[EXO] Lumin : Change! [ Boy to Girl ] :: [END]

ตอนที่ 14 : Boy to Girl :: Chapter 12 :: In the Hospital , Dr. Zhang Yixing

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 787
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    24 ม.ค. 58






























ที่โรงพยาบาลXXX

 

“พี่ลู่! พี่หมินเป็นยังไงบ้าง?!” แบคฮยอนที่พึ่งมาถึงโรงพยาบาลหลังจากที่จัดการเรื่องแฟนคลับที่มางานแฟนไซน์เรียบร้อยแล้วเอ่ยถามลูกพี่ลูกน้องของตนที่นั่งรออยู่ที่หน้าห้องตรวจกับเซฮุน ลู่หานได้แต่นั่งจ้องห้องตรวจอยู่ตลอดเวลา ไม่ฟังแม้คำถามที่ร่างกลมเอ่ยถาม

“ตอนนี้หมออี้ชิงที่เป็นเพื่อนกับเฮียลู่กำลังตรวจอยู่” เซฮุนจึงต้องเป็นฝ่ายตอบคำถามของแบคฮยอนแทน ซึ่งร่างกลมก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนที่จะมองหน้าลู่หานแล้วหันมากระซิบกับแบคฮยอนว่า “คือก็ไม่ได้อยากให้พี่หมินป่วยแบบนี้หรอกนะ แต่ความจริงเป็นแบบนี้ก็ข้อดีอย่างนึงนะ”

“ข้อดีอะไรของนาย?!”

“อย่างน้อยก็ได้เห็นใครบางคนแถวนี้สติแตกน่ะนะ” เซฮุนตอบก่อนที่จะนึกไปถึงตอนที่อยู่บนรถ และตอนที่มาถึงโรงพยาบาล...

 

 

“เซฮุน! ขับเร็วๆหน่อยดิวะ!” ลู่หานที่นั่งอยู่ด้านหลังคอยประคองมินซอกที่หมดสติหันไปสั่งเซฮุนเนื่องจากเห็นสีหน้าของร่างเล็กซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย

“คือเฮียลู่ ผมก็ขับเร็วสุดได้แค่นี้แหละ แล้วอีกอย่างตอนนี้รถก็เยอะด้วยเพราะมันเป็นชั่วโมงเร่งด่วน!

“อดทนหน่อยนะเปาจื่อ อย่าพึ่งเป็นอะไรไปนะ” ลู่หานพูดกับมินซอกที่ไร้สติ ได้แต่หวังว่าคำพูดของเขาร่างเล็กจะรับรู้บ้าง หวังให้คำพูดของเขาลดความทรมานของร่างเล็กตรงหน้าบ้าง ส่วนเซฮุนก็มองทั้งคู่จากกระจกหลัง

 

เปาจื่อ?อย่างนั้นหรอ...?

 

ทำไมโอเซฮุนคนนี้คุ้นชื่อนี้จัง? เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน และถ้าจำไม่ผิดก็คงเป็น...

 

“ก็อย่างที่บอก ฉันไม่ทำร้ายผู้หญิง ใครจะไปกล้าทำเปาจื่อได้ลงล่ะจริงไหม?”

“อย่ามาเรียกกูว่าเปาจื่อ!”

“จะเก็บไว้ให้มันเรียกคนเดียวสินะ แต่เท่าที่ดูมันคงไม่มีทางกลับมาเรียกเธอว่าเปาจื่ออีกแล้วล่ะ”

“และในเมื่อไม่มีใครเรียกชื่อนี้ของเธอแล้ว ให้ฉันเรียกยังดูมีประโยชน์เสียกว่าเลยจริงไหม? J

“ต่อให้ไม่มีใครเรียกชื่อนี้ของกูก็ตาม แต่กูก็ไม่ให้คนอย่างมึงเรียกแน่นอน! เพราะคนที่กูจะยอมให้เรียกชื่อนี้ นอกจากคนในครอบครัวแล้ว ก็จะมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น!

 

คนนึง...แม้จะเป็นฉายาที่เหมือนจะไม่มีความสำคัญสักเท่าไหร่ แต่เจ้าของฉายาก็ไม่เคยคิดจะให้คนอื่นเรียก...

ส่วนอีกคน...ทำไปไม่ห่วงไม่สนใจ ทั้งๆที่ก็สนใจอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา เป็นห่วงมากขนาดนี้แท้ๆ...

 

แต่ก็เพราะความซึนและทิฐิของทั้งคู่อีกนั่นแหละ เรื่องมันถึงได้เป็นแบบนี้? สำหรับโอเซฮุนนั้น หากอยากรู้ต้องได้รู้ เพราะฉะนั้นมีหรือที่เขาจะไม่สืบเรื่องของลู่หานและมินซอก แต่ก็รู้แค่ว่ามีเรื่องผิดใจกันแค่นั้นเอง เพราะขนาดน้องชายอย่างจงอินยังไม่รู้เรื่องเลย แบคฮยอนเองก็เหมือนกัน รายนั้นก็รู้แค่ว่าทั้งสองคนไม่ถูกกัน ถ้ารู้ปัญหาและสาเหตุมันก็คงจะดีไม่ใช่น้อย ทั้งสองคนจะได้มีทางที่จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมบ้าง

จุดประสงค์ที่เซฮุนคอยจับทั้งลู่หานและมินซอกมาอยู่ด้วยกัน ไม่ใช่เพราะว่าความสนุกที่เห็นทั้งสองคนเถียงกันเท่านั้น แต่เพื่อให้ทั้งสองคนได้มีการพูดคุยกันมากขึ้น เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะจากการที่พาทั้งสองคนมาอยู่ด้วยกันบ่อยๆก็พอจะสังเกตได้ว่าบางที ลู่หานอาจจะรู้อะไรเรื่องมาบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องที่เคยเข้าใจผิดกัน เนื่องจากเทาเคยเล่าให้เซฮุนฟังว่าหลังจากที่เกิดเรื่องใหม่ๆ ทั้งสองคนแถบไม่เชียดเข้ามาใกล้กันเลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะลู่หานที่แม้แต่หน้ามินซอกก็ไม่อยากจะมอง แต่พอผ่านสักพักลู่หานก็เริ่มเปลี่ยนท่าทีเป็นแบบที่เป็นในปัจจุบัน คือจะเน้นจิกกัดมากกว่า ซึ่งเริ่มมาเป็นก่อนที่จะเข้ามาเป็นนักเขียนที่สำนักพิมพ์โซลเมท

หลังจากที่ขับรถไปมองลู่หมินที่นั่งอยู่เบาะหลังไป คิดเรื่องทั้งสองคนไปเรื่อยๆ รู้อีกทีก็ขับมาจนถึงโรงพยาบาล ซึ่งทันทีที่ถึงโรงพยาบาล โอเซฮุนเรียบขับไปที่จุดส่งผู้ป่วยฉุกเฉินก่อนจะเอารถไปจอด ส่วนลู่หานก็อุ้มมินซอกเข้าไปในโรงพยาบาล พอพยาบาลและเวรเปล(พนักงานที่คอยรับคนไข้อยู่ตามประตูทางเข้า)เห็นก็รีบเอาเตียงมา เมื่อร่างสูงเห็นก็ค่อยๆวางมินซอกลงบนเตียง

“ฝากด้วยนะครับ”

“ไม่ต้องห่วงนะคะ ขอโทษนะคะ...ขอทราบอาการเบื้องต้นของผู้ป่วยหน่อยได้ไหมคะ?” พยาบาลสาวเอ่ยถามลู่หาน

“จากที่สังเกตเหมือนว่าเขาจะปวดท้องนะครับ รู้สึกจะแถวๆท้องน้อย พอถามเธอก็ไม่ยอมบอกว่าเป็นอะไร แต่ดูเหมือนว่าเธอจะปวดท้องมากพอสมควร จนเธอเป็นลมไปเลยนะครับ ว่าแต่ว่ามินซอกเป็นอะไรหรอครับ?”

“ทราบแล้วค่ะ ยังไงก็ใจเย็นๆไว้ก่อนนะคะ ตอนนี้ผู้ป่วยอยู่กับทางเราแล้ว ตอนนี้กำลังตามหมอมาอยู่นะคะ เพราะฉะนั้นรบกวนนั่งรออยู่ด้านนอกก่อนนะคะ” พยาบาลสาวพูดก่อนที่จะเข้าไปข้างในห้อง ลู่หานนั่งรออยู่อย่างใจจดใจจ่อ

“เฮีย...พี่หมินเป็นไงมั้ง?” เซฮุนที่จอดรถเสร็จและมาสมทบกับลู่หานถามขึ้น

“รอหมออยู่น่ะ เห็นว่าวันนี้คนไข้เยอะแถมหมอก็มากันน้อย ก็เลยต้องเสียเวลาตามหมอน่ะ” ลู่หานอธิบายด้วยน้ำเสียงที่ค่อยข้างเรียบ แต่โอเซฮุนคนนี้รู้ดีว่าภายในใจของลู่หานนั้นร้อนรนขนาดไหน

“เดี๋ยวนะ! นี่มันเลือดนิ! ผู้ป่วยไม่ได้มีแผลอะไรมาไม่ใช่หรอไง?” เสียงพยาบาลที่อยู่ข้างในดังขึ้น ถึงแม้จะไม่ดังมาก แต่ก็พอที่จะให้คนที่นั่งอยู่หน้าห้องอย่างลู่หานได้ยิน ซึ่งพอร่างสูงได้ยินก็แทบจะพุ่งเข้าไปในห้องทันที

“ใจเย็นๆดิเฮีย! ปล่อยให้พยาบาลเขาทำหน้าที่ไป เฮียเข้าไปก็จะมีแต่เกะกะเขาเปล่าๆน่า”

“อ้าว! หาน!? มาทำอะไรที่นี่ล่ะ?” ลู่หานชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงเรียก พอหันไปก็พบกับเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยอย่าง จาง อี้ชิง ซึ่งใส่ชุดกราวของหมออยู่

“ไอ้อี้! มึงอยู่ที่นี่ได้ไงเนี่ย?!”

“ก็กูเป็นหมออยู่ที่นี่”

“มึงต้องช่วยเปาจื่อนะ กูขอร้องล่ะ!”

“ปะ...เปาจื่อ?”

“ก็...”

 

ครืดดด~

 

พยาบาลสาวเปิดประตูออกมาพร้อมกับหญิงสาวที่ลู่หานกำลังพูดถึงกำลังเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ซีดเสียว เหมือนคนหมดแรง ซึ่งเรียกความสนใจของทั้งสามคนที่ยืนอยู่หน้าห้องได้เป็นอย่างดี

“เปาจื่อ!!

“พี่หมิน!!

“อ้าว! เป็นมินซอกเองหรอกหรอที่เป็นผู้ป่วยที่ผมต้องตรวจ?” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามพยาบาลสาวที่กำลังพยุงร่างเล็กอยู่

“ใช่แล้วค่ะ”

“แล้วนี่จะพาผู้ป่วยไปไหนล่ะ?”

“ไปห้องน้ำค่ะ พอดีว่า...เอ่อ...คือ...” พยาบาลสาวเงียบลง พลางทำหน้าคิดว่าจะพูดหรือไม่พูดดี แต่ความจริงมันก็เป็นเรื่องธรรมชาติแหละนะ ถ้าเป็นเธอจะบอกก็ได้ แต่กับผู้ป่วยคนนี้ จะบอกได้หรือเปล่านะ? ส่วนลู่หานที่ได้สติก็แทบจะพุ่งเข้าไปหามินซอกซึ่งมีพยาบาลสาวคอยประคองอยู่

“เปาจื่อ! เป็นยังไงบ้าง? ปวดท้องมากไหม? ทำไมหน้าถึงได้ซีดแบบนี้ล่ะ?” และเพราะสรรพนามที่เปลี่ยนกลับมาเหมือนเมื่อก่อน มินซอกที่ไม่คิดว่าจะได้ยินอีกฝ่ายเรียกตนแบบนี้ ความรู้สึกที่มีอยู่ในความคิด ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ลึกมากแค่ไหนก็ตาม แต่แค่ได้ยินอีกฝ่ายเรียกด้วยสรรพนามสมัยก่อน หัวใจที่เหี่ยวก็พองฟูขึ้นมา

“ละ...ลู่หาน...”

“นายเป็น...” ไม่ทันที่ร่างสูงจะพูดจบประโยคก็หันไปเห็นรอยเลือดที่เปื้อนอยู่ที่กระโปรงทางด้านหลัง “หรือว่า...”

กูเป็นเมนส์ จะให้กูไปเข้าห้องน้ำหรือยัง?” น้ำเสียงเบาๆเหมือนคนหมดแรงแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความหงุดหงิดออกมาจากปากของร่างเล็ก เมื่อชายทั้งสาม (ลู่หาน เซฮุน อี้ชิง) ได้ยินก็เงิบเล็กน้อย ก่อนจะเป็นคุณหมอเอ่ยขึ้นมา “ผมว่าคุณพยาบาลลีพาผู้ป่วยไปเข้าห้องน้ำก่อนดีกว่า ส่วนพยาบาลปาร์คช่วยไปเตรียมชุดผู้ป่วยมาให้มินซอกเปลี่ยนดีกว่า เพราะรู้สึกว่าเลือดจะเปลอะกระโปรงเยอะอยู่”

“ค่ะคุณหมอจาง” พยาบาลทั้งสองรับคำ ก่อนที่พยาบาลลีจะพามินซอกไปเข้าห้องน้ำ ส่วนพยาบาลปาร์คที่ยืนอยู่ในห้องตรวจก็เตรียมไปหาชุดผู้ป่วยมาให้มินซอกเปลี่ยน

“งั้นอาการปวดท้องของมินซอกก็เป็นเพราะ...”

“ก็คงเป็นเพราะเป็นเมนส์เนี่ยแหละ” อี้ชิงเฉลย ลู่หานและเซฮุนต่างก็โล่งอก แต่ประโยคถัดมาของหมอหนุ่มก็ทำให้ทั้งเซฮุนและลู่หานกลับมาเครียดอีกครั้ง “แต่ก็ต้องตรวจดูอีกทีเพื่อความมั่นใจหน่อยแล้วกัน นอนดูอาการที่นี่สักคืน เพราะถ้าปวดหนักๆแบบนี้ก็อันตรายอยู่”

หลังจากที่พยาบาลพามินซอกไปใส่ผ้าอนามัยเสร็จเรียบร้อยแล้วก็กลับมาที่ห้องตรวจที่คุณหมอจางรออยู่ จนถึงปัจจุบันที่แบคฮยอนตามมาสมทบนั่นแหละ

 

ครืดดด~

 

ประตูห้องตรวจเปิดขึ้นอีกครั้ง เรียกความสนใจของชายทั้งสามได้เป็นอย่างดี อี้ชิงเดินออกมาพร้อมเตียงเข็นที่มีร่างเล็กนอนหลับอยู่

“พี่อี้ชิง!” แบคฮยอนทักด้วยน้ำเสียงที่ติดจะงงๆ แต่พอเห็นเสื้อกราวก็พอจะเดาได้แล้วว่าคงจะเป็นหมอเจ้าของไข้ของมินซอก

พี่หมินเป็นยังไงบ้า?” แบคฮยอนถามขึ้นเมื่อเห็นพี่สาวคนสนิทนอนอยู่บนเตียงเข็นผู้ป่วย

“ตอนนี้พี่ก็จ่ายยาให้มินซอกไปแล้ว ยามันทำให้ง่วงด้วยก็เลยหลับน่ะ เท่าที่ตรวจดู...สาเหตุที่ปวดท้องจนเป็นลมก็เพราะปวดท้องประจำเดือน แต่ที่ปวดมากขนาดนี้อาจเป็นเพราะมดลูกได้รับความกระทบกระเทือนจากที่โดนต่อยเข้าที่ท้องน้อย ก็เลยว่าจะให้นอนพักดูอาการที่โรงพยาบาลหน่อยน่ะ”

“งั้นหรอครับ?”

“อืม งั้นหมอไปก่อนนะ ฝากดูแลมินซอกด้วยล่ะเรา”

“ครับพี่อี้” แบคฮยอนรับคำ ก่อนที่ร่างกลมจะนึกอะไรบางอย่างได้ “เดี๋ยวนะครับ? พี่อี้ชิงรู้จักพี่หมินด้วยหรอครับ?”

คำถามของแบคฮฮยอนทำให้ลู่หานนึกอะไรบางอย่างได้ จะว่าไปแล้ว...ตอนที่อี้ชิงเห็นร่างเล็กก็เรียกชื่อออกมาทันทีเลย ซึ่งในตอนนั้นลู่หานมัวแต่สนใจมินซอกเลยไม่ทันได้สังเกตว่าอี้ชิงนั้นเรียกชื่อมินซอกทันทีที่เห็นร่างเล็ก เพราะอี้ชิงเป็นเพื่อนเรียนเชคเดียวกันกับลู่หาน และลู่หานก็ไม่เคยนัดทั้งมินซอกและอี้ชิงพร้อมกัน เพราะฉะนั้นอี้ชิงกับมินซอกก็ไม่น่าจะรู้จักกันนินา

“อ๋อ~ พอดีว่าเรื่องนั้นน่ะ...”

“คุณหมอจางคะ! มีผู้ป่วยด่วนค่ะ!” ยังไม่ทันที่หมอหนุ่มจะพูดจบประโยคก็ถูกตามตัวโดยพยาบาลเสียแล้ว “ไว้ค่อยคุยกันทีหลังนะแบค พี่ไปก่อนนะ” ว่าแล้วก็เดินจากไป

 

 

“งั้นเดี๋ยวผมโทรบอกบก.หน่อยแล้วกันว่าให้กลับไปก่อน ส่วนผมจะเฝ้าพี่หมินเอง เซฮุนกับพี่ลู่กลับ...”

“ฉันจะอยู่ที่นี่ด้วย” ไม่ต้องรอให้ญาติของตัวเองพูดจบประโยค ลู่หานก็พูดแทรกขึ้นมาทันที ตอนนี้ทั้งสามคนนั่งอยู่ที่ห้องผู้ป่วยของมินซอกแล้วเรียบร้อย ซึ่งกำลังจะตกลงกันเรื่องนอนค้างที่นี่

“ฮะ!?

“ก็บอกว่าจะอยู่นี่ไง? ฟังไม่รู้เรื่องหรอ?!

“ไอ้ฟังน่ะก็ฟังรู้เรื่อง แต่ผมแค่สงสัยว่าพี่เป็นห่วงพี่หมินใช่ไหม?” แบคฮยอนถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เซฮุนแปลกใจเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าร่างกลมจะกล้าถามลู่หานแบบนี้

“ไม่ได้เป็นห่วง ก็แค่...”

“แค่...?”

“แค่อยากดูว่าใกล้ตายหรือยังก็แค่นั้น ไม่ตายก็ดีแล้ว! ขี้เกียจเป็นข่าว!” ลู่หานตอบปัดๆ ทั้งที่ตัวเองไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อกี้ตนเองหลุดออกมามากแค่ไหน แบคฮยอนและเซฮุนมองหน้าคนปากแข็งและซึนด้วยสีหน้าหมั่นไส้เล็กๆ ห่วงก็บอกว่าห่วง ไม่เห็นต้องทำซึนแบบนี้เลย

 

~   Yes, you are my baby baby baby… baby baby baby... ยัก โซ คัล เก นา มอม ชู จี อา นึล เก... คือ เด มัน โบ มยอ... ~ 

 

เสียงโทรศัพท์ของแบคฮยอนดังขึ้น เมื่อหยิบขึ้นมาดูร่างกลมมีสีหน้าที่ซีดเผือกทันทีที่เห็นชื่อชื่อของปลายสาย ซึ่งเป็นใครไปไม่ได้นอกจากน้องชายจอมหวงพี่อย่างคิมจงอิน!

“ฮะ...ฮัลโล”

(ไหนว่าพี่หมินไปเป็นอะไรมากไงแบคฮยอน?! แล้วไอ้รูปที่พี่มินซอกเป็นลมนี่หมายความว่าไง?!!) ปลายสายตะโกนเสียงดังลั่น แม้ไม่ต้องเปิดลำโพงแต่คนข้างนอกก็ได้ยิน

“ใจเย็นๆนะ พี่หมินไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า แค่ปวดท้องเมนส์แค่นั้นเอง”

(ผมจะเชื่อใจพี่ได้มากแค่ไหน? ตอนนั้นก็บอกว่าแค่ขาพลิก แล้วนี่เป็นลมเพราะปวดท้องเมนส์แค่นี้อ่ะนะ! มันมีอะไรมากกว่านี้ใช่ไหม?!)

“คือ...”

(ตอบดิ!!) ปลายสายถามย้ำด้วยน้ำเสียงตะคอก ไม่อยากนึกสภาพเลยว่าถ้าจงอินมาอยู่ที่นี่มันจะร้ายแรงขนาดไหน? แค่คิดก็กลัวแล้ว T^T

“บะ...แบบว่า...”

(ไม่ตอบตอนนี้ก็ไม่เป็นไร แต่หวังว่าผมจะได้คำตอบตอนที่ผมไปถึงที่นั่นนะ!)

“ว่าไงนะ?” แบคฮยอนตกใจเล็กน้อย

 

มาที่นี่?! เอาจริงดิ? จงอินจะหวงพี่ไปไหน? ตอบ?!!

 

(ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น อีกสักประมาณ 1 ชั่วโมงผมจะไปถึงที่โรงแรมจัดงาน พี่บอกผมมาดีกว่าว่ารพ.ที่พี่หมินอยู่ที่ไหน?)

“บอกไปนายก็มาไม่ถูกหรอก เชื่อพี่เถอะน่า” แบคฮยอนพยายามบ่ายเบี่ยงจงอินแบบสุดฤทธิ์ แต่ก็ไม่เป็นผล

(งั้นพี่ก็มารับผมที่โรงแรมก็แล้วกันนะ ถ้าพี่ไม่มารับแล้วให้ผมหาโรงพยาบาลเองล่ะก็...เดี๋ยวรู้เลย หึๆ)

“อา...โอเคๆ งั้นเดี๋ยวพี่ไปรอที่โรงแรมก็ได้ แค่นี้นะ” พูดแค่นั้นก่อนที่จะตัดสายทิ้งไป

“จงอินว่าไงบ้าง?” ลู่หานถามลูกพี่ลูกน้องตัวกลม “ก็บอกให้ไปรับที่โรงแรมน่ะ เฮ้อออ~ โดนบ่นหูชาแน่เลย งั้นผมไปก่อนนะพี่”

“อืม”

“ฉันไปด้วย”

“ฮะ? นายจะไปด้วยทำ...เฮ้ย! นี่จะรีบไปไหนเนี่ย?!!” แบคฮยอนโวยวาย ยังพูดไม่ทันจบประโยคก็ถูกเซฮุนลากออกจากห้องไปเสียแล้ว ทิ้งให้ลู่หานอยู่กับมินซอกที่กำลังหลับอยู่ตามลำพัง

ร่างสูงมองคนตัวเล็กที่นอนหลับอยู่บนเตียง มีสีหน้าทรมานเล็กน้อยเพราะอาการปวดท้องยังไม่หายไป ลู่หานลากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปที่เตียงของมินซอก ก่อนที่จะนั่งลงใกล้ๆไหล่ของร่างเล็ก ก่อนที่จะเอามือไปลูบหัวเบาๆ

“ทนหน่อยนะ เดี๋ยวก็ดีขึ้น” น้ำเสียงเบาๆแต่บ่งบอกถึงความเป็นห่วงเอ่ยออกมาจากปากของชายหนุ่ม

“...”

“อย่าเป็นอะไรไปอีกเลยนะ”

“...”

“ฉัน...เป็นห่วงนายมากนะเปาจื่อ”

“...”

“แต่ฉันแค่ไม่กล้าแสดงมันออกมาเหมือนอย่างตอนนี้ พยายามคิดว่าจะไม่ห่วงนาย แต่ฉันไม่เคยทำมันได้เลย”

“...”

“หายไวๆนะเปาจื่อ” ลู่หานพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะค่อยๆหยิบมือของอีกฝ่ายขึ้นมากุมเอาไว้แล้วหลับไป

 

 

ภายในห้องผู้ป่วยที่เงียบสงบ ก็มีหญิงสาวเดรสขาวปรากฎตัวขึ้น อูมินมองร่างทั้งสองที่หลับใหล คนนึงนอนอยู่บนเตียง ส่วนอีกคนก็นอนฟุบลงไปกับเตียง แต่ก็ยังคงกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไป หญิงสาวค่อยๆเดินไปหาลู่หานที่นอนฟุบอยู่ เอานิ้วไปจิ้มๆที่หัวของอีกฝ่ายเล็กน้อย

“ต้องรอให้อีกฝ่ายตายก่อนหรือไงน้า~ ทิฐิที่มีถึงจะหายไป ไม่ไหวเลยนะเจ้านายลู่หานเนี่ย” อูมินบ่นเล็กน้อยพรางเอามือไปจิ้มที่หัวของอีกฝ่าย ก่อนที่จะเอามือไปวางเหนือท้องน้อยของมินซอก แสงบางๆค่อยๆส่องออกมาจากมือ

“ถึงจะไม่หายไปซะหมด แต่ก็คงช่วยบรรเทาให้อาการมันลดลงแหละนะ ทนอีกนิดนะเจ้านายมินซอก” สีหน้าของร่างเล็กดูดีขึ้นมากกว่าเดิม หญิงสาวพอใจในผลงานของตน ที่อย่างน้อยเวทมนตร์ของตัวเองก็พอจะมีประโยชน์บ้าง อูมินนิ่งไปเล็กน้อย หูสุนัขโผล่ขึ้นมาแทนที่หูคน เพื่อฟังเสียงที่กำลังเดินมาทางนี้

“ก็บอกแล้วไงว่าพี่หมินไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่ปวดท้องเมนส์จนเป็นลมไปก็แค่นั้นเอง” เสียงของแบคฮยอนลอยเข้ามาในหู ก่อนจะตามมาด้วยเสียงของน้องชายเจ้านายมินซอก “ยังไงผมก็ต้องไปด้วยให้หายเป็นห่วง พี่ผมทั้งคนนะ”

“ก็รู้ว่านายเป็นห่วงพี่หมินมาก แต่นายจะไม่เชื่อในสิ่งที่พี่พูดเลยหรือไง!

“ผมเชื่อมาแล้วรอบนึงไง แล้วเป็นไง? เป็นลมกลางงานเนี่ยนะ?”

“เรื่องนั้น...”

“แต่ตอนนี้พี่หมินไม่เป็นอะไรมากแล้ว นอนให้หมอดูอาการแล้ว นายน่าจะเบาใจได้แล้วนะ จะโวยวายให้มันได้อะไรขึ้นมาอีก” เซฮุนช่วยพูดแทนร่างกลม เสียงดูดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้ว ดูเหมือนว่าได้เวลาที่เราต้องไปแล้วสินะ

 

แต่แทนที่จะหายตัวไป สู้ออกไปแบบนี้แล้วค่อยหายตัวไปดีกว่ามั้ง? สามคนนั้นจะได้เห็นช็อตดีๆ

อูมินคนนี้เป็นคนดีมากนะขอบอก อิอิ ^^

 

สาม!

 

สอง!

 

หนึ่ง!

 

แอด~

 

“อะ...อ้าว คุณพยาบาล” อูมินนับเลขในใจ กะจังหวะให้พอดีกับคนที่กำลังเดินมาทางนั้น ก่อนเปิดประตูออกไป แบคฮยอนทักเมื่อเห็นพยาบาลสาวเดินออกมากจากห้องของมินซอก “พี่หมินเป็นยังไงบ้างครับ?”

 

ส่วนเหตุผลที่โดนทักว่าเป็นพยาบาลน่ะหรอ? ก็เพราะว่าอูมินเสกให้ตัวเองใส่ชุดพยาบาลน่ะสิ

 

“อ๋อออ~ พอดีว่าเมื่อกี้ที่เข้าไปดูผู้ป่วยยังหลับอยู่น่ะค่ะ ก็เลยยังไม่ได้ถามถึงอาการปวดท้อง ^^” พยาบาลสาวตัวปลอมพูดพร้อมรอยยิ้ม “ทั้งสองคนนี่น่ารักจังเลยนะคะ”

“สองคนไหนครับ?”

“ก็สองคนที่อยู่ข้างในไงคะ นักเขียนคิมกับนักเขียนลู่ มุ้งมิ้งดีนะคะ เหมือนเป็นแฟนกันจริงๆเลย” อูมินพูดทำเหมือนไม่รู้เรื่องที่ทั้งสองคนมีปัญหากัน ทำเนียนๆเป็นไม่รู้เรื่อง จุดประสงค์คือเพื่อให้ทั้งสามคน (แบคฮยอน จงอิน เซฮุน) เข้าไปในห้องเงียบๆเพื่อดูท่าทางของสองคนที่หลับอยู่ในห้อง

“หรอครับ?” แบคฮยอนขมวดคิ้วเล็กน้อย มุ้งมิ้งหรอ? สองคนนั้นเนี่ยนะ? ไม่ใช่แค่แบคฮยอนที่งง ทั้งเซฮุนและจงอินก็งงไม่แพ้กัน ในรพ.แถมมินซอกสภาพแบบนี้จะเอาแรงที่ไหนไปเซอร์วิสวะครับ? #ผมนี่งงเลย

“ใช่ค่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองค่อยๆเปิดเข้าไปดูสิคะ แต่ต้องเบาๆหน่อยนะคะ ขอตัวค่ะ” อูมินพูดก่อนที่จะเดินจากไป พอแบคฮยอนหันไปตามทางที่พยาบาลสาวเดินก็หายไปเสียแล้ว ช่างเถอะ! เอาเป็นว่าเข้าไปดูหน่อยดีกว่า ไอ้น่ารัก มุ้งมิ้งของที่พยาบาลสาวคนนั้นว่า พอแบคฮยอนเปิดประตูเข้าไปในห้องก็เห็นเข้ากับภาพน่ารักๆของพี่ชายกับนักเขียนตัวเล็ก เมื่อเห็นแบบนั้นร่างกลมก็เตรียมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปโมเม้นต์ของทั้งสองคนเอาไว้ เอาไปแต่งเป็นฟิคน่าจะฟินน่าดู

 

แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีคนที่เร็วกว่า...

 

เพราะพอแบคฮยอนหันไปก็พบว่าเซฮุนถ่ายภาพของทั้งสองคนนั้นไปได้หลายช็อตแล้ว จงอินเองก็เหมือนกัน

“น่ารักดีนะนายว่าไหม? เป็นภาพที่หายได้โคตรอยากเลยนะเนี่ย”

“แต่ผมว่าจะดีกว่านี้นะเฮียฮุน ถ้าพี่หมินไม่ต้องมานอนโรงพยาบาลแบบนี้” จงอินแย้งพี่ชายตัวสูงด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นิดหน่อย แต่มือนี่กดถ่ายภาพรัวๆ

“แต่ก็ทำให้ใครบางคนแถวนี้ลืมตัวเหมือนกันนะ เพราะตอนที่พี่หมินเป็นลมเนี่ย เรียกเปาจื่อๆ ตลอด สีหน้านี่ปิดไม่มิด อยากรู้เหมือนกันว่าเฮียลู่จะซึนแบบนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน?”

“หวังว่าจะเคลียร์กันได้ในเร็วๆนี้นะ”

“ผมเองก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน” ทั้งสามคนพลางถอนหายใจก่อนที่จะหาที่นั่งและที่นอนในห้องนี้ โดยไม่รู้เลยว่ากำลังมีคนจับจ้องพวกเขาอยู่

 

อีกไม่นานหรอก...เพราะปริศนาทุกอย่างกำลังจะคลี่คลาย จิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายได้มารวมกันแล้ว รอแต่ให้ลู่หานต่อภาพเฉลยของปมนั้นให้เสร็จ

 

แค่นั้นเอง...

 

 

 

 

 

 


:: 20/01/58 ::

สวัสดีนักอ่านทุกๆคน ยังรอเค้าอยู่ใช่ม้ายยยย~ 555

คราวนี้มาช้าแต่มาครบ 100% แหละ นานๆทีจะลง 100% สักที อิอิ

ไม่แน่ว่าอาทิตย์หน้าเค้าอาจจะไม่ได้มาอัพนะ เดี๋ยวดูอีกที

เพราะว่าวันที่ 28 เค้าต้องเดโมปรเจ็กต์จบให้อาจารย์ดู ลุ้นมากๆเลยเนี่ย

ไม่รู้ว่าผลจะเป็นยังไง? ชีวิตปี 4 มันก็ลำบากแบบนี้แหละนะ T^T

บางทีก็แอบคิดถึงสมัยม.ปลายเหมือนกัน

 

มาต่อกันที่เรื่องของตอนนี้ดีกว่า เหมือนเริ่มจะมีปม? หรือเปล่านะ 555

พี่ลู่นี่ก็ไม่ค่อยห่วงมินซอกเท่าไหร่เลยนะแหม่~ ซึนได้อีก อิอิ

ตอนนี้ก็เหมือนจะแอบหวานมั้งนะ คือในความคิดของเขามันไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ 555

แต่ถ้าที่รู้สึกว่าหวานกันจริงๆก็มีนะ มีแน่นอนไม่ต้องห่วง

ว่าแต่ว่าอี้ชิงไปรู้จักหมินตอนไหนนิ? น่าสนใจจริงๆ

ส่วนแบคฮยอนที่ก็เหมือนจะงานเข้าได้เรื่อยๆเลยนะ น่าสงสารเบาๆ

จิ๊กซอร์ตัวสุดท้ายนี่คืออะไรกันแน่นะ?

ถ้าอยากรู้ อย่าลืมติดตามตอนต่อไปนะคร้าบบบบ~

 

ปล.รักนักอ่านทุกๆคนนะ

ปลล.ถ้ามีคำผิดตรงไหนก็บอกได้นะ เค้าไม่กัด

ปลลล.ขอบคุณทุกเม้นทุก tag และทุกกำลังใจน้าาา >w<

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

511 ความคิดเห็น

  1. #291 Miruku8 (@miruku_j) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 มกราคม 2558 / 19:05
    โถถถถถ หมินน้อยน่าสงสาร ทั้งโดนชกท้อง ทั้งปวดท้องเมนส์ ไรท์โหดร้ายกับหมินละเกิน งอนแล้ว เชอะๆๆๆๆ ลู่นี่ก็ซึนเกิ๊น พูดความรู้สึกจริงๆนี่มันเสียศักดิ์ศรีมากนักรึไง งืมมม ใกล้จะรู้ความจริงซะที ลู่จะได้เลิกโง่ ก๊ากกกกก
    #291
    0
  2. #290 jutajuta (@jutajuta) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 12:02
    ตอนนี้น่ารักอ่ะ เป็นห่วงขนาดนี้ แต่ปากแข๋งมาก จงอินก็เว่อเกิน มาเป็นปมอีกแระ แสดงว่าอี้ชิงต้องรู้เรื่องแน่นแน่
    #290
    0
  3. #289 mamfom.indy (@mamfom) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 07:00
    รีบๆมาคลายปมเร็วๆน้าาา. รออยู่!!, ^^
    #289
    0
  4. #288 ppakkad (@ppakkad) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 มกราคม 2558 / 00:35
    ตลกอูมิน55555 อัพหลังสอบพอดีเบยยยรู้สึกดีแอร้5555
    #288
    0
  5. #287 Pairry (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 22:09
    โอ้ยยยยย อพล คนซื้อ(บื้อ) >\<

    เป็นห่วงมาก ก็บอกพี่หมินตรงๆ เลยดิ๊....

    เห็นความหวานนน กำลังวิ่งมาไกลๆแล้ว

    หวังวาาจะไม่สะดุดหัวฟาดพื้น หรือตกหลุมมาม่าไปซะก่อนนะ 555



    มาต่อเร็วๆ นะคะ

    สู้ๆนะคะ ^^v
    #287
    0
  6. #286 Steamed Dumpling (ซาลาเปา) (@lovetomyh) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 21:04
    จิ๊กซอตัวสุดท้ายนี่คือพี่อี้ใช่ไหมเนี่ย
    #286
    0
  7. #285 Lminmhan (@lumin2620) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 14:53
    ขอบคุณค่ะ
    #285
    0
  8. #284 milkyLM (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 12:27
    ฟืนอ่ะไรท์เตอร์มาอัพเร็วๆนะคะ พี่ลู่สู้ๆนะ อีกนิดเดียส
    #284
    0
  9. #283 PiiProud (@papraw9) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มกราคม 2558 / 04:24
    ปมอะไรอ่ะ อยากรู้จัง
    #283
    0
  10. #282 paochat (@paricht) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 23:04
    โด่ววว พี่ลู่จอมซึนนน5555
    #282
    0
  11. #279 Miruku8 (@miruku_j) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 07:31
    ปากแข็งตลอดดดด ในใจนี่ห่วงจะตายแล้วลู่เอ๊ย
    #279
    0
  12. #278 chayamook (@mookinavipworld) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2558 / 04:07
    อูมินเหนื่อยใจหรอ เราก็เหนื่อย มากๆด้วย 555555555
    #278
    0