[ FIC BLEACH ] ผมนี่แหละเทพมรณะ

ตอนที่ 59 : ตอนที่ 59

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,356
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 569 ครั้ง
    1 ธ.ค. 63

อุราฮาระ ราเซ็ตสึ อิจิโกะ ยืนพูดคุยกัน สีหน้าของอิจิโกะมีความเศร้าและบอกเล่าเรื่องราวและความคิดหลังได้ปะทะดาบกับไอเซ็น มันเป็นความรู้สึกและเรื่องราวที่ส่งมาผ่านคมดาบสำหรับนักดาบระดับสูงนี่คือการสื่อสารชนิดหนึ่ง



"จะว่าไปผมรู้สึกไม่ค่อนชินเลยหลังได้เห็นคุณอาในร่างนี้ เชื่อเถอะถ้าลูเคียมาเห็นเข้าละก็มีหวัง... ?"



"เห็นอะไรของเจ้ากัน อิจิโกะ ?"



พูดถึงแม่เสือสาว แม่เสือสาวก็มาราเซ็ตสึที่กำลังหันหลังให้อีกฝ่ายถึงกับทำสีหน้าแหยงๆ อะไรจะเหมาะเจาะปานนั้นแม่คุณเอ้ย เขาอุส่าจะหนีไปพักผ่อนสักระยะเพื่อรอกลับคืนสู่สภาพเดิมแล้วค่อยไปหาอีกฝ่ายแท้ๆ



"จะว่าไปแล้วเด็กคนนั้นใครกันทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ"



"เออคือ..."



อิจิโกะที่พูดไม่ออกหันไปมองราเซ็ตสึที่กำลังตีสีหน้าสังกะตายด้วยความอ่อนเพลีย ไม่นานอิจิโกะก็ได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของอีกฝ่าย ร่างของเด็กชายโงนเงนและล้มลงหมดสติกลางอากาศ อิจิโกะกำลังเอื้อมมือเข้าไปคว้าความเจ็บปวดแสนทรมาณก็โลดแล่นออกมาและล้มลงหมดสติไปอีกคน



นี่คือผลตอบแทนที่เท่าเทียม ของราเซ็ตสึเป็นเพราะฝืนสังขาลใช้พลังที่ไม่สมบูรณ์เกินตัวทำให้เกิดอาการช็อคอย่างรุนแรงและหมดสติไป ส่วนทางอิจิโกะเกิดจากใช้เก็ตสึกะ เท็นโชขั้นสุดท้าย ทำให้กาลเวลาเริ่มย้อนคืน ช่วงเวลาที่ผ่านมาในดันไกส่งผลกระทบต่ออีกฝ่ายที่มีพลังยมทูตอีกไม่มากนักอย่างรุนแรง



สองอาหลานพากันล้มลงหมดสติกันไป ด้วยเหตุนี้นั่นเอง หลายวันผ่านไปในที่สุดราเซ็ตสึก็ฟื้นสติ เงยหน้ามองเพดานแสนคุ้นเคยก่อนจะยกมือขวาของตัวเองขึ้นมาและถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะในที่สุดมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เขากังวล ร่างกายของเขามันกลับสู่สภาพที่ควรจะเป็นแล้ว



"งืม~ เจ้าเซ่อของข้ารีบๆฟื้นได้แล้วนะ อย่าทำให้ข้าเป็นห่วงนักสิ"



เสียงงึมงำคล้ายคนละเมอดังขึ้นมาจากด้านซ้ายของตนเอง เบนสายตาและมองไปยังข้างๆ กาย ที่นั่นมีหญิงสาวร่างเล็กกำลังนั่งจับมือซ้ายสัปหงกละเมออยู่ข้างกายของเขา หลังได้เห็นว่าใครริมฝีปากก็เริ่มเผยรอยยิ้มอย่างช่วยไม่ได้



"ดูแลกันดีขนาดนี้ไม่ให้ผมรักคุณได้ไง"



"อืมม~ เจ้าฟื้นแล้วหรอ"



ลูเคียลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย ราเซ็ตสึไม่รีรอรีบดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้ หญิงสาวที่พึ่งตื่นก็ปล่อยให้อีกฝ่ายกอดตัวเองจนกระทั่งสติสตางค์เริ่มกลับมาเธอถึงรู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกเอาเปรียบ แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด



"ผมหลับมากี่วันแล้วหรอครับ"



"เจ้าหลับมาเจ็ดวันแล้ว"



"ทุกคนปลอดภัยดีใช่ไหม..."



"นอกจากอิจิโกะที่กำลังสูญเสียพลังยมทูตไปก็ใช่"



ราเซ็ตสึไม่ได้พูดหรือถามอะไรออกมาอีก มือลูบไล้เส้นผมของลูเคียที่กำลังนอนแน่บอกของตนเอง ช่วงเวลาที่อีกฝ่ายจะยอมให้เขากอดแบบนี้หาได้ยาก จึงต้องกักตวงมันเอาไว้เสียให้คุ้มค่าและในขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินกับความอบอุ่น เสียงอันอ่อนหวานดูอ่อนโยนก็ดังขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย



"จะว่าไปเจ้ามีอะไรจะบอกข้าหรือเปล่านะที่รัก"



แทนที่ชายหนุ่มจะมีความสุขกับความอ่อนหวานในน้ำเสียงของลูเคีย ทว่าความเป็นจริงเขากลับรู้สึกขนลุกซู่อย่างช่วยไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นตอนที่เขาหลับไปหรือเปล่า เหล่มองที่กำแพงที่ใช้แขวนดาบหายไปในใจก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี



"เรื่องอะไรหรอครับ ?"



"แม่บ้านสาวและชื่อจริงของเจ้ายังไงละคะที่รัก ฮี่ฮี่"



"อ่อที่แท้ก็สองเรื่องนี้นี่เอง"



จากนั้นราเซ็ตสึถอนหายใจและเริ่มบอกเล่าเก้าสิบให้ลูเคียฟังอย่างไม่รีบร้อนถึงสถานะของตนเองในอดีต แม้จะเล่าไม่หมดและไม่ได้ระบุเรื่องตัวตนของผู้ส่งมือสังหารแต่หลังจากที่ได้ฟังลูเคียก็รู้สึกอึ้งไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะเป็นแบบนี้



"มันอาจจะเป็นเพราะข้าส่วนหนึ่ง ถ้าข้าไม่อ่อนแอและช่วยเหลือท่านไคเอ็นในวันนั้นได้เจ้าคงไม่มาเจอเหตุการณ์แบบนั้น"



"อย่าโทษตัวเองเลยมันไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกครับ ตอนนั้นเป็นผมเองที่อ่อนแอ เอจะว่าไปเรื่องของผมถูกเปิดเผยไปแล้วหรอ"



"...ใช่ท่านหัวหน้าใหญ่และวังกลาง 46 ห้องใหม่มีคำสั่งลงมาแล้วว่าจะคืนสถานะขุนนาง ที่ดินบ้านหลักของตระกูลชิบะให้แก่เจ้า แล้วเรื่องแม่บ้านละ ไหนลองว่ามาสิ้ ?"



บอกเล่าเรื่องสถานะการเงินของตัวเอง ลูเคียจึงได้แต่สงสารอีกฝ่าย การมีดาบฟันวิญญาณที่มีพลังมากเกินไปก็ไม่ใช่เรื่องดี วิญญาณจากดาบเล่มอื่นไม่สามารถออกมาโลดแล่นยังโลกภายนอกได้ แตกต่างจากเด็กแสบสองตัวของราเซ็ตสึอย่างสิ้นเชิง กฏเกณฑ์มันใช้กับทั้งสองไม่ได้โดยเฉพาะกับสึคุโยะจัง



"เจ้านี่ช่างน่าสงสารจริงๆ"



"ช่างเถอะครับ จะว่าไปฮินาโมริเป็นยังไงบ้าง ?"


"เธอสบายดี หลังเธอฟื้นสติตั้งแต่หกวันก่อนและรักษาตัวจนหายดี เธอรีบก็กลับไปทำงานแทนเจ้าที่ยังไม่ได้สติ เอาละปล่อยข้าก่อนข้าจะไปทำอาหารให้เจ้าทาน"



ชายหนุ่มปล่อยเธออย่างว่าง่าย ตอนนี้เขาไม่มีอารมณ์กวนบาทาลูเคียเลยแม้แต่นิดเดียว อาจจะเป็นเพราะตัวเองรู้สึกผิดที่ผลักภาระหน้าที่ทุกอย่างไปหลานชายแบกรับไว้เพียงคนเดียว ทั้งที่ตัวเองก็สามารถจัดการมันได้



แต่นี่ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากเช่นกัน แถมพลังที่อิจิโกะจะได้รับในอนาคตก็ยิ่งใหญ่ตามไปด้วย แรงดันวิญญาณจากหัวหน้าใหญ่เหล่าหัวหน้าหน่วยและรองหัวหน้าหน่วยทุกคนไหนจะกลุ่มไวท์เซิร์ด อุราฮาระ โยรุอิจิหรือแม้แต่อิชชินหลอมรวมกันอยู่ในร่างกายของอิจิโกะผสานกับฟูลบริงเกอร์



หลังติดสินใจได้แล้วราเซ็ตสึก็รอคอยเวลานั้นอย่างไม่รีบร้อน เขาลุกจากที่นอนไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายของตัวเอง รอทานอาหารของลูเคียและไปเยี่ยมเยือนอิจิโกะที่ไปพักอยู่ที่บ้านตระกูลคุจิกิ



สามวันผ่านไปราเซ็ตสึก็เดินทางไปที่สำนักงานและห้องทำงานหลักของปู่ยามะ โดยมีเหล่าหัวหน้าทั้งสี่คนที่ไร้ฮาโอริสวมใส่ประกอบไปด้วยตัวเขาเอง หัวหน้าคุจิกิ หัวหน้าเคียวราคุ และหัวหน้าซาราคิ ในขณะที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างปกติเรียบร้อยเสียงตวาดของปู่ยามะก็ดังลั่นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย



"เจ้าพวกบ้าาา!! ทำเสื้อคลุมหัวหน้าหายอย่างงั้นหรอ ไอ้ขาดน่ะไม่ว่ากันหรอกแต่ไอ้ทำหายนี่มันหมายความว่ายังไง และยังมาทำหน้าไม่สะทกสะท้านอะไรอีก ไอ้พวกหน้าด้านเอ้ย!!"



"หัวหน้าใหญ่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เสื้อคลุมถูกๆแบบนั้นเดี๋ยวค่อยซื้อเปลี่ยนใหม่ก็ได้"



ผู้กล่าวเปิดประเด็นเป็นคนแรกก็คือหัวหน้าเบียคุยะผู้แสนจะร่ำรวย อีกฝ่ายกล่าวด้วยสีหน้าปกติราวกับเสื้อคลุมหัวหน้าหน่วยหายไม่ใช่เรื่องใหญ่โตที่จะทำให้เขาสนใจได้ ได้ยินแบบนั้นปู่ก็หัวร้อนสิครับ



"ดูมันพูดเข้า ข้าไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น! แล้วมันก็ไม่ใช่ของถูกๆด้วยนะ เจ้าพวกโง่! นี่ฟังนะการต่อสู้ไม่ใช่ว่าแค่เอาชัยชนะกลับมาแล้วก็จบ นี่พวกเจ้าเห็นเสื้อคลุมของหัวหน้าเป็นอะไรกันไปเนี่ย เห็นเป็นผ้าริ้วหร้ออ!!"



"เกะกะ" ซาราคิมองบนกล่าวด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย



"ของถูกๆ"เบียคุยะลืมตากล่าวอย่างไม่ใส่ใจดูไม่มีความสำนึก



"ขวางหูขวางตา"ราเซ็ตสึแคะจมูกกล่าวด้วยสีหน้าขี้เกียจไร้อารมณ์



"ใส่โก้ๆ"เคียวราคุกล่าวด้วยสีหน้าสนุกสนานราวกับตอนนี้เป็นเรื่องสนุก



"โอโห พูดไม่เข้าหูอีกแล้ว!! อ่าแสบคอตะโกนมาก หึ่ยยย ของขึ้น ของขึ้น! ไอ้พวกพูดจาไม่รูัจักคิด"



ทั้งสี่ถูกปู่ยามะเทศนาจนเบื่อ กว่าจะถูกบ่นจบก็ใช้เวลานานพอสมควร บอกเลยว่าหูชากันเป็นแถว แต่ราเซ็ตสึไม่ค่อยได้กวนบาทาของปู่เสียเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นพี่เขยที่รับบทนี้แทน หลังจากนั้นทั้งสี่ก็แยกย้ายกลับไปประจำหน่วยของตนเอง



ีมีเพียงราเซ็ตสึ ที่ไม่ได้แวะไปที่สำนักงานของตนเอง เขาเดินไปยังเขตพื้นที่ขุนนางโดยแวะไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง สายตามองคฤหาสน์และพื้นที่อันสวยงามของที่แห่งนี้ มันเป็นความคนึงหาอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้



สถานที่แห่งนี้คือจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ของเขา แม้ปฐมบทของตัวเองจะเริ่มต้นที่เมืองลูคอนทิศเหนือ เขตที่ 80 เขตซาราคิก็ตาม แต่ว่าที่นี่ก็เคยเป็นที่อยู่อาศัยของเขาตั้งแต่เกิดจนอายุเกือบร้อยปี คฤหาสน์ตระกูลชิบะที่ปัจจุบันนั้นแสนเงียบเหงา



"น่าคิดถึงจริงๆ"















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 569 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,079 ความคิดเห็น

  1. #883 Taberong140501 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2563 / 06:46
    แก๊งนหนอนี้น่าจะสร้างปัญหาให้ลุงแกไปอีกยาวแหละ
    #883
    1
  2. #880 Rnozero (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 09:20

    รอดูว่างินจะเป็นอย่างไรต่อไปและคุโรกิไม่สิต้องเรียกใหม่ว่าอิชามุ แล้วสินะรีบๆฟื้นฟูตระกูลของตนเองสะสางเรื่องของตนเองชะและเตรียมความพร้อมในสงครามเลือดพันปีช้าาาาา....... เฮ้ยเกือบลืมต้องเข้าภาคเอ็กซ์คิวชั่นก่อนสินะขอบคุณมากสำหรับตอนล่าสุดคร้าบผม

    #880
    0
  3. #879 fugia (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 08:17
    รอคู่งิน×รันงิคุสมหวัง
    #879
    0
  4. #878 นักอ่านยามวิกาล (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 08:11
    งินล่ะ
    #878
    0
  5. #877 NSavia (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 07:17
    ปู่ยามะนี่มาแบบพาร์กไทยชัดๆ555
    #877
    0
  6. #876 rosaryrune (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 06:36
    งินหล่ะจะโดนลงโทษป่าวอ่ะ😅หรือว่ารอด
    #876
    0
  7. #875 Naret2535 (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 06:23
    ฮากับปู่ยามะจิงๆ555555
    #875
    0
  8. #874 p_ice (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2563 / 06:15

    รออ่านต่อฮับ
    #874
    0