พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 59 : ยังเหมือนเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,522
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 79 ครั้ง
    30 ม.ค. 62

             ตอนที่59 :                        

            ยังเหมือนเดิม


             ติณวีย์ตื่นขึ้นมากลางดึก รู้สึกถึงความนุ่มหยุ่นของลำแขนเนียนนุ่มที่พาดอยู่บริเวณอกของเขา พร้อมกับความหอมจากกลิ่นกายของสาวน้อยที่นอนขดตัวอยู่ข้างๆ..หล่อนคงหนาวกับอากาศยามดึก ที่มีลมโชยพัดผ่านเข้ามาทางช่องลมของห้อง ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว บ้านไม้ในแถบชนบทส่วนใหญ่จะนิยมปลูกกัน


             ผ้าห่มที่คลุมไว้ให้ตอนหัวค่ำ ก็เลื่อนลงไปอยู่ที่ปลายเท้า..เลยทำ ให้หล่อนต้องนอนขดตัวเพราะความหนาวเย็น ก่อนจะขยับเข้าหาร่างหนาของคนข้างๆโดยไม่รู้ตัว เพื่อต้องการความอบอุ่นให้คลายจากความหนาว


             ชายหนุ่มจึงตะแคงข้างเข้าหาร่างบาง พร้อมกับสอดมือข้างหนึ่งเข้ารวบเอวของหล่อน แล้วรั้งเข้ามาจนแนบชิดกับร่างแกร่ง ก่อนใช้มืออีกข้างพาดเอวบางไว้ ก่อนจะรวบกอด เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้สาวน้อยขี้เซา พร้อมกับหลับตาลงด้วยหัวใจที่เป็นสุขเหลือเกินในค่ำคืนนี้..จากที่ไม่เคยได้หลับอย่างมีความสุขเช่นนี้ตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา…


             แสงอรุณอ่อนๆยามเช้า พร้อมกับลมที่พัดพาเอากลิ่นอันหอมกรุ่นจากดอกไม้เข้ามาด้วย ปลุกให้ชายหนุ่มตื่นขึ้นมา พร้อมกับความอบอุ่นจากร่างของสาวน้อย ที่นอนหลับอยู่ในอ้อมแขน...


             เขานอนมองใบหน้าหวาน ที่มีขนตายาวเป็นแพให้เห็นเด่นชัดยามหลับใหล.. จมูกโด่งรั้นที่เย็นเฉียบเมื่อเขาอดไม่ไหวที่จะสัมผัสมันลงไป อย่างแผ่วเบาอย่างห้ามใจไว้ไม่อยู่ รวมไปถึงริมฝีปากบางที่เผยอขึ้น อย่างไม่รู้ตัวของเจ้าของ ที่ทำให้เขาชักจะอดทนต่อไปไม่ไหวแล้ว..จึงผงกศรีษะขึ้นแล้วก้มลงทาบริมฝีปากหนา ลงบนริมฝีปากบางอย่างหนักๆ ก่อนจะถอนจุมพิตออกอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวว่าอารมณ์และความรู้สึกที่มันพลุ่งพล่านอยู่ในขณะนี้ จะทำให้เผลอรังแกหล่อน..จนระงับความต้องการของตนเองเอาไว้ไม่อยู่...


             ...ทำเอาคนถูกขโมยจูบตั้งแต่รับอรุณ เริ่มรู้สึกตัว พลางขยับตัวไปมา คล้ายอาการบิดขี้เกียจ ก่อนที่จะปรือตาขึ้นมา.. อย่างช้าๆ


             ติณวีย์หลับตาลงทันที เมื่อเห็นคนในอ้อมแขนเริ่มรู้สึกตัว ก่อนจะนอนนิ่ง เพื่อรอดูปฏิกิริยาของคนขี้เซาข้างๆอย่างใจเย็น


             เมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้นมา ก็ให้แปลกใจว่าตัวเอง เข้ามานอนในห้องได้อย่างไร พร้อมกับนึกลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างสับสน ไอยรดามัวแต่คิดถึงเรื่องเมื่อคืน โดยไม่ได้สนใจกับร่างสูงใหญ่ ที่นอนหายใจสม่ำเสมออยู่ข้างๆ.. พร้อมด้วยอ้อมแขนแข็งแกร่งที่รวบกอดร่างบางเอาไว้กรายๆ..นั่นเลยสักนิด


             ..จนเมื่อหญิงสาวรู้สึกได้ ถึงลมหายใจที่เป่ารดอยู่ที่หน้าผากของตนเองนั่นแหล่ะ ที่ทำเอาร่างบางแทบหยุดหายใจ ก่อนที่จะดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันที แล้วหันไปมองยังร่างสูงใหญ่ข้างๆด้วยดวงตากลมโตที่เบิกกว้างขึ้นอย่างตกใจ ‘ทำไมเขาถึงได้มานอนในห้องของเราได้นะ..รึว่า!!..ไม่!..เป็นไปไม่ได้..’


             ไอยรดาก้มลงคว้าหมอนที่อยู่ใกล้ๆมือ ฟาดลงไปยังร่างหนา ที่นอนหลับอย่างมีความสุขนั้น อย่างไม่ยั้ง..ทำเอาคนแกล้งหลับ ต้องยกมือขึ้นปัดป้อง และลืมตาขึ้นมาทันที


             “ทำอะไรของคุณน่ะ..ไอยรดา..ผมง่วง..อย่าเพิ่งเล่นตอนนี้ได้มั้ย” เขาแกล้งสะลึมสะลือขึ้นมอง และพยายามกลั้นยิ้มอย่างเต็มที่ กับภาพใบ หน้าหวานที่บัดนี้งอง้ำ..ดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนก แต่ก็ยังดูน่ารักซะจนเขาแทบจะอดใจเอาไว้ไม่ไหว..อีกแล้ว


             “เล่นเหรอคะ?..ฉันไม่ได้เล่นอะไรกับคุณนะ..คุณติณวีย์ แต่ฉันอยากรู้ว่าคุณเข้ามานอนในห้องนี้..บนเตียงนี้ได้ยังไง แล้วใครอนุญาติคะ?..” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้นทันทีด้วยความโมโหที่เขาถือวิสาสะเข้ามานอนในห้องของหล่อน โดยที่หล่อนเองยังไม่ได้เอ่ยปากอนุญาติเลยสักนิด


             หล่อนยืนมองคนตัวโต ที่ยังคงนอนนิ่ง ไม่ใส่ใจหรือสนใจกับคำพูดของหล่อนเลยแม้แต่น้อย ก่อนจะมองไปยังเตียงของหล่อนที่ว่าใหญ่แล้ว..พอมีร่างสูงใหญ่ของเขามานอนแผ่หลาอยู่บนเตียง กลับทำให้เตียงของหล่อนเล็กลงไปถนัดตา..เลยทีเดียว


             ไอยรดาปรายตามองไปยังคนบนเตียงด้วยความหมั่นไส้ เมื่อเห็นเขายังคงนอนนิ่งเฉย เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอยู่เช่นเดิม ก่อนจะเอื้อมไปหยิบหมอนอีกใบที่อยู่ใกล้ๆ มาฟาดไป ยังร่างหนาตรงหน้าอีกนับครั้งไม่ถ้วน ดูซิว่าเขาจะนอนนิ่งเฉยอยู่ ได้อีกมั้ย


             “ว๊าย!..อุ๊ย..นี่คุณ!.. ปล่อยฉันนะ..ปล่อย..อื้อ..” ร่างบางดิ้นขลุก ขลัก อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มด้วยความตกใจ.. เมื่อจู่ๆก็ถูกเขาคว้าข้อมือบางเอาไว้ แล้วกระตุกลงไปหาอกกว้างอย่างรวดเร็ว โดยที่หล่อนไม่ทันได้ระวังตัว


             ร่างหนายังคงนอนนิ่งเฉย พร้อมกับดวงตาของเขาที่ยังคงปิดสนิท ต่างจากอ้อมแขนแข็งแกร่ง ที่กลับรัดร่างบางให้แนบแน่นมากขึ้นไปอีกเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงขัดขืนและพยายามให้หลุดพ้นไปจากอ้อมแขนของเขาอยู่สักพัก ก่อนที่จะหยุดลงเพราะสู้แรงคนตัวโตที่นอนกอดหล่อน อย่างไม่คิดที่จะปล่อยเช่นนี้ต่อไปไม่ไหว..เรี่ยวแรงของหล่อนมันอ่อนล้าลงไปทุกทีๆ เมื่อได้ใกล้ชิดแนบสนิทไปกับร่างหนาของเขา แทบจะทุกส่วนของร่างกายในขณะนี้ ‘แล้วหล่อนจะทำอย่างไรดี ขืนอยู่ต่อไปแบบนี้หล่อนต้องตายแน่ๆเลย’...


             “ผมขอนอนอีกสักหน่อยเถอะนะ..เพิ่งจะนอนได้ไม่ถึง 3 ชั่วโมงเลย..รับรอง..ตื่นมาผมจะอธิบายให้หมดทุกข้อข้องใจเลย..นะ..ไอยรดา” เสียงทุ้มเอ่ยบอกไป เมื่อรับรู้ได้ถึงร่างในอ้อมแขน..ที่เริ่มสงบลง ก่อนที่สายตาคมกริบจะปรือตาขึ้นมองอย่างอ้อนวอน จนคนที่เตรียมจะต่อว่า กลับพูดไม่ออก เอ่ยไปได้เพียงแค่สองคำเท่านั้น..ก็ต้องหยุดลง เมื่อเห็นสายตาอ้อนวอนของเขาที่มองมา


             “แต่..ฉัน..”


             “นะ..ไอยรดา..ผมไม่ได้ทำอะไรคุณจริงๆ เมื่อคืนเป็นยังไง เช้ามาก็ยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น” เสียงของเขาที่เปล่งออกมา ค่อยๆเงียบลงๆ จนขาดหายไป พร้อมลมหายใจเข้าออกที่สม่ำเสมอ ส่วนอ้อมแขนแข็งแกร่ง ที่กอดหล่อนจนแนบแน่นนั้น ก็คลายลง บ่งบอกให้รู้ว่า ร่างสูงใหญ่ที่หล่อนนอนทาบทับอยู่นั้น ได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปซะแล้ว…   

                     

             ******************

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 79 ครั้ง

227 ความคิดเห็น