(ลงขายที่งานหนังสือ18-29ต.ค.นี้ สนพ.hermit books) 1 Month รักนี้ ใครกำหนด รอภาค๒ [Yaoi]

ตอนที่ 30 : 1 MONTH--29(การรอคอย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 861
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 ก.พ. 58

ตอนที่ 29

-P’ Por Part- 

ผมนอนนิ่งมองคนที่ยังนอนอยู่บนเตียงจ้องตากับผมไม่ละ 

คนๆ นี้คือคนที่ผมรัก และผมเองคิดว่าจะไม่รักใครอีกแล้ว 

เรานอนตะแคงบนเตียงมองหน้ากันแบบนี้มานานมากแล้ว คงเป็นชั่วโมงสองชั่วโมงแล้ว ใบหน้าเรียวยาวข้างหนึ่งฟุบแนบกับหมอน ดวงตานั้นยังชุ่มเปียกไปด้วยน้ำตา นัยน์ตาสีดำขลับจ้องมองมายังผม เราอาจใจตรงกัน อาจกำลังเก็บใบหน้านี้ไว้เพื่อจำ และเอาไว้คิดถึงกัน 

นิ้วมือผมเอื้อมไปแตะแก้มของภีม ยอมรับว่าช่วงเวลาเลวร้ายนี้ผมอ่อนแอกว่ามันมาก ภีมมันคอยโอ๋ไม่ให้ผมร้องไห้ตลอดเวลา โอ๋ผมด้วยน้ำตา คิดว่าผมจะหยุดร้องไปได้ยังไงหากยังเห็นมันร้องไห้เสียใจแบบนี้ 

แต่ถ้าภีมต้องการให้ผมตอบรับสัญญา ผมยอม ผมทำได้แน่นอน แต่แค่กลัวการตื่นขึ้นมาไม่เจอมันเป็นคนแรก การทำผิดแล้วไม่ถูกเสียงงอนๆ ของมันต่อว่าอีก รู้และคิดเสมอว่าภีมก็เจ็บไปไม่น้อยกว่าผมเลยสักนิดเดียว ถ้าภีมเองเข้มแข็งได้ ผมก็เข้มแข็งได้เช่นกัน ผมจะตั้งใจรอมัน 

จะรักแค่มัน ผมให้สัญญา 

ผมรักมันจริงๆ ทุกๆ วันที่พูดบอกออกไป ผมพูดจากใจจริงๆ เชื่อจริงๆ ว่าภีมเองก็รักผมจนหมดหัวใจเช่นกันอย่างที่ผมเป็น รอยยิ้มหวานๆ ผุดขึ้นมาประดับบนใบหน้าตรงหน้า ภีมมันยกยิ้ม ยกมือมาแตะใบหน้าผมเหมือนกัน เรามองตากัน ยกยิ้มและไม่คุยอะไรกันทั้งสิ้น ผมขออยู่แบบนี้ไปสักพัก ได้มองหน้าภีม ได้บอกรักภีมไปแบบนี้สักพักเถอะ 

และเราก็มองกันแบบนี้แทบทั้งคืน 

กระทั่งภีมมันง่วง ร่างเล็กขยับตัวเข้ามาซุกกายขอไออุ่นจากผมด้วยความเศร้าหมอง สิ่งเดียวคือทำได้แค่กอดและมอบจูบหวานๆ ให้ ใจผมหายเมื่อคิดว่าอีกไม่นาน บนเตียงนี้จะมีแค่ร่างของผมนอนอยู่เพียงลำพัง 

ผมอยากร้องไห้มาอีกรอบแบบไม่อายภีม 

แต่เมื่อสัญญาไว้แล้ว ผมก็ต้องยอมทำใจ 

ภีม… พี่รักภีมว่ะ

โคตรรักมึงเลย สิ่งที่กำลังจะเกิดมันยากจะทำใจได้ 

ปอ ตื่นได้แล้วปอ 

ผมลืมตา เงยมองคนที่นั่งบนเตียงก้มมองมายังผมที่เพิ่งจะหลับลงไปได้ไม่กี่ชั่วโมง ส่วนมันน่ะหลับก่อนหน้าผมไปตั้งนานแล้ว แค่คิดว่าตัวเองจะไม่ได้เห็นภีมตอนหลับแบบนั้น ผมเอาแต่มอง และเฝ้ารอให้คืนนี้ผ่านไปอย่างช้าๆ ขอให้สิ่งที่ผมกำลังเจอเป็นแค่ฝันร้ายๆ ให้ผมกับภีมอยู่กันแบบนี้ต่อไปอีกนานเท่านาน 

แต่ความจริงช่างตลก เมื่อทุกวันนี้ใจผมปวดหนึบและรู้สึกเสมอเมื่อเห็นหน้าคนรัก อยากให้เป็นความฝันยังไง สุดท้ายมันก็คือความจริง 

ภีม กี่โมงแล้ว?” 

คนตรงหน้าหยิบโทรศัพท์มาดู หกโมงเช้า” 

ทำไมตื่นเช้าจัง ปกติแปดโมงไม่เห็นตื่นผมดึงมันเข้ามากอดในอก 

อยากอยู่กับปอนานๆมันพูดกับผมแผ่วเบา ผมลืมตา ตาสว่างขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงสุดเศร้านี้ 

พี่ไม่ไปโรงเรียนหรอก มานอนกับพี่ตรงนี้ต่อผมกอดมันแน่น 

ถ้าตื่นมาปอต้องอยู่ข้างๆ นะ ห้ามลุกไปไหน” 

อืม พี่จะอยู่จนกว่าภีมจะตื่น” 

ผมว่า ยกหัวไปจูบหน้าผากมันเป็นคำสัญญา ใบหน้าใสๆ ของมันขยับมาใกล้และจรดปากจูบแก้มผม พรมจูบไปทั่วหน้าอย่างที่ผมชอบทำกับมัน บอกว่ารักมันผ่านการกระทำ ก่อนที่ภีมจะวางหัวลงบนต้นแขน ในอ้อมกอดของผมอีกครั้ง 

อยู่ข้างๆ พี่ไปนานๆ นะภีม อยู่อย่างนี้นานๆ นะ 

มือผมยกมาเช็ดน้ำตาตัวเองที่อาบลงไปหูขณะที่นอนหงายมองเพดานและกอดไอ้ตัวเล็กไว้ในอก ไม่อยากให้ภีมมันเห็นว่าผมกำลังอ่อนแอ มันส่งมืออุ่นๆ กอดผมภายใต้ผ้าห่มนวมผืนโต คางผมถูกคนในอ้อมกอดยื่นหน้ามาจูบครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งโหยหาและต้องการขอความรัก ผมกอดภีมแน่นและพริ้มตารับจูบนั้นซ้ำๆ ด้วยความรู้สึกเช่นเดียวกัน 

ไม่ว่าจะนานขนาดไหน สัญญาว่าจะรอ และจะโตขึ้นให้ได้ 

พี่โทรหาภีมได้ใช่ไหม?” ผมเอ่ยถามฝ่าความเงียบ 

ได้ 

ใจผมชื้นขึ้นมาบ้าง “เราจะแชทกันได้ใช่ไหม วิดีโอคอลล่ะ?” 

ผมพูดต่อ ภีมมันพยักหน้ารับ กอดผมและแนบหน้ากับหน้าอกตรงหัวใจที่กำลังเต้นบอกว่ารักมันคนเดียว ผมพริ้มตาเมื่อรับรู้ว่าเรายังมีทางติดต่อกันได้บ้าง เท่านี้ก็ไม่รู้สึกเจ็บปวด ขอแค่ได้ยินเสียง ได้เห็นหน้าภีมสักนิดก็มีกำลังใจแล้ว 

พี่จะรอภีม แค่เห็นรูปภีมพี่ก็รอได้” 

จริงนะ?” 

จริงผมว่าเสียงเบา 

และนั่น คงเป็นคำมั่นสุดท้ายที่ผมฝากเอาไว้กับภีม 

เมื่อคนเราได้พบ ต่างก็ต้องยอมรับว่าต้องมีการจาก ผมซึ้งใจกับสัจธรรมคำนี้จนน้ำตาไหลพรากและใจหายทุกครั้ง ภีมสัญญาว่าจะคอยผมและติดต่อมาทุกครั้ง 

ผมทำใจไม่ค่อยได้ แต่ถึงทำใจไม่ค่อยได้ขนาดไหนก็ต้องมาส่งมันอยู่ดี เรามองตากันนิ่ง ยกยิ้ม โบกมือลาอย่างคนเข้มแข็งแต่หารู้ไม่ว่าหลังจากนั้นผมกลับมานอนร้องไห้ทุกคืน ผมเฝ้าคิดถึงแต่ช่วงเวลาที่อยู่กับมัน ช่วงเวลาตอนนี้ทำใจยากกว่าตอนที่ผมเลิกกับมันเสียอีก 

ต้องนอนรอวันที่มันจะกลับมา ทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไร อีกนานสักแค่ไหน 

แต่ใจก็ชื้นขึ้นมาบ้าง เมื่อภีมเดินทางถึงอย่างปลอดภัยและโพสต์ข้อความมาบอกผมแล้วว่าถึงที่หมาย บอกว่ารักว่าคิดถึงผม รอยยิ้มของผมที่มองผ่านหน้าจอนั้นเปื้อนไปด้วยน้ำตา 

ผมพยายามเข้มแข็ง กลับไปตั้งใจทำงานและเรียนให้จบไวๆ 

แรกๆ ก็เสียใจ เหงาไปบ้าง แต่พอมาเจอเพื่อนๆ ความเหงาก็ทุเลาเบาบางลง ยังมีคนเจ็บปวดกว่าผม ทั้งไอ้ธาม ไอ้พี ต่างเดินเป็นหุ่นยนต์ไม่มีชีวิตชีวาไปตามๆ กัน

ผมได้แต่มองรูปวอลเปเปอร์โทรศัพท์ตัวเอง ภาพภีมตอนที่บังคับให้ผมกอดด้วยความเอาแต่ใจ มันเรียกรอยยิ้ม ความหดหู่ใจออกมา แม้จะเจ็บแต่ก็สุขใจทุกครั้งที่ได้มองมัน เฝ้ารอและขอให้ความทรงจำเหล่านี้กลับมาดังเดิมโดยไว 

เราคุยกันทุกคืนก่อนนอน บอกว่ารักว่าคิดถึง ความรู้สึกของผมยังมั่นคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง รักยังไงก็ยังรักอย่างนั้น อาจเพิ่มพูนมากจนอธิบายไม่ได้ด้วยคำพูด ผมรอที่จะบอกภีมด้วยการกระทำ 

ภีมยังสดใสร่าเริงชวนยิ้มได้เหมือนเคย เราคุยกันจนกระทั่งผมเรียนจบ แต่ผมเลือกที่จะไปทำในสิ่งที่ตัวเองหยุดฝัน คือการกลับไปแข่งรถอีกครั้ง เพราะเคยสัญญากับภีมไว้ว่าจะพามันไปเชียร์ที่สนามแข่ง แต่ผมมันรั้น ดื้อดึงไม่ยอมฟังมันจนสายเกินไป ผมพยายามอยู่นานเพื่อลบคำสบประมาทของคนที่เคยดูถูกจากเรื่องที่ตัวเองเคยก่อในอดีต เรื่องที่ผมหนีการแข่งออกมาดื้อๆ นำมันมาเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองสู้ไม่ถอย พยายามฝึกซ้อมอย่างหนัก ไม่นานผมก็ได้แชมป์มาครองอีกครั้ง 

ผมก้าวกระโดดมาด้วยความเร็ว พร้อมเวลาที่เราห่างกันนั้นเดินไวอย่างน่าประหลาด ภีมส่งข้อความมาอวยพรวันเกิดครบ 21 ปีของผมพร้อมกับดีใจที่ผมได้แชมป์ในการแข่ง เรามีความสุขมาก เวลาเดินเร็วไปพร้อมกับความสำเร็จแรกของผมที่กลับมามีชื่อเสียงจากวงการกีฬาอีกครั้ง เมื่อผมซ้อมมากเกินไป จุดพลิกผันของผมกับภีมจึงได้เริ่มต้นขึ้น 

เข้าสู่ปีที่สองที่ภีมส่งข้อความมาอวยพรวันเกิดผ่านเฟชบุ้ค ผมมีความสุขเมื่อได้อ่านมัน แต่เมื่อส่งข้อความไปอีกครั้ง ภีมก็ไม่ได้ตอบกลับมา ใจผมว้าวุ่นนึกถึงแต่มัน คิดถึงมัน เกิดอะไรขึ้นกับภีมที่ผมรักกันแน่ ผมเฝ้าส่งข้อความไปหามันซ้ำๆ แต่ไร้วี่แววคนที่จะตอบกลับมา ใจผมหายอย่างน่าประหลาด ผมคิดที่จะออกไปตามหามันแต่ติดที่ตัวเองต้องลงแข่ง และผมต้องมีความรับผิดชอบกว่านี้ 

นานเป็นเดือนกว่าภีมจะตอบกลับมา บอกเพียงว่าตัวเองกำลังยุ่ง ผมพยายามติดต่อกลับไปและขอที่จะวิดิโอคอลกับมัน ภีมปฏิเสธ

และหายไปอีกครั้ง 

ท่ามกลางการรอคอยของผม ผมเติบโตและเริ่มจะรู้จักหาความก้าวหน้าให้กับตัวเอง ผมเปิดกิจการเกี่ยวกับอะไหล่รถมอเตอร์ไซต์ที่ตัวเองรักและมันก็ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ พร้อมกับการจ้องมองโทรศัพท์ของผม ผมรอภีมที่จะตอบกลับมา 

ภีมกลับมาอวยพรวันเกิดผมในวัย 23 ปี 

ใจผมหาย ผมส่งข้อความไปถามว่าตอนนี้ภีมอยู่ไหน ผมโทรหาภีมไม่ติดและไม่ได้ยินเสียงของเขามาเป็นปี ช่วงเวลานั้นผมเครียดและทุ่มเทกับงาน ไม่อยากคิดมาก เอาเวลาไปเข้าฟิตเนสออกกำลังกายให้เหนื่อยล้า กลับมาจะได้หลับเป็นตายไม่ต้องนอนคิดถึงตอนที่ตัวเองอยู่กับมัน 

ผมรอที่จะเจอภีมอย่างใจจดใจจ่อ แต่การติดต่อกลับมาคือข้อความอวยพรวันเกิดสั้นๆ ทุกปี ผมมองมันผ่านม่านน้ำตาตัวเอง เฝ้าแต่คิดและหาเหตุผลว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเมียผมกันแน่ ตอนนี้ภีมอยู่ที่ไหน ผมร้องไห้อย่างไม่อายถึงแม้รูปร่างหน้าตาตัวเองเปลี่ยนไป โตขึ้นขนาดไหน แต่ผมอ่อนแอเมื่อนึกถึงมัน ได้แต่มองโทรศัพท์ตัวเองซ้ำๆ 

นี่ผมบ้าไปแล้วจริงๆ 

ผมกำลังฝัน กำลังเพ้ออะไรอยู่ ผมมองข้อความอวยพรวันเกิดในวัย 25 ปีของตัวเองด้วยมือสั่นๆ มองข้อความสั้นๆ จากมันและคิดกับตัวเองว่ากำลังรออะไรจากมันกันแน่ 

และสิ่งที่ตัวเองกำลังรอมันมีจริงไหม 

ภีมที่ผมรักอยู่แห่งหนไหน หรือใครกันแน่ที่ส่งข้อความนี้มาทุกๆ ปี ใครก็ได้ช่วยตอบผมทีว่าภีมยังมีชีวิตอยู่ ยังรออย่างที่ผมเพ้อผมฝันอยู่ ผมได้แต่นอนร้องไห้ 

"ลืมเด็กนั่นไปซะปอ มึงโตจนป่านนี้ยังมาหวังอะไรล้มๆ แล้งๆ อีกวะ ป่านนี้มันไปมีผัวใหม่แล้ว" เสียงพี่ชายของผมบอกขณะที่ผมยังนั่งมองโทรศัพท์ตัวเอง มองข้อความที่ภีมส่งมาให้ 

"กูจะรอ กูจะพิสูจน์ให้มึงดู" 

แม้กูจะกลัวแค่ไหนก็ตาม 

ทิ้งร่างของตัวเองพิงพนักโซฟาบนล้อบบี้กว้างขวางในโรงแรม ตอนนี้ผมมาหาแม่ที่ยังบินกลับมาเยี่ยมเป็นระยะๆ แม้เขาทั้งคู่จะเลิกกันแต่ก็ยังติดต่อ พูดคุยกันเหมือนเดิม ตอนนั้นผมยังเด็ก ยังเอาแต่ใจ จำได้ว่าแม่ตบผมมาทีด้วยความโมโหจากความรั้นไม่เข้าเรื่อง และบอกความจริงมาว่า 

"แม่เป็นคนผิดเอง แม่เป็นคนขอหย่าเพราะแม่คิดว่าตัวเองไม่สามารถเป็นภรรยาที่ดีให้พ่อของลูกได้ แม่ไม่เคยทำหน้าที่ภรรยาให้กับเขาเลย ไม่เคยอยู่ข้างๆ เขาเวลาที่เขาต้องการแม่ แม่ไม่อยากให้พ่อของลูกเสียใจ แล้วก็แม่น่ะคิดว่าแม่รู้ตั้งนานแล้วว่าพ่อของลูกเป็นเกย์" 

ผมไม่ค่อยเข้าใจแม่เท่าไรนักตอนบอกผมครั้งนั้น แต่แม่โกรธที่พ่อยอมรับเอาความผิดเก็บไว้กับตัวเอง ปล่อยให้ผมเข้าใจเขาผิด 

"ที่แม่บินไปต่างประเทศเพราะแม่อยากไปทำงาน อยากไปตั้งใจทำงาน แล้วเลือกที่จะพาเปรมไปด้วยเพราะเขาโตพอที่จะเข้าใจแม่ได้ ปอยังเด็กเกินไปที่จะเข้าใจอะไรแบบนี้" 

ใช่ ผมไม่เข้าใจแม่จริงๆ ตอนนั้นผมอาจเด็กไป ผมอายุเพียงยี่สิบปี มักคิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว

"ลูกมันโง่ ที่พ่อเขาอยากให้ลูกอยู่กับเขาเพราะเขารักลูก อยากดูแลลูก ยังจะทำนิสัยเสียกับพ่ออีก"

“ไม่เอาน่าอย่าดุลูกนักเลย” 

แต่ไม่เข้าใจพ่อมากกว่า ผมร้องไห้มองพ่อตัวเองที่เอาแต่ปรามไม่ให้แม่ต่อว่าผม ไม่ให้แม่ดุผมที่ทำตัวแย่กับเขา ผมเสียเวลาเอาแต่ใจมาตลอดทั้งๆ ที่พ่อก็รักผมมากขนาดนั้น 

แม้เขาจะเป็นเกย์ แต่ผมก็รับรู้ว่าพ่อเสียใจมากที่แม่จากไป เขาเองก็กลัวครอบครัวของเราไม่อบอุ่น กลัวผมอายเพื่อนและอีกหลายอย่าง ผมมันเอาแต่ใจ มารู้ทีหลังก็เมื่อสาย ผมกอดท่านและได้แต่ร้องไห้อยู่อย่างนั้น ได้ยินเพียงเสียงปลอบและคำว่าไม่เป็นไรตลอดเวลา มันทำให้ผมมีกำลังใจ สุขใจที่เข้าใจท่าน 

กับพี่ชาย ผมไม่มีอะไรต้องคุยกับมัน ผมเฝ้ารอให้ภีมกลับมาเท่านั้นให้มันได้เห็นว่ารักของเกย์ไม่ได้มีจุดจบแค่เรื่องอย่างว่าอย่างเดียว เราเองก็มีรักแท้ได้เหมือนกัน 

แต่เมื่อไร ผมก็ไม่รู้... 

แม้อ่อนแอ ตื่นมาผมต้องเข้มแข็งกลับไปทำงาน ผมซื้อบ้านเป็นของตัวเองได้แล้ว ย้ายของที่เป็นของตัวเองออกจากโรแรมมาอยู่คนเดียว แต่ก็ยังกลับไปเยี่ยมพ่อบ้าง สิ่งของที่เคยใช้ร่วมกับเมียยังอยู่ดี ตุ๊กตาแฝดภีมยังนั่งยิ้มส่งมาให้ บางทีผมก็คิดว่าผมอาจบ้าไปแล้ว 

ผมถอดใจครั้งแล้วครั้งเล่า 

แต่นึกถึงวันที่สัญญา ผมคิดว่าภีมจะไม่จากผมไปไหน จะไม่ผิดสัญญาจนกว่าจะตายจาก หรือภีมอาจตายไปแล้ว มันทำให้ผมร้องไห้และคิดว่าภีมอาจคิดถึงผมมาก ผมคิดอยากตายตามไปเลยด้วยซ้ำ 

แต่มันคงไม่เลวร้ายขนาดนั้น ผมเฝ้าแต่ภาวนาขอให้โชคตะตาไม่เล่นตลกกับผม 

ไม่ฆ่าไอ้สารเลวอย่างผมด้วยวิธีนี้ 

หลายครั้งที่ผมเจอคนที่ดีเข้ามาในชีวิต ผมเปิดรับอย่างที่ภีมเคยบอก แต่ก็ไม่เคยรักมากกว่าที่ผมรักภีมเลยสักนิด ผมพยายามทำใจให้ตัวเองรักเขา แต่ทำไม่ได้ ถ้าผมต้องนอกใจเมียตัวเอง ผมทำไม่ได้ ถ้าคิดว่าภีมกลับมาต้องเสียใจที่เห็นผมรักคนอื่น ผมเองจะเป็นฝ่ายเสียใจถ้าเป็นเช่นนั้น ดังนั้นขอผมปิดกั้นตัวเองเสียจะดีกว่า 

ผมมองโทรศัพท์ตัวเอง เป็นร้อยๆ โพสต์ที่ส่งไปหามัน หวังว่าสักวันมันจะตอบกลับมา 

เฝ้าเปิดดูทุกวัน วันละหลายๆ รอบ แต่ไม่มีสักข้อความ 

ผมมันบ้า บ้าชิบหายพาร่างตัวเองเดินเอื่อยๆ ลงบันไดโรงเรียน ตอนนี้ผมรับหน้าที่เป็นอาจารย์พ่วงอีกตำแหน่ง ถึงจะไม่ได้จบสูงแต่เพราะผมสร้างชื่อเสียงให้กับทางโรงเรียนไว้มาก จึงได้รับเกียรติให้มาเป็นวิทยากรกิตติมศักดิ์แก่เด็กๆ 

ดวงตาผมคงเศร้า มองสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตแล้วหลายอารมณ์ตีอก มองเด็กๆ ที่ผมเคยคิดว่าช่วงเวลานี้ตัวเองโตพอแล้ว คงจริงอย่างที่ภีมบอก เรายังเด็กเกินไปที่จะรักกัน 

อาจารย์ครับ

เสียงจากใครสักคนเรียกให้ผมหันกลับไปมอง เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินยิ้มมาหาพร้อมกับสาวเท้ามาเดินพร้อมๆ กัน ขอบคุณมากนะครับที่เสียเวลามาสอนพวกเรา ผมชอบคำที่อาจารย์พูดมากๆ ที่บอกให้รู้ค่าของเวลา” 

ผมหันไปมองคนพูด ฉันดีใจนะที่เธอชอบ” 

อาจารย์คงมีประสบการณ์ตรงสินะครับ ผมคิดว่างั้นนะ คนเราจะไม่เข้าใจอะไรง่ายๆ ไม่ประสบด้วยตัวเอง” 

ก็คงใช่ 

คนที่เดินข้างผมเงยมามอง ก่อนจะนิ่งเงียบไป อาจารย์ดูเศร้าๆ นะครับ” 

ทำไมคิดงั้น?” 

ก็ดวงตาอาจารย์มันดูหม่นหมองไม่มีชีวิตชีวาเลย” 

สบตาฉันแล้วเหรอ?” ผมถามขึ้นพลางยกยิ้มกับตัวเอง คิดแล้วยิ้ม เธอเหมือนใครบางคนเลยแฮะ คนที่ฉันรู้จักดี 

คนที่เดินข้างๆ เงยหน้ามามองพลางเกาหัวตัวเองสงสัย ผมสาวเท้าไปเงียบๆ รออีกฝ่ายถาม ใครกันนะ?” 

ชอบสังเกตแล้วคิดเองเออเองคนเดียว ไม่ไหวเลย 

ผมบ่นกับตัวเองไม่ตอบ ดวงตามองออกไปไกลแสนไกลเมื่อนึกถึงคนที่กล่าวออกมา 

ภีม… 

ตอบพี่มาทีว่าภีมอยู่ที่ไหน ตอบทีว่าภีมยังอยู่ดีไหม กินข้าวตรงเวลาไหม ดูแลสุขภาพดีไหม ผมอยากได้ยินคำตอบ ไม่อยากเดาแบบนี้อีกต่อไปแล้ว 

ผมเสียใจ เมื่อนึกถึงก็พาลให้ผมเศร้า ร่างของผมหยุดชะงักพร้อมกับปวดหนึบที่อก ขาไม่มีเรี่ยวแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ 

อาจารย์ อาจารย์เป็นอะไรครับ?” 

เปล่า ฉันโอเค…” ผมส่ายหน้า เงยขึ้นไปมองนักเรียนที่ก้มมองด้วยสีหน้าตกใจ ยกมือบอกอีกฝ่ายว่ายังไหว ยังไม่ได้เป็นอะไร 

เวลาล่วงเลยมากว่าห้าปี ผมพร้อมทุกอย่างแล้ว แล้วเมื่อไรภีมจะพร้อม 

ผมอยากรู้

ช่วงเวลาที่รอนี้ผมเจ็บปวดมากกว่าสุขใจ ผมอยากบอกให้ภีมหยุดมัน หยุดมันที ใจผมทรมานจนแทบไม่เหลือความรู้สึก เมื่อไรภีมจะกลับมาหา มานอนอยู่ข้างๆ อย่างเคย ผมยังรอ ยังคงรอต่อไปอย่างนี้

อีกกี่ปี หนึ่งปี สองปี ห้าปี สิบปี ยี่สิบปี 

หรือตลอดไป… 

ผมเคยได้ยินมาว่าอาจารย์เรียนที่นี่ อาจารย์ป๊อบมากเลยคนที่ยืนข้างๆ พูดขึ้นพร้อมกับยกยิ้ม ผมหัวเราะหึในลำคอทั้งส่ายหน้า 

ตอนนั้นฉันยังเด็ก” 

เท่จะตาย 

ไม่เห็นเท่ตรงไหน สิ้นคิดเกินไปด้วยซ้ำผมว่า 

ทำไมอาจารย์คิดงั้นล่ะ?” 

เพราะตอนนั้นฉันใช้เวลาให้เสียเปล่าไปนานเกินไป ทำให้วันนี้ฉัน 

ทรมานขนาดนี้ 

อะไรครับ?” เด็กที่ยืนข้างๆ ย้อนพลางเดินตามผมมายังรถมอเตอร์ไซต์คู่ใจ ผมยกมือล้วงหากุญแจในกระเป๋าพลางส่ายหน้า 

ลาก่อนเจ้าหนู” 

ผมยิ้มให้เจ้าตัวเล็กที่ยืนเกาหัวตรงหน้า ก่อนจะหยิบหมวกกันน๊อคมาสวม สตาร์ทรถแล้วบิดคันเร่งออกมาบนท้องถนนแสนกว้าง ลมเย็นทว่าแดดร้อนเท่าไร ผมไม่เคยหวั่น พยายามใช้ชีวิตที่ใครๆ ต่างบอกว่าเป็นชีวิตของผู้ใหญ่อย่างว้าเหว่ 

นี่หรือความเป็นผู้ใหญ่

ทำไมมันเป็นแบบนี้ 

ท้องถนนแสนกว้าง ผมพาร่างตัวเองไปยังร้านซ่อมขนาดใหญ่ที่ดูจะโอ่อ่าเกินไปสำหรับเจ้าของ ร่างผอมบางของมันเดินออกมันพร้อมกับรอยยิ้มอย่างเคย คนที่เอาแต่ยิ้มอย่างนี้ตั้งแต่เด็กๆ ตอนนี้มันสวมชุดช็อปที่เรียกได้ว่าสุดแสนจะโสโครก เนื้อตัวมอมแมม แถมยังปล่อยหนวดเคราไม่เข้ากับหน้าตา 

อีกคนเดินออกมาตามหลังพร้อมรอยยิ้ม มันยกมือไหว้ผมเหมือนจะเคารพ แต่ผมรู้ว่ามันเลิกเคารพกันไปตั้งนานแล้ว เป็นไงพี่ปอ ไปโรงเรียนคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ไหมพี่?” 

เออ ใครมันจะสวีทหวานเหมือนพวกมึงวะผมตอบมันไปพลางเบ้ปาก คบกันตั้งนานยังไม่เบื่ออีก กูเป็นมึงทิ้งมันไม่มีเมียใหม่ตั้งนานแล้วกรีน คนอะไรสกปรกชิบหาย” 

เห้ยๆๆ ไอ้ปอ มึงจะมายุแฟนกูทำไม ทำเป็นอิจฉาไปได้ ก็กรีนมันรักมันหลงกูนี่ไอ้เพื่อนมันหน้าด้านเถียงมาได้ 

ใครบอกว่าผมหลงพี่?” 

เอ้า แล้วกรีนทนคบพี่มาได้ไง?” 

ผมยิ้มพลางส่ายหน้ากับไอ้สองตัวนี่ 

พวกมันหันไปเคลียร์กัน ผมเลือกที่จะเดินเข้าไปด้านในอย่างถือวิสาสะและความคุ้นชิน เห็นมันสองคนหยอกล้อกันเดินตามหลังมา ชั่วโมงนึกถึงความหลังของผมก็ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ผมเหงา ผมอยากคุยกับเพื่อน อยากหาให้สักคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 

ผมเห็นว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่เมื่อคิดๆ แล้ว ห้าปีที่ผ่านมามันก็เร็วเหลือเกิน 

พี่มีเรื่องตื่นเต้นๆ จะเล่าให้ฟังมากมาย เมื่อไรจะกลับมา กลับมาฟังพี่ กลับมาเล่าว่าภีมเจออะไรบ้างในเวลาที่เราห่างกัน 

ผมจำได้ ว่าเคยบอกภีมไป ว่าความห่างไกลทำให้เรารู้ค่าของความคิดถึง ผมรู้แล้ว ผมรู้ซึ้งจริงๆ แล้วเมื่อไรโชคชะตาจะนำพาคนที่ผมรักที่สุดกลับมา 

อีกกี่ปี… 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

208 ความคิดเห็น

  1. #105 Kikkyjang (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:14
    เศร้าอ่ะ สงสารปอนะ (((จากที่เกลียดมาตลอดอิอิอิ))) ไรท์จะทรมานคนอ่านไปถึงไหนค่ะ น้ำตาจิไหลแล้วเนี้ย ให้เจอกันสักทีเหอะ นุงภีมมันหายไปไหนเนี้ยไม่ติดต่ออ่ะ อย่าจบเศร้านะ เค้าโกรธจิงๆ ด้วย T____T
    #105
    0