วครับ [คุณลุง] ”

เจ้าของท่าเรือพูดออกมาแบบนั้นจากนั้นเขาก็เตรียมข้าวของที่จำเป็นพร้อมกับเอาดาบวายุที่แตกหักไปด้วย พอเขาเตรียมข้าวของเสร็จแล้ว เขาก็บอกลูกน้องที่ท่าเรือว่า

“ทุกคนครับผมจะขึ้นไปสกายคลาสสักพักนะ ถ้ามีปัญหาอะไรให้ผู้จัดการทั่วไปดูแลแทนผมได้เลยนะครับ”

“เอ่อ...ท่าน [เค็น] จะไปสกายคลาสทำไมครับ ไม่ใช่ว่าท่านมีเรื่องบาดหมางกับพวกขุนนางระดับสูงอยู่ไม่ใช่เหรอครับ” ผู้จัดการทั่วไปกล่าว

“ครับ...แต่ว่าผมมีภารกิจที่ต้องทำครับ ถึงจะเสี่ยงตายผมก็ต้องทำให้สำเร็จครับคุณผู้จัดการ”

เค็นมองไปที่ผู้จัดการด้วยความแน่วแน่จนทำให้ผู้จัดการถอนหายใจออกมา

“เฮ้อ~ ไปเถอะครับเดี๋ยวเรื่องท่าเรือผมจะจัดการไว้ให้”

“ขอบคุณมาก ๆ ครับ งั้นผมไปล่ะนะ”

จากนั้นเค็นก็ขึ้นเรือบินตาม ๆ พวกโนอาห์ไปทันที ซึ่งระหว่างที่เขาอยู่บนเรือนั้นพวกนักผจญภัยทั้งหลายก็พูดคุยกันในเรื่อง [ทัวนาเม้นท์] ที่กำลังจะจัดขึ้นในอีกไม่กี่วัน แต่เค็นกลับไม่สนใจเรื่องนั้น เพราะสิ่งเดียวที่เขาสนใจนั่นก็คือ โนอาห์นักดาบคนสุดท้ายแห่งเอ็นโดร่าเท่านั้น

---------

...

..

.

ณ เมืองสกายคลาส

“ว้าว~~ นี่เมืองกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้าจริง ๆ ด้วย” วินดี้แสดงอาการตื่นเต้นขึ้นมาทันทีที่เหยียบแผ่นดินสกายคลาส

“เจ๋งใช่ไหมล่ะวินดี้...เอาล่ะ ฝ่ายการขายก็ออกทำหน้าที่ได้” โนอาห์ออกคำสั่งให้วินดี้ จิล แล้วก็เร็นออกไปขายของเก่ากับชาวเมืองทันที

ส่วนมิกะกับโนอาห์ก็กำลังเดินดูของเก่า ๆ ที่สามารถจะนำไปขายที่เมืองอื่นต่อได้ตามประสา แต่ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินเลือกสินค้าอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีคนกระเด็นออกมาจากโรงเตี๊ยมต่อหน้าโนอาห์ทันที

ไม่นานนักก็มีชายวัยรุ่นคนหนึ่งพร้อมกับทหารเวทเดินออกมาแล้วรุมกระทืบคนที่กระเด็นออกมา

มิกะก็เลยกระซิบบอกโนอาห์ว่า

“ที่นี่ยังไม่เปลี่ยนเลยว่าไหม”

“อื้ม...”

“งั้นเราไปกันเถอะ”

มิกะชวนโนอาห์ให้ออกจากสถานการณ์แบบนี้ไป แต่ชายที่กระเด็นออกมาก็พยายามขอความช่วยเหลือออกไปหาโนอาห์ว่า

“ชะ...ช่วยด้วยครับ ผมยังไม่อยากตาย”

โนอาห์ได้ยินก็หยุดชะงัก แต่มิกะก็กระซิบบอกโนอาห์ว่า

“ไม่ได้นะโนอาห์~ นั่นมันพวกขุนนางชั้นสูงนะขืนนายไปยุ่งด้วยเดี๋ยวก็โดนจับติดคุกหมดอาชีพพ่อค้ากันพอดีหรอก”

“อื้ม”

จากนั้นโนอาห์กับมิกะก็เดินต่อไป และในตอนนั้นเองวัยรุ่นขุนนางคนนั้นก็เยาะเย้ยคนที่ตัวเองกระทืบไปว่า

“วะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า คนต่ำต้อยอย่างเจ้าไม่มีใครมาเหลียวแลหรอก จงดีใจซะเถอะที่นายจะต้องตายด้วยฝ่าเท้าของฉัน ฮ่า ๆ ๆ”

พอขุนนางคนนั้นพูดจบก็กระทืบชายคนนั้นอย่างต่อเนื่องจนเขากระอักเลือดออกมา ชาวบ้านทุกคนที่เดินผ่านไปก็ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น โนอาห์กับมิกะเองก็ทำเช่นเดียวกัน แต่ในตอนนั้นเองจู่ ๆ ก็มีหนุ่มน้อยถือดาบไม้คนหนึ่งวิ่งมาฟาดดาบไม้ใส่กลางลำตัวของขุนนางจนตัวขุนนางปลิวเข้าไปในโรงเตี๊ยมทันที

“อย่ามา...ทำเรื่องชั่วช้านะเว้ย!!!”

หนุ่มน้อยผมยาวมัดหางม้าแล้วปล่อยผมข้างหน้ารุงรังนั้น ทำให้โนอาห์ต้องหันกลับไปมองทันที จากนั้นไม่นานขุนนางคนนั้นก็เดินออกมาพร้อมกับอัดพลังเวทไว้ที่มือขวา

“กะ...แก กล้าดียังไงที่มาทำร้ายขุนนางชั้นสูง ห๊ะ!!”

“ฉันไม่ได้กล้า ฉันกลัวอยู่เว้ย!! แต่ฉันก็ทนไม่ได้ที่พวกแกมาทำร้ายคนไม่มีทางสู้”

“หึหึหึ เด็กน้อยเอ่ย แทนที่จะได้โตเป็นหนุ่มแต่ตอนนี้ฉันคงให้แกโตไม่ได้แล้วล่ะ ตายซะ!!”

วินาทีนั้นขุนนางก็กำลังจะฟาดพลังเวทเพื่อสังหารหนุ่มน้อยคนนั้น แต่ทันใดนั้นเองจู่ ๆ โนอาห์ก็รู้สึกว่ามิกะที่ยืนอยู่ข้าง ๆ หายไป และภายในพริบตานั้นมิกะก็ยืนบีบคอขุนนางคนนั้นอยู่พร้อมกับพูดด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยวว่า

“นายเรียนเวทสังหารนั่นมาจากไหน”

อึก อัก~~ ปล่อย ปล่อยนะเว้ย ทหารมัวทำอะไรอยู่วะรีบจัดการยายนี่สิวะ”

ทหารเวทก็วิ่งเข้ามาหามิกะ แต่มิกะก็แค่กะพริบตาพวกทหารเวทก็โดนคลื่นอัดกระแทกจนสลบไปหมดทันที จากนั้นมิกะก็หันมามองขุนนางอีกครั้ง

“บอกมาซะ ว่าเวทมนตร์นั้นนายเรียนมาจากไหน”

“ปะ...ปล่อยผม ก่อน...ผมขอร้อง”

จากขุนนางที่กร่างก็กลายเป็นขุนนางที่กร่อยทันที มิกะได้ยินแบบนั้นเธอก็คลายมือลงแต่ก็ยังดึงคอเสื้อของขุนนางคนนั้นอยู่ จากนั้นขุนนางคนนั้นก็บอกมิกะว่า

มิโกะ...ซากุระ เป็นคนสอนให้ผมครับ”

มิกะได้ยินแบบนั้นเธอก็ตกใจจนดวงตาเบิกโพลง

“มะ...ไม่จริง...เธอยังไม่ตายงั้นเหรอ” มิกะพูดออกมา แล้วเผลอปล่อยขุนนางคนนั้นออกไป

ขุนนางคนนั้นเลยใช้โอกาสที่มิกะกำลังตกใจหนีไปทันที โนอาห์ก็รีบเดินมาบอกหนุ่มน้อยคนนั้นกับขายที่โดนทำร้ายไปว่า

“รีบลงไปจากเมืองนี้ซะ ไม่งั้นพวกสิบสองจอมเวทมาจัดการพวกนายแน่”

“แล้วพี่ล่ะ พี่ไม่หนีงั้นเหรอ” หนุ่มน้อยถาม

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้านายอยากเป็นนักดาบจริง ๆ นายต้องมีชีวิตรอดก่อนเข้าใจไหมไอ้หนู”

หนุ่มน้อยได้ยินแบบนั้นเขาก็ช่วยพยุงชาวเมืองแล้วก็พูดกับโนอาห์ว่า

“ผมชื่อ [ยามิ] ช่วยจำชื่อของผมไว้ด้วยนะครับ สักวันผมจะต้องเป็นนักดาบที่แข็งแกร่งเหมือนคุณโนอาห์ในตำนานให้ได้เลย”

พอยามิพูดจบเขาก็รีบพาชาวเมืองคนนั้นไปที่ท่าเรือทันที โนอาห์ก็ได้แต่มองไปที่เด็กคนนั้นแล้วพูดออกมาเบา ๆ ว่า

“ราเชล...บนเอ็นโดร่ายังมีคนอยากเป็นนักดาบอยู่ด้วยล่ะ ถ้าเธอได้ยินคงจะดีใจมาก ๆ เลยสินะ”

โนอาห์พูดจบก็รีบหันไปหามิกะ แต่ทันใดนั้นมิกะก็หายตัวไปพร้อมกับทิ้งดาบแสงอาทิตย์ให้

“มิกะ...เอาอีกแล้วสินะ...ครั้งสุดท้ายที่ฉันกับเธอจากกันเมื่อสิบปีก่อนเธอก็ทำแบบนี้ นี่เธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ
มิกะ”

โนอาห์มองไปที่ดาบแสงอาทิตย์แล้วพูดออกมา จากนั้นเขาก็หยิบดาบขึ้นมาพร้อมกับพูดออกไปว่า

“แต่ครั้งนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอฆ่าใครอีกแล้ว...มิกะรอก่อนนะฉันจะไปช่วยเธอเดี๋ยวนี้แหละ”

โนอาห์พูดจบก็รีบวิ่งออกตามหามิกะต่อไป...

-------------

...

..

.

ณ สำนักงานจอมเวทแห่งสกายคลาส

ขุนนางที่โดนมิกะทำร้ายก็วิ่งไปแจ้งพ่อของตัวเองที่กำลังพำนักอยู่ที่สำนักงานจอมเวท พร้อมกับร้องไห้ขี้มูกโป่งจนแอร์หัวหน้าสาขานี้ต้องก้มหน้าโดนตำหนีจากพ่อของขุนนางคนนี้ไปว่า

“แอร์ นายปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไง”

“ขออภัยด้วยความท่าน [อาเทอร์] กระผมเองก็กำชับแล้ว---”

“พอเถอะแอร์ ฉันรู้ว่านายทำดีที่สุดแล้ว แต่ถึงขนาดทำดีที่สุดแล้วก็ยังมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เฮ้อ~ ช่วยไม่ได้สินะ งั้นฉันขอให้สิบสองจอมเวทจำนวนสามคนมาจัดการที่นี่แทนก็แล้วกัน”

แอร์ได้ยินแบบนั้นเขาก็ตกใจและรีบบอกอาเทอร์ไปว่า

“ผมได้เรียกท่านสกาเล็ตมาแล้วนะครับ”

“นั่นไม่พอหรอก นี่คือมาตรการฉุกเฉิน ถ้าเกิดเหตุกับขุนนางชั้นสูงอีกนายจะรับผิดชอบไหวเหรอแอร์”

อาเทอร์ขู่แอร์จนตัวเขาสั่นกลัวไปหมด จากนั้นแอร์ก็ไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ อาเทอร์ก็เลยติดต่อไปที่เมืองหลวงของเอ็นโดร่าทันที

....

จากนั้น...สกาเล็ตหนึ่งในสิบสองจอมเวทก็มาถึงสำนักงานแล้วรีบไปพบแอร์ทันที

“แอร์ ฉันมาแล้ว” สกาเล็ตบอก

“ครับ...เหนื่อยหน่อยนะครับ เฮ้อ~”

“หืม~ ดูนายเหนื่อยแปลก ๆ นะ เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นเหรอ”

“ก็มีคนทำร้ายลูกชายของท่านอาเทอร์ยังไงล่ะ”

“อ๋อ...งั้นเมืองนี้ก็อยู่ในมาตรการฉุกเฉินแล้วสินะ แล้วนายพอรู้ตัวคนทำไหม”

“คนทำน่ะไม่รู้เพราะเวทถ่ายภาพไปถ่ายตอนที่ลูกชายของเขาหนีไปพอดี”

“งั้นเหรอ...ขอดูภาพนั้นหน่อยได้ไหม”

พอสกาเล็ตพูดออกไป แอร์ก็เปิดภาพที่บันทึกได้ทันที

พรึ่บ~

สกาเล็ตเห็นภาพนั้นก็ตกใจขึ้นมาแล้วกำหมัดแน่นด้วยความโมโห

“นั่นมัน...โนอาห์ไม่ใช่เหรอ”

“ว่าไงนะครับ!!” แอร์ตกใจ “โนอาห์ตายไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้วไม่ใช่เหรอครับ”

“ยัง...เขายังไม่ตาย”

สกาเล็ตพูดจบก็เอาผ้าคลุมสีแดงขึ้นมาสวมแล้วหันไปบอกแอร์ว่า

“ฉันจะไปจับกุมตัวเขา”

“เดี๋ยวก่อนครับท่านสกาเล็ต อีกไม่นานจะมีงานทัวนาเม้นท์แล้วนะครับ ช่วยอย่าทำลายเมืองนี้ได้ไหมครับ”

“อื้ม...ฉันจะพยายามนะ”

สกาเล็ตพูดจบก็เดินออกไปจากสำนักงานทันที ระหว่างทางเธอก็พูดในใจว่า

“โนอาห์...เป็นนายจริง ๆ ด้วย นายกำลังทำบ้าอะไรอยู่ นายกล้าทำร้ายขุนนางงั้นเหรอ ไม่สิ นายไม่มีวันทำแบบนั้นอยู่แล้ว ฉันรู้จักนายดีแต่ว่าหลักฐานมันคาตาขนาดนั้นเลยนี่”

สกาเล็ตเกิดสงสัยในตัวโนอาห์ขึ้นมา แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามภาพนั่นคือหลักฐานที่บ่งบอกสกาเล็ตว่าโนอาห์มีส่วนในการทำร้ายขุนนาง เธอก็เลยรีบวิ่งไปหาโนอาห์ที่ตลาดทันที

....

ณ ตลาดของเมืองสกายคลาส

โนอาห์กำลังวิ่งตามหามิกะอยู่ ทันใดนั้นเองสกาเล็ตก็โผล่ขึ้นมาขวางโนอาห์ไว้ ด้วยสัญชาตญาณของนักดาบเวลาเจอคนที่แข็งแกร่งมาก ๆ เขาจะชักดาบออกมาทันทีโดยไม่คิดอะไร

“นายจริง ๆ ด้วยโนอาห์...”

“หา? สกาเล็ตงั้นเหรอ”

โนอาห์ถามไป ทันใดนั้นสกาเล็ตก็ระเบิดพลังเวทอันมหาศาลออกมาจนแผ่นดินสั่นไหว ชาวเมืองก็รีบหนีออกจากโซนตลาดทันที

“โอนาห์...ด้วยนามของสิบสองจอมเวทอันดับที่ห้า สกาเล็ต ฉันขอจับกุมนายข้อหาทำร้ายขุนนางขั้นสูง”

“หา!!” โนอาห์อุทานออกมาด้วยความตกใจ

----------------------------

บทที่ 12 จบ

หากมีคำผิดหรือตกหล่นตรงไหนกระผมก็กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น