คัดลอกลิงก์เเล้ว

นิราศวรุณี

นิราศเรื่องนี้เป็นนิราศที่เราแต่งมาจากความรู้สึกและจินตนาการ ผสมประสบการณ์จริง ขอเอามาลงเพื่อให้ทุกคนได้ติชมและมีอารมณ์ร่วมไปกับนิราศเรื่องนี้ค่ะ

ยอดวิวรวม

664

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


664

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ส.ค. 52 / 15:30 น.
นิยาย س

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

นิราศวรุณี


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 23 ส.ค. 52 / 15:30


                                                                                            อาลัยร้างจากรักมิกลับหวน
                 อนึ่งเศร้าโศกช้ำจึงคร่ำครวญ          แสนกำสรวลชวนคำนึงถึงดวงใจ
                 คุณมารดาใครก็ว่าเหนือชีวิต           เมื่อเขาคิดเห็นผิดเป็นไฉน
                 เราเป็นลูกจะขัดอยู่ก็กระไร              แม้นหัวใจจะต้องฝืนกล้ำกลืนทน


                จำต้องลาพี่ยาด้วยความโศก             วิปโยคยั้งจิตไม่คิดสน
                เมื่อรักเราต้องยากเข้าที่อับจน           มันมืดมนหม่นหมองไม่เห็นทาง
                ลงจากตึกชั้นห้าระฟ้าสรวง                เจ็บในทรวงเมื่อความรักถูกขัดขวาง
                ต้องลาแล้วเจ้าดวงแก้วจอมสุรางค์     ชำเลืองพลางต่างส่งสายตาวอน

 

                ก่อนจากจอมแลพระพุทธที่กราบไหว้  ด้วยดวงใจเจ็บช้ำซ้ำปวดซ้อน
                สิ่งศักดิ์สิทธิ์ฤทธาข้าขอพร                ถึงจากจรจงรักมิหักไป
                ให้เขามั่นคงมั่นในความรัก                 และหยุดพักหัวใจไม่หวั่นไหว
                อุปสรรคที่มีจงห่างไกล                      จงอย่าได้ทำลายคลายสัมพันธ์
                เดินขึ้นรถฝั่งทางตรงข้ามที่                พระพันปีเจ้าขาศิษย์โศกศัลย์
                อีกกี่ย่ำค่ำราตรีอีกกี่วัน                       ศิษย์นั้นหวั่นจะไปลับไม่กลับมา
  

                    ถึงตลาดเจ้าพรหมนิยมซื้อ              เห็นคนถือถุงเงินเที่ยวเดินหา
                เอามะกรูดตะไคร้ไปยำปลา                 บางแม่ค้าบอกราคาว่าไม่แพง
                เจอพ่อค้าขายทอดมันกระชั้นชิด          เอามือปิดติดกลิ่นกลั้นแสลง
                ถ้าพี่มาคงเย้าแหย่แลยุแยง                 คงจะแกล้งแซวเล่นเห็นต้องอาย
                นึกขึ้นได้ว่าวันนั้นไม่มีแล้ว                  จากพี่แก้วคนดีนี้ใจหาย
                มองหาเงาไร้พี่เจ้าอยู่ข้างกาย             มิได้คลายความเศร้าเหงาระทม
                คิดถึงแต่ก่อนเก่าเราเที่ยวเล่น             เมื่อยามเย็นเป็นสุขอารมณ์สม
                พี่พาน้องท่องตลาดน่าภิรมย์               ยามเมื่อลมพัดหวิวละลิ่วลอย



                มองมะม่วงวางอยู่ ณ ร้านค้า               มันก็พามาคิดจิตเหงาหงอย
                เคยสอนน้องให้ปอกแล้วพี่คอย           ใช้คำถ้อยหวานซึ้งตรึงฤทัย
                เห็นคู่รักหญิงชายหลายหลายคู่           ยิ่งหดหู่ดูไม่น่าพิสมัย
                ก็ตัวเรามันไร้คู่ดูน้อยใจ                      อิจฉาใครต่อใครเขาสมปอง
                จึงตัดใจเดินไปยังท่ารถ                      มิอาจอดสะกดกลั้นอารมณ์หมอง
                จะไปแล้วยังไม่ตามมาส่งน้อง             ชะเง้อมองลองหวังจะสั่งลา

 

                           ล้อรถเคลื่อนเคลื่อนคลายมลายจิต      โธ่ชีวิตลิขิตรักให้หนักหนา
                จนรถวิ่งวิ่งไปเห็นไกลตา                    ว่าพี่ยามาแล้วแต่แคล้วกัน
                อยากสะอื้นฝืนทนไม่ร่ำไห้                  จึงแข็งใจกลัวใครจะขบขัน
                แต่น้ำตาในใจนั้นร่วงพลัน                   สองเรานั้นคงสรรบุญมาไม่พอ
                รถออกจากเจ้าพรหมระทมรัก              คิดว่าจักกลับมาคราไหนหนอ
                หวังว่าหนุ่มกรุงเก่าจะเฝ้ารอ                น้องนั้นขอใจพี่ไม่เปลี่ยนแปลง


                      ผ่านสะพานหอรัตนไชย                 อาทิตย์ใกล้อัสดงคงลับแสง
                คนหนาแน่นยืนเบียดกระเสียดแรง         รถก็แกว่งแกวงไกวเอนไปมา
                รถเบรกเอียดเอี๊ยดอ๊าดอานกระดก        มีคนตกหกคะเมนเห็นถลา
                ก้นจ้ำเบ้าเย้าหัวร่อเรานักนา                 แต่ทว่าไม่คิดขันหันหน้าเมิน
                ผ่านสะพานเฉลิมชะพระเกียรติท่าน      ชื่อช่างสรรสรรค์สร้างเพื่อสรรเสริญ
                แสงตะวันดูริบหรี่เสียเหลือเกิน             อยากจะเยิ่นยื้อเวลาอย่าลาไป

 

                    เสียงโหวกเหวกโวยวายวะว่ะโว้ย      นักเลงโวยโหยฮาว่าไม่ไหว
                รถวิ่งช้าขับไวไม่ทันใจ                         กริยาไพร่ส่อเสียดรังเกียจจริง
                หยิบบุหรี่ขึ้นสูบกลิ่นคละคลุ้ง                 เรียนไม่มุ่งยุ่งให้เรียกว่าเป็นสิงห์
                สุดจะหาคำใดมาติติง                           แช่งให้กลิ้งตกรถก็บาปกรรม
                    ถึงสะพานปรีดีพนมยงค์                    ฟ้ามืดลงให้เห็นจันทร์ในยามค่ำ
                พารำลึกถึงความหลังที่จดจำ                ถึงร้องร่ำคงยากจะหวนคืน
                เคยมอบดอกจำปีที่หอมหวน                ทั้งลำดวนชวนให้ร้องร่ำสะอื้น
                อีกจำปามะลิลาให้กล้ำกลืน                  รักหวานชื่นที่ปรีดีศรีสะพาน
 

                ถึงเจดีย์สามปลื้มไม่ลืมรัก                     มันเจ็บนักรักร้อนเหมือนไฟผลาญ
                ทุกข์อื่นใดใจก็คงไม่ร้าวราน                 ทรมานรุมร้อนสะท้อนทรวง
                ใจพะวงห่วงเจ้าแก้วที่จากลับ                จิตจะกลับคอยคิดแต่ห่วงหวง
                ด้วยมารดาต้องเหนือกว่าใครทั้งปวง       หากขัดขวงติดข้องคงขาดกัน
                ถึงทางฝั่งตรงข้ามราชธานี                    โอ้ชีวีน้องมีแต่โศกศัลย์
                มีหมอใดเยียวยาให้หายพลัน                 โรคใจนั้นหายยากลำบากกาย
                แต่ก่อนเก่าพี่คอยเฝ้ามาส่งน้อง             แล้วเราสองต่างบอกรักสมัครหมาย
                มือเกาะเกี่ยวเหนี่ยวใจไว้ไม่คลาย          ฟ้ามลายม้วยดินไม่สิ้นรัก
                ราชธานีชื่อนี้สุดชอกช้ำ                         สุดระกำซ้ำในใจที่จมปลัก
                เมื่อถึงที่ฝากสัญญาโศกานัก                 สมหวังสักหนึ่งครั้งยังไม่มี
 

                    รถขับเบี่ยงเอียงขึ้นสะพานซ้าย           แสงจันทร์คล้ายส่องสว่างให้สุขี
                ดูเยาะเย้ยถากถางกันสิ้นดี                      แม้นตอนนี้มีอารมณ์จะชมจันทร์
                รถวิ่งลงจอดตรงข้ามโลตัส                     นักเลงพลัดตกรถน่าขบขัน
                ไม่ได้แช่งแต่ก็สมน้ำหน้ามัน                   กรรมตามทันที่ทำคนให้รำคาญ
      
                ลุกขึ้นได้ตะโกนด่าว่าคนขับ                    โสตสดับรับฟังไร้คำหวาน
                ดูผู้ชายสมัยนี้เหมือนยักมาร                    มันดุปานเสือหมาลากระทิง
                เขาถึงว่าดูชายให้ดูพ่อ                           หญิงนั้นขอให้องอาจสง่ายิ่ง
                แต่หากชายที่ว่าจักดีจริง                        ไม่กลอกกลิ้งลวงหลอกให้ชอกช้ำ


                แล้วเหม่อมองดาราพาให้เศร้า                 เหมือนคนเขลาเบาปัญญา 
                                                                                       มาครวญคร่ำ
                ได้แต่มองดูดาวคราวระกำ                      ฟ้ามืดดำเห็นแสงจันทร์พอส่องทาง
   
                     ถึงบิ๊กซีที่เขาว่าสะดวกซื้อ                  เขาร่ำลือว่าของถูกกว่าทุกห้าง
                ไม่จับจ่ายเพราะนอกจากรักลาร้าง           ทรัพย์ยังจางจากตัวไม่พอกิน

                ถึงวัดขนอนนอนพิงกับหน้าต่าง               คนเริ่มว่างพลางให้คิดถวิล
                นึกดวงหน้าเจ้าฟ้าน้ำตาริน                      ยังไม่สิ้นอาลัยแม้วายปราณ

 

                     ถึงคลองจิกปลายทางที่จุดหมาย         แล้วก็ได้ลงรถหน้าหมู่บ้าน
                วรุณีชื่อนี้ดีประมาณ                                 คือสถานหญิงงามตามตำรา

                ตัวก็เดินเดินไปใจกลับว่าง                        ต้องสะสางเรื่องรักที่เป็นโทษา
                เมื่อแม่รอด้วยโมโหและโกรธา                  จะร่ำลาพิไรร่ำไปทำไม
                จึงรีบเดินเข้าบ้านพาลหวาดหวั่น               มือก็สั่นครั้นน้ำตามันก็ไหล
                แล้วมารดาก็ส่ายหน้าระอาใจ                    ท่านนั้นไซร้เมินหน้าไม่มองเรา
                ลูกก้มกราบแทบเท้าเอาขึ้นหัว                  ใจก็กลัวไฟนรกจะแผดเผา
                ทำให้แม่เคืองโกรธบาปไม่เบา                  แม้บุญเท่าแสนล้านคงผลาญไป

                นิราศร้างยามรักเพราะขัดแม่                     อย่าตั้งแง่รังเกียจหรือผลักไส
                เรื่องความรักมิได้เข้าใครออกใคร              แล้วไฉนจะหวังใครเข้าใจเรา
                อันว่าจอมสุรางค์ไร้บุรุษ                            แต่ก็ขุดเรื่องรักไปตามเขา
                กลอนนิราศไร้คนรักคงซบเซา                    คงอับเฉาอารมณ์รักอาลัยเอย
       
                                                           จบนิราศวรุณี

       .......................................................................................................................

                              ช่วยติชมด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ เพราะอยากรู้ว่าเราแต่งแล้ว

                   คนอ่านมีความรู้สึกอย่างไรบ้าง 55+ อยากรู้จริงๆว่าถูกใจมั้ย

ผลงานอื่นๆ ของ สายธารแห่งราตรี

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 วาว
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 20:34
    ทำไมชื่อ นิราศวรุณี ค่ะ
    #3
    1
  2. วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 12:12
     แต่งเองหรอคะ?!! *0* เก่งสุดๆไปเลยยยยยยยยยยยย
    #2
    0
  3. วันที่ 15 เมษายน 2554 / 20:35
     แต่งเองจริงๆหรอคะเนี่ย
    สุดยอดๆไปเลย...
    มีกลอนแนวนี้อีกมั๊ยคะ
    อยากอ่านอีก !!
    #1
    0