แดนสรวง (yaoi)

ตอนที่ 2 : Level 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    26 ก.พ. 62

VR gear

Sword and Soul

Username: TStream_

Password: ********

ผมกรอก Username และ Password ใหม่ลงไป ความจริงผู้เล่นเก่าสามารถใช้ไอดีเดิมได้ แต่น่าเสียดายที่ผมลืมรหัสผ่านไปซะแล้ว ก็มันผ่านมาตั้งสิบปีแล้วนี่นา

เสียงซาวน์แทรคที่คุ้นเคยในหน้าเริ่มเกมทำให้ผมใจเต้นแรง ผมพยายามกล่อมตัวเองให้สงบด้วยความคิดที่ว่า ผมโตเกินกว่าจะชอบเล่นเกมแล้ว แต่ก็ไม่เป็นผลเลย

สาเหตุที่คนชอบเล่นเกมก็เพราะในโลกเกม คุณเป็นอะไรก็ได้ที่คุณอยากเป็น จะเป็นผู้ชาย จะเป็นผู้หญิง จะแต่งตัวละครให้หน้าตาดีแค่ไหนก็ได้ จะตีลังกาผาดโผนก็ได้ จะร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเพื่อนก็ได้ จะปีนขึ้นไปบนจุดสูงสุดด้วยกำลังของตัวเองก็ได้

และเกมเจี้ยนก็ยังคงเป็นเกมเจี้ยน ในห้วงสีดำสนิท เสียงจากระบบดังขึ้นแนะนำวิธีเปิดปิดอินเทอเฟซ การตั้งค่าต่างๆ การบังคับร่างกายพื้นฐาน และยังเกริ่นถึงเนื้อเรื่องของโลกเจี้ยนหลิงอีกด้วย ซึ่งผมก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างเพราะพอจะจำได้อยู่บ้าง

เกมเจี้ยน หรือชื่อเต็มคือ เจี้ยนหลิงนั้น เป็นโลกยุทธจักรกำลังภายในที่ผสมความแฟนตาซีไว้อย่างกลมกลืน ภาพสวยสมราคาคุย และตอนนี้ก็มีจุดขายเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้ว นั่นก็คือ ความสมจริง

ผมคิดว่า....ที่แดนสรวงยอมกลับมาเมืองไทยก็เพราะเกมเจี้ยนนี่แหละ

ตรงหน้าผมปรากฏประตูบานหนึ่งขึ้นจากความว่างเปล่า เสียงจากระบบแจ้งว่าการแนะนำสิ้นสุดแล้ว ผมสามารถผ่านประตูนี้ไปยังเมืองเริ่มต้นได้เลย หรือจะขอฟังคู่มือแนะนำอีกครั้งก็ได้ ผมทดลองชกอากาศสองสามครั้ง หมุนตัวเตะสูงอีกครั้งหนึ่ง เมื่อคิดว่าซักซ้อมพอที่จะไม่ทำให้ตัวเองขายหน้าเพราะความเงอะงะแล้ว ผมก็ผลักประตูออกไป

หนึ่งชั่วโมงในโลกจริงเท่ากับหนึ่งวันในเกมเจี้ยน ผมเข้าเกมมาตอนหกโมงสี่สิบแปด ตอนนี้ในเกมจึงเป็นเวลาประมาณหนึ่งทุ่มกว่าๆ เมื่อปรับตัวได้แล้วผมก็พบว่าตัวเองยืนอยู่ในหมู่บ้านไคฉื่อ (เริ่มต้น) เมื่อกวาดตามองไปรอบๆ ก็พบว่ามีพวกหน้าใหม่ไม่น้อยเลย คงเพราะ VR gear 1.7.2 เพิ่งออกได้ไม่นานนัก

ผมเริ่มทำการเช็คว่าทั้งเนื้อทั้งตัวมีอะไรบ้าง พบว่านอกจากเสื้อผ้าเนื้อหยาบและดาบกิ๊กก๊อกเล่มหนึ่งที่สะพายอยู่ข้างเอวแล้ว ก็ไม่มีอะไรอีกเลย

ผมถอนหายใจเฮือก คิดถึงไอดีเก่าที่เล่นจนเลเวลตันแล้วขึ้นมาครามครัน ก่อนที่ความคิดหนึ่งจะวาบเข้ามาในหัว

ในเมื่อแดนสรวงใช้ไอดีเก่า... บ้าน หลังที่ผมเป็นเจ้าของร่วมกับเขาก็ต้องยังอยู่!

ผมเรียกหน้าต่างค้นหาขึ้นมาทันที ImDaenSrwang ผมจำชื่อของมันได้อย่างแม่นยำ แม้ว่าจะจำรหัสไอดีเก่าของตัวเองไม่ได้ มีผลลัพท์สิบกว่ารายการปรากฏขึ้น ผมขมวดคิ้วฉับ ชื่อของแดนสรวงอยู่ด้านบนสุด เพียงแต่...

ImDaenSraungFC

ImDaensrwangFanclub

ImDaensrwangFanclub_

ImDaensrwangFanclub11

ImDeanSraungFanclu6

พระเจ้า ไอ้พวกนี้เป็นใครกัน แถมมีเป็นสิบๆ คน ที่น่าโมโหยิ่งกว่าก็คือมีบางคนยังเขียนชื่อแดนสรวงไม่ถูกด้วยซ้ำ

D A E N S R W A N G ชื่อหมอนั่นเขียนแบบนี้ต่างหาก เจ้าพวกโง่เง่า!

ผมพรูลมหายใจออกจากอก หรี่ตามองแถบชื่อแดนสรวงตัวจริงแล้วก็ต้องปวดหัวจี๊ดอีกครั้ง

ImDaenSrwang Level: [?]

มันซื้อตั๋วปกปิด พระเจ้า! ไหนเมื่อก่อนบอกว่าจะไม่เสียเงินให้เกมออนไลน์สักบาท? แล้วนี่มันอะไรกัน!!

เท่าที่ผมจำได้ เมื่อสิบปีก่อน แดนสรวงเลเวลน้อยกว่าผมที่เลเวลตันอยู่สิบกว่าขั้น ตอนนั้นตันที่ 80 มันคงอยู่ประมาณหกสิบกว่า หลังจากที่พวกเราห่างๆ กันไป เลเวลแดนสรวงก็ไม่ขึ้นอีกเลย

พวกเราเหมือนจะสนิทกัน แต่นั่นก็เป็นเพียงมิตรภาพชั่วคราวเท่านั้น ผมแทบไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวกับมัน แดนสรวงก็แทบไม่ปริปากเล่าอะไรให้ฟังถ้าผมไม่ถาม ซึ่ง...ผมก็ไม่ถามอะไรเลย ผมทำตัวเย็นชาปั้นปึ่งใส่เขา คงเพราะในใจลึกๆ แล้วผมไม่เคยเห็นว่าเขา เท่าเทียม กับผมเลย

มึงแม่งตัวถ่วงว่ะ สรวง

ผมพูดไปแบบนั้นเพราะความหัวร้อน พาลเอาเชื้อไฟไปลงที่แดนสรวง เมื่อเห็นว่าเขาไม่โต้ตอบผมก็ยิ่งคะนองปาก พูดจาแย่ๆ ใส่เขาไปอีกหลายประโยค เพราะหงุดหงิดมากจริงๆ เราต้องรีดันเจี้ยนใหม่เป็นสิบรอบเพราะแดนสรวงตายซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมระเบิดอารมณ์ใส่เขาเหมือนภูเขาไฟที่สั่งสมกำลังรอการปะทุมาร่วมร้อยๆ ปี พูดไปพูดมาผมก็ลากไปเรื่องอื่นนอกเหนือจากเกมอีก ผมจำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้าง แต่พูดจนสะใจสบายใจแล้วนั่นแหละ ถึงได้ยินเสียงสูดลมหายใจอย่างสะเทือนใจของแดนสรวง

ธารพูดจบรึยัง

          เออ...จบแล้ว

          ผมนึกว่ามันจะด่าผมกลับบ้าง แต่ไม่เลย แดนสรวงรับคำเบาๆ แล้วออฟไลน์ออกจากเกม ผมได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆ ก่อนที่มันจะปิดดิสคอร์ด

          ไม่หรอก...ผมคงหูฝาดไป โดนด่าแค่นี้ถึงกับต้องร้องไห้ เป็นผู้หญิงรึไง

แต่วันต่อมา และวันต่อๆ มา แดนสรวงก็ไม่เข้ามาทักผมอีกเลย ตรงข้าม เขาหายตัวไปอย่างรวดเร็วทันทีเมื่อเห็นเงาของผม และกลับมาใหม่เมื่ออาจารย์เข้ามาสอน เขาไม่นั่งข้างผมเหมือนเดิมแต่แลกที่กับสาลี่ ย้ายไปนั่งหน้าห้องข้างตะวัน และตั้งใจเรียนอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง

คะนิ้งสังเกตเห็นความระหองระแหงของพวกผมได้ในทันที หลังจากโดนซักถามเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน ผมก็รับสารภาพว่าได้พูดจาร้ายกาจอะไรใส่แดนสรวงไปบ้าง

มิน่า...แกปากร้ายแบบนี้ไงแดนสรวงถึงได้อึดอัด

แทนที่จะปลอบใจ คะนิ้งกลับมองผมด้วยแววตาสมน้ำหน้า เธอบอกให้ผมรีบไปขอโทษ เพราะคนอย่างแดนสรวงโกรธใครได้ไม่นานหรอก

หลังๆ เขาก็เลิกหลบหน้าผมแล้ว พวกเราเหมือนเป็นใบ้ มองตากันแล้วก็เมินไปทางอื่น ผมไม่รู้แล้วว่าเขาคิดอะไรอยู่ ดวงตาของเขามักจะทอประกายสดใสทุกครั้งที่มองมาทางผม มันเคยเป็นแบบนั้น แต่หลังจากวันนั้นเขาก็มองผมเหมือนที่มองเพื่อนคนอื่นๆ ยังคงซื่อสัตย์ จริงใจ แต่ความสดใสแบบเด็กๆ ไม่มีแล้ว

บอกตามตรงว่าผมไม่สบายใจเลย ผมรู้สึกผิดทุกครั้งที่มองเขา อยากจะขอโทษ แต่ทิฐิสูงลิบลิ่วก็ทำให้ผมพูดไม่ออกทุกครั้ง

แต่คราวนี้...ผมจะไม่ยอมปล่อยให้โอกาสหลุดมือไปอีกแล้ว

บ้าน หลังที่เราเป็นเจ้าของร่วมกันตั้งอยู่ในป่าเซินหลิน ซึ่งการจะเดินทางไปที่นั่นได้ผมต้องมีเลเวลไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้า เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็เริ่มขยับตัวทันที ตระเวนรับเควสจาก NPC ในหมู่บ้านมาทำทั้งหมด ส่วนมากจะเป็นการเอาจดหมายไปส่งคนนั้น ปีนต้นไม้ไปเก็บของให้คนนี้ จับปลา ก่อไฟ เป็นการสอนทักษะเอาชีวิตรอดไปในตัว น่าเบื่อนิดหน่อยแต่ก็ได้ค่าประสบการณ์และเงินมาพอสมควร ตรงข้ามกับพวกหน้าใหม่หลายคนที่มักจะตรงดิ่งเข้าป่าไปพร้อมกับอาวุธเริ่มต้นเพื่ออัพเลเวลเลย

พวกเขาใจร้อนกันเกินไป ยังไม่ทันได้ทำความรู้จักการควบคุมอะไรๆ ดีพอก็ดิ่งไปสู้ซะแล้ว เมื่อตายก็จะต้องเสียเวลาคอยการเกิดใหม่อีก

ในเจี้ยนหลิงนั้น เลเวลไม่ใช่สิ่งชี้ขาดด้านความเก่งกาจเสมอไป มันยังประกอบไปด้วยพลังฝีมือควบคุมของคนเล่นเอง อาวุธที่เลือกใช้ เคล็ดวิชาที่เลือกฝึก และอีกร้อยแปดพันเก้า ใต้หล้านี้กว้างใหญ่ อะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เสมอไป ดังนั้นในสนามประลอง แม้ว่าจะมีระดับเลเวลที่ต่างกันมาก หากผู้ประลองสมัครใจ ก็สามารถประลองได้ไม่ผิดกฏ

“...เหนื่อยชะมัด”

ระฆังกลางหมู่บ้านตีสี่ครั้ง ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่ม หลังจากที่ลุยทำภารกิจฝึกหัดจนหมดแล้ว ผมก็ขึ้นมาอยู่ที่เลเวลห้า ในกระเป๋ามีเงินอยู่หกสิบกว่าเหรียญทองแดง ซึ่งตอนนี้แม้แต่เศษสตางค์ก็มีค่า ผมจึงไม่เปิดโรงเตี๊ยม แต่ปีนต้นไม้ขึ้นมานอนซะเลย เสียวๆ จะตกลงไปหลังหักอยู่เหมือนกัน

เกมนี้ตอนที่ยังกระดิกนิ้วเล่นบนคอมพิวเตอร์ก็ว่ายากแล้ว ยิ่งเข้ามาควบคุมร่างกายในเกมเองยิ่งยากไปกันใหญ่ ตอนภารกิจก่อไฟปิ้งปลาผมลองเอามือแหย่เปลวไฟแล้วยังสะดุ้ง มือพอง ถึงจะลดค่าความเจ็บปวดลงไปบ้างแล้วแต่มันก็ยังเจ็บอยู่ดี การลุยปะทะกับสัตว์อสูรโดยตรงจึงไม่อยู่ในตัวเลือกของผมแม้แต่น้อย ดังนั้นพวกอาชีพนักดาบ อัศวิน ผู้ใช้หอก อะไรเทือกนี้ก็ตัดทิ้งไปได้เลย

ไม่ใช่ว่าเหนื่อยไม่เป็น...แต่นั่นไม่ใช่ทางของผมจริงๆ ผมชอบการย่องเข้าไปเชือดนิ่มๆ ทางด้านหลังมากกว่า ชอบการใช้สมองคิดวางแผนก่อน ชอบที่จะได้เห็นเหยื่อดิ้นรนและ suffer ในกับดักที่ผมวางไว้ ถ้านี่เป็นนิยายเรื่องหนึ่ง ผมว่าตัวเองต้องได้รับบทตัวร้ายแน่นอน

แต่ตอนนี้ผมยังอยู่แค่เลเวลห้า ฝันหวานเรื่องการเป็นคนโฉดสุดคูลคงต้องพับไปก่อน...

 

 

ผมตื่นสายกว่าที่เคยเพราะกว่าจะเลิกเล่นเกมก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่า VR gear ส่งเสียงเตือนว่าผมเข้ามาอยู่ในเกมหกชั่วโมงแล้ว สูงสุดคือแปดชั่วโมง หลังจากนั้นระบบจะประกาศเตือนสีแดงแจ๋ และเตะโด่งผู้เล่นออกจากเกมทันที

ผมรู้สึกมึนหัวนิดหน่อยเลยยังนอนแช่อยู่บนเตียง นาฬิกาบอกเวลาสิบโมงเช้า โชคดีที่วันนี้เป็นวันเสาร์ หลังจากอ้อยอิ่งไถเฟซบุ๊กอยู่เกือบครึ่งชั่วโมงผมก็ลุกไปอาบน้ำแปรงฟัน พร้อมกับคิดไปด้วยว่ามีอะไรต้องทำบ้าง หนึ่งเลยคือเอาเสื้อผ้าลงไปซัก สอง...ทำความสะอาดบ้าน

อ่อ สาม ต้องซื้อของเข้าตู้เย็น

ผมพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง ยัดแซนวิชเย็นชืดเข้าปาก ตามด้วยน้ำเย็นเฉียบอีกแก้ว ปิดตู้เย็น มันเป็นชีวิตที่ค่อนข้างน่าเบื่อ บ้าน ที่ทำงาน บ้าน ที่ทำงาน บ้าน ที่ทำงาน บ้าน ที่ทำงาน บ้าน ที่ทำงาน บ้าน โลตัส บ้าน บ้าน....วนลูปอยู่แบบนี้

ว่างเปล่าสิ้นดี

บางที...ผมไม่เพียงแต่จะเป็นคนปากร้าย กระทั่งทัศนคติก็ติดลบไปด้วย เป็นด้านตรงข้ามกับแดนสรวงโดยสิ้นเชิง

เออ- ใช่— แดนสรวง

ผมรู้สึกตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที เมื่อวานหลังจากเห็นจำนวนแฟนคลับของเขาแล้ว ความอยากรู้อยากเห็นของผมก็พุ่งกระฉูด หมอนั่นทำอะไรของมันกันนะ มีคนตั้งชื่อตามแบบนี้ก็คงจะดังไม่น้อย คิดได้ดังนั้นผมจึงคว้าโทรศัทพ์ขึ้นมาหาชื่อไอดีเกมของแดนสรวง

ผลการค้นหาแรกที่ถูกแสดงขึ้นมาคือทวิตเตอร์ @ImDaenSrwang หมอนี่เล่นทวิตเป็นกับเขาด้วยงั้นเหรอ

รูปโปรไฟล์เป็นรูปแนวแคนดิต ผู้ชายคนหนึ่งยืนหันหลังเอียงๆ ให้กล้อง พื้นหลังเป็นหินที่ยื่นออกไปในทะเลลึก รูปมืดมากจนมองไม่เห็นใบหน้า เลื่อนลงมาดู Pinned Tweet เป็น Thread รูปภาพที่เจ้าตัวไปเที่ยวมาทั้งหมด ส่วนมากเป็นวิวธรรมชาติ ไม่ก็พวกโบราณสถานต่างๆ มีภาพแสงสีในเมืองบ้างแต่ไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะมีคำอธิบายไว้ว่าไปที่ไหนมา ไปกับใคร รู้สึกยังไง เหมือนเป็นบันทึกการเดินทางสั้นๆ

นอกจากนั้นแดนสรวงก็ไม่ค่อยโพสบ่นอะไรอีก มีแต่จะรีทวิตอะไรไปเรื่อยเปื่อยมากกว่า

“หืม?”

ผมเพิ่งสังเกตุเห็น เขาแปะลิงก์ Ask.fm ไว้ด้วย แน่นอนว่าผมต้องจิ้มเข้าไปดู มันเป็นแอปที่คนถามไม่จำเป็นต้องแสดงตัวก็ได้ ดังนั้นสายใส่ใจจึงน่าจะชอบมาก

พี่แดน ปกติพี่เล่นเกมอื่นมั้ยครับ คือผมอยากหาเพื่อนเล่น iden V

ไม่ครับ นอกจากเกมเจี้ยนพี่ก็ไม่เล่นเกมอื่นแล้ว แหะๆ

 

เล่นตอนกี่โมงอ่า อยากเล่นด้วนนน

1 ทุ่มถึงสี่ทุ่มทุกวันครับ ถ้าไม่ติดงานนะ

 

คือเราติดเควสตรงป่าเซินหลิน ที่มันให้เก็บไข่นกอสูรอ่าคะ โดนจิกตายหลายรอบแล้ว มาช่วยหน่อยได้มั้ยค่ะ T-T

เควสนั้นถ้าเลเวลยังไม่ถึงยี่สิบแปด ทำคนเดียวยากอยู่นะครับ ตอนสองทุ่มผมว่างอยู่ เดี๋ยวไปช่วยนะ

 

เมื่อวาน ขอบคุณคุณแดนสรวงมากนะครับที่มาช่วย ถึงคุณอาจจะจำผมไม่ได้ก็เถอะ 55555

ไม่เป็นไรครับ จำได้สิ คนที่โดนแมงมุมกล้วยกัด ดูท่าจะเจ็บมากเลย (อิโมจิหน้าซีด)

 

แดนสรวงยังคงเป็นแดนสรวง... เขาเป็นเทวดาตกสรรค์ของใครหลายๆ คน ใจดี ช่างปกป้อง นิสัยน่ารัก ทำให้คนรอบตัวหัวเราะได้เสมอ ถึงจะเซ่อซ่าเงอะงะจนน่ารำคาญไปบ้างก็เถอะ เหมือนเขาจะไม่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเท่าไหร่เลย ยกเว้นก็แต่เรื่องความป๊อปปูล่าที่ผมยังมองไม่เห็นต้นสายปลายเหตุนี้นี่แหละ

ไถหน้าจอไปมา ส่วนใหญ่คำถามจะเกี่ยวกับเรื่องเกมเจี้ยน มีบ้างส่วนน้อยที่ถามถึงเรื่องส่วนตัวเช่น มีแฟนรึยัง ชอบผู้ชายหรือผู้หญิง ชอบกินอะไร ทำงานอะไร ขอเห็นหน้าหน่อยได้ไหม แน่นอนว่าข้อสุดท้ายแดนสรวงต้องปฏิเสธ รู้ตัวอีกทีเวลาก็ผ่านไปเกือบเที่ยงแล้ว ผมรีบกวาดเสื้อผ้าใส่ตะกร้า คว้ากุญแจห้องกับกระเป๋าตังค์เพราะจะได้ออกไปซื้อของที่โลตัสเลยด้วย

เมื่อเดินผ่านประตูกระจกใสเข้ามา แอร์เย็นฉ่ำก็ปะทะร่างของผมทันที ผมแวะกินข้าวเที่ยงในร้านฟาสฟู้ดก่อนแล้วจึงค่อยไปเดินซื้อของเข้าตู้เย็น เมื่อวานนี้ที่บอกว่าไม่มีเงินจนต้องประทังชีวิตด้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะผมล้อเล่น

ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผมต้องถ่อมาห้างทุกอาทิตย์ก็เพราะผมไม่มีรถยนต์ส่วนตัว มอเตอร์ไซค์ก็ไม่มี ผมคือหนุ่มเมืองกรุงผู้พึ่งพาระบบขนส่งอย่างรถไฟฟ้า MRT และ BTS ดังนั้นจะให้ซื้อเยอะๆ ทีเดียวเป็นไอบ้าหอบฟางก็ไม่ไหว ส่วนใหญ่ผมเลือกเฉพาะอาหารที่กินง่าย เก็บได้นาน ดังนั้นในรถเข็นของผมจึงมีแต่พวกขนมปัง ปลากระป๋อง น้ำอัดลม และอาหารขยะ

หลังจากจ่ายเงินเสร็จผมก็ไหลตามผู้คนเข้าไปใน MRT และโดนเบียดเข้าไปในรถไฟฟ้า ผมพยายามขืนตัวเองมาอยู่ใกล้ประตูไว้เพราะคอนโดอยู่ห่างไปแค่สถานีเดียว ตอนนั้นเองที่ผมเห็นเขายืนต่อแถวรอขึ้นรถไฟฟ้าขบวนถัดไป และเหมือนเขาจะมีญาณสัมผัสพิเศษ แดนสรวงเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์ สบตากับผมพอดี

ผมกะพริบตา รู้สึกเหมือนหัวโดนฟ้าผ่าเปรี้ยง บทจะเจอก็เจอดื้อๆ เลย



สวัสดี สนธยานะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่ตั้งใจแต่งดีๆ เลย เพราะส่วนใหญ่สนจะแต่งเล่นๆ เป็นตอนสั้นไว้อ่านเองมากกว่า...

สนอยากรู้ว่าตอนสั้นไปมั้ย หรือมีคำสะกดผิด ติดขัดยังไง ติชมได้เลยนะ ไหนๆ สนก็ทำแล้ว ก็อยากเขียนให้นิยายเรื่องนี้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้


ฝากติดตามด้วยนะ

ส่วนใครที่ยังไม่รู้จะพูดคุยอะไรกันดี หรือยังเขินๆ ไม่กล้าคอมเม้นต์ ก็ฝากจิ้มปุ่มให้กำลังใจสนหน่อยนะ :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

48 ความคิดเห็น

  1. #16 TheViper_ (@HongTae_) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 22:20
    เป็นเรื่องที่น่าติดตามมากมีความเกมส์ปนกับชีวิตจริงไปในตัว
    #16
    1
    • #16-1 dusk_ (@dusk_) (จากตอนที่ 2)
      8 พฤษภาคม 2562 / 16:14

      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
      #16-1