O.V.E.R.L.O.A.D วันหนึ่ง... ฉันเป็นวายร้าย (จบ)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 348,331 Views

  • 8,455 Comments

  • 10,325 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,141

    Overall
    348,331

ตอนที่ 33 : (3) บทที่ 27 : มิตรภาพแปลกๆ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12587
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1210 ครั้ง
    22 เม.ย. 61


บทที่ 27

มิตรภาพแปลกๆ








ในที่สุดมื้อเที่ยงที่แสนอึดอัดก็มาถึงจนได้


ตอนนี้ฉัน พี่โอเรน อันเซล จูเนียร์ และแขกรับเชิญอย่างอีวานนั่งพร้อมหน้ากันอยู่ที่โต๊ะอาหารในร้านอาหารธรรมดาแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าอีวานจะเป็นถึงคุณชายผู้มาจากตระกูลผู้ดีแห่งประเทศแอสคิวเนีย แต่ดูเหมือนพี่โอเรนจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องนั้นสักเท่าไหร่ จึงจงใจเลือกร้านอาหารที่แม้แต่แอร์ยังไม่มี


ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเราตกลงว่าจะกินมื้อเที่ยงกันที่ภัตตาคารอาหารนานาชาติแท้ๆ แถมฉันก็คิดเมนูไว้หมดแล้วด้วย แต่อยูๆ พอมีอีวานมาเป็นแขกก็เปลี่ยนร้านเสียอย่างนั้น


ฉันอยากจะร้องไห้ที่อดกินอาหารที่คิดในหัว


เฮ้อ...


ช่วยบอกทีว่าพี่ชายไม่ได้กำลังทดสอบว่าที่น้องเขยหรืออะไรเทือกนั้นอยู่? 


ทว่าอีวานก็ช่างรู้งานจนน่านับถือ เขาไม่โวยวายอะไรเลยสักคำเมื่อได้มาทานอาหารในร้านธรรมดาข้างทาง แถมยังทำตัวเข้ากับร้านอาหารได้อย่างแนบเนียนอีก ทั้งที่ตัวเองถูกเลี้ยงดูบนกองเงินกองทองมาตลอดแท้ๆ


แต่ฉันว่านะ... ที่เขาทำตัวเนียนได้ขนาดนี้ อาจเป็นเพราะเขาไม่ใช่คุณชายโดยกำเนิด จึงไม่ได้รู้สึกว่าการทานอาหารในร้านที่มีคนพลุกพล่าน และไม่มีความเป็นส่วนตัวแบบนี้เป็นเรื่องแปลก


ตามประวัติอีวานเป็นเด็กกำพร้า ทว่าความด้วยสามารถของเขาดันไปถูกตาต้องใจรัฐมนตรีแห่งประเทศแอสคิวเนียเข้า สุดท้ายตระกูลผู้ดีโอดอนเนลล์ที่ไม่มีทายาทก็รับเขาไปเลี้ยงดูอย่างดี จนเขาเติบโตมาอย่างน่าภาคภูมิใจ และกลายมาเป็นอีวาน โอดอนเนลล์ว่าที่ฮีโร่แสนดีในอนาคตอย่างนี่เห็น


อนาคตของเขาคือเส้นทางแห่งความสว่างที่น่าภาคภูมิใจ


แตกต่างจากเส้นทางของครอบครัวฉันลิบลับ...


กลับมายังสถานการณ์ตรงหน้า ในช่วงเที่ยงแบบนี้ ร้านอาหารทั่วไปคนเยอะคึกคัก พลุกพล่านจนเรียกว่าเสียงดังอื้ออึง ทว่าบรรยากาศที่โต๊ะอาหารของพวกเรากลับดูเคร่งเครียดแปลกๆ


                อีวานคีบน้ำแข็งใส่แก้วพร้อมรินน้ำให้ทุกคนอย่างมีน้ำใจที่น่านับถือ แต่ก็ยังโดนสายตาของสามหนุ่มแห่งบ้านเดอ เซกอลมองจนตัวแทบทะลุอยู่ดี


พี่โอเรนนั้นมาในแนวเคร่งขรึมเหมาะสมกับการเป็นพี่ใหญ่ สายตาที่แสนเฉียบคมคู่สวยของพี่เขาพยายามมองหาข้อเสียของอีวาน จับผิดนิสัยที่ดีเกินเหตุของเขาว่าเสแสร้งหรือไม่ ซึ่งทำไปทั้งหมดก็เพื่อความปลอดภัยของน้องสาวนั่นเอง


                พี่โอเรนไม่เคยเจออีวานตัวจริงมากก่อน จึงไม่ค่อยไว้วางใจท่าทางแสนสุภาพของเขา


                ทางด้านจูเนียร์ เจ้าหนูขาวนั่งจ้องอีวานเขม็ง สีหน้านิ่งจนเดาอารมณ์ไม่ค่อยถูก เขายิ่งแต่เป็นพวกเข้าหาคนไม่ถูกวิธีอยู่ด้วย สายตาของเขาจึงทำเอาใจฉันเสียววาบๆ ด้วยกลัวเหลือเกินว่าน้องน้อยจะทำเรื่องวุ่นขึ้นอย่างเช่นจับอีวานไปแล่เนื้อ


แต่น้องจูคงไม่ทำหรอก เพราะเขาโดนเทรนมาเยอะพอสมควรแล้ว


                ส่วนอันเซลเพื่อเก่าเพื่อนแก่กับอีวาน คนที่เคยบอกฉันว่าอีวานเป็นคนดีเมื่อก่อน มาตอนนี้กลับนั่งจ้องอีวานเหมือนอีวานเป็นศัตรูที่แสนชั่วร้ายไปเสียแล้ว


นี่ขนาดคนเคยอาบน้ำด้วยกันนะ...


ระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ ทุกอย่างก็ดูเงียบไปหมด ยกเว้นเสียงคนโต๊ะอื่นที่ดังระงม แต่ไม่นานนักพี่โอเรนก็เริ่มต้นบทสนทนา เพื่อให้ทุกอย่างดูเหมือนการทานอาหารเที่ยงมากขึ้น


พี่เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงปกติเหมือนตอนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ อีวาน สามปีที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้าง ฉันเคยได้ยินจากน้องสาวมาบ้างว่าด้วยหน้าที่และชาติตระกูล ทำให้ไม่ค่อยมีใครกล้าสนิทสนมกับเธอ


ฉันฟังแล้วก็ต้องเบิกตากว้างด้วยนึกไม่ถึงว่าพี่โอเรนจะจำเรื่องนี้ได้


สมกับเป็นมนุษย์พี่ชาย...


พี่โอเรนจำเรื่องเล็กน้อยที่ฉันเคยเล่าให้ฟังหมดเลย แม้มันจะผ่านมา 3 ปีกว่าแล้วก็ตาม


อีวานยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบอย่างสุภาพว่า ตอนนั้นก็คิดว่าทุกอย่างมันแย่ครับ แต่พอได้โตขึ้น มองเห็นหน้าที่ของตัวเองในอนาคต ก็พยายามหาทางรับมือกับหลายเรื่องได้มากแล้วครับ


เข้าใจจุดยืนของตัวเอง ตอนนี้ก็เลยใช้ชีวิตได้ปกติสินะ


ใช่ครับ เขาตอบแล้วก็หันมามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปหาพี่โอเรนแล้วพูดว่า คาริน่าเป็นคนที่ช่วยให้ผมเข้าใจคำว่ามิตรภาพ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ เธอก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่เคยทำเหมือนผมเป็นคนสูงศักดิ์ที่ต้องวางตัวเวลาคุยด้วย แถมยังคุยกับผมโดยไม่หวังผลประโยชน์อะไร ความจริงใจและน้ำใจของเธอช่วยให้ผมผ่านเรื่องยากหลายเรื่องในช่วงที่ผ่านมา ทุกอย่างก็เลยง่ายขึ้นสำหรับผม ต้องขอบคุณน้องสาวของพี่ชายจริงๆ


ฉันฟังแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้า


ที่นายพูดมันไม่เหมือนมิตรภาพ... มันเหมือนรักระยะไกลที่แม้แต่เวลายังไม่สามารถแยกจากกันได้!


พี่โอเรนหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะถามออกมาตรง ๆ ว่า แล้วที่เคยโทรคุยกัน 3 ชั่วโมงนี่... คิดแค่เรื่องมิตรภาพนั่นรึเปล่า


เมื่อคำถามนั้นถูกเอ่ยออกไป สายตาทิ่มแทงและสายตารอคำตอบจากสามพี่น้องก็จ้องไปยังอีวานนิ่งเป็นเป้าเดียว


ว่าที่ฮีโร่หนุ่มยิ้ม ก่อนจะตอบอย่างตรงไปตรงมาด้วยความสัตย์จริงว่า ผมคิดแค่เรื่องของคาริน่าและมิตรภาพที่เธอมอบให้ครับ


คำพูดซับซ้อน ตีความได้หลายอย่างดีแท้...


จากนั้นบรรยากาศบนโต๊ะก็น่าอึดอัดมากขึ้น พี่โอเรนไล่ถามทุกอย่างเกี่ยวกับอีวาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอนาคต ชีวิตความเป็นอยู่ หรือแม้แต่ประวัติการเรียน เรียกว่าเหมือนการสอบสวนเลย แถมอันเซลกับจูเนียร์ก็ยังคอยช่วยเป็นฉากกดดันให้อีวานสารภาพมาทุกอย่างมาอีก เรียกว่าร่วมมือกันดีเกินไปแล้ว


พี่น้องฉันนี่หวงโอเวอร์จริงๆ


คือ...


นี่ขนาดอีวานยังไม่ออกตัวแรงว่าจีบฉันเลยนะ แต่พากันสกัดดาวรุ่งข่มขวัญให้กลัวไว้ก่อนเลย


ทางด้านอีวานนั้นดูเหมือนจะไม่วิตกกังวลอะไรเลยทั้งสิ้น ไม่รู้ว่าถูกฝึกให้รับมือกับความกดดันมาดี หรือตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์อะไรอยู่


สุดท้ายคิดไปคิดมา ฉันดันกลายเป็นคนที่คิดมากและกินข้าวได้น้อยที่สุดซะงั้น


เฮ้อ...


งั้นไม่คิดอะไรดีกว่า ปล่อยไปเถอะ


ฉันนั่งกินข้าวไปเพลินๆ ปล่อยให้พวกหนุ่มๆ เขาคุยกันไปตามสบาย เวลาผ่านไปเรื่อย จนในที่สุดมื้ออาหารแปลกประหลาดก็จบลง


พวกฉันต้องแยกกับอีวาน เพราะต้องการเวลาส่วนตัวภายในครอบครัว ทำให้พอไปรับชุดเครื่องแบบก็ถึงเวลาที่ต้องแยกกันไปคนละทาง


เหล่าพี่น้องงานดีจึงปล่อยให้ฉันบอกลาอีวาน ทว่าก็ยังแอบมาสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่าง


พวกเขาหวงฉันจริงๆ นะนี่...


แต่ถึงการกระทำของพวกเขาจะดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็เข้าใจดีว่าพี่น้องคนดีทำไปทั้งหมดก็เพราะรักฉัน ดังนั้นฉันจึงไม่ได้รู้สึกว่าการหวงของเขามันน่ารำคาญแต่อย่างใด


ตรงกันข้ามฉันแอบดีใจลึกๆ นะ


ฉันหันมองอีวานที่กำลังจะเดินจากไปคนละทาง เพื่อไปรายงานตัวที่อคาเดมี่ซีโร่ ก่อนจะจากกัน ฉันก็อดถามเขาไม่ได้ว่า ที่สามารถยิ้มหน้าแป้นแล้นได้ในสถานการณ์อึดอัดบนโต๊ะอาหารเมื่อกี้ เขาทำได้ยังไง


ก็เกือบไม่รอด ต้องใช้ความพยายามมากทีเดียว


ฉันเลิกคิ้ว แสดงว่าเมื่อกี้ก็กลัว?”


กลัวสิ เขาตอบแล้วก็ยิ้มๆ พี่น้องเธอน่ากลัวมาก พวกเขาหวงเธอสุดๆ คงกลัวฉันจะพาเธอไปทำเรื่องไม่ดี แต่ฉันก็พยายามจะชนะใจพวกเขาให้ได้แล้วกันนะ


แบบนี้นี่เอง เขาก็กลัวเป็นเหมือนกันสินะ


แต่...


เดี๋ยวนะ?


คำพูดเมื่อกี้มันส่อไปในความหมายแปลกๆ


ฉันขมวดคิ้วมุ่นในความหมายของประโยคสุดท้าย ก่อนจะถามออกมาว่า ชนะใจพวกเขา... ทำไม? นายไม่ต้องทำก็ได้นะ


ไม่ต้องเป็นคนดีขนาดนั้นก็ได้...


ก็... เขาพูดแล้วก็ยิ้มให้ฉันแบบอ่อนโยนตามแบบฉบับฮีโร่ ปกติในเกมเขายิ้มยาก แต่บอกแล้วว่าเวลาอยู่กับฉัน เขามักจะเปิดเผยตัวตนอีกด้านหนึ่งให้เห็นได้ง่าย และรอยยิ้มแบบนี้ฉันก็เคยเห็นบ่อยตอนเล่นเกม


เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพื่อสนิทกับเธอมากขึ้น ฉันก็ต้องผ่านด่านครอบครัวของเธอไปก่อนไง


หยุดดดด


แค่เพื่อนไม่จำเป็นต้องขนาดนั้น!


ฉันรีบโบกมือไปมา แล้วพูดยืนยันว่า แค่เป็นเพื่อนกันน่ะ ไม่ต้องพยายามขนาดนั้นหรอกน่า มันไม่จำเป็น


ไม่ได้หรอก ก็เธอเป็นเพื่อนคนสำคัญของฉันนี่


ฉันกอดอก ก่อนจะถอนหายใจกับความอีวาน อย่าพูดโอเวอร์ไปน่าอีวาน ฉันกับนายเราก็ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น นับๆ รวมเวลาที่พวกเราเคยคุยกันต่อหน้าแบบนี้ก็แค่ 8 วันเองนะ


แต่เธอเป็นเพื่อนคนเดียวที่คุยกับฉันแบบนี้ เขาพูดแล้วก็เหม่อไปสักพัก ดูเหมือนเขาก็ยังดูเหงาอยู่เหมือนเดิม แม้จะบอกพี่โอเรนไปว่าเขาชินกับชีวิตแบบนี้แล้วตาม


เขานี่มันสมแล้วที่เป็นฮีโร่ ซ่อนความเจ็บปวดของตัวเองเก่งจริง ปากก็บอกว่าชิน ทำใจได้กับชีวิตแบบนี้ แต่ที่จริงก็เหงา โดดเดี่ยวจะตายอยู่แล้ว!


สมกับความอีวาน...


ฉันไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่รอฟังเขาพูดต่อไป


เขามองฉันก่อนจะพูดต่อ เธออาจไม่รู้นะคาริน่า แต่เธอเป็นเพื่อนคนเดียวที่ฉันติดต่อตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา คนที่เหลือรู้จักกันแต่ก็ห่างเหิน พวกเขาส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าเข้าหาเพราะกลัวโดนคนในครอบครัวฉันกีดกันแล้วเกิดเรื่อง ส่วนคนที่กล้าเข้าหาหน่อยก็คิดจะหวังผลประโยชน์จากฉัน หรือไม่อย่างนั้นก็เป็นพวกที่เห็นฉันเป็นคู่แข่งไปเลย สุดท้ายฉันก็ไม่ค่อยอยากสนิทกับคนพวกนั้น พอโตขึ้นก็ห่างหายกันไปเลย


ชีวิตอีวานนี่เหมือนเจ้าหญิงบนหอคอยในนิทานเลยนะเนี่ย...


ตระกูลโอดอนเนลล์มีอีวานเป็นทายาทคนเดียว ดังนั้นอย่าให้พูดเลยว่าพวกเขาห่วงลูกชายบุญธรรมที่น่าภูมิใจคนนี้ขนาดไหน ฉันพอได้ยินข่าวลือมาบ้างว่าพ่อแม่ของเขาค่อนข้างเข้มงวดเรื่องเพื่อนที่จะเข้ามาคบหากับอีวานมาก เพราะกลัวเสียหายเรื่องชื่อเสียง จนถึงขั้นต้องจ้างคนมาเป็นเพื่อนเขา สุดท้ายเขาคงรู้สึกอึดอัดกับเรื่องนี้ จึงเลือกติดต่อฉันที่เป็นเพื่อนทางไกลแทนมีเพื่อนใกล้ตัว


พอนึกดูดีๆ ตอนแชทกันก็เหมือนเขาเคยบ่นๆ ให้ฟังบ้างเหมือนกัน...


เขาพูดต่อไป เอาจริงๆ ก็ดูเหมือนเธอจะเป็นเพื่อนคนเดียวที่ฉันสนิทด้วยมากที่สุด และเป็นเพื่อนคนเดียวที่คุยกับฉันเหมือนฉันเป็นคนธรรมดาทั่วไป แล้วก็ไม่ได้หวังผลประโยชน์อะไรจากฉันเลย ขอบคุณมากนะที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาที่ผ่านมา ทั้งที่เวลา 3 ปีควรจะทำให้พวกเราลืมกันไปแล้ว


เอาจริงไหมนี่?


ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ฉันรู้สึกว่าการตอบข้อความเขาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ถูกต้องสมควรมากเลยนะ เพราะอีวานน่าสงสารมาก


ฉันมองหน้าเขาก่อนจะถามว่า เอาตรงๆ คือนายชอบที่ฉันคุยกับนายแบบคนทั่วไปมากเลยเหรอ


เอาความจริง... ฉันแค่ชอบคนน่ารัก


จริงจังไหมนี่...


คนอุตส่าห์จริงจัง เศร้าชะตาชีวิตนายนะโว้ย!


ฉันตีหน้าโหดใส่พร้อมขมวดคิ้วแล้วถามด้วยเสียงเข้มว่า อะไรน่ารัก?”


คนแถวนี้


ฉันทำหน้าดุใส่ ก่อนจะรีบไล่เขาไป พูดอะไรไม่รู้เรื่อง ไปเลยไปเอาตามตรงคือตอนนี้รู้สึกหน้าร้อนนิดหน่อย สงสัยจะเครียดจัดไปแล้ววันนี้


ไปก็ได้ อีวานพูดแล้วก็แอบอมยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะโบกมือลาแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า ถ้าอย่างนั้นก็เอาไว้เจอกันที่อคาเดมี่ซีโร่ ใช้เวลากับครอบครัวให้คุ้มค่านะ ครอบครัวเธอดีมากจริงๆ


อืม


ฉันพยักหน้าให้เขา ก่อนจะกอดอกเดินจากมา และจากการได้เจออีวานในวันนี้ฉันก็ได้เรียรรู้ว่า... อีวานคือฮีโร่ที่น่าสงสาร


แต่...


อันตรายจริงๆ




******* 50% *******






เมื่อแยกกับอีวานมาแล้ว ครอบครัวของฉันก็ใช้เวลาในช่วงสุดท้ายด้วยกันให้คุ้มค่าที่สุด


พวกเราพากันเดินเที่ยวทั่วเขตซีโร่อีกรอบ กินลมชมวิว ถ่ายรูปเก็บไว้ แล้วก็พูดคุยกันสัพเพเหระไปทั่ว จนเวลาล่วงเลยไปยังช่วงเย็น ท้องฟ้าเริ่มกลายเป็นสีแดงตามการหักเหของแสงยามใกล้ค่ำ เมืองสีเทาในเขตซีโร่ก็เริ่มเปิดไฟหลากสีสันสวยงาม จนกลายเป็นเมืองแห่งแสงสีไฟในที่สุด


ก่อนถึงเวลาที่ต้องจากลากัน พวกเราสี่คนพี่น้องก็ไปทานมื้อเย็นด้วยกันเป็นครั้งสุดท้าย คงไม่ต้องบอกว่าพวกเรารักกันมากแค่ไหน แต่เอาเป็นว่าการจากกันของพวกเราสี่คน แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แบบนี้ แต่มันกลับดูยาวนานเหลือเกิน


เฮ้อ...


ไม่อยากให้เวลาผ่านไปเลย


มื้อเย็นวันนี้พวกเราทานอาหารร่วมกันที่ภัตตาคารนานาชาติดังที่ตกลงกันไว้ตั้งแต่เช้า วันนี้เดินเที่ยวมาทั้งวันทุกคนรู้สึกหิวมากจึงสั่งอาหารมากินกันจนเต็มโต๊ะ ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่ควรเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจกับอาหารแปลกๆ  แต่พวกเรากลับดูเศร้าแปลกๆ เสียอย่างนั้น


พี่โอเรนนั่งจิบแต่ไวน์ไม่คิดจะแตะอาหารบนโต๊ะ อันเซลก็ตักอาหารมากินนิดหน่อยเหมือนแมวดม ทั้งที่ปกติเขากินเยอะมากจนเรียกว่าจอมเขมือบยังได้ จูเนียร์ผู้บ่นอยากกินปูนึ่งมะนาวทั้งวัน แต่พออาหารมาถึงกลับเอาแต่เขี่ยๆ อาหารเท่านั้น ส่วนฉันแม้ตอนนี้อยากจะกินมะเขือเทศตรงหน้า ทว่าก็ไม่กล้าจิ้มขึ้นมากิน


พวกเราคล้ายกับไม่อยากให้มื้ออาหารนี้จบลง...


กินอาหารกันเถอะ ถ้ามันเย็นแล้วจะหมดอร่อย ในที่สุดพี่ใหญ่ก็ดึงสติให้พวกเรากลับมา สุดท้ายเราสี่คนก็ลงมือทานอาหารตามปกติ พยายามพูดคุยกันเหมือนวันนี้ไม่ใช่วันที่พวกเราจะต้องจากกันสักพักหนึ่ง


บนโต๊ะอาหารดำเนินไปอย่างปกติ ฉันกินไปก็มองหน้าทุกคนไป เห็นจูเนียร์ตักอาหารให้อันเซลกิน ก่อนจะยิ้มแล้วพูดว่า พี่อันเซลต้องกินเยอะๆ นะครับ


ช่างเป็นน้องที่น่ากินแทนข้าวจริงๆ...


ตัวผอมแห้งแบบจูเนียร์กล้าสั่งให้ฉันกินเหรอ อันเซลส่ายหน้าไปมา ก่อนจะตักน่องไก่ทอดชิ้นโตให้น้องชาย แล้วพูดว่า แกน่ะกินให้เยอะๆ จูเนียร์ เอาให้พี่ชายกลับบ้านอีกที แกก็ตัวสูงกว่าพี่เลยได้ไหม


จูเนียร์ยิ้มรับ ผมจะพยายามครับ


บรรยากาศระหว่างพี่น้องแบบนี้มันดูอบอุ่น แต่แทนที่เห็นแล้วฉันควรจะมีความสุข


แล้วทำไมฉันเศร้าเหลือเกิน...


พี่โอเรนเห็นสีหน้าของฉันดูเศร้าตรม จึงเอื้อมมือมายีศีรษะฉันเล่นแบบเด็กๆ ส่วนฉันก็ไม่กลัวผมเสียทรงจึงปล่อยให้พี่เขาทำไป ก่อนจะหันไปมองพี่เขาแล้วพูดว่า หนูควรจะทำยังไงต่อดีคะ หนูต้องคิดถึงทุกคนมากแน่เลย


คารินกับอันเซลอยู่ที่นี่ก็ตั้งใจเรียนนะ พี่โอเรนพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่น้องอย่างพวกเรามองดวงตาคู่นั้นแล้วก็เห็นว่าพี่เขากำลังซ่อนความเศร้าอยู่ อย่าดื้อ อย่าซน เอาไว้พี่จะโทรหาบ่อยๆ ก็แล้วกัน


ค่ะ/ครับ ฉันพยักหน้ารับ


จากนั้นพวกเราก็ทานอาหารกันต่อไปแบบเงียบๆ พยายามซึมซับช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเอาไว้ให้มากที่สุด และพอถึงช่วงเวลาสุดท้ายของจริง ฉันกับอันเซลก็เดินไปส่งพี่โอเรนกับจูเนียร์ที่สถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง


พวกเรานั่งคุยกัน รอเวลารถไฟฟ้ามา ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีในที่สุดรถไฟฟ้าก็มาจนได้


เมื่อประตูรถไฟฟ้าความเร็วสูงเปิดออก ก็เหลือเวลาให้ร่ำลากันไม่นานนัก พวกเราสี่คนพี่น้องกอดกันกลม พอกอดกันจนพอใจ จูเนียร์ก็จับมือฉันไว้แน่น ดวงตามองฉันด้วยความหวังว่าฉันจะกลับไปบ้านด้วย


พี่จะคิดถึงผมไหม?”


คิดถึงขาดใจเลย ฉันพูดแล้วก็จูบลงบนหัวน้อยๆ นุ่มนิ่มของน้องชายคนเล็ก ก่อนจะเคลื่อนตัวไปหอมแก้มพี่โอเรนกับจูเนียร์เพื่อบอกลา จากนั้นก็มีสัญญาณเตือนให้ขึ้นรถไฟฟ้าดังขึ้น


พวกพี่ต้องไปแล้วนะ ดูแลตัวเองให้ดีๆ นะ


สิ้นคำนั้นพี่โอเรนก็จูงมือจูเนียร์เข้ารถไฟฟ้าความเร็วสูง ส่วนฉันกับอันเซลก็ได้แต่โบกมือลา สายตามองพี่ชายและน้องคนเล็กด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดถึง พวกเราเฝ้ารอจนรถเคลื่อนผ่านหายลับไปจากสายตา ถึงได้เดินจับมือกันด้วยหน้าเศร้าๆ ไปยังอคาเดมี่ซีโร่


                แค่นี้ก็คิดถึงบ้านแล้วอะเจ๊


อันเซลบ่นในขณะที่เราสองคนเดินเตาะแตะจับมือกันไปตามถนนที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาภายในเมืองที่พวกเราไม่คุ้นเคย


ทุกอย่างบิ้วให้เราคิดถึงบ้าน...


ฉันปล่อยมือจากน้องชาย ก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบไหล่เขาเข้ามากอดแทน ส่วนน้องชายคงกำลังเศร้ามาก พอพี่สาวคนสนิทกอดปลอบก็ตัวอ่อน ปล่อยให้ฉันกอดตามสบาย


ช่วงนี้น้องชายฉันติดบ้านมาก เอาตามตรงช่วงปิดเทอมที่ผ่านมาเกิดหลายเรื่องขึ้นกับพวกเราหลายอย่าง ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรามันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอันเซลที่เขาเห็นคุณค่าของครอบครัวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


เมื่อก่อน...


เขาชอบแอบหนีออกไปเที่ยวนอกบ้าน แต่เดี๋ยวนี้พอมีจูเนียร์ที่ต้องดูแล ไหนจะพี่โอเรนที่เริ่มงานยุ่ง เพราะตำแหน่งหน้าที่การงานเลื่อนขั้นไปสูง อันเซลก็เริ่มอยู่ติดบ้านมากขึ้น และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัวอย่างแท้จริง


ฉันหันไปจุ๊บหัวน้องชาย ก่อนจะกระซิบพูดปลอบว่า เอาน่า... อย่างน้อยครั้งนี้ก็ได้อยู่กับเจ๊นะ ไม่ได้โดดเดี่ยวเหมือนเมื่อสามปีที่แล้วสักหน่อย


อันเซลหันมามองฉัน หน้าเขาดูงอๆ เหมือนอยากอ้อนพี่ ก่อนจะพูด นั่นสินะ อย่างน้อยครั้งนี้ก็มีเจ๊


ถึงน้องชายฉันจะดูเป็นคนโหดๆ ดื้อๆ ไม่ค่อยแคร์ใคร แต่ความจริงแล้ว ด้วยความที่เขาเป็นน้องคนเล็กของบ้าน พี่โอเรนและฉันคอยตามใจอยู่บ่อยครั้ง เขาจึงเป็นคนขี้อ้อนแบบนี้


ฉันเอียงคอถามเขา มีเจ๊อยู่แล้วถือว่าดีขึ้นไหม


ดี... มั้งพูดจบเขาก็หัวเราะเล็กน้อย


การมีกันและกันทำให้พวกเราไม่เหงามากนัก ในช่วงเวลาแบบนี้จึงพากันหยอกล้อกันให้หายคิดถึงบ้าน สร้างบรรยากาศแบบที่คุ้นเคยด้วยการคุยเรื่องตลกวงในกันเล่นๆ จากนั้นไม่นานพวกเราก็เริ่มกลับมามีชีวิตชีวากันมากขึ้น จึงพากันรีบไปรับกระเป๋าจากร้านฝากของ เพื่อเดินทางไปรายงานตัวที่อคาเดมี่ซีโร่






 

ใช้เวลาเดินจากตัวเมืองไม่นาน ในที่สุดพวกเราก็ถึงอคาเดมี่ซีโร่


อคาเดมี่ซีโร่มีแคมปัสที่กว้างขวางมาก ทำเอาตกใจตั้งแต่แรกเห็น เพราะขนาดสถานที่ไม่สัมพันธ์กับจำนวนของนักศึกษาที่มีไม่กี่พันคนเลยสักนิด การตกแต่งทั้งหลายแหล่ยิ่งใหญ่อลังการจนดูฟุ้งเฟ้อเกินความจำเป็น จนนึกสงสัยเหลือว่านี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว หรือมหาวิทยาลัยกลางกัน


ทว่าก็สมกับความยิ่งใหญ่ของการร่วมมือกันจากสามประเทศใหญ่...


ฉันกับอันเซลไปติดต่อที่สำนักงานอคาเดมี่ซีโร่ เพื่อรายงานตัวเข้าศึกษา และจากใบส่งตัวของพวกเรา ทางรัฐบาลแห่งประเทศอาไชน์ระบุไว้ชัดเจนว่าพวกเราได้เข้าเรียนในคณะเทคโนโลยี ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจมากเท่าไหร่หรอก


ความสามารถของฉันกับอันเซลค่อนข้างโดดเด่นในเรื่องนี้ ที่ผ่านมาก็มีผลงานการประกวดแข่งขันนวัตกรรมทางเทคโนโลยีระดับประเทศอยู่บ่อยครั้ง แม้มันจะเป็นความสามารถที่ธรรมดามากในสายตาของพวกเราเอง ทว่าหากคนอื่นมามอง พวกเราก็เหมือนอัจฉริยะทางด้านเรื่องเทคโนโลยีดีๆ นี่เอง


คงต้องขอบคุณพี่ชายที่สอนให้พวกเราสร้างหุ่นยนต์ตั้งแต่ 6 ขวบ


แววอาชญากรตัวร้ายของพวกเราที่โดดเด่นเสียจริง...


ประเทศอาไชน์โด่งดังและขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะสินค้าล้ำยุคสมัยจากบริษัทอัพไซด์เทคที่พี่โอเรนทำงานอยู่ เนื่องจากมันสำคัญมากกับประเทศ รัฐบาลจึงค่อนข้างสนับสนุนด้านเทคโนโลยี


หากนึกภาพในเกมส์...


ประเทศอาไชน์ที่เป็นจักรวรรดิวายร้ายนั้น เต็มไปด้วยกองทัพหุ่นยนต์ที่น่ากลัว โดยเฉพาะตอนที่พี่โอเรนขึ้นเป็นจักรพรรดิ ตอนนั้นคือตอนที่ประเทศอาไชน์น่ากลัวที่สุดด้วยกำลังของเทคโนโลยี เนื้อเรื่องหลักๆ ของเกมที่ผ่านมาตลอดสิบปีก็เลยเกี่ยวข้องกับการที่เหล่าฮีโร่ทั้งหลายต้องโค่นล้มวายร้ายที่แสนน่ากลัวนั่นเอง


เมื่อภาพในเกมส์โผล่เข้ามาในหัว ฉันก็แอบหันไปมองอันเซลข้างกาย สีหน้าของเขาเริ่มเหมือนตอนเป็นวายร้ายจริงๆ


นี่คือจุดเริ่มต้นสินะ...







 

หลังจากรายงานตัวกันเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาต้องเข้าหอพัก


หอพักที่นี่แบ่งออกเป็น 3 หอพัก โดยหอเรียกตามชื่อทิศคือ เหนือ ใต้ และตะวันออก ส่วนตะวันตกนั้นเป็นทิศของทางเข้าหอ สาเหตุที่ต้องแบ่งหอเป็น 3 หอ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าสถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกันของสามประเทศใหญ่


สำหรับห้องพักนั้นจะเป็นห้องพัก 2 คน ซึ่งเด็กแต่ละประเทศจะต้องคละกันอยู่ร่วมกัน เพื่อผูกสัมพันธ์กันระหว่างประเทศ มันก็ถือว่าเป็นการจัดการสร้างสัมพันธ์ที่ดีนะ


แต่...


บางทีมันก็อาจไม่ได้นำมาซึ่งมิตรภาพก็ได้


ฉันกับอันเซลเดินไปยังหอพักพร้อมกัน แต่ก็ต้องแยกกันตรงทางเข้า เพราะได้อยู่กันคนละหอ ฉันพักหอทิศใต้ ส่วนอันเซลพักหอทิศเหนือ และเมื่อแยกกับน้องชายแล้ว ฉันก็แบกกระเป๋าเดินเข้าหอพักทิศใต้ของตัวเองทันที


ทว่าก่อนเข้าก็ไม่ลืมถ่ายรูปหอพักไปให้พี่โอเรนดู...


เมื่อเดินผ่านประตูเลื่อนอัตโนมัติเข้าไปก็จะเจอกับล็อบบี้ใหญ่เหมือนเป็นโรงแรม ฉันลากกระเป๋าผ่านความหรูหราไปเรื่อยๆ เดินไปยังโซนฝั่งหอพักหญิง ก่อนจะขึ้นลิฟต์ไปตามหมายเลขห้อง


ในเนื้อเรื่องของเกม ตั้งแต่เริ่มต้นภาคแรกนั้นไม่มีเนื้อเรื่องในส่วนของการเรียน เพียงแค่มีการกล่าวถึงบ้างเท่านั้น ดังนั้นฉันจึงไม่รู้ว่าตัวเองจะได้พักที่ไหนหรือกับใครเลย


รูมเมทของฉันจะเป็นตัวละครไหนกัน?


ฉันรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเมื่อได้ลุ้นว่าหวยจะออกมาที่ตัวละครไหน พอเดินมาถึงหน้าห้องพักฉันก็แตะนิ้วที่ตำแหน่งสแกนลายนิ้มมือ เพื่อเปิดประตูห้องพักออก


แกร๊ก!


เสียงกลอนเปิดดังขึ้น ฉันผลักประตูเข้าไป ไฟในห้องก็สว่างขึ้นทันที แสดงว่ารูมเมทของฉันไม่ได้อยู่ที่ห้อง สุดท้ายฉันก็เลยยังไม่รู้ว่าใครกันที่เป็นรูมเมทของฉัน


จะเป็น


พิ้งค์กี้... หญิงผมแกละสายโลลิคนนั้น?


ลักกี้พาย... หญิงสาวสายโมเอะแต่หน้าอกคัฟ F+++?


ใครกันแน่นะ?


ฉันคิดถึงตัวละครหญิงในเกมส์ที่ตัวเองชอบรองจากเจ๊คาริน่าไปเรื่อยๆ ในขณะที่เก็บของในกระเป๋าให้เข้าที่ จนในที่สุดก็มีเสียงประตูห้องเปิดออก


แกร๊ก!


ฉันรีบหันไปมองทันทีว่าจะเป็นใคร และสิ่งที่เห็นก็ทำเอาฉันยิ้มไม่ออก


ไม่นะ...


เธอคนนั้นคือผู้หญิงผมสั้นสีทอง ท่าทางดูทะมัดทะแมงเหมือนหญิงมั่น เธอมีดวงตาสีฟ้าแสนเย่อหยิ่ง และกำลังมองมายังฉันด้วยสายตาที่เดาไม่ออกว่าเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู


ส่วนฉันนั้นขอโนคอมเมนต์กับหล่อนก่อน


ทว่าแม้จะไม่อยากเอ่ยถึงรูมเมทคนนั้น ทว่าฉันไม่อยากสร้างศัตรูและความอึดอัดใจให้ตัวเองด้วยการต้องอยู่ร่วมห้องกับหล่อนนับจากนี้ สุดท้ายจึงยิ้มให้เธอราวกับเป็นมิตร ผู้หญิงคนนั้นยิ้มตอบก่อนจะเดินเข้ามาในห้อง


เธอเดินตรงมายังฉันที่กำลังนั่งพับเสื้อผ้าบนเตียงนอน ก่อนจะพูดว่า ในที่สุดเธอก็มาถึงห้อง รูมเมทของฉัน


ฉันลอบถอนหายใจเซ็งกับตัวเองในใจ


ทำไมต้องได้ยัยนี่กัน!


ขอน้อง ลักกี้พาย แม่สาวน้อยอกสะบึมได้ไหม?!


แต่ถึงแม้ฉันจะไม่ยินดีที่ได้รูมเมทเป็นแม่หญิงที่แสนมั่นอกมั่นใจคนนี้ ทว่าฉันก็ยิ้มแป้นให้หล่อน ก่อนจะถามอย่างเป็นมิตรว่า เธอมาถึงนานแล้วเหรอ


                สักพัก หญิงสาวสวยเบื้องหน้าเอ่ยตอบ ก่อนจะยื่นมือมาหาฉัน ฉันดาเซีย แมคเคลน จากสาธารณะรัฐแอสคิวเนีย เธอล่ะ?”


                ฉันยื่นมือไปจับหญิงตรงหน้าแล้วตอบว่า คาริน่า เดอ เซกอล จากจักรวรรดิอาไชน์


จากนั้นเราก็ยิ้มให้กันแบบเป็นมิตร


แต่บอกเลยว่าตอนนี้ฉันกำลังกลอกตามองบนในใจ เบื่อความโชคร้ายของตัวเองจริงๆ ได้รูมเมทเป็นใครไม่ได้ ดันได้ดาเซีย แมคเคลน


ดาเซียคนที่ฆ่าฉันคนนั้นนั่นแหละ...


********


รูมเมทของเจ๊คือดาเซีย...

น้องดาจะทำอะไรกับเจ๊บ้าง มาติดตามกัน

แต่... รีดเดอร์หลายคนนี่ยิ่งกว่าโคนัน ดูเหมือนจะเริ่มเดาทางน้องดากันได้เฉย!!!

งื๊อออ 555~~~~~~~



ตอนนี้น้องดามา ตอนหน้าก็จะมีอีกคนที่มาน้าาา

ใบ้ว่าการตายของเจ๊มีคู่กรณีเยอะอ่ะบกเลอออ

แล้วถ้าวันนี้อารมณ์ดี อาจจะมาอีกตอนนะ อิอิ



ช่วงพาร์ทนี้บทอีวานจะเยอะนะคะ ใครเรือนี้ก็ยินดีด้วย 

เพราะไรต์จะเปิดปมว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคาริน่าและอีวานตอนนั้นนั่นเองงงง หุหุ

แถมเนื้อเรื่องเกมในหน้าแนะนำตัวละครก็แอบสปอยไว้ว่า... ช่วงนี้คือช่วงกุ๊กกิ๊กของสองคนนี้ 555 




สปอยยยย

*สำหรับใครอยากรู้ว่าเรื่องมันจะดราม่าไหม*

ไรต์บอกเลยว่า... ไม่มีอะไรทำให้รีดเดอร์หัวใจสลายแน่นอน

ทุกอย่างแฮปปี้จริงๆ ไรต์รับประกันจากใจ

ไรต์ไม่ใช่สายดราม่าจริงๆ แต่นิยายเรื่องนี้มันเป็นนิยายรักอบอุ่นหัวใจ เขียนแล้วอยากให้ทุกคนรู้สึกแบบ... พี่น้องพวกนี้มันดีจริงๆ ผ่านอะไรด้วยกันมาเยอะมาก มันเลยต้องมีเหตุการณ์แบบนี้เฉยๆ

ดังนั้นไม่ต้องกังวลน้าาา


ลาด้วยไรต์ที่เหาะเป็นสายรุ้ง บ่งบอกตัวตนว่าห่างไกลดราม่า 555

โลกนี้มันฝดใฝ!


ไว้เจอกันจ้า





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.21K ครั้ง

128 ความคิดเห็น

  1. #5707 Avaritia >///< (@11minerva) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 23:50
    ไม่เชื่อในสายรุ้งของไรท์เลย
    #5707
    0
  2. #4895 FuFar Maxx (@fufer) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 08:55
    บอกไม่ใช่สายดราม่า แต่ที่ผ่านมาคือร้องไปประมาณสิบฉากแล้ว ฮือออออ
    #4895
    0
  3. #4875 Kuma : )) (@cinnamor) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 05:06
    รักที่นักเขียนมีบอกด้วยว่าไม่ดราม่าแน่นอน ฮืออ คือตลอดเวลาที่อ่านมาจนตอนนี้ระแวงตลอดว่าจะดราม่าเมื่อไหร่ นิยายสนุกมากๆเลย อหมือนเราหลุดเข้าไปอยู่ในโลกนี้ด้วยจริงๆ ขอบคุณมากนะคะ
    #4875
    0
  4. #4769 Pandanus23233 (@Pandanus23233) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 00:56
    อย่าลักหลับเจ้ล่ะ
    #4769
    0
  5. #3949 Fktay (@Fktay) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 25 เมษายน 2561 / 19:52
    อย่าบอกว่าดาเซียชอบคารินแต่ไม่สมหวังเลยคิดแบบว่า ในเมื่อฉันไม่ได้ใครก็อย่าหวังงี้? จัดการฆ่าซะเลย
    #3949
    0
  6. วันที่ 24 เมษายน 2561 / 23:19
    ทำไมชอบยึดติดกับอดีต???
    #3837
    1
    • #3837-1 Dangerous Woman (@eliter) (จากตอนที่ 33)
      24 เมษายน 2561 / 23:26
      เพราะว่าอดีตยังมีโอกาสซ้ำรอยยังไงล่ะ อิอิ
      #3837-1
  7. #3468 lnwkhunza (@lnwkhunza) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 01:50
    เจ๊กำลังเข้ารูทดาเซียสินะ
    #3468
    0
  8. วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:51
    ดอดไปหาน้องชายที่ห้องบ่อยๆสิ เผื่อเพื่อนน้องจะหล่อด้วย 555
    #3460
    0
  9. #3459 ทิคกี้เรียลลี่ (@-kan) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:44
    ทำไมไม่ชอบอีวานจัง ตั้งแต่ตอนอ่านคาแรคเตอร์แล้ว
    #3459
    0
  10. #3457 Timeneesia (@team2545) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:34
    รักไรท์ตอนสปอยมาก เค้าสุขนิยม รู้สึกชีวิตแฮปปี้ ส่วนอีวานนั้น ไม่ใช่เรือเค้าอ่ะนะ เรือเค้าชื่อว่าครอบครัว^^
    ส่วนดาเซียนางหวังจะปลูกทุ่งลิลลี่กับเจ๊คาริน่าค่ะ แต่ที่ฆ่าเพราะ ชั้นไม่ได้ก็ไม่มีใครได้ประมาณนี้55555(มโนไปเรื่อยอ่ะ5555)
    #3457
    0
  11. #3456 Nefara (@riew2543) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:29
    มันจะต้องมีทุ่งลิลลี่เกิดขึ้นแน่ๆค่ะ เจ๊คาริน่าต้องปักธงแน่ๆ รีดรู้ รีดเรียนมา
    #3456
    0
  12. #3454 Phiny_NC (@Phiny_NC) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 00:20
    ใครเอาโคนันมาอ่านเนี่ยเปีดปมได้สุกยอดดดด กันไปเลย
    แต่ เค้ายังงงๆอยู่เบย
    ไรต์มาเร็วๆน่ะ
    #3454
    0
  13. #3453 ดาบซ่อนคม (@Num-khaw) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 23:42
    ดาเซียจ้าาาา จ้าาาา จ้าาาาา ฟหกดดดด
    #3453
    0
  14. #3451 RhongTood (@marklmsg7) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 23:26
    ดาเซียเพียงแค่อิจฉาที่อีวานได้คบกับคาริน่าและกำลังจะแต่งงานกัน ซึ่งเธอได้วางแผนที่จะปลูกทุ่งลิลลี่กับคาริน่าจึงจัดการฆ่าคาริน่าทิ้งซะ
    จบ แยกย้ายนิยายจบแล้ว 555555
    #3451
    0
  15. #3449 nutfloksong (@nutfloksong) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 23:17
    โหๆ จริงๆ แล้วดาเซียแอบชอบอัลเซล แต่พอรู้ว่าเจ๊คารินทำร้ายสุดที่รักเลยฆ่า ตบคว่ำแปป
    #3449
    0
  16. วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:31
    ดาเซียเฉยเลยอ่ะ
    #3447
    0
  17. #3445 Ralaza (@bacon1) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 22:01
    สรุปหน่องดาชอบเจ๊คาริน่าตั้งแต่สมัยเรียน ส่วนที่ฆ่าเจ๊แกเพราะไม่อยากให้เจ๊แกแต่งงานกับอีวาน จบค่ะ555555555#มโนมาก
    #3445
    0
  18. #3444 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:45
    มาๆจัดมา ใครทำร้ายเจ๊//แม่จะต่อยคว่ำ55555
    #3444
    0
  19. #3442 บิลเลียส (@Ororite) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 21:22
    ดาเซียเกลียดคาริน่าตั้งแต่สมัยเรียนรึเปล่า ถ้าทั้งคู่เป็นรูมเมทกันแต่ดาเซียเกลียดคาริน่าขนาดนั้นมันอาจจะมีเหตุผลมากกว่าแค่อีวานชอบคาริน่าก็ได้
    #3442
    0
  20. #3441 JustAEcho (@JustAEcho) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 20:48
    รู้สึกเนื้อเรื่องเริ่มเข้าความมันส์
    ปล.ช่วงนี้บทเฮียโอกะน้องจูหายไปแล้วววว
    ปล.2 สงสัยว่าเคลวินได้เข้าเรียนที่นี่ด้วยหรือเปล่า~
    #3441
    0
  21. #3440 มะuาวไม่มีน้ำ (@03123) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 20:19
    คิดถึงเคลวินสุด
    #3440
    0
  22. #3439 มะuาวไม่มีน้ำ (@03123) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 20:19
    คิดถึงเคลวินสุด
    #3439
    0
  23. #3438 White-Lie (@686226) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 20:15
    Lily ข้างเดียวไหมนะ
    #3438
    0
  24. #3437 Yony-Sama (@pimtawan123456) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 20:03
    กะแล้วว่าต้องดาเซีย...เป็นกำลังใจให้เจ๊นะ//ซับน้ำตา
    #3437
    0
  25. #3436 joetinnapat1319 (@joetinnapat1319) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 19:48
    เรื่องอื่นไม่รู้ แต่เรื่องซวยต้องยกให้เจ๊คาริน
    #3436
    0
  26. #3432 SYNEY (@SYNEY) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 19:17
    ถ้าเจ๊เจอแจ็คพอตได้รูมเมทเป็นดาเซีย แล้วอันเซลจะได้รูมเมทเป็นอีวานรึเปล่านะ 55555
    #3432
    1
    • #3432-1 Rose Teara (@nice2547) (จากตอนที่ 33)
      22 เมษายน 2561 / 20:37
      ลิลลี่สะพรั่ง กลีบดอกไม้ปลิวว่อน...แน่นอน! ฟันธง!
      #3432-1