พรหมลิขิตวันสุดท้าย - พรหมลิขิตวันสุดท้าย นิยาย พรหมลิขิตวันสุดท้าย : Dek-D.com - Writer

    พรหมลิขิตวันสุดท้าย

    โดย อมา

    พรหมลิขิตอาจนำพามาเจอกัน แต่สิ่งที่ลิขิตแล้วคือตัวเรา ขอแค่ความเข้าใจที่มีใครสักคนที่เป็นห่วงก็มากเกินพอแล้ว สำหรับชีวิตอย่างฉัน

    ผู้เข้าชมรวม

    152

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    0

    ผู้เข้าชมรวม


    152

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    หมวด :  ซึ้งกินใจ
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  20 ส.ค. 49 / 01:15 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      เรื่อง  พรหมลิขิตวันสุดท้าย

       

      พรหมลิขิตบันดาลชักพา ดลให้มาพบกันทันใด ก่อนนี้อยู่กันแสนไกล พรหมลิขิตดลจิตใจ ฉันและเธอเป็นคู่สร้างมา เพลงดังมาจากวิทยุที่เปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน นกยูงสาวน้อยรูปร่างท้วมแต่น่าตาน่ารักสดใสในชุดนอนสีชมพู ที่อยู่ในห้องที่สีเดียวกับชุดนอนที่เธอใส่ ภายในห้องยังมีรูปแขวนและตั้งอยู่รอบห้อง มีทั้งรูปเดี่ยว ครอบครัวและเหล่าเพื่อน เธอลุกจากเตียงนอนและไปมองภาพหนึ่งที่มีรูปเธอถ่ายกับเพื่อนที่สนิทที่ชื่อใบไม้ เธอมองด้วยสายตาที่มีความคิดบ้างอย่างอยู่ลึกๆภายในจิตใจ ก่อนที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้ เธอเดินไปอาบน้ำและทำธุระส่วนตัว

      หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจส่วนตัวเธอเดินลงมาชั้นล่างเพื่อที่จะรับประทานอาหารเช้าที่แม่เตรียมไว้ให้

      ลูกสาวสุดที่รักตื่นแล้วหรอจ๊ะ วันนี้มีงานเลี้ยงจบม.6ใช่ไหม กี่โมงล่ะ พ่อจะได้ไปส่งพ่อพูด

      6โมงค่ะ นกยูงตอบ แต่สีหน้าเธอก็ยังมีอะไรครุ่นคิดอยู่

      แล้วเสื้อผ้าพร้อมหรือยังคุณแม่สุดที่รักถามด้วยความเป็นห่วง

      พร้อมค่ะ นกยูงตอบด้วยเสียงมั่นใจ เพราะเธอเตรียมตัวสำหรับงานนี้มาทั้งอาทิตย์ทั้งเสื้อผ้า และของขวัญที่จะเอาไปให้เพื่อนเก็บไว้เป็นที่ระลึกก็พร้อมอยู่ในถุงสีแสดใบหนึ่งที่อยู่บนโซฟาใกล้ๆโต๊ะรับประทานอาหาร

                      เมื่อมาถึงโรงแรมทุกคนจะต้องเห็นป้ายหนึ่งที่มีข้อความเขียนไว้สะดุดตาว่า งานเลี้ยงอำลา ของนักเรียนโรงเรียนปั้นดิน พอเดินเข้าไปถึงหน้างานจะมีโต๊ะที่มีหนังสือกองไว้อยู่เต็ม แต่ละกองก็จะมีสมุดเท่ากับจำนวนนักเรียนในห้องนั้น สมุดแต่ละเล่มจะเขียนชื่อของนักเรียนในห้องไว้ที่หน้าปก หนึ่งชื่อต่อหนึ่งเล่ม เมื่อเปิดเข้าไปดูบางเล่มก็จะมีลายมือแบบวัยรุ่นที่กำลังฮิตเขียนอยู่ แต่บางเล่มก็ยังคงว่างเปล่าเหมือนรอใครบางคนมาเขียน ข้อความที่เขียนเหล่านี้มักเขียนถึงการอำลาจากเพื่อนที่เรารัก นกยูงเธอคิดมาตลอดทั้งคืน เธอต้องการเขียนบทความหนึ่งลงไปในหนังสือที่หน้าปก มีชื่อว่า ใบไม้ สดใส เพื่อนสาวที่เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนรัก สมัยป.5-ม.4 ก่อนที่จะมีเรื่องกันเมื่อปีที่แล้ว จากนั้นเราทั้งสองคนก็ไม่เคยพูดคุยอะไรกันอีกเลย นกยูงได้เขียนลงไปว่า ถึงเพื่อนรัก

                      แม้ตอนนี้ใบไม้จะไม่รักนกยูงแล้วก็ตาม แต่นกยูงก็ยังคงคิดว่าใบไม้คือเพื่อนที่นกยูงรักอยู่เสมอ ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ นกยูงยังจำได้ดีถึงตอนที่นกยูงขึ้นม.4ใหม่ๆ นกยูงมักคิดว่าคนในห้องใหม่มองนกยูงว่านิสัยไม่ดีไม่น่าคบ ไม่มีใครรู้จักนกยูง และยิ่งสำคัญคือนกยูงไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับใบไม้เพราะเราต่างเลือกสายที่เรียนต่างกัน เราต่างมีจุดหมายที่ต่างกัน แถมทุกคนที่ย้ายมาอยู่ห้องนี้กลับมาจากห้องเดียวกันเป็นกลุ่มยกเว้น ฉันนกยูงที่มาคนเดียว ทำให้นกยูงรู้สึกเหงาและไม่มีเพื่อน แต่นกยูงก็ได้ใบไม้นี้แหละที่คอยเป็นห่วง โทรมาถามไถ่อยู่ทุกเย็น นกยูงรู้สึกว่ามีใบไม้เป็นเพื่อนคนเดียวก็เพียงพอแล้ว แต่ใบไม้ก็ทำให้นกยูงรู้ว่านกยูงต้องลองยอมเปิดใจรับเพื่อนใหม่ ใบไม้ได้แสดงตัวอย่างให้นกยูงเห็นจากการที่ใบไม้อยู่ห้องใหม่และปรับตัวเข้ากับเพื่อนใหม่ได้ดี ทำให้ปัจจุบัน เพื่อนทุกคนในห้องต่างก็รักนกยูงมากขึ้น และนกยูงก็เข้าใจแล้วว่า แต่ก่อนที่พวกเพื่อนเขาทำแบบนั้น เพราะพวกเขาไม่รู้จักนกยูงดีพอ

                      นกยูงต้องขอโทษใบไม้กับสิ่งที่เราทะเลาะกันในวันนั้น นกยูงคงไม่มีอะไรที่จะเรียบเรียงคำใดได้ดีพอเท่ากับคำว่า ขอโทษ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ใบไม้ทำให้นกยูง และสุดท้ายขอให้ใบไม้มีความสุข อนาคตสดใสสมนามสกุลนะ

      จากนกยูง

                      นกยูงเดินเข้าไปในงานหลังจากเขียนให้เพื่อนคนอื่นต่อ แต่ข้อความที่เขียนให้คนอื่นส่วนใหญ่ก็จะเหมือนกัน เช่น โชคดีนะ อย่าลืมฉันล่ะโกรธแน่ ภายในงานถูกจัดตกแต่งไปด้วยสีสันของดอกไม้ มีเวทีหนึ่งอยู่ตรงกลางห้อง เวทีไม่ใหญ่มากมีไมล์ที่เสียบอยู่ที่แท่นไมล์ นกยูงเดินเข้าไปพร้อมกับทักทายเพื่อนที่รู้จัก และนำของที่เตรียมมามอบให้เหล่าเพื่อนทั้งหลาย

      สวัสดีนักเรียนทุกคน ครูในฐานะครูแนะแนวของโรงเรียน ครูดีใจที่นักเรียนที่จบม.6ปีนี้สอบติดมหาวิทยาลัยและได้ในคณะที่อยากเรียน ครูดีใจกลับความสำเร็จที่เพิ่งจะเริ่มต้นของพวกเราทุกคน เวลานี้ได้เวลาที่จะเริ่มงานแล้ว ตามประเพณีของโรงเรียนเรา จะเอาสมุดที่พวกเพื่อนของเธอเขียนถึงเธอมาอ่านที่นี่ ให้เวลาอ่านคนละ30นาที หลังจากนั้นก็พลัดกันขึ้นมาพูดบนเวที ใครอยากจะบอกรักหรือจะจัดกิจกรรมโชว์เพื่อนก็ได้ ครูไม่รบกวนล่ะ เริ่มอ่านกันได้เลยนักเรียนทุกคนต่างตั้งหน้าตั้งใจอ่าน

      ผ่านไป30นาที นักเรียนทุกคนต่างพลัดกันขึ้นมาพูด จนในที่สุดก็เหลือ 3คนสุดท้าย นกยูง ใบไม้ และหมอ ซึ่งเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงผอมและหล่อที่สุดในรุ่น แถมด้วยการสอบติดคณะแพทย์และที่สำคัญไม่เคยมีประวัติด่างพล้อยแม้แต่น้อย

      สามคนสุดท้ายใครจะพูดก่อนครูแนะแนวถามเด็กนักเรียนที่เหลืออยู่

      ผมเองครับ สวัสดีครับอาจารย์และเพื่อนๆทุกคน ผมขอบคุณทุกสิ่งทุกอย่างที่อาจารย์มอบให้ทั้งความรักความเอ็นดู และเพื่อนทุกคนที่มาเติมเต็มชีวิตผมให้มีสีสัน แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมจะพูดกับเธอคนหนึ่ง ซึ่งผมตั้งใจไว้นานแล้วที่จะบอกในวันนี้ เพราะมันจะเป็นวันที่ผมมองเห็นอนาคตและความเป็นไปได้รวมถึงภาวะที่เหมาะสม ผมขอมอบเพลงนี้แก่เธอ ... ท่อนสุดท้ายที่ร้องคือ แต่คืนนี้ อยากบอกเธอนะคนดี  อยากให้เธอเชื่อฉันคนนี้ ฉันรักเธอ พร้อมกับร่างสูงผอมของเขาไปอยู่ต้องหน้าหญิงสาวร่างท้วม เธอก็คือนกยูง หมอยื่นอัลบั้มรูปที่มีรูปถ่ายนกยูงตั้งแต่วันแรกที่เจอหมอ-วันปิดเทอมวันสุดท้าย และใต้ข้อความทุกภาพมีข้อความบรรยายไว้กำกับ สายตาของหมอมองเหมือนต้องการรอคำตอบบางอย่าง ส่วนเธอได้พูดแต่คำว่า ขอบใจนะ

      คราวนี้เหลือสองคนใครจะพูดก่อน ครูแนะแนวถาม

      หนูขอก่อนค่ะ ใบไม้เธอวิ่งขึ้นไปบนเวทีหลังจากพูดจบ และใบหน้าของเธอยังคงไม่แห้งด้วยน้ำตาที่อาบแก้มทั้งสอง หลังจากอ่านข้อความที่นกยูงได้เขียนให้เธอ

      สวัสดีค่ะ ฉันๆๆๆๆๆ เสียงของเธอสั่น

      ฉันขอโทษนะนกยูง ใบไม้เข้าใจและรู้แล้วว่านกยูงไม่เคยลืมฉัน ที่ใบไม้โกรธนกยูงเพราะนึกว่านกยูงลืมวันเกิดของใบไม้ แต่วันนี้หลังจากใบไม้ได้อ่านข้อความเพื่อนคนหนึ่งที่นกยูงฝากของขวัญไว้ให้ก่อนที่นกยูงจะไปค่าย แต่เขากลับมาบอกว่าเขาซื้อให้ใบไม้ ทำให้ใบไม้เข้าใจผิด ใบไม้ผิดที่ใบไม้ไม่เชื่อนกยูง ใบไม้ขอโทษ ใบไม้วิ่งมากอดนกยูงอย่างคิดถึงเวลาที่สูญเสียไป นกยูงจูงมือใบไม้พร้อมกับขึ้นไปพูดบนเวที

      สวัสดีค่ะ ฉันมีความในใจอย่างหนึ่งที่จะบอกกับเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆฉันในตอนนี้ ฉันต้องขอขอบคุณพรหมลิขิตที่ทำให้ฉันได้มาพบกับเธอคนนี้ และทำให้ฉันไม่สูญเสียเธอไป พรหมลิขิตทำให้เราในที่นี้ได้เจอกัน แต่พรหมลิขิตจะไม่ลิขิตให้ชีวิตใครต้องแยกจากกัน สิ่งเหล่านี้คนที่ลิขิตคือตัวของเราเอง และสิ่งฉันจะลิขิตตอนนี้คือฉันนกยูงจะเป็นเพื่อนรักและเข้าใจกันกับใบไม้ตลอดไป หมอไว้ดูกันก่อนนะเพราะไงเราก็ยังคงเรียนอยู่ด้วยกันอยู่ดี เมื่อเราลิขิตตัวเองได้ พรหมลิขิตวันสุดท้ายก็จะมาถึง

      ทุกคนก็ได้พูดความรู้สึกไปกันหมดแล้ว ครูของบอกประโยคสุดท้ายและปิดงานเลย ไม่ว่าพวกเธอจะจบไปกี่ปี พวกเธอก็คือลูกศิษย์ที่ครูห่วงและคอยให้กำลังใจเสมอ ไม่ว่าจะผ่านไปเท่าไหร่พวกเธอทั้งหลายก็จะยังคงเป็นเพื่อนกันเสมอคำพูดของอาจารย์แนะแนว ในการปิดงานอำลา นักเรียนโรงเรียน ปั้นดิน (สู่ดาว)

      ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      ความคิดเห็น

      ×