คัดลอกลิงก์เเล้ว

กระบี่ถ้ำน้ำตก : เรื่องสั้นวาย จบในตอนเดียว

จอมยุทธหนุ่มกำลังฝึกฝนวิชา เขาถูกทดสอบฝีมือโดยจอมยุทธอีกคน จนในที่สุดการประวรยุทธ์แปรเปลี่ยนไปเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง ท่ามกลางสายน้ำตกอันชุ่มฉ่ำ

ยอดวิวรวม

180

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


180

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  1 ต.ค. 62 / 15:00 น.
นิยาย кӹӵ : ͧ 㹵͹ กระบี่ถ้ำน้ำตก : เรื่องสั้นวาย จบในตอนเดียว | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
จอมยุทธหนุ่มกำลังฝึกฝนวิชา เขาถูกทดสอบฝีมือโดยจอมยุทธอีกคน จนในที่สุดการประวรยุทธ์แปรเปลี่ยนไปเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง ท่ามกลางสายน้ำตกอันชุ่มฉ่ำ

เรื่องนี้อยู่ใน e-book กระบี่รักข้ามชาติ ครับ


เนื้อเรื่อง อัปเดต 1 ต.ค. 62 / 15:00



         กลางป่าโปรงแห่งหนึ่ง เสียงคมกระบี่อันฉกาจฉกรรจ์ฟาดฟันยอดหญ้าและอากาศ ดังก้องกังวาลไปทั่วผืนป่าอันกว้างใหญ่ เคล้าคลอกับเสียงสิงสาราสัตว์หลากหลายที่กู่ร้อง

         เจ้าของกระบี่เป็นบุรุษผู้องกาจหนุ่มฉกรรจ์ใบหน้าคมคาย สวมใส่เพียงแค่กางเกงและรองเท้า ช่วงบนปล่อยเปลือยเปล่าไร้เสื้อผ้าอาภรณ์ปกปิด อวดเรือนร่างอันบึกบึนกำยำล่ำสันเป็นมันระยับด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นจนพร่างพรายไปทั้งร่าง

         บุรุษหนุ่มผู้นี้มีนามว่า ภูผาหยก เขาเป็นผู้มีพลังยุทธ์ชั้นเยี่ยม แต่กระนั้นก็ยังถือว่าต่ำชั้นกว่า เมื่อเทียบกับผู้ที่อยู่ในวัยไล่เลี่ยกับเขา

         ภูผาหยกวาดกระบี่ฝึกฝนอยู่เพียงลำพังผู้เดียวด้วยกระบวนท่าอันกล่าแกร่งและเปี่ยมไปด้วยพลัง เขาถีบทะยานม้วนร่างขึ้นสู่ฟ้าพลางเหินกายฟาดฟันปลายกระบี่ไปรอบทิศด้วยพลังอันล้ำเลิศ ต้นไม้ใบหญ้ารอบข้างสั่นไหวโยกคลอนด้วยแรงพลังจากกระบี่เล่มนั้นพลันปล่อยดอกและใบของมันโปรยปรายไสวปลิวไปทั่วบริเวณ

         บุรุษผู้เยี่ยมยุทธ์ร่อนกายลงเหยียบพื้นพลางผ่อนพลังภายในลง เป็นอันสิ้นสุดเพลงกระบี่ที่ฝึกฝนมาเป็นเวลาหลายชั่วยาม

         บัดดลกันนั้น บังเกิดเสียงคำรามก้องของหนุ่มฉกรรจ์ผู้หนึ่ง

         " ฝีมือใช้ได้ หากแต่ยังมีจุดอ่อน "

         ภูผาหยกแหงนหน้ามองไปรอบๆ ด้วยสีหน้าอันขุ่นข้อง

         " มิทราบผู้เยี่ยมยุทธ์ท่านใดประสงค์จะชี้แนะ "

         ครากระนั้นเอง พลันปรากฏเกลียวร่างสีขาวบริสุทธิ์เหินทะยานร่อนลงจากฟากฟ้าด้วยวรยุทธ์อันเลิศล้ำยากจะหาใดเทียม

         เจ้าของเรือนกายเป็นชายร่างสูงใหญ่ อยู่ในอาภรณ์สีขาวสะอาดตา บนศีรษะสวมหมวกสานปีกกว้าง มีแพรต่วนสีขาวบางเบาปกคลุมปิดป้องใบหน้าเอาไว้

         ภูผาหยกประสานมือคารวะพอเป็นพิธี พลางตวาดไปด้วยน้ำเสียงเหี้ยมหาญ

         " ผู้เยี่ยมยุทธ์ท่านนี้ใยปกปิดโฉมหน้าที่แท้จริง หรืออับอายในสิ่งที่มิเหมือนมนุษย์ "

         " ฮะ ฮะ ฮะ ฮ่า... "

         บุรุษชุดขาวระเบิดหัวเราะราวราชสีห์คำราม พลางเผยมือข้างหนึ่งออก แลเห็นกระบี่เล่มงามกุทกระชับไว้อย่างมั่นคง

         " วาจาอาจหาญ... ดี ข้าขอทดสอบฝีมือเจ้าสักครา ว่าจะอาจหาญดังปากหรือไม่ "

         " เชิญ "

         ภูผาหยกประสานมือคารวะอีกครา พลางกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ

         โดยพลัน บุรุษชุดขาวเหินทะยานสอดกระบี่เข้าหา ภูผาหยกร่ายกระบวนท่าตั้งรับ สองกระบี่ฟาดฟันปะทะกันเสียงสนั่นจนบังเกิดประกายแสงจากโลหะกระจายไปรอบทิศ บุรุษชุดขาวกรีดกรายร่างควงกายหมุนสะบัดเบี่ยงเลี่ยงปลายกระบี่ของคู่ต่อสู้ด้วยชั้นเชิงอันชำนิชำนาญน่าสรรเสริญ

         สองกายชายหนุ่มทุ่มกำลังฝีมือเข้าห้ำหั่นกันอย่างหนักหน่วงโดยหาเอาชีวิตไม่ หากแต่หมายประลองวรยุทธ์เพียงเท่านั้น

         กระบวนท่าของภูผาหยกแลดูองอาจดุดัน ผิดแผกแตกต่างจากกระบวนท่าแห่งบุรุษชุดขาวซึ่งดูอ่อนไหวแผ่วพริ้วดุจทิวไผ่ที่โอนเอนตามแรงลม

         " ข้าจะแสดงให้เจ้าประจักษ์ ถึงจุดอ่อนของเจ้า "

         บุรุษชุดขาวเอ่ยพลางเลี้ยวกระบี่ตวัดร่างภูผาหยกเข้ามาประชิดแล้วกอดรัดเอาไว้อย่างแนบแน่น ภูผาหยกพยายามดิ้นรนขัดขืน หากแต่หาเป็นผลไม่ เนื่องเพราะปลายกระบี่ของบุรุษชุดขาวนั้นแนบอยู่ใกล้คอหอย บุรุษหนุ่มผู้คลุมหน้าเลื่อนมือมากุมกระชับเข้าที่จุดสำคัญแห่งบุรุษเพศของภูผาหยกจนเจ้าของถึงกับตกตะลึงตาค้าง บุรุษชุดขาวหัวเราะพลางว่า

         " นี่ไง... จุดอ่อนแรกของเจ้า หนุ่มน้อยเอ๋ย "

         " อ๊ะ !! "

         ภูผาหยกชะงักและตะลึงงันในทันทีที่ถูกจู่โจมจุดสำคัญอันกล้าแกร่ง บุรุษชุดขาวผลักร่างภูผาหยกออกห่างอีกครา ก่อนจะถลาเสียกระบี่เข้าประหัดประหารประสานกันอย่างดุเดือดอีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าการประกระบี่ในครานี้จะดูรุนแรงยิ่งขึ้นกว่าเก่า

         " จากนี้ไป จะเป็นจุดอ่อนที่สอง ที่เจ้าต้องพึงระวัง "

         บุรุษชุดขาวเอ่ยก่อนจะม้วนกายไปด้านหลัง แล้วตวัดกระบี่กำกับเอวแกร่งแห่งภูผาหยกเอาไว้พลางแนบกายเบียดชิดอีกคราก่อนจะวาดมือตะปบหน้าอกอันเปลือยเปล่าหนั่นแน่นแห่งหนุ่มน้อย

         " อ๊ะ !! เจ้า...? "

         ภูผาหยกดิ้นรนขัดขืน หากแต่บุรุษชุดขาวนั้นแกร่งกว่า เขาใช้ความว่องไวโยกย้ายสลับกระบี่ไปอีกมือ ก่อนจะใช้อีกมือที่เคยถือกระบี่ ตรงเข้ากุมกระชับบั้นท้ายอันกลมกลึงทรงพลังของภูผาหยกเอาไว้อย่างดุเดือด

         " และนี่คือจุดอ่อนที่สามของเจ้า "

         ภูผาหยกโกรธเกรี้ยวสุดขีด บุรุษชุดขาวผลักไสร่างภูผาหยกออกห่างพลางถอยถลามาสิบสี่ก้าว แล้วผ่อนพลังปราณลงอย่างช้าๆ

         ภูผาหยกยืนนิ่งอย่างตะลึงพลางหอบกระชั้น ห้วงแห่งอารมณ์เบื้องลึกพลุ่งพล่านเกินขีดจำกัดทั้งๆ ที่มันควรจะอุบัติขึ้นโดยการกระตุ้นเร้าของอิสตรี แต่... คราวนี้กลับเป็นฝีมือบุรุษเพศด้วยกันเอง

         " บังอาจจู่โจมขุดอ่อนแห่งข้า ครานี้เป็นทีการสัประยุทธ์คงต้องยืดเยื้อ "

         จบคำ ภูผาหยกอมยิ้มอย่างมีเลศนัย ก่อนจะโถมพลังทั้งหมดถีบทะยานร่างเข้าหา พลางร้องด้วยเสียงอันดังสนั่นลั่นป่า

         " อ้า... "

         เพลงกระบี่ทั้งสองเข้าประสานกันอีกครั้งอย่างดุเดือด คราวนี้ภูผาหยกหมายเอาคืนให้จงได้ ในฐานที่ทำให้ตนเองต้องเสียหน้า หากแต่หาสมหวังดังประสงค์ไม่ เนื่องจากบุรุษชุดขาวคล่องแคล่วว่องไวไร้จุดอ่อน การรุกเร้าจู่โจมของภูผาหยกจึงดูเหมือนกับจะยิ่งทำให้ตนเองนั้นตกเป็นเบี้ยล่าง และถูกบุรุษหนุ่มผู้ปกปิดใบหน้านั้นจู่โจมตอบโต้ต่อเนื่องเป็นกำลัง

         พลังอันรุ่มร้อยภายในกายแห่งชายหนุ่ม ราวกับสุมไว้ด้วยเพลิงอันพลุ่งพล่าน สองกายชายฉกรรจ์ต่างเหินทะยานไปตามยอดไม้ โลดไล่ดุจพญาอินทรีที่โผผินในนภา บุรุษชุดขาวเหินกายนำหน้าด้วยวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศโดยมีภูผาหยกตามติดประชิด

         " คิดจะหลบหนีเรอะ "

         ภูผาหยกนึกกระหยิ่มด้วยจิตใจลำพองประหนึ่งเป็นต่อ

         เคล้าคลอกับเสียงสรรพสัตว์อันหลากหลาย สองวรยุทธ์อันเหี้ยมหาญทะยานรุดจนถึงน้ำตกอันสูงใหญ่ซึ่งทอดตัวทะมึนอยู่ใจกลางป่าอันน่าอภิรมย์

         โดยพลัน บุรุษชุดขาวเหนี่ยวกิ่งไม้สวนกระบี่ตวัดกลับประปลายกระบี่กับภูผาหยกอีกคราอย่างฉับพลันจนภูผาหยกเกือบจะพลั้งพลาดโดยมิทันได้ระวังตน พลังผ่ามือทั้งสองปะทะกันคราใหญ่ บังเกิดเสียงดังสนั่นในครานั้น ยังผลให้ร่างทั้งคู่ผละจากกันอย่างแรงจนหมวกสานคลุมผ้าต่วนของบุรุษชุดขาวนั้นหลุดลอยละลิ่วออกจากศีรษะ เผยใบหน้าอันคมคายสะดุดตาให้เห็นเป็นประจักษ์ในบัดดล

         ภูผาหยกถึงกับตะลึงชะงักในทันทีที่ได้เห็นใบหน้านั้น เฉกเช่นเดียวกันกับบุรุษชุดขาวที่ตกประหม่า เมื่อโฉมหน้าที่ตนปกปิดนั้นถูกเปิดเผย

         ท่ามกลางความงงงัน ร่างผู้เยี่ยมยุทธ์ทั้งสองต่างลอยคว้างถอยถลาไปกระแทกเข้ากับต้นไม้ใหญ่แล้วร่วงหลุ่นลงสู่พื้นน้ำในทันควัน

         เสียงร่างชายฉกรรจ์ทั้งคู่ปะทะผิวน้ำดังสนั่น ละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วจนเหล่าสิงสาราสัตว์ต่างกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทิศละทาง

         บุรุษหนุ่มทั้งสองต่างจมหายไปกับสายน้ำ ก่อนจะทะลึ่งตัวขึ้นมาอีกครั้ง และยังคงลอยคอแหวกว่ายกันต่อไปโดยไม่รู้เลยว่าสิ่งที่รอพวกเขาอยู่เบื้องหน้าคือน้ำตกอันหฤโหด สองจอมยุทธ์ต่างหมายเกาะก่ายโขดหินกลางน้ำเพื่อนำพาชีวิตให้รอด หากแต่หาเป็นผลไม่ กระแสน้ำนั้นเชี่ยวกรากและรุนแรงเกินกว่าจะหาที่ยึดเกาะได้ทัน ร่างทั้งสองลื่นไถลไปตามกระแสน้ำอันกรรโชกแล้วร่วงหล่นตามสายน้ำตกสู่ห้วงเหวเบื้องล่างอย่างน่ากลัว

         ริมฝั่งลำธารอันปกคลุมไปด้วยก้อนกรวดทั้งเล็กใหญ่ เรือนกายอันกำยำของภูผาหยกนอนสลบไศลอยู่ข้างโขดหินอย่างไม่ไหวติงต่อสิ่งรอบข้าง

         บุรุษชุดขาวผู้งามสง่าเดินก้าวย่างเข้ามาใกล้ พลางใช้เศษผ้าจากอาภรณ์ที่ตนสวมใส่อยู่ ชุบน้ำในลำธารแล้วบิดเพียงหมาดๆ ลูบไล้ใบหน้าและเนื้องตัวอันหนั่นแน่นของภูผาหยกผู้ไม่ได้สติ

         ในไม่ช้า เปลือกตาทั้งสองของผู้หลับใหลก็ค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ จนแลเห็นนัยน์ตาอันสุกใสเป็นประกาย ภูผาหยกเพ่งมองไปยังบุรุษชุดขาวที่ยืนอยู่เคียงข้างด้วยจิตใจอันอิ่มเอมก่อนกล่าว

         " ขอบใจท่านมากที่ช่วยชีวิตข้า มิทราบท่านมีนามว่ากระไร ? "

         " ไผ่เหล็ก "

         บุรุษหนุ่มชุดขาวตอบพลางยิ้ม

         " ใบหน้าของท่านก็คมคายและสง่างามออกอย่างนี้ เหตุไฉนจึงต้องปกปิดซ่อนเร้นจากสายตาคน "

         ภูผาหยกเอ่ยถามด้วยความสงสัย

         " รู้หน้าไม่รู้ใจ แม้เปิดเผยใบหน้า ก็หารู้ซึ้งถึงจิตใจไม่ เช่นนั้นจะเปิดเผยโฉมหน้าให้ประจักษ์ไปทำไมเล่า "

         ไผ่เหล็กกล่าวไปพลางยิ้มพร้อมกับเมียงมองเรือนกายอันกำยำล่ำสัน เต็มไปด้วยมัดกล้ามของภูผาหยก ก่อนจะเลื่อนมือไปลูบไล้หน้าอกแกร่งแห่งเรือนร่างนั้น

         ภูผาหยกเองดั่งรู้ทันถึงความประสงค์ที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในจิตใจของชายแปลกหน้า จึงเผยยิ้มและส่งสายตาหวานชื่นพลางเอ่ยถามอีกครา

         " จุอ่อนทั้งสามของข้า ที่ท่านอุตส่าห์ชี้แนะให้นั้น ทำให้จิตใจข้าปั่นป่วนรวนเร "

         " ข้ารู้หนทางแก้ไขจุดอ่อนทั้งหลายเหล่านั้น เจ้าอยากให้ข้าชี้แนะให้ไหมล่ะ ? "

         ไผ่เหล็กยื่นข้อเสนอไปพลางยิ้มกริ่ม ภูผาหยกยิ้มตอบไปก่อนกล่าวว่า

         " หลังน้ำตกแห่งนั้นมีถ้ำเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ ที่นั่นเหมาะแก่การชี้แนะนักแล "

         เมื่อเห็นพ้องต้องกันดังนั้น สองชายหนุ่มก็ชักชวนกันไปยังน้ำตกซึ่งอยู่ไม่ไกล สายน้ำตกถาโถมโหมกระหน่ำร่วงหล่นลงจากหน้าผาอย่างน่ากลัว พร้อมส่งละอองน้ำฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จนพื้นที่โดยรอบนั้นฉ่ำชุ่มและปกคลุมไปด้วยพืชพันธุ์น้อยใหญ่ที่ชูดอกใบเบ่งบานสะพรั่งกันสลอน

         ภูผาหยกปีนป่ายขึ้นไปตามแง่งหิน นำพาไผ่เหล็กไปยังถ้ำหลังน้ำตกแห่งนั้น ทั้งสองสอดแทรกกายเข้าไปในหลืบเล็กๆ ระหว่างน้ำตกกับภูเขาเพื่อเข้าสู่ตัวถ้ำ

         ภายในถ้ำหลังน้ำตก ไผ่เหล็กโผเข้ากอดภูผาหยกในทันทีอย่างคลั่งไคล้พลางพรมจูบไปตามซอกคอและลูบไล้ไปตามช่วงไหล่อันกำยำองอาจ จนภูผาหยกถึงกับหลับตาพริ้มเคลิ้มฝันด้วยจิตใจอันสั่นสะท้านรัญจวนเมื่อถูกบุรุษด้วยกันบุกจู่โจมอย่างหนักหน่วงรุนแรงโดยมิทันระวังตัว

         ห้วงแห่งอารมณ์เสน่หาอันเร่าร้อนเคลื่อนคล้อยเข้ามาครอบงำเรือนกายแกร่งแห่งชายฉกรรจ์ทั้งสองอย่างช้าๆ

         ความปรารถนาอันล้ำลึกที่ซุกซ่อนอยู่ภายในจิตใจได้ตอกย้ำให้การกระทำอันหนักหน่วงพลันอุบัติขึ้น รสจุมพิตอันฉ่ำชุ่มจากไผ่เหล็กกระตุ้นเร้าให้ภูผาหยกเคลิ้มฝันสั่นสะท้านจนเรือนร่างอันกำยำนั้นสั่นระริกเกร็งกระชับ

         " อ้า... "

         กระแสเสียงอันกระเส่ารัญจวนจากปากของภูผาหยกลอยละล่องก้องกังวาลเข้าไปไกลสู่ภายในถ้ำอันล้ำลึก ก่อนจะสะท้อนกลับออกมายังจิตใต้สำนึกแห่งบุรุษทั้งสอง

         ภายนอกถ้ำแห่งนั้น...

         ผืนป่าแลดูสดชื่นแจ่มใสขึ้นจนผิดตา ราวกับว่าได้มีการเติมแต่งแต้มสีสรรอันพิสดารไว้อย่างวิจิตรบรรจง เหล่านกมากมายต่างโผร่อนผ่านแมกไม้และน้ำตกอันสูงใหญ่ไปอย่างช้าๆ ราวกับว่าผืนป่าแห่งนี้เป็นดินแดนของมัน

         ทันใด...

         พลันปรากฏเกลียวร่างสองชายฉกรรจ์เหินทะยานพุ่งตัวฝ่าสายน้ำตกอันหนาแน่นออกมาด้วยวรยุทธ์อันล้ำเลิศจนบังเกิดเสียงดังสนั่นและละอองน้ำก็แตกกระสานซ่านเซ็นจนเหล่านกทั้งหลายพากันบินกระจายกันไปคนละทิศละทางด้วยความตื่นตกใจ

         ครั้นเมื่ออวยไอแห่งสายธารที่ฟุ้งกระจายอยู่นั้นจางหาย จึงพบว่า แท้จริงแล้วเป็นร่างไผ่เหล็กและภูผาหยก ที่ใช้พลังยุทธ์พุ่งตัวออกมาจากถ้ำหลังน้ำตก สู่ภูมิทัศน์ภายนอกด้วยจิตใจอันเริงร่า

         บุรุษหนุ่มฉกรรจ์ทั้งสองต่างร่อนกายาลงสู่ลำธารแล้วแหวกว่ายสายน้ำเล่นกันอย่างสนุกคึกคะนองก่อนจะโผเข้าหากันอีกครั้ง แววตาอันหวานซึ้งแห่งภูผาหยกเพ่งมองไผ่เหล็กด้วยจิตใจอันรัญจวน ภูผาหยกเอ่ยถามชายหนุ่มไปว่า

         " เราทั้งสองจะมีโอกาศได้อยู่ด้วยกันอย่างเมื่อครู่อีกหรือไม่ "

         ไผ่เหล็กยิ้มหวานพลางกล่าวตอบไปด้วยจิตใจอันอิ่มเอม

         " แน่นอน เมื่อข้ากลับมายังถ้ำน้ำตกแห่งนี้อีกครั้ง "

         ภูผาหยกยิ้ม พลางเอ่ยว่า

         " แล้วข้าจะรอ "

         สองกายอันกล้าแกร่งโผเข้าหากันด้วยจิตใจอันสั่นสะท้าน ท่ามกลางสายธารอันฉ่ำเย็น ต่างโอบกอดอิงแอบแนบชิดกันอย่างอบอุ่น ก่อนจะผละจากแล้วระเบิดหัวเราะออกมากันอย่างสนุกสนาน ด้วยเสียงอันดังกังวาลก้อง เคล้าคลอกับเสียงกู่ร้องของบรรดาเหล่านก เสียงน้ำตกอันตระการ และเสียงลำธารอันไหลริน

- - - - - - - - -จบ- - - - - - - - -

ผลงานอื่นๆ ของ ด๋ง Dohng

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น