ตอนที่ 5 : ต้องทำยังไงถึงจะหล่อในสายตาเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61

       เทียมฟ้าเผลอคิดไปว่าเธอช่างฉลาด แต่คงไม่ใช่แล้วมากกว่า เขาคว้าหญ้าจากมือเธอมาป้อนใส่ปากม้า มันรับไปเคี้ยวหงับแถมยังยื่นหน้ามาขอเพิ่ม ดูท่าจะเป็นม้าตัวเมีย ขนาดม้ายังหลงเสน่ห์ความหล่อของชายหนุ่ม แต่มันมีอะไรผิดปกติกับหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเขากันแน่นะ

       “นี่แจ๋น เธอไม่เห็นอะไรบนหน้าฉันเลยเหรอ”

       เธอจ้องเขา

       “อะไรเหรอคะ หรือคุณชายเปลี่ยนคอนแทคเลนส์สีใหม่ หรือว่าทรงผมใหม่ แจ๋นตามเทรนด์ไม่ทันหรอกค่ะ”

       “ไม่ใช่” ให้ตายสิ เธอไม่เห็นความหล่อเต็มพื้นที่หน้าเขาเลยหรือไงนะ แจ๋นยังคงมองเหมือนเธอมองม้าตัวนี้ไม่มีผิด ด้วยสีหน้าเรียบเฉยปานกามตายด้าน

       “อ้าว น้องแจ๋น แฟนมาช่วยเหรอ พี่กินข้าวเสร็จแล้วละ เหนื่อยไหมจ๊ะ” เจ้าของม้าอิ่มพุงกาง เดินแอ่นพุงมาในร่างผิวสีเดียวกัน

       “พี่แดง ไม่เหนื่อยจ้ะ สนุกดี ให้แจ๋นทำต่ออีกหนึ่งชั่วโมงได้ไหมคะ เดี๋ยวช่วยเรียกลูกค้าให้ด้วย พอดีแจ๋นหาเงินค่ารถรับจ้างน่ะค่ะ”

       “เป็นแฟนกันทำไมไม่ช่วยกันล่ะ หน้าตาก็ดี เกาะเมียกินเหรอน้อง”

       แม้ขนาดเจ้าของม้ายังชมว่าเขาหล่อเหมือนนายแบบ ถึงจะลงท้ายด้วยการด่าเพราะเข้าใจผิดก็ตามที เขาอธิบายไปว่ารถจอดรออยู่ที่ปั๊ม แต่อีกฝ่ายก็ไม่มีทีท่าว่าจะเชื่อ

       “คนเรามันไม่ได้วัดกันที่หน้าตาหรอกนะน้อง ต่อให้หล่อแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีปัญญาทำมาหากิน มันก็เอาตัวไม่รอดหรอก”

       รถตู้เลี้ยวกลับมารับพวกเขายังรีสอร์ท เพราะเห็นว่าเทียมฟ้าหายไปเกือบชั่วโมงแล้วจนผู้เป็นมารดาเริ่มเป็นห่วง

       “นั่นไงคะคุณแม่ พี่เทียมฟ้ากำลัง... อี๋ ป้อนอาหารม้าเหรอ”

       ดวงมณีเห็นบุตรชายช่วยแจ๋นให้อาหารสัตว์ก็ตกตะลึง เป็นภาพน่าประทับใจที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่หมาแมวที่บ้าน เขายังไม่เคยให้มันกินอะไรเลยสักคำ แต่นี่ เพราะแจ๋น เขากำลังมีเมตตาต่อสรรพสัตว์ เธอรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวของเทียมฟ้า แม้จะน้อยนิด แต่ก็เป็นการเริ่มต้นที่ดี

       “พวกนักข่าวไปกันหมดแล้ว เราลงไปเรียกพี่เขามาขึ้นรถเถอะ”

       รุ้งพราวไม่อยากลงไปให้เหนียวตัวเลย แดดร้อนจัด แต่ก็ไม่อาจขัดใจมารดาได้ เพราะตั้งแต่เทียมฟ้าจมทะเล ฟื้นขึ้นมา ก็ราวกับเอามารดาคนเก่าไปเซ่นแก้บน ดวงมณีเปลี่ยนไป มารดาไม่เคยดุเธอเลยสักครั้ง กระทั่งวันที่แจ๋นกลายเป็นเจ้าสาวของพี่ชาย เธอต้องหาความจริงให้ได้ว่าอีกฝ่ายเล่นคุณไสยอะไรหรือเปล่า มารดาถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

       “พี่เทียมฟ้า”

       “รุ้ง” เขาดีใจมากที่ได้เห็นน้องสาว และพาหนะเลอค่าที่จะทำให้เขาหลุดจากฝันร้ายตรงนี้ได้เสียที ชายหนุ่มเลิกป้อนอาหารทันใด แต่ม้ายังเดินตามเขามาด้วย

       “ไป๊ ชิ้วๆ มาทำไม กลับไปสิ แจ๋น เธอมาเอาม้ากลับไปที”

       “สงสัยม้าตัวนี้จะหลงเสน่ห์พี่แล้วสิคะ” น้องสาวแซว แต่ก็รีบเดินกลับเพราะกลัวหน้าโดนแดดมากเกินไป

       “แจ๋น เธอทำอะไรอยู่ ฉันบอกให้มาช่วยฉันเร็วเข้า”

       “มันคงยังหิวน่ะค่ะ แจ๋นรับเงินชั่วโมงแรกมาแล้ว”

       “แต่นี่มันก็เลยเวลาไปแล้วไม่ใช่เหรอ เลิกทำได้แล้ว” เขาขึ้นไปหยิบกระเป๋าเงินมายัดธนบัตรสีเงินใส่มือเจ้าของม้าที่ยิ้มกว้าง พร้อมกับขอหญ้าคืนจากแจ๋นทันที และพาม้าตัวนั้นเดินจากไป

       “ขึ้นรถสิ โอ๊ย เหม็นเหงื่อชะมัด ไปนั่งให้ไกลฉันเลยนะ โน่น ขึ้นไปข้างหลังเลย” เขาไล่เธอไปนั่งหลังสุด แต่กลิ่นก็ทำเอาทั้งรถแทบเป็นลม รุ้งพราวรีบฉีดน้ำหอม แต่ทำให้กลิ่นยิ่งตีไปกันใหญ่ คนขับจึงเปิดหน้าต่างระบายสักพัก แล้วค่อยปิดดังเดิม

       “เหม็นมือชะมัด แวะปั๊มหน่อยนะ ฉันจะล้างมือหน่อย แวะซื้อสบู่ล้างมือด้วย”

       ความเรื่องมากของคุณชายแซงหน้ารุ้งพราวไปแค่นิดเดียว ดวงมณีชินแล้วกับความเอาแต่ใจของบุตรชาย แต่เธอก็เห็นด้วยว่าควรแวะสักหน่อย อย่างน้อยให้แจ๋นได้ล้างหน้าล้างตา

       รถแวะจอด คุณนายให้คนขับรถไปซื้อโรลออนระงับกลิ่นกายมาให้แจ๋น พร้อมกับน้ำดื่มเย็นๆ

       “รุ้งหิวจังเลยค่ะคุณแม่ นี่บ่ายสองแล้ว รุ้งปวดท้อง”

       “จริงด้วย เรามีโรคประจำตัวเป็นโรคกระเพาะนี่ แถวนี้มีร้านอาหารไหมนะ”

       “เดี๋ยวรุ้งลองหาจากแผนที่กูเกิ้ลดูก่อนค่ะ”

       พอหาดูก็ต้องถอดใจ ร้านอาหารแถวนี้ไม่มีเลยเพราะขับเลยมาแล้วค่อนข้างไกล กว่าจะไปถึงสักร้านก็ต้องใช้เวลาถึงสี่สิบนาที

       “เมื่อกี้ตอนขามา แจ๋นเห็นมีร้านส้มตำก่อนถึงปั๊มค่ะคุณนาย เอาร้านนี้ไหมคะ”

       “แกจะบ้าเหรออีแจ๋น เกิดมาฉันเคยนั่งร้านข้างทางที่ไหน” รุ้งพราวไม่ชอบร้านอาหารริมถนนเพราะคิดว่าสกปรก

       “ส้มตำเหรอ แล้วมีอะไรอีก”

       “น่าจะมีอาหารตามสั่งด้วยนะคะ อิชั้นก็เห็นค่ะ เลยมาแค่นิดเดียวเอง” ป้ามะลิเสริม

       “เอาร้านนี้ไหมลูก ไม่งั้นอีกไกลนะ ถ้าโรคกระเพาะกำเริบจะทำยังไง”

       “ไม่เอาค่ะ รุ้งยอมปวดท้อง แต่ไม่ยอมกินร้านนี้เด็ดขาด”

       “แต่ท่าทางทำอร่อยนะคะคุณรุ้ง ไม่ลองหน่อยเหรอคะ” แจ๋นเชิญชวนชิม แต่คนถูกชวนหน้าโยนบุญทิ้งเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่บอกบุญไม่รับ

       กระเพาะของแจ๋นดังประท้วง เทียมฟ้าได้ยิน ไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่ามาจากไหน แม้ป้ามะลิเป็นแม่บ้าน ก็ยังไม่เคยทำกิริยาน่าชังมาก่อน ในตระกูลมณีวัชรนาถมีอยู่เพียงคนเดียวที่เป็นกาในฝูงหงส์

       “ขอโทษค่ะ แจ๋นยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า มันเลยดังไปหน่อย แหะๆ”

       คุณนายสงสารสาวน้อย เพราะเธอรับหน้านักข่าวให้พวกเขาได้ขึ้นรถมาก่อนอย่างไม่ต้องวุ่นวายกับนักข่าวอีก ดวงมณีจึงสั่งให้คนขับรถกลับไปยังร้านอาหารริมถนนดังกล่าว

       “ไม่เอานะคะคุณแม่ รุ้งไม่กิน ยังไงก็ไม่กิน”

       “เราไม่กินก็เรื่องของเรา แต่แจ๋นหิวแล้ว แม่ก็หิวด้วย ป้ามะลิก็หิวเหมือนกันใช่ไหม”

       “ค่ะคุณนาย”

       “งั้นรีบกลับรถ”

       “คุณแม่จะไม่ถามผมหน่อยเหรอครับ ว่าผมอยากกินร้านนั้นด้วยหรือเปล่า”

       ดวงมณีเลี้ยงลูกมาผิดวิธีจริงๆ เธอเอือมระอาที่จะต้องมาดัดไม้เอาตอนแก่

       “ใครไม่กินก็นั่งมองคนอื่นเขากินแทนก็แล้วกัน กลับรถ!

 

*      *      *      *

 

       รุ้งพราวจ้องแจ๋นด้วยสีหน้าจะกินเลือดกินเนื้อ แต่สาวเจ้าไม่ต้องกางเมนูเหมือนคนอื่น ก็สั่งได้อย่างคล่องแคล่วปานเป็นเจ้าของร้านเสียเอง

       “ต้องกินกับไก่ย่างค่ะคุณนายถึงจะแซบ ร้านนี้มีน้ำจิ้มเผ็ดด้วย ป้าเอาตับหวานกับลาบเลือดด้วยไหมจ๊ะ เธอหันไปถามป้ามะลิ ส่วนเทียมฟ้าทำท่าจะอาเจียนเมื่อได้ยินรายการที่เธอสั่ง

       สองพี่น้องยังคงนั่งนิ่งด้วยสังคมก้มหน้า คุณนายไม่แน่ใจว่าจะทานอะไรดี เธอมองรายการอาหารตามสั่ง ที่พอจะคุ้นหน่อยก็คงจะเป็นกะเพราไก่ไข่ดาว

       “ไม่สั่งเหรอ รุ้งพราว เทียมฟ้า”

       “ไม่ค่ะ” รุ้งพราวยืนยัน

       “ตามใจ แล้วเทียมฟ้าล่ะ”

       “ผมไม่รู้จะกินอะไรเป็นในร้านนี้”

       ดวงมณีส่ายศีรษะ ถ้าวันหนึ่งครอบครัวเกิดล้มละลายขึ้นมาเหมือนในหนัง เธอเดาได้เลยว่าสองคนนี้คงต้องอดตายอยู่ข้างทางเป็นแน่ เธอจึงชี้สั่งข้าวผัดเผื่อลูก พร้อมกับต้มยำกุ้ง

       หลังจากอาหารมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมจนคุณนายพอใจ ยิ่งไปกว่านั้นรสชาติก็ถูกปากมาก ทุกคนรับประทานอย่างเอร็ดอร่อย แต่รุ้งพราวรังเกียจที่ต้องร่วมโต๊ะกับแจ๋น จึงบอกให้แยกเป็นสองโต๊ะ ทางโต๊ะของแจ๋นจึงมีอาหารอีสานหน้าตาน่าทานหลากหลาย มากกว่าโต๊ะของคุณนายที่มีเพียงอาหารตามสั่ง

       “แม่สั่งข้าวผัดมาให้ รีบกินสิรุ้ง เดี๋ยวปวดท้อง”

       “รุ้งไม่กินค่ะ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่กิน ขืนกินไป ท้องไส้พังกันพอดี” เธอเอาแต่เล่นมือถือ

       ผู้เป็นมารดาจึงไม่สนใจอีก และหันไปถามบุตรชายบ้าง แต่พอเห็นไปก็ต้องแอบยิ้ม เทียมฟ้าเอาแต่มองแจ๋น สลับไปมากับอาหารอีสานอย่างอยากรู้อยากเห็น

       “ถ้าอยากกิน ก็ไปนั่งร่วมกับโต๊ะแจ๋นสิลูก”

       “ไม่เอาหรอกครับ พวกนั้นไม่ใช้ช้อนกลางกันด้วยซ้ำ แต่ผมแค่อยากรู้ว่ารสชาติมันเป็นยังไง”

       คุณนายจึงให้แจ๋นสั่งมาให้อย่างหนึ่งที่เทียมฟ้าพอจะทานได้ แจ๋นจึงสั่งไก่ย่างพร้อมน้ำจิ้ม และข้าวเหนียวให้เขาอีกชุด เมื่อมาถึง ชายหนุ่มก็ลองเปิบพิสดารดูสักครั้ง เพราะท่ากินของหญิงสาว มันทำให้เขากลืนน้ำลายไปหลายรอบ

       “เอ๊ะ อร่อย” เขาแปลกใจที่อาหารริมถนน อร่อยกว่าอาหารในภัตตาคารบางประเภทเสียอีก

       “ไหนแม่ลองชิมบ้าง” คุณนายก็เริ่มติดใจ และอยากลองเมนูอื่นดูบ้าง แต่แจ๋นก็เตือนว่าอย่าทานเยอะนัก เพราะยังไม่ชินกับรสเผ็ดเกินไป อาจจะท้องเสียเอาได้ จึงสั่งลาบ น้ำตกที่ไม่เผ็ดให้แทน

       เขาถามข้ามโต๊ะ “นี่แจ๋น เธอทำไอ้นี่เป็นหรือเปล่า” เขาชี้มายังน้ำตกคอหมูย่างที่จานของตัวเอง”

       “อ๋อ เป็นสิคะ”

       “ไว้พรุ่งนี้ทำให้ฉันกินหน่อยนะ ฉันชอบ รสแปลกดี”

       “ได้เลยค่ะคุณชาย”

       ดวงมณีก็ติดใจอาหารอีสานเข้าเสียแล้ว เธอเคยเห็นป้ามะลิซื้อเข้าบ้านบ่อยครั้ง แต่กลิ่นฉุนจนเธอรับไม่ได้ และบอกให้ไปทานไกลๆ อยู่บ่อยครั้ง ทว่า พอวันนี้ได้มีโอกาสลิ้มรสก็เกิดติดใจขึ้นมา

       “รุ้งไม่ทานหน่อยเหรอลูก”

       บุตรสาวยังคงยืนยันคำเดิม เธอไม่แตะอะไรเลยสักคำเดียวแม้แต่น้ำดื่ม กระทั่งถึงเวลาเช็คบิล

 

       ระหว่างทาง รุ้งพราวปวดท้องหนัก เธอบิดตัวไปมาจนเริ่มทนไม่ไหว ใบหน้าก็ซีดลงเรื่อยๆ แจ๋นเห็นว่ารุ้งพราวยังไม่ได้ทานอะไร และข้าวผัดก็เหลือเต็มจาน จึงให้ทางร้านห่อเอาไว้ให้และเอาขึ้นรถ เผื่อว่าอีกฝ่ายจะหิวกลางทาง

       เธอรู้นิสัยของรุ้งพราวดี จึงแกล้งวางไว้ข้างๆ ที่นั่งของอีกฝ่าย รุ้งพราวได้กลิ่นข้าวผัดก็มองไปแล้วต้องประหลาดใจ เธอหันรีหันขวาง เห็นว่าคนในรถหลับใหล จึงแง้มกล่องโฟมขึ้น สูดกลิ่นหอมของอาหารพลางคว้าช้อนขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้

       “ช่วยไม่ได้”

       แจ๋นราดพริกน้ำปลาเตรียมไว้ให้พร้อม เพราะรู้ว่ารุ้งพราวคงไม่ยอมให้มือที่ทำเล็บต่อเปื้อน รสอร่อยทำให้รุ้งพราวตักใส่ปากเต็มคำ แม้จะมีกลิ่นน้ำปลาเต็มรถ แต่ผู้เป็นมารดาก็ยิ้มทั้งหลับตา พร้อมกับนึกขอบคุณแจ๋นในใจ เธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดว่าสาวน้อยปิดทองหลังพระอย่างไรบ้าง

       ส่วนเทียมฟ้าก็หลับสนิทด้วยความอ่อนเพลีย แต่สะดุ้งตื่นมาเพราะไลน์ตอบจากเพื่อนสนิท เขาถามนธีไปว่า

       ต้องทำยังไงให้ผู้หญิงคนนึงเห็นว่าตัวเองหล่อ

       เพื่อนของเขาส่งสติ๊กเกอร์เป็นรูปเหวอกลับมา พร้อมกับบอกว่า

       มีด้วยเหรอวะ คนที่ไม่เห็นความหล่อของนาย

       มีสิ คนใช้ที่บ้าน

       ขาวสวยหมวยเอ็กซ์เหรอ

       เปล่า ดำอย่างกับผีเข้า

       นธีออกความคิดเห็น แล้วแกจะแคร์ทำไมวะ ทำไมต้องหล่อให้เขาเห็น

       มันหงุดหงิด แกมีวิธีไหม ช่วยคิดหน่อย

       อืม... งั้นเอางี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #9 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 22:06
    นั่นสิ จะแคร์ทำไม555
    #9
    0