พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 53 : กลับบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    24 ม.ค. 62

             ตอนที่53 :กลับบ้าน


             “กริ๊งๆๆ กริ๊งๆๆ”

             

             “ว่าไง” ติณวีย์ถามไปยังปลายสาย ด้วยเสียงที่ร้อนรน และดุดันตามอารมณ์ที่ยังคงคั่งค้างอยู่


             “คุณติณวีย์ครับ..คุณไอยรดาเธอขึ้นรถแท็กซี่ไปแล้วครับ” ‘เบน’ บอร์ดีการ์ดมือขวาของเขา เอ่ยรายงานขึ้นทันที เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจากผู้เป็นนาย


             “ให้ปีเตอร์ขับตามไปจนถึงที่ อย่าให้เธอรู้ตัวได้ แล้วโทรบอกกับฉันทุกระยะ ส่วนนายไปเอารถมา..ฉันจะไปเดี๋ยวนี้เลย” คำสั่งที่แผ่อำนาจส่งตอบกลับไป พร้อมกับเก็บเอกสารเข้าที่อย่างรวดเร็ว


             “ครับ” เบนตอบรับสั้นๆ ก่อนจะก้าวไปยังลานจอดรถในทันที เพื่อเอารถออกตามคำสั่งให้เร็วที่สุด…     

                             

             ..ทันทีที่ไอยรดาก้าวขึ้นรถ น้ำตาที่หล่อนพยายามกลั้นเอาไว้มาตลอดทาง ก็ไหลรินอาบแก้ม..โดยไม่รู้ตัว ทำไมหล่อนจึงเจ็บปวดหัวใจได้ถึงเพียงนี้ กับการที่เห็นเขากับผู้หญิงคนอื่นอยู่ด้วยกัน..ทั้งที่หล่อนเองก็รู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะคิดกับเขามากไปกว่าเจ้านายกับลูกน้องเลยสักนิด แต่นับวันหัวใจของหล่อนมันก็ยิ่งถลำลึกมากเข้าไปทุกทีๆ จนยากที่จะถอนตัว ถอนหัวใจของตัวเองกลับคืนมาได้..แต่หล่อนก็ไม่อยากที่จะเจ็บปวดกับการแอบรักเขาข้างเดียวต่อไปอีกแล้วเช่นกัน..         

                                

             มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่มันไหลรินอย่างไม่ยอมจะหยุดนั้นให้หมดไปจากใบหน้า ก่อนจะหลับตาลงเพื่อทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหัวใจของตัวเองอีกครั้ง..เนิ่นนาน..จนเมื่อลืมตาขึ้นหัวใจของหล่อนก็เริ่มสงบลง พร้อมกับหัวใจที่ยอมรับความจริงได้แล้วว่า หล่อนกับเขาต่างกันมากเพียงใด และแต่นี้ไปหล่อนจะเลิกเพ้อฝันกับสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้สักที...


             ไอยรดาสั่งให้ลุงแท็กซี่จอดที่ตลาดนัดปากทางเข้าบ้าน เพื่อหาซื้อของสดไว้ไปทำกับ ข้าวในวันพรุ่งนี้ พร้อมกับแกงสำเร็จอีกหนึ่งถุงสำหรับวันนี้ เพราะถ้าหากต้องกลับไปทำคิดว่า คงจะดึกเป็นแน่..กว่าที่จะได้ทาน


             เมื่อหญิงสาวได้ของจนครบ ก็เดินไปยังวินมอร์เตอร์ไซด์หน้าปากซอยเข้าบ้าน ที่มี 'ลุงอินทร์' เป็นวินประจำซอย คอยรับส่งหล่อนตลอด เมื่อหล่อนกลับมาเยี่ยมบ้านในทุกๆครั้ง

             

             “ลุงอินทร์คะ..ลูกค้าเดือนละครั้งของลุงมาแล้วนะคะ” หล่อนตะโกนทักชายสูงอายุ ที่เป็นทั้งเจ้าของวินมอร์เตอร์ไซด์ และเป็นวินส่วนตัวของหล่อนไปแล้ว..เจ้าของวิน ผงกศรีษะขึ้นจากเปล เพ่งมองไปทางเสียงแจ๋วๆ แจ่มใสนั้น ก่อนจะยิ้มร่าให้กับหญิงสาวด้วยความเอ็นดู


             “อ้าว!..หนูอ้ายนี่เอง ทำไมวันนี้มามืดจังเลยล่ะหนู.. รถติดรึไง” ลุงอินทร์ลุกขึ้นเดินไปยังรถคู่ใจทันที ในขณะที่เอ่ยถามหล่อน


             “ค่ะลุง..เล่นเอามืดเลย ไม่รู้ว่าติดอะไรนักหนา” เสียงหวานแอบบ่นเล็กน้อย พร้อมกับก้าวขึ้นรถ ที่ลุงแกติดเครื่องในทันทีที่หล่อนลงนั่งเรียบร้อยแล้ว


             “แล้วหนูอ้ายจะอยู่กี่วันล่ะเที่ยวนี้ จะกลับเมื่อไหร่ก็โทรบอกลุงนะ..ลุงจะได้เข้ามารับให้..”


             “ค่ะ..ขอบคุณค่ะ ถ้าอ้ายกลับเมื่อไหร่จะโทรเรียกลุงทันทีเลย”



             ...หญิงสาวอาบน้ำ แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดิน ออกไปยังระเบียงบ้าน

             

             บ้านของหล่อนเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ที่มีใต้ถุนโล่งโปร่ง มีแคร่ไม้ ไผ่ไว้สำหรับนั่งทานอาหาร และมีแปลที่ผูกเอาไว้ ซึ่งอยู่ถัดไปจากแคร่ไม้ไผ่ไม่มากนัก..เป็นที่ประจำของหล่อนอีกที่ ยามที่ต้องการพักผ่อน หรืออ่านหนังสือ เพราะปลอดโปร่ง และมีลมพัดโชยเข้ามาตลอดทั้งวัน

             

             ..ส่วนด้านบนของบ้าน แยกจากตัวบ้านไปก็เป็นระเบียงกว้าง.. โล่ง ในส่วนด้านซ้ายสุดของระเบียง จะมีต้นมะม่วงต้นใหญ่ขึ้นขวางอยู่ พ่อกับแม่เสียดาย ถ้าต้องตัดมันทิ้ง จึงสร้างระเบียงล้อมต้นมะม่วงซะเลย.. เพราะประโยชน์ที่ได้รับจากต้นมะม่วงนั้นมีมากมาย ทั้งให้ความร่มเย็น..เป็นที่ปีนป่ายของหล่อนในตอนเด็กๆ อีกทั้งยังเป็นแหล่ง อาหารชั้นยอด..ที่ตอนเป็นเด็ก หล่อนจะปีนขึ้นไปเพื่อเก็บมะม่วงกินเป็นประจำ กินได้ทุกวันอย่างไม่นึกเบื่อเลยแม้แต่น้อย…

             

             ทางริมด้านขวาสุดของตัวบ้าน จะแยกออกไปเป็นครัวที่มีขนาดกลางไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป ที่เมื่อทำอาหารเสร็จแล้วก็จะยกออกมาทานด้านนอกระเบียง ที่ติดกับครัว ซึ่งหล่อนก็จะมีหน้าที่ยกออกมาจัดเรียงไว้บนโต๊ะอาหาร..ส่วนระเบียงด้านหน้าที่โล่งโปร่ง จะมีเก้าอี้หวายสานบุนวมเอาไว้สำหรับนั่งหรือนอนดูดาว เรียงต่อกันไว้อยู่ 3 ตัว เพราะครอบครัวหล่อนจะมานอนดูดาว และพูดคุยกันในทุกๆคืน หลังจากที่ทานอาหารแล้ว


             ไอยรดาเดินไปเปิดไฟที่ระเบียงบ้าน แต่กลับไม่ติดสงสัยว่าฟิวส์จะขาด หล่อนจึงเดินเข้าไปในบ้าน แล้วเปิดลิ้นชัก เพื่อจะหยิบหลอดไฟ ที่หล่อนจะซื้อติดบ้านเอาไว้เสมอออกมา พร้อมด้วยเก้าอี้ ก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียง


             หล่อนวางเก้าอี้ให้ตรงกับหลอดไฟ แล้วปีนขึ้นไปบนเก้าอี้ เพื่อหมุนหลอดไฟออก แล้วใช้หลอดใหม่ใส่เข้าไป ก่อนจะหมุนให้ตรงล็อค แต่หมุนเท่าไหร่ก็ไม่ตรงล็อคสักที ‘หรือว่าอาจจะปีนเกลียว’ หล่อนจึงถอดออกมาแล้วลองใส่เข้าไปใหม่..เมื่อหมุนหลอดไฟจนสุดเกลียวก็ตรงล็อคพอดี ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก และต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงทุ้มนุ่ม คุ้นหูดังอยู่ใกล้ๆ


             “คุณขึ้นไปทำอะไรบนนั้นไอยรดา..เดี๋ยวก็ได้ตกลงมา..”


             หญิงสาวหันขวับพลางก้มมองหาไปทางเสียงที่ได้ยินนั้นทันที ทำให้เท้าของหล่อนก็หมุนตามไปด้วย ในขณะที่เอี้ยวตัวอย่างรวดเร็ว โดยลืมไปว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็กๆ


             ..ทำให้หน้าของหล่อนแทบคะมำลงไปกับพื้นในทันที ถ้าไม่ได้มือหนาของชายหนุ่ม ที่สอดรวบเอวบางเอาไว้ ก่อนที่จะล้มลงไปด้วยกันเพราะต้านแรงของหล่อนที่โถมลงมาไว้ไม่ไหว ทำให้ร่างบางล้มลงไปทับอยู่บนร่างแกร่งของเขาในทันทีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้     

                                        

             ******************


             

             

             

             

             

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #160 May209 (@May209) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 00:14
    รู้สึกว่าที่ซุ่มซ่าม จะเกิดจากพระเอกล้วนๆเลยนะ
    #160
    0
  2. #38 PinRitNava (@PinRitNava) (จากตอนที่ 53)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 21:20
    รออยู่นะค่ะ
    #38
    0