นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

Shortfic Faity tail The end of fairy

โดย empmy

Lucy : อย่าร้องและโทษตัวเองไปเลยนะนัตสึ.. Natsu : ฉันอยากตามเธอไปลูซี่

ยอดวิวรวม

795

ยอดวิวเดือนนี้

7

ยอดวิวรวม


795

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


60
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  11 ก.พ. 60 / 12:35 น.
นิยาย Shortfic Faity tail The end of fairy

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



“ถึงต้องสละด้วยชีวิตขอแค่นายได้มีชีวิตต่อไปฉันก็มีความสุขแล้ว”

Lucy heartfilia

ถ้าหากไม่มีเธออยู่ การมีชีวิตของฉันมันจะไปมีค่าอะไรกัน

Natsu dragneel


__________________________________________________


แต่งเรื่อง Fairy tail ครั้งแรกเป็นการ์ตูนอันดับ1ในดวงใจ

คำอาจจะวกวนไปหน่อยแต่แต่งตามความมโนจากไรท์ล้วนๆ 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านน้า -/\-


__________________________________________________



ขอบคุณ THEME สวยๆจาก S Q W E E Z   T H E M E

เนื้อเรื่อง อัปเดต 11 ก.พ. 60 / 12:35



             “I never even knew how much I loved you until I lost you.”

Natsu dragneel

 

 


 

นี่นัตสึ หญิงสาวเอ่ยชื่อเพื่อนร่วมทีมของเธอด้วยเสียงแผ่วเบา เจ้าของชื่อได้ยินจึงหันหน้าพร้อมยิ้มกว้างเชิงให้หญิงสาวรับรู้ว่าเขาได้ยินที่เธอเรียกเขา ผมสีชมพูอ่อนของเขาช่างดูน่ารัก อ่าใช่ หญิงสาวกำลังบอกว่าเขาน่ารักสำหรับเธอ ไม่ว่าเมื่อไรเขาก็อยู่เคียงข้างเธอเสมอมาไม่ว่าจะเวลาไหนเขาพร้อมจะปกป้องเธอด้วยชีวิตมันทำให้หัวใจของหญิงสาวใจเต้นระสำไม่เป็นจังหวะยิ่งนานวันยิ่งรู้สึกทรมานแปลกๆขึ้นทุกที และเมื่อไม่นานมานี้เธอก็ได้รู้ว่าเธอได้ตกหลุมรักผู้ชายผมสีชมพูแถมยังเป็นเพื่อนร่วมทีมของเธอเข้าซะแล้ว

 

จริงๆมันไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ

 

มีอะไรเหรอลูซี่ เจ้าของชื่อเอ่ยถามเพราะหญิงสาวที่เรียกเขาดันเงียบไปซะเฉยๆด้วยความเป็นห่วงเด็กหนุ่มผมสีชมพูยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ

เรียกแล้วเงียบไปเป็นอะไรหรือเปล่า ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ไม่พอเขายังเอาหน้าผากของเขาชนเข้ากับหน้าผากของหญิงสาวผมบลอนด์ เด็กสาวส่ายหน้าเบาเชิงบอกว่าเธอนั้นโอเคดีทุกอย่าง

 

แต่หัวใจมันดันเต้นแรงเป็นบ้า!

 

ตั้งแต่จบสงครามกับเซเรฟร่างกายของนายไม่เป็นอะไรใช่ไหมหญิงสาวพยายามข่มเสียงตัวเองให้นิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้การกระทำของเพื่อนร่วมทีมของเธอทำให้เธอแทบจะเป็นบ้า! เธอรู้สึกเขินจนหัวใจจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

เธอถามคำถามแบบนี้กับฉันทุกวันเลยนะ นัตสึ ดรากูนีล หรือ E.N.D หนังสือปีศาจเล่มสุดท้ายที่แข็งแกร่งที่สุดของเซเรฟ ทำหน้าย่นเล็กน้อยพลางขมวดคิ้วกันยุ่งเพราะหญิงสาวเพื่อนของเขาถามถึงสภาพร่างกายของเขาแทบทุกวันทั้งๆที่สงครามก็จบลงไปได้1เดือนเต็มแล้ว ในความเป็นจริงเขานั้นต้องตายถ้าหากเซเรฟถูกกำจัดแต่เพราะอะไรไม่รู้นัตสึยังมชีวิตอยู่ได้และยังแข็งแกร่งขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก มีเพียงแค่ ลูซี่ แฮปปี้และตัวของเด็กหนุ่มเท่านั้นที่รู้ว่าเขานั้นจะต้องตายไปพร้อมกับเซเรฟหากกำจัดเซเรฟลงได้ ในสงครามนั้นได้มีการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นั้นก็คือ มาสเตอร์ มาคารอฟ เดรเยอร์ ซึ่งเป็นดั่งเหมือนบิดาของทุกคนในกิลล์แฟรี่ เทล และเอลซ่า สกาเล็ต ได้ขึ้นเป็นมาสเตอร์คนต่อจากมาคารอฟ ตัวเด็กหนุ่มเขายังนึกสงสัยด้วยซ้ำว่าตัวเขานั้นรอดมาได้อย่างไรและไม่มีใครทราบได้เขาจึงระความสงสัยนั้นและใช้ชีวิตต่อไปหากเขารู้ว่าอะไรหรือใครทำให้เขายังคงมีชีวิตอยู่จนวันนี้เขาคงต้องตอบแทนกันยาวแน่ๆ

ก็เป็นเพื่อนกันก็ต้องเป็นห่วงอยู่แล้วไม่ใช่เหรอนัตสึ

เธอก็เห็นว่าฉันโครตจะแข็งแรง!” เด็กหนุ่มพูดไม่พอยังทำท่าเบ่งกล้ามแขนและยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กที่มุมปากนั้นอย่างชัดเจน หญิงสาวรู้สึกมีความสุขเหลือเกินที่เห็นเขามีชีวิตอยู่น้ำตาของเธอเริ่มไหลออกมาช้าความรู้สึกนี้ที่เธอมีให้เขาและชีวิตของเธอนั้น….

 

เธอดีใจเหลือเกิน

 

เด็กหนุ่มทำหน้าตกใจที่เห็นเพื่อนสาวของเขาร้องไห้ออกมาถึงจะไม่มีเสียงสะอึกสะอื้นแต่เขาก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมอยู่ๆเธอถึงร้องไห้ออกมา

เห้ย!   ทำไมอยู่ๆถึงร้องไห้ละลูซี่!” นัตสึเอามือใหญ่แอบหยาบกร้านเล็กน้อยแต่ก็ทำให้เธอนั้นรู้สึกอบอุ่นเช็ดคราบน้ำตาออกที่ละเล็กละน้อยแต่นั้นทำให้น้ำตาของเธอนั้นยิ่งไหลออกมามากกว่าเดิม

ฉันแค่รู้สึกดีใจที่นายยังมีชีวิตอยู่ ลูซี่เช็ดน้ำตาของตัวเองและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้กับเพื่อนของเธอที่นั่งอยู่ตรงหน้าของเธอ รอยยิ้มที่ดูละมุนให้ความรู้สึกว่ามันอบอุ่นเหลือเกินเด็กหนุ่มพลางคิดในใจซ้ำยังรู้สึกถึงหน้าอกข้างซ้าย ทำไมหัวใจมันเต้นแรงแทบหาจังหวะไม่เจอแบบนี้

 

หรือเขาเป็นโรคหัวใจ?

 

แน่นอน! ระดับฉันซะอย่างฮ่าๆๆๆ เด็กหนุ่มตอบพลางหัวเราะอย่างผู้ชนะ หากเขาร่าเริงได้แบบนี้เธอคงไม่มีอะไรที่จะต้องห่วงเขาอีกแล้ว

ว่าแต่ว่าเธอน่ะ หายดีหรือยังนอนซมอยู่บนเตียงมาอาทิตย์แล้วนะ!”

ฉันก็ต้องมีช่วงอ่อนแอบ้างสิย่ะ ใครจะไปแข็งแรงได้ตลอดเหมือนนายกัน=_=!” หญิงสาวทำท่าเอือมเล็กน้อยให้กับผู้ชายตรงหน้าที่ยังคงหัวเราะชอบใจในความแข็งแรงของตัวเอง ทุกคนรวมทั้งเขายังคงคิดว่าเธอนั้นแค่ไม่สบายและเหนื่อยจากภารกิจที่เธอต้องทำต่อจากที่สงครามเซเรฟนั้นจบลง แต่นั้นไม่ใช่เลยร่างกายของเธอนั้นอ่อนแอลงเรื่อยๆถึงแม้จะมี เวนดี้ ได้ใช่พลังของเธอนั้นรักษาแล้ว แต่ก็หายเพียงชั่วคราวเท่านั้นเธอรู้ตัวดีว่าเธอนั้นเป็นอะไร เธอรู้ว่าหากเธอพูดออกไปว่าเธอเป็นอะไรเธอนั้นคงเป็นได้แค่ตัวถ่วงของทุกคนเท่านั้นและเธอก็เลือกทางนี้เองด้วย หญิงสาวระบายยิ้มบางๆให้กับเพื่อนหนุ่มเลือดร้อนของเธอคนนี้เพราะเธอไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วงโดยเฉพาะเขา

เดี่ยวฉันก็หายนายไม่ต้องห่วงหรอก วันนี้มืดแล้วนะนายเองก็กลับบ้านไปได้แล้วไป

เธอแน่ใจนะว่าไหว ฉันว่าฉันนอนเฝ้าเธอดีกว่า พูดจบก็นอนลงบนโซฟาขนาดกลางของห้องหญิงสาวอย่างไม่เกรงใจ

ตาบ้า! นายนอนห้องฉันมา3วันแล้วนะยะขอเวลาส่วนตัวฉันบ้างสิ เสียงถอนหายใจเบาไม่ใช่ว่าเธอรำคาญอะไรเขาหรอกนะออกจะดีใจด้วยซ้ำแต่เธอกลัวกลัวว่าเขาจะรู้ความจริง

เด็กหนุ่มทำหน้าไม่พอใจนิดหน่อยแต่ก็ยอมทำแต่โดยดีอาจจะรู้สึกเกรงใจเจ้าของห้องขึ้นมาละมั้งนะ

ก็ได้ เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนเดินไปทางหน้าต่างเพื่อกระโดดออกไปอย่างที่เคยทำทุกๆครั้งเวลาออกจากบ้านของเธอ หญืงสาวคิดในใจว่า ออกทางประตูไม่เป็นหรือไงกัน? แต่ก็ได้แต่เก็บความคืดนี้เอาไว้เพราะไม่ว่าจะบอกไปกี่ครั้งตาบื้อผู้เป็นเพื่อน(สนิทคิดไม่ซื้อ)ของเธอไม่เคยแม้จะทำตามด้วยซ้ำ

จริงด้วยสิพรุ่งนี้ฉันไปทำภารกิจกับแฮปปี้นะ

งั้นหรอ อย่าไปทำข้าวของชาวบ้านเสียหายละ!” คำเตือนของเธอจะเข้าไปในสมองของเขาหรือไม่คิดว่าไม่

อาจจะไปสัก2วัน ฉันกลับมาเธอคงหายดีแล้วไปทำภารกิจกับฉันนะ!” เด็กหนุ่มหัวชมพูยิ้มร่าออกมาเขาเพียงหวังว่าหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงหายดีหลังจากเขาทำภารกิจ

อื้ม! ทำภารกิจก็พยายามเข้านะ!” เด็กหนุ่มไม่ตอบอะไรกลับยิ้มและพยักหน้าสองสามทีและเขาก็กระโดดลงไปเพื่อกลับบ้านของเขาแต่ก่อนจะเดินเพื่อมุ่งหน้ากลับบ้านเด็กหนุ่มหันมาโบกมืออีกสองสามทีเชิงเป็นการลาเธอสาวน้อยผมบลอนด์โบกมือกลับไปให้เขา ทำภารกิจด้วยกัน งั้นเหรอ

 

ฉันคงไม่ได้ไปทำภารกิจกับนายแล้วฉันขอโทษนะนัตสึ

 

 

 

หญิงสาวผมบลอนด์มีใบหน้าซีดเซียวมากขึ้นแต่เธอก็ยังคงฝืนลุกไปที่โต๊ะเขียนหนังสือที่อยู่ใกล้ๆกับเตียงอย่างอ่อนแรง เธอพยายามทำตัวให้แข็งแรงที่สุดเท่าที่จะทำได้ในเวลาที่ทุกคนมาเยี่ยมเธอ ไม่ว่าจะเป็น เอลซ่า ถึงแม้งานในฐานะมาสเตอร์จะหนักและเยอะมากแค่ไหนก็ยังหาเวลามาเยี่ยมเธอที่นอนพักอยู่ในห้อง เกรย์และจูเบียทั้งสองคนต่างทำภารกิจกันอย่างหนักเพราะมีภารกิจจำนวนมากที่รีเควสชื่อของเขาทั้งสองคนและมีข่าวดีว่าพวกเขาเลื่อนความสัมพันธ์เป็นคนรักกันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเธอได้รู้ข่าวดีก็เพราะทั้งสองคนมาเยี่ยมเธอกันเมื่อสองวันก่อนเธอยิ้มระบายออกมายอย่างยินดีกับเพื่อนสาวจูเบียของเธอในที่สุดก็สมหวังซักทีจากที่รักข้างเดียวมานานนับปี ส่วนเลวี่ก็มาเยี่ยมเช่นกันพ่วงกับกาซีลไม่รู้ว่าสองคนเป็นยังไงบ้างนะแต่คงจะเลื่อนความสัมพันธ์กันในเร็วๆนี่แน่นอนเธอยังคงยิ้มอย่างมีความสุขและเวนดี้กับซาร์ลก็มาหาเธอเป็นระยะเพื่อดูอาการและฉันฝืนทำตัวแข็งแรงเพื่อให้เด็กสาวตัวเล็กคลายความกังวลลงบ้างเพราะเธอก็ควรพักฟื้นพลังเวทเธอใช้พลังไปกับการรักษาคนในกิลด์ไปเยอะมากและประจวบกับตัวเธอเองนั้นรู้แล้วว่าไม่มีทางรักษาให้หายได้แล้ว เธอหยิบกระเป๋าใบเล็กที่ใส่กุญแจเทพแห่งดวงดาวขึ้นมาหยิบเช็ดกุญแจทีละดอกอย่างอ่อนโยนเหมือนกับกลัวจะแตกหัก น้ำตาของเธอไหลออกมาอีกแล้ว

 

ฮ่าๆๆร้องไห้อีกแล้วฉันนี่มันอ่อนแอจริงๆ

 

เธอปาดน้ำตาลวกๆและวางกุญแจเทพแห่งดวงดาวไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม เธอเปิดลิ้นชักออกมาและหยิบกระดาษเพื่อเขียนอะไรบางอย่างเธอบรรจงเขียนทุกตัวอักษรด้วยแรงทั้งหมดที่เธอมีหยดน้ำตายังคงไหลรินเรื่อยๆราวกับไม่มีทางแห้งเหือดได้อีกดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเริ่มพร่ามัวขึ้นเรื่อยๆ

 

เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วงั้นเหรอ

 

เธอยังคงเขียนข้อความบนลงกระดาษจนจบและปิดผนึกด้วยซองสีขาวเธอยังเอากระเป๋าที่ใส่กุญแจที่หวงมากกดทับเพื่อไม่ให้ปลิวหายไปไหนมันเป็นจดหมายสองฉบับ ฉบับแรกจ่าหน้าถึงเพื่อนๆในแฟรี่เทลและอีกฉบับเป็นชายที่ทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขาหากเขา

 

ถึงนัตสึ

 

หากเพื่อนๆและเขาได้อ่านจดหมายที่เธอเขียนให้นั้นคงจะโดนโวยวายไม่ใช่น้อยและตัวเธอก็คงจะหายไปแล้ว ใช่แล้วร่างกายที่อ่อนโรยลงทุกวันในบางครั้งก็ไอออกมาเป็นสีเลือดปนดำเล็กน้อยเหมือนมารดาที่เป็นที่รักของเธอนั้นเคยเป็น

 

โรคขาดแคลนเวทมนต์

 

เธอได้ใช้พลังเวทไปจนเกือบหมดและได้มอบเวทมนต์ที่เหลืออันน้อยกับชีวิตของเธอให้กับนัตสึเธอไม่เคยเสียใจเลยที่ตัดสินใจทำแบบนั้นไปขอแค่เขายังมีชีวิตอยู่แค่นั้นก็มีความสุขที่สุดแล้วเธอเดินลุกไปเก็บของเพียงเล็กน้อยเท่านั้นและเดินออกจากห้องเช่าเล็กที่ร่าคา7หมื่นจีเวลเธอเห็นภาพความทรงจำมากมายตั้งแต่ได้มาอยู่แฟรี่เทล เธอยิ้มออกมาอีกครั้งและหันหลังให้กับห้องเช่าพร้อมกับหายไปกับความมืดในยามค่ำคืน

 

ลาก่อนนะนัตสึ ทุกคน

 

 

                Natsu : say

               

                แฮปปี้เร็วๆหน่อย!” ผมตะโกนเร่งคู่หูตัวสีฟ้าและมีปีกบินอย่างเชื่องช้าให้รีบเร่งมากกว่านี้เพราะอะไรนะหรอเพราะผมอยากรีบกลับไปดูลูซี่นะสิ! ภารกิจที่รีเควสชื่อผมกับแฮปปี้ที่คิดว่าคงใช้เวลาถึงสองวันได้เสร็จเร็วกว่าที่คิดอาจเป็นเพราะภารกิจที่ผมทำมันอยู่ใกล้ๆห่างจากแมคโนเลียไม่ไกลนักและไม่ได้ยากอย่างที่ผมคิดไว้เลยใช้เวลาแค่ไม่ถึง1วันดีด้วยซ้ำผมกลับมาถึงกิลด์ในเวลาเที่ยงกว่าจริงๆผมก็อยากจะตรงไปที่บ้านของลูซี่เลยนะแต่ติดตรงที่ต้องไปรายงานผลภารกิจให้กับมิร่าซะก่อน

 

                ปึง!

 

                “กลับมาแล้ว!”

                “ไอเซอร์!”

               

                ผมเปิดประตูกิลด์ดังในแบบฉบับของผมกิลด์ที่มีเสียงคึกคักตลอดเวลากลับเงียบสงัดอย่างเห็นได้ชัดสีหน้าของทุกคนต่างเป็นกังวลกับอะไรสักอย่าง นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทุกคนเป็นอะไรไปหมด ผมเดินตรงไปทางมิร่าที่ยืนอยู่ตรงบาร์อย่างเคยแต่กลับไม่มีรอยยิ้มต้อนรับเหมือนอย่างทุกครั้ง

 

                กลับมาแล้วเหรอจ๊ะนัตสึ แฮปปี้ กลับมาเร็วกว่าที่บอกไว้นี่จ๊ะ มิร่ายิ้มให้อย่าฝืนๆกับผม

                มีอะไรเกิดขึ้นงั้นเหรอ ทำไมทำหน้ากันแบบนั้น ผมเลิกคิ้วอย่างคนสงสัยทุกคนยังคงเงียบไม่พูดอะไรออกมาสักคำ หันไปทางเกรย์ที่ยังคงนั่งเงียบกับจูเบียที่โต๊ะประจำ

 

                คุณนัตสึ ฮึก…” ผมหันไปทางเสียงเรียกชื่อของผมที่ปนกับเสียงร้องไห้

 

                อะอะไอซ์! ทำไมถึงร้องไห้ละเวนดี้!” แฮปปี้แย่งคำถามที่ผมกำลังพูดออกไปอย่างคนเป็นห่วง เวนดี้ยังคงร้องไห้ไม่หยุดและยังคงเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ เลวี่ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเวนดี้ก็ร้องไห้ขึ้นมาเหมือนคนบ้ามีกาซีลเป็นคนปลอบอยู่ข้างๆแต่หน้าของหมอนั้นก็นิ่งอย่างน่าแปลกใจไม่เหมือนทุกวัน ผมเริ่มงงบวกหงุดหงิดนิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าทุกคนเป็นอะไรกันไปหมดแล้ว โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!

                เป็นอะไรกันไปหมด! มีใครบอกฉันได้บ้างมั้ยห๊ะ!” ผมตะโกนอย่างหงุดหงิดและรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ในหัวดันนึกถึงภาพของเพื่อนสาวผมบลอนด์ของผมที่ผมกะว่าจะไปหาเธอซักหน่อยเพราะมองไปรอบๆก็ไม่เห็นเธออยู่เลย  ยังไม่หายอีกหรือไงนะ?

 

                นัตสึ ทำไมผมรู้สึกว่าตั้งแต่ผมกลับมามีคนเรียกแต่ชื่อของผมพูดอย่างอื่นกันไม่ได้หรือไง=_= ผมกะว่าจะตอกกลับคนที่เรียกชื่อผมครั้งล่าสุดกลายกลับกลายเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดบวกกับเป็นมาสเตอร์คนปัจจุบันพ่วงกับเคยเป็นเพื่อนร่วมทีมกับผมนั้นก็คือ เอลซ่า ดีนะที่ผมยังไม่พูดอะไรอย่างที่ผมนึกไม่งั้นแค่คิดก็น่ากลัวแล้วเหอะๆ ผมมองหน้าเอลซ่าใบหน้าของเธอดูแย่มากใต้ตาของเธอมีรอยช้ำแดงๆที่เหมือนจะเกิดจากการร้องไห้ เอลซ่าร้องไห้? ใครทำ? แล้วทำได้ยังไง?

                เอลซ่ามองหน้าผมแล้วยื่นซองกระดาษสีขาวดูท่าทางจะเป็นจดหมายและถ้าผมมองไม่ผิดมันเป็นจดหมายเป็นจดหมายจ่าหน้าถึงผม

 

                มันเป็นของนาย

 

                น้ำเสียงสั่นเครือใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของเอลซ่าทำให้ผมรู้สึกแย่อย่างบอกไม่ถูกผมรับจดหมายจากมือของเอลซ่ามันเขียนจ่าหน้าถึงชื่อของผม เพราะคงไม่มีใครชื่อเหมือนผมอีกแล้วละนะ ผมค่อยๆเปิดซองจดหมายอย่างบรรจงเพื่อไม่ให้กระดาษขาดในซองจดหมายมีกระดาษที่เต็มไปด้วยข้อความมีรอยหยาบเหมือนเปียกอะไรสักอย่างอยู่สองสามรอยบนตัวหนังสือ

 

                นี่มันอะไรกันนี่คือจดหมายจากลูซี่ถึงผม?

 

                ถึงนัตสึ

                ถ้านายได้อ่านจดหมายฉบับนี้นายคงจะกลับมาจากภารกิจแล้วสินะฉันหวังว่านายคงไม่ได้ทำลายข้าวของแล้วก่อความวุ่นวายให้คนอื่นใช่ไหม? และเมื่อนายอ่านจดหมายนี้นั้นก็หมายความว่าฉันไม่ได้อยู่ที่นี้แล้ว ใม่สิหรืออาจจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วก็ได้นะ ฉันรู้ตัวดีว่าตัวฉันในตอนนี้ฉันนั้นอ่อนแอเหลือเกินฉันอยู่ในฐานะจอมเวทไม่ได้อีกต่อไปแล้วเวทมนต์ของฉันมันหมดไปแล้ว ได้โปรดอย่าพยายามตามหาฉันฉันเลือกที่จะเดินทางนี้เลือกที่จะหายไปแทนที่จะเป็นนายนัตสึ

                นี่มันอะไรกัน เสียงของผมเริ่มสั่นมือสองข้างที่จับจดหมายกลายเป็นกำแน่นอย่างไม่เข้าใจความหมายในจดหมายเลยแม้แต่น้อย เธอเป็นอะไรไปไหนบอกแค่ป่วยไงผมยังคงอ่านเนื้อหาบนกระดาษต่อ

 

                ในตอนสุดท้ายของสงครามตัวนายที่ควรจะหายไปแต่ฉันได้พยายามใช้เวทมนต์ที่เหลืออยู่ของฉันยื้อชีวิตของนายแต่กลับไม่ได้ช่วยให้นายฟื้นขึ้นมาเลยฉันจึงใช้ชีวิตของฉันเป็นส่วนทดแทนเวทมนต์ที่ขาดไป นัตสึฉันขอโทษที่ไปทำภารกิจกับนายไมได้อีกแล้วและขอบคุณที่พาฉันมาเจอกับสถานที่ดีๆอย่างแฟรี่เทลสถานที่ที่ฉันคิดว่าเสมือนเป็นบ้านไม่สิเป็นบ้านของฉันเลยตังหาก ได้พามาเจอเพื่อนดีๆที่นี่และความทรงจำมากมาย นายเป็นคนมอบความอบอุ่นที่ขาดหายไปของฉัน อย่าเสียใจไปเลยนะอย่าโทษตัวเองไม่ใช่ความผิดของนายหรอกนะนัตสึ

 

                ฝากกุญแจที่แสนสำคัญของฉันให้กับยูกิโนะด้วยถึงแม้มันจะอยู่กับฉัน ฉันก็คงทำอะไรไม่ได้อีกแล้วฉันเชื่อว่ายูกิโนะจะต้องดูแลทุกคนได้ดีแน่ๆ สุดท้ายแล้วมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างร่าเริงนะนัตสึ :)

                ลูซี่

 

                เปรี้ยงโครม!

                เสียงกำแพงที่แตกละเอียดด้วยกำปั้นของผมหลังจากที่ผมอ่านจดหมายเสร็จแล้วนี่มันเรื่องบ้าอะไรกันลูซี่ตายงั้นหรอ? ตลกแล้วเมื่อคืนผมยังเห็นเธอยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ผมอยู่เลยแถมลูซี่ยังสัญญาว่าจะไปทำภารกิจกับผมหลังที่เธอหายดีแล้วด้วยนะ!

                นัตสึ…” แฮปปี้ที่น้ำตกคลอบินเข้ามาผมทิ้งตัวลงบนหัวของบนอย่างทุกทีเสียงสะอึกสะอื้นของคู่หู่ของผมคงเสียใจไม่ต่างจากผมเป็นแน่

                ได้จดหมายนี่ตั้งแต่เมื่อไร ผมพูดเสียงเรียบไม่ได้ถามใครเจาะจงเป็นพิเศษ

                ตอนประมาณ10โมงค่ะ จูเบียและท่านเกรย์กลับมาจากภารกิจตอนเช้าเลยจะไปเยี่ยมคุณลูซี่ก่อนเข้ากิลด์แล้วก็….” ยังไม่ทันพูดจบเธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างบ้าคลั่ง

                คุณลูซี่ไม่ได้อยู่ที่ห้องฉันเลยพยายามหาจนทั่วแต่ไม่พบเธอ เจอแต่จดหมายสองฉบับกับกระเป๋าที่ใส่กุญแจเทพแห่งดวงดาวของเธอค่ะจดหมายฉบับแรกเป็นของพวกเราทุกคนส่วนอีกฉบับเป็นของคุณที่คุณกำลังถืออยู่

                ฉันจะไปหาลูซี่ ผมเดินออกจากกิลด์โดยมีแฮปปี้บินตามผมมาติดๆ

                หนูไปด้วยค่ะคุณนัตสึ!” เวนดี้ตะโกนบอกผมทำให้ผมชะงักและหยุดเดินผมหันหลังไปมองเพื่อนร่วมทีมของผมดูเหมือนอยากออกไปตามลูซี่เหมือนกัน

                ในฐานะที่ฉันเป็นมาสเตอร์ฉันก็จะไปหาลูซี่ด้วย

                พวกเราหาในบริเวณแมคโนเลียแต่ไม่เจอเลย เสียงของทุกคนดังขึ้นอย่างชัดเจนก่อนที่ผมจะกลับมาถึงทุกคนคงช่วยกันหาแล้ว

                ไปบ้านของลูซี่กัน ทุกคนทำสายตาอย่างไม่เข้าใจมาทางผม

                หมายถึงบ้านจริงๆของลูซี่ที่มีหลุมศพพ่อแม่อยู่ด้วย

                งั้นก็ไปกันเถอะ คาน่า มิร่า ฝากดูแลกิลด์ด้วย!”   เอลซ่ากำชับมิร่าและคาน่า

                ได้จ๊ะมีข่าวอะไรก็ติดต่อมานะจ๊ะ

 

                ผม เอลซ่า เกรย์ จูเบีย เวนดี้ ซาร์ล แฮปปี้ เลวี่และ กาซีลได้เดินทางมาถึงบ้านหรือจะเรียกว่าคฤหาสก็ว่าได้เพราะมันใหญ่มากแต่กลับเงียบเหงาไร้ซึ่งเสียงใดนอกจากเสียงลมที่ปลิวไปตามแรงลมต่างจากกิลด์แฟรี่เทลลิบลับอาจเพราะพ่อแม่ของลูซี่ได้จากไปแล้วทำให้เงียบขนาดนี้ผมเดินมาเรื่อยๆเพื่อไปยังสุสานของพ่อแม่ลูซี่ ผมก็ได้เห็นร่างบางที่แสนคุ้นเคยนั่งพิงป้ายสุสาน ผมสีบบลอนด์ยาวปลิวถึงกลางหลัง ผิวที่ขาดอมชมพูกลับซีดลงอย่างเห็นได้ชัด นั้นลูซี่

 

                ลูซี่!!” ผมตะโกนเรียกเธอ เธอหันมามองตามเสียงของผมเธอดูตกใจมากที่เห็นผมและพวกเอลซ่า

                นัตสึทุกคนแค่กๆ เธอไอออกมาอย่างทรมานทำให้ผมรีบวิ่งเข้าไปหาเธอและประคองตัวเธอเอาไว้ร่างกายของเธอเย็นมากขนาดนี้เลยหรอ

                มาได้ยังไงกัน

                ไม่ต้องมาถามเลยนะเธอตังหากร่างกายของเธอนะ…” เอลซ่าพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเข้ามากอดลูซี่แน่นเหมือนจะกลัวเธอหายไปไหน ทุกคนก็เหมือนกันจริงๆก็รวมถึงผมด้วย

                ร่างกายของฉันถึงขีดจำกัดแล้วละ เธอยิ้มออกมาและพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

                หนูจะช่วยรักษาคุณลูซี่ให้หายให้ได้ค่ะได้โปรดอย่าเป็นอะไรไปเลยนะคะฮึกๆฮืออ เวนดี้กางมือออกทำท่าจะใช้เวทรักษาที่เธอถนัดเพื่อรักษาลูซี่ แต่ลูซี่กลับจับมือสองข้างของเวนดี้เอาไว้เป็นการห้ามเธอไม่ให้รักษา ลูซี่ส่ายหน้าสองสามทีพลางยิ้มไปด้วย

                ผมประคองร่างบางแน่นขึ้นน้ำตาของผมไหลหยดลงบนหน้าของเธอ ทำไมกัน ทำไมต้องเสียสละชีวิตให้คนอย่างฉันกันทำไมถึงปิดเงียบเอาไว้ไม่บอกกันมันต้องมีทางที่จะรักษาไม่ใช่หรือไงกัน!

                นายกอดฉันแน่นเกินไปแล้วนะนัตสึ แค่กๆๆๆๆ ลูซี่ไอออกมาอีกครั้งแต่ว่าคราวนี้กลับมีเลือดสีแดงปนดำออกมาเป็นจำนวนมาก

                ฉันไม่ไหวแล้วละ ฉันไม่คิดว่าจะได้เจอทุกคนในวาระสุดท้ายของฉันเลยนะฮ่าๆ

                ไม่นะ ลูซี่อย่าตายนะฮือออออออออ แฮปปี้เดินไปเกาะเอวของลูซี่ไว้และร้องไห้อย่างหนักลูซี่ใช้มือของเธอลูบหัวแฮปปี้เชิงปลอบใจแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

                “ลูจังไม่นะมันต้องมีทางช่วยลูจังได้สิ

                บันนี่เกิร์ล

                ลูซี่…”

                คุณลูซี่…”

                ทุกคนต่างร้องไห้กันหมดรวมถึงผมด้วยทำไมตัวผมถึงช่วยอะไรเธอไม่ได้เลยละทำไมกันร่างกายของเธอเย็นขึ้นเรื่อยๆ

                ตัวนายอุ่นจังเลยนัตสึ เมื่อได้ยินแบบนั้นผมจึงกอดเธอให้แน่นขึ้นเพื่อแบ่งความอบอุ่นไปยังร่างกายของเธอ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหลับลงช้าๆ

                ไม่นะลูซี่!!!” ทุกคนต่างเรียกลูซี่เมื่อเห็นลูซี่หลับตาและนิ่งเงียบไป

                ทำไมต้องมาตายแทนฉันด้วยยัยบ้า!!!” ผมตะโกนอย่างคนบ้าคลั่งผมไม่รู้จะเอาความรู้สึกของผมไปลงที่ใครได้อีกแล้ว

                นายสำคัญกับฉันนัตสึฉันเห็นนายตายไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ ลูซี่จับแก้มของผมที่เต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความเสียใจ

                ฉันมีความสุขมากแล้วละ ได้โปรด…” มือเล็กที่จับแก้มของผมร่วงหล่นเหมือนไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับน้ำเสียงที่แผ่วเบา

                อย่าร้องไห้เลยนะ เสียงของลูซี่เริ่มจางหายไปช้าๆตัวที่เริ่มอุ่นจากความร้อนที่ผมมอบให้กลับเย็นยะเยือก

                “มะมะ ไม่จริง!” เอลซ่าจับหน้าของลูซี่เหมือนจะปลุกเธอขึ้นมาเธออาจจะแค่ง่วงและพล้อยหลับไปเท่านั้น

                ลูจังอะไรกันฮึกๆ

                “คุณลูซี่…” เวนดี้และจูเบียพูดชื่อของลูซี่พร้อมกันพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

                กาซีลและเกรย์ก็ดูเสียใจไม่แพ้กันแต่ก็ยังคงเก็บอาการทั้งสองคนปลอบสองสาวที่กำลังร้องไห้ไม่ต่างกันผมร้องไห้เหมือนเด็กปล่อยโฮออกมาอย่างหน้าไม่อาย

                เธอจะตายไม่ได้นะลูซี่ ทำไมกันลืมตามาสิฉันยังไม่ได้บอกเธอเลยนะว่าฉันชอบเธอชอบมาตลอด ผมพูดพร้อมเขย่าตัวของร่างบางที่ตอนนี้หลับตาพริ้มทำไมกันทำไมใบหน้าของเธอดูมีความสุขละ ทำไมถึงยังยิ้มอยู่แม้ตัวเธอจะจากไปแบบนี้

                อะไอย์! ลูซี่ไม่เอานะตื่นมาก่อนสิฮือฮืออๆๆๆๆๆ

                ตื่นขึ้นมาเส้ลูซี่!!!!!!!!!!!”


                ฉันไม่ได้ไปไหนฉันยังอยู่กับนาย ในใจนายตลอดไป นัตสึ..

                ไม่ต้องคิดถึงฉันหรอกนะแค่อย่าลืมกันก็พอ อย่าร้องไห้เลยนะ รักนะนัตสึ

 

 

7ปีต่อมา

ร่างกายของหนุ่มหัวชมพูเต็มไปด้วยบาดแผลที่ได้จากภารกิจอันตรายๆแทบทั้งนั้นในตอนนี้ตัวเขาได้เป็นจอมเวทระดับSมาได้5ปีแล้วหลังจากเหตุการณ์อันน่าเศร้าเกิดขึ้นเมื่อ7ปีก่อนทำให้เขาทำภารกิจอย่างหนักเพื่อไม่ให้นึกถึงหญิงสาวคนสำคัญที่จากไปอย่างไม่มีวันกลับมากนัก ทุกคนในกิลด์ต่างเป็นห่วงเขาเป็นอย่างมากถึงแม้เอลซ่าจะพูดตักเตือนว่าให้พักผ่อนบ้างแต่มีหรือคนอย่างเขาจะสนใจ? ไม่มีทาง ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ร้องไห้อีกเลย

นัตสึ พักบ้างเถอะนะ หญิงสาวผมสีขาว ลิซานน่า ที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของหนุ่มหัวชมพูพูดออกมาอย่างห่วงใย เธอไม่อยากให้เขาหักโหมมากนัก ในใจของเธอได้รักนัตสึมานานแต่เธอรู้ว่าใจของเขามีไว้เพื่อลูซี่ไม่ใช่เธอเลยแม้แต่น้อย

ฉันสบายดี อึก!” บาดแผลของเด็กหนุ่มเกิดอาการบาดเจ็บช่วงหลังๆเขาโหมภารกิจมากกว่าเดิมจึงทำให้ร่างกายของเขาทรุดโทรมลงไปอีก ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นได้วิ่งเข้ามาดูนัตสึที่มีท่าทางจะเจ็บปวดมาก

พอเถอะนัตสึพักเถอะนะ ลิซานน่าร้องไห้พลางประคองนัตสึขึ้นมา

ฉันคงจะได้เจอลูซี่แล้วสินะ เด็กหนุ่มยิ้มขึ้นมาและนึกถึงคนที่ตนรักที่จากไปอย่างเสียไม่ได้

นายจะตายไม่ได้นะนัตสึ!” เอลซ่าพูดท้วงขึ้นมาเธอใช้เสียงกระแทกนัตสึเล็กน้อยเชิงว่านัตสึแต่เธอทำได้แค่มองนัตสึที่ร่างกายแย่จนตัวเขาเองก็ทนกับความเจ็บปวดไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

 

ทุกคนในกิลด์ก็รู้ดีว่านัตสึคิดถึงลูซี่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

ฉันรักแฟรี่เทลที่สุดที่ๆฉันจะตายก็ต้องเป็นที่นี้เท่านั้น นัตสึยิ้มมุมปากพร้อมกับจะสั่งเสียทุกคนในนี้

ไม่นะนัตสึจะทิ้งกระผมไม่ได้นะ ไอย์!” แมวสีฟ้าบินมานอนทับอกนัตสึพลางร้องไห้อย่างไม่อายตัวแฮปปี้ที่เสียลูซี่ไปแล้วยังจะต้องเสียนัตสึไปอีกเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้น

นายยังมีชาร์ลและทุกคนอยู่แค่นี้ฉันก็สบายใจแล้วขอโทษนะแฮปปี้ ไม่พูดเปล่าเขาหลับตาอย่างช้าๆเขารู้สึกเหนื่อยมากแล้วตลอดหลายปีมานี้เขานึกถึงหญิงสาวที่เขารักพร้อมยิ้มระบายออกมาอย่างรู้สึกดีใจ

นัตสึ!"

 

 

 

ทุ่งหญ้าเขียวขจีและเต็มไปด้วยดอกไม้สีสันสดใสสายลมอ่อนๆทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัวพร้อมกับลืมตา

ที่นี้มันที่ไหนกัน เปลือกตาของเขาหนักอึ้งทำให้ลืมตาได้ไม่มากนักแต่เขากลับรู้สึกถึงความนุ่มนิ่มบนหัวของเขาเหมือนนอนตักใครสักคน

 

แถมยังเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยอีกด้วย

 

ไม่รอช้าเขาเปิดตากว้างและลุกขึ้นมาเขาได้เห็นใบหน้าของผู้หญิงบนสีบลอนด์ตาสีน้ำอ่อนคล้ายเปลือกไม้นั่งยิ้มให้กับเขา

ทำไมนายถึงตามฉันมาเร็วนักละนัตสึ ใบหน้าที่แสนคุ้นเคยร่างบางที่ก่อนเธอจากไปสีผิวของเธอซีดแต่ตอนนี้กลับขาวอมชมพูดั่งเดิมและไม่ผอมซูบเซียวอีกตังหากเขาเอามือจับที่แก้มของหญิงสาวและกอดหญิงสาวความคิดถึงมาตลอด

นายยังตัวอุ่นเหมือนเดิมเลยนะ ลูซี่กอดนัตสึตอบและแนบแน่นไปด้วยความคิดถึงเช่นกัน

เฮ้ลูซี่! เราไปกันเถอะ นัตสึลุกขึ้นพร้อมดึงมือลูซี่ให้ลุกขึ้นตามหญิงสาวทำหน้าสงสัยพร้อมกับสับสนเล็กน้อยนี่เขาคิดจะไปไหนกัน

จะไปไหนละ ว้ายยย! อย่าดึงสิตาบ้า!”

ฮ่าๆ ไม่เห็นต้องถามเลยไปผจญภัยกันไงละ

นายนี่ไม่เปลี่ยนไปเลยนะ หญิงสาวมองหน้าหนุ่มผมชมพูพร้อมส่ายหน้าอย่าเอือมระอาแต่เธอก็เดินตามเขาไปอยู่ดี

ฮ่าๆเครื่องชักร้อนแล้วสิไปกันเถอะ นัตสึหัวเราะร่าพร้อมหันไปยิ้มยิงฟันให้กับลูซี่ เธอดีใจที่ได้เจอกับเขาอีกครั้งแถมยังได้ผจญภัยพร้อมกับเขาอีก!

อือ! เราจะไปผจญภัยด้วยกันตลอดไปเลยนะ!” เขายิ้มอีกครั้งพร้อมกับจับมือหญิงสาวกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม

 

ชายหญิงที่พลัดพรากจากกันกลับมาเจอกันอีกครั้งและพวกเขาจะเดินไปด้วยกันตลอดไป!

 

 

                

ผลงานอื่นๆ ของ empmy

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 Yumi23 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 13:08
    ม่ายยยยย T^T
    #11
    0
  2. #10 NamPuncH12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 17:07
    ร้องไห้เลย ฮือออ กินใจเรามาก
    #10
    0
  3. วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 19:46
    สุดยอดดดดดดดด อ่านกี่รอบก็สนุก
    #9
    0
  4. #8 KaristaTangngern (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 10:05
    เป็นเรื่องสั้นเรื่องแรกที่ทำต่อมน้ำตาแตกเลย
    #8
    0
  5. วันที่ 13 มีนาคม 2560 / 22:34
    สายดาร์ก จบแบบนี้ เรานี้ร้องไห้โฮเลยนะ สุดยอด เหมือนต่อจากเนื้อเรื่องในมังงะเลยค่ะ ตอนนี้เรารู้สึ ปวดตับมาก
    #7
    0
  6. #6 SMMimoji (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:33
    เศร้า จบดีมากค่ะ TT
    #6
    0
  7. วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:33
    ประทับใจมากคะ ขอบคุณนะคะที่แต่งให้อ่านTOT
    #5
    0
  8. #4 t10041998 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:12
    ซึ้งอ่ะ
    #4
    0
  9. #3 jar17layto (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:35
    ซึ้ง
    รักเลย
    #3
    0
  10. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:54
    พีคมากกกกก
    #2
    0
  11. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:21
    อินมากกคร้าา T?T
    #1
    0