เทวทูตปีกขวา 天神右翼 [นิยายแปลจีน]

ตอนที่ 56 : ตอนพิเศษ บันทึกลดความอ้วนของเสี่ยวซา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,338
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    19 พ.ย. 59

ตอนพิเศษ

บันทึกลดความอ้วนของเสี่ยวซา


                ศักราชยะโฮวา 8731 ปีสวรรค์ ปีที่ 6898 ในวันหนึ่ง

                เมืองในอุดมคติแห่งโลกสวรรค์ ซีมาร์

               

                82...

                ตอนที่ผมมองเห็นตัวเลข 2 ตัวนี้ก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

                “เครื่องชั่งน้ำหนักเสียรึไง” ผมตบๆลงไปบนเครื่องชั่งน้ำหนัก ก้าวลงมาจากนั้นก็ขึ้นไปเหยียบใหม่ แต่กลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นตัวเลข 82 สมควรตายอยู่เหมือนเดิม

                “ไม่เสีย” คุณลุงร่างใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าพูดขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย

                “ไม่จริงอ่ะ เสียแล้วแน่ๆ”

                “82 กิโลฯ? เจ้าตัวเบาเกินไปแล้ว ข้าหนักตั้ง 130 กิโลฯ” คุณลุงพูดพลางเอนร่างอยู่บนเก้าอี้อย่างสบายอกสบายใจ มือหนึ่งหงายขึ้นเตรียมรับเงิน

                ผมหยิบเหรียญเงินออกมา 3 เหรียญวางบนมือของเขา

                “เจ้าผอมเกินไปแล้ว นี่สูง 170 ใช่มั้ย? ความจริงน่าจะหนักซัก 100 นะ” คุณลุงรับเงินไปแล้วยังเสริมขึ้นมาอีกหลายประโยค

                170? อย่าคิดว่าตัวเองทั้งสูงทั้งล่ำแล้วจะรังแกคนอื่นได้นะ อย่างบิดาเรียกว่าห่างจาก 180 เซนฯแค่ 0.5 เท่านั้น

                100 กิโลฯ นั่นยังเป็นคนอยู่รึเปล่า? จับมัดส่งโรงเชือดหมูไปเลยไม่ดีกว่าเรอะ!

                ผมขี้เกียจจะใส่ใจเขา ได้แต่เดินจากมาอย่างอารมณ์บ่จอย

 

                กลับมาถึงที่บ้าน อารมณ์ของผมไม่นับว่าดีอะไรนัก พุ่งตัวเข้าไปในห้องคิดอยากจะระบายอารมณ์กับเจ้าเด็กน้อย แต่กลับกลายเป็นว่าในห้องไม่เห็นเงาหัวของใครทั้งนั้น นอกจากผ้าห่มที่ม้วนเป็นก้อนกลมๆก้อนหนึ่ง เจ้าเด็กบ้านี่ ออกจากบ้านก็ไม่ยอมพับผ้าห่ม!

                อะไรนะ?

                บ้านของผม?

                บ้านของผม ผมก็ควรพับผ้าห่มเองงั้นเหรอ?

 

                ผมออกไปเดินหาอีกรอบหนึ่งก็ไม่เจอจริงๆ ได้แต่วิ่งกลับเข้ามาในห้อง ระบายอารมณ์กับดินฟ้าอากาศ ตอนที่กระแทกก้นลงบนเตียงกลับพบว่ากระแทกใส่วัตถุแข็งๆบางอย่าง ผมรีบเด้งตัวลุกขึ้นมา กระชากผ้าห่มออกก็พบเข้ากับลูซิฟินิลนอนคว่ำหันก้นขึ้นด้านบนเหมือนกาฟิวส์ ริมฝีปากบนเผยอออกแนบติดกับผ้าห่ม

                เขากำลังหลับสนิท

                แต่เมื่อครู่นี้ ผมนั่งทับใส่หัวเขาเต็มๆ เขากลับยังไม่รู้สึกตัวตื่นอีก

                เจ้าเด็กขี้เซาคนนี้นี่!

                สองมือของผมดึงก้น รั้งตัวเขาขึ้นมา ศีรษะเล็กๆหมุนคว้างไปมาอยู่กลางอากาศ เส้นผมสีทองนุ่มนิ่มร่วงสยายลงมา สองแขนเล็กๆร่วงลงอย่างไม่มีแรง แกว่งไปมาไม่หยุด

                พลันอารมณ์ของผมก็ดีขึ้นเป็นปลิดทิ้ง

                ผมจัดท่าเขาให้นอนลงตามเดิม จากนั้นก็หันมาถอดรองเท้าของตัวเองแล้วกระโดดตามขึ้นไปบนเตียงบ้าง ผมสอดมือเข้าไปใต้รักแร้ของเขาแล้วยกขึ้นให้มานั่งบนตัก จัดศีรษะเล็กๆให้อิงอยู่ที่ไหล่ของผม เจ้าเด็กน้อยขมวดคิ้วไปมา ก่อนจะยู่ปากอีก 2-3 ที ทั้งยังยื่นมือมาตบอกเสื้อของผมใช้ต่างหมอนโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ร่างเล็กๆซุกเข้ามาในอ้อมกอดได้ก็หลับไปต่อ ผมพลิกหน้าเขาขึ้นมาก่อนจะบีบจมูกของเขาเอาไว้ แรกๆก็ไม่มีอะไร จนเมื่อเขาเริ่มเผยอปากเล็กๆออก เปิดเผยแนวฟันเล็กๆขาวสะอาด ผมโยนเขาไปที่ด้านข้าง ก่อนจะยิ้มชั่วร้าย

                เขาขดตัวเข้าหากันเป็นก้อนกลมก่อนจะหลบต่อ

                ผมแอบย่องเข้าไปอีกด้าน บีบจมูกเขาอีกครั้ง คราวนี้แม้แต่ปากเล็กๆก็ปิดเอาไว้ด้วย เขาเริ่มหายใจลำบากขึ้น ร่างเล็กๆพลันดิ้นอย่างไม่สบายตัว ทั้งยังส่งเสียงประหลาดออกมา

                ผมทนไม่ไหวจึงยอมปล่อยมือ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนเตียง หัวเราะชอบใจ

                หัวเราะไปได้ซักพัก ในที่สุดผมก็ได้ยินน้ำเสียงเข้มงวดของเขา “อิสเรียล เจ้าทำอะไร”

                ผมชะงักไปก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเขา เขาลุกขึ้นมานั่งในท่วงท่าสง่างาม วางก้ามเป็นจักรพรรดิน้อยเต็มที่

                รังสีอำมหิตเข้มข้นยิ่งนัก...

                “เปล่านี่ ไม่มีอะไร” ผมเผ่นแนบจากมาในทันที

                น้ำเสียงอ่อนเยาว์อันเป็นเอกลักษณ์ของเจ้าเด็กน้อยยังคงดังตามไล่หลัง “เจ้ามันไร้การอบรมเกินไปแล้ว!

                ผมวิ่งมาถึงหน้าประตู ก็ฟุบหน้าเข้ากับผนังหัวเราะไม่หยุด

 

                พอถึงช่วงอาหารเย็น ผมลงมาทำกับข้าว แต่ก็เตรียมเฉพาะส่วนของเจ้าเด็กน้อยเท่านั้น

                “เจ้าไม่กินข้าว?” เจ้าเด็กน้อยตัวเล็กมาก เวลาจะนั่งทานข้าวก็ตั้งนั่งยืดหลังตรงแน่วถึงจะสามารถนั่งได้ แต่เขาเคยชินกับท่านั่งแบบนี้แล้ว เลยไม่ร้องขอให้ผมทำเก้าอี้สำหรับเด็กให้ แน่นอนว่าผมก็เห็นดีด้วย

                “ไม่หิวอ่ะ”

                “กินซักหน่อยเถอะ ไม่อย่างนั้นตกดึกก็หิวหรอก”

                “งั้นก็ค่อยว่ากันตอนดึก”

                ลูซิฟินิลจ้องผมเงียบๆ ดื่มนมไปพลางหั่นเนื้อไปพลาง

 

                บิดาต้องเริ่มลดน้ำหนักแล้ว อา... 82 กิโลฯ หนักกว่าเมื่อก่อนตั้ง 10 กิโลฯแหนะ

                ที่น่าช้ำใจที่สุดก็คือ เวลาผู้ชายจะลดน้ำหนักไม่สามารถทำเหมือนกับพวกผู้หญิงที่สามารถยักไหล่ขยิบตาบอกว่า ไม่กินข้าวนะ กำลังไดเอทได้

                ตกดึก ผมยืนส่องตัวเองอยู่หน้ากระจก มองยังไงก็รู้สึกว่าตัวเองไม่เหมือนคนที่น้ำหนัก 82 เลยซักนิด แต่ว่ายิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าอ้วนขึ้นจริงๆ จากนั้นก็ลองเอาเสื้อผ้าของตัวเองออกมาลอง จากที่เคยหลวมๆ พักหลังๆชักจะคับขึ้นทุกที

                10 กิโลฯ ช่างเป็นเลขที่น่ากลัวอะไรเช่นนี้...

 

                ตอนเที่ยงของอีกวัน เจ้าเด็กน้อยกำลังพักกลางวันกับผมอยู่ในสวนของโรงเรียนเช่นทุกวัน

                “เจ้าไม่ได้เอาข้าวเที่ยงมาด้วยเหรอ?”

                “เอามาแล้ว แต่ไม่หิว”

                “ตั้งแต่เย็นเมื่อวานจนวันนี้ เจ้าก็ไม่ได้กินอะไรเลย ยังไม่หิวอีกงั้นเหรอ?”

                “ไม่หิว”

                เจ้าเด็กน้อยเงียบไปไม่พูดไม่จา เขากลืนแครอทที่เคี้ยวอยู่ในปากก่อนจะลุกขึ้นยืน ก่อนจะแนบศีรษะเข้ากับหน้าผากของผม

                “หืม นายทำอะไร?”

                “เจ้าป่วยรึเปล่า?” สองมือเล็กๆที่ประคองหน้าของผมเอาไว้ ทั้งนุ่มนิ่มทั้งเย็นอยู่นิดๆ ดวงตาสีฟ้าคู่โตคู่นั้นของเขาอยู่ใกล้กับผมมาก สองแก้มกลมอิ่มนั่นก็ช่างเย้ายวนคนให้เข้าไปหยิกเสียเหลือเกิน

                “ไม่ได้ป่วย ช่วงนี้ฉันขี้เกียจอ่ะ เลยไม่อยากกินอะไร”

 

                ตกเย็นของวันที่สอง

                “นี่ยังจะไม่กินอีกเหรอ?”

                “ฉันไม่หิวนี่นา”

                ผมในตอนนี้ได้กลายร่างเป็นสาวน้อยขายไม่ขีดไฟไปอย่างเต็มตัว

                อาหารที่วางเต็มอยู่บนโต๊ะ กำลังวนเวียนไปมาอยู่ในหัวของผม

                “ไม่ได้ ต้องกิน”

                ปวดท้องจังเลย...

                “อิสเรียล เจ้าได้ยินที่ข้าพูดมั้ย?”

                หิวจังเลย หิวจังเลย หิวจังเลย...

                ลูซิฟินิลใช้ซ่อมจิ้มข้าวโพดหวานขึ้นมาหนึ่งชิ้นส่งมาที่ปากของผม ...กลิ่นแบบนั้น ...สีแบบนั้น ...เจ้าเม็ดสีเหลืองทองกลมอิ่มนั่น

                ข้าวโพด!

                ใช่แล้ว ผมไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่าข้าวโพดมันจะน่ากินอะไรได้อย่างนี้

                ผมกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก

                เจ้าเด็กน้อยบีบแก้มของผมก่อนจะบังคับยัดเยียดข้าวโพดชิ้นนั้นเข้ามาในปาก

                ผมกินเข้าไปอย่างขมขื่น จากนั้นก็หยุดไม่ได้อีก

 

                ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ผมที่สวาปามทุกอย่างเข้าไปในปากในที่สุดก็ฟุบลงกับโต๊ะ

                ผมเงยหน้าขึ้นมองเจ้าเด็กน้อย ดวงตาของเขาโค้งเป็นรอยยิ้ม “เด็กดี”

                ผมแทบจะส่งซ่อมในมือออกไปทำร้ายเขาซักรอบ

                เพราะอย่างนั้น แผนการลดความอ้วนครั้งนี้ก็เหลวไม่เป็นท่า ผมยกธงขาวขึ้นยอมแพ้ จากนั้นก็ไม่สนใจเรื่องน้ำหนักอีก

 

                ศักราชยะโฮวา 8731 ปีสวรรค์ ปีที่ 6899 ในวันหนึ่ง

                แดนสวรรค์ จักรวรรดิแชงกรีล่า ปราสาทแห่งแสง

               

                “ทำไมไม่กินล่ะ?”

                “ไม่หิว”

                “กินหน่อยเหอะน่า ไม่อย่างนั้นตกดึกได้หิวแน่ๆ”

                “ไม่หิวจริงๆ”

                “ที่รัก ถ้าไม่กินละก็ พอตอนหลังทำได้ครึ่งทางเดี๋ยวก็หมดแรงเอาหรอก”

                “งั้นก็ไม่ทำ”

                ลูซิเฟอร์ถึงกับชะงัก ก่อนจะรีบฉีกยิ้มตามใจ “งั้นวันนี้ก็พักวันนึงก็แล้วกัน”

 

                โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว น้ำหนักของผมพุ่งทะยานอย่างห้าวหาญขึ้นมาแตะที่เลข 92

                ตัวผม สูง 179 ...หนัก 92

                ทุกครั้งที่ลูซิเฟอร์อุ้มผมขึ้นมา ท่าทางเขาดูผ่อนคลายอย่างยิ่ง ทำไมเขาถึงดูไม่มีท่าทางอย่างคนที่กำลังแบกหมูขึ้นอืดตัวหนึ่งเลยซักนิด?

 

                เที่ยงสองวันถัดมา สำนักสวรรค์

                “ข้าได้ยินจากอาจารย์ของพวกเจ้าว่าวันนี้เจ้าดูไม่ดีนัก ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า” ผมกับลูซิเฟอร์นั่งอยู่บนม้านั่งยาวภายในบริเวณโรงเรียน ช่วงนี้เขากลับมาอ่านหนังสือจากแดนปีศาจอีกแล้ว ดูมีความสุขเสียเต็มประดา

                “เปล่าซักหน่อย”

                “สองวันนี้เจ้าไม่ยอมกินข้าวเลย”

                “ก็ไม่หิว”

                ลูซิเฟอร์พลันปิดหนังสือ หันมาจ้องผมนิ่งๆ

                “อิสเรียล เจ้าผอมไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

                ลูซิเฟอร์ขยับตัวเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาหยิกต้นขาผมไปมา “นี่ก็เหลือแต่กระดูกแล้วเนี่ย”

                “ไม่เกี่ยวกับท่านซะหน่อย” ผมในตอนนี้หิวจนถึงขั้นพาลพาโล โมโหไปทั่ว ผมสะบัดมือของเขาออก ก่อนจะกางปีกบินจากมา

 

                บิดาช่างคิดถึงร่างกายมาตรฐานน้ำหนัก 72 กิโลฯก่อนหน้านี้ยิ่งนัก...

 

                แต่ว่า ตกเย็นวันนี้ก็ต้องถุงจุดสิ้นสุด ภายใต้การบังคับของลูซิเฟอร์ ในที่สุดก็ทนไม่ไหวกินข้าวลงไปจนได้

                หลังจากนั้นก็ร่วมรักกับเขาอยู่บนเก้าอี้อย่างไม่ค่อยมีกะจิตกะใจนัก คำพูดซักประโยคก็ไม่มี เอาแต่ขมวดคิ้วส่งเสียงครางเงียบๆ

                “ช่วงนี้อารมณ์ไม่ดีเหรอ?”

                ลูซิเฟอร์เสยผมของเขาไปด้านหลัง เสื้อผ้าท่อนบนร่วงกระจัดกระจายอยู่บนเก้าอี้ แผ่นอกเปลือยเปล่าแนบชิดอยู่กับของผม

                เพราะห่างหายมาหลายวัน จึงค่อนข้างกระตุ้นอารมณ์มากเป็นพิเศษ ผมแนบร่างเข้ากับเขาอีกครั้ง หลงลืมเรื่องน่ารำคาญใจไปชั่วคราว จากนั้นก็คล้องแขนรอบลำคอของเขาแล้วกระแทกร่างนั่งลงไปอย่างแรง

                ลูซิเฟอร์ผ่อนลมหายใจยาวออกมาทีหนึ่ง สองมือประคองบั้นเอวของผมพลางขยับร่างกายขึ้นลงไม่หยุด ริมฝีปากก็คอยไล้เลียตามใบหูของผม

               

                ...ช่างน่าประทับใจอะไรเยี่ยงนี้

                หนุ่มรูปงามกับหมูขึ้นอืด ไม่ต้องพูดถึงเรื่องรักใคร่สุขสมอะไรนั่นเอย

 

                “เมียจ๋า ผม 92 แล้ว ทำไงดี?” อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาให้ไหล ในที่สุดผมก็บอกกับเขาตรงๆ

                “92?”

                “น้ำหนักน่ะ”

                “เพราะงั้นข้าถึงบอกไงว่าเจ้ากินน้อยเกินไปแล้ว”

                “92 แล้วนะ ยังต้องกินมากกว่านี้อีกเหรอ?!

                “เจ้ารู้สึกว่าอ้วนไปเหรอ?”

                “ทำไมจะไม่อ้วน?”

                “ข้าหนัก 99” ลูซิเฟอร์ยิ้มหัวเราะออกมา “แต่ว่า ถ้าข้ามีแค่ 4 ปีก น่าจะหนักน้อยกว่าเจ้าซัก 3-4 กิโลฯได้ แต่นั่นไม่เกี่ยวกัน เจ้าผอมเกินไปแล้ว”

                “อะไรเล่า... ทีท่านยัง... เอ๋? ปีก?”

                “อืม เจ้าลืมไปแล้วเหรอว่าตัวเองเพิ่มปีกมาแล้ว? ปีกคู่นึง ปกติก็ 8-10 กิโลฯได้”

 

                แม่-...

                แม่-...

                เหงื่อตก...

                พูดอย่างนี้ งั้นที่ผ่านมาผมก็เหนื่อยเปล่าเหรอ

                นี่ผมเป็นไอ้โง่รึเปล่า?

                บ้าเอ้ย

 

                “เจ้าชอบเข้าใจผิดอยู่เรื่อย คิดว่าขยับยิ่งเร็วก็ยิ่งดี ความจริงแบบนั้นมันกินแรงมากเลย แล้วก็ไม่ให้ผลลัพธ์ที่ดีอะไรด้วย” ลูซิเฟอร์กระชับบั้นเอวของผม ก่อนจะผ่อนจังหวะการเคลื่อนไหวให้ช้าลง แต่กลับแทรกเข้ามาจนถึงจุดที่ลุกที่สุด ผมสูดลมหายใจเข้าทีหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะทุบเขาไปหนึ่งที

                “รู้สึกดีขึ้นใช่มั้ยล่ะ?” เขาหัวเราะน้อยๆ

                “อือ...” ผมรู้สึกหายใจไม่ออกอยู่เล็กน้อย ริมฝีปากเผยออ้าออกเพื่อรับลมหายใจก่อนจะขยับร่างนั่งลงไปใหม่ ผมเงยหน้าขึ้นมองเขา สองมือประคองหน้าของเขาเอาไว้ นวดคลึงไปมา แม้ไม่มีความอวบอิ่มเจ้าเนื้ออย่างเวอร์ชั่นเด็กน้อย แต่ก็งดงามตะลึงตะลาน

                “เมียจ๋า”

                “ตอนนี้ใครเป็นเมียจ๋ากันแน่?”

                ผมไม่สนใจเขา พูดต่อ “เมียจ๋า ไม่เคยรู้สึกว่าท่านสวยแบบนี้มาก่อนเลย”

                ลูซิเฟอร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทางอย่างผิดคาดด้วยท่าทางไม่เป็นธรรมชาติอยู่เล็กน้อย “ขอบใจ”

                นี่... เขากำลังเขินอยู่งั้นเหรอ?

 

                ถ้าเกิดวันนึง ผมได้มีโอกาสเขียนไดอารี่เด็กน้อย หัวข้อคนที่ผมหลงใหลเทิดทูนรักใคร่มากที่สุด จะต้องออกมาเป็นแบบนี้แน่ๆ

                เมียของผมชื่อลูซิเฟอร์

                เขาหน้าตาดีมากๆ ตัวก็สูง หุ่นก็ไม่เลว

                เรื่องที่เขารู้มีมากมายมหาศาล สง่างามสูงส่ง เทคนิคร่วมรักยังแพรวพราวชวนคนน้ำลายสอ

                ผมกับเขาอาศัยอยู่ร่วมกันในปราสาทแห่งแสงในแชงกรีล่า อีกทั้งยังไม่มีความคิดจะแยกจากด้วย

                เมียจ๋าพูดว่า ชาวสวรรค์ไม่มีวันตาย ช่วงชีวิตของพวกเรายาวนานมากๆ ยาวนานจนคำว่าตายด้วยโรคชราไม่มีทางมาแยกพวกเราออกจากกันได้

                เพราะเมียจ๋าเป็นจ้าวอันดับสองของสวรรค์ เป็นหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งของโลกหล้า เป็นพระเจ้าในหัวใจของผม

                พระเจ้าก็คือพระอาทิตย์ พระอาทิตย์ก็กลมๆป้อมๆ

 

                “เมียจ๋า” ผมยิ้มอย่างชั่วร้าย “เดี๋ยวผมฝากพระอาทิตย์ไว้บนหน้าท่านหน่อยนะ”

                ลูซิเฟอร์ยังไม่ทัยที่จะหันหน้ากลับมา ผมก็งับแก้มเขาไปคำใหญ่

 

                อืม... ผมมั่นใจเป็นอย่างมากว่าพวกเราจะอยู่ด้วยกันไปแบบนี้ทุกวันๆ ผมสามารถแกล้งเขาให้โกรธเมื่อไหร่ก็ได้ ผมสามารถได้ยินเสียงหัวเราะของเขาได้ตลอดเวลาทุกๆวัน ตามติดไม่ห่าง

                พวกเราจะต้องได้อยู่ด้วยกันตลอดไป อาศัยอยู่ที่นี่ เรื่องราวใดๆก็ไม่อาจแยกพวกเราออกจากกันได้

 

                พวกเราจะไม่มีวันปล่อยมือ

 

                ...ชั่วนิจนิรันดร์ก็ไม่ปล่อย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น

  1. #1621 palm4588 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 14:36
    ถ้ามิคาเอลไปอยู่ด้วยกันกับลูซิเฟอร์จริง ๆ (ทรยศพระเจ้า)มิคาเอลก็จะตาย -"- ปวดตับจังวุ้ย
    #1,621
    0
  2. #1563 did-you-know (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 04:53
    อ่านตอนนี้แล้วอยากให้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งเลย
    #1,563
    0
  3. #1374 waranya-nan (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2559 / 06:44
    ฮืออออออ อย่าปล่อยมือกานน้าาาาาาา มรั้ยยยยยยยยยยย ????????????????????????????????
    #1,374
    0
  4. #1373 bennett13 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 20:17
    อุสาหวานชื่น ท้ายประโยคเหมือนโดนตบด้วยกลับมารับความจริง
    ตะเตือนไต
    #1,373
    0
  5. #1355 princegold (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 08:49
    วันวานช่างหวานเชื่อม...อย่าปล่อยนะ ( /;7;)/
    #1,355
    0
  6. #1352 relis (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 22:56
    5555ว่าแล้วเชียวว่าเป็นเพราะปีก
    บินเร็วๆกินพลังงานเอามาไว้ใช้ในกิจกรรมเข้าจังหวะดีกว่าเนอะ

    อบรมอิสเรียลใหม่คงเป็นอะไรที่ยากยิ่ง ขี้แกล้งไม่เคยเปลี่ยนเล้ยยย

    อารมณ์ผ่อนคลายเข้าคิดถึงวันเก่าๆที่มีแต่รอยยิ้มเพื่อรับวันใหม่ที่ทุกข์ระทม
    #1,352
    0
  7. #1351 manowloveyou (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 21:45
    ไม่ปล่อยนะไม่ปล่อย อ่านคอมเม้นแล้วต้องเขียนคำตอนแรกกะเขียนว่าทรมารใจจังนะอะไรแบบนี้พออ่านเม้นเอานี้ล่ะนะ5555
    #1,351
    0
  8. #1350 ผ่านมาอ่าน (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 21:38
    ลาก่อนวันวาน โฮ
    #1,350
    0
  9. #1349 saikra (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 21:22
    ทรมานใจดีค่ะ
    #1,349
    0
  10. #1346 ryokicharlotte (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 17:28
    "ชั่วนิจนิรันดร์ก็ไม่ปล่อย" ฮืออออออ....
    #1,346
    0
  11. #1345 alfhind (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 16:37
    จะไม่มีวันปล่อยมือ ชั่วนิจนิรันดร์ก็ไม่ปล่อย T_T ฮือ 
    #1,345
    0
  12. #1344 oh16935 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 16:23
    อะไรอ่าทำไม่ตอนพิเศษถึงมีความสุขขนาดนี้ แล้วที่ตอนก่อนหน้านะเอาสะร้องไห้ไม่หยุดเลย
    #1,344
    0
  13. #1343 narinnakin (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 15:51
    เอ่อ... ตอนนี้ปล่อยไปแล้วนิ๊
    #1,343
    0
  14. #1342 Fate_Daftness (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 15:42
    ฮรึก ;_;
    #1,342
    0