ล้ น ใ จ รั ก ชุดรักคือเธอ (บุษบา + คาวี)

ตอนที่ 53 : จู่ๆ ‘ความกลัว’ ก็มาปรากฏตัวในหัวใจ ...[5]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 357
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    14 ก.พ. 64

ฝ่ายคนที่ตั้งใจมากินมื้อเช้ากับมื้อเที่ยงทีเดียวกำลังนั่งหน้าตูมบอกบุญไม่รับ โจ๊กแฉะๆถูกนำมาวางตรงหน้า เขาบอกจะมากินเที่ยงแต่ไม่ได้หมายความว่าจะอยากกินมันเสียหน่อยเขาหมายถึงกับข้าวที่เธอทำต่างหาก ตาขวางๆ ทำให้มะยมที่ถูกแม่ใช้ให้มาเป็นหน่วยกล้าตายเบียดตัวชิดผนัง

‘คาวีคนเดิมกลับมาแล้ว…ไอ้ยมซวยแน่ๆ’

คาวีขึ้นชื่อว่าอารมณ์ร้อนมาแต่ไหนแต่ไร คนงานในฟาร์มต่างรู้ดี ดีก็ดีเสมอต้นเสมอปลาย หากได้ร้ายก็น่าใจหาย ชายหนุ่มเป็นลูกคนเดียวและกำพร้ามาแต่เด็ก ผู้เป็นพ่ออย่างบรรณเลยตามใจ

“กูไม่กิน!” เขาปัดชามออก

‘นั่นอย่างไร…’ มะยมพึมพำในใจ

เสียงเจ้ารถพ่วงบุโรทั่งดังในเวลาต่อมา พี่มะคนน้องชะเง้อคอมองออกไปนอกบ้าน เห็นว่าเจ้านายควบมันไปทางคอกจึงส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เขาไม่ได้คะยั้นคะยอให้นายกินเพราะกลัวเจอลูกหลง ผู้เป็นนายไม่ได้กินข้าวเช้าคงทำให้หิวจัด อาจพลาดท่าเสียสติฆ่าเขาก็ได้ มองแวบเดียวก็รู้ว่าโกรธมากที่บุษบาไม่ทำอาหารเที่ยงไว้รอ

“อะไรวะ เมื่อวานยังหวานกันอยู่ดีๆ” ชายหนุ่มเกาหัวแกรกๆ ไม่เข้าใจคนมีความรักเลยจริงๆ

 

บุษบากับแต้วกลับจากลำธารในตอนเย็น บ้านเงียบเพราะสมทรงแจ้งแล้วว่าวันนี้จะไม่ขึ้นมาช่วยทำอาหารเย็น สักพักมะยมก็กลับจากคอก ชายหนุ่มรายงานเรื่องที่คาวีไม่ยอมกินข้าวเที่ยง และไม่ได้กินอะไรเลยตลอดทั้งวัน ฟังทีแรกสาวดอกไม้อดตกใจไม่ได้ที่คาวีไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน กระนั้นทิฐิก็รั้งเธอเอาไว้ หญิงสาวรับฟังแล้วเดินหนีเข้าครัวโดยไม่พูดหรือออกความเห็น

แต้วอมยิ้ม กระซิบเสียงเบา “คุณเดหลีเข้าครัวแล้ว”

มะยมหัวเราะในลำคอ “ดีสิ นายจะได้เลิกทำหน้ายักษ์ วันนี้พวกที่คอกทำงานกันอย่างใจหายใจคว่ำ เหมือนมีใครโยนระเบิดเวลาเอาไว้” ชายหนุ่มทำท่าขนลุกขนพองสยองเกล้า

“ขนาดนั้นเลยเหรอ” แต้วถามเสียงหวาดๆ เคยเห็นคาวีในมาดร้ายอยู่ครั้งเดียว ตอนที่มีเรื่องชกต่อยกับคนงานในไร่ซึ่งเมาแล้วอาละวาดไปทั่ว คนงานคนนั้นโดนนายซัดเสียหมอบกระแต นอนหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลเสียตั้งหลายวัน

“ใช่ ขนาดนังสมรที่วิ่งแถดๆ ไปหา ยังไม่กล้าเข้าใกล้เลย” มะยมพูดถึงสมสมรที่ตั้งใจไปหาเจ้านายด้วยสีหน้ายิ้มๆ ระหว่างวันที่น่ากลัวจนหายใจไม่ทั่วท้อง มันก็ยังมีเรื่องเบาสมองให้ขำสิน่า ภาพสมสมรวิ่งหน้าตื่นออกไปจากคอกยังติดตาเขาอยู่เลย

เสียงสับหมูดังจากในครัว สองหนุ่มสาวมองหน้ากันก่อนจะเข้าไปช่วย วันนี้มะยมอยู่ช่วยงานในครัว พออาหารใกล้เสร็จจึงขอตัวไปตามเจ้านาย บุษบาไม่หือไม่อือตอบรับอะไรยังคงตั้งใจทำอาหารต่อโดยทำเป็นไม่เห็นสีหน้ายิ้มๆ ของแต้ว

“ไม่ได้กินข้าวทั้งวัน นายคงหิวแย่เลยนะคะ” เด็กสาวเอ่ย มองกับข้าวที่ทำเยอะเป็นพิเศษ มือนี้มีถึงสี่อย่างเชียว แต่ละอย่างก็ล้วนเป็นของโปรดของนาย

“ช่างเขาสิ อยากไม่กินเองนี่”

“โธ่ เมื่อก่อนนายก็เป็นแบบนี้ นี่เพิ่งจะดีขึ้นตอนคุณเดหลีมานะคะ” แต้วแก้ตัวแทนเจ้านาย

สาวดอกไม้ได้ยินดังนั้นจึงถอนหายใจ จะว่าไปแล้วเขาก็ไม่ผิดหรอก ผิดที่เธองอนเขาก่อน เป็นเพราะกำลังกลัดกลุ้มเรื่องของน้องๆ อารมณ์เธอเลยรวนๆ

คิดในแง่ดีได้ไม่นาน อารมณ์รวนๆ ก็กลับมาเล่นงานเธอจนได้ มะยมกลับมาคนเดียวด้วยสีหน้าเจี๋ยมเจี้ยม ชายหนุ่มส่งยิ้มแหยเป็นทัพหน้า

“นายไม่กินข้าวเย็นครับ” มะยมบอกต่อท้ายด้วยว่าเจ้านายเขาไปที่ไหน

บุษบาเพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกโกรธอย่างแท้จริงก็วันนี้ แทบจะปรี่ไปเทกับข้าวที่ทำไว้ทิ้งหากไม่คิดเสียดายมัน อาหารบนโต๊ะไม่ผิดหรอก ผิดที่คนอยากให้กินไม่มากินต่างหากล่ะ

“ก็ดี” หญิงสาวบอกแล้วเดินขึ้นห้อง ทิ้งให้สองคนที่เหลือมองหน้ากันด้วยความหนักใจ

 

กองไฟกองน้อยลุกให้ความอบอุ่นอยู่ตรงลานด้านหน้ากระต๊อบมากบารมี ใกล้ๆ กันมีแคร่ไม้ไผ่ตั้งอยู่ หนุ่มๆ ต่างตั้งวงกินเหล้ากันตั้งแต่ช่วงเย็น หนึ่งในนั้นรวมบุญคนงานใหม่ด้วย มะยมที่วิ่งกลับมาหลังจากไปรายงานสาวดอกไม้มองเจ้านายอย่างเป็นห่วง เจ้านายไม่กินอะไรมาตั้งแต่เช้า อยู่ๆ มานั่งซดเหล้าปานน้ำเปล่าแบบนี้ มันน่าห่วงไหมล่ะ

“ทำไมคนอกหักถึงชอบกินเหล้า” บุญถามขึ้น ใบหน้าที่มักจะปกคลุมด้วยผ้าขาวม้าเสมอ บัดนี้ไร้สิ่งใดปิดบัง ทำให้เห็นรอยแผลเป็นอันใหญ่ตรงแก้ม

“เฮอะ ใคร…” คาวีมองไปรอบๆ ปฏิเสธเสียงสูง “ใครอกหักกัน ไม่มี้!”

“อ้าว แล้วที่งอนไม่กินข้าวกินปลา หันมากินเหล้าแทนนี่ ไม่เรียกอกหักแล้วเรียกว่าอะไร” บุญย้อนถาม คนที่เหลือเลยพากันหัวเราะ

“ก็แค่เกิดอยากกิน” คนปากแข็งเบือนหน้าไปทางอื่นซ่อนแววตาวูบไหว จะว่าไปเรื่องนี้ทำให้เขาเจ็บใจไม่น้อย เป็นอย่างที่เขากลัวไม่มีผิด

นับวันบุษบายิ่งมีอิทธิพลต่อจิตใจเขา…

“ได้ข่าวว่ากินอาหารตรงเวลา เช้ากลางวันเย็นมาแรมเดือน จู่ๆ ทำไมถึงอยากกลับไปใช้ชีวิตเดิมๆ อีกเล่า หรือแบบที่เป็นอยู่นายไม่ชอบ…” บุญรุกต่อ มะกอกเป็นคนเล่าความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของคาวีให้เขาฟัง

อาหารอร่อยที่ถูกยกขึ้นโต๊ะตรงเวลา เช้ากลางวันเย็นทำให้คาวีสะอึก!

“นั่นสิครับ อย่างเมื่อเช้าผมบอกให้คุณเดหลีกินที่ตลาดเลยแต่เธอไม่ยอม ซื้อกลับมาบ้านเพื่อกินกับนาย แต่นาย…” มะกอกที่เพิ่งมีโอกาสอธิบายหยุดพูดเมื่อเห็นแววตาวาวๆของเจ้านาย

“แล้วทำไมมึงไม่บอกตั้งแต่เช้า!” คนหิวข้าวตวาดเสียงดัง

“ถามอย่างกับนายยอมฟัง มัวแต่กลัวคนงานรู้…” คนที่น้อยครั้งจะกล้าต่อปากต่อคำกับเจ้านายอุบอิบบอก

“รู้เรื่องอะไร” คราวนี้บุญเป็นคนถาม

“ก็รู้เรื่องที่นาย ‘กลัว’ คุณเดหลีไงครับ หรือภาษาบ้านเฮาเอิ้นว่า…ย่านเมีย!”

พลั่ก! คนบอกด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่มหงายเงิบตกแคร่ไปเรียบร้อยแล้ว มะยมถลาลงไปพยุงพี่ชาย มะเฟืองนิ่วหน้าเจ็บแทนลูกชายคนโตที่ร้องโอ๊ยๆ

“อย่ามาปรักปรำกูนะ” เจ้าของบาทาหนาชี้หน้าลูกน้องคนสนิท คน ‘ย่านเมีย’ ออกอาการฮึดฮัด

“หรือไม่จริงล่ะนาย” คราวนี้เป็นตามะยมบ้าง แต่เพราะยืนห่างออกไปทำให้คาวีไม่สามารถเหยียดขาเพื่อหยุดปากบอนของพวกเขาได้

บุญมองดูเหตุการณ์แล้วยกมือลูบแผลเป็น

“อืม…น่าคิดนะ อาการมันฟ้อง กลัวคนรู้ กลัวเสียหน้า พอเขาไม่กินข้าวเที่ยงด้วยก็‘งอนเตลิด’ หนีมากินเหล้า”

“แม่นแล้ว!” ที่เหลือประสานเสียงอย่างเห็นด้วย

คาวีนิ่วหน้าเพิ่งเคยได้ยินคำว่า ‘งอนเตลิด’ ซึ่งมีความหมายว่างอนเลยเถิด…ช่างสรรหามาพูด เขาเป็นแบบนั้นที่ไหน มือหนายกแก้วเหล้าขึ้นดวด ใบหน้าที่มีหนวดเครารุงรังเหยเก ความร้อนของดีกรีลามเลียบาดลำคอ ชายหนุ่มมองขวดเหล้า จริงๆ แล้วเขาก็ไม่นึกอยากมันหรอก

“เอาน่า” บุญตบไหล่หนา “กลัว…เพราะรัก ไม่เห็นจะน่าอายตรงไหนเลย เรื่องธรรมดาจะตาย ผู้ชายที่ไหนก็กลัว ‘เมีย’ ทั้งนั้นแหละน่า”

‘เมีย’ คำนี้ทำให้ดีกรีความร้อนในร่างกายพุ่งสูง

“ยังไม่ได้เสียกันสักหน่อย” คาวีแย้งเพราะไม่อยากให้สาวเจ้าเสียหาย

ทั้งทางพฤตินัยหรือนิตินัยบุษบายังบริสุทธิ์ผุดผ่องทุกประการ แต่ในทาง ‘จินตนาการ’ หรือ ‘มโน’ นั้น ร่างกายเธอบอบช้ำไปทุกตารางนิ้ว

“อ้าว นี่ขนาดยังไม่ได้เสียกันนะเนี่ย ทำท่าจะกลัวเสียแล้ว” มะยมที่วิ่งไปตั้งหลักเสียไกลตะโกนแซ็ว

“ไอ้ยม!” คาวีร่ำร่ำจะลุกไปเตะคนปากหมา

“ก็มันจริงนี่นาย ยอมรับมาเถอะ แล้วก็กลับไปกินข้าว ป่านนี้คุณเดหลีรอแย่แล้ว” พี่มะคนน้องบอก สีหน้าของบุษบาน่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน

“ใช่ครับ นายไม่กิน คุณเดหลีก็ไม่กินเหมือนกัน” มะกอกสำทับเป็นลูกคู่ให้น้องชาย

“กลับไปเถอะ คนที่บ้านเขารอกินข้าว” บุญเชียร์อีกแรง

 

เงาตะคุ่มๆ ผลุบหายกลืนไปกับความมืด สองร่างวิ่งไปตามทางที่แผ้วถางเอาไว้อย่างดีมุ่งหน้าสู่บ้านหลังใหญ่ เสียงหัวเราะคิกๆ ดังผสานกับเสียงจิ้งหรีด คนเดินนำหน้าหันไปค้อนตาคว่ำ ดีเหลือเกินที่ตลอดทางมันมืด ไม่อย่างนั้นคงเห็นหน้าแดงๆ ของเธอเป็นแน่

ก่อนเข้าสู่สวนรอบตัวบ้าน สองร่างชะงักเท้าเมื่อมีเสียงหวีดร้องโวยวายดังแว่วมากับสายลม…บริเวณนี้อยู่ห่างจากตัวบ้านพอสมควร ทั้งสองย่องไปหลบหลังพุ่มไม้

“ไหนแกเคยบอกว่านายจะรักฉัน!” เสียงแหลมแว้ดๆ ดังก้องบริเวณ รอฟังปลายสายพูดพักเดียว เจ้าหล่อนก็กรี๊ดขึ้นมาอีก

“ฉันไม่ยอม ฉันรอไม่ได้ นายกำลังหลงอีนังนั่น วันนี้ฉันอุตส่าห์ไปหา นายยังมองเหมือนจะฆ่าจะแกงฉัน เป็นเพราะมันทีเดียว มันทำมารยางอนจนนายโกรธแล้วมาพาลที่ฉัน…”

สมสมรพูดฉอดๆ ท่ามกลางความมืด หญิงสาวมายืนตรงนี้เพราะต้องการมาสอดแนมดูว่านายกลับเรือนใหญ่หรือยัง หากยังเธอตั้งใจจะไปหาที่กระต๊อบ

“หยุดพูดเถอะ ฉันไม่อยากฟังแล้ว ฉันรักนาย ฉันจะเป็นคนเขี่ยอีผู้หญิงนั่นออกไปเองฉันไม่เชื่อแกแล้ว!”

ร่างอวบอัดก้าวฉับๆ มายังทางที่สองสาวแอบอยู่หลังพุ่มไม้ บุษบาสบตาแต้วในความมืด หญิงสาวถอนหายใจ เธอไม่รู้ว่าสมสมรพูดกับใคร รู้แต่เพียงว่าเรื่องที่พูดนั้นเกี่ยวข้องกับเธอเต็มๆ สาวดอกไม้ชวนแต้วกลับบ้านเพื่อจะได้อุ่นกับข้าวรอคอยใครบางคน…

หวังว่าคงไม่มาดเยอะ…จนไม่กลับมากินข้าวบ้านอีกหรอกนะ

ถึกเถื่อนมันก็มากพอแล้ว ขออย่าให้ ‘ว่าที่แฟน’ ของเธอกลายเป็นผู้ชายปากแข็งอีกเลย

 

คาวีเดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องอาหารตอนที่กับข้าวร้อนๆ วางบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วกวาดตามองแวบเดียวก็รู้ว่าอาหารบนโต๊ะล้วนแล้วแต่เป็นของโปรดของเขาทั้งสิ้น ชายหนุ่มปั้นหน้านิ่งเดินเข้าไปนั่ง แต้วตักข้าวสวยร้อนๆ พูนจานส่งให้แต่ยังไม่ยอมหยิบช้อนขึ้นกิน ตาคมๆ ปรายมองคนที่ยังง่วนอยู่ในครัว เพิ่งเห็นประโยชน์ของการออกแบบห้องครัวและห้องอาหารแบบนี้ หากเขาออกแบบทั่วไป ก็คงต้องลุกขึ้นเดินไปตามเธอให้เสียฟอร์มจนได้สิน่า

บุษบาลอบยิ้มแล้วปั้นหน้านิ่งบ้าง หญิงสาวถือถ้วยพริกน้ำปลาร้ามาวางบนโต๊ะ จากนั้นนั่งตรงข้ามเขา แต้วตักข้าวให้นายสาวเสร็จก็ลาทั้งสอง เด็กสาววิ่งออกไปทางหลังบ้าน เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้านายได้ปรับความเข้าใจกัน กลิ่นอาหารทำให้กระเพาะคาวีร้องโครกครากชายหนุ่มไม่รอช้ารีบลงมือกินทันที หากเขาเงยหน้าขึ้นสักนิดคงได้เห็นแววตาและรอยยิ้มอ่อนหวาน

“เดี๋ยวผมล้างเอง” เสียงห้าวดังขึ้นเมื่อเห็นสาวเจ้าวางจานลงในอ่างล้างจาน

“ไม่เป็นไรค่ะ แช่ไว้เดี๋ยวตอนเช้าฉันมาล้างเอง” เจ้าของเสียงหวานหันมาบอก พร้อมกับก้าวผ่านเขา เพื่อกลับขึ้นห้องนอน ทิ้งให้อีกคนยืนอ้าปากหวอ…ไปต่อไม่ถูกทีเดียว คนงอนเตลิดมาทั้งวันยืนคอตก

อะไรวะ…คนอุตส่าห์มาง้อ ทำไมเธอต้องทำใจร้าย ด้วยการเดินหนีเขาด้วย





Thumbnail Seller Link
ล้นใจรัก
ลักษณะปรีชา
www.mebmarket.com
เพราะชื่อหมู่บ้านที่คล้ายกันอย่างหมู่บ้าน "ดงมะไฟ" กับ "ดงมะเฟือง"ทำให้ชีวิตสาวดอกไม้อย่าง "บุษบา ฟาเบรกลาส วงศ์บุษบา"...
Get it now
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,631 ความคิดเห็น