[EXO] Lumin : Change! [ Boy to Girl ] :: [END]

ตอนที่ 15 : Boy to Girl :: Chapter 13 :: The Last Jigsaw of The Problem

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    2 ก.พ. 58





























            แสงแดดอ่อนๆที่ส่องผ่านผ้าม่านสีขาวเข้ามาในห้องผู้ป่วยบ่งบอกถึงเช้าวันใหม่ ร่างสูงเริ่มรู้สึกตัวเนื่องจากแสงแยงตา ลู่หานลืมตาขึ้นช้าๆก่อนที่จะค่อยๆเงยหัวขึ้นพร้อมบิดขี้เกียจ แต่ในขณะที่กำลังจะยกมือขึ้นก็รู้สึกหนักๆที่มือข้างที่ถนัดก็พบว่าตัวเองกำลังกุมมือของมินซอกอยู่ และดูเหมือนว่าร่างเล็กก็กุมมืออีกฝ่ายกลับเหมือนกัน ร่างสูงจึงค่อยๆแกะมือของอีกฝ่ายออก ก่อนจะมองไปรอบๆ

จงอิน เซฮุน และแบคฮยอนนอนอยู่ตรงโซฟากว้าง เนื่องจากโซฟาของทางโรงพยาบาลสามารถดึงเบาะออกมาวางได้ ทำให้นอนกันได้หลายคน จงอินนอนทางฝั่งซ้าย ดูเหมือนว่าเซฮุนจะทำเนียนนอนกอดแบคฮยอนอยู่ในความคิดของลู่หาน หน้าตานี่โคตรจะมีความสุขเสมือนได้ไปเจอ ชเวจีอูก็ไม่ปาน คือแบบหน้านี่โคตรฟิน

แบคฮยอนเป็นคนนอนหลับโคตรลึก ขนาดนาฬิกาปลุกตั้ง 5 เครื่อง และไม่ใช่ 5 เครื่องที่ดังติ๊ดๆธรรมดาด้วยนะ แต่เป็นแบบที่มีกระดิ่งสองข้างและมีค้อนตรงกลางตีทีนี้โคตรดัง ดังไปสามบ้านแปดบ้าน แต่เเม่งก็ยังไม่ตื่น!! มีแค่จุดเดียวเท่านั้นที่ทำให้ร่างกลมตื่น นั่นคือที่ฝ่าเท้า เอานิ้วไปลูบที่ฝ่าเท้าเบาๆเดียวรับรองตื่น เพราะฉะนั้นถ้าไม่โดนจุดนั้นล่ะก็แค่โดนเนียนๆกอดก็ไม่มีทางรู้สึกตัวหรอก­ ลู่หานที่เห็นแบบนั้นเลยค่อยๆลุกขึ้น แล้วเดินไปเอาแขนของเซฮุนที่กอดญาติของตัวเองอยู่ออก ก่อนที่แบคฮยอนจะตื่นมาอาละวาดจนเป็นเรื่องใหญ่

 

ก๊อกๆ

 

“ขออนุญาตนะคะ” เสียงพยาบาลสาวดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดประตู หมอเจ้าของไข้พ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนของร่างสูงเดินเข้ามาเพื่อดูอาการของร่างเล็กที่นอนอยู่

“อ้าว! ไอ้หาน? ตื่นแล้วหรอ?”

“ละเมอมั้ง”

“กวนxxxไม่เปลี่ยนเลยนะมึงเนี่ย” อี้ชิงส่ายหน้าเล็กน้อยกับคำตอบของร่างสูง “ดูเหมือนว่ามินซอกจะยังไม่ตื่นสินะ? งั้นคุณพยาบาลออกไปก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวเอาไว้ผู้ป่วยตื่นก่อนแล้วค่อยมาแล้วกันครับ” หันไปบอกพยาบาลสาวก่อนที่จะหันหลังเพื่อเดินออกจากห้อง

“เดี๋ยวไอ้อี้!” ลู่หานเรียกเพื่อนของตนที่กำลังจะเดินออกจากห้องจนอีกฝ่ายต้องหันหลังกลับมา “ว่า?”

“ตอนนี้มึงว่างไหม?”

“ก็ว่างแหละ ถามทำไม?”

“คือกูอยากถามมึงว่า...มึงรู้จักไอ้เปี๊ยกนี่ได้ยังไง?” ลู่หานถามต่อ สงสัยมาตั้งแต่ที่อี้ชิงเรียกชื่อมินซอกเมื่อวานแล้ว เขาเคยเล่าให้อี้ชิงฟังก็จริงว่ามีเพื่อนสนิทสมัยเด็กชื่อมินซอก แล้วรู้ได้ไงว่ามินซอกคือคนไหน เพราะน้ำเสียงก็ดูมั่นใจมากว่าเรียกไม่ผิดคน เมื่อได้ยินคำถาม คุณหมอก็หันไปบอกพยาบาลสาวให้ออกไปก่อนตนได้เลย พยาบาลสาวพยักหน้ารับก่อนที่จะออกไปจากห้อง อี้ชิงเดินเข้ามาใกล้ๆลู่หานแล้วจึงค่อยตอบคำถามออกอีกฝ่าย “มินซอกไม่เคยเล่าให้มึงฟังหรอ...ว่ากูกับมินซอกเป็นเพื่อนห้องสมุดน่ะ”

“ฮะ? เพื่อนห้องสมุด?” ถ้าเป็นการ์ตูนล่ะก็ เครื่องหมายคำถามคงจะเต็มหน้าลู่หานแน่ๆ

“แต่จะว่าไป มินซอกก็พูดเองนี่นาว่าห้ามกูบอกมึง” คุณหมอหนุ่มพูดต่อ แต่ตอนนี้คงบอกได้แล้วมั้ง? ไม่สิ! ควรบอกมากกว่า เผื่อว่าอะไรมันจะดีขึ้นกว่านี้...

“กูว่าเราไปคุยที่ร้านกาแฟที่อยู่ตรงสวนของโรงพยาบาลก็แล้วกันนะ...” คุณหมอหนุ่มกล่าวก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องผู้ป่วย ซึ่งแน่นอนว่าลู่หานก็ต้องเดินตามออกไปอยู่แล้ว

 

 

“ให้ตายสิ! ทำไมหนังสือวรรณกรรมมันต้องอยู่ชั้นบนด้วยเนี่ย? บันไดตรงนี้ก็ไม่มี เซ็งชิบ!” นักศึกษาปีสองตัวเปี๊ยกบ่นออกมา เมื่อหยิบหนังสือที่ต้องการไม่ได้เนื่องจากเตี้ยเกิน แถมตรงแถวๆนี้ก็ไม่มีบันไดเสียด้วย แล้วจะหยิบมาทำรายงานยังไงล่ะเนี่ย?

“พี่หยิบให้เอาไหมน้อง?” เสียงทุ้มๆดังขึ้นจากทางด้านหลัง มินซอกที่กำลังเขย่งหยิบหนังสือจึงหันไปมอง ก่อนจะพบกับนักศึกษาที่ดูท่าจะไม่ใช่คนเกาหลี แต่พอมองที่ป้ายชื่อก็พบกับแถบสีที่บ่งบอกชั้นปีว่าอยู่ปีสองเหมือนกัน ซึ่งพอชายหนุ่มผู้หวังดีเห็นป้ายชื่อของมินซอกก็ตกใจเล็กน้อย ก็แหม~ คนตรงหน้าก็ออกจะหน้าเด็ก ถ้าไม่ใส่ชุดนักศึกษาคงนึกว่าเด็กมัธยมแน่ๆ

“โทษทีๆ เห็นหน้าเด็กแถมตัวก็เล็กเลยคิดว่ารุ่นน้อง”

“ไม่เป็นไร โดนทักแบบนี้บ่อยแล้ว” นักศึกษาตัวเปี๊ยกส่ายหน้าไปมา “หวังว่าพอรู้ว่ารุ่นเดียวกันนายจะยังช่วยฉันหยิบหนังสืออยู่นะ”

“ได้ๆ ไม่มีปัญหาเล่มไหนล่ะ? เดี๋ยวหยิบให้”

“เล่มสีเขียวหน้าๆน่ะ” มินซอกชี้นิ้วไปที่หนังสือเล่มที่ตนต้องการ ชายหนุ่มจึงหยิบมาแล้วส่งให้นักศึกษาตัวเปี๊ยก

“ขอบคุณ” ตัวเปี๊ยกหยิบก่อนที่จะเดินไปเพื่อหาที่นั่ง แต่ก็ดูเหมือนว่าที่จะเต็มหมดแล้วเสียด้วย ร่างสูงที่เห็นท่าทางก็พอจะเดาได้ว่ามินซอกกำลังมองหาอะไร จึงเดินเข้าไปทัก

“หาโต๊ะนั่งอยู่หรอ?”

“อืม แต่มีคนเต็มไปหมด ถึงจะไม่มีคนก็มีของจอง เฮ้อออ~ มาช้าไปสินะ = =” มินซอกถอนหายใจ ดูท่าคงต้องยืมกลับไปอ่านที่ห้องสินะ แต่จะมีสมาธิหรือเปล่านี่ก็ยังคิดอยู่ เพราะเห็นว่าจงอินจะพาเพื่อนๆมาทำงานกลุ่มที่บ้านด้วย เสียงคงดังมากแน่ๆเขาถึงคิดจะมาทำรายงานที่ห้องสมุด

“งั้นไปนั่งกับฉันไหม? พอดีว่าฉันนั่งคนเดียว” ร่างสูงเสนอทางเลือกให้ มีหรอมินซอกผู้ต้องการความเงียบและโต๊ะที่นั่งจะไม่สนใจ

“ตกลง รบกวนด้วยนะ”

“ไม่เป็นไร” ชายหนุ่มพูดพร้อมยิ้มให้ “ว่าแต่คุยกันมาสักพักนายชื่ออะไรหรอ?”

“คิมมินซอก นายล่ะ?” คนตัวเล็กแนะนำตัวพร้อมรอยยิ้ม

“ฉัน จาง อี้ชิง ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

หลังจากแนะนำตัวเสร็จทั้งสองก็ไปนั่ง คนนึงทำรายงาน ส่วนอีกคนก็นั่งอ่านหนังสือแพทย์เตรียมสอบ เนื่องจากอี้ชิงเป็นนักศึกษาแพทย์ ซึ่งในระหว่างนั้นก็มีพูดคุยกันบ้าง ทำให้มินซอกรู้ว่าอี้ชิงเป็นคนจีนที่มาอยู่ที่เกาหลี และเพราะอี้ชิงเป็นคนคุยง่ายบวกกับชอบในสิ่งที่คล้ายๆกันเลยสนิทกันได้เร็วมากขึ้น ทั้งสองนั่งอ่านหนังสือทำรายงานของตัวเองจนหมดแสงอาทิตย์ ดวงจันทร์ค่อยส่องแสงขึ้นบ่งบอกถึงเวลากลางคืน จนกระทั่ง...

 

~♪♫  นัล อันแนแฮจวอ... yeah, กือแดกา ซัลโก อิดนึน โกเซ นาโด ฮัมเก เทรยอกาจวอ... oh, เซซังงึย กือทีราโด ดวีตารากัล เทนี ~ ♫♪

 

เสียงโทรศัพท์ของมินซอกดังขึ้นมา เรียกความสนใจของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ก็เพราะที่นี่คือห้องสมุด เป็นสถานที่ที่เงียบ ไม่ควรส่งเสียงดังและเสียงเรียกมือถือก็ใช่ว่าจะเบาเสียด้วย แถมตอนนี้ก็ยังอยู่ใน Quite Zone (เป็นโซนอ่านหนังสือโดยเฉพาะ ซึ่งจะเงียบมาก ก็เงียบสมชื่อโซนนั่นแหละ) มินซอกเลยต้องหันไปก้มหัวเล็กน้อยเพื่อขอโทษคนอื่นที่ตัวเองส่งเสียงดัง ก่อนจะดูชื่อที่โทรมา

 

ลู่หานนิ? โทรมาหาทำไมกัน? ไม่ได้อยู่กับคนๆนั้นหรือไง?

 

“ว่าไงลู่หาน?” เสียงกระซิบส่งถามปลายสาย

(นายอยู่ไหนเนี่ย?!!) ปลายสายตอบกลับมาเสียงดังลั่น ซึ่งน้ำเสียงก็ดูรีบๆ

“รู้แค่ว่าทำรายงานอยู่ก็พอทำรายงานอยู่ ว่าแต่โทรมามีอะไร?”

(คือวันนี้กูลืมเอากระเป๋าตังค์มา...) ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังคุยด้วยมีน้ำเสียงหงุดหงิดใส่ อาจจะเป็นเพราะโดนขัดตอนกำลังทำงานล่ะมั้ง?

“แล้วไงต่อ?”

(คือคีย์การ์ดกูอยู่ในกระเป๋าตังค์ เพราะฉะนั้น...) ไม่ต้องรอให้ลู่หานพูดต่อ มินซอกก็พอจะเดาได้เลยว่าทางปลายสายจะพูดอะไรต่อ

“ก็เลยเข้าหอไม่ได้ แล้วคนดูแลหอก็คงไม่อยู่ ก็เลยโทรมาหากูเพราะกูมีคีย์การ์ดห้องมึงใช่ไหม?” ด้วยความที่ทั้งสองคนชอบไปไหนมาไหนบ่อยๆและบางครั้งมินซอกเองก็มานอนค้างที่ห้องของลู่หาน เจ้าของห้องก็เลยให้คีย์การ์ดอีกอันเอาไว้ เพราะแต่ละห้องจะได้รับคีย์การ์ดสองอัน

(ก็ใช่แหละ เพราะฉะนั้น...)

“เออๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ รอหน่อยแล้วกัน แค่นี้นะ” พร้อมวางสายโดยไม่รอให้ปลายสายได้ตอบรับหรือตกลง อี้ชิงมองนักศึกษาตัวเปี๊ยกที่กำลังเก็บข้าวของทั้งหมดใส่กระเป๋า โดยในระหว่างที่เก็บของก็พูดกับอี้ชิงไปด้วย “ขอบคุณมากที่ให้มานั่งด้วย”

“ไม่เป็นไร ว่าแต่...ลู่หานนี่ใช่เดือนคณะอักษรป่ะ?” อี้ชิงตอบก่อนที่จะเอ่ยถามต่อ

“ใช่ นายถามทำไมหรอ? มีอะไรกับลู่หานหรือเปล่า?”

“ไม่ๆ ไม่ได้มีอะไรหรอก ก็แค่คิดว่าน่าจะใช่เท่านั้นเอง เพราะว่าเราสองคนเคยเรียนวิชารวมของทางมหาวิทยาลัยเซคเดียวกัน และหมอนั่นก็เล่าว่ามีเพื่อนสนิทสมัยเด็กอยู่คนนึง หน้านี่โคตรเด็ก ตอนเห็นมินซอกครั้งแรกก็คิดอยู่นะว่าจะใช่เพื่อนของลู่หานหรือเปล่า แล้วก็พอได้ยินเรียกชื่อของปลายสายว่าลู่หานก็ยิ่งมั่นใจมากกว่าเดิม ก็เลยถามเพื่อความมั่นใจแค่นั้นเอง” อี้ชิงตอบคลายความสงสัยให้กับมินซอก ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าให้เพื่อแสดงว่ารับรู้แล้ว

“งั้นฉันไปก่อนนะ”

“อืม ไว้เจอกัน เพราะฉันคงได้มาห้องสมุดอีกเรื่อยๆนั่นแหละ”

“ฉันเองก็เหมือนกัน คงได้มาที่นี่อีกเรื่อยๆเลย”

“ว่าอะไรนะ? ฉันฟังไม่ค่อยชัด” ร่างสูงถามขึ้น เพราะเสียงพูดแผ่วเบาที่ออกมาจากปากของคนตัวเล็ก มันเรียกความสนใจของอี้ชิงได้เป็นอย่างดี เพราะน้ำเสียงนั้นมันบอกถึงความเศร้าได้หน่อยๆ

“ไม่มีอะไรหรอกน่า” เมื่ออีกฝ่ายตอบมาแบบนี้ แม้จะเป็นห่วงกับน้ำเสียงก็เถอะ แต่การที่จะยุ่งเรื่องของคนที่พึ่งเจอวันเดียวกันก็คงจะดูเสียมารยาทไปเสียหน่อยล่ะนะ เอาไว้สนิทกันมากว่านี้แล้วค่อยถามก็แล้วกัน มินซอกเดินออกไปแล้วหลังจากที่พูดประโยคนั้น อี้ชิงที่เห็นว่ามินซอกเดินไปแล้วก็กลับมาก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือต่อ แต่ก็อ่านได้ไม่นาน เพราะว่า...

“นี่อี้ชิง” เสียงคนที่พึ่งเดินไปนั้นมาอยู่ที่ข้างๆตนอีกครั้ง อี้ชิงเงยหน้าขึ้นมาจากที่ก้มมองหนังสืออยู่พร้อมเอ่ยถาม “มีอะไรหรือเปล่ามินซอก?”

“ก็นิดหน่อย...”

“ว่ามาเลย” อี้ชิงพูดพร้อมรอยยิ้ม เมื่อเห็นท่าทีแบบนั้น มินซอกจึงพูดในสิ่งที่ตัวเองต้องการทันที “เรื่องที่เจอฉันในวันนี้ อย่าบอกลู่หานนะ”

“ฮะ? ทำไมล่ะ?” อี้ชิงถามเพราะไม่ค่อยอยากจะเชื่อหูตัวเองเสียเท่าไหร่ ทำไมวะ?

“เพราะฉันชอบอ่านหนังสือเงียบๆ มันทำให้มีสมาธิมากกว่า และช่วงนี้หมอนั่นก็ชอบชวนเที่ยวด้วยเสียด้วย ฉันไม่ค่อยอยากไป เพราะไม่อยากไปกขค.” อี้ชิงพอจะเดาได้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้อยากอ่านหนังสือเงียบๆหรอก แต่คงจะเป็นเพราะเหตุผลอื่นมากกว่า จากสีหน้าและสายตาก็พอจะเดาอะไรๆได้บ้างแต่ไม่ชัวร์ จะถามมันก็ดูจะยุ่งมากไปเสียหน่อย แถมช่วงนี้เดือนคณะอักษรอย่างลู่หาน ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นข่าวกับดาวคณะนิเทศอย่าง ปาร์ค โซวอนเสียด้วย

“โอเคได้ๆ ไม่บอกก็ไม่บอก” เมื่อเห็นว่าอี้ชิงรับปาก รอยยิ้มก็ปรากฎขึ้นที่ริมฝีปากของนักศึกษาตัวเปี๊ยกพร้อมกับคำขอบคุณก่อนที่จะเดินจากไป

 

หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา มินซอกก็มักจะมานั่งอ่านหนังสือหรือทำรายงานกับอี้ชิงที่ห้องสมุดตลอด ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนสนิทกันมากเรื่อยๆ อีกอย่างถึงอี้ชิงจะดูเป็นคนที่ออกจะมึนไปบ้าง แต่ก็คุยด้วยสนุกและเป็นคนตลก วันเดือนผ่านไปเรื่อยๆ อี้ชิงชอบสังเกตท่าทีของลู่หานเวลาอยู่กับมินซอกเมื่อมองจากไกลๆ ดูน่ารักและเข้ากันดี

 

จนกระทั่งวันหนึ่งที่เรื่องราวทุกอย่างเปลี่ยนไป...

 

เพราะอยู่ดีๆ อี้ชิงก็เห็นถึงความเปลี่ยนไประหว่างเพื่อนซี้สองคนนั้น ทั้งลู่หานและมินซอก แต่เขาก็ไม่เคยจะได้ถาม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะไม่มีจังหวะที่จะให้ถามเสียด้วย ระยะห่างที่ดูเหมือนจะมากขึ้นเรื่อยๆ รู้ตัวอีกที... นักศึกษาแพทย์ก็เห็นว่าทั้งสองคนแยกห่างกันอย่างสมบูรณ์ ลู่หานที่มักมีโซวอนคอยตามติด กับมินซอกที่มักอยู่คนเดียวเสมอ แต่เพราะมันเป็นเรื่องของคนสองคน อี้ชิงก็เลยไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง? จึงได้แต่ปล่อยให้เป็นไปตามชะตากรรม แต่ก็หวังว่าทั้งสองคนจะกลับมาสนิทกันเหมือนเดิม

 

จนถึงเมื่อวานตอนเย็นนั่นแหละ... ที่เหมือนคำอวยพรของอี้ชิงจะได้ผล...

 

เพราะชายหนุ่มเพื่อนชาวจีนของเขาที่เป็นห่วงมินซอกออกนอกหน้าขนาดนั้น ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะทำงานด้วยกัน แต่อี้ชิงก็ดูออกว่าสิ่งที่ทำออกมามันดูไม่ได้ทำออกมาจากหัวใจ แต่เมื่อเย็นวานมันไม่ใช่ สีหน้าและแววตาของลู่หานบ่งบอกว่าห่วงคนตัวเล็กมากแค่ไหน เมื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ลู่หานฟัง ชายหนุ่มที่ท่าทีที่นิ่งสงบ สมองเรียบเรียงคำพูดทุกอย่างพร้อมดูดอเมริกาโน่เย็น ข้อมูลทั้งหมด... ปริศนาทั้งหมด... มันคลี่คลายแล้ว...

“ขอบใจนะอี้ชิง”

“ฮะ?”

“ขอบใจมึงจริงๆ” ลู่หานพูดเพียงเท่านั้นก็รีบวิ่งออกจากร้าน แล้วกลับเข้าไปในตึกของโรงพยาบาลทันที ทิ้งให้อี้ชิงนั่งเงิบอยู่ที่โต๊ะ แถมแก้วอเมริกาโน่เย็นแก้วนั้นก็ยังไม่ได้จ่ายด้วย ลืมเฉยเลยให้ตายสิ! แต่ก็เอาเถอะ... ดูท่าเหมือนว่าพอเล่าเรื่องให้ฟังแล้ว มีแววว่าเรื่องของสองคนนั้นจะดีขึ้นกว่านี้ล่ะนะ

 

~♪♫  นัน ทดชึล อลรยอ กึทกาจิ พารัมเม นัลชิดโก, Woah oh oh oh oh oh oh oh oh oh, กาชิลรอจิน ซูมยอนเย โยทงงึลแจวอ ~ ♫♪

 

เสียงโทรศัพท์ของอี้ชิงที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น คุณหมอหนุ่มรีบหยิบขึ้นมาเพื่อดูชื่อของปลายสายเผื่อตัวเองโดนตามตัว แต่เมื่อเห็นชื่อ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ปรากฎขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจรับสายนั้น...

“โทรมาแบบนี้... คงจะถามเรื่องมินซอกสินะ?”

(ยังเดาใจฉันเก่งเหมือนเคยเลยนะ สมแล้วที่เคยเป็นผู้ช่วยกันมาก่อน)

“ถ้าเป็นเรื่องนั้นนายก็ไม่ต้องห่วงไปหรอก อาการปกติดี ที่ให้นอนโรงบาลก็คือเพื่อดูอาการก็เท่านั้นเอง” คุณหมออธิบายอาการของมินซอกให้ทางปลายสายฟัง ก่อนจะรู้สึกได้ว่าที่ทางปลายสายโทรมามันน่าจะมีอะไรมากกว่านั้น “แต่นายคงไม่โทรมาแค่นี้สินะ”

(ช่ายยย~ เดาใจเก่งเหมือนเคยนิ ปรบมือ!) ปลายสายปรบมือให้คุณหมออดีตผู้ช่วยของตน (ก็แค่อยากถามว่านายพูดอะไรกับลู่หานก็แค่นั้นเอง?)

“อย่างนาย ยังต้องถามด้วยหรอ? หึๆ”

(ก็แค่ถามเป็นมารยาทเท่านั้นแหละ) ปลายสายตอบด้วยน้ำเสียงติดจะกวนเสียหน่อย คุณหมอได้แต่ส่ายหน้าเบาๆแบบปลงๆ ก็นะ...ถึงจะเห็นแบบนั้น แต่ ฮยุนมูก็ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อมดที่มีอยู่ไม่กี่คนในโลกใบนี้ ถ้าถามว่ารู้ได้ยังไง? ก็ต้องบอกว่าเพราะเคยไปเป็นผู้ช่วยมาก่อน แต่ถ้าถามถึงสาเหตุว่าทำไมถึงกลายไปเป็นผู้ช่วยได้ก็คงจะยาว...

เพราะฉะนั้น...ก็ข้ามมันไปเถอะ! = =

“ว่าแต่ว่า นายไม่ทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือไง?” อี้ชิงถามขึ้น ก็แหม~ ตอนเห็นนี่ก็อึ้งไปเหมือนกันนะ ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอมินซอกในสภาพแบบนี้

(ทำเกินไป? เรื่องอะไร? นี่หรือว่า...?!)

“ก็อย่างที่นายคิดนั่นแหละ คงลืมไปแล้วสินะว่าฉันเป็นผู้ช่วยของนายถึงจะเลิกเป็นแล้วก็เถอะ แต่เวทย์ที่เกี่ยวกับการสร้าง ลบ หรือแก้ไขของนายจะใช้ไม่ได้กับผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับเวทย์มนตร์ ยกเว้นแต่ว่านายจะระบุด้วยว่าจะไม่ให้ใครได้รับผลกระทบนั้นๆ ซึ่งเท่าที่ดู...ลู่หานเองก็ไม่ได้รับผลกระทบนั้นใช่ไหม?”

(แน่นอน...แต่ก็เพราะนาย ดูเหมือนว่าลู่หานจะรู้ความจริงที่ตัวเองอยากรู้แล้วล่ะ ยังไงก็ต้องขอบใจนายมาก)

“แต่มันก็บังเอิญดีนะ...ฉันเป็นผู้ช่วยของนายตอนมัธยม พอมามหาวิทยาลัยก็เป็นเพื่อนกับทั้งลู่หานและมินซอก ซึ่งพอสองคนนั้นเรียนจบก็ไปเป็นนักเขียนในสำนักพิมพ์ของนาย” อี้ชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก

(นายเนี่ยนะ ก็เคยบอกไปแล้วนิ ว่า โลกนี้ไม่มีความบังเอิญ จะมีก็แต่พรหมลิขิต น่ะ) ปลายสายบ่นออกมาเล็กน้อย ซึ่งคนฟังก็ได้แต่ส่ายหน้าปลงๆ

“โอเคๆ ขอโทษที่ลืม”

(ดีมาก งั้นฉันไปทำงานก่อนต่อนะ)

“โอเค งั้นวางนะ”

(อ๋อ! เดี๋ยว!! อย่าพึ่งวาง) อี้ชิงเตรียมตัวจะกดวางสาย แต่ทางปลายสายก็เรียกไว้ได้ทัน

“มีอะไรอีกงั้นหรอ?”

(ก็เรื่องเด็กคนนั้น...ฉันหาเขาเจอแล้ว คามจริงก็เจอมาได้สักพักแล้วล่ะ แต่เพื่อความมั่นใจก็เลยต้องเช็กดูสักหน่อย ซึ่งก็ใช่เสียด้วย)

“เด็กคนนั้น? นี่หรือว่า...”

(ก็คนที่นายตามหามาตลอด รักแรกของนายนั่นแหละ) ปลายสายตอบกลับมา ทำเอาอี้ชิงช็อก เพราะเขาจำได้ว่าไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังนี่นา แล้วหมอนั่นจะไปรู้มาได้ไง?

(ถ้ากำลังคิดว่าฉันรู้ได้ยังไงล่ะก็ ก็จำได้ว่าเคยบอกอีกเหมือนกันนั่นแหละ ว่า หากบอกชื่อให้คนอื่นรู้ก็เท่ากับยอมให้เขาจับปลายของวิญญาณเรา แถมยิ่งปล่อยให้รู้วันเกิดก็เท่ากับบอกให้เขารู้อดีต ความเป็นมาเป็นไปของตัวเองน่ะ)

 

บางทีจางอี้ชิงคนนี้ก็รู้สึกเบื่อพ่อมดเจ้าเล่ห์นี้เบาๆ = =

 

“แล้วเด็กคนนั้นอยู่ไหน?”

(อยู่ที่สำนักพิมพ์ของฉันนั้นแหละ แต่ไม่บอกหรอกนะว่าคนไหน? เพราะนายน่าจะจำได้ทันทีที่เห็น)

“ขอบใจมาก” อี้ชิงได้แต่รอวันหยุดเพื่อที่จะไปหารักแรกของตัวเองที่สำนักพิมพ์ไม่ไหวแล้ว

(ไม่เป็นไร แค่นี้นะ บาย~) ก่อนที่จะสายไปในทันที อี้ชิงหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองขึ้นมาดูรูปที่อยู่ภายในรูปเก่าของเด็กสองคน คนนึงก็คือเขาเอง ส่วนเด็กน้อยอีกคนก็เป็นรักแรกของเขา

 

หวังว่าจะยังจำพี่ได้อยู่นะ...เป็ดน้อย J

 

คุณหมอนั่งดูรูปสมัยก่อนได้ไม่นาน ก็มีสายเข้า ซึ่งเป็นหมายเลขที่ไม่โชว์เบอร์เสียด้วย

“สวัสดีครับ? นั่นใคร?”

(ผมก็เป็นคนที่มีข้อเสนอมาเสนอคุณไง?) น้ำเสียงเจ้าเล่ห์พูดขึ้น ซึ่งอี้ชิงรู้สึกไม่ค่อยดีกับน้ำเสียงแบบนี้เท่าไหร่

“คุณเป็นใครกันแน่!!?”

(ไม่สำคัญหรอก แต่ถ้านายอยากเจอกับคนที่นายอยากเจอ อยากให้เขาจำได้ และรักนายในทันทีที่เห็น ฉันทำให้ได้)

“ว่าไงนะ?!

(ขอเพียงแค่นายทำให้ลู่หานกับมินซอกแตกคอกันได้มากกว่าเดิมแค่นั้นเอง) ปลายสายยื่นข้อเสนอมาทันที ซึ่งข้อเสนอแบบนี้มันก็น่าสนใจดีหรอกนะ แต่ว่า...

“ความรักที่ได้จากการบังคับมันจะไปมีค่าอะไร! ฉันมีความสามารถพอที่จะทำให้คนๆนั้นรักฉันได้!” คุณหมอหนุ่มพูดกับปลายสายด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น แต่ก็ได้เสียงหัวเราะกลับมา

(มั่นใจจังเลยนะ งั้นดูท่าว่าถ้ามีอุปสรรคเสียหน่อยก็คงจะ...)

((อย่ามาคิดแย่งอดีตผู้ช่วยของฉันให้ไปอยู่ฝั่งนายง่ายๆเลยจะดีกว่า! โอริว!)) เสียงของสายก่อนหน้าโผล่ขึ้นมาแทรกเหมือนเป็นสายซ้อน

(หึ! ในเมื่อพ่อมดสายขาวอย่างฮยุนมูออกตัวมาแบบนี้ ฉันก็คงจะไม่ยุ่งกับนายแล้วล่ะ ‘จาง อี้ชิง แต่คงจะไปยุ่งกับคนของนายแทน J)

((ถ้าคิดว่าจะยุ่งได้ก็ลองดูแล้วกันนะ ตราบใดที่ยังมีฉันอยู่ อย่าหวังเลยว่านายจะทำได้ เพราะตอนที่เรียนเวทมนตร์มา นายก็ไม่เคยเอาชนะฉันได้เลยนิ))

(มั่นใจขนาดนั้นเชียว มันก็ไม่แน่เสมอไปหรอกนะ เพราะอย่างน้อยๆนายก็น่าจะรู้ว่าเรื่องลู่หมินที่เป็นแบบนี้มันเป็นเพราะใครที่ทำให้นายต้องยุ่งยากแบบนี้)

((นาย!!))

(แค่นี้แหละ บาย~) ปลายสายตัดไป ทำให้เหลือแต่อี้ชิงกับฮยุนมูในสายนี้เท่านั้น

“คนเมื่อกี้คือ...?”

(โอริว...เป็นพ่อมดเหมือนกันกับฉัน แต่เราอยู่กันคนละสาย ฉันสายขาว ส่วนมันสายดำ ซึ่งขาวกับดำน่ะไม่ถูกกันอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา)

“อาหะ”

(นายไม่ต้องห่วงหรอกนะเรื่องเด็กคนนั้น รักแรกของนาย อย่างที่บอก...ฉันจะช่วยปกป้องดูแลเขาเอง) ปลายสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง ทำให้อี้ชิงคลายกังวลไปได้บ้าง

“ขอบใจนายมาก”

(ไม่เป็นไร ดูเหมือนว่าต้องไปเตรียมตัวรับเรื่องของลู่หมินที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเร็วๆนี้แล้วล่ะ แค่นี้นะ) พร้อมตัดสายไป ทิ้งให้คุณหมอหนุ่มคิดถึงบทสนมนาเมื่อครู่ ก่อนจะนึกถึงจำนวนวันหยุดที่เหลืออยู่...

 

ดูท่าคงต้องลางานแล้วล่ะ ก่อนที่จะเกิดเรื่องแย่ๆกับเรื่องของเขากับเด็กคนนั้น...

 






 


:: 30 / 01 / 58 ::

เป็นยังไงบ้างงงงงสบายดีหรือเปล่า?
เค้ามาต่อจนครบ 100% แล้วน้าาาา ทำไมแลดูคนอ่านหายๆอ่า?
สอบกันหรือป่าว?? เงียบเกิ้น 55555
ปมเหมือนจะเฉลยแต่ก็มีปมใหม่มาอีก ไม่ร้องนะไม่ร้อง
ตอนนี้ก็มีตัวละครลับมาอีกละ พ่อมดทั้งสองคน
บอกใบ้ให้ว่าความหมายของชื่อของพ่อมดทั้งสองคนนั้นมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
แล้วเด็กคนนั้นของอี้ชิงคือใครนะ? เรื่องนี้เดียวมีเฉลยแน่นอน ไม่ปล่อยให้งงนานหรอก
คงจะพอเดาเรื่องอี้ชิงได้แล้วเนอะว่ารู้เรื่องมินซอกแน่นอน
อย่าลืมติดตามต่อนะ อิอิ

ปล.รักคนอ่านทุกคน
ปลล.ขอบคุณทุกคอมเม้นและทุกแท็กน้าาาา
ปลลล.ถ้าเจอคำผิดก็บอกกันได้เลย เค้าไม่กัด 55555

 




 

:: 27 / 01 / 58 ::

เป็นยังไงบ้างงงงง~ สบายดีหรือเปล่า?

ตอนแรกว่าอาจจะไม่ได้มาอัพเพราะต้องพรีเซนต์เดโมโปรเจ็กต์จบ

แต่ว่ามันเลื่อนไรต์เลยว่างมาลงให้ เอาไป 66% ก่อนแล้วกันเนอะ

ใครโทรมากันนะ? แล้วพี่ลู่รู้อะไรกันแน่?

ตอนนี้มีอดีตมาเกี่ยวข้องแล้ว เริ่มจะคลายปมแล้ว มั้ง? 55555

อย่าลืมติดตามที่เหลืออีก 34% น้าาา~


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

511 ความคิดเห็น

  1. #511 CHOMPOO_XM_MS (@CHOMPOO_XM_MS) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 01:34
    อ่านตอนนี้กี่ทีก้ได้ยินเสียงคุณยูโกะลอยมาทุกที55
    #511
    1
    • #511-1 First's Love (@first1209) (จากตอนที่ 15)
      28 เมษายน 2560 / 10:23
      ช่วงนั้นกำลังอิน ดูเรื่อง xxxHolic หลายรอบมากกกก ชอบสุด 55555555
      #511-1
  2. #371 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 22:08
    นี่เลย์ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปเหรอเนี่ยย แถมที่สามคนนี้ได้มารู้จักกันก็ไม่ใช่ความบังเอิญด้วย รักแรกของเลย์ เป็ดน้อย อร๊ายย อย่าบอกนะว่า...
    #371
    0
  3. #304 Kamolporn Muang Ngern (@daaohsehun-94grh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:01
    เอ่อ..คืองงคร้าา 55 สู้ๆและกานน ลู่หมินรักกานไวๆน้าา
    #304
    0
  4. #303 Noeyna22810 (@noey1cyp) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 17:16
    คือ เอาตรงๆ ก็งงๆอยู่อ่ะTT^TT
    จะพยายามทำความเข้าใจ
    สู้ๆค่ะ

    #303
    0
  5. #302 Steamed Dumpling (ซาลาเปา) (@lovetomyh) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 12:11
    มันก็เคลียร์อ่ะนะ แต่ว่ายังไงก็ยังงงอยู่ 555 เป็ดน้อยน่จะใช่จงแดรึป่าวน้า
    #302
    0
  6. #301 PiiProud (@papraw9) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 04:53
    พี่ลู่ฉลาดขึ้นสักทีสิ่นะ
    #301
    0
  7. #300 ppakkad (@ppakkad) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 01:13
    ตัวละครปริศนาเยอะมากแงงง้แต่ลุ้นดีเราชอบ55555
    #300
    0
  8. #299 milkyLM (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 22:23
    ใครรความหมายของโอริวกะฮยุนมูคืออัลไลล
    #299
    0
  9. #298 chayamook (@mookinavipworld) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 21:56
    เด็กคนนั้นนี่ใครกันนนน ชักอยากจะรู้ว่าใคร
    #298
    0
  10. #297 chayamook (@mookinavipworld) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 13:50
    ใครโทรมาเนี้ยยยยยยยย ไอว้อนทูโนวมาก
    #297
    0
  11. #296 Ja NarutoSoul (@ja13naruto) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 11:53
    ค้างงงงง ไรท์รีบมาน้า ใครโทรมาหาอาอี้น้อ
    #296
    0
  12. #295 Miruku8 (@miruku_j) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 01:34
    เรื่องราวในอดีตเริ่มโผล่มาเรื่อยๆละ ปมจะได้คลายซะที แล้วใครโทรมาหาอี้ชิงกันน้า ลู่หานรีบๆฉลาดได้แล้ว55555
    #295
    0
  13. #294 Miruku8 (@miruku_j) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 02:13
    อะไรยังไง ยิ่งอ่านยิ่งมึน ไรท์พาเค้ามึนน้าาาาา
    #294
    0
  14. #293 chayamook (@mookinavipworld) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 20:22
    มีปมอย่างต่อเนื่องก็งงอย่างต่อเนื่อง เอิ้กก
    #293
    0
  15. #292 unknow-10012 (@mangpor-desu) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 10:05
    อยากอ่านๆๆๆๆ >[]< จะรอนะค่ะ สู้ๆ
    #292
    0