Love after Love (ป๋อจ้าน) #เลิฟอาฟเตอร์เลิฟป๋อจ้าน

ตอนที่ 15 : Chapter | 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,512
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 97 ครั้ง
    23 ก.ย. 62




Chapter | 15

 

- ห้าปีก่อน –

เซียวจ้านเก็บซ่อนความรู้สึกเจ็บหนึบที่ช่วงอกไว้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเช่นที่เป็นตลอดมา วันนี้เขากับหวังอี้ป๋อออกมาเดินเล่นที่สวนสาธารณะข้างมหาวิทยาลัยด้วยกันหลังจบคลาสเรียนแล้วยังไม่อยากกลับไปอุดอู้อยู่ที่หอพัก

กรุงปักกิ่งวันนี้อยู่ภายใต้ท้องฟ้าสีครามแจ่มใส สายลมพัดผ่านให้ความสดชื่นสบายกายและใบไม้สีเขียวสดของต้นฤดูไม้ไม้ผลิชวนให้สบายใจแต่เซียวจ้านกลับรู้สึกเหน็บหนาวจากอาการผิดปกติของร่างกายจนเผลอกัดริมฝีปากข่มอาการ

“เซียวจ้าน กินไอติมกันไหม” อี้ป๋อถามด้วยน้ำเสียงร่าเริง เขายกมือชี้ไปทางรถขายไอศกรีมที่จอดอยู่ไม่ห่างออกไป

“อะ-- อือ เอาสิ”

“งั้นเดี๋ยวฉันไปซื้อให้เอง นายไปนั่งรอก่อนนะ”

“อือ”

เซียวจ้านนั่งลงบนเก้าอี้ยาวใต้ต้นไม้ ความเจ็บปวดที่ช่องอกยิ่งทวีขึ้นจนนิ่วหน้า อาการแบบนี้กับสิ่งที่มาคู่กันคือลมหายใจที่ติดขัดเหมือนอากาศส่งเข้าไปไม่ถึงปอด ภาวะแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในช่วงหลัง แต่จะเป็นอยู่เพียงครู่เดียวก็หายไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ลางสังหรณ์บอกว่าย่อมไม่เป็นเรื่องดีแน่ที่ร่างกายมีอาการผิดปกติขึ้นมา

แต่สิ่งหนึ่งที่เซียวจ้านไม่เคยคิดคือนอกจากจะไม่ใช่เรื่องดีแล้วมันยังเลวร้ายมากกว่านั้น

อาการเจ็บปวดบรรเทาลงเมื่อเวลาผ่านไปชั่วครู่ หนุ่มน้อยค่อย ผ่อนลมหายใจเข้าออกช้า ๆ เมื่อเห็นหวังอี้ป๋อกำลังเดินตรงมาพร้อมมือที่ถือถ้วยไอศกรีม เขาไม่อยากให้คนรักรู้ ไม่อยากบอกอาการผิดปกติของตัวเองให้อีกฝ่ายต้องเป็นห่วงและกังวลไปด้วย เซียวจ้านจึงทำทุกอย่างเป็นปกติและไม่เคยคิดที่จะปริปากเล่าให้คนรักฟังถึงอาการเจ็บป่วยเลย

“เอ้า ไอติมของนาย” ถ้วยไอศกรีมรสมินต์ช็อคโกแลตถูกยื่นส่งให้

“ทำไมซื้อมาถ้วยเดียวล่ะ”

“จะซื้อมาทำไมตั้งสองถ้วย กินถ้วยเดียวก็พอแล้ว เปลืองตังค์” หวังอี้ป๋อพูดหน้าตาเฉยแถมยังเน้นเสียงคำว่าเปลืองตังค์จนคนฟังหัวเราะ ก็ฐานะอย่างหวังอี้ป๋อน่ะอย่าว่าแต่ซื้อไอศกรีมหลายถ้วยเลย ให้ซื้อทั้งโรงงานไอศกรีมมากินเล่นก็ยังไหว

ไอศกรีมในมือถูกตักขึ้นมาและเล็มรสหวานปนขมผสมกับซ่านิด ๆ จากมินต์ ก่อนจะยื่นส่งไปให้คนซื้อ แต่อีกฝ่ายไม่ยอมรับ

“ทำไมล่ะ ไม่กินเหรอ” 

“ป้อนสิ”คนรักทำเสียงอ้อนจนเซียวจ้านนึกสนุกที่อยากแกล้งขึ้นมา

“ไม่เอา เรื่องอะไรล่ะมีมือก็กินเอง” 

“ไม่เอา”

“งั้นก็ไม่ต้องกิน”

"จ้านอ่า"

"ดีเหมือนกัน ไม่มีคนแย่งกินของอร่อย" 

เซียวจ้านถือช้อนตักไอศกรีมในมือกินด้วยท่าทางสบายอกสบายใจที่มีคนซื้อให้กินแถมไม่ต้องแบ่งใคร แต่หนุ่มน้อยคงไม่รู้หรอกว่าตัวเองคิดผิดเสียแล้วที่ไปแกล้งคนอย่างหวังอี้ป๋อเข้า

อี้ป๋อขยับเข้าใกล้ก่อนจะรั้งเอวดึงเซียวจ้านเข้ามากอดแล้วจูบคนรักโดยไม่แคร์เลยว่าตอนนี้พวกเขาอยู่ในสวนสาธารณะที่พลุกพล่านด้วยผู้คน ลิ้นร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากนุ่มที่หอมหวานไปด้วยรสมินต์ช็อคโกแลต และเล็มชิมรสชาติไอศกรีมที่อยู่ในปากคนรักด้วยปลายลิ้น ริมฝีปากร้อนผ่าวบดเบียดรอยจูบลงบนริมฝีปากบางอยู่เนิ่นนานหลายนาทีก่อนละออกอย่างอ้อยอิ่ง

ไม่รู้ว่าไอศกรีมหรือหัวใจเซียวจ้านแล้วตอนนี้ที่จะละลายก่อนกัน

“ไอติมอร่อยดีนะ หวานมากเลย” อี้ป๋อยิ้มใส่ดวงตาที่กระพริบถี่ มองเขาอย่างตกตะลึงในการกระทำอุกอาจนั้น

“หวังอี้ป๋อ!”

“อะไรล่ะ ก็ไม่ป้อนกันเองนี่ ก็ต้องกินแบบนี้แหละ” เซียวจ้านหันหน้าหนีคนที่มองมาอย่างล้อเลียน เขาตักไอศกรีมใส่ปากไม่หยุดราวกับจะต้องการแก้เขินมากกว่าที่จะอยากกินจริง ๆ

หวังอี้ป๋อมองคนที่ทำหน้าเฉยแต่แค่ดูก็รู้ว่ากำลังเขินด้วยสายตาลึกซึ้ง เซียวจ้านเหมือนลมหายใจและแสงสว่างของชีวิตเขา ความสดใสที่อีกฝ่ายมีเปรียบเหมือนแสงแดดที่ช่วยขับไล่ความเหน็บหนาวออกจากจิต ใจและทำลายกำแพงน้ำแข็งที่เขาสร้างขึ้นมาปิดกั้นตัวเองจากคนรอบข้าง

เซียวจ้านมีรอยยิ้มที่สดใสและสว่างไสวจนอี้ป๋อยิ้มตามได้ทุกครั้งที่เห็น

เซียวจ้านมีเสียงหัวเราะรื่นเริงแจ่มใสที่ทำให้อี้ป๋ออยากหัวเราะตามทุกครั้งที่ได้ยิน

เซียวจ้านมีหัวใจที่ใสสะอาดไว้คอยมอบความรักให้กับอี้ป๋อ

และเขาก็มีสิ่งเดียวกันนั้นไว้มอบให้กับเซียวจ้านแต่เพียงผู้เดียว ความรักที่เขามีต่ออีกฝ่ายช่างมากมายและหาที่สิ้นสุดไม่ได้จนอี้ป๋อคิดไม่ออกเลยว่าชีวิตเขาจะเป็นอย่างไรหากปราศจากเซียวจ้าน

อี้ป๋อเอื้อมมือไปจับศีรษะคนรักให้ซบลงกับบ่า ใช้มืออีกข้างกุมมือไว้ให้ปลายนิ้วสอดประสานกัน

“ฉันรักนายนะเซียวจ้าน รักจนคิดไม่ออกเลยว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีนายอยู่ด้วยฉันจะเป็นยังไง"

คำพูดของคนรักทำให้เซียวจ้านนิ่งไป ความกลัวที่เกิดขึ้นอย่างไม่มีสาเหตุแล่นเข้าจับหัวใจเมื่อนึกถึงอาการผิดปกติของร่างกาย ถ้าเขาเป็นอะไรร้ายแรงขึ้นมา หวังอี้ป๋อจะเป็นยังไงนะ คนที่ขี้อ้อนราวกับเด็กแถมยังขี้เหงาแต่ชอบทำเป็นไม่แยแสใครอย่างหวังอี้ป๋อจะทำอย่างไรถ้าไม่มีเซียวจ้านคอยอยู่เคียงข้าง เขาจะทนรับโศกเศร้าจากการสูญเสียบุคคลผู้เป็นที่รักได้ไหมถ้าเซียวจ้านต้องจากไปยังดินแดนอันแสนไกล 

หวังอี้ป๋อจะใจสลายสักเพียงไหนหากช่วงเวลาแสนเจ็บปวดแบบนั้นเกิดขึ้นจริง

คิดไม่ออกเลย...




อาการเจ็บปวดที่ช่องอกด้านซ้ายเริ่มถี่ขึ้นและกินระยะเวลานานขึ้นกว่าจะหายเป็นปกติ เซียวจ้านจึงไปปรึกษารุ่นพี่ที่เรียนอยู่คณะแพทย์แล้วก็ได้คำตอบว่าอาจเป็นอาการเบื้องต้นของโรคหัวใจที่ควรไปเข้ารับการตรวจเช็คร่างกายให้ละเอียดโดยเร็วที่สุด

“แล้วถ้ามันเป็นโรคหัวใจจริง ๆ ล่ะครับควานเกอ”

“นายก็ต้องเข้ารับการรักษาไงเซียวจ้าน” หลิวไห่ควานขยับแว่นสายตามองรุ่นน้องคนสนิท ดวงตาฉายแววกังวลและยุ่งยากใจ

“แล้ว...” คำถามขาดหายไปในลำคอ เหงื่อเม็ดเล็กซึมเต็มหน้าทั้งที่อากาศในห้องแล็ปคณะแพทย์เย็นจัดชวนขนลุก

“ภาวะผิดปกติของหัวใจมีทั้งที่ร้ายแรงและก็ไม่ร้ายแรง นายอาจเป็นแค่อาการเล็กน้อยที่กินยาแล้วดีขึ้นก็ได้น่ะ” รุ่นพี่คนสนิทตบบ่าเซียวจ้านอย่างปลอบใจทั้งที่ยังกังวลว่าอาการของรุ่นน้องน่าจะร้ายแรงกว่านั้น

“มันจะมีทางรักษาใช่ไหมควานเกอ”

“ใช่ มันต้องเป็นอย่างนั้นถ้านายรีบไปพบหมอ ไปที่โรงพยาบาลศูนย์ของมหาวิทยาลัยก็ได้เซียวจ้าน รีบไปให้เร็วที่สุด”

“ครับ พรุ่งนี้ผมจะไปหาหมอ แต่ว่าขอร้องอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมควานเกอ”

“อะไรล่ะ ว่ามาสิ”

“เรื่องที่ผมมาคุยด้วยวันนี้อย่าบอกหวังอี้ป๋อนะ” คิ้วของหลิวไห่ควานขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจความต้องการของน้องชายนัก แต่ว่าที่คุณหมอก็พยักหน้ารับโดยไม่ซักถามอะไร

“อือ ได้ แต่นายก็ต้องสัญญากับฉันนะว่าจะรีบไปหาหมอจริง ๆ"

“ครับ” เซียวจ้านพยักหน้ารับโดยที่หัวใจกับความรู้สึกกำลังหวาดหวั่นกับอาการป่วยของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

 


วันรุ่งขึ้นเซียวจ้านไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยตามคำแนะนำของหลิวไห่ควาน เขาเล่าอาการโดยละเอียดให้แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมหัวใจฟังแล้วเซียวจ้านก็ถูกวินิจฉัยว่าน่าจะมีอาการของโรคภาวะกล้ามเนื้อหัวใจทำงานผิดปกติ

เซียวจ้านถูกตรวจร่างกายโดยละเอียดทั้งด้านสุขภาพทั่วไปของร่างกายโดยรวม เอ็กซเรย์การทำงานของหัวใจ รวมถึงการตรวจหัวใจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ซึ่งกว่าผลตรวจทั้งหมดจะออกมาก็จะต้องรอเวลาอีกสองวัน

สองวันของการรอคอยดูเหมือนกินระยะเวลายาวนานราวกับไม่มีวันจะมาถึง เซียวจ้านเคร่งเครียดและเป็นกังวลจนคนที่ใกล้ชิดที่สุดอย่างหวังอี้ป๋อรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ



“เซียวจ้าน นายเป็นอะไรหรือเปล่า” อี้ป๋อแตะมือลงบนบ่าคนรักหลังเปิดประตูห้องพักเข้ามาพบเซียวจ้านนั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะทำงานด้วยท่าทางเหนื่อยล้า

“ไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่เหนื่อยน่ะ” คนตอบขยับตัวลุกขึ้นจากการนั่งซบหน้ากับโต๊ะ ดวงหน้าซีดเซียวฝืนยิ้มให้อี้ป๋อวางใจ

“วันนี้นายกลับช้านะเหล่าหวัง หนีเที่ยวป่ะเนี่ย ไปส่องสาวที่ตึกบัญชีมารึเปล่า” เซียวจ้านพยายามฝืนทำน้ำเสียงและสีหน้าให้ร่าเริง แต่มันก็ช่างเป็นเรื่องยากเหลือเกินเมื่อยังกังวลกับผลการตรวจร่างกายอยู่ทุกลมหายใจ

“หาเรื่องกันล่ะเหล่าเซียว วันนี้ฉันมีเทสต์น่ะ เพิ่งจบเนี่ย” หวังอี้ป๋อยกขวดน้ำขึ้นดื่ม การสอบวันนี้ค่อนข้างหนักและทำให้ปวดศีรษะจนหวังอี้ป๋อมองข้ามอะไรหลายอย่างไปโดยไม่ได้ตั้งใจ

“นายเป็นอะไรหรือเปล่าเซียวจ้าน สองสามวันนี้นายดูเครียดแล้วก็บอกว่าเหนื่อยตลอดเลยนะ” อี้ป๋อยังคงกลับไปถามเรื่องเดิมที่ข้องใจ

“ไม่ได้เป็นอะไร จะเป็นอะไรได้เล่า ช่วงนี้ไฟนอลนายก็รู้ ใครก็เครียดกันทั้งนั่นน่ะแหละ นายเองก็เหมือนกันไม่ใช่รึไง” ร่างโปร่งเข้าไปคลอเคลียอยู่ใกล้ แขนเรียวยกขึ้นกอดอีกฝ่ายไว้ด้วยท่าทางประจบเพื่อหวังให้อี้ป๋อคลายความกังวล

“จริงนะ”

จริงสิ! ฉันเคยโกหกนายรึไง”  เซียวจ้านทำหน้าจริงจัง เสียงขึงขังแต่แล้วก็ทำเป็นหัวเราะกลบเกลื่อนเสีย 

“นอกจากตอนที่ฉันบอกว่านายหล่อ”

“จ้านอ่า” หวังอี้ป๋อกอดรัดอีกฝ่ายอย่างมันเขี้ยวก่อนพาคนรักล้มลงบนเตียงด้วยกัน ลมหายใจอุ่นจัดกับปลายจมูกโด่งกดลงบนซอกคอเซียวจ้านติดกันหลายต่อหลายที

“น้ำหอมกลิ่นนี้หอมดีจัง เพิ่งอาบน้ำมาเหรอ” 

“อือ ชอบมั้ย”

“ชอบ”

“น้ำหอมน่ะนะ”

"เปล่า

"แล้วชอบอะไร"

"นาย"

"..."

“อะไรที่เป็นนายก็ชอบหมด ทุกอย่าง”

คนพูดน้อยในสายตาคนอื่นแต่กลับพูดมากและใส่ใจแม้เรื่องเล็กน้อยตอนอยู่กับเซียวจ้านตามลำพังพูดอย่างมีความสุข ความวิตกที่มีค่อยลดลงไปบ้างเมื่ออยู่ใกล้ชิดคนรัก แต่ถึงจะอย่างนัันก็ใช่มันว่าจะหมดลง เซียวจ้านยกขึ้นโอบรอบลำคอแข็งแรง นัยน์ตาคู่สวยมองจ้องเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบก่อนเอ่ยถาม

“อี้ป๋อ ถ้าวันหนึ่งฉันต้องไปไหนไกล ๆ นายจะเหงาไหม ถ้าฉัน...”

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีก่อนย้อนถามกลับทั้งที่เซียวจ้านยังพูดไม่ทันจบ

“ทำไม นายจะไปไหน”

ฮื้อ! ไม่ได้ไปไหน ฉันแค่ถามนายเฉย ๆ ทำไมจะต้องทำหน้าซีเรียสด้วยเล่า”

“ก็ฉันตกใจนี่ ฉันคิดว่านายจะหนีไปเที่ยวไหน ก็ต้องเหงาสิ เราอยู่ด้วยกันตลอดนี่นา”

ดวงตาของเซียวจ้านมีประกายหวาดหวั่นขึ้นมาก่อนที่มันจะถูกกลบซ่อนไว้ด้วยรอยยิ้มราวกับไม่มีอะไรอยู่ในใจจนอี้ป๋อไม่ทันสังเกตเลยว่าเซียวจ้านมีอะไรบางอย่างที่แปลกไป

“ฉันจะหนีนายไปเที่ยวไหนได้ ไปก็ต้องไปด้วยกันสิ ฉันจะได้มีคนจ่ายตังค์ให้ไง” เซียวจ้านหัวเราะกลบเกลื่อนราวกำลังสุขใจนักหนาก่อนก่อนซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกของคนรักซ่อนขอบตาที่ร้อนผ่าวของตัวเองไว้ไม่ให้ใครมองเห็น ในหัวใจกำลังเอ่อนองไปด้วยน้ำตาที่ไม่สามารถระบายออกมาทางดวงตาได้  

เขาพูดอะไรไม่ออกสักคำเมื่อเห็นสายตาหวังอี้ป๋อ

ส่วนหวังอี้ป๋อ เขาหัวเราะในลำคออย่างสุขใจ อ้อมกอดอบอุ่นกอดรัดเซียวจ้านไว้แน่นด้วยความรักใคร่เต็มหัวใจ การมีเซียวจ้านอยู่ในชีวิตทำให้สัมผัสได้ถึงความสุขที่เรียบง่ายแค่เพียงได้ใช้ชีวิตในแต่ละวันกับคนที่เขารักและรักเขา เซียวจ้านไม่ได้เป็นแค่เพียงคนรักแต่ยังเปรียบเหมือนลมหายใจและทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้มีความสุข ความรักที่เขามีต่อคนในอ้อมกอดนี้มากมายเสียจนอี้ป๋อนึกไม่ออกเลยว่าเขาจะรักใครได้เท่ากับที่รักเซียวจ้านได้อีก

มือใหญ่แตะคางอีกคนให้เงยหน้าขึ้นมอง ริมฝีปากของคนสองคนแตะต้องซึ่งกันและกันอย่างอ่อนโยน ไปพร้อมกับสองมือที่กุมไว้ตลอดเวลาที่อี้ป๋อเริ่มบอกรักเซียวจ้านผ่านทางภาษากาย การกระทำที่นุ่มนวล ละมุนละไมมาพร้อมความรู้สึกอ่อนหวานภายในหัวใจที่ถูกส่งผ่านบทรักแผ่วเบาอ่อนไหว ชื่นฉ่ำราวกับสายน้ำเย็น

“ฉันรักนายมากนะ”

เสียงห้าวกระซิบที่ริมหูเมื่อทุกการกระทำจบสิ้นลง

“ฉันก็รักนาย รักมาก รักมากที่สุด”


'พระเจ้าครับ ได้โปรดคุ้มครองผมด้วยที่ผมต้องขอร้องพระองค์ไม่ใช่เพื่อตัวผมแต่เพื่อคนที่ผมรักที่สุดในชีวิต ผมรู้ว่าเขาจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีผม ถ้าผมเป็นอะไรไปหวังอี้ป๋อจะเจ็บปวดและทรมานมาก ผมรู้ว่าพระองค์รักมนุษย์ทุกคนโดยไม่มีข้อยกเว้นและไร้ข้อแม้ คำขอร้องนั้นก็เพื่อคนที่ผมรักอย่างไม่มีข้อแม้เช่นกัน ได้โปรดอย่าพรากความสุขไปจากหวังอี้ป๋อเลย'

เซียวจ้านแวะไปที่โบสถ์ในตอนเช้า ขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้าก่อนไปโรงพยาบาลเพื่อฟังผลตรวจ แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่ฟังคำอ้อนวอนของเขาเลยเมื่อคำวินิจฉัยโรคที่ได้ยินทำให้แทบล้มทั้งยืน

“อาการที่คุณเป็นร้ายแรงมากนะครับ หัวใจของคุณมีภาวะผิดปกติที่อาจส่งผลให้เกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้ตลอดเวลา” คำพูดยืดยาวของนายแพทย์สูงวัยไม่อาจทำให้เซียวจ้านเข้าใจได้มากเท่ากับคำพูดประโยคต่อมา

“เป็นอาการที่อันตรายค่อนข้างมาก คุณมีโอกาสเสี่ยงที่จะช็อกและเสียชีวิตได้ตลอดเวลา”

“แล้ว” เซียวจ้านจะเอ่ยปากถามถึงการรักษา ดวงหน้าซีดขาว มือเย็นเฉียบ และสั่นสะท้านไปทั้งตัว

“ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจครับและคุณควรเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุดด้วย”

ดวงหน้าอ่อนเยาว์ยิ่งขาวจัดด้วยสิ้นหวัง เซียวจ้านไม่ได้มีเงินมากมายขนาดนั้น ครอบครัวที่ต่างจังหวัดก็เป็นเพียงแค่ชนชั้นกลางที่พอมีพอใช้โดยไม่เดือดร้อนขัดสน แต่เงินจำนวนมากที่จะใช้รักษาตัวนั้นเป็นเรื่องเกินฝันที่เซียวจ้านยังมองไม่เห็นทางเลยว่าตัวเองจะไปเอามาจากไหน 



หนุ่มน้อยร่างสูงโปร่งที่เดินผ่านหน้าหวังจื่ออี้ไปดูคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ดวงตาของผู้สูงวัยจับจ้องมองอยู่ครู่เดียวก็นึกออก เซียวจ้านคนรักของลูกชายท่านนั่นเอง 

"คุณซะ--"

ผู้สูงวัยเกือบเอ่ยปากเรียกเพื่อซักถามว่าอีกฝ่ายเจ็บไข้เป็นอะไรถึงต้องมาโรงพยาบาลแต่แล้วก็กลับเปลี่ยนใจ วันนี้เธอมีนัดตรวจร่างกายกับแพทย์ประจำตัวที่จำเป็นจะต้องไปให้ตรงเวลา

เสียงพยาบาลสาวสองคนที่ยืนคุยกันอยู่ที่หน้าห้องศัลยกรรมคุยกันเสียงไม่เบานัก

“น่าสงสารคนไข้เมื่อกี้นี่นะเธอ”

“อืม น่าสงสารมากนะ เป็นโรคร้ายแรงแถมยังไม่มีค่ารักษาจะผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เฮ้อ อายุก็ยังน้อย ไม่น่าโชคร้ายเลยจริง ๆ”

ถ้อยคำที่ได้ยินทำคุณนายหวังอึ้งไปชั่วครู่

เซียวจ้านเป็นโรคร้าย ผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ไม่มีเงิน  นี่มันเรื่องอะไรกัน 



เซียวจ้านนั่งก้มหน้ามองพื้น น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนฝ่ามือที่วางอยู่บนตัก สิ่งที่กังวลกำลังจะเกิดขึ้นแล้วจริง ๆ เขาจะต้องทิ้งหวังอี้ป๋อไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง คนรักของเขาจะต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดทุกข์ตรมจากการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เซียวจ้านจะต้องทิ้งหวังอี้ป๋อให้มีลมหายใจที่อ่อนล้าและทรมานในขณะที่เขาจากไปพร้อมกับความตายและฝังความทรงจำทุกอย่างระหว่างเราทิ้งไว้กับร่างไร้วิญญานใต้ผืนดิน

หวังอี้ป๋อจะทนรับความรู้สึกทุกข์ทนแบบนั้นไว้ได้อย่างไรหากเซียวจ้านต้องตาย แล้วหวังอี้ป๋อจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไรหากไม่มีเขา

'จะทำยังไงดี' เฝ้าแต่ถามตัวเองซ้ำไปมาอย่างทุกข์ทน

“เซียวจ้าน”

เสียงเรียกชื่อทำให้เซียวจ้านเงยหน้าขึ้นมอง

หวังจื้ออี้ มารดาของหวังอี้ป๋อ

“สวัสดีครับคุณป้า” เซียวจ้านก้มศีรษะทักทายก่อนเบือนหน้าหนีสายตาท่านเพื่อใช้หลังมือเช็ดน้ำตา

“ขอฉันนั่งด้วยคนได้ไหม”

“เชิญครับ”

“เรื่องของเธอที่โรงพยาบาล ฉันรู้หมดแล้วนะ” คุณนายหวังพูดโดยไม่อ้อมค้อมและนั่นทำให้คนฟังตกใจเป็นอย่างยิ่ง

“คุณป้า!”

“ฉันไม่บอกอี้ป๋อหรอก แล้วก็เพราะเรื่องนี้นั่นแหละที่ทำให้ฉันอยากมาคุยกับเธอในตอนนี้ เรื่องอาการเจ็บป่วยของเธอกับลูกชายของฉัน”

เซียวจ้านมองสุภาพสตรีตรงหน้าอย่างงุนงง ถึงจะไม่เข้าใจนักแต่หนุ่มน้อยก็นิ่งฟังสิ่งที่ผู้แก่วัยกว่าพูดโดยไม่ได้ถามอะไร

“ฉันจะเป็นคนออกเงินค่าผ่าตัดให้เธอเอง แต่มีข้อแม้ว่าเธอจะต้องเลิกคบหากับลูกชายของฉัน”

เซียวจ้านยิ่งนิ่งและอึ้งมากกว่าเดิมแต่เขาก็ยังแข็งใจฟังคำพูดของท่านต่อไป

“ฉันรู้ว่ามันเป็นข้อตกลงที่เห็นแก่ตัวมากแต่ขอให้รู้ไว้ว่าที่ฉันทำแบบนี้ไม่ใช่เพราะฉันเกลียดเธอและฉันเองก็ไม่อยากให้เด็กคนหนึ่งที่ฉันรู้จักจะต้องตายไปก่อนวัยอันสมควร แต่ที่ต้องแลกกับข้อเสนอนั้นก็เพราะฉันอยากให้อี้ป๋อแต่งงานกับลูกชายของเพื่อนสนิทฉัน ซึ่งนั่นจะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าเธอยังคบหากับหวังอี้ป๋ออยู่”

“คุณป้าก็เลยอยากให้ผมออกไปจากชีวิตของหวังอี้ป๋อสินะครับ” เซียวจ้านขัดขึ้นมา เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่ามารดาของคนรักต้องการอะไร

“ใช่”

“แล้วถ้าผมไม่ตกลง”

“ฉันก็คงจะว่าอะไรเธอไม่ได้เพราะมันเป็นการตัดสินใจของเธอ แต่ลองคิดดูให้ดีว่าถ้าเธอเป็นอะไรไปแล้วลูกชายของฉันล่ะ ขนาดฉันเป็นแม่เขายังรู้เลยว่าหวังอี้ป๋อรักเธอขนาดไหน แล้วเธอจะไม่รู้เชียวหรือว่าอี้ป๋อจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ” คำพูดของคุณนายหวังเข้าไปจี้จุดตรงความกังวลใจของเซียวจ้านเข้าอย่าจัง 

ถ้าเขาจากไป หวังอี้ป๋อคงเจ็บปวดจนทนรับไม่ได้แน่ ๆ  

“จากเป็นยังดีกว่าจากตายใช่ไหมครับคุณป้า”

“ถ้าถามฉันมันก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน แต่ถ้าเธอทิ้งเขาไปอี้ป๋ออาจเจ็บปางตายในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปเขาก็จะดีขึ้น แต่ถ้าเธอตายไปมันจะฝังอยู่ในความทรงจำของเขาไปชั่วชีวิต”

เซียวจ้านนิ่งไปอย่างใช้ความคิด เขาไม่ต้องการเลือกทั้งสองทางเพราะไม่ว่าจะจากเป็นหรือจากตายทั้งคนรักและตัวเองก็มีทางเลือกแค่สองทางระหว่างเสียใจกับเสียใจ

แต่ทางไหนกันคือทางเลือกดีที่สุดที่จะเลือกได้

จะทำอย่างไรให้หวังอี้ป๋อเสียใจน้อยที่สุด

หวังจื้ออี้มองหนุ่มน้อยที่อยู่ตรงหน้าท่านด้วยสายตาสงบนิ่ง แม้จะเอ็นดูเด็กคนนี้อยู่ไม่น้อยจนไม่อยากหักหาญน้ำใจกัน แต่ด้วยเพราะต้องการให้ลูกชายคนเดียวได้รับสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะสรรหาให้ได้และสงเฉียนหนุ่มน้อยหน้าตาน่ารักลูกชายหุ้นส่วนและเพื่อนสนิทของท่านคือคำตอบนั้น ไม่ใช่เซียวจ้าน คนที่ท่านอยากกำจัดเขาออกไปจากชีวิตของหวังอี้ป๋อด้วยวิธีที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยที่สุด

"..."

เซียวจ้านนิ่งไปครู่ใหญ่ก็ได้คำตอบ ดวงตาคู่นั้นสั่นไหวด้วยความกดดันในทีแรก แต่แล้วนาทีต่อมามันก็กลับนิ่งสงบ แน่วแน่อย่างคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดและไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง

“ตกลงครับคุณป้า”

คุณนายหวังลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เป็นอย่างที่คิดไว้จริง ๆ เซียวจ้านรักลูกชายของท่านมากเกินกว่าจะนึกถึงตัวเอง

“เธอแน่ใจนะ”

“ครับ”

“งั้นก็ตกลง ฉันจะส่งเธอไปผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจที่ลอนดอนหลังจากนั้นฉันจะเป็นคนส่งเสียค่าเล่าเรียนให้เธอเรียนจนจบเท่าที่เธออยากจะเรียน”

“ไม่ต้องหรอกครับคุณป้า” เซียวจ้านรีบขัดขึ้นมา

“อย่าปฏิเสธกันเลย”

มือผอมบางของคุณนายหวังบีบเข้าที่มือของเซียวจ้านเบา ๆในขณะที่พูดกับเขาด้วยท่าทางอ่อนโยน

“ให้ฉันได้ทำอะไรตอบแทนเธอเพื่อลบล้างความเห็นแก่ตัวของฉันบ้างเถอะนะ”

เซียวจ้านนิ่งไปอีกครั้ง ในสมองตอนนี้ว่างเปล่าจนไม่หลงเหลือความคิดใดอีกแล้ว ที่นึกออกเพียงอย่างเดียวคือต้องไปจากหวังอี้ป๋อให้เร็วที่สุด และถ้าจะให้ดีที่สุดก็จะต้องไม่พบคนรักอีก เพราะถ้าเซียวจ้านพบหน้า สบสายตากับดวงตาคู่นั้นของหวังอี้ป๋ออีกแม้เพียงวินาทีเดียว เขาคงใจไม่แข็งพอที่จะจากไป

“ผมไปวันนี้เลยได้ไหมครับคุณป้า”

คุณนายหวังเป็นฝ่ายอึ้งไปบ้างเมื่อได้ยินคำถาม

“เธอไม่ต้องการเวลาสำหรับร่ำลาหวังอี้ป๋อสักหน่อยหรือ”

ไม่ครับ” คำตอบเด็ดเดี่ยวจริงจังอย่างตัดสินใจดีแล้ว

“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจ เราตกลงกันแล้วนะว่าเธอจะไม่ติดต่อกลับมาหาหวังอี้ป๋ออีกไม่ว่าจะเกิดอะไร ขึ้นและเรื่องนี้จะเป็นความลับของเราสองคนตลอดไป”

เซียวจ้านพยักหน้า สีหน้าเรียบเฉยไม่หวั่นไหวนั้นมั่นคงพอกันกับแววตาที่ไม่มีความลังเลใด ๆ ทั้งสิ้นเลย

คนที่ใจสลายไปแล้วจะมีความรู้สึกใดได้อีก 

“ครับ คุณป้า”



หลังจากนั้นไม่นานเซียวจ้านก็เดินทางไปประเทศอังกฤษอย่างเงียบเชียบด้วยการจัดการของคุณนายหวัง เขาทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังโดยที่ไม่รู้เลยว่าหวังอี้ป๋อแทบคลั่งที่อยู่ ๆ คนรักก็หายไปจากชีวิตเขาราวควันที่จางหายโดยไม่มีแม้แต่คำอำลาหรือบอกเลิก

หวังอี้ป๋อตามหาคนรักไปทั่วทุกหนแห่ง ในทุกที่ที่คิดว่าเซียวจ้านจะไป สอบถามคนรู้จักทั้งที่ใกล้ชิดและไม่สนิทสนมว่าใครได้ข่าวคราวของเซียวจ้านบ้าง แต่คำตอบที่ได้กลับมาก็มีแต่ความว่างเปล่าจนในที่สุดเขาก็ต้องละทิ้งความพยายามไปเองพร้อมหัวใจที่แหลกสลายย่อยยับด้วยความไม่เข้าใจ

เซียวจ้านหายไปราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่ในชีวิตแต่กลับปรากฏตัวอย่างแจ่มชัดไม่มีวันเลือนหายอยู่ในหัวใจ ในความคิด และทุกความรู้สึกทั้งร้ายและดีของหวังอี้ป๋อ

จากหนุ่มน้อยวัยมหาวิทยาลัยเข้าสู่การเป็นชายหนุ่ม ตลอดระยะเวลาห้าปีอันยาวนาน หวังอี้ป๋อจมอยู่กับความรู้สึกเจ็บปวดของการถูกทรยศและโดนทอดทิ้ง เซียวจ้านตอบแทนความรักของเขาด้วยการจากลาโดยไร้การบอกกล่าวถึงเหตุผล เซียวจ้านตอบแทนความรู้สึกลึกซึ้งของเขาด้วยการทรยศหักหลังอย่างคนใจร้าย ความรู้สึกเจ็บปวดมากมายนั้นเปลี่ยนแปลงหวังอี้ป๋อให้กลายเป็นคนใหม่ที่ไร้หัวใจและไม่เคยรู้จักความรักอีกเลย

ส่วนอีกด้านของขอบฟ้า เซียวจ้านอาศัยอยู่เพียงลำพังในสถานที่แตกต่างและไม่คุ้นเคย ความเจ็บปวดจากอาการที่เป็นอยู่บวกความอ่อนแอทำให้หัวใจร่ำร้องเรียกหาหวังอี้ป๋อทั้งในยามหลับและยามตื่นแต่แน่นอนว่าคนที่อยู่อีกด้านของแผ่นดินย่อมไม่มีทางจะได้ยิน

ห้าปีที่เซียวจ้านอยู่ที่อังกฤษคือช่วงเวลาแห่งความทุกข์ทรมานใจ ความรู้สึกผิดคอยกัดกร่อนทำร้ายใจให้ร้าวรานเมื่อนึกถึงคนรัก เขาผู้เป็นฝ่ายจากมายังทุกข์ทนสาหัสถึงเพียงนี้แล้วหวังอี้ป๋อจะไม่ยิ่งกว่าอีกหรือ

หัวใจสองดวงของคนสองคน ต่างแหลกสลายไม่ต่างกันเลย

ห้าปีที่ต่างประเทศเซียวจ้านใช้เวลาเพื่อการรักษาตัวในช่วงแรกก่อนเริ่มต้นการศึกษาต่อในปีที่สองแห่งการมาอาศัย เขาเรียนจนจบมหาวิทยาลัยและเริ่มต้นทำงานโดยที่ยังคงติดต่อกับผู้มีพระคุณอย่างคุณนายหวังอยู่เสมอและนั่นทำให้ได้รับรู้ถึงข่าวคราวความเป็นอยู่ของอดีตคนรักผ่านการบอกเล่าของมารดาของหวังอี้ป๋ออยู่เป็นประจำ

รวมถึงเรื่องที่หวังอี้ป๋อหมั้นหมายกับสงเฉียนหลังเซียวจ้านจากประเทศจีนมาได้สามปี 



TBC




ฮืออออ สงสารเขาจังค่ะ เวลาเขียนบรรยายเขาเจ็บนี่เราก็เจ็บไปด้วย แต่เนื้อเรื่องในอดีตจบหมดแล้ว ปมที่ว่าทำไมคุณเซียวคนดีถึงต้องทิ้งอี้ป๋อไปก็เคลียร์แล้วเนาะ ต่อไปก็ลุ้นกันว่าคุณพระเอกของพวกเราจะรู้ความจริงเมื่อไร รู้แล้วจะว่ายังไง จะดราม่าทะเลาะกันเองอีกคู่ไหมนะ 555 รออ่านกันต่อไปค่ะ 

เสาร์อาทิตย์พักผ่อนเนาะ ไม่อัพฟิคนะคะ เจอกันวันจันทร์ ใครไปมีตไปสนามบินก็ขอให้สนุกสนานแฮปปี้กันค่า ลั้นลา ๆ~

ขอบคุณมากมายเหมือนเคยมา เจอกันตอนหน้านะคะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 97 ครั้ง

489 ความคิดเห็น

  1. #299 Auy_yibo (@Auy_yibo) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 23:46
    ตอนนี้ไม่สงสารคัยนอกตากตัวเองร้องไห้จนหายใจไม่ออกแล้วอ่ะ
    #299
    0
  2. #284 BeMine_ (@nnnut_kj) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 21:56
    แงงงงงงงงงง TT
    #284
    0
  3. #270 love-taegi (@love-taegi) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 09:31
    คุณแม่ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้น ต่างคนมีเหตุผล

    จากเป็นยังดีกว่าจากตาย เศร้าแค่ช่วงแรก ถึงตอนนี้คนสองคนยังมีความรู้สึกต่อกันเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดีแค่ไหนแล้วที่จ้านยังมีชีวิตอยู่
    #270
    0
  4. #186 KIM.J (@puiifaii43) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 22:00
    กลัวว่าถ้าป๋อรู้ความจริงแล้วจะโกรธคุณแม่อ่ะ ปกติก็ไม่ค่อยลงรอยกันอยู่แล้วด้วย ต้องสงสารใครก่อนดี
    #186
    0
  5. #185 Dark_Sheen (@freezingcold) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 11:21

    ก็ต้องเข้าใจแม่อ่ะเนอะ อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูก แม้ว่าจะเป็นการทำร้ายลูกที่ตัวเองรักและอีกคนที่ตนเอ็นดูเหมือนลูกตลอดระยะเวลา5ปี คนที่เสียใจที่สุดก็คงเป็น3คนนี้แหละ แต่จ้านเกอสุดยอดมากเลยนะต่อสู้ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด ต้องทนกับอาการเจ็บและการผ่าตัด ต้องอยู่ตัวคนเดียวในสถานที่ที่แตกต่างทั้งภาษาและวัฒนธรรม ไม่เป็นไรนะจ้านเกออีกไม่นานป๋อจะได้รู้ความจริงแล้วพวกพี่จะได้ปรับความเข้าใจกัน แต่ถ้าป๋อมันงี้เง่า ก็ให้ใครซักคนมาอัดให้ตื่นเนอะ //ต่อมมโนเริ่มทำงาน5555
    #185
    0
  6. #184 Wrn Js (@js-wrn) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 23:28
    ไม่เป็นไรแล้วนะจ้าน
    #184
    0
  7. #183 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:27
    อยากกอดจ้านมากๆๆ
    #183
    0
  8. #182 Renesmee09 (@Renesmee09) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 21:17
    เป็นตอนที่หน่วงมากๆเลย 😢
    #182
    0
  9. #181 prachingos (@prachingos) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 21:14
    บรรยายได้ดีมากค่ะ อ่านแล้ว พลิ้วไหว ไม่สะดุดเลย ตามอ่านอยู่นะ
    #181
    0
  10. #180 NoungjuneNoung (@NoungjuneNoung) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 21:11
    สงสารเลยอ่ะฮืออออออออ
    #180
    0
  11. #179 aiaiaind (@aineaind) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:47
    แทนที่แม่จะเห็นใจเนาะ คนกันเองแท้ๆ ก็ทำได้ลง ทั้งๆที่พี่จ้านเองก็เป็นคนดี แล้วก็รักลูกชายตัวเองไม่แพ้กัน แต่แม่ก็ยังเอาแต่ใจตัวเองเป็นหลัก ไม่ถามลูกชายเลยว่าอยากแต่งงานกับคนอื่นหรือเปล่า อยากให้พี่จ้านออกไปจากชีวิตแบบนี้ไหม เห้อ แต่มันก็ผ่านมาแล้วอะเนาะ เป็นเรา เราก็ตัดสินใจแบบพี่จ้านนะ การจากเป็น มันยังมีโอกาสได้เจอกันอีก ถ้ายังมีชีวิต ยังมีโอกาสที่จะได้กลับมารักกัน แต่การจากตายมันไม่มีทางจะได้กลับมาเจอกันอีกแล้ว ในส่วนนี้ก็ยังต้องขอบคุณแม่แหละนะที่ออกเงินค่ารักษาให้ แต่หลังจากนี้น่ะสิ แม่จะยอมใจอ่อนให้รึป่าว
    #179
    0
  12. #178 kirino88 (@kirino88) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:32

    ถ้าอี้ป๋อรู้คงต้องท่องขอโทษเซียวจ้าน100ครั้งแล้วละและสงเฉียงคงต้องนกไปรอตอนต่อไปเด้อ
    #178
    0
  13. #177 byun0506 (@byun0506) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:30
    โหเศร้า ทำไมแม่ป๋อใจร้าย แล้วพี่จ้านหายดีรึยัง
    #177
    0
  14. #176 kokoclub (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 20:23

    จ้านน่าสงสารมาก

    #176
    0