ดั่งดาวคอยเดือน (หย่งคัง - เพียงจันทร์)

ตอนที่ 27 : อาซิง = คุณชายหย่งคัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    16 พ.ค. 61

ลงให้อ่านเป็นตอนสุดท้ายแล้วนะค้า 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านจ้า




เท้าที่กำลังก้าวเข้าห้องหยุดชะงัก ภาษาจีนกวางตุ้งดังเล็ดลอดออกมาจากห้องพูน ประตูที่ปิดไม่สนิทดึงดูดใจหญิงสาวให้เดินเข้าไปใกล้ ดูเหมือนพูนกำลังปฏิเสธอะไรสักอย่างเสียงแข็งขัน หญิงสาวย่องไปที่หน้าห้องพูนทันใด ความอยากรู้กลบสำนึกในการมีมารยาทไปโดยสิ้นเชิง

ผมไม่ทราบจริงๆ ครับนาย ผมรับรองเลยว่าคุณชายไม่ได้มาที่นี่” เสียงของพูนดูจริงจังผิดกับสีหน้าเหยเกที่เห็นผ่านรอยแยกของประตู หญิงสาวนึกขอบคุณพูนที่เฝ้าสอนสั่งและเคี่ยวเข็ญให้เธอเรียนภาษาจีนกลางและจีนกวางตุ้ง

คุณชายหย่งคังไม่ได้มาหาผมแน่นอนครับ ผมยืนยัน” คิ้วเรียวสีปีกกาย่นเข้าหากัน ก่อนค่อยๆ ก้าวถอยออกมาอย่างระมัดระวัง

ใครคือคุณชายหย่งคัง?

พอกลับเข้ามาในห้องคำถามนี้ก็วนเวียนอยู่ในหัวหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่า แล้วเหตุใดสีหน้าพูนถึงได้ยุ่งยากขนาดนั้น ปกติเวลาคนเราพูดความจริงมักจะไม่ทำสีหน้าขัดกับน้ำเสียงแบบนั้น

เอ หรือคุณชายหย่งคังอะไรนั่นจะมาหาลุง ถ้ามาจริงแล้วทำไมเราไม่รู้ล่ะ” ช่วงหลังๆ มานี้พูนแทบไม่ได้ออกจากสวนเลยด้วยซ้ำ หากมีคนมาหาจริงมีหรือเธอจะไม่รู้ เพราะเธอเองก็ไม่ได้ออกไปพบปะเพื่อนๆ เช่นกัน

แล้วอีตาคุณชายนั่นเป็นใครกันหรือจะเป็นลูกชายเจ้านายเก่าที่ลุงเคยเล่าให้ฟังกันนะ” เพียงจันทร์คิดเดาไปสะระตะ หญิงสาวนั่งพิงหัวเตียงมองออกไปนอกหน้าต่างก็พบกับเจ้าของบ้านหลังน้อยที่ยังยืนอยู่ที่เดิม คิ้วโก่งเรียวเลิกขึ้นเมื่อเขาหยิบขลุ่ยขึ้นมาเป่า มุมปากหญิงสาวกระตุกขึ้นจนเกือบเป็นยิ้ม หากเจ้าตัวยับยั้งไว้ทันเสียก่อนจะฉีกยิ้มให้ขายหน้า

อีตาบ้านั่นทำอะไร มายืนเป่าขลุ่ยเพลงลาวดวงเดือนทำเท่อยู่ได้” ปากบ่นในขณะที่ตั้งใจฟังเสียงขลุ่ย มันอาจจะฟังไม่เพราะพริ้งเหมือนอย่างพวกศิลปินหรือคนชำนาญเครื่องดนตรีเป่า ทว่ามันช่างเพราะจับใจเธอยิ่งนัก

แต่นั่นแหละความรู้สึกซึ้งกินใจเกาะกุมหัวใจเธอได้นานแค่ที่เพลงบรรเลง

นี่ยายเด็กโง่ทำไมยังไม่นอนอีก” คนเพิ่งเป่าขลุ่ยเพลงลาวดวงเดือนจบตะโกนพูดกับหญิงสาวเป็นครั้งแรกตั้งแต่มาอยู่บ้านหลังนี้ ทุกทีเขามักจะส่งยิ้มกวนๆ ไม่ก็โบกมือให้ แต่ไม่เคยพูดคุยสักครั้ง

ก็กำลังจะนอน แต่พอดีเสียงเพลงมันระคายหูจนนอนไม่หลับ” ยายเด็กโง่ทำหน้าบึ้ง

ยังงั้นเรอะ ฉันนึกว่าเธอซึ้งซะอีก เห็นทำตาลอยๆ

เพียงจันทร์ถลึงตาส่งให้เขา จากระยะแค่นี้ทำให้มองเห็นกันชัดมาก

ทุเรศ ฉันไม่ได้ทำตาแบบนั้นสักหน่อย

จริงเหรอ แล้วทำไมต้องหน้าแดงด้วย อย่างนี้พูดโกหกแหงๆ” ชายหนุ่มยังกระเซ้าเสียงสดใส ผิดกับตอนที่กลับมาจากบ้านพักคนงานลิบลับ

คนหน้าร้อนแต่ไม่รู้ว่าแดงด้วยหรือเปล่ารีบลุกขึ้นไปปิดไฟดวงใหญ่กลางห้องทันที ห้องทั้งห้องมืดสลัว หญิงสาวก้าวไปนั่งตรงหัวเตียงที่มีหน้าต่างบานคู่สาดแสงสว่างเล็กๆ จากไฟหน้าบ้านหลังเล็ก

อ้าว เขินจนไม่กล้าเปิดไฟซะแล้ว” แน่ะเขายังมีหน้าแซวเธอต่อ

จะไปไหนก็ไปเลย คนจะนั่งดูดาว” เธอไล่ส่งเขา

ฉันก็อยากดู ‘จันทร์’ เหมือนกันนี่

คำพูดส่อความนัยส่งให้ใบหน้าหญิงสาวร้อนผ่าวขึ้นไปอีก อะไรกันทำไมอีตานี่พูดจาให้เธอคิดลึก หญิงสาวมองเขาที่ผละไปนั่งบนม้านั่งด้านหน้าบ้าน เขานั่งไขว่ห้างท่วงท่าสบายๆ พาดแขนทั้งสองข้างกับราวพนักพิง หากแต่ใบหน้าไม่ได้แหงนขึ้นมองท้องฟ้า กลับมองมาที่เธอ

หย่งคัง

จู่ๆ ชื่อนี้ก็ผุดขึ้นมาบนหัวเธอ หญิงสาวเขม้นมองเขาอย่างสำรวจโดยไม่กลัว เพราะเธออยู่ในมุมมืดส่วนเขาอยู่ในที่สว่างเห็นได้ชัด รูปร่าง หน้าตา ท่าทาง บุคลิกการแต่งตัวทำให้เธอนึกสงสัย เขาจะใช่ ‘คุณชายหย่งคัง’ คนนั้นหรือเปล่าหนอ?

บ้าน่า ลุงบอกเขาเป็นหลาน” หญิงสาวพาดแขนกับขอบหน้าต่างเกยคางเบนสายตาขึ้นมองท้องฟ้าที่มีดาวเคียงเดือนเสี้ยวอยู่บนนั้น แม้จะละสายตาจากเขา แต่ในหัวก็ยังวนเวียนคิดถึงเรื่องของเขาอยู่เช่นเดิม การวางตัว การพูดจาแปลกๆ ของพูนในบางครั้งผุดขึ้นมาทันที

ถ้าใช่” เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “แล้วเขามาที่นี่ทำไม” พูนเคยเล่าว่าเจ้านายเก่าของพูนเป็นถึงมาเฟียเจ้าของกาสิโนยักษ์ใหญ่ในฮ่องกง อีกทั้งยังมีกิจการอีกหลายต่อหลายอย่าง

แล้วลูกชายมาเฟียจะมาอยู่ที่สวนจันทัปปภาได้อย่างไร

สีหน้าของเพียงจันทร์ดีขึ้นเมื่อข้อสงสัยของเธอมันไม่สมเหตุสมผล อาซิงไม่มีทางเป็นคุณชายหย่งคังอะไรนั่นได้หรอก แล้วการที่เขาแต่งตัวดีก็อาจเป็นเพราะรสนิยมของเขามากกว่าที่เขาจะรวยล้นฟ้ามีพ่อเป็นมาเฟีย คนแบบนั้นไม่มานอนบ้านหลังเล็กๆ แบบที่อาซิงกำลังทำอยู่หรอก

หย่งคังมองจันทร์ที่แอบใฝ่ปอง เธอขยันทำหน้าสงสัยสลับผ่อนคลาย เธอคงไม่รู้ว่าต่อให้เธอปิดไฟในห้องเขาก็ยังสามารถเห็นเธอได้อย่างชัดเจน แสงไฟสลัวส่องให้เห็นดวงหน้าน่ารักที่แหงนขึ้นมองท้องฟ้า มองดาวบนฟ้าทั้งที่ยังมีดาวดวงหนึ่งบนดินรอเธออยู่เสมอ

รอเหมือนดั่งดาวคอยเดือน

ชายหนุ่มยิ้มยามเปรียบตัวเองเป็นดาวที่คอยเดือน เขายอมทำทุกอย่างเพื่อแค่ให้เธอหันมามองเขา ไม่ว่าจะเป็นการเย้าแหย่ให้โกรธ พูดให้โมโห หรือแม้กระทั่งลงทุนฝึกเป่าไอ้เครื่องดนตรีอย่างขลุ่ยนี่ เขาฝึกอยู่เกือบสองสัปดาห์เชียวกว่าจะเป่าได้เป็นเพลง บางคนอาจฝึกแป๊บเดียว แต่คนจำพวกเขาที่หัวไม่ไปทางดนตรีนี่นับว่ายากและเก่งสุดแล้วที่เป่าเพลงเดียวได้ภายในสองสัปดาห์ กระนั้นมันก็คุ้มหากทำให้เดือนบนฟ้าจะก้มหน้าลงมามองดาวบนดิน

 

รอยยิ้มอบอุ่นค่อยๆ เลือนหายไปยามมือถือเครื่องบางแผดเสียงร้องเตือนว่ามีสายเข้า สองสามวันมานี้เพ่ยหนิงโทร. หาเขาบ่อยผิดปกติ ซ้ำเขายังรู้มาอีกว่าจนป่านนี้น้องสาวและน้องเขยยังไม่ได้ไปฮันนีมูนกันอีกด้วย มีบางอย่างผิดปกติ แต่น้องสาวไม่ยอมบอกเขา ยายน้องตัวแสบพยายามถามเขาหลายครั้งว่าเขาพักอยู่ที่ไหนหลังจากที่ไปเยี่ยมไอ้ลิเกหน้าขาวนั่น

ลื้อจะโทร. มาทำไมบ่อยๆ อาเพ่ย” เขาพูดขึ้นหลังจากรับสาย

อาเฮีย…” น้ำเสียงตกอกตกใจของน้องสาวยังให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่ดี

ลื้อก่อเรื่องอะไรอีก” คนเป็นพี่ที่รู้จักน้องสาวดีปานพยาธิในไส้ถาม

อาป๊าค่ะ วันนี้อาป๊าโมโหใหญ่เลย

แล้วยังไง เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่ลื้อโทร. หาอั๊ว” เขาถามอีกครั้งอย่างไม่วางใจ รู้สึกว่าเรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับเขาเต็มๆ

เฮีย…” เสียงหวานอ่อนอ่อยเต็มทีจนคนฟังใจไม่ดี “อั๊วขอโทษฮือๆๆ

ซวยแล้ว’ คำนี้ผุดขึ้นมาในหัวชายหนุ่มแทบจะทันที เพ่ยหนิงขอโทษเขาเมื่อไหร่ ลางซวยลอยมาเห็นๆ

ลื้อทำอะไร” เขาถามเสียงอ่อนลงเพราะเริ่มหวั่นใจ

เรื่องเล็กๆ เพ่ยหนิงไม่ เรื่องใหญ่ๆ ล่ะขยันก่อ!

ให้ตายแค่คิดก็เสียวสันหลัง คราวนี้เรื่องอะไรอีกเนี่ย คราวก่อนก็ไปก่อเรื่องจนเมียไอ้เหน่หนี จนเขาตามแก้แทบไม่ทัน หย่งคังนึกไปถึงวีรกรรมทำเพื่อเหน่ของน้องสาว เพ่ยหนิงเคยก่อเรื่องวุ่นๆ ให้หมา เอ๊ย มหาเสน่ห์กับงามระยับผิดใจกัน กว่าจะเคลียร์เรื่องวุ่นๆ ได้เล่นเอาเขาแทบกระอักเลือดทีเดียว หวุดหวิดจะเสียตัวให้กับแม่เล้าโรคจิตที่รูปร่างหน้าต่างไม่ต่างจากซากศพ

ชายหนุ่มตัวสั่นยามนึกถึงหัวหน้าแก๊งมายาที่เคยจับตัวน้องสาวเขาไป ให้ตายเหอะน้องสาวเขากำลังปลุกฝันร้ายเขาให้ผุดขึ้นมา

เฮียอาป๊าบังคับให้อั๊วบอกที่อยู่เฮีย” เพ่ยหนิงสารภาพอย่างสำนึกผิด หย่งคังแอบโล่งใจเล็กน้อย เพราะอย่างไรเสียน้องสาวเขาก็ไม่ทราบว่าเขาพักอยู่ที่ไหน

ลื้อพูดแค่นั้น

ปะเปล่าค่ะ คือ…”

คืออะไรอีกเพ่ยหนิง” คราวนี้คนโล่งใจรู้สึกหายใจหายคอไม่คล่อง ก็อย่างที่บอก เล็กๆ ไม่ ใหญ่ๆ เพ่ยหนิงถนัดนัก

อั๊วบอกอาป๊าไปว่าเฮียแอบซุกเมียไว้ที่เมืองไทย

ฮะ!”

อั๊วขอโทษนะเฮีย ตอนนั้นอั๊วตกใจเลยพูดออกไปหมด

แล้วลื้อรู้ได้ไงว่าอั๊วมีเมียหรือไม่มีเมีย

อั๊วแค่สงสัย

คิดบ้าๆ” เขาคำรามในลำคอตบท้าย แน่นอนว่าป่านนี้อาป๊าเขาคงเดือดปุดๆ เป็นลาวาแล้ว

อั๊วลืมคิด มัวแต่ตกใจนี่นา ก็อาป๊าขู่จะส่งเฮียเจิ้นไปดูงานต่างประเทศโดยไม่ให้อั๊วตามไป” คนเป็นน้องบอกเสียงอ่อย

ลื้อนี่มันขยันหาเรื่องจริงๆ

ก็เฮียน่ะชอบทำตัวลึกลับมีความลับกับอั๊ว อั๊วเคยถามหลายทีแล้วว่าเฮียไปทำไม แต่เฮียไม่ยอมบอกอั๊วเอง” หญิงสาวตะบันเถียง

อั๊วไม่ได้ซุกเมีย ลื้อรู้หรือเปล่าว่าทำให้เรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่” คนเป็นพี่ตวาดอย่างหัวเสีย

รู้สิ อั๊วเลยรีบโทร. มาเตือนเฮีย ป่านนี้อาป๊าคงส่งคนตามล่าเฮียแล้วละ ยังไงเฮียก็ระวังตัวด้วยนะ อั๊วเป็นห่วง

ขอบใจที่เป็นห่วงอั๊ว” หย่งคังอดกระแหนะกระแหนไม่ได้ที่น้องสาวห่วงจนหาเรื่องมาให้ นี่คงกลัวเขาอยู่อย่างสงบสุขละสิ

อั๊วขอโทษนะเฮียนะ เฮียอย่าโกรธอั๊วเลย นี่เฮียเจิ้นก็ไม่ยอมพูดกับอั๊ว อั๊วกลุ้มใจจะแย่แล้ว

สมน้ำหน้าลื้อ สมแล้วที่ไอ้เจิ้นมันโกรธ

พูดจบชายหนุ่มจึงรีบตัดสาย มองไปยังหน้าต่างห้องก็พบว่าเพียงจันทร์ไม่ได้มองท้องฟ้าอีกต่อไป เธอมองเขาตาเขม็ง คงได้ยินที่เขาคุยโทรศัพท์ด้วยกระมัง ชายหนุ่มโบกมือให้ก่อนจะเดินขึ้นบ้านเพื่อไปขบคิดหาวิธีแก้ไขเรื่องบ้าๆ ที่น้องสาวเป็นคนก่อ โดยไม่รู้เลยว่าบทสนทนาเมื่อสักครู่หักล้างความคิดไม่สมเหตุสมผลก่อนหน้าของดวงจันทร์ที่แอบเฝ้ามองดาวอยู่เช่นกัน

อาซิง - คุณชายหย่งคังเป็นคนเดียวกันหรือไม่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

117 ความคิดเห็น

  1. #117 noodao (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 11:50

    เพ่ยหนิงรู้ได้ไงว่าเฮียเค้าซุกเมีย เฮียเค้าแค่มาเฝ้าว่าที่เมียเท่านั้นเอง

    ถ้าจันทร์รู้ว่าเป็นคนเดียวกันจะโกรธไหมนะ

    #117
    0