Mutation | #กลายพันธุ์แทเตนล์

ตอนที่ 6 : 06 Wrong Attitude.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 111
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

park jisung | Tumblr | Jisung nct, Park jisung nct, Nct
เซบาสเตียน

' ในชั่วพริบตา การล็อกดาวน์ประเทศเข้มงวดขึ้นเป็นเท่าตัว จากการทำงานที่ผิดพลาดของสถาบันวิจัยอันดับหนึ่งในสหรัฐ

เชื้อไวรัสชนิดใหม่กำลังแพร่ระบาด ต้นตอมาจากรัฐชิคาโก้และกำลังระบาดอย่างต่อเนื่อง ติดต่อกันผ่านทางสารคัดหลั่งและเลือด ระยะการฟักตัวยังไม่ชัดเจน

แต่อัตราการเสียชีวิตหนึ่งร้อยเปอร์เซ็น

อย่านิ่งนอนใจ ด้วยความปรารถนาดีจากรัฐบาล '

 

เทอร์เนอร์ฟังข่าวจากโปรเจคเตอร์เครื่องใหญ่ภายในหอประชุม ทุกคนต่างเคร่งเครียดกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทีม Super ทั้งทีมถูกกดดันอย่างรุนแรงจากเบื้องบน

ประธานขององค์กร และคณะกรรมการ รวมถึงผู้ถือหุ้นส่วนทุกคนกำลังโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แพทย์ นักวิจัย รวมทั้งรองศาสตราจารย์ที่เก่งที่สุดในประเทศ ได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงและไม่น่าให้อภัย

หากนี่เป็นสถานการณ์ปกติ แน่นอนว่าทีมของเทอร์เนอร์ต้องถูกไล่ออกและติดแบล็คลิสต์จากทางการโดยไม่ต้องสงสัย แต่นี่เป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน และสมองของพวกเขาทุกคนยังคงจำเป็นเกินกว่าจะกำจัดออกจากสถาบัน

"เอาล่ะคุณเทอร์เนอร์, ผมให้โอกาสคุณอธิบายเรื่องทัั้งหมดนี่"

โฮโลแกรมของหัวหน้าทีมลุกขึ้นยืน ก่อนจะโค้งหนึ่งครั้งด้วยความสุภาพ

"ทีมของเราทำงานผิดพลาดจริง อย่างที่ได้แจ้งท่านไปก่อนหน้าแล้ว เจโรม เอ็ดวาร์ดขโมยเซรุ่มที่ยังไม่สำเร็จดีไปใช้รักษาเพื่อนของเขา นั่นเป็นตัวเซรุ่มรุ่น F.e1 ที่เราเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติกับเซรุ่มรุ่น G01"

"แปลว่าคุณปล่อยให้มีการลักขโมยในองค์กรอย่างนั้นเหรอ"

"ผมเสียใจที่มันเป็นเช่นนั้นครับ"

ทั้งห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงเครื่องเล่นโปรเจคเตอร์ที่ทำงานเบาๆอยู่เท่านั้น

"แล้วทั้งคู่ก็กลายเป็นต้นตอของเชื้อตัวใหม่? ให้ตาย, เซรุ่มตัวเก่ายังไปไม่ถึงไหนเลย ต้องคิดเซรุ่มตัวใหม่แล้ว" ประธานอาวุโสถอนหายใจหนึ่งครั้งอย่างระอา ก่อนจะหันหน้าไปคุยกับทีม Z ที่นั่งอยู่อีกฟากของห้อง

"เซบาสเตียน คุณต้องรับผิดชอบคิดค้นเซรุ่มตัวใหม่แทนทีมของเทอร์เนอร์"

เซบาสเตียน สมิธ ยิ้มรับคำสั่งนั้นอย่างภาคภูมิใจ หากเปรียบเทียบทีม Super เป็นผู้สอบเข้าที่ได้คะแนนอันดับหนึ่ง ทีม Z ก็คงเป็นทีมที่ได้ลำดับที่สองโดยเฉือนคะแนนกันที่จุดทศนิยมเท่านั้น

และขอบอกตรงนี้, ไม่มีใครอยากเป็นที่สองตลอดไปหรอก

"หลังจากสถานการณ์ทั้งหมดคลี่คลายลง เราจะพิจารณาเรื่องการจ้างงานของพวกคุณอีกครั้ง" ประธานหันมาพูดกับเทอร์เนอร์และลูกทีม พวกเขาทั้งหมดก้มหน้าจำยอม

"ส่วนสัญญาหนึ่งเดือนของเรา ยังคงมีผลอยู่นะครับคุณเทอร์เนอร์ และอย่าให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกเป็นอันขาด"

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด สมาชิกทีม Super อยู่กันพร้อมหน้า จะขาดก็แต่เจโรมเท่านั้น

แน่นอนความสูญเสียนี้บีบรัดหัวใจของทุกคนอย่างเจ็บปวด แต่พวกเขาก็ยังโกรธในตัวเพื่อนร่วมทีมพอๆ กับความเศร้าที่เพื่อนรักของพวกเราได้ลาจากไป เรื่องจริงคือเจโรมตายไปแล้ว และยังหักหลังพวกเขาทุกคนก่อนตายอีกด้วย

เซรุ่มรักษาโรค C-215 เป็นงานราชการลับพิเศษ ทุกคนในทีมทราบดีถึงข้อตกลงที่สำคัญของโปรเจคนี้ คือเราจะไม่นำเซรุ่มออกจากห้องทดลองเด็ดขาด เว้นแต่มันมีคุณสมบัติที่ดีพร้อมแล้ว หรือได้รับการอนุญาติจากประธานองค์กรเท่านั้น

และเจโรมแหกกฏข้อนี้อย่างไม่น่าให้อภัย

"บอกตรงนี้เลยนะ ฉันแทบไม่คิดเลยว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี่เป็นเรื่องจริง" แจฮยอนทุบโต๊ะอย่างหงุดหงิด ไม่ต่างจากสมาชิกที่เหลือ

"เจโรมทรยศเราทุกคน" จอห์นสบถหนึ่งครั้งอย่างหยาบคาย ก่อนจะเริ่มพูดต่อ "หมอนั่นเอาเซรุ่ม G01 ไปใช้ได้ยังไงกัน ดีนะที่เทอร์เนอร์แก้สถานการณ์ได้ ไม่งั้นเบื้องบนได้รู้แน่ว่าเซรุ่มของเราล้มเหลว"

"แล้วจากนี้จะเอายังไงต่อ" เดวิดถามหัวหน้าทีม

"แจฮยอน นายต้องวิจัยหาข้อผิดพลาดของเซรุ่มนี้ให้ได้ รวมทั้งหาวิธีรักษาด้วย"

"จะบ้าหรือไงเทอร์เนอร์, แค่เดือนเดียวเนี่ยนะ อีกอย่าง ไอ้แก่นั่นก็ยกหน้าที่นี้ให้ทีมของเซบาสเตียนไปแล้ว"

ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง จนแจฮยอนพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ ไอ้ทีม Z มันยังเข้าใจว่าข้อผิดพลาดอยู่ที่เซรุ่มรุ่น F.e1 ตามที่เทอร์เนอร์บอกในที่ประชุม แปลว่าทีมนั้นจะเดินเรื่องวิจัยในแนวทางที่ไม่ถูกต้อง แต่ความจริงข้อผิดพลาดเกิดจากอะไร พวกเขาต่างหากที่รู้ดี

และคนที่จะแก้ได้ก็มีแต่พวกเขาเท่านั้น

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

"หายหัวไปไหนมาทั้งคืน" เสียงทักของลูคค์ดังขึ้นแทบจะทันทีหลังจากธีเมออนเดินออกจากห้องอาบน้ำ เขาสะบัดผมสีแดงเพลิงของตัวเองอย่างแรงสองสามครั้ง และเดินย่างกรายเข้าไปในโซนห้องนอน

"ทำภารกิจลับ"

"ภารกิจอะไรนักหนา" หนุ่มจากแดนญี่ปุ่นเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง แต่ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร เสียงจากทีวีก็ดึงความสนใจของทุกคนไปซะก่อน

 

' ขณะนี้ไวรัสตัวใหม่ได้แพร่ระบาดออกเป็นวงกว้าง มาตรการล็อกดาวน์แบบธรรมดาถูกยกเลิก

จากนี้จะเป็นการล็อกดาวน์ประเทศแบบเต็มรูปแบบ

ห้ามออกจากที่พักอาศัยอย่างเด็ดขาด หากไม่ได้รับอนุญาติจากทางการ '

 

ภาพในข่าวฉายให้เห็นสถานการณ์ชุลมุนภายในชิคาโก้และบริเวณโดยรอบ ผู้คนแตกตื่น มีการกัดและทำร้ายด้วยวิธีที่ผิดมนุษย์ แถมบางภาพยังเบลออวัยวะและเลือดหนองจนแทบจะหมดทั้งภาพ ทำให้รู้ดีว่าสถานการณ์ภายนอกนั้นเลวร้ายแค่ไหน

"นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ" ลูคค์สบถ "ดีที่เรามีการล็อกดาวน์อยู่แล้วนะ ไม่งั้นคงได้ตายกันทั้งประเทศแหง"

"เหมือนหนังซอมบี้ที่ไปดูมาเมื่อต้นปีเลยว่ะ" ยูตะออกความคิดเห็นบ้าง ก่อนจะเหลือบมามองหน้าเพื่อนร่วมห้องอีกคนที่บัดนี้ยืนนิ่ง สีหน้าเคร่งขรึมนั่นดูขบคิดบางอย่างอยู่ตลอดเวลา

"เป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับโดนหัวหน้าด่า" คำหยอกเย้าของนากาโมโตะไม่ได้ไหลเข้าหูอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ธีเมออนปลีกตัวออกมาจากห้องนอน ปล่อยให้เพื่อนอีกสองคนงุนงงกับพฤติกรรมแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

เมื่อถึงจุดหมายปลายทางที่เป็นห้องครัวแล้ว เจ้าของเรือนผมสีแดงปนน้ำตาล ก็รีบกดโทรศัพท์โทรหาปลายสายอย่างรวดเร็ว

 

'สวัสดีครับ เทอร์เนอร์ ฟรอสต์พูด' เสียงของรองศาสตราจารย์ดังมาตามสัญญาณ นั่นทำให้ธีเมออนพอใจอยู่บ้าง อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ยังอยู่ดี

"ทักกันแบบเย็นชาขนาดนี้ นี่รับสายผมแบบไม่ได้มองชื่อเลยใช่มั้ยเนี่ย" ธีเมออนพูดกลั้วหัวเราะ

'อ้าว, ขอโทษที พอดีช่วงนี้งานยุ่งไปหน่อยน่ะ ว่าแต่คุณโทรมามีอะไรหรือเปล่า?' แม้น้ำเสียงจะฟังดูผ่อนคลาย แต่คนที่มีประสาทสัมผัสดีเยี่ยมก็จับได้ว่าสถานการณ์รอบตัวของอีกฝ่ายนั้นเต็มไปด้วยความเร่งรีบ

เสียงล้อรถเข็นอลูมิเนียม

เสียงหลอดทดลองแก้วกระทบกันไปมา

และยังมีเสียงคล้ายน้ำเดือดอีกต่างหาก

น่าจะเป็นห้องแลป

"ผมแค่จะขอคุยเรื่องเมื่อวานซักหน่อย เที่ยงนี้คุณพอจะมีเวลามั้ย?" ธีเมออนตัดสินใจถาม ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะบอกว่าไม่มีแม้แต่เวลาจะทานข้าวด้วยซ้ำ

คำตอบที่ได้รับทำให้เขาผิดหวังเล็กน้อย ความจริงมีจุดน่าสนใจบางอย่างเกี่ยวกับพวกมนุษย์กลายพันธุ์ เขาสังเกตเห็นความผิดปกตินั้นได้ตั้งแต่เมื่อคืน ตอนที่ขับรถลุยฝ่าฝูงซอมบี้ออกมานั่นแหละ อยากจะใช้โอกาสตอนเที่ยงนี้อธิบายความคิดเห็นของเขาให้อีกฝ่ายฟัง

มันน่าจะมีประโยชน์มากกว่า หากคนที่มีสัญชาตญาณที่แม่นยำแบบเขา ทำงานร่วมกับคนที่มีมันสมองอันชาญฉลาดอย่างรองศาสตราจารย์เทอร์เนอร์ ฟรอสต์

"เทอร์เนอร์ ผมอยากให้คุณตัดสินใจอีกครั้ง เรื่องนี้สำคัญมากและคงต้องปรึกษากันยาว ผมไม่อยากรบกวนคุณโดยการโทรผ่านโทรศัพท์ในเวลางานแบบนี้"

'...'

"คุณขอใบอนุญาติจากทางการให้ผมได้ ผมรู้"

'แต่การเดินทางเวลากลางคืนอันตรายมาก คุณไม่ควรออกมาเลย โอเค, ฉันรู้ว่าคุณน่ะเก่ง แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้นะมิสเตอร์ธีเมออน'

คำเตือนนั้นไม่ได้ทำให้เจ้าของเรือนผมแดงรู้สึกกังวลใจ กลับกันเขาแค่อ้างเหตุผลอีกประการที่ทำให้เทอร์เนอร์เถียงไม่ออก

"เราต้องกลับไปที่ชิคาโก้ ที่โกดังนั่นอีกครั้ง ผมมีเรื่องที่ต้องพิสูจน์เล็กน้อย"

.

.

#กลายพันธุ์แทเตนล์

เวลาทุ่มครึ่ง

ท่ามกลางถนนใหญ่ที่ไม่มีแม้กระทั่งไฟส่อง

ทุกอย่างมืดสนิท

"รถนี่เก็บเสียงแน่นอนใช่มั้ย?" เทอร์เนอร์ถามอีกฝ่ายเสียงเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้

"ครับ"

"ปืนล่ะ"

"เก็บเสียงร้อยเปอร์เซ็น แถมกระสุนอีกสามร้อยนัด"

คำตอบนั่นไม่ได้ทำให้รองศาสตราจารย์เบาใจขึ้นเลย เรากำลังนั่งอยู่บนมอเตอร์ไซต์ที่ไม่มีแม้กระจกหรืออะไรกั้น แปลว่าถ้าพวกมันตัวใดตัวหนึ่งสังเกตเห็นพวกเขาเข้าล่ะก็

เราซวยแน่

"ทำไมถึงต้องกลับไปที่นั่นอีกครั้งด้วย" เทอร์เนอร์ยังคงตั้งคำถามกับทุกสิ่งรอบตัวไม่หยุด ที่ผ่านมาเขาได้รับตำแหน่งเป็นหัวหน้าเสมอ เคยชินกับการคิดทุกอย่างในหัวตนเอง รู้รอบด้าน แต่นี่เกือบจะเป็นครั้งแรกที่ศาสตราจารย์กำลังกลายเป็นคนที่ไม่รู้อะไรซักอย่าง และคนที่จะไขข้อข้องใจทั้งหมด ก็คือผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้

"คุณเป็นนักวิจัยจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย?" ชายผมแดงหันมาถามอีกฝ่ายด้วยเสียงที่สูงอย่างประชดประชัน เทอร์เนอร์เบ้หน้าอย่างหมันไส้แต่ก็ยอมเงียบปากแต่โดยดี

ค่อยถามตอนถึงโกดังก็ได้

"อยากสืบสวนเรื่องอะไร ก็ต้องเริ่มต้นจากที่เกิดเหตุ" คำตอบจากธีเมออนทำให้เทอร์เนอร์เลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากถาม รถที่เคยนิ่งสนิทก็เริ่มมุ่งหน้าไปตามถนน ความเร็วไม่มากเท่าไหร่แต่ก็ไม่ถือว่าช้า

อย่างน้อยถ้ามีมนุษย์ปีศาจนั่นโผล่ออกมา ก็ยังพอหักหลบทันน่ะนะ

"คุณเคยยิงปืนมาก่อนหรือเปล่า" ธีเมออนถามทั้งที่ยังขับรถอยู่

"ไม่เคย"

"งั้นวันนี้จะเป็นครั้งแรกที่คุณได้ยิง"

สิ้นสุดคำนั้น ตรงหน้าพวกเขาก็ปรากฏกลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์ราวๆ สิบตัวขวางถนนอยู่ พวกมันส่งเสียงขู่ฟ่อใส่กันและกัน แต่ยังไม่ทันสังเกตเห็นมนุษย์สองคนที่เฝ้ามองอยู่

ธีเมออนจอดรถและคว้าปืนสองกระบอกออกจากกระเป๋า ส่งกระบอกนึงให้กับผู้ร่วมเดินทาง เทอร์เนอร์รับมันมาอย่างไม่เข้าใจ และงงยิ่งกว่าเดิมเมื่อชายผมแดงพยักเพยิดให้เขายิงใส่พวกมัน

"ระวัง มันจะแรงนิดหน่อย"

"ใช้ไม่เป็น"

ธีเมออนถอนหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะมายืนซ้อนหลังรองศาสตราจารย์ ประกบมือทาบลงไปบนมือแสนบางของอีกฝ่าย ดูก็รู้ว่างานหนักที่สุดในชีวิตก็คงไม่พ้นการแบกเอกสาร หรือจับไม้ถูพื้นอะไรทำนองนั้น ต่างจากเขาที่ฝ่ามือกร้านอย่างคนทำงานหนัก

ก็ไม่แปลก

งานหนักจริงนี่หว่า

"กฏข้อแรก ถ้าคุณจะยิงอะไรก็ตาม"

"..."

"ห้ามลังเล"

กระสุนนัดแรกทะลุหัวของซอมบี้จนกระจาย ทั้งเลือดและไขสมองกระเด็นติดหน้าปีศาจอีกตัว ก่อนที่พวกมันจะรุมกินเพื่อนของตนอย่างตระกรุมตระกราม

ภาพนั้นทำให้เทอร์เนอร์ต้องเบือนหน้าหนี

“กฏข้อที่สอง”

“…”

"การใช้สมองสำคัญกว่าการใช้กระสุน"

พูดจบ ธีเมออนก็ดึงรั้งร่างของเทอร์เนอร์มาซ้อนหลัง และอาศัยช่วงชุลมุนสตาร์ทรถออกจากที่นั่นด้วยความเร็ว

 

ระหว่างทางพวกเขาพบเจอเหล่ามนุษย์กลายพันธุ์เกลื่อนกล่านเต็มถนนไปหมด อธิบายไม่ได้เลยว่าทำไมมันถึงได้แพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ในตอนแรกเริ่มต้นจากสิบ กลายเป็นสิบเจ็ด และกลายเป็นร้อยได้อย่างคาดไม่ถึง

โกดังสีแดงก่ำปรากฏสู่สายตา รถมอไซต์เก็บเสียงจอดนิ่งสนิทบริเวณหน้าถนนเหมือนครั้งก่อน

โดยที่เราใช้กระสุนไปไม่ถึงสิบห้านัดด้วยซ้ำ

ธีเมออนโคตรเก่ง เขาพูดเรื่องจริง

“จะเข้าไปสืบ เรื่องอะไร?”

“พวกมันดูดิบเถื่อนเหมือนสัตว์ป่า แต่ผมกำลังคิดว่ามันน่าจะมีอะไรบางอย่าง”

“…”

“อะไรที่มากกว่าที่เราเข้าใจ”

 

#กลายพันธุ์แทเตนล์

55555555555555 ไม่มีอะไรจะเถียง นอกจากแต่งเสร็จแล้วลืมอัพ กุจะบ้าตาย เป็นเอ๋อไปแล้วแม่

ตอนนี้กำลังเร่งเขียน son of hades ให้จบ เป็นกรรมของคนที่เปิดสองเรื่องพร้อมกันนะค๊า

เราอ่านทุกๆคอมเม้นเลยนะคะ แล้วก็ขอบคุณทุกการกดหัวใจด้วย ความจริงอยากให้ฟิคแมสเหมือนกันนะ อยากให้มีคนชอบงานเขียนเราเยอะๆ

แต่คิดไปคิดมาจะมีคนชอบเยอะหรือน้อยตรงนั้นมันไม่สำคัญเลย ยังมีคนชอบอยู่แค่ไม่กี่คนก็ไม่เป็นไร อย่างน้อยฟิคของเราก็ยังทำให้ทุกคนผ่อนคลายได้บ้างในชีวิตที่เอ่อ ค่อนข้างจะ ก็นะ ไม่พูดดีกว่าเดี๋ยวปลิว5555555555555

ฟีดแบคของทุกคนทำให้เรามีไฟเสมอเลยคั้บ ขอบคุณที่อนุญาตให้ฟิคของเราเป็นความสุขของทุกคนนะ

โตไปด้วยกันนะคะ <3

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #20 Arinah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 01:32
    ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ สู้ๆงัง
    #20
    0
  2. #19 Arinah (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 01:31
    อ้ย ค้างคา..
    #19
    0
  3. #17 mmpp_pp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2563 / 18:06
    รอค้าบบ
    #17
    0
  4. #16 จอง นา นะ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 17:38
    จะเจออะไรมั้ยๆๆๆๆ
    #16
    0
  5. #15 Harprimm (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 17:21

    ไม่เจอฟิคแนวนี้ที่อ่านแล้ว 'ใช่' นานม๊ากกกกกกก รอติดตามตอนต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ fighting!!!

    #15
    0
  6. #14 JMN_12345 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2563 / 15:36

    ชอบมากคับ สู้ๆคับ

    #14
    0
  7. #13 +PLOY@DISASTER+ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2563 / 14:38
    ชอบมากๆเลยค่ะ เขียนสนุกมากเอาใจไปเล้ยๆๆๆปิ้วปิ้งปิ้ว
    #13
    0
  8. #12 0288764 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 17:24
    สู้ๆๆคับบบบ
    #12
    0
  9. #11 yoke_yyyyy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2563 / 14:11
    ชอบมากค่ะ ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆ เหมือนดูหนังเรื่องนึงเลยค่ะ สู้ๆนะคะรอออออ
    #11
    0
  10. #9 Nuxiumin (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 15:14
    โตไปด้วยกันนะคะฮืออ. ทางนี้ชอบมากๆอ่านยังไงก็ยังชอบมากๆชอบมากกกฮืออ เนี่ยคือรู้เลยว่าคุณมีการหาข้อมูลเเบบมันสัมผัสได้เลยอะเเล้วก็ยัฃยืนยันว่าสนุกมากค่ะติดตามทั้งสองเรื่องเลยยสู้ๆนะคะ
    #9
    0