พรหมลิขิตร้ายกลายรัก

ตอนที่ 35 : ตกเป็นเป้าสายตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

             ตอนที่35 :                    

            ตกเป็นเป้าสายตา


             “อ้าว!..อิ่มแล้วเหรอ.. เพิ่งพร่องไปได้ครึ่งจานเท่านั้นเอง เมื่อเช้าคุณก็ทานไปได้นิดเดียว ทานอย่างนี้แล้วจะมีแรงทำงานรึไง..” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นใน ขณะที่สายตาก็เหลือบมองไปยังร่างบางที่ก้มลงดูดน้ำในขวด อย่างไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพูดนัก ก่อนจะได้ยินเสียงหวานเอ่ยตอบออกมาอย่างแผ่วเบา


             “ค่ะ..ฉันอิ่มแล้ว ไปกันเถอะค่ะ เลยเวลาเข้างานมานานแล้ว..”


             ไอยรดาเหลือบสายตามองไปยังพนักงาน3-4คนที่จ้องมองมาทางเขาและหล่อนอย่างเป็นตาเดียว ก่อนจะลุกขึ้นก้าวออกไปในลักษณะกึ่งวิ่งกึ่งเดิน เพื่อให้พ้นจากสายตาของพนักงานกลุ่มนั้น..ด้วยไม่อยากที่จะตกเป็นเป้าสายตา ให้ใครต่อใครได้เอาไปซุบซิบนิน ทาเอาได้


             ..และเมื่อเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็นึกขึ้นได้ว่าจะซื้อขนมไป ฝากพี่อร ในขณะที่เดินผ่านร้านผลไม้ไปได้ไม่กี่ก้าว หล่อนจึงหยุดลงทันที


             “ว้าย!..” บึก! ร่างบางที่กำลังจะหน้าทิ่มลงไปเพราะแรงกระแทก จากร่างสูงใหญ่ที่เดินชนมาจากข้างหลังอย่างเบรคเอาไว้ไม่อยู่..โดยที่มือหนาก็สอดเข้ารวบเอวบางเอาไว้ได้ทัน ก่อนจะรั้งเข้ามาแนบชิดกับอกกว้าง เพื่อไม่ให้ล้มลงไปด้วยกันทั้งคู่


             “อุ๊ย!..นี่คุณ!..ปล่อยนะ..คุณเดินยังไงคะเนี่ย..” เสียงหวานเอ่ยต่อว่าเขาทันที ก่อนที่ร่างบางจะนิ่งงันไป เมื่อถูกเขารวบไปกอดจนแนบชิดกับอกแกร่งนั้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่ทันได้ตั้งตัว


             “ก็ใครล่ะ..เดินอยู่ดีๆ กลับหยุดเดินกระทันหันซะอย่างนั้น..” เสียงเข้มที่เอ่ยอยู่ไม่ห่างจากใบหูเล็กพร้อมกับลมหายใจที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียนใสนั่น ไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆเพราะเริ่มจะชินแล้ว กับความไม่ระวังของคนที่อยู่ในอ้อมแขนในเวลานี้


             “เอ่อ..ฉันผิดค่ะ ฉันขอโทษ ฉันเพิ่งนึกได้ว่าจะซื้อของไปฝากพี่อร..พอเหลือบไปเห็นร้านผลไม้ก็เลยหยุดกระทันหัน..ฉัน..เอ่อ..ไม่เป็นอะไรแล้วล่ะค่ะ คุณปล่อยฉันสิคะ” หญิงสาวรีบเอ่ยยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองได้ทำลงไป ด้วยหัวใจที่เต้นตึกตักกับความใกล้ชิดที่มีอยู่ในตอนนี้ ก่อนจะเหลือบมองไปยังกลุ่มพนักงานนั่นอีกครั้งด้วยความกังวลใจ เมื่อพบว่าทุกสายตาก็ยังคงจับจ้องมาที่หล่อนและเขาอยู่อย่างไม่วางตาเช่นเดิม ซึ่งในคราวนี้ก็คงมีเสียงซุบซิบตามมาเป็นของแถมอีกด้วยเป็นแน่…


             ติณวีย์คลายอ้อมแขนออกจากร่างบางอย่างช้าๆ กลิ่นกายที่หอมกรุ่นของหญิงสาวยังคงกระจายไปทั่วรอบๆตัวเขาอย่างไม่จางหาย ทำให้เขาแอบเผลอสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างลืมตัว ก่อนที่หล่อนจะรีบถอยห่างออกไปจากเขาทันที ที่เป็นอิสระ


             “คุณขึ้นไปก่อนก็ได้ค่ะ ไม่ต้องรอฉันหรอก เดี๋ยวฉันซื้อเสร็จแล้วค่อยตามขึ้นไปค่ะ” หล่อนรีบบอกให้เขาขึ้นไปก่อน เพราะไม่อยากที่จะเป็นจุดสนใจของใครๆ ที่ต่างก็มองมายังหล่อนและเขาอย่างไม่วางตาในตอนนี้ แต่...


             “ไม่เป็นไร..คุณไปซื้อเถอะ ผมรอได้”    


             หญิงสาวจึงรีบหันกลับไปซื้อของในทันที เพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงไปมากกว่านี้ ด้วยรู้ว่าคนอย่างเขา เอาแต่ใจเพียงใด และอีกอย่าง..ก็อยากไปให้พ้นกับสายตาหลายๆคู่ที่มองมายังเขาและหล่อนให้เร็วที่สุดยิ่งดี…


             “นี่ค่ะ..พี่อร อ้ายซื้อผลไม้มาฝาก แต่ไม่รู้ว่าพี่อรชอบอะไร อ้ายเลยเลือกมาให้ถึงสามอย่างเลย น่าจะถูกใจสักอย่างนะคะ” ไอยรดายื่นถุงผลไม้ที่มีทั้งองุ่น แตงโม และชมพู่ ส่งให้กับเลขารุ่นพี่พร้อมด้วยรอยยิ้มหวาน


             “ขอบคุณนะคะ ของโปรดพี่ทุกอย่างเลยค่ะ..แต่มันเยอะไป พี่ทานคนเดียวไม่หมดหรอกค่ะ มาทานด้วยกันดีกว่านะคะ น้องอ้าย..คุณติณวีย์” อรอุมาเอ่ยชวนหญิงสาว ก่อนหันไปชวนเจ้านายหนุ่ม ที่ยืนฟังคำสนทนาของหล่อนและหญิงสาวข้างๆ ด้วยสายตาที่คมกริบพร้อมกับใบหน้าที่เรียบเฉย..อย่างเคยชินไปเสียแล้วสำหรับหล่อนที่ทำงานร่วมกันมานาน จึงไม่ค่อยรู้สึกกลัวกับท่าทีนิ่งๆของผู้เป็นนายนี้สักเท่าไหร่


             “ไม่ล่ะ..เชิญคุณสองคนตามสบาย..” พูดจบก็ก้าวออกไปเพื่อจะเดินเข้าห้อง แต่ต้องหยุดชะงักลงเมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


             “อ้อ!..คุณอร เดี๋ยวคุณเอาแฟ้มเอกสารที่ปาย มาให้ผมที..ผมต้องตรวจดูรายละเอียดให้รอบคอบอีกครั้ง ก่อนที่จะออกเดินทาง”


             “ได้ค่ะ แล้วคุณติณวีย์จะไปวันไหนคะ ดิฉันจะได้แสตนบายด์ล่วงหน้ากับทางโน้นไว้ก่อน เพื่อความเรียบร้อยเมื่อคุณติณวีย์เดินทางไปถึง


             “เดี๋ยวผมขออ่านเอกสารก่อน แล้วจะแจ้งให้คุณทราบอีกที


             “ค่ะ..ได้ค่ะ” อรอุมาตอบรับอีกครั้ง ก่อนจะหันกลับไปเตรียมเอกสารให้กับผู้เป็นนายในทันที โดยมีสายตาของเด็กฝึกงานข้างๆ อย่างหล่อนมองตามไปด้วยความสนใจ และชื่นชม กับความว่องไวและคล่อง แคล่วของเลขารุ่นพี่ ที่ใช้เวลาเพียงไม่ถึง 5นาที ก็ได้เอกสารที่ต้องการจนครบทั้งหมด        

                       

             และเด็กฝึกงาน อย่างหล่อนจึงต้องรีบรับอาสายกแฟ้มเอกสารไปให้เอง ด้วยเห็นว่ามันหนักเกินไป สำหรับคนท้องแก่ที่จะต้องยกแฟ้มเอกสารถึง 3แฟ้มเดินไปยังห้องทำงานของเจ้านาย ถึงแม้จะเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงแล้ว..แต่มันไม่ดีเลยสำหรับคนท้องแก่ใกล้คลอดเช่นนี้


             “ขอบคุณนะคะน้องอ้าย”    

                                             

             “ไม่เป็นไรค่ะ..พี่อรไม่ควรจะยกของหนักนะคะ เดี๋ยวอ้ายจัดการให้เองค่ะ” หล่อนส่งยิ้มหวานไปให้ ก่อนจะเดินหอบแฟ้มเอกสารเข้าไปในห้องของผู้เป็นนายอย่างรวดเร็ว…       

                                              

             ******************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

227 ความคิดเห็น

  1. #18 kar1965 (@karfile1965) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 16:47

    ไปด้วยนะ เลขาอ้ายๆๆๆ

    #18
    0