ทำไมต้องเรียน??? - ทำไมต้องเรียน??? นิยาย ทำไมต้องเรียน??? : Dek-D.com - Writer

    ทำไมต้องเรียน???

    เรื่องอดีตของบุคคลสำคัญๆ ที่พลิกจากหน้ามือเป็ฯหลังมือ

    ผู้เข้าชมรวม

    1,949

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    2

    ผู้เข้าชมรวม


    1.94K

    ความคิดเห็น


    1

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ย. 66 / 17:57 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

    คุณลองอ่านดูสิ 

    แล้วคุณทำแบบพวกเขาได้ไหม ?? 





    credit :ดร. พีรศักดิ์ วรสุนทโรสถ
     

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      แมรี่ เกตท์ รู้สึกเดือดร้อนและเป็นทุกข์ใจมาก เมื่อรู้ว่าลูกชายไม่เอาถ่านของนางตัดสินใจเลิกเรียนที่ฮาร์ดวาร์ด ขณะที่ยังไม่จบปริญญาตรี และคิดว่าลูกชายตัดสินใจผิดพลาดเป็นความล้มเหลวของชีวิต ต่อเมื่อ บิลล์ เกตท์ ประสบความสำเร็จได้มาตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ จนหลายปีต่อมาเมื่อไมโครซอฟท์ รุ่งเรือง และ บิลล์ เกตท์ เป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จขึ้นหน้าหนึ่งวารสารชั้นนำของโลก และขึ้นบัญชีเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกแล้ว แมรี่ เกตท์ จึงเปลี่ยนความคิดเสียใจดังกล่าว

      ไอสไตน์ เองนั้นเมื่อจบมหาวิทยาลัยใหม่ๆ ด้วยคะแนนเฉลี่ยไม่ดีนัก ทำให้พ่อแม่เดือดเนื้อร้อนใจมากจนต้องเขียนจดหมายไปถึงอาจารย์ของเขาในมหาวิทยาลัย ขอร้องให้รับไอสไตน์เป็นอาจารย์ผู้ช่วยสอน แต่ถูกปฏิเสธ และระหกระเหินไปเป็นผู้ตรวจสอบสิทธิบัตรที่เบอร์นถึง 6 ปี เมื่อกลับมาส่งวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกก็ถูกตีกลับด้วยด้านคุณภาพไม่ถึง ถึงสองครั้งสองหน กว่าที่จะจบปริญญาเอกได้ แต่งานของเขากลับกลายเป็นอภิมหาอมตนิรันดร์กาลยุคใหม่ที่เปลี่ยนแปลงโลกในปัจจุบัน

      ปริญญาเอกอาจเป็นความฝันอันสูงสุดของนักเรียนหลายๆ คน แต่บุคคลสำคัญๆ ที่สร้างความยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็มิได้จบปริญญาเอกไปเสียทุกคน เอดิสัน เองก็ออกจากโรงเรียนกลางคัน ไม่จบแม้แต่มัธยมศึกษาตอนปลายในระบบ นิโคลา เทสลา ซึ่งชื่อสกุลถูกนำมาเป็นหน่วยทางแม่เหล็กไฟฟ้านั้นก็ไม่จบปริญญเอก และเมื่อเข้าไปในอเมริกาครั้งแรกเพื่อขายสิทธิบัตรมอเตอร์ไฟฟ้าก็ถูกปฏิเสธต้องไปเป็นกรรมกรในนิวยอร์กอยู่หลายเดือน

      คนที่เก่งจริงอาจได้จากพื้นฐานการศึกษา จากสภาวะแวดล้อม จากประสบการณ์ และการหล่อหลอมของจริยธรรมได้ในที่สุด ถึงแม้ไม่ได้ปริญญาเอกจากการเรียนก็จะได้รับการยอมรับ และได้ปริญญาเอกอีกหลายใบในตำแหน่งกิตติมศักดิ์ เทสลาเองขณะมีชีวิตและเป็นที่ยอมรับก่อนตายจาก ได้ปริญญาเอกกิตติมศักดิ์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลกหลายสิบแหล่ง เอดิสันก็เช่นกัน

      อย่างนั้นไม่ต้องเรียนหนังสือหรือ ? หรือจะเรียนหนังสือไปทำอะไร ? เรียนแล้วได้เพียงใบปริญญาเท่านั้นหรือ ? การปฏิรูปการศึกษาใหม่ของไทยเน้นการให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แปลว่าไม่ต้องสอนหรือ ? แปลว่าการเรียนการสอนแบบเก่าล้าสมัยใช้ไม่ได้หรือ ? การท่องอาขยาน การท่องสูตรคูณเป็นการทำให้เด็กเป็นนกแก้วนกขุนทองที่ไร้ประโยชน์จริงหรือ ? ความสำเร็จและความล้มเหลวต่างกันเหมือนฟ้ากับดินอยู่คนละขั้วหรือ เป็นเหรียญสองหน้าในเหรียญอันเดียวกัน? ความสำเร็จคืออะไรความล้มเหลวคืออะไร ในความสำเร็จมีความล้มเหลว และในความล้มเหลวมีความสำเร็จ สำหรับผู้ที่ฉลาดจริงหรือเปล่า ?

      สหประชาชาติองค์กรเสือกระดาษที่ถูกสหรัฐฯ ตบหน้า เมื่อเข้ารุกรานอิรักในอดีต และที่เพิ่งถูกผู้ก่อการร้ายอิรักวางระเบิดที่ทำการในอิรัก เมื่อเร็วๆ นี้ได้กล่าวถึงการเรียนไว้อย่างดีมากๆ เมื่อถูกถามว่าจะเรียนหนังสือไปทำอะไรว่า การเรียนหนังสือของมนุษยชาตินั้น เรียนเพื่อไปเป็นประโยชน์ 4 อย่างคือ

      ประการแรก เรียนเพื่อเป็นพื้นฐานขององค์ความรู้ ถ้าไม่เริ่มเรียนเพื่อให้มีพื้นฐานเบื้องต้นในองค์ความรู้แล้ว จะคิดต่อเนื่องได้อย่างไรจะเอาอะไรมาคิด จะเอาอะไรมาตัดสินใจเล่า การท่องอาขยานและสูตรคูณเป็นการพัฒนาสมองทางหนึ่ง ความจำก็มีความจำเป็นเท่าๆ กับความคิด องค์ความรู้ต่างๆ มีประโยชน์ใช้ในประสบการณ์ในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่ผ่านมาเข้ามาในช่วงการทำงานในชีวิต เพื่อการตัดสินใจ เพื่อการเข้าใจการหาความรู้เพิ่มเติม โดยการฟัง การอ่าน การเขียน การดู และการสัมผัสเป็นการเรียนเพื่อรู้เป็นอันดับแรก

      ประการที่ 2 เรียนหนังสือเพื่อไปทำงานประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว ความสมบูรณ์ทางความคิดนั้น นอกจากการเรียนเพื่อองค์ความรู้แล้ว ต้องเรียนการประยุกต์เพื่อไปทำงานประกอบอาชีพได้เริ่มต้นด้วย และจากประสบการณ์ในการทำงาน จึงสามารถมีการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิตในการใช้งานจริง ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปในอัตราที่เร็วมาก สิ่งที่เราเรียนในโรงเรียนมาราวครึ่งหนึ่งจะล้าสมัยภายในเวลาไม่กี่ปี พื้นฐานความรู้ที่ได้ต้องใช้ในการเรียนรู้ต่อเนื่องพัฒนาตนเองไป หลักสูตรจึงต้องปรับปรุงอยู่ตลอดเวลา เมื่อออกจากโรงเรียนจึงจะเริ่มทำงานได้ทันที แต่ต้องอาศัยการเรียนรู้ตลอดชีวิตในการทำงาน

      เพราะถ้าคนเราจะก้าวหน้าขึ้นไปในหน้าที่การงาน ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอในการทำงาน การเรียนรู้ในข้อที่ 2 ที่จำเป็นคือ การเรียนรู้เพื่อการทำงาน

      ประการที่ 3 คือ เรียนหนังสือไปเพื่อให้มีชีวิตอยู่ในสังคมร่วมกับคนอื่นๆ ในสังคมโลกได้โดยสันติ เข้าใจสภาวะแวดล้อมของธรรมชาติ ของสังคมในแต่ละกาลเวลา แต่ละสถานที่ รักจักคุณค่าของศิลปะวัฒนธรรม ดนตรี ธรรมชาติ กีฬา อารมณ์ขัน กิริยามารยาท ในการเข้าสังคม เพื่อให้อยู่ในสังคมกับคนอื่นๆ ทั่วโลกได้อย่างมีความสุขสันติ

      ประการสุดท้าย คือ การเรียนหนังสือไปเพื่อความเป็นมนุษย์ ซึ่งต่างออกจากสัตว์โดยมีวิวัฒนาการทางสมองทางความคิดต่อเนื่องมี คุณภาพ อันเป็นธรรมะชั้นสูงของทุกศาสนาในโลกบางอย่างอาจต้องฝืนกระแสฝืนสภาพตามธรรมชาติ เช่น สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่พัฒนาขนาดใหญ่ นอกจากมนุษย์ จะมีภรรยาหลายตัว เช่น สิงโต หรือแม้พญาฉัตทันท์ หรือ แม้แต่นกเงือกที่เคยเชื่อว่าจะมีคู่ผัวเดียวเมียเดียว แต่เมื่อความเจริญการพิสูจน์ DNA ได้นักวิทยาศาสตร์พบว่า สายพันธุ์ของสัตว์บางชนิดที่เคยเชื่อว่าผัวเดียวเมียเดียวนั้น 20-30% ของลูกนกไม่ใช่ DNA ของตัวพ่อ เรียนหนังสือไปเพื่อความเป็นมนุษย์นั้น มีคุณธรรมจำนวนมากหลายที่พุทธศาสนาสอนไว้ เช่น สัจจะความกตัญญูกตเวที และในลักษณะคุณธรรมสำคัญคือ พรหมวิหาร 4 เพื่อให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ อันได้แก่ ความเมตตา มีจิตใจอยากให้ทุกผู้คนในสังคมมีความสุข ความกรุณาอันมีการช่วยเหลือ เพื่อให้เพื่อนมนุษย์ที่สามารถช่วยได้พ้นจากความทุกข์ มุทิตา คือ มีจิตใจบริสุทธิ์มีความยินดีให้กับผู้ทีประสบความสำเร็จ ไม่อิจฉาริษยา และอุเบกขา อันเป็นธรรมสูงสุดใน 4 ข้อ คือ สามารถอยู่เหนือความดีใจ เสียใจ ความอิจฉาริษยา มีจิตใจวางเฉยในสภาพที่เกิดขึ้น เมื่อไม่สามารถที่จะทำอะไรในสามข้อแรกได้แล้ว โดยมิได้ยินร้ายหรือเสียใจคร่ำครวญ เพราะมันเป็นธรรมชาติของมันอย่างนั้นเอง

      เรียนหนังสือไปทำอะไร ก็คงจะตอบว่าเรียนไปเพื่อความรู้เพื่อการทำงาน เพื่ออยู่ร่วมในสังคม และเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์อย่างที่ในการขานนาคว่า มนุษโสสิ ถามว่า เป็นมนุษย์หรือเปล่า ซึ่งคนที่ตั้งใจจะบวชเรียนเป็นพระจะตอบเป็นมาตรฐานว่า อามะภัณเตหรือขอรับกระผม

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×