Zenteria อาณาจักรมนตรา มายาแห่งหมอก

ตอนที่ 3 : มายาที่ 2 : น้ำพุนิทรา (แก้ไขรายละเอียดเล็กน้อย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 60

มายาที่ 2 น้ำพุนิทรา

              ภายในห้องตกแต่งด้วยโทนสีฟ้าขาวผนังสีฟ้าอ่อนเป็นลายดอกลิลลี่สีขาวงดงาม พื้นเป็นพื้นพรมสีน้ำเงิน เตียงเดี่ยวขนาดกลางปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด2ตัวตั้งอยู่ข้างๆตู้เสื้อผ้าไม้สีอ่อน2ตู้ ประตูไม้เรียบๆสีเข้มแยกไปเป็นห้องน้ำภายในห้อง หน้าต่าง หรือจะพูดให้ถูกคือประตูระเบียงเปิดไปยังระเบียงเล็กๆทำให้บรรยากาศในห้องดูปลอดโปร่ง โต๊ะอ่านหนังสือสองตัวตั้งอยู่ติดกันที่มุมห้อง

              “เฟเรส ทำไมท่านคาลันถึงอยากรู้ถึงความลับขนาดนั้น”ซาครอสที่ยืนพิงข้างบานประตูระเบียงที่ถูกปิดสนิทเปิดปากถามขึ้นมา

              “......ไม่แน่ใจ”เฟเรสนิ่งไปสักพักถึงตอบคำถามนั้น คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เขาได้คุยกับคนที่ถูกกล่าวถึง

“แชนดร้า”เฟเรสเอ่ยขึ้นมาดื้อ กับคำที่เหมือนชื่อของคน – หญิงสาว – ที่ซาครอสไม่คุ้นหูเลยแม้แต่น้อย

“ใครน่ะ?”

“ไม่รู้ ท่านบอกว่าเป็นคนสำคัญของท่าน แต่ข้าไม่รู้จัก และข้าคิดว่าเป็นหนึ่งในสาเหตุ”เฟเรสตอบด้วยประโยคที่ยาวกว่าปกติของเจ้าตัว

“แปลกดีที่เจ้าไม่รู้จัก แต่ถ้าอย่างงั้นมันก็ทำให้พวกเราต้องหาความลับให้เจอให้ได้ ถ้ามัน..”ซาครอสพูดด้วยท่าทางครุ่นคิด

“ต่อให้หาไม่เจอ ท่านก็ไม่ว่าอะไรเฟเรสตัดบทขึ้นมา ซาครอสไหวไหล่เล็กน้อย

ถึงท่านจะไม่ว่า แต่ข้าคงรู้สึกไม่ดีนักหรอกนะ

ก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงของเมฟิสที่ลอยตามมาติดๆ “นี่ข้าเอง เข้าไปนะ”

เมฟิสเปิดประตูเข้ามาทันทีที่พูดจบ เพราะเขารู้อยู่แล้วว่าเฟเรสกับซาครอสจะไม่ล็อกประตู

เด็กหนุ่มเดินเข้ามาแล้วลากเก้าอี้จากโต๊ะอ่านหนังสือมานั่ง แล้วเริ่มเปิดประเด็นคุยสัพเพเหระฆ่าเวลาอีกสิบกว่าชั่วโมงจนกว่าจะถึงเวลานัดของพวกเขา

 

 

แก๊ง แก๊ง แก๊งเสียงระฆังจากหอนาฬิกาบริเวณโบสถ์ใกล้ๆ โรงเรียนบ่งบอกเวลาเที่ยงคืนของวัน ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรี จันทร์เสี้ยวสีเงินยวงส่องแสงอ่อนๆบ่งบอกว่าคืนทานาธอสใกล้จบลงแล้ว

เฟเรส เมฟิสและซาครอสเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบตามแนวกำแพงพุ่มไม้ที่พวกเขามาเมื่อตอนกลางวัน จนพวกเขามาถึงกับประตูลับที่ถูกเปิดไว้ก่อนหน้า

เฟเรสยกมือขึ้นเป็นเชิงให้สัญญาณว่าอย่าเพิ่งขยับ ก่อนเจ้าตัวจะเอี้ยวตัวไปมองภายในเพื่อดูว่าใครที่อยู่ในนั้น เมื่อเห็นว่าเป็นหญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีทองสว่างก็ถอนหายใจเบาๆ แล้วเดินเข้าไปข้างในตามด้วยเมฟิสและซาครอส

เบื้องหน้าพวกเขาเป็นพื้นที่ทรงเหลี่ยมที่ล้อมรอบด้วยกำแพงพุ่มไม้ทั้งสี่ด้าน ใจกลางตั้งน้ำพุสีขาวงาช้าง บนยอดมีรูปปั้นของหญิงสาวประคองจันทร์เสี้ยวไว้ในอ้อมอก รายล้อมรอบน้ำพุเป็นไม้พุ่มเตี้ยระดับเข่าที่มีดอกสีน้ำเงินอมม่วง และบนพื้นหญ้ามีร่างสลบสไลของเหล่านิมฟ์

ซาซิเรียเดินมาก่อนจะยื่นแก้วใสให้พวกเขาทั้งสามคน

“พวกท่านสามารถตักน้ำในน้ำพุดื่มได้เลยนะคะ ไม่ต้องเยอะมากหรอกค่ะ สักครึ่งแก้ว แต่ข้าแนะนำให้ท่านหาที่นั่งดีๆ ก่อน เพราะฤทธิ์ของน้ำพุนั้นแรงพอสมควรทีเดียวเลยค่ะ”เธอกล่าวพร้อมขยับมือไปบนกำแพงพุ่มไม้ แล้วกำแพงเบื้องหลังพวกเขาก็ปิดกลับเป็นปกติ

เฟเรสเดินเข้าไป ค่อยๆ ตักน้ำด้วยแก้วใส ก่อนเจ้าตัวจะกลับมานั่งพิงกำแพงพุ่มไม้ ดวงตาสีไพลินเหลือบมองหญิงสาวสลับกับเพื่อนสนิทตน เมื่อเห็นอีกสองคนพยักหน้าเป็นเชิงว่าพร้อมเขาก็ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด

สักพักชายหนุ่มก็รู้สึกได้ถึงความหนักอึ้งของเปลือกตา ภาพเบื้องหน้าพร่ามัว ก่อนที่โลกทั้งใบจะมืดสนิท

ซาซิเรียมองคนที่หลับไปก่อนจะถอนหายใจแผ่วเบา เธอหันกลับไปเผื่อเผชิญหน้ากับคนที่อยู่เบื้องหลังข้อมูลที่เธอได้รับมา

“ทำไมถึงช่วยพวกเราคะ?”

“เพราะ ณ ตอนนี้ จุดมุ่งหมายของพวกเรานั้นไม่แตกต่างยังไงล่ะ ฮิฮิ”เสียงเล็กแหลมของเด็กสาวซึ่งดูจากภายนอกอายุอานามไม่น่าจะเกิน12ปี เส้นผมสีโอโรสดัดเป็นลอนทำผมทรงทวินเทลคลอเคลียบ่า ร่างเล็กบางอยู่ในชุดกระโปรงสีแดง-ขาวแนวโกธิค

“ตอนนี้หน้าที่ของข้าก็จบลงแล้ว ไว้เจอกันใหม่ยามถึงเวลาแห่งทางเลือก”เด็กสาวแย้มยิ้มพรายที่แลดูเจ้าเล่ห์เกินตัว ก่อนร่างนั้นจะหายไปด้วยเวทย์วาร์ป

ซาซิเรียจ้องมองบริเวณที่เคยมีเด็กสาวอยู่ ในใจได้แต่ครุ่นคิดว่าเธอควรจะบอกความจริงแก่เด็กหนุ่มทั้งสามคนดีรึเปล่า ในเมื่อข้อตกลงของเด็กสาวเมื่อครู่นั้นคือความลับแลกความลับ ตราบใดที่เธอไม่บอกความจริงของที่มา ความลับของเธอก็จะไม่ถูกเปิดเผย

ข้าขอโทษนะคะ

 

 

เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยอยู่ในน้ำ น้ำสีดำสนิท เฟเรสพยายามมองไปรอบตัว แต่สิ่งที่เขามองเห็นนั้น...ไม่มีเลย แม้กระทั่งมือของเขาเอง

เจ้าประสงค์จะรู้สิ่งใดเสียงหนึ่งดังก้อง เฟเรสหรี่ตาลงแม้จะรู้ว่าเขามองอะไรไม่เห็นก็ตาม แต่ในใจกำลังครุ่นคิด เพราะที่ซาซิเรียบอกว่าความฝันนั้น ไม่น่าจะมีเสียงดังขึ้นมาเพื่อถามอย่างที่เขาเผชิญอยู่แบบนี้

เจ้าประสงค์จะรู้สิ่งใดเสียงที่ระบุเพศไม่ได้ดังขึ้นอีกครั้ง เหมือนเป็นการยืนยันว่าต้องการจะรู้คำตอบของคำถามนั้น

ความลับแห่งสายหมอกเสียงที่เขาต้องการจะพูดออกมานั้นเหมือนหายไปกับอากาศ ออกมาเป็นเหมือนคลื่นเสียงมากกว่าที่จะเป็นคำพูด

ทันใดนั้นเอง ความมืดมิดก็ค่อยๆจางหายไป เผยให้เขาเห็นถึงห้องโถงกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนังสือมากมาย และทางเดินที่ทอดยาวไปจนถึงบัลลังก์หินเรียบๆเบื้องหน้า  หน้าต่างมากมายเปิดรับแสงอาทิตย์จากภายนอก และร่างๆหนึ่งที่กำลังหันหลังให้เขา เหม่อมองออกไปด้านนอกหน้าต่าง ชุดครุยยาวสีขาวสะอาดเหมือนผู้ทรงศีลขลิบด้วยทองคำตามชายผ้า เส้นผมสีดำสนิทไล่ปลายสีทองยาวเกือบถึงกลางหลังพลิ้วไหวน้อยๆ หากแต่เขานั้นไม่เห็นใบหน้าของคนผู้นั้น ทุกอย่างเป็นเหมือนภาพนิ่ง

เฟเรสพยายามขยับ แต่ก็เหมือนเขาถูกตรึงอยู่กับที่ เจ้าตัวจึงตัดสินใจเพ่งมอง ก่อนที่แสงขาวจะสว่างวาบและปรากฏภาพใหม่ขึ้นแทนที่

รอบตัวเขาตอนนี้คือความมืด หากแต่ไม่มืดเหมือนตอนแรก เพราะเบื้องหน้าที่มีแสงสีฟ้าส่องมารำไร ทางเดินหินที่นำไปสู่ห้องโถง แท่งคริสตัลสีออกฟ้าเรืองแสงอ่อนท่ามกลางความมืด แต่ภาพที่เขาเห็นเผยให้เห็นเพียงส่วนหนึ่งของแท่งคริสตัลเท่านั้น ทำให้เขาไม่รู้ว่าหน้าตาทั้งหมดของมันเป็นยังไง ซึ่งถ้าเขาสามารถขยับได้ เขาก็คงได้เห็นทั้งหมด

เฟเรสถอนหายใจเบาๆในใจ รอบตัวเขากลับไปเป็นเวิ้งน้ำมืดทมิฬ เสียงปริศนาเสียงเดิมดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง คำเปรยนั้นทำให้เฟเรสเบิกตากว้าง ก่อนที่เขาจะรู้สึกเหมือนโดนดึงขึ้นจากน้ำไป

เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาก็พบกับสายตาของซาซิเรียที่ถูกส่งมาพอดี หญิงสาวยิ้มให้เขาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามานั่งลงข้างๆ

“นั่งพักสักครู่แล้วค่อยลุกนะคะ ช่วงที่กลับมาใหม่ๆมันเหมือนความดันต่ำเลยล่ะค่ะ”

“อืม”เฟเรสตอบรับเรียบๆ ในหัวยังคงได้ยินถึงคำพูดสุดท้ายของเสียงนั้น

 ‘ภายภาคหน้า เจ้าจักต้องตัดสินใจ แม้จะแสนลำบากยิ่งก็ตาม สายเลือดแห่งโพรทิอุส

 

 

“พวกเจ้าเห็นอะไรกันบ้าง?”ซาครอสถามขึ้นมา ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่บริเวณสวนใกล้ๆปราการเหมันต์แทน

“ที่ข้าเห็นเป็นประตูหินบานใหญ่ค่ะ เป็นบานประตูเรียบๆ แต่มีโซ่ตรวนตรึงบานประตูไว้อย่างแน่นหนา ทั้งสองข้างประตูเป็นคบเพลิงไม้ที่มีเพลิงสีฟ้าจุดอยู่ แล้วก็อีกอย่างเป็นรูปปั้นหินขนาดใหญ่สองรูปตั้งอยู่กลางสายหมอก ทั้งสองตั้งห่างกันประมาณสองเมตร ตอนแรกข้านึกว่ามันคือไลโอเนล สัตว์วิเศษขนสีทองคล้ายสิงโต แต่ก็ไม่ใช่ค่ะ มันมีปีกเหมือนมังกรแทนที่ปีกขนนก เขี้ยวของมันยาวกว่าปกติถึงสองเท่า และมีเขาบิดคดสองเขา ข้าเห็นเท่านั้นแหละค่ะ”ซาซิเรียอธิบาย ซาครอสลงมือจดข้อมูลลงหนังสือในมือของเขา

“ส่วนข้าเห็นปราสาทเล็กๆ ตั้งอยู่ใจกลางหุบเขา ด้านข้างมีน้ำตกและทะเลสาบขนาดไม่ใหญ่มาก รอบๆ มีต้นไม้เล็กใหญ่ เหมือนเป็นสวนท่ามกลางหุบเขาเลยล่ะ อีกอย่างที่ข้าเห็นเป็นเหมือนสร้อยถูกวางทิ้งไว้บนโต๊ะไม้เก่าๆ จี้ของสร้อยเป็นล็อกเก็ตทรงกลม ใจกลางมันสลักเป็นรูปสัตว์วิเศษที่เซียร์เห็น”เมฟิสพูดต่อ ซาครอสพยักหน้าก่อนจะหันมามองเฟเรส

“ห้องโถง บัลลังก์ ใครบางคนในชุดคลุมสีขาว ผมยาวสีดำไล่ทองที่ปลาย เห็นแค่ด้านหลัง แล้วก็ทางเดินหิน ปลายทางเป็นห้อง มีแท่งคริสตัลที่น่าจะขนาดใหญ่ส่องแสงสีฟ้าอ่อน”เฟเรสบอก แต่คำว่าน่าจะทำให้ซาครอสถามกลับ

“น่าจะ? แสดงว่าเจ้าเห็นแค่บางส่วนสินะ?”

“อืม”

“ส่วนที่ข้าได้เห็นเป็นใบหน้าของไวส์ อาร์เคอิก หรือผู้กล้านั่นแหละ แล้วก็อัญมณีขนาดเท่าฝ่ามือ สีของมันเหมือนสีของเลือด เรืองแสงอ่อนๆ อยู่ในมือของใครสักคน”เมื่อซาครอสกล่าวจบ ทุกคนก็เข้าสู่ห้วงคิดอีกครั้ง สักพักเฟเรสก็เปิดประเด็นขึ้นมาอีกครั้ง

“ซาซิเรียหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์วิเศษที่เห็น ซาครอสเกี่ยวกับอัญมณี เมฟิส เจ้ากับข้า หาสถานที่”อีกสามคนที่เหลือพยักหน้าลงเป็นเชิงตกลง ก่อนที่เฟเรสจะพูดปิดท้ายแล้วพวกเขาแยกกันไปพักผ่อนก่อนเริ่มวันรุ่งขึ้น

“สิ่งที่พวกเราตามหาไม่ใช่ความลับ จริงๆแล้วคืออำนาจ

 

 

“นายหญิงคะ แบบนี้จะดีหรอคะ ตอนนี้พวกนั้นคงรู้แล้วแน่ๆเลย”เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีโอโรสกล่าวถาม พร้อมเงยหน้าขึ้นมาจากตุ๊กตากระต่ายปุกปุยในมือของตัวเอง

ด้านหน้าเธอนั้นเป็นบัลลังก์ แต่ม่านทอสีทองขึงกับเสาทั้งสี่ล้อมบัลลังก์ แม้จะโปร่งแต่ก็ปิดบังให้เห็นเพียงแค่เค้าโครงใบหน้าเท่านั้น

“ดีแล้ว ถึงพวกนั้นจะเคลื่อนไหว ข้าก็ไม่กลัว อีกอย่างถึงเวลาที่กงล้อจะเริ่มขยับได้แล้ว ระหว่างเราและพวกมันควรมาถึงจุดจบว่าใครจะเป็นผู้กำชัย!”เสียงหวานนุ่มของสตรีเพศดังก้องทั่วห้อง เด็กสาวพยักหน้า

“แต่ว่าคนอยากรู้ความลับเนี่ยเยอะจังเลยนะคะ?”

“มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อำนาจยิ่งใหญ่ไม่ว่าใครก็อยากได้มันมาครอง”ผู้ที่ถูกเรียกว่านายหญิงกล่าวตอบ

“แล้วตอนนี้ท่านต้องการให้ข้าไปทำอะไรมั้ยคะ?”

“ยังก่อน เอโอน่า แต่อีกไม่นาน เจ้าจะได้ทำแน่ เพราะเพชฌฆาตโลหิตกำลังเคลื่อนพล”หญิงสาวกล่าว เอโอน่ายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีก่อนจะถอนสายบัวเป็นเชิงเคารพ

“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวไปเตรียมตัวล่ะนะคะ”

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้น พระอาทิตย์ขึ้นสาดส่องผ่านบานหน้าต่างที่ถูกเปิดไว้พร้อมด้วยเสียงร้องราวกับบทเพลงของเหล่าวิหก เรียกให้หนึ่งในเจ้าของห้องตื่นขึ้นมา

เฟเรสผุดลุกขึ้นมานั่งบนเตียง ใบหน้ามึนๆ ตามประสาคนเพิ่งตื่นต่างจากใบหน้าเรียบยามปกติของตน เขามองไปที่นาฬิกาที่กำลังบอกเวลาหกโมงเช้า ชายหนุ่มปิดปากหาวก่อนจะหันไปทางหน้าต่าง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันน้อยๆ เพราะเขาจำได้ว่าไม่ได้เปิดหน้าต่างทิ้งไว้เมื่อคืนแน่ๆ

ชายหนุ่มลุกออกจากเตียงเดินไปยังหน้าต่างหมายจะปิด แต่เมื่อเดินผ่านโต๊ะไม้ก็พบกับซองจดหมายตุงๆ ขนาดราวๆ กระดาษA4ที่จ่าหน้าถึงเขา เมฟิสและซาครอส ลายมือที่เขียนทำให้เขารู้ถึงคนส่งและคนที่เปิดหน้าต่างเขาเข้ามาแล้ว

เฟเรสวางจดหมายลงที่เดิมก่อนจะเดินไปปลุกซาครอสที่หลับอยู่ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงก็เดินหายเข้าไปอาบน้ำ

เมื่อเขาเดินออกมาอีกครั้งก็พบว่าเมฟิสได้เข้ามานั่งอยู่ด้วยแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาหน้าเครียดอีกครั้งคือสีหน้าของเพื่อนสนิททั้งสองของเขาที่ดูจะเค้าความจริงจังจางๆ ในมือของซาครอสคือผลึกเลตราสีเขียวอ่อน วิทยาการเวทมนต์ที่นิยมใช้แทนจดหมายที่มีกระดาษแผ่นเล็กๆ ติดอยู่

“มีอะไร?”เฟเรสถามทันที ซาครอสและเมฟิสเงยหน้าขึ้นมาก่อนที่ซาครอสจะยื่นผลึกเลตราให้เขา

“ข้าไม่แน่ใจ แต่จากกระดาษเล็กๆ ที่แนบมามันเขียนไว้ว่าเรื่องด่วน”เฟเรสรับมาขณะที่พยักหน้ากับคำกล่าวนั้น เด็กหนุ่มเพ่งจิตถ่ายพลังเวทลงในผลึกก่อนมันจะเรืองแสงวาบ จะลอยออกจากมือไปอยู่กลางอากาศ ในขณะที่ซาครอสจะกางอาณาเขตเวทย์ – ซาวด์ชีลด์ – เพื่อป้องกันเสียงเล็ดลอดออกไป

ร่างโปร่งแสงของชายหนุ่มผมสีทองเงางามยาวถึงกลางหลังปรากฎขึ้นมา ใบหน้าของเจ้าตัวนั้นหวานราวกับอิสตรี และหากมองเผินๆ ก็สามารถเข้าใจผิดได้ไม่ยาก แต่ใบหน้านั้นก็เข้าคู่กับนัยน์ตาสีม่วง
อเมทิสต์ที่บัดนี้ส่องประกายเคร่งเครียด

ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะได้รับจดหมายโดยเร็วนะ และเพื่อไม่ให้เสียเวลาข้าขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะภาพจำลองของชายหนุ่มกล่าว

ตอนนี้มีข่าวร้ายทั้งหมดสองเรื่องด้วยกัน ข่าวร้ายเรื่องที่หนึ่ง ตอนนี้ดาร์กเอลฟ์บุกมาแล้ว แต่ไม่ต้องห่วง คนในตระกูลยังยันไหวอยู่ ถึงจะมีการนองเลือดไปไม่น้อยแล้วก็ตาม พวกเจ้าก็ระวังตัวด้วยล่ะ ข้าไม่แน่ใจว่าพวกมันจะไปหาพวกเจ้าด้วยรึเปล่า แต่ที่น่าแปลกคือพวกมันรู้กระทั่งฐานลับและเวลาประชุมของตระกูล ข้าเลยอดสงสัยไม่ได้ว่ามีหนอนรึเปล่า ตอนนี้ข้ากำลังตรวจสอบอยู่เขาพูดรัว ก่อนจะหยุดหายใจสักพักแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เจือความเศร้าไว้

ข่าวร้ายเรื่องที่สองคือท่านลุงเซเฟอร์เสียแล้ว ท่านหนีออกมาจากห้องประชุมที่โดนพวกมันถล่มไม่ทัน ตอนนั้นมันชุลมุนมาก ข้าขอโทษด้วยนะเมฟิส ข้า...ข้าเสียใจด้วยจริงๆพอถึงจุดนี้ ดวงตาของชายหนุ่มก็คลอไปด้วยหยาดน้ำตา คนฟังทั้งสามคนเบิกตากว้างกับข่าวสารที่ได้รับ โดยเฉพาะเมฟิสที่สีหน้าตอนนี้เหมือนจะร้องไห้เสียให้ได้

แล้วก็เรื่องสุดท้าย เฟเรส ข้าเจอบันทึกนั่นแล้วนะ อยู่ในซองจดหมายนั่นแหละ แต่ข้าไม่เข้าใจเจ้านิดหน่อยนะ บันทึกนั่นเป็นของใครกันเจ้าถึงอยากได้มันนัก? ยังไงก็ตาม ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมข้าจะติดต่อไปอีกครั้ง ถ้าพวกเจ้าได้อะไรคืบหน้าก็บอกกันได้นะ เพราะตอนนี้ที่นี่วุ่นวายมาก คงไปหาพวกเจ้าไม่ได้ ขอให้พวกเจ้าโชคดีเมื่อจบภาพของชายหนุ่มก็หายไป พร้อมกับผลึกเลตราที่ตกลงสู่พื้นห้อง

กิ๊งเสียงตกกระทบดังก้องภายในห้องที่เงียบสงัด เฟเรสกับซาครอสยังคงประมวลผลจากข้อมูลที่ได้รับ ส่วนเมฟิสนั้นเหมือนจิตหลุดไปตั้งแต่ข่าวร้ายเรื่องที่สอง ในเมื่อคนที่จากไปนั้นคือพ่อแท้ๆของเขาเอง!

“โธ่เว้ย! เจ้าพวกดาร์กเอลฟ์!!”เมฟิสสบถเสียงดังลั่นอย่างไม่เกรงใจเวลายามเช้าที่หลายๆคนยังไม่ตื่นกัน มือทั้งสองกำแน่นด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน น้ำตาสีใสไหลอาบหน้าอย่างห้ามไม่อยู่ ใบหน้าเหยเกปนเปทั้งความเจ็บปวดจากการสูญเสียและความแค้น

เมฟิสยกมือขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง

“เมฟิส...”ซาครอสเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่แทบจะเป็นกระซิบ เขาเองก็เสียใจกับการจากไปของลุงของเขาเหมือนกัน แต่นั่นคงไม่เท่ากับความเศร้าของคนที่เป็นลูกชาย

“ไม่เป็นไร”เมฟิสหันกลับมายิ้มแห้งๆให้ แต่ต่อให้ไม่พูดอะไรอีกสองคนก็รู้ดี ว่ารอยยิ้มนั้นมันฝืนแค่ไหน “แค่... ขอเวลาข้าสักพัก...”

เฟเรสมองเพื่อนของเขา มือหนากำแน่นไม่แพ้เมฟิส ก่อนที่เขาจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ว่าพวกเขากับดาร์กเอลฟ์จะไม่มีวันญาติดีกันเป็นอันขาด!

แต่พอดวงตาสีไพลินก็สบเข้ากับสมุดบันทึกเล่มเก่าที่โผล่พ้นขอบซองจดหมายบนเตียงออกมา เขาก็รู้สึกเหมือนใจไปจดจ่ออยู่ที่มันอย่างเดียว เฟเรสเดินเข้าไปหยิบมันออกมาจากซองและพลิกดูหน้าหลังอย่างไม่รู้ตัว บันทึกปกแข็งทำจากหนังสีน้ำตาลแก่ มีรอยริ้วบ่งบอกถึงอายุ เนื้อกระดาษด้านในออกสีเหลืองเล็กน้อย ชายหนุ่มเปิดมันออก พลิกอ่านทีละหน้าช้าๆ

“เฟเรส?”ซาครอสละสายตาจากเมฟิสมายังเฟเรสที่ดูเหม่อลอยเหมือนสติไม่อยู่กับตัวขณะที่สำรวจสมุดบันทึก เสียงเรียกนี้ทำให้เมฟิสหันมามองเจ้าของชื่อด้วย

หน้าชายหนุ่มซีดลง เพราะเขาจำได้ว่าเป็นคนขอร้องให้อาเรสหรือชายหนุ่มในภาพจำลองหาให้เอง แถมกำชับอย่างแน่นหนาว่าเป็นของสำคัญมาก แต่ตอนนนี้เฟเรสชักจะไม่แน่ใจแล้วว่ามันสำคัญจริงรึเปล่า เขากลืนน้ำลายผ่านลำคอที่รู้สึกแห้งผากกะทันหัน ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

“บันทึกเล่มนี้เป็นของใครกัน? ทำไมข้าถึงอยากได้มัน?”

 

+++++++++++++++++++++

*ไลโอเนล – สัตว์วิเศษมีหัวและร่างกายเหมือนสิงโต ขนาดใหญ่ราวเมตรนิดๆ แต่มีขนสีทองและผิวสีน้ำตาลทอง มีปีกขนนกสีขาวสะอาดกลางหลัง อุ้งเท้ามีเล็บแหลมคม

**ผลึกเลตรา ผลึกสีเขียวอ่อนใสขนาดเท่าฝ่ามือที่ใช้แทนจดหมายเพราะเป็นเสมือนเครื่องบันทึกภาพและเสียง เพียงแต่จะบันทึกข้อความและภาพด้วยความคิด เป็นที่นิยมมากกว่าจดหมายในสมัยก่อน ถือเป็นวิทยาการเวทมนต์สมัยใหม่

© Tenpoints!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

129 ความคิดเห็น

  1. #101 Yuliala (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 21:52
    น่าติดตามมากครับ
    :)
    #101
    0
  2. #70 w-rabbit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 16:33
    รอต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ...
    #70
    0
  3. #69 ZenseS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 23:35
    สนุกมากเลยครับไรท์เตอร์ อารมณ์ค้างเลยย //นอนรอและติดตามต่อไปปป~
    #69
    0
  4. #68 ZenseS (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 23:35
    สนุกมากเลยครับไรท์เตอร์ อารมณ์ค้างเลยย //นอนรอและติดตามต่อไปปป~
    #68
    0
  5. #67 Woogyuism (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 23:03
    โอ๊กกกกก จบค้างงงงงงง อยากอ่านต่อออ มาต่อไวๆน้าาาา
    #67
    0
  6. #66 w-rabbit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2557 / 08:55
    หนุกมากกกค่า ค้างงงงงง มาตอไวๆๆนะ
    #66
    0
  7. #65 Woogyuism (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2557 / 23:24
    กรี๊ดดด ขอ100%!!!! แนนจิรอออTY
    #65
    0
  8. #59 Nan (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 21:02
    เดี๋ยวนะ!!! ทำไมเราอ่านตอนนี้แล้วรู้สึกแปลกๆกับเฟเรสกับเรออส(อุ๊ก!!พลังสีม่วงมันพลุ่งพล่านนนนนนนนนนนนนน)



    เราอัพเกรดมากเลยสินะ ไม่กี่ประโยคทำเราไปไกล 55555
    #59
    0
  9. #52 ต้นเงิน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 / 12:13
    แก้หน่อย~~
    เปลวเพลิงสีเพลิงสีแดงสด
    #52
    0
  10. #46 σяgαиɴєѕs (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:37
    ไรท์เตอร์ โรงเรียนนี้เปิดรับสมัครนักเรียนใหม่อีกทีตอนไหนคับ //โดนเตะ
    รู้สึกกลไกเยอะจัง ถ้าเด็กใหม่จำไม่ได้แล้วกดแจกันผิดใบ...คงมีงานเข้า 555
    ปล.ลิงค์เชิงอรรถเสียตั้งแต่บทนำแล้วคับ ฝากแก้ลิงค์ด้วยนะ หรือจะไม่ใส่ลิงค์ก็ได้ ^^
    //อ่านต่อไป
    #46
    0
  11. #7 เพียงหนึ่ง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2554 / 15:27
    สนุกมากค่ะ
    #7
    0
  12. #6 Little icedevilz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 10:18
    ปูเสื่อรอตอนต่อไป~  >_<
    #6
    0