[GOT7] MARKBAM ll Social Casualty

ตอนที่ 7 : Social Casualty : Chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    12 เม.ย. 58

Social Casualty

 

 

Chapter 6

 


 

บ่ายวันนี้อากาศไม่ได้แย่มากนัก แต่ก็ไม่เหมาะกับการเดินเล่นเพราะร้อนเกินไป มาร์คเบื่อกับการนั่งทนร้อนอยู่บ้านเลยโทรหาเพื่อน เขาพบว่าแจ็คสันอยู่ข้างนอกพอดี เลยโทรไปชวนแจบอมให้ออกมาด้วยกัน แน่นอนว่าคนหลังก็ใจง่ายออกมาด้วย

เรานัดกันที่ร้านกาแฟใกล้ๆ เกมเซ็นเตอร์ที่แจ็คสันมาใช้เวลาตั้งแต่ช่วงสายของวัน มาร์คสั่งชาเขียวแล้วมองจ้องแก้วอยู่แบบนั้น ขณะแจ็คสันและแจบอมกำลังชี้ชวนกันดูสาวๆ ที่ใส่ชุดเดรสและกระโปรงสั้นโชว์ขาสวยเดินผ่านไปผ่านมาหน้าร้านซึ่งเป็นกระจก โต๊ะเราที่ติดกระจกเลยสามารถแอบมองได้เต็มที่ไม่มีอะไรกั้น

“สิบนาฬิกา...กูว่าเด็กไปแต่สวยดี” แจบอมพึมพำยกแก้วกาแฟขึ้นจิบแต่หางตามองตามทิศทางที่บอกแจ็คสัน

“เออเด็กไป คนที่เดินตามหลังมึงๆๆๆ เดรสสีฟ้าๆๆ นม...ใหญ่...จัง...”

“เริ่มอุบาทว์แล้วล่ะกูว่า” มาร์คหันไปหยิบทิชชู่มาม้วนปาใส่หน้าแจ็คสัน แม้เพื่อนจะพูดเสียงเบาแต่สำหรับเขามันก็ดูน่าเกลียดอยู่ดีหากโต๊ะข้างๆ มาได้ยิน

“ก็ใหญ่อย่างที่มันว่าจริง คัพซีนะให้กูเดา” แจบอมพึมพำแล้วยักไหล่ แจ็คสันยื่นหน้าก่อนจะป้องปากกระซิบ

“กูว่าคับเสื้อใน”

“เหี้ยแจ็คสัน” มาร์คดุ คราวนี้เพื่อนตัวเล็กหันมาขมวดคิ้วใส่ชี้ไปทางแจบอม

“ด่ามันมั่ง มันก็สมรู้ร่วมคิดกับกูนี่ล่ะ”

“มันไม่ได้น่าเกลียดเท่ามึง”

“เออๆ แล้วนี่อะไร เรียกเพื่อนมาแดกน้ำด้วยแต่นั่งจ้องแก้วชาเขียว” แจ็คสันชี้นิ้วไปยังแก้วพลาสติกที่มีของเหลวสีเขียวพร่องไปแค่ครึ่งเดียว

มาร์คไม่ได้ตอบอะไร เขาแค่ไม่มีอะไรจะทำตอนอยู่ที่บ้านจริงๆ นั่นล่ะเลยหาเรื่องลากเพื่อนออกมาข้างนอก ที่เอาแต่มองชาเขียวแก้วนี้ก็เพราะยังข้องใจคำตอบของเด็กม.ปลายที่ชอบผู้ชายคนหนึ่งแล้วตั้งชื่อให้ว่ามัชฉะนั่นด้วยต่างหาก มาร์คขมวดคิ้ว ที่ถามแบมแบมไปว่าใช่ตัวเขารึเปล่าก็เพราะพักนี้แบมแบมใช้เวลากับเขาในการเล่นสเกตบอร์ด แถมก่อนหน้านี้ยังพูดกับเพื่อนเชิงว่าชีวิตวุ่นวายอีกต่างหาก

ที่ชีวิตยุ่งเหยิงนั่น...แบมแบมน่าจะใช้คำว่าหัวใจยุ่งเหยิงน่าจะดีกว่า...

แจ็คสันคุยอะไรกับแจบอมอีกมาร์คก็ไม่ได้ฟัง เขาหยิบหลอดมาคนแก้วชาเขียวแล้วเลื่อนมาดูด ตอนนั้นเงยหน้าเหลือบมองก็เห็นแจ็คสันกำลังก้มหน้าเล่นมือถือ แต่จู่ๆ ก็ยิ้มกริ่มเอาไหล่กระแทกแจบอมเบาๆ

“มึงๆ เอาอีกแล้วไอ้คู่นี้”

“เขาเลิกติดแท็กสเตย์สตรองจินยองกันแล้วสินะ” แจบอมพึมพำชะเง้อมองจอโทรศัพท์เพื่อนแล้วถาม ขณะแจ็คสันยักไหล่ก่อนจะเอ่ยว่า

“เออ เดี๋ยวนี้เขาติดแท็กเวลคัมแบ็กจินแบมกัน”

มาร์คหันไปคว้ามือถือออกมา ถ้าพูดถึงอะไรแบบนี้คงหมายถึงเฟสบุ๊คจินยองมีการอัพเดตอะไรแน่ๆ มาร์คไม่ได้อยากรู้หรอก แต่เขาก็คิดอยู่ไม่น้อยในส่วนหนึ่งว่าแบมแบมกับจินยองมีความสัมพันธ์พิเศษระหว่างกัน เขากดเข้าแอพพลิเคชั่นสีน้ำเงินมีรูปตัวเอฟสีขาว ก่อนจะเห็นภาพนั้นเด้งเป็นส่วนแรกในหน้านิวฟีด

แบมแบมซบหัวลงกับไหล่จินยอง ทำหน้ายิ้มปากกว้าง ขณะจินยองซึ่งน่าจะเป็นคนจับโทรศัพท์ยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุข มือข้างหนึ่งของจินยองจับกล้อง มืออีกข้างโอบไหล่แบมแบมที่ซบมาทางตัวเอง ตรงหน้าของทั้งคู่มีแก้วนมเย็นกับแก้วอีกใบที่มองไม่เห็นว่ามีเครื่องดื่มอะไรวางอยู่

เขากดไลค์ กวาดตามองไปเห็นแจ็คสันและแจบอมกำลังเม้นต์แกล้งเจ้าของภาพแต่ไม่ได้คิดจะร่วมด้วย มาร์คไม่ใช่คนติดโซเชียล ที่สำคัญคือไม่ค่อยชอบคอมเม้นต์อะไรใครสักเท่าไหร่

“พวกมึงว่า...สองคนนี้ยังไงๆ กันอยู่ป่ะ...” มาร์คพึมพำเอ่ย แจ็คสันละสายตาจากโทรศัพท์เงยหน้ามองแล้วขมวดคิ้ว

“หมายถึงยังไง”

“เหมือนแฟนกัน” มาร์คเอ่ยเสียงเรียบ “พวกมึงไม่คิดว่าเหมือนเหรอ...ถึงจะเป็นกระแสเพราะสาวๆ เขาชอบก็เหอะ หรือมึงว่าไง?”

แจบอมวางโทรศัพท์ หยิบแก้วกาแฟเย็นมาจิบพลางเหลือบมองมาร์ค แจ็คสันยังก้มหน้าไม่ได้ออกความเห็น เลยเป็นแจบอมที่ขยับปากเอ่ยพึมพำแทน

“ไม่รู้ว่ะ ก็ไม่ได้ดูท่าทีเหมือนแฟนกันนี่ ตอนเห็นก็แค่คิดว่าน้องเขาแค่เด็กติดพี่ ส่วนไอ้จินยองมันก็เป็นแบบนี้ของมันมาแต่แรก กูเลยไม่ได้คิดว่าแปลก”

“เหรอ...” มาร์คเอ่ยแค่นั้นแล้วไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก ขณะที่แจ็คสันเพิ่งวางโทรศัพท์แล้วเอ่ยแทรก

“ถ้าแบมแบมจะชอบจินยองกูก็ไม่แปลกใจนะ” ยักไหล่แล้วหยิบแก้วน้ำมาดื่มแก้กระหาย ตอนนั้นเพื่อนอีกสองชีวิตได้แต่เงียบรอฟังคำกล่าวต่อมา

“จินยองมันดีกับแบมแบมมาก ดีกว่ากับสาวๆ ที่มันเคยคบซะอีก แต่กับจินยองมันก็คงแค่มองว่าเด็กคนนั้นน่าเอ็นดูแค่นั้นแหละ” แจ็คสันผลักแก้วไปวางตรงหน้า ขณะที่แจบอมพยักหน้าหงึก

“อืม...กูเห็นด้วยนะว่าจินยองมันไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่กับแบมแบมก็ไม่แน่ ซึ่งกูก็คิดว่ามันไม่ผิดหรอกถ้าจะหวั่นไหวให้คนที่ทำดีด้วยมาตลอดแบบนั้น”

“เหรอ...” มาร์คยังพึมพำคำเดิม ตอนนั้นเองที่แจ็คสันดึงแก้วชาเขียวตรงหน้าไปอีกทางเพื่อมองหน้าคนเปิดประเด็นให้ชัดเจน

“ทำไมจู่ๆ ถามเรื่องนี้ มึงชอบรึไง?”

“ชอบอะไร?” มาร์คยังตีหน้านิ่งแนบเนียนถามกลับ แจบอมหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเสริมขึ้นว่า

“ชอบแบมแบมใช่ไหม? กูก็สงสัยตอนมึงพูดเรื่องนี้ ทำไมพักนี้พูดถึงเด็กคนนั้นบ่อยจัง ไหนจะอัพรูปแท็กหาเขาออกบ่อย ปกติไม่ชอบเล่นอินสตราแกรมไม่ใช่เหรอ? พักนี้รูปที่มึงอัพมีแต่รูปที่แท็กหาแบมแบม”

“แค่สอนสเกตบอร์ดก็เลยได้คุยกันบ่อย” มาร์คบอกปัด

“จะบอกว่าสนิทกันขึ้นด้วยใช่ป่ะ?” แจ็คสันเอ่ยถาม “เลยชอบเขาเพราะใกล้ชิด?”

“ไม่ได้พูดสักคำว่าชอบ” มาร์คส่ายหน้าไม่ยอมพูดอะไรต่ออีก นอกจากดึงแก้วชาเขียวกลับมาตรงหน้าอีกหน แล้วใช้สายตาเหลือบมองแจ็คสันกับแจบอมอย่างรำคาญนิดหน่อย ก่อนจะพ่นประโยคสุดท้ายเพื่อตัดบท

“พวกมึงนี่ไร้สาระจริงๆ”

 

 

 

มาร์คยังคงมาสอนแบมแบมเหมือนเช่นทุกเย็นตามปกติ เขาไลน์หาเด็กหนุ่มแล้วนั่งรออยู่ที่เดิม แต่วันนี้สิ่งที่แปลกไปคือก่อนแบมแบมจะมา มาร์คก็เห็นจินยองโผล่มาก่อนคนที่เขานัดไว้เสียอีก

“วันนี้มารอแบมแบมอ่ะ มึงไม่ว่าอะไรใช่ป่ะ?”

“อืม...ไม่เป็นไร ก็ดีแล้ว น้องจะได้ไม่เกร็ง”

“เขายังเกร็งกับมึงอยู่อีกเหรอ? นึกว่าสนิทกันแล้วซะอีก”

จินยองพูดพลางหัวเราะ มันเหมือนคำพูดปกติ เพียงแต่มาร์ครู้ดีนักเวลาว่าแบมแบมไม่ค่อยปกติอยู่กับเขา อย่างตอนอยู่กับเพื่อนก็จะเป็นอีกแบบ กับจินยองก็อีกแบบ เวลาอยู่กับมาร์คทีไร เขามักสัมผัสได้ถึงกำแพงบางๆ ซึ่งกางกั้นระหว่างพวกเราเอาไว้ จะให้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างมาร์คกับแบมแบม ถ้าถามว่ามันดีขึ้นกว่าเดิมก็ดีขึ้นมากแต่ก็คงยังไม่ถึงขั้นสนิท

ถึงเขาจะอยากสนิทกับเด็กคนนั้นก็ตามที

มาร์คเพียงแค่คิดว่าบางครั้งแบมแบมในโลกโซเชียลกลับดูเข้าหาง่ายกว่าแบมแบมที่มาขอให้เขาสอนสเกตบอร์ดเสียอีก เขาเคยคิดว่าเราน่าจะสนิทกันเร็วเพราะชอบอะไรเหมือนกัน แต่คงเพราะมาร์คเองก็ไม่ใช่คนชอบพูดหรือชวนคนอื่นคุย ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันเลยเหมือนจะคืบหน้า แต่ก็ช้ากว่าชาวบ้านถ้าเทียบกัน

มาร์คมองแบมแบมที่ยืนคุยเสียงเบาอยู่กับจินยอง เด็กหนุ่มยกมือขึ้นมาตีก่อนจะผลักกระเป๋าให้จินยองซึ่งยืนหัวเราะอยู่แล้วเอ่ยบางอย่างที่มาร์คไม่ได้ยิน แบมแบมหันกลับมาสบตากับเขา มือถือสเกตบอร์ดไว้แน่น ขณะเดินมาหยุดตรงหน้ามาร์คแล้วพึมพำว่า

“เรียนกันเถอะครับพี่มาร์ค”

“อืม...”

วันนั้นเราทบทวนท่าเก่าและมาร์คก็เริ่มสอนท่าพื้นฐานให้แบมแบมเพิ่มอีก 2 ท่าเอาไว้ให้เด็กคนนั้นไปฝึกหากวันไหนไม่มีเรียนด้วยกัน มาร์คบอกระหว่างจับมือแบมแบมให้ลุกขึ้นจากพื้นเพราะล้มว่าเขาอาจจะไม่ค่อยว่างทุกวันแล้ว

มหาลัยใกล้จะสอบกลางเทอมเข้ามาทุกระยะ รายงานและการบ้านต่างๆ นัดส่งแถมยังถูกสั่งเพิ่ม มาร์คคงปลีกเวลามาสอนแบมแบมได้อาทิตย์ละ 2-3 วันเท่านั้น อันที่จริงเขาก็เป็นห่วงกลัวว่าแบมแบมจะไม่ใส่ใจการฝึกบ่อยๆ เพื่อเพิ่มทักษะ เลยย้ำกับแบมแบมอยู่หลายครั้ง

“ผมจะซ้อมทุกวันครับ พี่มาร์คเชื่อผมเถอะ” แบมแบมถึงกับพูดประโยคนั้นพร้อมรอยยิ้ม เพื่อย้ำกับมาร์คว่าจะซ้อมทุกวันจริงๆ อย่างที่มาร์คบอก

“พักก่อนเถอะ” มาร์คบอกหลังจากเราเล่นกันมาเกือบครึ่งชั่วโมง มาร์คกับแบมแบมเดินไปหาจินยองซึ่งนั่งรออยู่ พอเดินเข้าไปใกล้คนที่รอก็ลุกขึ้นยืน

“เดี๋ยวซื้อน้ำมาให้ มาร์คเอาไร?” จินยองเอ่ยถาม มาร์คเหลือบไปมองแบมแบมก่อนจะเอ่ยกับจินยองว่า

“ไปด้วยแล้วกัน ให้แบมแบมรออยู่นี่ล่ะ”

“อื้อ...พี่จินยองฝากซื้อนมเย็นด้วย” แบมแบมพยักหน้าแล้ววางสเกตบอร์ดลงพื้น ขณะหันไปสั่งจินยองที่กำลังคว้ากระเป๋าเงินเดินมาหามาร์ค

เราทั้งคู่ทิ้งแบมแบมไว้ด้านหลัง เดินออกมาด้วยกันเพื่อตรงไปยังซุ้มน้ำที่ไม่ได้ใกล้หรือไกลมากนัก พอถึงร้านมาร์คก็สั่งชาเขียว ปล่อยให้จินยองไปสั่งเครื่องดื่มที่ต้องการ

“นมเย็นกับชาเขียวครับ”

มาร์คเลิกคิ้ว เม้มปากก่อนจะรับแก้วชาเขียวของตัวเองมา เขาหันไปมองก่อนจะหลุบตาต่ำมองพื้น จินยองกำลังดูขนมขบเคี้ยวที่วางอยู่หน้าร้านรอ ระหว่างนั้นมาร์คก็พึมพำว่า

“มึงสนิทกับแบมแบมมากเลยอ่ะ”

“อ๋อ...เออ...ก็ตอนแรกเขาไม่รู้จักใครนอกจากกูนี่ อีกอย่างก็บ้านอยู่ติดกัน ช่วงแรกๆ แบมแบมมาบ้านกูบ่อยเลย มาถามเรื่องนู้นเรื่องนี้ น้องมันกลัวปรับตัวไม่ได้ แต่กูก็เห็นว่าตอนนี้มีคนรู้จักเยอะแยะ” จินยองหัวเราะในลำคอ

“แม่แบมแบมเป็นห่วงเขามาก เลยฝากกูดูแล ช่วงแรกๆ ตอนที่เรายังเรียนที่เดียวกัน กูก็เป็นห่วงนะ ภาษาเกาหลีแบมแบมแย่มาก...” จินยองหยุดเงียบไปเพื่อรับแก้วเครื่องดื่มแล้วหันมาพูดต่อว่า

“แย่จนน่าเป็นห่วงเลยอ่ะ แต่ตอนนี้ก็ไม่ห่วงแล้ว น้องโตขึ้นเยอะ กูก็แค่ต้องมารับกลับบ้านแค่นั้น”

“ไม่เบื่อเหรอ...” มาร์คลองถาม จินยองดูดชาเขียวในแก้วแล้วเงยหน้าขึ้นพลางยิ้ม

“มันชินมากกว่า เหมือนน้องชายที่ต้องกลับบ้านพร้อมกัน”

“อ๋อ” มาร์คพยักหน้า พวกเราเดินไปตามทางเดินเพื่อกลับพร้อมกัน เราคุยกันเรื่องที่แบมแบมดื่มอยู่เมนูเดียว ตอนนั้นเองที่แบมแบมโบกมือให้เห็นแต่ไกลตอนพวกเราใกล้จะถึง มาร์คเลยหันมามองจินยองพลางพึมพำว่า

“กูเพิ่งรู้ว่ามึงชอบกินชาเขียวเหมือนกัน”

“เปล่า กูไม่ได้ชอบชาเขียว แต่ถ้านึกอะไรไม่ออกก็จะกิน”

จินยองตอบคำถามแล้วหันไปตะโกนเรียกให้แบมแบมมารับแก้วนมเย็นในมือ มาร์คมองเด็กคนนั้นที่วิ่งมาพร้อมรอยยิ้มหวาน เอ่ยขอบคุณจินยองก่อนจะหมุนตัวเดินถือแก้วนมเย็นหนีกลับไปหาสเกตบอร์ดของตัวเอง

มาร์คมองตามแผ่นหลังโปร่งของอีกฝ่าย ก่อนจะเบนสายตามามองจินยองซึ่งถือแก้วชาเขียวอยู่อย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ สุดท้ายเลยส่ายหน้าแล้วไม่พูดอะไรออกมาอีก กระทั่งหมดเวลาพักและเริ่มเรียนต่ออีกครั้ง

 

 

 

‘Marktuan93 : เย็นนี้พี่ไม่ว่างนะ ไว้เจอกันวันหลัง

แบมแบมได้ข้อความจากมาร์คตอนเช้าหลังจากตื่น อีกฝ่ายส่งมาให้แบมแบมตอนเกือบตีหนึ่ง แบมแบมนึกอยู่ว่าอีกคนคงทำรายงานยุ่งมาก เพราะจินยองเองก็ยุ่ง แล้วบอกแบมแบมว่าใกล้จะสอบแล้วต้องทำใจหากมาร์คไม่ว่างมาสอน

แบมแบมมาโรงเรียนตามปกติ เขานัดกับเพื่อนว่าเลิกเรียนจะไปทานอะไรเย็นๆ ด้วยกัน เพราะจินยองบอกให้แบมแบมรอและคงเลิกช้าเกือบครึ่งชั่วโมง เด็กหนุ่มเม้มปากมองออกไปด้านนอก สนามบาสเกตบอลมีแต่เด็กนักเรียนชายหญิงวิ่งปนกันมั่วสำหรับพวกที่มีเรียนพละช่วงบ่าย

“มึงว่าตรงนี้อาจารย์จะออกข้อสอบป่ะ?”

ยองแจหันกลับมา กางหนังสือลงบนโต๊ะพลางเอ่ยถามแบมแบม จิ้มนิ้วลงบนตัวอักษรซึ่งเจ้าตัวเป็นคนขีดไฮไลท์ไว้ด้วยปากกาสีเขียว ก่อนจะหันไปสะกิดยูคยอมให้หันมาสนใจด้วย

“กูไม่ได้ฟังอาจารย์อ่ะ” ยูคยอมหันมาสารภาพ แบมแบมเลยแยกเขี้ยวก่อนจะตอบไปว่า

“ออกแค่ตรงนี้ อันนี้ไม่ออก” จิ้มนิ้วลงบอกยองแจที่น่าจะฟังไม่ทันเพราะมัวแต่จดอย่างอื่น

“เออ...แล้วนี่พี่มัชฉะนัดมึงอีกวันไหนนะแบม” ยูคยอมเอ่ยถาม

พักนี้ยูคยอมไม่ต้องไปซ้อมบาสกับพวกที่ชมรมแล้วเพราะแข่งนัดแรกไปเรียบร้อยและผ่านเข้ารอบ จะแข่งอีกทีก็เดือนหน้า ตอนนี้เลยไม่ได้ซ้อมหนัก น่าจะเริ่มซ้อมจริงจังอีกทีคงเป็นอาทิตย์หน้า

“ไม่รู้อ่ะ ต้องรอเขาไลน์มา แต่เขาใกล้จะสอบกันแล้ว พี่จินยองก็ยุ่ง” แบมแบมบอกแล้วเม้มปาก

“คิดถึงอ่ะดิ่” ยูคยอมเอ่ยเย้า และนี่คงเป็นครั้งแรกที่แบมแบมเกิดอยากจะยอมรับด้วยการพยักหน้าเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกับกลัวใครได้ยินออกมา

“อืม...ก็คิดถึง”

ยองแจยื่นมือมาตบไหล่ปุๆ เหมือนจะปลอบใจ ขณะยูคยอมอ้าปากเหวอตาโตมองอย่างไม่เชื่อสายตาที่เห็น ไม่เชื่อหูที่ได้ยิน แบมแบมยกมือขึ้นเท้าคางหลุบตาต่ำก่อนจะพูดเสียงเบาอีก

“เขาไม่ค่อยอัพอะไรในโซเชียล เฟสบุ๊คเหมือนมีไว้แค่กดไลค์ อินสตราแกรมก็ด้วย ส่วนทวิตเตอร์เหมือนมีไว้เพื่อแชร์เพลงไม่ก็เอาไว้...สวัสดีครับตอนเช้า...” แบมแบมถอนหายใจ

“ไม่ต้องพูดถึงไลน์เขานะ กูยอมรับว่ากูป๊อดไม่กล้าทักก่อน ไม่รู้จะทักอะไร” แบมแบมเอนแขนลงกับพื้นโต๊ะ ซุกหน้าลงกับท่อนแขนแล้วครางฮือด้วยอาการหงุดหงิดตัวเอง

“กี่วันแล้วล่ะ?” ยองแจเอ่ยถาม แบมแบมยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมาแต่ชูนิ้วเลขสี่ออกไปแสดงให้เพื่อนได้คำตอบ

“ก็เกือบอาทิตย์” ยูคยอมยื่นมือไปยีเส้นผมแบมแบมเล่นเพราะอยากแกล้งอาการหมาหงอยของเพื่อน “เขาลืมหน้ามึงแล้วมั้ง”

“กวน...” แบมแบมยกตัวขึ้นมาปัดมือยูคยอมออกจากหัว

“หาเรื่องทักไปดิ่ เรื่องสเกตบอร์ดไรงี้ อ่อยไม่เป็นรึไง?” ยูคยอมหันมาถาม แบมแบมเม้มปากก่อนจะส่ายหน้า

“ไม่เป็น”

“ก็หัดสิ” ยองแจเอ่ยเสริม “เจอกันบ่อยแต่ไม่ทักไม่อ่อย...สิบปีเขาก็มองมึงเป็นแค่น้องแบมแบมที่เป็นเพื่อนยูคยอมและเป็นน้องข้างบ้านพี่จินยอง”

“ตอกย้ำกันจัง...”

จบบทสนทนาเรื่องนั้นไปเพราะว่าอาจารย์เดินมาเพื่อเข้าสอนและเริ่มต้นคาบบ่าย แบมแบมเรียนไปด้วยและสลับกับการคิดเรื่องหาอะไรทักมาร์ค จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าอยากจะลองเล่นท่าใหม่ๆ ในสเกตบอร์ดเป็นท่าที่เคยดูในยูทูป เอาไว้จะลองเอาเรื่องนี้ไปทักมาร์คในไลน์ก็แล้วกัน พอคิดได้แบบนั้นก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกว่าอย่างน้อยก็หาเรื่องคุยได้แล้ว เอาไว้ค่อยทักมาร์คหลังเลิกเรียนหรือไม่ก็คืนนี้

แบมแบมเลิกเรียนและกำลังเก็บกระเป๋า เรากำลังคุยกันว่าคนจะเยอะที่ร้านซึ่งเราจะไปหรือเปล่า แบมแบมกำลังยัดหนังสือใส่กระเป๋า ตอนนั้นที่โทรศัพท์สั่นครืด เขาคิดว่าอาจจะเป็นจินยอง ตอนนั้นเลยรีบคว้ากระเป๋าเดินตามเพื่อนไปหน้าห้องพลางใช้อีกมือหยิบเครื่องมือสื่อสารมาจ้องมอง

‘Marktuan93 : พี่รออยู่ป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียน

‘Marktuan93 : บอกจินยองแล้วจะไปส่งบ้าน

อะไรกัน...แบมแบมพึมพำแล้วหยุดชะงักไปด้วยความตกใจ ก็ตอนแรกมาร์คเป็นคนไลน์มาบอกเขาเองนี่นาว่าไม่ว่าง สอนไม่ได้ แต่จู่ๆ ก็โผล่มาเพื่อบอกว่าอยู่หน้าป้ายรถเมล์โรงเรียนเนี่ยนะ

“แบม...ไอ้แบม! เป็นไร?” ยองแจเดินมาเขย่าไหล่ แบมแบมสะดุ้งเหมือนเพิ่งรู้ตัวก่อนจะกะพริบตาปริบ เด็กหนุ่มเม้มปากก่อนจะยื่นโทรศัพท์ไปให้เพื่อน

“พี่มาร์คอ่ะ...” ยังไม่ทันได้ยื่นโทรศัพท์ให้ยองแจ ยูคยอมก็พุ่งมาคว้าไปก่อน เสียงสบถของยองแจดังพึมพำก่อนจะเดินไปเขย่งมองจอใกล้ๆ ยูคยอม

“โอ้โห...เซอร์ไพร้ส์มากพี่กู...” ใบหน้าของยูคยอมหันมายิ้มกริ่ม

“เดี๋ยวพวกกูไม่ส่งไม่ต้องห่วง” ยองแจตบไหล่ “ไม่โกรธด้วยที่มึงจะเบี้ยวนัด ไปเลย...กูอนุญาต”

“กูก็อนุญาต” ยูคยอมรีบเสริม

แบมแบมถูกเพื่อนพาไปป้ายรถเมล์ ระหว่างนั้นเขาไม่ได้คิดอะไรนอกจากมองข้อความของอีกฝ่าย ระหว่างที่เดินไปทางป้ายรถเมล์เลยส่งไลน์ไปถามสั้นๆ ว่า

‘BAMBAM1A : เราจะไปไหนกันครับ

แต่ไร้สัญญาณและวี่แววอีกคนที่จะตอบกลับมา แบมแบมโดนเพื่อนพามาจนถึงป้ายรถเมล์แบบเหม่อๆ ไม่รู้ตัว เขามองเห็นสีรถคุ้นตาจอดอยู่ริมฟุตบาท กระจกรถลูกลดลงพร้อมกับมือของเจ้าของรถโบกมาเพื่อให้สัญญาณ ยูคยอมเป็นคนดันแผ่นหลังแบมแบมให้รีบเดินไปหา

“ไงพี่” ยูคยอมก้มหน้าไปถาม ยองแจมายืนซ้อนหลังพลางเอ่ยทักทายบ้าง

“จะไปไหนกันรึเปล่า?” มาร์คถามอย่างงุนงง ยองแจเลยรีบออกตัว

“จะกลับกันครับ เลย...มาส่งแบมแบมหาพี่ก่อน”

“อ๋อ...แบมแบมขึ้นรถสิ” มาร์คชี้ไปยังเบาะด้านข้าง แบมแบมเดินถอยหลัง ขณะเพื่อนสองคนมองด้วยแววตากรุ้มกริ่ม เขาต้องถลึงตาเพราะกลัวมาร์คจะมองเห็นสีหน้าและแววตาเอ่ยล้อของเพื่อนจนสงสัย

“งั้นพวกผมไปแล้วนะ” ยูคยอมบอก

“สวัสดีครับพี่มาร์ค”

พอเพื่อนสองคนคล้อยหลัง ตอนนั้นแบมแบมก็คาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จพอดิบพอดี เขาเม้มปาก วางมือลงบนตักด้วยท่าทางเรียบร้อยที่สุด กระจกรถของมาร์คปิดลง อีกคนหันกลับมาหาแบมแบมแล้วหยิบโทรศัพท์มา กดเปิดไลน์ แล้วจิ้มให้แบมแบมดูข้อความล่าสุดที่เขาส่งมา ก่อนจะยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้นว่า

“ที่ๆ จะไป...เดี๋ยวก็รู้ต่อจากนี้แหละ...”

 

 

 

มาร์คพาแบมแบมขับมาไกลจนเกือบจะย่านชานเมือง อยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถามเพราะอีกคนดันบอกว่าเดี๋ยวก็รู้ เขาเลยได้แต่ชวนคุยเรื่องเพลง ขณะที่มาร์คถามเรื่องซ้อมรึเปล่า และแบมแบมก็ได้โชว์รอยล้มล่าสุดเมื่อ 2 วันก่อนให้ดู

“ระวังด้วยสิ” มาร์คเอ่ยดุ ส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยพึมพำว่า “เจ็บหนักกว่านี้แย่เลย...อย่าหักโหมล่ะ...”

“ครับ...”

แบมแบมพึมพำรับคำ รู้สึกเหมือนโดนดุแต่ไม่ได้จริงจังนัก มาร์คละมือจากพวงมาลัยมาแตะรอยตรงเหนือข้อมือนิดหน่อย ก่อนจะจิ๊ปากแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า

“อย่าให้เจ็บตัวอีกนะ พี่เป็นห่วง”

แบมแบมทำหน้าไม่ถูก อยากยิ้มจนแก้มปริ อยากเขินแต่ก็ต้องรักษาสีหน้า เลยทำได้แค่เบือนสายตาออกไปนอกรถ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างให้ตัวเองขณะพยักหน้าตอบกลับมาร์คไปว่าจะไม่เล่นอะไรหนักๆ อีกแล้ว

รถมาจอดหน้าคาแฟ่แห่งหนึ่ง อาคารดีไซน์เรียบเก๋ ไม่ได้ดูฉูดฉาดนักแต่ก็ดึงดูดสายตาได้ดี มาร์คพาแบมแบมเข้าไปในร้าน บรรยากาศก็น่านั่ง พอหย่อนกายเรียบร้อย มาร์คก็หันไปบอกพนักงานสั้นๆ ว่า

“นมเย็นกับชาเขียวครับ” พอสั่งแล้วก็หันกลับมาบอกแบมแบม “อยากทานอะไรไหม? ร้านนี้บราวน์นี่อร่อย”

“งั้นเอาบราวน์นี่ก็ได้ครับ”

มาร์คหันไปสั่งให้เสร็จสรรพ แบมแบมนั่งตัวลีบกลอกตาไปมารอบๆ เพื่อมองบรรยากาศในร้านคาเฟ่ ก่อนจะเบนสายตากลับมามองคนที่นั่งเท้าคางมองเขาอยู่

“เอ่อ...ทำไม...ถึงพามานี่...ล่ะครับ...” ต้องเอ่ยถามตะกุกตะกักออกไป แบมแบมหันไปหยิบแผ่นโปรโมชั่นที่วางอยู่บนโต๊ะมาอ่านแทนแก้เขิน

“เพื่อนบอกว่านมเย็นร้านนี้อร่อย”

“เอ๊ะ...?” แบมแบมเงยหน้ามาถาม “งั้น...พี่มาร์คก็ไม่เคยมาร้านนี่เหรอครับ?”

“อื้อ นี่ครั้งแรก”

“อ่า...พาผมมาตั้งไกลเลยอ่ะ ที่จริงซุ้มน้ำที่มหาลัยนมเย็นก็อร่อยนะครับ” แบมแบมเอ่ยพึมพำ ไม่รู้ควรทำหน้ายังไงก็เลยยกมือขึ้นเกาแก้มแผ่วเบาแก้เขิน

“ก็อยากพามาร้านที่เขาว่าอร่อยที่สุดแถวนี้” มาร์คบอกแล้วยิ้ม

พนักงานมาได้จังหวะพอดี แบมแบมใช้โอกาสในจังหวะนั้นผ่อนลมหายใจเข้าออกเบาๆ เมื่อกี้เกือบจะขาดใจตาย เขามองนมเย็นสีชมพูในแก้วตัวเอง มองชาเขียวในแก้วของมาร์ค มองบราวน์นี่สองชิ้นในจานที่วางตรงกลาง

“ขอบคุณมากนะครับ”

“ลองชิมสิ...” มาร์คบอก

แบมแบมจับแก้วมาวางตรงหน้า ดูดของเหลวสีชมพูเข้าปากไปอึกหนึ่ง พอกลืนลงคอแล้วก็หันไปยิ้มกว้างให้มาร์คก่อนจะเอ่ยเสียงใส

“อร่อยจริงๆ ด้วยอ่ะ”

“ชอบไหม?” มาร์คถาม ตอนนั้นแบมแบมหยิบส้อมมาตัดบราวน์นี่เป็นชิ้นเล็กเพื่อตักเข้าปากก็พยักหน้าหงึก

“ชอบครับ” บราวน์นี่ถูกยัดเข้าปากพลางเงยหน้ามองคนที่ดึงแก้วชาเขียวเพื่อดื่มบ้าง ก่อนหน้าจะใช้หลอดดูดเครื่องดื่มในแก้ว มาร์คก็เอ่ยบอกแบมแบมก่อนว่า

“เอาไว้คราวหลังพี่จะพามาอีก”

“...ครับ”

แบมแบมตอบกลับเสียงเบา เรานั่งทานนมเย็นกับชาเขียวและบราวน์นี่ที่อร่อยสมกับที่มาร์คได้ข่าวมาจากเพื่อน เคล้าไปกับเสียงเพลงเพราะๆ ที่เปิดในร้าน แบมแบมสนุกกับเครื่องดื่ม เพลินกับการฟังเพลง ก่อนที่มาร์คจะกระแอมเบาๆ แล้วเบือนหน้าหนีไปอีกทางแต่ปากกำลังชวนแบมแบมคุย

“พี่ถามอะไรหน่อยสิ”

“ครับ?” แบมแบมเอ่ย เลิกคิ้วมองหน้าคนที่พามา แล้วมาร์คก็หันกลับมาพึมพำบอก

“ถ้าไม่อยากตอบไม่เป็นไรนะ”

แบมแบมนั่งนิ่งฟัง ยิ่งพออีกคนบอกว่าไม่อยากตอบไม่เป็นไรก็เลยเลิกคิ้วสูงอย่างสงสัย ตอนนั้นเองที่มาร์คหันกลับมามอง จ้องแบมแบมอย่างพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยถาม

“พี่มัชฉะ...คนที่แบมแบมเคยบอกว่าชอบน่ะ พี่รู้จักเขาไหม?”

แบมแบมเม้มปาก เด็กหนุ่มไม่รู้ว่าควรตอบอะไร แต่ในเมื่อมาร์คบอกว่าถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไร เลยพึมพำเอ่ยบอกเสียงเบา

“ผมขอไม่ตอบได้ไหมครับ...”

“ได้สิ” มาร์คเอ่ยเสียงเรียบราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่ “งั้นถามหน่อยเขารุ่นเดียวกับพี่รึเปล่า?”

ถึงจะบอกว่าไม่ตอบบางคำถาม แต่มาร์คก็คงมีคำถามในหัวอยู่เกือบสิบคำถาม ถ้าแบมแบมจะปฏิเสธหมดทุกคำถามก็ดูจะแย่ไปหน่อย เขาเลยพยักหน้าแทนการพูดเพื่อตอบคำถามล่าสุดออกไป

“แล้วเรียนคณะอะไรล่ะ?”

“อันนี้ผมไม่ขอตอบ...นะครับ...” แบมแบมพึมพำแล้วหลุบตาต่ำ รู้สึกหายใจไม่ค่อยออกเท่าไหร่เพราะคำถามที่ถูกยิงมามันวนเวียนอยู่แถวนี้ล่ะ

“แล้วเขาเป็นคนยังไงเหรอ?” มาร์คมองอย่างรอคำตอบ แบมแบมสูดลมหายใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามอง

...เหมือนคนตรงหน้าไงครับ

แต่สิ่งที่เขาตอบไม่ใช่สิ่งที่คิดในใจเอาไว้หรอก สถานการณ์แบบนี้แบมแบมไม่คาดคิดมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้น มาร์คมาถามรุกเร้าเอาว่าแบมแบมชอบใคร ทั้งที่แบมแบม...ชอบคนที่ถามนั่นล่ะ...

“ดีครับ เป็นคนดี ไม่ได้ดีร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่เขาดีในแบบที่ผมชอบ”

“อืม..รักเขามากขนาดนั้นเหรอ...” มาร์คเอ่ยถาม แบมแบมรีบพยักหน้า

“ผมไม่คิดว่าจะแอบชอบใครได้นานขนาดนี้แล้วล่ะครับ ถ้าอยากคบกับใครสักคน ก็คงเป็นเขานั่นล่ะที่ผมอยากคบด้วย”

แบมแบมตอบแล้วเม้มปาก เขาลอบมองสีหน้ามาร์คที่ยกแก้วชาเขียวขึ้นมาจิบ ตอนนั้นที่แบมแบมยกมือขึ้นเท้าคาง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบาลองถามไปว่า

“ผมถามพี่มาร์คบ้างได้ไหมครับ”

“หือ? ถามพี่เหรอ?” มาร์คชี้นิ้วมาที่ตัวเองตอนวางแก้วในมือลง ก่อนจะยิ้มแล้วพยักหน้าให้แบมแบมถามได้

คำถามที่แบมแบมอยากรู้น่ะ มันมีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก มันวนเวียนเรื่อยเปื่อยและไม่อยากจะคิดไปเองอีกแล้ว แบมแบมเม้มปาก สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด คนที่ป๊อดมาโดยตลอดอย่างเขากำลังจะรวบรวมความกล้าถามคนที่ชอบมาตลอดออกไปว่า

“พี่มาร์ค...มีคนที่ชอบอยู่รึเปล่าครับ?”

“คนที่ชอบเหรอ...”

มาร์คพึมพำคำถามนั้น ก่อนจะยกแก้วชาเขียวขึ้นมาดื่มอีกอย่างใจเย็น แบมแบมรู้สึกเหมือนกับว่าเขาไม่น่าถามอะไรเหล่านั้นออกไปเลย ไม่น่าเลยกับการอยากรู้อยากเห็นสิ่งที่อยากรู้มาโดยตลอด เด็กหนุ่มเบือนหน้าหนีออกไปอีกทาง เอาปลายนิ้วเขี่ยพื้นโต๊ะก่อนจะเอ่ยเสียงเบาว่า

“ถ้าไม่อยากตอบ...ไม่ต้องตอบก็ได้นะครับ...”

“อ๋อ เปล่าหรอก” มาร์ครีบสวนกลับ แบมแบมเงยหน้าขึ้นมองคนที่ยิ้มกว้าง แล้วมาร์คก็เอ่ยเสียงทุ้มออกมา

“คนที่ชอบน่ะ มีสิ พี่มีคนที่ชอบอยู่”

“งะ...งั้นเหรอครับ...อ๋อ...นั่นสิ...”

แบมแบมพึมพำแล้วหยิบแก้วเครื่องดื่มมาจิบ นมเย็นแก้วนั้นมันเคยอร่อยก่อนที่เขาจะไม่รู้คำตอบของคำถามนั่น แต่ตอนนี้...แบมแบมยกมันขึ้นดื่มอีกครั้ง เขากลับคิดว่านมเย็นแก้วตรงหน้ามันไม่อร่อยเอาซะเลย มันขมปร่าไปทั่วลำคอ

ไม่สิ...ขมไปถึงอกข้างซ้ายจนเต้นแผ่วเลยล่ะ...

 

 

 

แบมแบมนอนแผ่ลงบนเตียง เขามาถึงบ้านสักพักแล้ว อาบน้ำเรียบร้อยก่อนจะขอตัวแม่ขึ้นมานอนทั้งที่เพิ่งสามทุ่มเท่านั้น เด็กหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมามอง ปลดล็อกและภาพอินสตราแกรมของมาร์คที่เปิดค้างไว้ก็ปรากฏขึ้นมา

‘Marktuan93 : ชาเขียวกับนมเย็นร้านนี้อร่อยดี บราวน์นี่ด้วย

ในภาพนั้นเป็นแก้วสองใบที่หมดเกลี้ยงและจานที่มีเพียงเศษบราว์นี่เท่านั้น มาร์คถ่ายภาพอัพลงแอพพลิเคชั่นและแท็กแบมแบมตรงแก้วนมเย็น

แบมแบมควรจะดีใจใช่ไหม ... แต่ใจเขายังโหวงอยู่เลย ...

ตั้งแต่ขึ้นรถมาร์คมาอีกหน คำตอบที่มาร์คบอกว่ามีคนที่ชอบก็วิ่งเข้ามาในหัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้แบมแบมไม่ค่อยฟังอีกฝ่าย ถามคำตอบคำจนมาร์คสงสัย เขาเลยบอกปัดว่าปวดหัวเหมือนจะไม่สบาย กลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายใส่ใจด้วยการรีบบึ่งรถพาเขากลับบ้านอีกต่างหาก แบมแบมรู้สึกผิด แต่อีกใจเขาก็ราวกับเห็นด้านสว่างที่จินยองบอกเขาเอาไว้เสมอว่าอย่าคิดไปเอง

...นี่ขนาดพยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเองยังเจ็บขนาดนี้

แบมแบมถอนหายใจ เขากดออกจากแอพพลิเคชั่นสีน้ำตาลเพื่อเข้าทวิตเตอร์ รีทวิตข้อความชวนอกหัก กดแชร์เพลงเกี่ยวกับความไม่สมหวังไปเกือบ 10 ทวิตราวกับมันจะช่วยเยียวยาจิตใจ แต่เปล่าเลย แค่อ่านข้อความเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา กลับกลายเป็นว่าเหมือนตอกย้ำตัวเองไปอีก

เหนื่อย...เป็นคนแอบรักมันเหนื่อยขนาดนี้เหรอวะ...

เสียงไลน์ที่เด้งขึ้นมาในกรุ๊ปเพื่อนสามคนรัวๆ ทำให้แบมแบมต้องคว้ามือถือขึ้นมากดอ่าน เขากดเปิดเข้าไปในกรุ๊ปแชท แล้วกวาดตามองข้อความเหล่านั้น

‘cyjcwj : มึงเป็นไรเนี่ยแบม

‘Yu_gyeom : เออ กูกำลังจะมาทัก ในทวิตอ่ะ

‘cyjcwj : เออ ไปกับพี่มาร์คมาไม่ใช่เหรอ เขาทำไรมึง

‘Yu_gyeom : มึงแชร์เพลงอกหักยังกับพี่เขาหักอกมึงอ่ะ

‘cyjcwj : นี่ถึงบ้านยัง

‘Yu_gyeom : เชี่ยแบมตอบไลน์หรือจะให้กูโทรไปหา

ปลายนิ้วกดข้อความตอบกลับเพื่อนไปก่อนที่ยูคยอมจะโทรมาหาจริงๆ เขาเม้มปากก่อนจะกดส่ง แต่สุดท้ายข้อความนั้นก็เด้งโผล่ที่หน้าจอกรุ๊ป

‘BAMBAM1A : พี่มาร์คบอกว่ามีคนที่แอบชอบแล้ว

อาการตอนนี้มันไม่ได้หน่วงในอกจนอยากร้องไห้หรอก แต่มันเป็นอาการผิดหวังเพียงเพราะแบมแบมหวังว่ามาร์คจะไม่มีใครอยู่ในใจต่างหาก แต่บางครั้งมาร์คก็คงอยู่กับเพื่อนหรือแม้แต่บาสเกตบอลมากเกินไปจนแบมแบมไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะสนใจหรือมีคนที่แอบชอบ ก็มาร์คหล่อขนาดนั้น ดูสมบูรณ์แบบซะขนาดนี้ คนแบบนั้นมีสิทธิ์เลือกอยู่แล้ว แบมแบมลืมคิดข้อนี้โดยตลอด

‘BAMBAM1A : แต่กูยังไม่เลิกชอบเขาหรอก

‘BAMBAM1A : จนกว่าวันที่กูจะกล้าบอกเขาว่ากูชอบเขา

‘BAMBAM1A : กูก็จะยังแอบชอบเขาแบบนี้แหละ

แบมแบมรีบรัวคำเหล่านั้นออกไปก่อนที่เพื่อนจะเข้าใจผิดและร่วมใจกันปลอบเขาจนแบมแบมเกือบจะหายใจหายคอไม่ทัน เขาถอนหายใจ อย่างน้อยก็ยิ้มได้เพราะยองแจและยูคยอม เพราะแบมแบมไม่ได้อกหักหรอก เขาก็แค่เฟลแค่นี้เอง

แต่เชื่อเถอะว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้น อีกไม่นานหรอก...

 

 







บอกก่อนว่าเจอกันอีกทีหลังสงกรานต์นะคะ >_< ถือฟิคตอนนี้เป็นของขวัญวันสงกรานต์ล่ะกัน
สวัสดีปีใหม่ไทยด้วยค่า ขอให้คนอ่านทุกคนมีความสุขมากๆ ใครเดินทางไปไหนก็ขอให้ระมัดระวังนะคะ

ส่วนฟิคตอนนี้ก็หวานมาทั้งตอนล่ะเพ่ิงมาแบบเอ๊ะอ่ะตอนท้ายนิดนึง 
เราว่าที่จริงความรู้สึกของพี่มัคนี่ทุกคนน่าจะดูออกแล้วมั้ง ตอนนี้กลายเป็นคนซึนไม่พูด
ส่วนอีกคนก็...กลายเป็นคนขี้เขินไม่ยอมเอ่ยะไรไปอีก เป็นฟิคที่ตัวละครชวนน่าจับมาตีก้นมากค่ะ 5555
ขอบคุณทุกคนและทุกๆกำลังใจนะคะ เราอ่านทุกคอมเม้นต์และคนที่ติดแท็กเลยด้วย 
บางทีอาจจะขอบคุณไม่ครบก็อย่างอนเรานะคะ TvT 
ยังติดแท็กสกรีมฟิคได้ที่ #มาร์คแบมโซเชียล หรือจะคอมเม้นต์ไว้ก็ได้ค่ะ

ปล. แอบเห็นคนอ่านไปดื่มชาเขียวกับนมเย็นกันให้รึ่ม ฮึ่กๆๆๆ
แถวบ้านไม่ค่อยมีร้านอร่อยๆเลยค่ะ เห็นรูปในแท็กทีไรทำร้ายกระเพาะเรามาก XD

ปล.อีกรอบ...ฟิค WHEN ยังเปิดจองอยู่นะคะ //พื้นที่ขายของ 1 บรรทัด 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,322 ความคิดเห็น

  1. #2310 ทัศนีย์ สว่างจันทึก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:11

    มันแบบออกจะน่าเบื่อนิดตรงแบบมาเกินครึ่งเรื้องละยังแบบไปคนละทางละ แบมก็เลิกลงอะไรชวนเข้าใจผิดกับจินนองเถอะมาร์คสงสัยไรก็ตรงไป เง้อ

    #2,310
    0
  2. #2303 iam_suwitchaya (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:44
    ชอบกันแระดูออก
    #2,303
    0
  3. #2287 Spices_smile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2562 / 23:42
    ปากเเข็งกันจังวะ
    #2,287
    0
  4. #2275 Markmark_tuan1a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 16:01
    เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วลูกเอ้ยย
    #2,275
    0
  5. #2263 R_Jummar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:11
    อ้าวๆคิดเองเออเองทั้งคู่
    #2,263
    0
  6. #2251 NJChokdee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 00:25
    พี่มาร์คอยากจับผิดป่าว ว่ามัชฉะไม่ใช่จินยอง
    #2,251
    0
  7. #2234 ฺBeau (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 10:40
    สองคนนี้นี่หนาาาาาาาา อยากจับมาตีก้นละทีสองที งืมๆๆๆๆๆๆๆ
    #2,234
    0
  8. #2218 นกน้อยของบอสแบม (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:39
    พี่มัชฉะก็ชอบน้องนมเย็นไงแบม
    #2,218
    0
  9. #2187 ChayapornSs (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2560 / 11:43
    พี่มัชฉะคนโง่กับน้องนมเย็นคนซื่อบื้อ เฮ้ออออออ เมื่อไหร่จะสารภาพกันนะ
    #2,187
    0
  10. #2172 Orathaiks (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2560 / 07:38
    ขอให้ใจตรงกัน
    #2,172
    0
  11. #2152 mbbjsk_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 00:02
    พี่มัชฉะชอบน้องนมเย็นใช่มั้ยหล่าาา ใช่เนอะ ;-;
    #2,152
    0
  12. #2119 `MESJ' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2560 / 00:53
    คนที่ชอบใช่น้องนมเย็นมั้ยย TvT
    #2,119
    0
  13. #2105 ojay2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 10:53
    ปากหนักกันสุดๆ พี่มาร์คก็อยากรู้สินะ คิดว่าเป็นจินยองใช่มั้ยล่ะ
    #2,105
    0
  14. #2073 -Bameverthing- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 15:54
    คิดว่ามาร์คจะชอบใคนล่ะคะ 5555555555 ไม่รุล่ะเราเดาไว้ล่ะ จะพีคเปล่าทั้งนั้นเอง55555555
    #2,073
    0
  15. #2067 ~เราจะรอ~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กันยายน 2559 / 10:01
    ปากหนักกันทั้งคู่เลยค่ะ น่าจับมาตีก้นอย่างที่ไรท์บอกจริงๆด้วยแหละ555
    #2,067
    0
  16. #2062 AhgaseBlood (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 16:55
    ดีมากแบม ต้องสตรองไว้นะ แอบชอบมาตั้งหลายปี จะล้มเลิกไปง่ายๆได้ไง แต่เรื่องเดียสที่ต้องแก้คือเลิกป๊อดได้แล้ว เดี๋ยวก้มีแมวขโมยมางาบไปแดกก่อนหรอก ชักช้าลีลาดีนัก
    #2,062
    0
  17. #2061 AhgaseBlood (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 16:50
    ดูเหมือนมาร์คก้มีใจให้แบมแฮะ แต่อาจไม่รู้ตัว(มั้ง!) ถ้าแบมใจกล้าบอกความในใจไปป่านนี้อาจมีอะไรดีๆเกิดขึ้นแล้วก็ได้ เฮ้อ..ลุ้นต่อไป
    #2,061
    0
  18. #2040 ____wpd (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 11:35
    แบมสู้นะะะะะ
    #2,040
    0
  19. #2024 Kaka1m (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2559 / 14:22
    สนุกเลย555 สู้ๆนะทั้งสองคนน
    #2,024
    0
  20. #2003 ๐Cullen๐ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 02:22
    น้องนมเย็นช้ำเลยอะสงสาร
    #2,003
    0
  21. #1993 M.m1nt (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2559 / 17:25
    ไม่ลองคิด้เป็นตัวเองเหรอน้องนมเย็น
    #1,993
    0
  22. #1986 Kira11 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มกราคม 2559 / 14:55
    บางทีแบบอินมากกกก รู้สึกอึดอัดกับสถานะของจินฮยองอะ. คือต้องชอบแบมแน่ๆรู้สึกเหมือนกั๊กแบมยังไงยิ่งอ่านนิ่งอึดอัด. สงสัยจะอินมากกกกไปหน่อย555555.
    #1,986
    0
  23. #1979 KiHaE*129 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2559 / 16:50
    โง้ยยยยยย

    ต่างคนต่างคิดไปคนละคนเลยทีนี้



    #1,979
    0
  24. #1962 NewLoly PanTanyakit (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2558 / 18:45
    นี้ข้องใจอีพี่เนียร์มากเป็นอะไรวะพี่มาร์คมันเข้าใจผิดป่ะเนี่ยชอบแบมใช่ม้ะกิ้วๆๆ
    #1,962
    0
  25. #1953 Tam Jenjira (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2558 / 21:49
    แบมอย่าเศร้าสิ มาร์คอาจจะชอบแบม หมายถึงแบมก็ได้ -.-
    #1,953
    0