คัดลอกลิงก์เเล้ว

[TWICE] To Her #MelodyOfMichaeng

โดย MZDH

พี่ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่เธอชอบหรอก ไม่ใช่เลย

ยอดวิวรวม

246

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


246

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


11
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  19 ก.ค. 62 / 22:24 น.
นิยาย [TWICE] To Her #MelodyOfMichaeng

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

To her

#MelodyOfMiChaeng



เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจสำหรับเรื่องนี้คือ  Jimin Park - To Him




"แล้วฉันที่อยู่ใกล้เธอขนาดนี้ไม่ตรงกับผู้หญิงในฝันเธอบ้างเหรอ?"

เนื้อเรื่อง อัปเดต 19 ก.ค. 62 / 22:24




To Her

 


 

---------------------------------- ----------------------------------

 

...ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าเมียวอิ มินะไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง...

 

---------------------------------- ----------------------------------

 

 

 

            “ใจคอพี่ไม่คิดจะเปลี่ยนสีผ้าปูที่นอนมั่งเหรอ มาทีไรก็เห็นแต่สีนี้จนเค้าเริ่มคิดแล้วนะว่าพี่เคยเปลี่ยนผ้าปูที่นอนมั่งรึเปล่า?เสียงก่อกวนจากคนเด็กกว่าที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องและทิ้งตัวลงบนเตียงสีม่วงอ่อนโดยไร้ซึ่งประโยคขออนุญาตใดๆ ดวงตากลมโตมองไปรอบห้องที่ไม่ว่าจะเข้ามากี่ครั้ง ข้าวของทุกอย่างก็แทบไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายจากจุดๆเดิมของมันซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะรูปถ่ายสมัยเด็กของตนเองกับเจ้าของห้องที่ตอนนี้กำลังทำท่าลุกลี้ลุกลนอยู่บริเวณลิ้นชักโต๊ะหนังสือของเจ้าตัว

 

 

            “มีหลายอันต่างหาก เด็กโง่

            “โหย แค่นี้ถึงกับต้องด่ากันเลยเหรอ!?”

 

 

            น้ำเสียงโวยวายที่ผู้บุกรุกจงใจสร้างขึ้นทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะส่งค้อนวงใหญ่ทางสายตาให้ เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นอย่างถูกอกถูกใจที่สามารถกวนอารมณ์ของพี่สาวข้างบ้านให้ขุ่นมัวขึ้นมาได้ กลิ้งตัวลงจากเตียงจนคนมองนึกห่วงและหมั่นไส้ในเวลาเดียวกัน

 

 

 

            “เดี๋ยวก็ได้หน้าทิ่มลงพื้นจริงๆหรอกแชยอง

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า แค่นี้เอง สบายมาก

 

 

            จังหวะของบางอย่างในอกข้างซ้ายเริ่มถี่ขึ้นทีละน้อยเมื่อสบตากับเด็กที่เปลี่ยนอิริยาบถเป็นนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง ผู้บุกรุกละสายตาจากเจ้าของห้องพลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณราวกับเพิ่งเคยเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก ผ่านไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีเข้มถึงเลื่อนกลับมาหยุดที่ผู้เป็นเจ้าของห้องอีกครั้ง

 

            “เข้ามากี่ครั้งก็ไม่เปลี่ยนเลย ทั้งของในห้อง...แล้วก็พี่มินะด้วยคิ้วทั้งสองข้างกดเข้าหากันอย่างไม่ค่อยพอใจกับอะไรซักอย่างบนใบหน้าของคนแก่กว่า ซึ่งมินะเองก็พอจะเดาได้อยู่แล้ว ในเมื่อเธอก็โดนเจ้าเด็กนี่ถามอยู่บ่อยครั้งกับประโยคเดิมๆเมื่อไหร่พี่จะเลิกใส่แว่นแฮรี่พอตเตอร์นี่ซักที?

 

 

            “ก็คง...จนกว่าจะเบื่อล่ะมั้ง

            “โหย กว่าจะถึงวันนั้น เค้าต้องรอไปอีกกี่แสนปีเนี่ย

 

 

            “ก็รู้อยู่แล้วนี่นา ว่าคงอีกนานมากกก

            “เหอะ แบบนี้ตลอดเลย

 

 

 

 

 

 

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

            ...ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าเมียวอิ มินะเป็นคนขี้อายขนาดไหน...

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

 

 

            “อ้าว เลิกใส่แว่นตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะร่างเล็กวิ่งออกมาหาพี่สาวข้างบ้านที่ขอบสนาม จากที่ตอนแรกตั้งใจว่าจะวิ่งไปเก็บลูกบาส แต่เพราะแว่นหนาเตอะที่คุ้นเคยซึ่งเคยอยู่บนหน้าสวยๆนั่นหายไปแล้วทำให้แชยองเปลี่ยนจุดหมาย คนเด็กกว่ายื่นหน้าเข้าหาตามความเคยชิน แต่เพราะในครั้งนี้ไม่มีอะไรมากั้นไว้ส่งผลให้ระยะห่างนั้นแคบลงมากกว่าที่เคยจนคนถูกถามแทบไม่เหลือสติที่จะสั่งการสมองตัวเองให้กลั่นกรองคำตอบออกมา

 

 

            “เบื่อแล้ว...น้ำเสียงอ้อมแอ้มกับการหลบสายตาก้มมองพื้นทำให้มินะดูเหมือนเด็กน้อยที่แอบกินขนมเข้าไปแล้วถูกจับมาสอบสวนให้รับสารภาพ

 

 

            “หืมมม เบื่อเร็วกว่าที่คิดมากกกเลยแต่ไอ้เร็วกว่าที่คิดที่ว่าเนี่ย...มันก็ปาเข้าไปสองเดือนกว่าแล้วนะนับจากวันนั้นดูเหมือนผลตอบรับจะยิ่งกว่าคำว่าเกินคาดเลยนะเนี่ย ท่าทางวาเลนไทน์ปีนี้เค้าคงได้กินขนมของพี่จนพุงกางแน่ๆ ฮ่าๆ!ช่างเป็นประโยคที่คนฟังได้ยินแล้วอดไม่ได้ที่จะค่อนขอดในใจ ก็ในเมื่อทุกๆปี คนที่ได้ขนมกับคำสารภาพรักมากที่สุดก็คือเจ้าลูกเสือที่กำลังยืนหัวเราะอยู่นี่แหละ

 

 

            “ทำมาพูดดี ตัวเองนั่นแหละที่ได้ขนมเยอะที่สุดแล้ว

            “พี่ก็ไม่ต่างกันหรอกน่า ว่าแต่...

 

 

            ใบหน้าที่โน้มเข้ามาใกล้จนเห็นหยดเหงื่อที่ข้างแก้มทำให้คนแก่กว่าเผลอมองตาม มินะแทบจะลืมไปแล้วว่าการหายใจต้องทำยังไง...

 

 

            “พี่ตอนไม่ใส่แว่นเนี่ย...น่ารักกว่าตอนใส่แว่นจริงๆนั่นแหละ

            “จะบอกว่าเมื่อก่อนไม่น่ารักสินะ!”

 

 

            “เปล่าซักหน่อย เมื่อก่อนก็น่ารัก แต่ตอนนี้น่ารักกว่าเดิมอีก

            “…”

 

 

            “จนเค้าชักจะหวงขึ้นมาซะแล้วสิ เกิดพี่หนีไปมีแฟนก่อนเค้าจะทำยังไง

 

 

            มินะเคยได้รับทั้งคำติและคำชมจากผู้คนมากมาย แม้ภายในใจจะสั่นไหวกับคำพูดของคนอื่นมากเพียงใด สิ่งที่แสดงออกไปก็มีเพียงแค่รอยยิ้มบางๆกับประโยคสั้นๆเพื่อตอบรับคำแนะนำเหล่านั้น ไม่เหมือนกับตอนนี้...

 

 

            “นานแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้เห็นพี่ทำหน้าแบบนี้

            “…”

 

 

            หน้าพี่ตอนเขินน่ะ เค้ายกให้เป็นที่สุดของความน่ารักทั้งหมดที่ไม่มีใครสู้ได้เลยนะ

 

 

            อย่าไปเขินต่อหน้าใครบ่อยๆล่ะ

 

 

 

 

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

            ...ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าเมียวอิ มินะไม่ชอบการออกกำลังกาย...

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

 

 

            “โหย วิ่งช้าขนาดนี้กลับไปนอนต่อเหอะ

            “ดี!”

 

 

            “เฮ่ยล้อเล่น!”ฝ่ามืออุ่นและชื้นเหงื่อเอื้อมมาคว้าตัวคนแก่กว่าแทบไม่ทัน กว่าจะมีวันที่ขุดร่างของพี่สาวข้างบ้านออกมาจากเตียงได้เช้าขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ง่ายๆ ยิ่งเรื่องที่เราสองคนจะมาวิ่งจ๊อกกิ้งรับแดดยามเช้าด้วยกันนี่แทบไม่ต้องพูดถึง เพราะมินะเป็นคนติดบ้านแทบจะไม่ออกไปไหน วันๆก็เอาแต่เล่นเกมส์ กว่าจะนอนก็ดึกโขทั้งที่เมื่อก่อนก็ไม่เห็นจะชอบเล่นซักเท่าไหร่ ก็น่าสงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมใต้ตาของอีกฝ่ายถึงไม่มีรอยคล้ำซักนิด

 

            “ออกกำลังกายบ่อยๆบ้างเหอะ ที่พี่ไม่สบายบ่อยๆตอนหน้าหนาวก็เพราะพี่ไม่ชอบออกกำลังกายแบบนี้ไง

            “ก็เหมือนกับที่เธอไม่ยอมกินผักนั่นแหละ!”

 

 

            “ไม่เหมือนกันซักหน่อย ก็ผักมันขม

            “วิ่งมันก็เหนื่อยไง

 

 

            “โอ๊ย พี่เนี่ย เถียงเก่งจริงๆเลยครมันเริ่มก่อนล่ะ!

            “ยังไงก็เถอะ หาวิธีออกกำลังกายที่ตัวเองถนัดบ้างนะ อย่าไม่สบายบ่อยนักเลย

 

 

            เค้าเป็นห่วงพี่นะ

 

 

 

 

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

            ...ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าเมียวอิ มินะชอบเขียนไดอารี่ก่อนนอนแทบทุกคืน...


            ---------------------------------- ----------------------------------

 

 

 

            “อ่ะ ของขวัญวันเกิดปีนี้ของบางอย่างที่ถูกห่ออย่างดีด้วยประดาษห่อของขวัญสีโปรดของผู้เป็นเจ้าของวันเกิด มินะรับของขวัญจากน้องข้างบ้านมาด้วยใบหน้าเกลื่อนยิ้ม ต่อให้แชยองไม่บอกเธอก็พอจะเดาได้อยู่แล้วว่าของขวัญของตัวเองคืออะไร ในเมื่อเป็นแบบนี้...มาเกือบ5ปีแล้วนี่นะ

 

            ไดอารี่ที่ทำเองด้วยมือจากแชยองยังคงเป็นหนึ่งในความแปลกใหม่ที่มินะตื่นเต้นอยู่เสมอเวลาที่ได้รับ บางปีเจ้าเด็กนี่ก็เผลอเย็บกระดาษทดเลขที่มีรูปวาดเส้นขยุกขยิกตามสไตล์เจ้าตัวติดมากับสมุดไดอารี่ที่จะให้เธอด้วยซ้ำ แต่แน่นอน...มินะไม่เคยบอกหรอก

 

 

            “ขอบใจนะ

            “เปลี่ยนคำขอบใจเป็นไก่ทอดได้ป่ะ หิวมากเลยตอนนี้ นี่หิ้วท้องรอมาตั้งแต่เที่ยงเลยนะ

 

 

            งานวันเกิดของทุกปีตั้งแต่ที่บ้านของเราทั้งสองคนรู้จักกันล้วนจบลงที่โต๊ะอาหารผสมปนเปกับเสียงพูดคุยของพวกผู้ใหญ่ ในขณะที่เด็กทั้งสองคนเลือกที่จะขึ้นไปพูดคุยบนห้องเจ้าของวันเกิดแทน และในปีนี้-ซน แชยองก็ได้ขึ้นมาสำรวจห้องของเมียวอิ มินะอีกครั้ง(แม้ว่าเจ้าตัวจะขึ้นมาบ่อยอยู่แล้วก็ตาม)

 

 

            “เค้าว่าอีกไม่นานชั้นหนังสือของพี่คงได้ถูกแทนที่ด้วยไดอารี่ที่เค้าทำแน่ๆ ดูดิ หู้ยย ทั้งอันที่เค้าทำให้ทั้งอันที่พี่ซื้อมา นี่พี่เขียนไดอารี่วันละ7หน้ารึไง?

 

 

            ป้าบ!

 

 

            “ห้ามจับ

            “ความลับเยอะจริงจริ๊งง

 

 

            ถึงจะเป็นคนที่มีโอกาสได้เข้ามาในห้องของพี่มินะมากที่สุด แต่สิ่งหนึ่งที่แชยองแทบไม่ได้เฉียดกรายเข้าไปก็คือชั้นหนังสือข้างโต๊ะที่คนแก่กว่าใช้เป็นที่เก็บไดอารี่ส่วนตัวนั่นแหละ และแชยองเองก็มีมารยาทพอที่จะไม่ถือวิสาสะไปเปิดอ่านเรื่องส่วนตัวของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน

 

 

            ...แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สงสัยเลยหรอกนะ ว่ามีความลับอะไรอยู่ข้างในกันแน่

 

 

 

 

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

            ...ไม่ใช่ทุกคนที่รู้ว่าเมียวอิ มินะเกลียดเสียงฟ้าฝ่ามากแค่ไหน...

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

 

 

            เสียงท้องฟ้าคำรามจากด้านนอกอาคารเรียนทำให้มือทั้งสองข้างที่กำลังกางร่มออกอ่อนแรงเสียดื้อๆ มินะนึกอยากกลับเข้าไปนั่งรอในตึกจนกว่าฝนจะซา แต่จากกลุ่มก้อนเมฆดำทะมึนที่เห็นตอนนี้ ถ้าหากฝนตกลงมาคงไม่มีทางหยุดตกง่ายๆแน่

 

            มือบอบบางกำโทรศัพท์มือถืออย่างช่างใจก่อนจะกดเลข10หลักที่จำได้ขึ้นใจ ยกขึ้นแนบหูเพียงไม่กี่วินาที เสียงของคนที่เธออยากได้ยินก็ดังขึ้น

 

 

            “ไม่กล้ากลับบ้านคนเดียวล่ะสิ รอก่อนนะ วันนี้เค้ามีเวรทำความสะอาด

            “อื้อ รีบๆมานะ

 

 

            เกือบสิบห้านาทีในการอยู่คนเดียวท่ามกลางบรรยากาศที่มินะไม่เคยชอบมันเลยซักนิด สายลมเริ่มพัดแรงขึ้นเป็นสัญญาณเตือนของพายุที่ใกล้เข้ามาทุกที แข่งกับความอดทนที่ลดน้อยจนจะติดศูนย์อยู่แล้ว แสงวาบจากด้านนอกส่งผลให้มือทั้งสองข้างยกขึ้นปิดหูโดยอัตโนมัติ

 

 

            “ฮึก!

 

 

            ฟุบ...

 

            หลังมือทั้งสองข้างสัมผัสได้ถึงความอุ่นจากฝ่ามือเล็กกว่าและกลิ่นแป้งเด็กที่คุ้นเคยทำให้ประสาทรับรู้ที่ตื่นเกร็งเพราะความกลัวผ่อนคลายลงได้บ้าง

 

 

            “ขอโทษนะ รอนานมากใช่มั้ย?

 

 

            ต่อให้รอนานกว่านี้ก็ยังรอได้ อย่างน้อยๆก็ไม่ต้องกลับบ้านเองคนเดียวทั้งที่ยังพะวงหน้าพะวงหลังว่าฝนมันจะตกลงมาเมื่อไหร่

 

 

            “รีบกลับบ้านกันดีกว่าเนอะ

 

 

            ฝ่ามืออุ่นจนเกือบร้อนที่กุมมือข้างหนึ่งของเธอเอาไว้...

            มินะรู้สึกว่ามันอุ่นยิ่งกว่าตอนที่ตัวเองใส่เสื้อกันหนาวทับกัน3ชั้นซะอีก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ---------------------------------- ----------------------------------

 

            และเพียงเรื่องเดียวที่ไม่มีใครรู้เกี่ยวกับเมียวอิ มินะ’…


            ---------------------------------- ----------------------------------

 

 

 

            แล้วก็...เอารสสตรอเบอร์รี่อีกหนึ่งค่ะนานมากแล้วที่ฉันไม่ได้ออกมาเที่ยวกับแชยอง ไอศกรีมรสชาติเดิมๆถูกสั่งโดยคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มสดใสที่ส่งมากลับทำให้ฉันปวดใจอย่างบอกไม่ถูก แค่คิดว่ามีใครอีกคนที่ได้รับมันเหมือนกัน...หรืออาจจะได้มากกว่า ความรู้สึกอิจฉาก็พอกพูนในใจจนฉันนึกเกลียดตัวเอง

 

            อาทิตย์ก่อนเค้ากับจื่อเพิ่งลองชิมรสบลูเบอร์รี่ อร่อยเหมือนกันนะทำไมประโยคเริ่มต้นบทสนทนาใหม่ของเธอ ต้องมีชื่อของคนๆนั้นเข้าเกี่ยวข้องด้วยกันนะ

 

 

            สั่งไปแล้ว ทำไมเพิ่งมาบอกล่ะ

            ก็เพิ่งนึกออกนี่ ไว้เราสั่งเพิ่มทีหลังดีมั้ย

 

 

            ไม่ดีกว่าฉันไม่ชอบ

            ช่วงนี้กำลังไดเอทน่ะ

 

 

            ไดเอทเนี่ยนะนี่พี่รู้ตัวรึเปล่าว่าพี่ผอมเกินไปแล้วหัวคิ้วที่ขมวดเข้าหากันกับริมฝีปากที่เม้มแน่นบอกอารมณ์ของเธอได้อย่างชัดเจน ดีจังเลยนะ--คนที่สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้อย่างบริสุทธิ์ใจเนี่ย

 

            ผอมเกินไปรึเปล่าเหรอ? ของแบบนี้ใครจะรู้ดีกว่าตัวพี่เอง หื้ม?แต่ที่จริงแล้วแชยองก็พูดถูกนั่นแหละ ฉันน้ำหนักลดลงไปเยอะมากจากการโหมออกกำลังกาย เพราะถ้าหากเทียบกันแล้ว โจว จื่อวีก็ค่อนข้างจะผอมมาก ผอมกว่าฉันซะด้วยซ้ำ ผู้หญิงแบบที่เธอชอบคนนั้นไง

 

            ประโยคสนทนาของเราถูกตัดบทไปเมื่อไอศกรีมทั้งสองถ้วยถูกนำมาเสิร์ฟ ฉันละเลียดกินมันอย่างช้าๆ อาจจะเพราะร่างกายที่ไม่อยากรับของหวานในตอนนี้ด้วย ไอศกรีมของแชยองหายไปเกือบครึ่งในขณะที่ไอศกรีมในถ้วยของฉันแทบจะไม่พร่องลงไปซักนิด

 

            แล้ว...กับจื่อวีเป็นยังไงมั่งล่ะจำใจต้องพูดชื่อนั้นขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะแปลบปลาบอยู่ในใจ แต่ฉันก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่ายังอยากรู้ความเป็นไปในความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง ช่วงความคิดหนึ่งที่ฉันนึกอยากให้เด็กคนนั้นเป็นผู้หญิงนิสัยไม่ดีและทิ้งเด็กน้อยตรงหน้าฉันไปซะ แต่แค่นึกถึงใบหน้าเศร้าๆของแชยอง...ฉันยอมเป็นคนเสียใจเองดีกว่า

 

 

            ก็ดีนะ เราเข้ากันได้ดีเลย

            งั้นเหรอ ก็ดีแล้วล่ะ

 

 

            น่าอิจฉาจังนะ...ทั้งๆฉันที่อยู่ใกล้เธอขนาดนี้

            นิสัยแบบที่จะทำให้เธอชอบ ฉันก็รู้ทั้งหมด

            ฉันที่เปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนราวกับคนละคน

            มันยังไม่ตรงกับผู้หญิงในฝันของเธอบ้างเลยเหรอ

 

 

            นี่แชยองอา..

            หื้ม?

 

 

            แชยองเงยหน้าขึ้นมา ฉันเผลอมองมันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกไปจนคนถูกเรียกต้องขานชื่อของฉันซ้ำ ใบหน้างุนงงนั้นดูไม่เข้าใจการกระทำของฉันซักเท่าไหร่ ก่อนที่ตาของเธอจะเบิกกว้างกว่าเดิมเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

 

 

            พี่เป็นอะไร ร้องไห้ทำไม

            เปล่าหรอก เหมือนตาจะแห้งน่ะ

 

 

            ฉันแสร้งทำเป็นขยี้ตาก่อนจะขอตัวไปห้องน้ำ นึกขอบคุณตัวเองที่วันนี้ใส่คอนแทคเลนส์มาเลยใช้มันเป็นข้ออ้างได้ แว่นกรอบหนาที่หยิบติดมือมาถูกสวมอีกครั้ง นานแล้วสินะที่ฉันไม่ได้ใส่แว่นเวลาอยู่นอกบ้านแบบนี้ มองหน้าผู้หญิงในกระจกที่เปลี่ยนกลับไปเป็นคนเดิมและส่งยิ้มให้

 

 

            ...อีกแค่ไม่กี่นาทีหรอกมินาริ อดทนอีกหน่อยนะ...

 

 

            แชยองดูแปลกใจเหมือนครั้งแรกที่เห็นฉันเปลี่ยนมาใส่คอนแทคเลนส์เมื่อเห็นฉันใส่แว่น เธออมยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะเป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อนพอเห็นพี่ใส่แว่นแล้ว-ก็คิดถึงเหมือนกันเนอะ

 

 

            ฉันทำได้แค่ยิ้มตอบ

 

 

 

            เธอยังคงจำได้ทุกอย่างว่าฉันนิสัยยังไง ชอบอะไร และกลัวอะไร

            แต่ไม่เคยรู้เลย...ว่าเหตุผลที่ทำให้ฉันเปลี่ยนไป มันก็เป็นเพราะเธอทั้งนั้น

 

 

 

            ว่าแต่เมื่อกี๊พี่จะบอกอะไรเค้านะ

            แชยอง...

 

 

            พี่จะไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ไม่แน่ใจเท่าไหร่นักว่าตัวเองกลับมาถึงบ้านได้ยังไง

 

 

            แชยองช็อคไปครู่นึงก่อนใบหน้านั้นจะแทนที่ด้วยความไม่เข้าใจและสงสัย ฉันไม่ได้อธิบายอะไรมากและไม่คิดจะตอบคำถามต่างๆนานาที่อีกฝ่ายเอ่ยถามแม้แต่ประโยคเดียว พอดิบพอดีกับตอนที่มีสายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของเจ้าตัว ชื่อเจ้าของเบอร์โทรที่ลงท้ายด้วยอีโมติคอนรูปหัวใจทำให้ฉันเบือนหน้าหนี

 

            เหตุผลหนึ่งที่ฉันเลือกจะบอกเธอในวันนี้เพราะมันเป็นวันที่จื่อวีไปออดิชั่นที่บริษัทไหนซักที่และแชยองก็เป็นคนอาสาพาไปเอง น้ำเสียงตอนรับสายของแชยองนั้นไม่น่าฟังเท่าไหร่ แต่ฉันคิดว่าเธอเองก็คงพยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้เหวี่ยงปลายสายอย่างที่สุดแล้ว

 

            ฉันแน่ใจว่าแชยองคงไม่มีทางขอปฏิเสธนัดแน่ๆ เจ้าเด็กที่สูงขึ้นกว่าสมัยก่อนเล็กน้อยลุกขึ้นหลังจากที่วางสาย น้ำเสียงที่ฉันชอบฟังบอกฉันว่าตอนเย็นเราต้องคุยกันอีกครั้ง

 

 

            คุยกันอีกงั้นเหรอ...

 

 

            มินาริ เสร็จรึยังลูก?

            เสร็จแล้วค่ะแม่

 

 

            ฉันมองไปที่ชั้นเก็บหนังสือที่ตอนนี้ไม่มีอะไรวางอยู่บนนั้นแล้ว ไดอารี่ทุกเล่มถูกฉันเก็บลงกล่องยกเว้นเพียงเล่มเดียว...ไดอารี่เล่มล่าสุดที่แชยองให้เป็นของขวัญวันเกิดในปีนี้

 

 

            ฉันยิ้มให้มัน...

 

 

            ...ราวกับกำลังยิ้มให้คนที่ให้มันมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            คุณน้า!”เสียงกระหืดหระหอบของคนที่วิ่งมาทำให้คุณนายเมียวอิต้องบอกให้เด็กสาวร่างเล็กหยุดพักก่อนซักครู่แล้วค่อยพูดพ...พี่ แฮ่ก พี่มินะล่ะคะ?

 

 

            อ้าว พี่เค้าไม่ได้บอกเหรอว่าพี่เค้าจะไปญี่ปุ่นวันนี้น่ะแชยองรู้สึกเหมือนถูกค้อนปอนด์ฟาดเข้าที่กลางหัว ความรู้สึกจุกในอกยังเกิดขึ้นตามเป็นระลอกเมื่อได้ยินประโยคถัดมาน้ายังแปลกใจอยู่เลยที่ไม่เห็นเราไปส่งพี่เค้าด้วยกัน

 

 

            เครื่อง...ออกไปแล้วเหรอคะ?

            ใช่จ้ะ

 

            อยู่ๆร่างกายที่เป็นของตัวเองก็หนักอึ้งราวกับมีหินมาถ่วง ความสงสัยระคนน้อยใจตีกันมั่วไปหมด

 

 

            จริงสิ มินาริฝากของให้หนูด้วยนะ อยู่บนห้องแหนะ เห็นบอกว่าถ้าขึ้นไปเห็นก็จะรู้เอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

            ไดอารี่เล่มที่อดหลับอดนอนทำอยู่หลายวันกลับมาสู่มือของคนให้อีกครั้ง

 

 

            ตัวหนังสือที่คุ้นตาของคนใจร้ายเลือนลางไปเล็กน้อยเพราะน้ำอุ่นๆที่หยดลงบนแผ่นกระดาษ

 

 

 

            พี่ไม่เคยคิดจะใส่คอนแทคเลนส์หรอกนะ แสบตาจะตาย ใส่ก็ยาก รู้มั้ยว่าช่วงแรกที่พี่เปลี่ยนมาใส่มันต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะได้ออกจากบ้าน สาเหตุที่เธอบ่นทุกเช้าเวลาที่พี่ช้าก็เพราะเธอนั่นแหละ รู้เอาไว้ซะด้วย

 

            ที่สมัครชมรมเชียร์ก็เพราะการเต้นอาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้พี่ไม่เบื่อการออกกำลังกายจนเกินไปนัก เพราะเธอบอกว่าไม่อยากเป็นห่วงพี่ตอนที่พี่ไม่สบายไง แต่ว่าเอาเข้าจริงๆแล้ว พี่อยากกลับไปเป็นคนขี้โรคเหมือนเดิมนะ ได้ยินเสียงบ่นของเธอตอนหน้าหนาวของทุกปี มันรู้สึกดีกว่ากันเยอะเลย

 

            พี่ไม่ชอบเล่นเกม แต่เพราะเธอนั่นแหละที่ชอบออกไปเล่นกับเพื่อนผู้ชายที่เกมเซนเตอร์ จนพี่ต้องหัดเล่นมัน รู้มั้ยว่ากว่าจะฝึกจนเก่งพอที่จะแข่งกับเธอได้ พี่ต้องวิ่งไปอ้วกในห้องน้ำเพราะเกมที่เธอชอบนักหนาตั้งหลายครั้ง

 

            พี่ไม่ชอบกินไอศกรีม ทำไมเธอถึงได้ชอบมันขนาดนั้นกันนะ แต่ก็เอาเถอะ เวลาที่เห็นเธอกินแลกกับเงินค่าไอศกรีมที่พี่กินไปไม่ถึงครึ่งมันก็ไม่เลวนักหรอก

 

            พี่รักมือของตัวเองมากเธอรู้ใช่มั้ย แต่เพราะเธอเคยบอกเพื่อนว่าชอบผู้หญิงเล่นกีต้าร์ได้ พี่ก็ไปฝึกจนมันด้านหมดแล้ว แต่พอพี่เริ่มเล่นจนเก่ง ยังไม่ทันได้โชว์ฝีมือ เธอก็ไปเจอคนที่เล่นเก่งกว่าพี่จนได้ แถมคนๆนั้นยังเป็นเสป็คที่เธอชอบทุกอย่างเลย

 

 

            เจ็บเหมือนกันนะ ตอนที่เธอมาบอกว่ามีแฟนแล้วน่ะ

            ตอนที่เธอพูดถึงคนๆนั้น หัวใจพี่มีแต่ความอิจฉาเต็มไปหมดเลย

            ขอโทษนะที่อดทนไม่มากพอจนต้องหนีปัญหาไปดื้อๆแบบนี้

 

            แต่พอมาลองคิดๆดู พี่ก็เปลี่ยนได้ไม่กี่อย่างเอง มันคงไม่มากพอที่จะทำให้เธอสังเกตเห็นสินะ

            รู้สึกแย่เหมือนกันแฮะ เหมือนที่พยายามทำไปทั้งหมดมันไร้ค่ายังไงก็ไม่รู้

 

 

 

            พี่ไม่ใช่ผู้หญิงแบบที่เธอชอบหรอก ไม่ใช่เลย

 

 

            ...ไม่มีทาง...

 

 

 

 


 

 

            [END]

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ MZDH

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. #8 Hnnn (@Hnnn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 19:34
    ชอบมากเเต่
    .
    .
    .
    .
    มันเส้าอะะ5555555
    #8
    1
    • #8-1 Hnnn (@Hnnn) (จากตอนที่ 1)
      8 ตุลาคม 2562 / 19:38
      อยากให้จบเเบบ happy end อ่า;-; สนุกมากค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆ😄
      #8-1
  2. วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 01:44
    ตอนสุดท้ายน้ำตาซึมเลยเถอะค่ะ ไดอารี่ทำมือของตัวเองที่เขียนด้วยลายมือมินข ;_; ทำไมเรารู้สึกเหมือนแชงจะให้ความหวังมินะตลอดเลย ทำไมต้องทำเหมือนเป็นแฟนกันด้วย พี่น้องมันหวงกันได้ด้วยเหรอ*ตะโกนบอกแชง* ที่รีบกลับมา เพราะไม่ได้บอกลา หรือเพราะเปลี่ยนใจไม่อยากให้มินะไปกันแน่ ถ้ามินะอยู่ก็คอเจ็บอ่ะ สงสารมินะ แต่ใจหนึ่งก็ไม่อยากให้มินะอยู่ต่อ ไม่ต้องติดต่อกันด้วย เจ็บบบบ ปล่อยให้แชงรู้สึกผิด(มั้ง)ต่อไปคนเดียวอ่ะดีแล้ว 5555 ฮือออออ ถ้ามีโอกาส เราอยากอ่านเป็นเรื่องยาวของไรท์นะคะ เป็นกำลังใจนะคะไรท์ สู้ๆน้า^^
    #7
    0
  3. วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 07:12
    โห้ยยยยยยยย มันดีมากกๆๆๆๆๆๆ แต่ก็สงสารมินะมากๆเหมือนกัน อ่านจบแล้วจุกอกไปหมดTT อยากให้ไรท์มาต่อเป็นเรื่องยาวเลยค่ะ
    #6
    0
  4. #5 Shushu_shyshyzhy (@mimiuw) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 21:21
    โอโห ความรู้สึกหน่วงที่อกมากๆเลยค่ะ พี่มินะพยายามทุกอย่างเพื่อให้เป็นคนที่อยู่ในสายตาแชยองบ้าง แต่ที่ทำไปเหมือนมันใกล้จนมองข้ามไป //ไรท์เขียนดีมากๆเลยค่ะ อยากให้สานต่อเรื่องนี้มากๆเลยค่ะ อยากให้เป็นเรื่องยาวๆㅠㅠ
    #5
    0
  5. #4 ATBBBBB (@mojiei147) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 / 11:57
    ดีมากๆๆๆๆๆๆเลยค่ะ ชอบบบ
    #4
    0
  6. วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 23:08

    อ่านจบแล้วคอมเม้นต์ไม่ถูกเลย มันหน่วงไปหมด

    เหมือนโดนค้อนฟาดไม่ต่างจากแชยองเลย แต่ก็แอบเข้าใจมินะเหมือนกัน TT

    ฮืออออ ไม่อยากให้จบแบบนี้เลย แต่ก็เราก็ชอบเรื่องนี้นะ สนุกมากๆ

    #3
    0
  7. #2 Miguri
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 19:46

    ทำไมถึงได้หวิวหัวใจขนาดนี้ล่ะคะ มันเป็นทางเลือกที่ดีแล้วจริง ๆ เหรอที่ลงเอยแบบนี้ หน่วงหัวใจจังเลย ไรท์เก่งมาก ๆ ค่ะ ที่ทำให้เรารู้สึกหวิวในหัวใจมากขนาดนี้ ขอบคุณฟิคดี ๆ เรื่องนี้นะคะ

    #2
    0
  8. #1 TaTRV (@taorvv44) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 22:41
    ....... อห จุกอกไปหมด นำ้ตามาเลย ;—-; เเรงมาก เปลี่ยนเเทบตาย เเต่เค้าไม่เหนค่า คือ จบ ตรงกับชีวิตเราสุด จุกไปหมด มีภาคต่อได้มั้ยคะ เเบบ ฮือออออออออออออออ
    #1
    0