พ่ายรักจ้าวดวงใจ

ตอนที่ 7 : เรือสำราญที่แสนอันตราย...2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,290
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    15 พ.ย. 61


***อย่าลืม คอมเม้นท์ กดส่งกำลังใจ และกดfavorite รับการแจ้งเตือนนิยายกันด้วยน้าา 

ข่าวดีค่ะ!! ไรเตอร์รีปริ๊นหนังสือพ่ายรักจ้าวดวงใจและล่ารักจ้าวดวงใจมาเพิ่มแล้วนะคะ ท่านใดชอบเก็บสะสมหนังสือรีบสั่งกันได้เลยจ้าา หนังสือที่สั่งพิมพ์เพิ่มมามีจำนวนจำกัด โอนสั่งซื้อได้เลย ไม่ต้องรอสั่งจองกับไรเตอร์น้าา หมดแล้วหมดเลยจะไม่มีพิมพ์เพิ่มอีกแล้วค่ะ

​สำหรับสายe-bookมีวางในMEBแล้วนะคะ เข้าไปโหลดมาฟินกันแบบจัดเต็มได้เลยค่า >> คลิก



ภายในห้องสวีทชั้นบนสุดของเรือสำราญที่กำลังแล่นออกสู่น่าน้ำสากลในเวลานี้นั้น มาเฟียหนุ่มเจ้าของร่างสูงใหญ่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวบริเวณมุมรับแขกที่อยู่ด้านในสุดของห้อง นัยน์ตาสีดำสนิทที่กำลังจับจ้องออกไปนอกหน้าต่างนั้นแฝงไปด้วยความเย็นชายิ่งทำให้บรรยากาศโดยรอบของชายหนุ่มดูดุดันมากขึ้นเป็นเท่าทวี

“จากที่คนของเราตามสืบดู ช่วงสองสามปีก่อนที่จะเกิดเรื่อง หลี่ผิงเดินทางไปแผ่นดินใหญ่บ่อยๆครับ เป็นไปได้ว่าผู้ที่แอบให้ความช่วยเหลือหลี่ผิงอยู่ตอนนี้จะเป็นมาเฟียจากแผ่นดินใหญ่ แต่เพราะตอนนั้นเขาวางมือจากหลี่หลงกรุ๊ปไปแล้ว จึงไม่มีใครสงสัยว่าเขาไปที่ไหน” ต้าเฟิงที่กำลังยืนอยู่ด้านข้างของมาเฟียหนุ่มรายงานความคืบหน้าที่ได้รับมาให้ผู้เป็นนายรู้ทันที

มาเฟียหนุ่มผู้เป็นเจ้าของเรือสำราญลำหรูเหยียดยิ้มเย็นชากับสิ่งที่ได้ยิน เมื่อแท้ที่จริงแล้วการประกาศวางแผนขอถอนตัวของหลี่ผิงเมื่อหลายปีก่อนโดยให้เหตุผลว่าอยากจะพักผ่อนและให้หลี่หยางเฉินบริหารหลี่หลงหรุ๊ปไปได้อย่างเต็มที่นั้น แม้จริงแล้วผู้มีศักดิ์เป็นอาบุญธรรมของเขาวางแผนใช้โอกาสนั้นลอบสร้างพันธมิตรเพื่อจะล้มล้างหลานชายและครอบครองตำแหน่งผู้นำของหลี่หลงกรุ๊ปตั้งแต่แรกแล้ว

“สืบดูหรือยังว่าเป็นเขตไหน" หลี่หยางเฉินเอ่ยเสียงเข้ม แม้ว่าจีนแผ่นดินใหญ่จะมีกลุ่มมาเฟียและผู้มีอิทธิพลจำนวนไม่น้อย ทว่าส่วนใหญ่ก็มักจะแบ่งเขตการปกครองกันอย่างชัดเจนเพื่งกันปัญหาเรื่องอิทธิพลในเขตทับซ้อน ดังนั้นหากพวกเขาสามารถสืบได้ว่าหลี่ผิงไปแผ่นดินใหญ่แถบไหน ก็พอจะคาดเดาผู้ที่อยู่เบื้องหลังอีกฝ่ายได้ไม่ยาก

“เรียบร้อยแล้วครับ” ต้าเฟิงเอ่ยอย่างรู้คาดเดามาก่อนแล้วว่าผู้เป็นนายจะต้องถามแบบนี้ แต่แม้คำตอบของมือขวาคนสนิทจะฟังดูเหมือนพวกเขาได้ความคืบหน้าเป็นอย่างดีแล้ว ทว่าน้ำเสียงของต้าเฟิงกลับไม่ได้ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามมันกลับฟังดูเคร่งเครียดมากขึ้นไปอีกยามเอ่ยประโยคต่อมา “จากรายงานที่ได้มา น่าแปลกที่หลี่ผิงเดินทางไปแถบเซี่ยงไฮ้บ่อยที่สุดครับ”

ต้าเฟิงรายงานพลางมองสบตาผู้เป็นนายอย่างเคร่งเครียดไม่น้อย ด้วยในวงการมาเฟียแถบนี้นั้น ใครบ้างที่จะไม่รู้ว่า เดวิด เฉิน นักธุรกิจสายเลือดมาเฟียเป็นผู้มีอิทธิพลที่สุดในแถบเซี่ยงไฮ้รวมทั้งตระกูลเฉินที่อีกฝ่ายสืบสายเลือดมานั้นยังเป็นหนึ่งในตระกูลมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชียไม่แพ้กัน และแม้ว่าในอดีตมาเฟียตระกูลเฉินนั้นจะเคยเป็นมิตรกับหลี่หลงกรุ๊ปมาตั้งแต่สมัยที่หลี่ซานหลง มาเฟียเฒ่าผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของหลี่หยางเฉินยังดำรงตำแหน่งผู้นำตระกูลหลี่เมื่อหลายสิบปีก่อนเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่เสือสองตัวต่อสู้กันเอง ทว่าในยามนี้ผู้นำทั้งสองตระกูลต่างก็ผลัดเปลี่ยนมือมาหลายรุ่นแล้ว เมื่อกาลเวลาผ่านเลยไปนานวันเข้าก็ไม่มีใครสามารถการันตีได้ว่าตระกูลเฉินจะไม่คิดตั้งตัวเป็นศัตรูกับหลี่หลงกรุ๊ปหรือไม่

“จะบอกว่าเดวิด เฉินคิดอยากจะล้มล้างหลี่หลงกรุ๊ปงั้นสิ” มาเฟียหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นชาทว่าไม่ได้มีท่าทีตกใจหรือแปลกใจในสิ่งที่ได้ยินเลยแม้แต่น้อย  ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่ต่างจากเดิม “ตั้งแต่ขึ้นเรือมา หมอนั่นมีความเคลื่อนไหวบ้างหรือยัง”

“ยังครับ ตั้งแต่ขึ้นเรือมาเมื่อวานนี้ คุณเดวิดเพียงแค่ไปคาสิโนครั้งเดียวเท่านั้น ดูเหมือนเขาจะใช้เวลาอยู่ในห้องพักเป็นส่วนใหญ่ จะมีเพียงแค่เมื่อตอนเช้าที่ผ่านมาเท่านั้นที่คนของเราเห็นเขายืนคุยกับผู้หญิงคนหนึ่งอยู่สักพักหนึ่ง” ต้าเฟิงรายงานไปตามที่ได้รับรู้จากลูกน้องที่ได้รับคำสั่งให้จับตาดูเดวิด เฉินนับตั้งแต่ที่อีกฝ่ายขึ้นเรือสำราญมาเมื่อคืนวันก่อน “ที่น่าสนใจก็คือ ผู้หญิงคนนั้นคือคุณจอมขวัญครับ”

ไม่พูดเปล่า ต้าเฟิงส่งรูปถ่ายใบหนึ่งให้กับผู้เป็นนายซึ่งเป็นภาพที่ลูกน้องของเขาถ่ายไว้เมื่อเช้านี้ มือขวาคนสนิทลอบมองผู้เป็นนายของตนเองเล็กน้อยราวกับจะสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายยามที่มาเฟียหนุ่มจับจ้องภาพตรงหน้า แม้ใบหน้าคมคายแฝงไปด้วยความดุดันของผู้เป็นนายจะยังเย็นชาไม่ต่างจากเดิม หากทว่าหัวคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยและดวงตาคมทรงอำนาจที่ประกายแสงเข้มขึ้นในทันทีที่เขาพูดจบนั้นก็เป็นหลักฐานอย่างดีที่บ่งบอกได้ว่าอารมณ์ของผู้เป็นนายไม่ได้สงบนิ่งดังเดิมอีกต่อไปแล้ว มุมปากของต้าเฟิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อดูเหมือนว่าจะมีเพียงเรื่องที่เกี่ยวข้องกับนักข่าวสาวชาวไทยคนนี้เท่านั้นที่ทำให้มาเฟียผู้แสนเย็นชาอย่างหลี่หยางเฉินแสดงสีหน้าและอารมณ์ออกมาราวกับเจ้าตัวไม่อาจปกปิดมันไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นได้อีกต่อไปแบบนี้

“จอมขวัญกับหมอนั่นรู้จักกันงั้นหรือ” หยางเฉินเอ่ยถามโดยที่ไม่ได้มองคนที่ตนกำลังสนทนาด้วยอยู่เลยแม้แต่น้อย

นัยน์ตาคมทรงอำนาจจับจ้องอยู่แต่เพียงภาพถ่ายที่เพิ่งได้รับมาจากลูกน้องคนสนิท น้ำเสียงของมาเฟียหนุ่มเข้มขึ้นทันทีที่เห็นภาพหญิงสาวที่เขาตีตราจองไว้ด้วยจุมพิตเร่าร้อนเมื่อสองเดือนก่อนยืนคุยอยู่กับเดวิดตรงดาดฟ้าเรือ แม้ว่าคนทั้งสองจะไม่ได้ยืนใกล้ชิดกันจนน่าสงสัย ทว่าท่าทางและแววตาของคนทั้งคู่นั้นก็ไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งจะรู้จักกันเลยแม้แต่น้อย และนั่นทำให้อารมณ์ที่นิ่งเรียบมาตลอดทั้งวันของมาเฟียหนุ่มพลุ่งพล่านด้วยไฟอารมณ์ขึ้นมาครามครัน

“จากประวัติคุณจอมขวัญที่สืบมาครั้งก่อน เมื่อตอนเธออยู่ฮ่องกงเคยไปสัมภาษณ์นักธุรกิจที่เซี่ยงไฮ้ด้วย บางทีอาจจะเป็นคุณเดวิดก็เป็นได้ครับ” ต้าเฟิงตอบในทันทีด้วยรู้ดีว่าหากผู้เป็นนายเห็นภาพถ่ายใบนี้ย่อมต้องถามแบบนั้นออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย ชายหนุ่มจึงไปสืบข้อมูลมาตั้งแต่ก่อนจะเข้ามาพบอีกฝ่ายแล้ว ก่อนมือขวาคนสนิทของมาเฟียจะเอ่ยต่อถึงเรื่องบางอย่างที่เพิ่งได้รับรายงานมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อน “หลังจากได้ภาพนี้มาไม่นาน ผู้จัดการฝ่ายห้องอาหารก็รายงานมาว่าคุณเดวิดขอจองร้านอาหารชั้นดาดฟ้าไว้ทั้งหมดคืนนี้ โดยบอกแค่ว่าต้องการความเป็นส่วนตัวที่สุด จะให้ผมปฏิเสธไปเลยไหมครับ”

ต้าเฟิงถามไปแบบนั้นเพราะจากรูปถ่ายที่เพิ่งได้รับมานั้น มือขวคนสนิทก็พอจะคาดเดาได้ว่าคู่เดทในคืนนี้ที่ทำให้เดวิด เฉินถึงกับสั่งปิดห้องอาหารบนดาดฟ้านั้นย่อมต้องเป็นนักข่าวสาวผู้นั้นเป็นแน่ และนั่นทำให้ชายหนุ่มอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้เพราะปกติแล้ว เดวิด เฉิน ดูไม่ใช่คนที่จะปิดห้องอาหารเพียงเพราะต้องการดินเนอร์ส่วนตัวกับผู้หญิงสักคนแบบนี้

แม้ปกติแล้วการเหมาจองหรือสั่งปิดร้านอาหารสักแห่งเพื่อความเป็นส่วนตัวจะเป็นสิทธิของลูกค้าที่มาใช้บริการอย่างเต็มที่ หากทว่าห้องอาหารบนเรือสำราญนั้นไม่เหมือนกับที่อื่น ด้วยส่วนใหญ่ค่าใช้จ่ายในการเข้าใช้บริการห้องอาหารนั้นรวมอยู่ในค่าแพ็คเกจห้องพักตั้งแต่แรกแล้วเพื่อให้แขกที่มาเข้ารับบริการได้เลือกห้องอาหารที่ต้องการได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นการสั่งปิดห้องอาหารบางแห่งอาจจะส่งผลกระทบต่อคนที่ต้องการเข้าห้องอาหารนั้นและทำให้แขกเหล่านั้นไม่พอใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งห้องอาหารบนดาดฟ้าเรือนั้นเป็นส่วนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดังนั้นผู้จัดการบนเรือสำราญจึงไม่มีกล้าเสี่ยงตัดสินใจด้วยตัวเอง ทำได้เพียงรายงานให้ท่านประธานใหญ่ของตนที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาได้ร่วมเดินทางมาในทริปนี้ด้วยเป็นผู้ตัดสินใจ มือขวามาเฟียจึงคิดว่าผู้เป็นนายอาจจะเลือกปฏิเสธไปก็เป็นได้

“ไม่ต้อง” หลี่หยางเฉินเอ่ยเสียงเฉียบขาดเรียวปากหนากระตุกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อเมื่อเห็นแววตาสงสัยของมือขวาคนสนิทของตน

“หมายความว่าคุณจะยอมให้ปิดห้องอาหารนั่นหรือครับ” ต้าเฟิงทวนคำสั่งของผู้เป็นนายที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินอย่างแปลกใจไม่น้อย

“ใช่ ปิดห้องอาหารบนดาดฟ้านั่น แล้วจัดการเรื่องชดเชยให้กับแขกคนอื่นให้เรียบร้อย” มาเฟียหนุ่มสั่งการไปตามขั้นตอน ด้วยปกติแล้วหากต้องมีการปิดห้องอาหารบางโซน เขาก็จะให้ลูกเรือแจ้งกับแขกที่เข้าพักไว้เสียก่อนพร้อมทั้งมีการชดเชยด้วยบัตรเงินสดสำหรับใช้จ่ายภายในเรือตามเรทราคาห้องพักของแต่ละคนเพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาจากความไม่พอใจของลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่ามูลค่าเงินที่ชดเชยให้แขกนั้นไม่ได้มากเกินไปกว่าค่าธรรมเนียมในการสั่งปิดห้องอาหารที่เรียกเก็บจากผู้ที่ต้องการให้ปิดห้องอาหารเป็นการส่วนตัวเป็นแน่ ก่อนมาเฟียหนุ่มจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงราวกับคนที่กำลังมีแผนการบางอย่างอยู่ในใจ “คืนนี้ฉันจะไปที่นั่นด้วย”

คำพูดในท้ายประโยคของมาเฟียหนุ่มนั้นทำให้คนฟังตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างเข้าใจได้ในทันทีว่าสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นนายของตนยอมปิดห้องอาหารตามที่เดวิดต้องการทั้งที่รู้ว่ามันจะเป็นการดินเนอร์แบบส่วนตัวระหว่างนักข่าวสาวกับอีกฝ่ายแบบนั้น เป็นเพราะมาเฟียหนุ่มเองก็คิดใช้สถานการณ์นี้ให้เป็นประโยชน์เช่นกัน

หลี่หยางเฉินเห็นท่าทางของคนสนิทก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายเข้าใจสิ่งที่ตนกำลังสื่อไปแล้วเป็นแน่ เรียวปากหนาเหยียดยิ้มบางเบาหากทว่าให้ความรู้สึกร้ายกาจเป็นที่สุด นับตั้งแต่ขึ้นเรือมานั้น มาเฟียหนุ่มเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ในห้องเสียเป็นส่วนใหญ่ด้วยต้องการให้ทุกคนเชื่อไปตามข่าวที่ว่าเขาไม่ได้มาร่วมในทริปนี้ซึ่งปล่อยออกไปเมื่อหลายวันก่อนเพื่อเป็นการซ้อนแผนเล่นไปตามเกมของหลี่ผิง หากทว่าการปิดห้องอาหารบนดาดฟ้านั่นก็ทำให้มาเฟียหนุ่มสามารถไปที่นั่นได้โดยไม่ต้องระวังว่าจะมีใครมาพบเห็น ที่สำคัญที่สุดชายหนุ่มจะได้จัดการมอบบทลงทัณฑ์ให้กับนักข่าวสาวชาวไทยที่บังอาจหลบหนีเขาไปตั้งแต่เมื่อสองเดือนก่อนอย่างสาสม

และแน่นอนว่าครั้งนี้มาเฟียหนุ่มสัญญากับตนเองว่าจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เธอหลีกหนีไปจากเขาได้อีกเป็นอันขาด!

……………………………………………………………………………………………………………

 

ภายในห้องอาหารหรูบริเวณชั้นดาดฟ้าของเรือที่มักจะเต็มไปด้วยแขกที่มาร่วมเดินทางในทริปนั้น ยามนี้กลับมีเพียงชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนโต๊ะตรงกลางระเบียงด้านนอกที่ยื่นออกไปจากตัวร้านเล็กน้อยซึ่งได้ชื่อว่าเป็นมุมที่สวยที่สุดในร้าน ด้วยบริเวณนี้เป็นจุดที่สูงที่สุดของเรือสำราญจึงทำให้สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์โดยรอบได้ตลอดสามร้อยหกสิบองศา และยังสามารถมองเห็นดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับอยู่บนผืนฟ้าที่กลายเป็นสีดำสนิทในยามค่ำคืนได้อย่างชัดเจนเป็นที่สุด สายลมพัดผ่านเพียงแผ่วเบาหากทว่าหอบเอากลิ่นอายของท้องทะเลมาสู่ผู้ที่นั่งอยู่บริเวณนั้นได้เป็นอย่างดี พื้นที่โดยรอบนั้นประดับไปด้วยแสงไฟสีส้มดวงเล็กๆที่ส่องสว่างอยู่บริเวณพื้นโดยรอบท่ามกลางความมืดมิดที่เข้าปกคลุมให้ความรู้สึกนวลตาและเพิ่มโรแมนติกไม่น้อยเลยทีเดียว

หากทว่ามันคงจะดีกว่านี้มากหากบรรยากาศดินเนอร์แสนโรแมนติกที่ถูกจัดขึ้นในค่ำคืนนี้จะเป็นการเดทของคู่รักหนุ่มสาวสักคู่ ไม่ใช่นักข่าวที่แฝงตัวขึ้นมาบนเรืออย่างเธอและนักธุรกิจหนุ่มที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับต้นๆในคดียาเสพติดแบบนี้

จอมขวัญที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีดำคิดพลางถอนหายใจออกมาแผ่วเบายามมองภาพโต๊ะอาหารที่ราวกับจะถูกจัดขึ้นเพื่อคู่แต่งงานใหม่ที่ต้องการมาฮันนีมูนอย่างไรอย่างนั้น เดรสคอวีแบบเปิดไหล่สีดำเรียบหรูนั้นตัดกับผิวขาวเนียนของเธอได้เป็นอย่างดี ชายกระโปรงที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยนั่นเผยให้เห็นขาเรียวสวยที่กำลังก้าวเดินตรงไปยังประตูทางเข้าของห้องอาหาร  แม้ว่าร่างบอบบางในชุดเดรสดีไซน์เรียบหรูจากแบรนด์ดังที่ช่วยขับเน้นให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าบนร่างงามได้เป็นอย่างดีจนทำให้บรรดาชายหนุ่มที่เดินผ่านต่างก็มองกันจนเหลียวหลัง ทว่าจอมขวัญกลับรู้สึกอัดอัดและขุ่นเคืองใจไม่น้อยที่ต้องมาใส่ชุดในแบบที่ไม่ใช่สไตล์ของตนเองเลยแม้แต่น้อยแบบนี้

“เชิญด้านนี้เลยครับ คุณผู้หญิง” บริกรในชุดทักซิโด้ดูสุภาพเรียบร้อยที่ยืนรอต้อนรับแขกพิเศษในค่ำคืนนี้อยู่ก่อนแล้วเอ่ยขึ้นพลางเผยมือเชื้อเชิญหญิงสาวอย่างให้เกียรติ

จอมขวัญส่งยิ้มบางๆตอบกลับให้บริกรกลับตามมารยาท ก่อนจะออกเดินตามไปเมื่ออีกฝ่ายเดินนำเพื่อพาเธอไปยังโต๊ะที่อยู่ตรงระเบียงด้านนอก จอมขวัญสังเกตบรรยากาศภายในร้านแล้วก็ต้องขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างแปลกใจไม่น้อยที่ห้องอาหารที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนที่เธอมาทานเมื่อคืนก่อนนั้น ยามนี้กลับเงียบเชียบไม่มีแขกผู้โดยสารคนใดเลยแม้แต่คนเดียวทั้งที่เป็นเวลาอาหารเย็นแบบนี้ มีโต๊ะอาหารเพียงโต๊ะเดียวที่ถูกจัดไว้เท่านั้น และยิ่งเมื่อดวงตาคู่สวยมองสบกับนักธุรกิจหนุ่มผู้เป็นคู่ดินเนอร์ของตนในค่ำคืนนี้แล้วหญิงสาวก็ยิ่งอึดอัดมากขึ้นไปอีกจนนึกอยากจะกัดลิ้นตนเองเสียให้รู้แล้วรู้รอดที่ดันไปตกปากรับคำมาทานมื้อเย็นกับอีกฝ่ายแบบนี้

“เชิญครับ” เมื่อหญิงสาวเดินมาถึงนักธุรกิจหนุ่มซึ่งนั่งรออยู่ที่โต๊ะอยู่ก่อนแล้วก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะมาเลื่อนเก้าอี้โซฟาออกให้กับเธอ

“ขอบคุณมากค่ะ” จอมขวัญตอบกลับเบาๆพลางส่งยิ้มขอบคุณอีกฝ่าย ทว่ารอยยิ้มของนักข่าวสาวกลับจืดเจื่อนเต็มทีในยามนี้

“คืนนี้คุณสวยมากเลยนะครับ” เดวิดเอ่ยชม

แม้ท่าทางรวมทั้งคำพูดของนักธุรกิจหนุ่มจะดูเหมือนหนุ่มเจ้าสำราญที่กำลังต้องการจีบผู้หญิงสักคนอยู่อย่างไรอย่างนั้น ทว่าแววตาของอีกฝ่ายยามที่มองมาทางเธอนั้นดูสุภาพมากกว่าผู้ชายหลายคนที่จับจ้องเธอตอนที่เดินผ่านมาเมื่อครู่เสียอีก และนั่นทำให้จอมขวัญรู้สึกเบาใจขึ้นไม่น้อยที่อีกฝ่ายดูเหมือนเพียงแค่ชมเธอตามมารยาทมากกว่าจะคิดจริงจัง

“ขอบคุณมากค่ะ แล้วก็ต้องขอโทษที่ทำให้รอนะคะ” จอมขวัญเอ่ยขอบคุณตามมารยาทเช่นกันก่อนหญิงสาวจะเอ่ยขอโทษต่ออย่างรู้สึกไม่สบายใจที่มาช้าเกินกว่าเวลานัดนับสิบนาทีแบบนี้จึงเอ่ยอธิบายต่อ “พอดีฉันมีปัญหากับชุดนิดหน่อยน่ะค่ะ แต่คนของคุณบอกว่าถ้าฉันไม่ยอมใส่ชุดนี้มา คุณอาจจะไล่เขาที่บกพร่องในหน้าที่ ฉันก็เลยต้องกลับไปเปลี่ยนมาใหม่อีกทีน่ะค่ะ”

จอมขวัญเอ่ยด้วยในตอนแรกที่พนักงานของห้องเสื้อแบรนด์หรูนี้มาหาเธอที่ห้องพร้อมกับกล่องของขวัญที่ใส่ชุดราคาแพงหูฉี่นี่ไว้ โดยบอกว่านักธุรกิจหนุ่มส่งมาให้เธอสำหรับใส่ไปดินเนอร์กับเขาในค่ำคืนนี้นั้น จอมขวัญก็ยืนยันปฏิเสธมาโดยตลอดที่จะไม่ยอมรับชุดไว้ ทว่าสุดท้ายก็ถูกอีกฝ่ายของร้องแกมบังคับกลายๆให้ต้องใส่มาจนได้

“หึ ต้องขอโทษด้วยที่คนของผมอาจจะทำให้คุณลำบากใจไปหน่อย พวกเขาแค่ทำตามหน้าที่น่ะครับ” เดวิดเอ่ยพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อสัมผัสว่าคำอธิบายของจอมขวัญเมื่อครู่นั้นแฝงไปด้วยน้ำเสียงตำหนิอยู่ในทีที่ต้องใส่ชุดที่เขาเลือกให้ ซึ่งเป็นปกติที่คนของเขาจะสั่งชุดจากห้องเสื้อแบรนด์ดังส่งไปให้หญิงสาวที่จะมาร่วมดินเนอร์กับเขาแบบนี้เสมอ

“ฉันเข้าใจค่ะ” จอมขวัญเอ่ย ทว่าแม้หญิงสาวจะเข้าใจหากแต่อารมณ์ขุ่นข้องหมองใจนั่นก็ทำให้นักข่าวสาวอดที่จะประชดนิดๆในประโยคต่อมาไม่ได้เมื่อนึกถึงข้ออ้างที่คนของอีกฝ่ายเอามาใช้ขอร้องแกมบังคับเธอกลายๆ “ในเมื่อฉันใส่ชุดนี้มาดินเนอร์กับคุณแล้ว พวกเขาก็ไม่ต้องโดนไล่ออกแล้วนะคะ”

“แน่นอนครับ” เดวิด เฉินเอ่ยพลางยิ้มบางเบารับคำประชดประชันจากนักข่าวสาว ก่อนนักธุรกิจหนุ่มจะส่งสัญญาณเรียกบริกรที่ยืนรออยู่รอบนอกเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวกับแขกคนพิเศษทั้งสองเข้ามาที่โต๊ะ “มื้อนี้สั่งให้เต็มที่เลยนะครับ ถือเป็นการเลี้ยงขอโทษที่ทำให้คุณไม่พอใจเรื่องชุดนี่”

ทันทีที่นักธุรกิจหนุ่มพูดจบ บริกรก็นำเมนูอาหารมาวางไว้บนโต๊ะอย่างสุภาพ แม้อีกฝ่ายจะพูดมาแบบนั้นทว่าจอมขวัญก็สั่งเพียงสเต็กปลาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เป็นอีกฝ่ายเสียอีกที่สั่งอาหารมาหลากหลายจนหญิงสาวไม่แน่ใจว่าเพียงแค่คนสองคนจะจัดการมันได้หมดหรือไม่

“คุณจอมสนใจอยากทานอะไรเพิ่มอีกไหมครับ” นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยถามอย่างมีมารยาทเมื่อบริกรหนุ่มทวนออเดอร์ทั้งหมดที่สั่งไปเรียบร้อยแล้ว

“ไม่หรอกค่ะ ฉันไม่ได้อยากทานอะไรเป็นพิเศษ” จอมขวัญตามพลางส่งยิ้มแห้งๆให้อีกฝ่าย ทั้งที่ความจริงแล้วหญิงสาวนึกอยากจะเปลี่ยนคำพูดเป็นเธอไม่มีความอยากอาหารเลยแม้แต่นิดเดียวเสียมากกว่า เมื่อได้รับคำยืนยันจากเธอบริกรหนุ่มก็โค้งเล็กน้อยอย่างสุภาพพลางถอยหลังเดินกลับออกไปในเวลาต่อมา จอมขวัญเบือนสายตาไปมองบรรยากาศโดยรอบที่เงียบเชียบจนผิดปกติก่อนจะเอ่ยต่อ “น่าแปลกนะคะที่วันนี้ไม่มีแขกคนไหนมาที่นี่เลย”

“คืนนี้ผมเหมาจองห้องอาหารไว้ทั้งหมดเพื่อความเป็นส่วนตัวน่ะครับ” เดวิดตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยตามปกติราวกับการสั่งปิดห้องอาหารนั้นเป็นเรื่องทั่วไปสำหรับเขาอย่างไรอย่างนั้น

เป็นจอมขวัญเสียอีกที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนที่มันจะกลายเป็นความแปลกใจที่เข้ามาแทนที่ในวินาทีต่อมาเมื่อเธอไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าแค่การที่คนรู้จักซึ่งเคยเจอกันเพียงแค่สองครั้งจะมาดินเนอร์กันนั้นจะต้องทำถึงขนาดสั่งปิดห้องอาหารทั้งหมดแบบนี้

“คุณดูไม่เหมือนคนที่รักความเป็นส่วนตัวขนาดนี้เลยนะคะ” จอมขวัญเอ่ย แม้จะรู้ดีว่าบรรดาคนดังและผู้มีอิทธิพลทั้งหลายมักจะจ่ายเงินไม่อั้นเพื่อซื้อความพอใจของตนเองอยู่แล้ว หากทว่าตอนที่เธอเคยหาข้อมูลเกี่ยวกับเดวิดเมื่อครั้งที่ต้องไปสัมภาษณ์อีกฝ่ายนั้น ก็ไม่เคยพบข่าวที่ว่าอีกฝ่ายเคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยแม้แต่น้อย และนั่นทำให้จอมขวัญยิ่งมีความรู้สึกว่าอีกฝ่ายมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ภายใต้ท่าทีเป็นมิตรที่แสดงออกมาเป็นแน่

“งั้นหรือครับ” นักธุรกิจหนุ่มเอ่ยตอบไปเพียงสั้นๆ ไม่คิดจะอธิบายหรือขยายความถึงการกระทำของตนเองมากไปกว่านี้เลยแม้แต่น้อย

ก่อนบทสนทนาระหว่างคนทั้งสองจะหยุดชะงักไปเล็กน้อยเมื่อบริกรนำอาหารสองสามอย่างมาเสิร์ฟบนโต๊ะ ก่อนบริกรหนุ่มจะค้อมตัวเล็กน้อยอย่างสุภาพแล้วก้าวถอยออกไปอย่างเงียบเชียบ

“เมื่อตอนเย็นก่อนจะถึงเวลานัดของเรา คุณจอมขวัญได้ไปเที่ยวสถานที่ต่างๆบนเรือบ้างแล้วหรือยังครับ” เดวิดเปิดบทสนทนาขึ้นมาอีกครั้งระหว่างที่มื้ออาหารกำลังดำเนินไปท่ามกลางความเงียบสงัด

“ยังหรอกค่ะ พอดีฉันมัวแต่หาของอยู่น่ะค่ะ” จอมขวัญตอบกลับ หลังจากที่พบเจอกับนักธุรกิจหนุ่มเมื่อตอนเย็นที่ผ่านมานั้น จอมขวัญก็ตั้งใจว่าจะกลับไปพักผ่อนและโทรปรึกษากับคาเรนถึงการพบเจอกับชายหนุ่มผู้ต้องสงสัยบนเรือแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้ ทว่ายังไม่ทันที่จะได้กลับเข้าห้องเพื่อโทรหาผู้กองสาว จอมขวัญก็เพิ่งรู้ตัวว่าของสำคัญที่อีกฝ่ายให้มาและเธอใส่ติดตัวไว้ตั้งแต่เมื่อก่อนจะขึ้นเรือได้หายไปเสียแล้ว ก่อนหญิงสาวจะเอ่ยต่ออย่างเพิ่งนึกขึ้นได้ “คุณเดวิดพอจะเห็นสร้อยข้อมือตกอยู่แถวที่เราเจอกันเมื่อเช้านี้บ้างไหมคะ”

จอมขวัญเอ่ยถามอย่างมีความหวังด้วยครั้งสุดท้ายที่หญิงสาวเห็นว่าสร้อยเส้นนั้นยังอยู่กับตัวก็คือตอนจัดกระเป๋าเสร็จแล้วเตรียมจะออกไปเดินสำรวจโดยรอบของเรือสำราญนั่น ทว่าหลังจากนั้นเธอก็จำไม่ได้แล้วว่าไปทำสร้อยเส้นสำคัญหล่นอยู่ตรงบริเวณไหน จึงคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะพอพบเจอบ้างก็เป็นได้

“สร้อยข้อมืองั้นหรือ” นักธุรกิจหนุ่มสายเลือดอเมริกัน-จีนทวนคำของหญิงสาวเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่ผสมผสานระหว่างความเป็นตะวันตกและตะวันออกอย่างลงตัวนั้นครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับ “ตอนนั้นผมไม่ทันสังเกตน่ะครับ”

คำตอบที่ได้รับจากอีกฝ่ายทำให้จอมขวัญที่กำลังยกไวน์ขาวที่เสิร์ฟพร้อมกับสเต็กปลาขึ้นดื่มชะงักไป ดวงตาคู่สวยหม่นแสงลงเล็กน้อยด้วยความผิดหวัง เมื่อเธอตามหามาตลอดทั้งวันและแจ้งลูกเรือให้ช่วยตามหาแล้วทว่ากลับไม่พบสร้อยที่หายไปเลยแม้แต่น้อย และหากชายหนุ่มตรงหน้าผู้ที่ยืนคุยกับเธออยู่พักใหญ่ในตอนนั้นก็ไม่เห็นมันเช่นกัน นั่นแสดงว่ามีความเป็นไปได้สูงที่อาจจะมีใครเก็บไปแล้วเป็นแน่

“สร้อยข้อมือนั่นคงสำคัญกับคุณมากนะครับ” เดวิดเอ่ยเมื่อเห็นท่าทางผิดหวังที่หญิงสาวตรงหน้าไม่อาจปกปิดไว้ได้มิด ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยถามต่ออย่างคาดเดา "คนพิเศษให้มาหรือครับ"

“เพื่อนให้เป็นของขวัญน่ะค่ะ” จอมขวัญเอ่ยแก้ความเข้าใจผิดให้อีกฝ่ายทว่าก็ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกไปมากกว่านั้น ด้วยหญิงสาวจดจำได้เป็นอย่างดีว่าคาเรนเคยแอบแฝงตัวไปตามสืบข้อมูลของอีกฝ่ายอยู่นานนับเดือน ดังนั้นนักธุรกิจหนุ่มอาจจะรู้จัดชื่อของผู้กองสาวก็เป็นได้

“งั้นหรือครับ” เดวิด เฉินตอบกลับไปเพียงแค่นั้น

ดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มจับจ้องหญิงสาวตรงหน้าด้วยประกายตาที่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างที่เจ้าตัวไม่คิดปิดบังเลยแม้แต่น้อย ริมฝีปากหนาก็กระตุกยิ้มบางเบาที่มุมปาก เป็นจังหวะเดียวกันกับที่จอมขวัญก้มหน้ามองเพียงจานอาหารบนโต๊ะเท่านั้น หญิงสาวจึงไม่ทันได้เห็นแววตาที่แฝงไปด้วยความร้ายกาจของชายหนุ่มเลยแม้แต่น้อย

มื้ออาหารค่ำดำเนินต่อไปอยู่อีกสักพักหนึ่งก่อนที่คนทั้งสองจะวางช้อนส้อมในมือลงเมื่อการรับประทานอาหารเสร็จสิ้นลง คนทั้งสองพูดคุยกันอยู่อีกเพียงชั่วครู่ก่อนจอมขวัญจะเป็นฝ่ายขอตัวกลับออกไปก่อนในเวลาต่อมา 

แม้นักข่าวสาวชาวไทยจะเดินออกไปจากห้องอาหารจนลับสายตาแล้ว ทว่าเดวิด เฉินกลับยังไม่มีท่าทีที่จะลุกขึ้นจากโต๊ะเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่อีริค มือขวาคนสนิทของนักธุรกิจหนุ่มผู้สืบเชื้อสายมาเฟียจะปรากฏตัวขึ้นพร้อมทั้งเดินตรงเข้าไปหาผู้เป็นนายทันทีในเวลาต่อมา

“เป็นอย่างที่คุณคาดไว้ไม่มีผิด คนของหลี่หลงกรุ๊ปกระจายตัวคอยตามดูเราอยู่จริงๆครับ” อีริครายงานทันที

“งั้นหรือ” นักธุรกิจหนุ่มสายเลือดอเมริกัน-จีนเอ่ยเพียงเท่านั้น ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจับจ้องไปยังเก้าอี้โซฟาเบาะนุ่มฝั่งตรงข้ามของตนที่เคยเป็นที่นั่งของนักข่าวสาวซึ่งขอตัวกลับไปเมื่อครู่นี้แล้ว ก่อนชายหนุ่มจะกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ร้ายกาจเป็นที่สุด “ดูเหมือนว่าหลี่หยางเฉินจะสนใจผู้หญิงคนนี้มากพอตัว อย่างที่หมอนั่น บอกไว้ไม่มีผิด”

แม้นักธุรกิจหนุ่มจะไม่ได้เอ่ยชื่อของอีกฝ่ายออกมาตามตรง ทว่าคนสนิทก็รู้ได้ทันทีว่า หมอนั่น ที่ผู้เป็นนายพูดถึงนั้นคือใครบางคนที่ถือได้ว่ารู้จักคุ้นเคยกับหลี่หยางเฉินรวมทั้งหลี่หลงกรุ๊ปมากที่สุดคนหนึ่งเลยทีเดียว แน่นอนว่าหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ชายหนุ่มจงใจนัดดินเนอร์กับนักข่าวสาวชาวไทยผู้นี้ก็เป็นเพราะต้องการพิสูจน์สิ่งที่ได้รับรู้มาว่าเธอจะเป็นหญิงสาวที่หลี่หยางเฉินสนใจจริงหรือไม่ เดวิดจึงจงใจสั่งปิดห้องอาหารบนดาดฟ้าเพื่อให้ข่าวที่เขาจะนัดจอมขวัญทานมื้อค่ำด้วยกันอย่างโรแมนติกในค่ำคืนนี้ไปถึงหูของมาเฟียฮ่องกงอย่างรวดเร็วเพื่อหวังดูปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ซึ่งจากการที่มาเฟียหนุ่มส่งคนมาคอยตามดูพวกเขาอยู่ในรอบนอกนั้นก็เป็นหลักฐานอย่างดีที่บ่งบอกว่าจอมขวัญมีอิทธิพลต่ออีกฝ่ายมาเพียงใด

ในเมื่อนักข่าวสาวมีอิทธิพลต่อหลี่หยางเฉินแบบนี้ เธอก็อาจจะเป็นประโยชน์กับเขาไม่น้อยในอนาคตก็เป็นได้ เดวิดคิดในใจก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยถามต่อถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งในประโยคต่อมา

“เรื่อง งาน วันพรุ่งนี้ที่ให้จัดการเรียบร้อยไหม” น้ำเสียงของนักธุรกิจหนุ่มเข้มขึ้นเล็กน้อยยามเอ่ยถึงงานบางอย่างที่ทำให้เขาเดินทางมายังเรือสำราญแห่งนี้

“ผมประสานงานกับทางนั้นเรียบร้อยแล้ว รับรองว่าไม่มีอะไรผิดพลาดแน่ครับ” อีริคตอบกลับเสียงเป็นการเป็นงาน

“ดี เสร็จงานที่นี่เมื่อไรฉันจะกลับเซี่ยงไฮ้เลย” เดวิดเอ่ยเว้นคำพูดไว้ชั่วครู่ ก่อนมือหนาจะหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทด้านในของตน ดวงตาคมจ้องมองสิ่งของที่อยู่ในมือพลางเอ่ยต่อ “ยังมีเรื่องสำคัญบางเรื่องที่ต้องรีบไปจัดการ”

“ครับ” อีริครับคำก่อนจะก้าวเดินออกไปสั่งการต่อในทันที

นักธุรกิจสายเลือดมาเฟียคนดังของเซี่ยงไฮ้ยกของที่อยู่มือสูงขึ้นเล็กน้อย แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาจากด้านบนเผยให้เห็นสร้อยเส้นเล็กที่อยู่ในมือของชายหนุ่ม และแน่นอนว่ามันคือสร้อยเส้นเดียวกันกับที่นักข่าวสาวชาวไทยถามถึงเมื่อไม่ถึงชั่วโมงก่อนหน้าที่ผ่านมา สร้อยเส้นเล็กที่เดวิดจดจำมันได้อย่างไม่เคยลืม

แม้ว่าการที่ชายหนุ่มจงใจชวนเธอมาทานมื้อค่ำด้วยกันในค่ำคืนนี้จะเป็นเพราะต้องการพิสูจน์ความสำคัญของหญิงสาวที่มีต่อมาเฟียคนดังของฮ่องกงผู้นั่น หากทว่าอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้นักธุรกิจหนุ่มเชื้อสายอเมริกันครึ่งหนึ่งจงใจไปขวางทางของนักข่าวสาวชาวไทยนั้นเป็นเพราะเขาฉวยโอกาสตอนที่ช่วยประคองเธอในตอนที่ร่างบอบบางล้มลงบนพื้นหยิบสร้อยข้อมือที่ถูกกระแทกจนหล่นลงมาไว้กับตนเอง

ปลายนิ้วหนาไล้แผ่วเบาไปตามสายสร้อยเส้นเล็กทว่าดูแข็งแรงทนทานมากกว่าสร้อยธรรมดาทั่วไปไม่น้อย แม้ว่าความจริงแล้วสร้อยข้อมือเส้นนี้จะไม่ได้แตกต่างไปจากเครื่องประดับที่วางขายตามท้องตลาดเลยแม้แต่น้อย ทว่านักธุรกิจหนุ่มจดจำได้ในทันทีว่าสร้อยเส้นนี้คือสร้อยข้อมือที่ คาเรน จู ตำรวจสาวชาวเซี่ยงไฮ้ที่ลักลอบแฝงตัวเข้ามาสืบข้อมูลของเขาเมื่อเดือนก่อนสวมใส่ติดตัวไว้ตลอดทุกครั้งที่ได้พบกัน และชายหนุ่มมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผู้หญิงที่ติดจะเย็นชาอย่างคาเรนไม่มีทางสวมสร้อยข้อมือเพียงแค่เพราะต้องการตามแฟชั่นเป็นแน่ ดังนั้นสร้อยเส้นนี้ย่อมต้องเป็นเครื่องติดตามตัวของตำรวจสาวอย่างไม่ต้องสงสัย ในเมื่อสร้อยเส้นนี้มาอยู่ที่จอมขวัญก็ย่อมแสดงว่านักข่าวสาวคนนั้นมีความเกี่ยวข้องกับคาเรนไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน

ชายหนุ่มคิด ดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มจับจ้องสร้อยข้อมือที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาร้ายกาจอย่างคนที่กำลังวางแผนการบางอย่างอยู่ในใจ


****************************************************************************


สวัสดีค่ะนักอ่านที่น่ารักทุกท่าน


เฮียหยางจะวางแผนล่าเหยื่อตัวน้อยยังไง ฝากรอติดตามกันด้วยน้าา

​สำหรับสายe-bookมีวางในMEBแล้วนะคะ เข้าไปโหลดมาฟินกันแบบจัดเต็มได้เลยค่า >> คลิก

ข่าวดีค่ะ!! ไรเตอร์รีปริ๊นหนังสือพ่ายรักจ้าวดวงใจและล่ารักจ้าวดวงใจมาเพิ่มแล้วนะคะ ท่านใดชอบเก็บสะสมหนังสือรีบสั่งกันได้เลยจ้าา หนังสือที่สั่งพิมพ์เพิ่มมามีจำนวนจำกัด โอนสั่งซื้อได้เลย ไม่ต้องรอสั่งจองกับไรเตอร์น้าา หมดแล้วหมดเลยจะไม่มีพิมพ์เพิ่มอีกแล้วค่ะ

- หนังสือพ่ายรักจ้าวดวงใจ ราคา 419 บาท จัดส่งฟรีลงทะเบียนนะคะ (EMS 459 บาท)

- หนังสือล่ารักจ้าวดวงใจ ราคา 389 บาท จัดส่งฟรีลงทะเบียน (EMS 429 บาท)

สั่งทั้งชุดจ้าวดวงใจมาเฟีย(พ่ายรักจ้าวดวงใจ+ล่ารักจ้าวดวงใจ) ราคา 808 บาท จัดส่งฟรีลงทะเบียน (EMS 888 บาทค่ะ)

หนังสือรอบรีปริ๊นท์จะออกจากโรงพิมพ์และสามารถเริ่มจัดส่งได้ 20 พ.ย.นี้ ค่ะ สนใจสั่งจองได้ที่ facebook :: ดลกร/Donlakorn/ดลรัก หรือ line :: @donrakbook จ้า (อย่าลืม@น้า) 

***อย่าลืม คอมเม้นท์ กดส่งกำลังใจ และกดfavorite รับการแจ้งเตือนนิยายกันด้วยน้าา 

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #48 14 องศา (@Achira-Netter) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 11:16

    จะเจอกันล้าวว
    #48
    1
    • #48-1 fah_rarita (@fah_rarita) (จากตอนที่ 7)
      26 พฤศจิกายน 2561 / 21:30
      มาลุ้นกันต่อน้าา
      #48-1
  2. #25 parqabpor (@950624pche) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 16:33
    อยาหให้ดูตรงคำที่ใช้แทนตัวละครหน่อยนะคะ บางที่มันดูเยอะไปจนหน้าเบื่ออ่ะค่ะ เช่น นักข่าวสาวชาวไทย นักธุรกิจบลาๆ คือมันยาวมาก แล้วก็ใช้แทนหลายรอบจนดูน่าเบื่อ เยิ่ยเย้อ อ่ะค่ะ ลอง ๆ ไปอ่านทวนดูนะคะ
    #25
    1
    • #25-1 fah_rarita (@fah_rarita) (จากตอนที่ 7)
      13 ธันวาคม 2560 / 18:37
      ไรเตอร์ขอบคุณมากๆเลยนะคะสำหรับคำแนะนำ เนื้อหาที่อัพลงนี่เป็นฉบับที่ยังไม่ได้รีไรท์น่ะค่ะ อันที่พิมพ์จริงจะจัดการรีไรท์แล้วน้าา :)
      #25-1