Zenteria อาณาจักรมนตรา มายาแห่งหมอก

ตอนที่ 4 : มายาที่ 3 : เพื่อนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 60

มายาที่ 3 เพื่อนใหม่

บันทึกเล่มนี้เป็นของใครกัน? ทำไมข้าถึงอยากได้มัน?”คำถามนั้นทำให้เมฟิสและซาครอสชะงักกึก

“เจ้าจำไม่ได้?”ซาครอสถามเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง เฟเรสพยักหน้าช้าๆแทนคำตอบว่าใช่

“ตอนนั้นข้าจำได้ว่าพวกเรารู้นะ ว่ามันเป็นของใคร”เมฟิสพูดขึ้นมา แต่หลังจากคิดอยู่สักพักหนึ่งเด็กหนุ่มก็ถอนหายใจพลางยกมือขึ้นยอมแพ้ “ไม่ไหวแฮะ นึกไม่ออกเลย”

เฟเรสพลิกหน้ากระดาษช้าๆ พยายามอ่านข้อความอย่างละเอียดเพื่อหาเบาะแสของเจ้าของบันทึก ก่อนเขาจะเจอชื่อที่ลงท้ายไว้ในหน้าสุดท้ายที่มีการจดบันทึก

ฟริเซีย โพรทิอุสนามสกุลที่ปรากฏนั้นทำให้เขาตกใจอีกรอบหนึ่ง เพราะมันเหมือนกับที่เสียงปริศนานั้นเรียกเขา

“โพรทิอุสอย่างงั้นหรอ?”ซาครอสพึมพำ แต่สีหน้าเจ้าตัวบ่งบอกเลยว่าเขารู้จักนามสกุลนี้

“เคยได้ยิน?”เฟเรสถามทันที ตอนนี้ในหัวของเขามีแต่คำถามเต็มไปหมด หากได้คำตอบบ้างสักเรื่องก็คงจะดี

“ใช่ เคยเปิดไปเจอตอนนั่งอ่านหนังสือประวัติศาสตร์น่ะ เป็นตระกูลที่ถูกบันทึกไว้ว่าสิ้นตระกูลแล้ว ตั้งแต่เกือบ200ปีก่อน เป็นตระกูลเก่าแก่ ไม่สิ เรียกให้ถูกคือราชวงศ์ดั้งเดิมของดินแดนปิศาจมากกว่า เป็นราชวงศ์ที่ปกครองเมืองดาร์กเอลก่อนที่โซเทริสจะขึ้นครองน่ะนะ แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีใครพูดถึง เพราะงั้นถ้าไม่อ่านเจอก็คงยากจะรู้จัก”ซาครอสอธิบาย เฟเรสพยักหน้า คำตอบบางส่วนคลี่คลาย แต่เขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมเขาถึงถูกเรียกว่าสายเลือดแห่งโพรทิอุส ทั้งๆที่พ่อของเขาก็ไม่ใช่โพรทิอุส ส่วนแม่ของเขาก็...

“...”เฟเรสปิดสมุดบันทึกในมือ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะ

“ช่างมัน ยังมีเรื่องอื่นต้องทำอยู่ เตรียมตัวไปเรียนได้แล้ว”เฟเรสสกล่าว พลางชี้มือไปที่นาฬิกาแขวนกำแพงเหนือโต๊ะอ่านหนังสือที่กำลังบอกเวลาเจ็ดโมงนิดๆ ส่วนคาบเรียนแรกเริ่มกี่โมงน่ะหรอ? แปดโมงยังไงล่ะ!

 

 

เมื่อพวกเขาเดินมาถึงห้องเรียนวิชาประวัติศาสตร์ซึ่งอยู่ที่อาคารสีฟ้าอ่อน หลังจากที่เดินหาห้องเรียนกันอยู่นาน แต่ก็ยังเหลือเวลาอีกห้านาทีให้เอ้อระเหย ห้องนั้นเป็นห้องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ครึ่งหลังห้องเป็นขั้นบันไดไต่ระดับขึ้นไป โต๊ะยาววางเรียงอย่างเป็นระเบียบไล่ขึ้นไปตามขั้น หน้าห้องเรียนมีกระดานดำขนาดใหญ่

ภายในห้องมีนักเรียนนั่งอยู่ประปราย อาจด้วยจำนวนคนในปราการเหมันต์ที่น้อยอยู่แล้วทำให้ห้องนั้นดูกว้างเกินจำเป็น

เครื่องแบบของโรงเรียนนั้นจะเป็นเสื้อคอเต่าสีขาวแขนกุดรัดรูปคลุมทับด้วยเสื้อคอตั้งแขนยาวสีขาวขลิบทองยาว ที่อกเสื้อคลุมด้านซ้ายเป็นสัญลักษณ์โรงเรียน และที่ปลอกแขนสีเทาไร้แถบสีบอกความเป็นปี1 กางเกงขายาวสีดำยาวถึงข้อเท้าทับด้วยบู๊ทยาวสีดำ ส่วนเครื่องแบบนักเรียนหญิงก็เหมือนกับชุดของผู้ชายแต่จากกางเกงเปลี่ยนเป็นกระโปรงสีดำจับจีบยาวเกือบถึงหัวเข่ารับกับบู๊ทสีดำยาวครึ่งขา

“สวัสดี...”เด็กหนุ่มหน้ามึนราวกับยังไม่ตื่นนอนทักทายพวกเขาด้วยน้ำเสียงเอื่อยๆ เส้นผมสีน้ำเงินสว่างยาวซอยระบ่ายุ่งๆเหมือนไม่ได้เซ็ตทรง นัยน์ตาสีอำพันที่ปรือลงตลอดเวลาฉายรอยง่วงงุนอย่างเห็นได้ชัด

“สวัสดี!”เมฟิสทักทายอย่างอารมณ์ดีขัดกับอารมณ์หดหู่ที่เจ้าตัวเพิ่งแสดงออกมาเมื่อราวๆชั่วโมงก่อน เด็กหนุ่มผมน้ำตาลหันกลับมาหาทั้งญาติทั้งเพื่อนทั้งสองคนก่อนจะแนะนำคนใหม่ให้รู้จัก

“นี่คือโนเอล เอราทิส รูมเมตที่ข้าเล่าให้พวกเจ้าฟัง”เมฟิสฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะแนะนำอีกสองคน

“ส่วนนี่เฟเรสกับซาครอส เพื่อนสนิทข้าเอง”                                                                    

“ยินดีที่ได้รู้จัก”โนเอลกล่าวโดยที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย

“เช่นกัน”ซาครอสก็ยิ้มกลับ ส่วนเฟเรสไม่ต้องบอกก็คงรู้กันอยู่

ยังไม่ทันที่จะได้เปิดประเด็นคุยอะไรเพิ่ม อาจารย์ประจำวิชาก็เดินเข้ามา ทำให้ทุกคนรีบแยกย้ายกันไปนั่งที่

“สำหรับคนมาใหม่ สวัสดีและยินดีต้อนรับสู่โรงเรียนแห่งนี้ ครูชื่อนิโคไล คลอส สอนวิชาประวัติศาสตร์ของทุกชั้นปีเพราะฉะนั้นเราจะเจอหน้ากันจนกว่าจะจบจากโรงเรียนแห่งนี้แน่นอนชายหนุ่มผมสีน้ำตาลทองสั้นเสยเรียบดวงตาสีน้ำตาลเข้มหลังแว่นทรงรีไร้กรอบกวาดมองรอบห้อง

เนื้อหาที่เรียนไปก่อนหน้านี้กรุณาไปตามกันจากเพื่อนเอาเอง คาบนี้ เราจะมาต่อกันจากส่วนที่ค้างไว้นิโคไลบอก ขณะที่มองจ้องยังเหล่านักเรียนปี1ของทั้งสองหอด้วยสายตากดดัน

มิติเซนทีเรีย เกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ยังไม่มีนักประวัติศาสตร์คนไหนหาคำตอบได้ แม้แต่มนต์ย้อนเวลาก็ยังไม่สามารถย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของมิติแห่งนี้ได้เพราะฉะนั้นเราจะมาเริ่มประวัติศาสตร์มิติกันที่เหตุการณ์แบ่งแยกดินแดน

เดิมทีดินแดนทั้งสามนั้นเป็นหนึ่งเดียว เรียกว่า โอแซล แต่แน่นอนว่านั้นไม่รวมถึงดินแดนแห่งหมอกที่ยังคงปริศนามาจนถึงปัจจุบัน ทุกเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน เกิดการทะเลาะระหว่างเผ่าหลายครั้งหลายครา แต่ทุกครั้งไม่มีอะไรที่ร้ายแรงถึงขนาดเกิดความบาดหมางระหว่างกัน จนกระทั่ง................นิโคไลอธิบายเนื้อหาไปเรื่อยๆ ท่าทางราวกับไม่ใส่ใจนักเรียน แต่สายตาที่คอยสอดส่องทำให้ไม่มีใครกล้าหลับสักเท่าไหร่ ถึงแม้จะหลับไปนิโคไลก็เพียงแค่ปรายตามองก่อนจะจดอะไรบางอย่าง บนกระดานดำค่อยๆ ปรากฏตัวอักษรสีขาวตามที่ชายหนุ่มพูด เมื่อเขียนเต็มกระดานก็จะหายไปแทบจะในทันที ทำให้นักเรียนปี1ที่ยังตื่นอยู่พากันจดกันระวิง

และนั่นก็ทำให้เกิดแบ่งแยกออกเป็นสามดินแดน ดินแดนแห่งเทวา ดินแดนแห่งมนุษาและดินแดนแห่งปิศาจ ต่างเผ่าพันธุ์แยกกันอยู่และสร้างข้อตกลงระหว่างแดนดินขึ้นมาเพื่อความสันติระหว่างกัน ส่วนเรื่องข้อตกลงพวกเจ้าจะได้ไปเรียนกันในวิชาการปกครอง ขอให้โชคดี ทันทีที่พูดจบ นิโคไลก็ปิดหนังสือในมือลงแล้วเดินออกจากห้องเรียนไปแทบจะทันที

เมื่อนิโคไลเดินออกจากห้องไป ซาครอสที่นั่งอยู่แถวหน้าสุดก็หันกลับไปเพื่อสังเกตเพื่อนร่วมชั้นปี ซึ่งนับดูแล้วมีทั้งหมด14คนรวมพวกเขาเข้าไปด้วย ทุกคนนั่งอยู่กับที่เหมือนคาบต่อไปไม่มีเรียนทำให้ซาครอสมองอย่างสงสัยเล็กน้อย เพราะเขายังไม่ได้ตารางเรียนเลยไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

 “เฮ้! พวกเจ้าน่ะ เพิ่งมาใหม่สินะ”เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนรับกับใบหน้าหวานที่ดูร่าเริง ดวงตาสีน้ำตาลทองเป็นประกายจ้องตรงมายังพวกเขาทั้งสามคน

“ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าชื่อเมย์เดีย เมย์เดีย แอสเทอเรีย”

“ข้าเมฟิส เลสรอยด์ ยินดีที่ได้รู้จักเหมือนกัน”เมฟิสยิ้มกลับ

“ส่วนข้าซาครอส เรราวีเทีย ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน”ซาครอสยิ้มสุภาพตามแบบฉบับสุภาพบุรุษที่ดี ส่วนเฟเรสนั้นก็เพียงแนะนำตัวสั้นๆ

“เฟเรส”

หญิงสาวพาพวกเขาไปแนะนำกับกลุ่มเพื่อนคนอื่นๆของเธออีกสองคน คนแรกเป็นเด็กสาวผมสีบลอนด์น้ำตาลกับนัยน์ตาสีเดียวกันนามคาริน่า ทาราเดีย คนที่สองนั้นเป็นเด็กสาวท่าทางเหนียมอายต่างจากคนแรกที่ดูกระฉับกระเฉงชื่อเอลิน่า ทาเอริส เธอมีดวงตาสีส้มซิทรินรับกับเส้นผมสีเหลืองอ่อน

“ความจริงคาบต่อไปต้องเรียนการปกครองแต่อาจารย์ติดธุระเลยเป็นคาบว่างน่ะ”ดูเหมือนคาริน่าจะสังเกตท่าทางของซาครอสที่ดูเหลียวซ้ายแลขวามองคนในห้องที่นั่งคุยกันงงๆเหมือนสงสัยว่าทำไมทุกคนถึงนั่งกับอย่างสบายใจ เธอจึงพูดขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

“แบบนี้นี่เอง”ซาครอสพยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะพูดขอบคุณกับคาริน่า ซึ่งสาวเจ้าก็ตอบกลับมาเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร

ซาครอสหันกลับไปหาเฟเรสเหมือนจะถามอะไรบางอย่าง แต่ก็พบกับสีหน้าเหนื่อยใจน้อยๆของเฟเรส รอยยิ้มแห้งๆของเอลิน่า และเมย์เดียกับเมฟิสที่เมื่อครู่ยังดีๆ แต่ตอนนี้กลับนั่งกัดกันอยู่ซะดื้อๆ

“เกิดอะไรขึ้นล่ะนั่น”ซาครอสถามขึ้นมา

“ไร้สาระน่ะ”เฟเรสตอบกลับสั้นๆเหมือนระอา ทำให้ผู้ถูกกล่าวถึงอ้อมๆโวยพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

“เจ้าว่าใครน่ะ!”เมฟิสและเมย์เดียหันมามองหน้ากัน ก่อนจะเริ่มกัดกันด้วยหัวข้อปัญญาอ่อนหัวข้อใหม่อย่างการพูดตามกัน ซาครอสหลุดขำกับท่าทางของทั้งสองคน ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า สองคนนี้ท่าจะไปกันได้?

 

 

ทั้งวันผ่านไปอย่างรวดเร็วและน่าเบื่อในสายตาของเฟเรส ไม่ว่าจะเป็นคาบสัตว์วิเศษ เวทมนตร์พื้นฐาน ปรุงยาหรือกระทั่งศาสตร์การต่อสู้ เพราะทุกวิชาในช่วงนี้นั้นยังเป็นทฤษฎีทั้งหมด

เฟเรสเก็บสมุดจดลงกระเป๋าเมื่ออาจารย์ประจำวิชาศาสตร์การต่อสู้เดินออกไป ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ไม่ต้องมานั่งเรียนหลังขดหลังแข็งต่อแล้ว

“พวกนายสนใจไปทานมื้อเย็นด้วยกันมั้ย?”เมย์เดียเดินเข้ามาถามอย่างเป็นมิตร ในขณะที่คนอื่นๆค่อยๆ ทยอยเดินออกกันไป

“ใครไปบ้างล่ะ?”เมฟิสถามขึ้นมา

“มีแค่ข้า คาริน่ากับเอลิน่าน่ะ คนอื่นๆ เขาขอเวลาเป็นส่วนตัว”เธอตอบพลางชี้มือไปยังนักทำนายสาวและเด็กสาวผู้ขี้อาย

“ข้าไม่มีปัญหาอะไร แล้วพวกเจ้าว่าไง?”เมฟิสหันมาทางเฟเรสและซาครอส เฟเรสทำเพียงไหวไหล่เหมือนยังไงก็ได้

“ก็ได้นะ”ซาครอสตอบสั้นๆ วันนี้พวกเขาไม่ได้มีนัดอะไรเร่งด่วนอยู่แล้ว

“สรุปทุกคนไปกันหมดนะ”เมย์เดียเอ่ยอย่างอารมณ์ดี  “งั้นเราก็ไปกันเถอะ”

 

 

ภายในร้านNira’s Cuisine เป็นร้านอาหารขนาดไม่ใหญ่มาก ตกแต่งด้วยโทนสีเหลืองอบอุ่นและลวดลายบนผนังที่เป็นดอกทานตะวันสดใสเข้ากับโต๊ะและเก้าอี้ไม้สีเข้ม

พวกเฟเรสเดินเข้าไปก็พบว่าในร้านนั้นค่อนข้างว่างเปล่า อาจจะด้วยความที่ว่ายังไม่ถึงเวลาครื้นเครงอย่างเวลา5-6โมงเย็น

“ร้านนี้เป็นร้านแกงนีร่า*ที่มีชื่อเสียงกว่าร้านใดในเมืองนี้เลยล่ะ”คาริน่าเอ่ยขึ้นมาหลังจากพวกเขาเดินมานั่งที่โต๊ะแล้ว เด็กสาวผมสีบลอนด์น้ำตาลและเมย์เดียสั่งอาหารทุกอย่างเสร็จสรรพก่อนจะเปิดวงสนทนา

หลังจากสั่งอาหารไป ไม่นานนักอาหารก็มาเสิร์ฟ ข้าวสีขาวราดด้วยแกงสีเหลืองอมส้มตัดกับใบสมุนไพรสีเขียวสดหลายชนิดและชิ้นเนื้อกรอส**ตัดพอดีคำ ทั้งอาหารที่อร่อย กลิ่นเครื่องเทศหอมๆ ทำให้บางคนหลุดชมไม่หยุดปาก

“จะว่าไป ทำไมจู่ๆ ถึงชวนออกมาล่ะ?”เมฟิสถามทั้งๆที่ยังเคี้ยวอาหารอยู่ ทำให้เมย์เดียที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแขวะขึ้นมา

“เสียมารยาทจริงๆ เคี้ยวให้เสร็จแล้วค่อยพูดสิ!”ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องเขม็งมายังเมฟิส ทำเอาเมฟิสเกือบสำลัก แต่ยังดีที่ซาครอสข้างๆ เอาแก้วน้ำให้ดื่มทัน

“สมน้ำหน้า”เมย์เดียพึมพำขำๆ

“ก็เห็นว่าพวกเจ้าน่าจะยังไม่คุ้น พวกข้าก็เลยพามาอย่างไรล่ะ”หลังจากคุยกันมาได้สักพัก พวกเฟเรสก็รู้สึกได้ว่าคาริน่านั้นเป็นคนที่จะพูดด้วยคำพูดติดโบราณนิดๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณมาก อาหารร้านนี้อร่อยจริง”เมฟิสเอ่ย

“พวกเจ้าชอบกันก็ดีแล้วล่ะ”เมย์เดียพูดขึ้นมาบ้าง ก่อนที่พวกเขาจะทานกันไปคุยกันไปตามประสาวัยรุ่น แถมด้วยบรรยากาศที่เฮฮาเป็นกันเอง ทำให้พวกเขาหลายคนสนิทกันมากขึ้น หลังจากพวกเขาทานมื้อเย็นกันเสร็จก็หารกันจ่ายก่อนจะพากันกลับเข้าหอ

“จะว่าไป นี่กี่โมงแล้วหรอ?”เมย์เดียถามขึ้นมา ขณะที่เอลิน่าเอื้อมมือทั้งสองขึ้นไปเปิดกลไกที่น้ำพุ

“ห้าโมงเกือบครึ่ง”เฟเรสกล่าวตอบ ทำให้เมย์เดียยิ้มรับก่อนที่เธอจะถามต่อ

“สนใจจะนั่งคุยกันก่อนแยกย้ายกันเข้าห้องรึเปล่า? หรือถ้าพวกเจ้าอยากจะมีเวลาส่วนตัวก็ไม่เป็นไรนะ”

 “ก็ดีนะคาริน่าเสริมขึ้นมา

ใช่ ฆ่าเวลาดีเมฟิสพูดบ้าง

งั้นมานั่งล้อมวงกันเลยเมย์เดียว่าจบก็ลากแต่ละคนมานั่งบนโซฟาแกมบังคับไม่ให้ชิ่งออกไป

แล้วที่บ้านพวกเจ้าทำอะไรกันหรอเมย์เดียเริ่มเปิดประเด็นถามขึ้นมาทันที

ก็ธุรกิจที่บ้านแหละ ส่วนข้าก็นอนๆเล่นๆไปวันๆ ชีวิตสบายก็เงี้ยแหละเมฟิสพูดขึ้นมาติดกวนประสาท เมย์เดียเลยหันมาแขวะเข้าให้

อ๋อ มิน่าล่ะ เจ้าถึงได้เป็นคนแบบนี้

คนแบบนี้นี่มันคนแบบไหนกันห๊ะ?! ว่าแต่ข้าแล้วเจ้าเถอะเมฟิสถามกลับ

อย่างน้อยข้าก็ทำอะไรที่ดูดีกว่าเจ้าเยอะล่ะ พ่อข้าเป็นนักวิจัย ข้าก็เลยช่วยพ่อข้าค้นคว้าวิจัยวิทยาการเวทมนตร์ย่ะ ตาบื้อเมย์เดียสวนกลับ และแล้วทั้งสองก็ได้โต้คารมกันอีกยกท่ามกลางสายตาเหนื่อยใจของใครหลายๆคน

ค...คุณเมฟิสนี่เป็นแบบนี้ส..เสมอเลยหรอจ๊ะ?”เอลิน่า นักดนตรีแสนขี้อายถามกับเฟเรสซึ่งนั่งมองเงียบๆ

อืม ประจำเฟเรสตอบ แต่ฟังจากน้ำเสียงก็พอรู้ว่าเจ้าตัวระอาไม่น้อย ทำเอาเจ้าของดวงตาสีซิทรินหัวเราะแห้งๆ กับคำกล่าวนั้น

“เมย์เดียเองก็เป็นแบบนี้หรอ?”ซาครอสแทรกขึ้นมา

“ก..ก็เป็นคนร่าเริงอยู่แล้ว แต่ที่มีโวยวายขนาดนี้ ก็กับคุณเมฟิสคนแรกน..นี่ล่ะจ้ะ”

 รู้แล้ว! เดี๋ยวข้าจะทำนายไพ่ให้พวกเจ้าดีกว่าคาริน่าบอกขึ้นมากลางวงหลังจากเงียบไปนาน ก่อนจะเรียกสำรับไพ่ทาโร่ต์ขึ้นมาในมือ สับไพ่แล้วกรีดไพ่เป็นรูปครึ่งวงกลมลงบนโต๊ะ

เริ่มจากลินน่าเลยล่ะกัน ใช้มือซ้ายเลือกไพ่มาหนึ่งใบเลยคาริน่าบอกยิ้มๆ เอลิน่าพยักหน้าน้อยๆก่อนจะยื่นมือซ้ายออกมาจับไพ่ แล้ววางหงายลงบนโต๊ะ คาริน่ามองไพ่ยิ้มๆ ก่อนจะอธิบายความหมายไพ่ และแล้วทั้งกลุ่มก็นั่งรุมดูด้วยความตื่นเต้นว่าใครจะได้ไพ่อะไร

+++++++++

*แกงนีร่า – แกงที่มีลักษณะคล้ายกับแกงพะแนงของบ้านเรา เพียงแต่จะมีรสชาติความหอมมันไม่เท่า จะมีกลิ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรมากกว่า

**เนื้อกรอส – เนื้อจากสัตว์ที่มีหน้าตาคล้ายไก่ แต่มีขนาดตัวใหญ่ประมาณหมี มีขนสีน้ำตาลแก่ มีปีก และบินได้ มีขาที่ยาวกว่าไก่ทั่วไปและจงอยปากสีทอง ตาสีแดงดูดุร้ายต่างจากนิสัยรักสงบ เนื้อมีสีครีม รสชาติคล้ายไก่ แต่จะมีความกลมกล่อมโดยไม่ต้องหมัก เนื้อมีความนุ่มและเนียนมากกว่า แถมเมื่อสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม เป็นเนื้อที่นิยมนำมาปรุงอาหารมากที่สุด

 

+++++++++

*แกงนีร่า – แกงที่มีลักษณะคล้ายกับแกงพะแนงของบ้านเรา เพียงแต่จะมีรสชาติความหอมมันไม่เท่า จะมีกลิ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรมากกว่า

**เนื้อกรอส – เนื้อจากสัตว์ที่มีหน้าตาคล้ายไก่ แต่มีขนาดตัวใหญ่ประมาณหมี มีขนสีน้ำตาลแก่ มีปีก และบินได้ มีขาที่ยาวกว่าไก่ทั่วไปและจงอยปากสีทอง ตาสีแดงดูดุร้ายต่างจากนิสัยรักสงบ เนื้อมีสีครีม รสชาติคล้ายไก่ แต่จะมีความกลมกล่อมโดยไม่ต้องหมัก เนื้อมีความนุ่มและเนียนมากกว่า แถมเมื่อสุกแล้วจะมีกลิ่นหอม เป็นเนื้อที่นิยมนำมาปรุงอาหารมากที่สุด

 

 

© Tenpoints!

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

129 ความคิดเห็น

  1. #102 Yuliala (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 22:56
    มีโมเม้นต์น่ารักสบายไปอีกแบบครับ
    :)

    #102
    0
  2. #74 ZenseS (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2557 / 21:18
    สนุกมากกก มาต่อเร็วๆน้าา
    #74
    0
  3. #73 Oriel (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2557 / 14:57
    ค้างคาใจ~~~ =w=
    ปล.ยกเลิกคาบ!!! น่าอิจฉาเป็นที่สุด!!!

    #73
    0
  4. #72 w-rabbit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 18:23
    หนุกๆๆ มาต่ออีก50%เร็วๆๆๆ สู้ๆๆน้า
    #72
    0
  5. #71 Woogyuism (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2557 / 15:39
    อีก50%ๆๆๆๆๆๆๆ มาต่อเร้วววววว
    #71
    0
  6. #8 Little icedevilz (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2554 / 14:51
    เอลลี่ *0*
    อัพต่อเร็วๆน้า สู้ๆจ้า
    เรื่องเรียนมาก่อนอันดับแรก พยายามเข้า
    (สถานะเราเหมือนกันจริงๆ 55)

    ปูลิง. ตอนนี้อยู่ ณ ห้องเรียนคอมพิวเตอร์ หุๆ
    #8
    0