จอมอสูรทะเลทราย(จบแล้วจ๊ะ)ลบ 4 พ.ย

ตอนที่ 5 : ระวังแล้วยังเสียตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4380
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    9 ส.ค. 53

ตอน  ระวังแล้วยังเสียตัว


            ถึงที่โรงแรมหรู ซึ่งกึ่งหนึ่งของหุ้นส่วนเป็นเขา ทว่าลองเช็คกับทางเคาน์เตอร์ก็รู้ว่าคืนนี้ห้องเต็มหมด

อาดัมเอ่ยตรงๆ  ให้นอนห้องผมไม่ได้นะครับ  ผมไม่อยากนอนกับคนเมา

ชีคบาซิลเอ่ยว่า ตาบิสมานอนกับเรา แล้วให้สาวๆนอนที่ห้องของตาบิส

ลิฟต์เปิด ศศิมีอาการเมาลิฟต์เกิดคลื่นเหียน เพียงประตูห้องชีคบาซิลเปิด  ศศิถลาไปที่ห้องน้ำ  แล้วยังไม่ทันถึงประตูก็อาเจียนบนพรมสวยๆ   ระหว่างที่ห้องของชีคบาซิลโกลาหล ด้านฝั่งห้องของตาบิส

ตาบิสอุ้มร่างของประภัสสรมาแล้ววางลงที่เตียง มือของหญิงสาวกลับเหนี่ยวคอเขาลงมา

คุณ!” อารามตกใจรีบปัดแขนแล้วเห็นหญิงสาวหลับตาพริ้ม เขาถอนใจพรืด

ระวังนะตาบิส นั่นนะสาวอารมณ์เปลี่ยวเชียวน่ะ

อาดัมแซวตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะอย่างขำๆ

นายไปว่าผู้หญิงเป็นสาวอารมณ์เปลี่ยวได้ไง มันไม่สุภาพ นี่ถ้าเธอได้ยินเข้า จะเข้าข่ายว่าหมิ่นประมาทเธอเชียวนะ

เอ้า.. นายไม่เห็นเหรอ

ตอนที่เกร็ดตะหวาเทผงใส่แก้วน้ำของตนเองแล้วประภัสสรสลับแก้ว จากนั้นเกร็ดตะหวาเอาแก้วที่เธอเข้าใจว่าเทผงมาวางไว้ให้ชีคบาซิล เป็นช่วงชุลมุนจริงๆแต่เขาช่างสังเกต แต่ไม่นึกว่าตาบิสจะไม่รู้

นายไม่รู้

รู้อะไร

ก็...เอ่อ...จะพูดดีหรือเปล่า  เราก็ไม่เข้าใจ สงสัยว่ามันเป็นเกมส์ที่สาวๆเค้าชอบเล่นกันละมั้ง เอ้า..เราไปนอนล่ะ  ง่วงชะมัดเลย

แล้วชีคล่ะ

กำลังอารมณ์เสียที่คุณศศิเมาใส่พรม กลิ่นเหม็นไปทั่วห้อง สั่งคนมาฉีดสเปรย์แล้วทำความสะอาดห้อง เออ..แต่ว่าคุณศศิเมาแล้ว ก็ยังสวยและเซ็กซี่นะ

ตาบิสหัวเราะ อาดัมออกไปแล้ว ชายหนุ่มเจ้าของห้องนอนเตรียมหาเสื้อผ้าไปนอนห้องเดียวกับชีค แต่ก็รอให้ศศิออกจากห้องชีคเสียก่อน เขานั่งเก้าอี้ข้างเตียงประภัสสรแล้วเผลอหลับไป รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อพบว่าประภัสสรลุกขึ้นมาถอดเสื้อผ้า เสื้อตัวหนึ่งปลิวมาโป๊ะหน้าเขา 

เขากะพริบตาถี่ๆ ก็ไม่ทันห้ามปรามประภัสสรถอดเสื้อผ้าจนเกลี้ยงอย่างคนละเมอ มองเห็นผิวพรรณที่ผุดผ่อง เขาหน้าแดงก่ำ เจ้าของร่างล้มตึงนอนต่อด้วยท่วงท่าสบาย เจ้าของห้องหลับตาปี๋ยื่นผ้าห่มคลุม มีเก้าอี้อยู่ข้างๆ เขาถอนใจเฮือก สับสนระหว่างจะไปนอนห้องของชีคหรืออาดัม

 

ฉันเป็นอะไร ฉันร้อนจังเลย

ประภัสสรงัวเงีย ลืมตาไม่ขึ้น มีอาการแปลกขนลุกซู่อย่างไม่รู้สาเหตุแล้วเธอรู้สึกว่าร้อนๆ ตามปกติเข้านอนทีไร เธอไม่ค่อยสวมอะไรเลย นอนเปิดแอร์แช่ให้ตัวเย็น เธอยิ่งชอบใจทว่าคืนนี้เธอก็ทำทุกอย่าง อย่างที่เคยชิน แต่ทำไมรู้สึกสั่นสะท้าน หนาวเยือก เป็นอะไรนะ ปากก็บ่นๆ มือไม้สะเปะสะปะ ขนลุกขนชันไปทั้งร่าง

อย่ามาทำรุ่มร่ามกับผมนะ ออกไป นี่คุณ ...  อย่าเข้ามาใกล้ผมนะ ไม่งั้น... ผมจะพาคุณไปราดน้ำทั้งตัวเลย จะได้ตื่นสักที ...เฮ้... บอกว่าอย่า...

ประภัสสรหูอื้อ ตาลาย คำเตือนของเขาเหมือนไม่เป็นผล ห้ามเธอไม่ได้แล้วเธอก็ไม่สามารถหยุดได้ด้วย เธอผวากอดเขา จากนั้นเธอไม่ปล่อยเขาเลย แม้ว่าเขาจะผลักไสเท่าใด เธอก็ยังทำตัวราวกับปลิง จนที่สุดฝ่ายชายก็สนองตอบเธอไปเอง 

 

แสงสว่างในยามเช้าค่อยๆเลื่อนมาสาดกระทบเปลือกตา  ศศิกะพริบตารู้สึกหนักๆที่ศีรษะ มองเห็นเพดานมีลวดลายแกะสลักสวยงามที่บ้านเธอมีเพดานสวยๆอย่างนี้ด้วยหรือ !   เธอค่อยเรียงลำดับภาพเมื่อคืนนี้เธอเมา จากนั้นไม่รู้สึกตัวเลย

ท่อนแขนของใครคนหนึ่งเหวี่ยงมาพาดที่หน้าอก ศศิตาเบิกโพลงจับแขนเขาออก แรงพอจนทำให้เขาตื่น

ศศิถลันตัวออกมายืนข้างเตียงมองเขาอย่างกับสัตว์ประหลาดนอกโลก มองจ้องไปยังเนื้อตัวล่อนจ้อน ส่งเสียงกรี๊ดๆให้ลั่นห้อง  ผู้ชายอะไรตื่นมายังดูดี  ใบหน้าคมคายผมปรกลงมาเหมือนไม่ใส่ใจ แต่เพิ่มความอ่อนเยาว์ขี้เล่น เขาไม่ใช่แค่มองตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา ยังมีรอยยิ้มกวนๆที่มุมปาก

เธอหยุดสูดลมหายใจเข้าปอด หยุดเพื่อตะเบ็งเสียงใหม่

กรี๊ด !” อย่างเหยียดยาว

อย่างดีเขาก็นอนเท้าข้อศอกมองเธอ ราวกับกำลังชมโทรทัศน์ช่องที่ชื่นชอบ ด้วยสายตายิ้มๆ

มันจะมากเกินไปแล้ว เธอจะเป็นจะตาย  ยังจะมาทำเป็นเฉยอีก ใช่สิ... เกิดมาเป็นผู้หญิง เพื่อเสียเปรียบเขา แล้วทำไมต้องเป็นเขา และทำไมเขาต้องเลือกเธอ ผู้หญิงมีมากมาย ทำไมเธอต้องกลายเป็นผู้เคราะห์ร้าย ความเลิศเลอ รวย หล่อ แสนเฟอร์เฟกส์  ไม่ใช่สเปกเธอ เธอค่อนๆ ไปในทางชิงชังเขาเสียด้วย

เธอหลับไปเขายังกล้าคุกคามเธอ

คิดทั้งขุ่นแล้ว ขุ่นอีก มือสั่นๆ กำผ้าห่มไว้ กวาดตาดูเรือนร่างเปลี่ยวเปล่า ท่อนบน  ท่อนล่าง สวมกางเกงนอนขายาว เธอมองเขาด้วยสายตาเหยียดแคลนพร้อมหอบแฮ่ก

ทำไมไม่ร้องต่ออีกล่ะ รึ ...หมดแรง

ศศิเม้มปากแน่น น่ากลัวห้อเลือด เจ็บที่ใจไม่ใช่ที่ริมฝีปากเลยแล้วจึงพูด

เปลี่ยนมาฆ่าคนแทน คงจะดีกว่าเสียเวลาร้อง

ชายหนุ่มยิ้มละมุน พูดท้าทายด้วยเสียงนุ่มชวนยั่วโมโห

เชิญสิ.. แต่ต้องเตรียมใจไว้นะ เพราะผมไม่ชอบให้ใครมาทำร้ายผมฟรีๆ

กรี๊ดๆ ศศิเต้นเร่า สมองตื้อๆ สูญเสียไม่พอ มาเจอผู้ชาย ไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษ หัวใจร้อนรุ่มเกิดความอยากเอาชนะ เธอมองคนที่มีใบหน้าหล่อตึงและเฉย เนี่ยนะเหรอ... เป็นผู้ชายที่ถูกโหวตให้เป็นหนึ่งชายในฝันของบรรดาสาวๆในนิตยสารชื่อดังเล่มหนึ่ง อยากร้องดังๆเขาไม่เป็นสุภาพบุรุษ มีแต่ใบหน้าที่ดูดี แต่ข้างในกลวง  หาความดีไม่ได้เลย

ทำกับผู้หญิง ที่เป็นเพศแม่และอ่อนแอกว่าได้ ทั้งที่ฉันหลับ ไม่รู้ว่าคุณเกิดมาทำไมกัน มันน่าฆ่า... ตัวตายนักเชียว

คิ้วเข้มย่นเข้าหากัน

ดูถูกเกินไปแล้วเรือนร่างใหญ่ลุกความสูงตะหง่านนั้นน่ากลัวไม่หยอก พร้อมกับใบหน้าถมึงถึงทำให้รู้ว่ายามเขาโกรธ น่ากลัวมาก เด็ดขาด จนเธอไม่รู้ตัวว่าถอยกรูด เมื่อเขาก้าวย่างสุขุม เธอร้องห้ามเสียงสั่น

อย่าเข้ามานะ ไม่งั้นฉันจะฆ่าตัวตาย

ตามใจ ชีคบาซิลพูดอย่างไม่ยี่หระ เธอพูดจาดูถูกเขา ฟังแล้วคล้ายโดนราดน้ำมันทีเดียว ไฟลุกพรึ่บ เมื่อเขาโกรธก็ยากจะระงับ  ฆ่าตัวตายไม่สำเร็จก็ให้ระวังว่าผมจะช่วย ผมไม่ได้ขู่นะ

คุณ !” ตะลึงงัน เปล่งเสียงติดสั่นๆ เป็นคนอยู่รึเปล่า.. คุณทำให้ฉันเสียหายนะ

แค่นอน... เสียหายแล้วเหรอ

คนผี.. ด่าแล้วหน้าแดงลามไปทั่ว ให้พูดหมดจดเลยรึไงนะ ศศิอึดอัดคับข้องใจ อยากด่าอีกแต่ติดที่ เธอจะด่าอย่างไร คน...หยาบคาย !”

นี่คุณ.. แค่ผมอยากมีผู้หญิง ผมไม่จำเป็นต้องฝืนใจ และหน้าตาอย่างผมมันไม่ถึงกับหื่นกระหายต้องปล้ำผู้หญิงหรอก  แล้วที่คุณด่าผมนั่นก็เกินไปแล้ว ขอโทษผมเสียด้วย ชีคบาซิลทำตาขึงขัง คุณเสียอีกที่น่าจะดีใจเป็นบุญแค่ไหนแล้วที่ได้นอนกับผม คุณเป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมให้นอนบนเตียงเดียวกันและไม่มีอะไรต่อกันเลย

หากเขาพาผู้หญิงคนไหนขึ้นมานอนด้วย งั้นก็หมายความว่ายี้..แหวะ.. เธอปลายตาดูเตียงสวยซ่อนความน่าขยะแขยงไว้

ช่างพูดออกมาได้ มันเป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีแก่ฉันนักรึไง ที่ฉันได้นอนบนเตียง.. ทำเสียงขึ้นจมูกอย่างหมิ่นแคลน น่าอัปยศอดสูจะตายไปที่ได้รู้ว่านอนบนเตียงที่สกปรก ฉันไม่ปรารถนา แล้วไม่ต้องการเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆเลย ต่อให้หล่อ รวย มีเงินจากฟ้าจรดอีกขอบฟ้าแล้วเป็นคุณที่เหลือคนเดียวในโลกนี้ ฉันก็ไม่เลือก ครั้งหน้าอย่าลากฉันขึ้นเตียงนอนของคุณละ ฉันหยะแหยง

ศศิไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ทั้งหมดที่เธอพูดออกมา ราวกับท้าทายเขา

อวดดี แล้วถามจริงๆ คุณโกรธ จนพูดอย่างนี้ออกมาเป็นเพราะแค่ได้นอนร่วมเตียงเดียวกันกับผม รึว่า เจ็บใจที่ไม่ได้เสียตัวให้ผมกันแน่!”

พูดออกมาได้อย่างไร

นั่นนะสิ... ผมก็อยากรู้ว่าคุณพูด  ต่อว่าผมมากมายก่ายกอง ราวกับผมฆ่าข่มขืนคุณอย่างนั้นแหละ มันน่าอับอาย โกรธ และแค้นนักรึไง ที่นอนเตียงเดียวกับผม ผมมีเชื้อโรคร้ายรึก็เปล่า รึถ้ามี มันจะกระโดดไปงับศีรษะของคุณรึเปล่า  มันไม่ใช่ทั้งนั้น ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้ โกรธนักหนา

ศศิกระทืบเท้าเร่าๆ เขาตอกกลับมาแรง เธอรู้สึกว่าอยู่นานไป เลือดในกายแล่นพล่านไปมา พอดีเคราะห์ร้ายเกิดระเบิดปรี๊ดเธออาจจะเป็นอัมพาตต่อหน้าตาเขาด้วย เพราะเส้นโลหิตในสมองแตกก็ได้ เธอหอบผ้าห่มที่คลุมกายเดินท่อมๆ พร้อมกับเค้นเสียง

อยู่ไม่ได้แล้ว ฉันไม่เคยเจอผู้ชายอะไร เถียงเก่ง เสื้อผ้า ฉันล่ะ!”ตะคอกใส่อย่างไม่สนใจ  เธอรู้สึกราวโลกกำลังจะแตก ขืนอยู่ต่อไปมีหวังจิกข่วนเขาแน่ 

ชีคบาซิลกลับมองการเคลื่อนไหวราวกับคนเจียนคลั่งของเธออย่างสงบทั้งที่เขาโกรธอย่างที่ไม่เคยรู้สึกอย่างจะฉีกเนื้อใครได้เท่านี้มาก่อน

เสื้อผ้าของคุณเปื้อนหมด เมื่อคืนคุณอาเจียนรดใส่เสื้อผ้าตัวเอง   ผมมีเสื้อผ้าของผู้หญิง ใหม่ และไม่สกปรก อยู่ในตู้เสื้อผ้า  ใส่แก้ขัดไปก่อนก็ได้ ไม่ต้องทำเป็นเชิด หยิ่งหรอกแล้วอย่าลืมมาทำงานล่ะ ไม่ใช่ว่าเกิดเรื่องแล้วพาลลาออกนะ

ศศิเม้มปากแน่นก่อนพูด ฉันไม่ใช่เด็กๆ ที่โกรธแล้วทำตัวพาล งานก็ส่วนงาน

ชายหนุ่มพยักหน้าจึงชี้ไปที่ห้องเล็กซึ่งอัดแน่นไว้ด้วยเสื้อผ้า

โน่นตู้เสื้อผ้า

เธอรีบปิดห้อง ค้นหาเสื้อผ้าผู้หญิงซึ่งมีกองเล็กๆ พับไว้เรียบร้อย ศศิเลือกแล้วสวมใส่พลางคิด ครั้งนี้ใส่ครั้งเดียวนะ

ชีคบาซิลเตรียมเช็คไว้ให้ศศิ หญิงสาวไม่มีชุดใส่อย่างน้อยก็ควรจ่ายค่าชุด ค่าตกใจให้แก่เธอ

นี่อะไรคะ

เขายื่นให้ศศิ

5,000 บาท นี่คืออะไรคะ ศศิถามซ้ำ แล้วเม้มปาก เขาเห็นค่าความสาวของเธอเป็นราคา และเป็นราคาที่ต่ำมากเสียด้วย

ไว้ซื้อชุดใส่

ทำไมคะ ชุดนี้ฉันใส่แล้ว ฉันไม่รังเกียจชุดเลย แต่รังเกียจเช็คที่ชีคให้

ชีคบาซิลเลิกคิ้ว มันเป็นน้ำใจนะ ให้ไปซื้อเสื้อผ้าใส่ เอาไปเถอะ  ชุดนั้นผมก็ไม่ให้ฟรี คุณต้องเอามาคืนผมด้วย

หญิงสาวมองเขาด้วยดวงตาแดงเรื่อ

เห็นฉันเป็นอะไรคะ

อ้าว...ไปกันใหญ่แล้ว ผมให้เพราะอยากให้

แต่ศศิว่าคุณให้ เพราะเคยชินมากกว่าคุณชอบฟาดเงินให้กับผู้หญิงศศิหัวเราะกร้าว คงชินแล้วใช่ไหมที่นอนกับใครแล้วตื่นเช้าต้องให้เงินเป็นค่าตอบแทน แต่ศศิไม่ใช่...

ศศิ...คุณเข้าใจผิดแล้ว

ฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นตัวเองนอนอยู่กับคุณจะให้เข้าใจว่าอย่างไร แล้วคุณยังมาหยามหมิ่นฉันอีก ให้เช็คนี้ 5,000 บาทจะทดแทนสิ่งที่ฉันเสียหายไปได้อย่างไร

ชายหนุ่มอึ้งมองใบหน้าสวยๆทว่าซีดเผือด นี่คงไม่รู้ตัวพูดอะไรออกมา เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอสักนิด แต่ศศิเข้าใจว่า เธอเป็นฝ่ายเสียหาย โธ่เอ๊ย... ศศิอายุเท่าไหร่กันนะ เขาถอนใจเฮือก ให้อารมณ์เสียแต่เช้าเลย แล้วไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนไม่ประสาเท่าเธอเลย ฟังนะ 5,000 บาท ฉันให้ไปซื้อชุดจริงๆไม่ได้ ไปหยามเกียรติอะไรเธอเลยนะ เอาไปซะ  อย่าดื้อเลย

ไม่ !” ศศิกรี๊ดลั่น

อะไรกัน

คุณจ่ายค่าความสาวฉัน 5,000 บาท ถ้าฉันต้องการเรื่องความเสียหายจริงๆ เงิน 5,000บาท ฉันไม่เอาหรอก  ฉันจะเรียกร้องเป็นจดทะเบียน

ชีคบาซิลหยุดหายใจระเบิดเสียง

พูดโยกโย้มาตั้งนาน ไม่ต่างจากผู้หญิงคนอื่นๆเลย จะผูกมัดฉันงั้นเรอะ ฉันไม่บ้าพอจะแลกกับจดทะเบียนหรอก

เขาหมุนตัวเขียนเช็คใหม่  20 ล้านบาท ยื่นให้ศศิทั้งทำหน้าดูแคลน

ผู้หญิงละโมบโลบมากอย่างเธอ ให้น้อยเกินใช่ไหม ทีนี้พอใจรึยัง

ศศิอึ้งเม้มปากสั่นๆ เขาเห็นเธอเป็นผู้หญิงข้างถนน ไม่เช่นนั้นเขาไม่ประเมินเธอเป็นเงินหรอก เธอดึงเช็คมองเขา และสบกันดวงตาสีเขียวที่มองเยาะหยัน

ศศิฉีกทึ้งเสียงดังแควกๆ

ดิฉันกลับล่ะ หวังว่าวันหน้าคงจะไม่ได้รับความอนุเคราะห์เช่นนี้อีก

ศศิเชิดหน้า แล้วเดินเร็ว ปิดประตูแล้วหายใจโล่ง รีบจ้ำอ้าวไปยังชั้นล่าง ด้วยเกรงว่าเขาจะตามมาชำระความคืน ผ่านบรรดาบอดี้การ์ดที่มองเธอแล้วยิ้ม เธอมองว่าเป็นยิ้มอย่างมีเลศนัย ศศิเข่นเขี้ยว อย่ามาคิดบ้าๆกับฉันนะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงชั่วคราวของชีคบ้านั่น !

 

เสียงกรี๊ดร้องของผู้หญิงดังเสียดแทงเข้ามาในห้อง

ตาบิสงัวเงีย ภาพแรกที่เขาเห็นแล้วทำให้เขาถึงกับหยุดคิดถึงหน้าที่อารักขาชีคบาซิล  หญิงสาวมีผมเป็นลอนล้อมกรอบใบหน้างามละมุน แสงไฟอ่อนๆเหนือหัวเตียงเผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลกลมโต

เมื่อคืนตาบิสยังเห็นความสดใสราวเด็กน้อยที่ไร้เดียงสาต่อโลก บัดนี้นัยน์ตาคู่สดสวยตกใจและแดงก่ำมีหยาดน้ำตาไหลลงมาที่แก้มนวลปลั่ง

เธอกับเขาสบตากัน

คุณ

ประภัสสรไม่มีคำพูดใดๆแต่ปฏิกิริยาที่เธอทำ ดลให้เขาชะงักค้าง เขาหดมือกลับ

เมื่อคืน...ผมขอโทษคุณด้วยนะ

เสียงกรี๊ดๆของศศิดังลั่นมาถึงห้องนอนของตาบิสอีกครั้ง เขาละล้าละลัง มองสาวยิปซีซึ่งสวยที่สุดในสายตาของเขาอย่างห่วงใย

ขอโทษนะครับ.. ขอผมไปดูชีคสักครู่  รอผมอยู่ที่นี่ก่อน แววตาของเขาวิงวอน

เขาสวมเสื้อพอลวกๆ ไม่วายทิ้งดวงตาห่วงใยมาทางประภัสสร 

ตาบิสคิดว่าประภัสสร คงตื่นนานแล้วและตั้งท่าร้องไห้แบบไม่มีเสียงสะอื้นเลยนั้นแปลว่าอะไร 

เธอไม่เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หรือว่าเธอเสียใจมากจนเข้าข่ายว่าช็อค เปิดประตูแล้วยังมองมาทางร่างเล็กที่นั่งเอาศีรษะซบกับหัวเข่า โดยมีผ้าห่มคลุมร่างเปลือยไว้  เธอไม่แม้แต่จะมองเขาเลย และนี่ถ้าเธอร้องห่มร้องไห้ด่าเขาบ้าง เขาคงจะไม่เดือดร้อนใจ

คุณประภัสสร หากว่าไม่รังเกียจ ผมขออนุญาตรับผิดชอบคุณ  หากคุณไม่รังเกียจคนต่างเชื้อชาติ เราก็แต่งงานกันนะครับ

และเช่นเดิม ประภัสสรซบหน้ากับหัวเข่าไม่ไหวติงเลย

เขาถอนใจลึกๆ หลังปิดประตูก้าวยาวๆตรงดิ่งไปที่ห้องของชีค  จิตใจยังกระหวัดคิดถึงประภัสสร  เธอเป็นผู้หญิงที่ไม่ประสีประสา เธอจึงควรค่าแก่การแต่งงาน

เขาหน้าเคร่งขึ้น  เมื่อมองเห็นอาดัมเพิ่งเดินมาด้วยเสื้อผ้ายังเป็นชุดนอน

ไงพวก.. นอนหลับดีไหม

ตาบิสขบกราม นายนี่ยังไง เมื่อคืนรู้อะไรก็ไม่บอกกันเลย

อ้าว...ก็นึกว่านายจะเห็นว่าผู้หญิงคนนั้นแอบเอายาอะไรไว้ในแก้วของท่านชีค เอ๊ะ...เมื่อคืนนายนอนไหน แล้วเสียงร้องของผู้หญิงมาจากห้องนายรึว่าห้องของชีค

อาดัมพอจะเดาเรื่องได้แล้วทำหน้าประหนึ่งเห็นใจตาบิส

ผู้หญิงแต่งตัวยิปซีอยู่ห้องนายละสิ  เสียงร้องกรี๊ดๆมาจากห้องของชีค ก็เป็นเสียงของคุณศศิ

ตาบิสรั้งไหล่อาดัม อย่าเพิ่งสงสัยอะไรเลยไปดูชีคเถอะ  ป่านนี้ชีคเจอศศิข่วนหน้าแล้วมั้ง

สองหนุ่มเคาะห้องสักพัก ชีคบาซิลโผล่หน้ามาแล้วกล่าวขรึม

เราจัดการเองได้ซึ่งเวลานั้นศศิกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องเปลี่ยนชุด

คุณศศิยังอยู่ในห้องครับ

อาดัมโพล่ง

ยังอยู่

ครับ... อาดัมรับคำแค่นั้นแล้วกล่าว ชีคจัดการได้ ผมก็กลับไปที่ห้องละครับ ไปกันเถอะตาบิส

พ้นจากหน้าห้องนอนของชีค  ตาบิสถามอาดัมอย่างสงสัย

ทำไมนายดูสบายใจจัง  ไม่ห่วงชีคกับศศิ

อ้าว.. ทำไงได้ ก็ไม่เห็นรึว่าชีคบอกว่า จัดการเองได้ อีกอย่างเค้าก็โตๆกันแล้ว อาดัมย้อนมาทั้งอมยิ้มแล้วเดินแยกไป

 

แต่ในด้านหนึ่งนั้น ภายในห้องนอนของตาบิส หลังจากที่ตาบิสไปแล้ว ประภัสสรรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมเผ้าไม่ได้จัดเซ็ตให้สวยแต่ประการใด ตาเบิกโพลงเมื่อพบว่าตนเองสูญเสียอะไรไปบ้าง

เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เธอไม่รู้เนื้อตัวแต่บนเตียงมีรอยแดง เธอเม้มปาก มุมหนึ่งของเธอเป็นแกร่งกล้า สดใส แต่ไม่บ้าบิ่นพอจะเสียตัวให้ใครโดยที่ไม่ทันรู้จักกัน โอ...เธอ..ทำอะไรลงไปนะ... เธอไม่อยากจะเชื่อตัวเอง  จะโทษใครอื่นได้นอกจากตัวของเธอเอง เธอดื่มเหล้า แล้วเมามาย  ต่อไปนี้เธอจะไม่ยอมดื่มเหล้าแล้ว กลั้นเสียงสะอื้น  มือรีบกำกระเป๋าผ้าเปิดประตูแว่วยินเสียงของผู้ชาย เป็นภาษาอาหรับ

เสียงหนึ่งเป็นเสียงเขาชัดเจน ทำไมเธอจะจำไม่ได้ เขาเพิ่งพูดเป็นภาษาอังกฤษเมื่อครู่ก่อนจะออกจากห้องนอนว่า ขอรับผิดชอบเธอ ฮึ... แต่มันเป็นเรื่องง่ายนักรึไง 

หญิงสาวรีบปรี่ลงไปยืนรอลิฟต์  ยังปวดหัวด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ก ดีสม... เหมาะกันแล้วล่ะที่เมาจนไม่รู้สติ รู้ก็รู้ว่าเพื่อนของศศิเทผงอะไรสักอย่างที่ไม่ดีลงไป เธอเท่านั้นที่เผอเรอ... ไม่น่าเลย

หญิงสาวเม้มปาก ไม่นำพากับสายตาของหลายๆคนที่ทยอยเข้าลิฟต์มา สภาพเธอเป็นอย่างไร เธอไม่แน่ใจนักหรอก แต่เมื่อได้ออกจากลิฟต์ แล้วมองเห็นป้ายบอกทางไปห้องน้ำ เธอซวนเซไป คล้ายอยากเอาของเก่าในกระเพาะอาหารออก บอกไม่ถูกเลยว่าเป็นเพราะอยากอาเจียนหรือว่าเป็นเพราะเครียดจัดจนกระอักกระอ่วน เธอแวะเข้าห้องน้ำ กระจกใสๆล้อมรอบมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีผมเผ้าสีน้ำตาลแกมแดงหยิกเป็นลอน หากว่าได้จัดเซ็ตกันดีๆจะสวยงามทว่าทรงนี้ราวกับถูกขยุ้มทึ้ง ขอบตาแดงและบวม นัยน์ตาก็ยังแดงก่ำอีกด้วย จมูกแดง ริมฝีปากซีดอย่างกับคนเพิ่งฟื้นไข้ เสื้อผ้ายับๆดีแต่ว่าเป็นลายผ้าริ้วสีโทนแดงน้ำตาลและเหลืองแซม  ยังพอให้เห็นว่าไม่ทู่เรศตาเกินไป

รีบเข้าห้องน้ำ อาเจียนอย่างเครียดจัด ร้องไห้สะอึกพอเบาๆ

โทษตัวเองว่าทำตัวเองทั้งนั้น ดีสม ไม่มีใครเกินล่ะไอ้เรื่องนิสัยพิสดาร อยากรู้ อยากลองไปเสียหมด เธอนึกโทษตัวเองมากมาย เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังในสหรัฐ กลับมาก็ไม่ทำงานตามที่พ่อแม่ขอร้อง ฐานะอย่างเธอ ร่ำรวยมากมายมหาศาล เธอไม่จำเป็นต้องรีบร้อนทำงาน เธอบอกตนเองอย่างนั้น เธอบอกพ่อแม่ อยากพักผ่อนก่อนทำงานด้วยการเรียนเขียนวาดภาพแนววาดภาพเหมือนจริง พ่อแม่ค้าน แต่มีรึจะเอาชนะลูกสาวคนเดียวได้  เธอได้เปรียบที่มีพี่ชายถึงสองคน ต่างก็โตกันแล้วและทำงานช่วยพ่อแม่ เธอจึงเป็นอิสระอยากทำอะไรก็ได้ทำ  เธอโกหกพ่อแม่ว่าเรียนวาดภาพ แท้จริงเธอกำลังคลั่งไคล้ไพ่ยิปซี เธอหัดเรียนแล้วมาทำนายทั้งที่อ่อนหัด เธอไม่เคยเช็คว่าตนเองจะมีโชคชะตาอย่างไร หากรู้ว่าจะมีวันนี้เธอไม่มาทำงานนี้หรอก เธอเช็ดน้ำตา แล้วโทษตัวเองอีกว่า ยัยอุตริ ยัยพิสดาร ถึงจะเสียใจเรื่องที่เกิดขึ้น  แต่ไม่จำเป็นต้องให้เขามารับผิดชอบอะไรเธอเลย เธอเป็นประเภท ไม่รักไม่ชอบก็ไม่แต่ง ถือเสียว่าพลาดแล้วก็แล้วกัน แต่น้ำตาเจ้ากรรมไหลพรากๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะจบ เธอเดินไปท่ามกลางสายตาของผู้คนมอง เธอหลุบศีรษะต่ำแล้วซ่อนสายตาจากคนอื่น มาถึงริมถนนเรียกแท็กซี่ เช็ดน้ำตาพร้อมกับถอนสะอื้นอีกครั้ง ไม่ยอมเหลียวหลังไปดูโรงแรมแห่งนี้ เธอตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่คิดถึงเมื่อเรื่องคืนนี้ แต่..ฮื่อ... น้ำตาทะลักอีกแล้ว เธอบอกทางกับแท็กซี่ แล้วก้มหน้าเช็ดน้ำตากับเสื้อแขนยาว กลิ่นเหล้าเมื่อวานส่งกลิ่นอบอวล เธอเบ้หน้า

ประภัสสรบอกตัวเองว่า  ...คอยดูนะ... ฉันจะไม่ดื่มแกอีก.. เพราะแกถึงทำให้ฉันไม่มีสติ

 

ศศิเครียดและคิดมากจนนอนๆอยู่ก็สะดุ้งเฮือก เขามาวนเวียนแม้แต่ในฝัน ในฝันก็มีแต่เขาตามมาว่าเธอต่างๆนานา หญิงสาวมองกระจกแล้วพบสภาพของตนเอง ไม่ต่างกับผีดิบ ขอบตาคล้ำ บวม แล้วยังผิวพรรณที่ซีดขาว

หญิงสาวก่นด่าเขาในใจ เพราะเขาคนเดียว เข้ามาในชีวิตไม่กี่วันเอง ชีวิตของเธอเปลี่ยนทิศ เปลี่ยนจนหามุมตั้งตัวไม่ทัน สิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น

แล้วสิ่งที่เธอเสียมันไปละ โอ... ศศิกลั้นเสียงสะอื้น เขามองไม่เห็นค่าของเธอ เพราะเขาคงจะผ่านผู้หญิงมามากมาย แต่เธอคั่งแค้นเขาเหลือทน เธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอไม่ใช่ดอกไม้ริมทาง นึกอยากเด็ดทิ้งเมื่อไหร่ก็ทำได้ เขาทำให้เธอมัวหมองทั้งในใจทั้งร่างกาย แล้วยังมาพูดหน้าตาเฉยว่าไม่ได้ทำอะไรเธอเลย หนอย... ชีคอย่างนายก็อย่างนี้ละ ยโสโอหัง  คงคิดสิว่าผู้หญิงแต่ละคนจะต้องมาสยบแทบเท้าด้วยราคาเงินที่เขาจ่ายแต่ละครั้งมากโข  ศศิเม้มปากอยากจะพรวดๆไปที่ไหนก็ได้ที่มีเขากระชากหน้ากากมนุษย์เห็นแก่ตัวเช่นเขาประจานผู้คน ไม่ใช่เธอเลยที่มักง่าย มีแต่เขานั่นแหละ ที่มักง่ายแล้วยังไม่แคร์ในที่ได้ทำลงไป เขาเคยบอกว่าเธอท้าทายเขา เธอเสแสร้ง และทำตัวไม่ปกติเหมือนเฉกเช่นผู้หญิงทั่วไป เพื่อเรียกร้องความสนใจของเขาให้เทมาที่เธอ

ผิดไปล่ะ เธอไม่ประสาเรื่องมายา ไม่สนใจใคร่ดีในผู้ชายหล่อรวยอย่างโรส เธอไม่ได้คลั่งวัตถุภายนอก เธอคลั่งไคล้ที่สุดคือ เธอควรมีชีวิตที่มีความสุข เธอวางแผนชีวิตไว้ดิบดี จะมีผู้ชายที่เป็นผู้นำ รักเธอจริงๆ เหมือนผู้หญิงทั่วไปนั่นแหละ ล้วนแต่อยากมีให้ผู้ชายที่ตนรัก รักเธอมากที่สุด รักและซื่อสัตย์ เธอจึงทะนุถนอมตนเองไว้ดิบดี

จู่ๆความร้อนก็แผ่ซ่านทั่ววงหน้า มันเรื่องอะไรมานอนร้องไห้ราวกับคนอกหัก   วันคืนที่ผ่านๆมาจะเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง เธอโละมันทิ้งไป ไม่เก็บมาคิด  เพราะเขาแท้ๆ หนอย... เขาทำให้เธอมีความสุขใจไม่ได้ อย่าหวังเลยว่าเขาจะมีความสุข ใครก่อทุกข์ใจให้เธอ เธอจะตามชำระหนี้แค้นให้สาสม เธอจะไม่ปล่อยให้หนี้แค้นนี้เหือดหายไปตามกาลเวลาหรอก เธอจะตามเขา จะให้เสียหน้าอีกพะเรอ  ฐานโทษที่ก่อเรื่องให้เธอทุกข์ใจ มัวหมอง และศักดิ์ศรีของลูกผู้หญิงเช่นเธอ

 

ศศิลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าออกไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้า ดูของสวยๆงามๆเพื่อพักผ่อนหย่อนใจให้คลายเครียด เมื่อวานเกิดเรื่องตอนเช้ากลางวันไปทำงานกับชีคบาซิล กลับบ้านก็เอาแต่คิดเรื่องพลาดท่าเสียทีให้เขา

เธอเสียใจนักหนาแต่เขาเฉย

ศศิหยุดคิดเรื่องของชีคไว้สักพัก กดเบอร์ของประภัสสร ปรากฏว่าประภัสสรปืดมือถือ  หญิงสาวนึกห่วงประภัสสร คืนนั้นประภัสสรดื่มอะไรเข้าไปแล้วคืนนั้นจนวันนี้ก็ไม่ได้คุยกับประภัสสรเลย  เธอจึงไปที่โต๊ะดูดวงไพ่ยิปซี ปรากฏว่าว่างเปล่า

แล้วหลังจากวันนั้น กระทั่งมาทำงาน ก็ยังติดต่อกับประภัสสรไม่ได้ และเธอก็มีงานยุ่งๆ เป็นงานที่กำลังขยายใหญ่ ชีคบาซิลซื้อบริษัทนี้ เพื่อพัฒนายังไม่เพียงพอเขาดำเนินการสร้างโรงงานใหม่ เพื่อผลิตอาหารฮาลาล  เธอเปิดป้ายประกาศรรับสมัครงานคนงาน และทำงานง่วนจนกระทั่งไปพบกับเอกสารสำคัญบางอย่าง

ศศิเหยียดยิ้ม เชื่อว่าเขาน่าจะสะอึก เธอสู้อุตส่าห์เลียนแบบยิ้มอย่างนี้มาจากเขาเชียว เธออดคิดไม่ได้ว่าสะใจแล้วกระหวัดถึงเด็กๆยามที่ถูกเลี้ยงดูอย่างไรจากผู้เลี้ยง ผู้เลี้ยงก็เป็นต้นแบบ ดูรึ..เธอทำงานกับเขาไม่กี่วันเอง แทบจะลอกเลียนแบบพฤติกรรมเขาได้หมด

เธอวางแฟ้มบนโต๊ะ

นี่เป็นหลักฐานที่ศศิค้นพบว่าคุณหวังจะฮุบบริษัทของคนอื่น แล้วนิ่วหน้า เพราะอีกฝ่าย เมื่อเห็นเริ่มประโยคก็แค่แสดงความแปลกใจแล้วตอนนี้เขาก็ขยับไปนั่งตัวตรง ตาจ้องเป๋งมาที่เธอ

ท่ายโสของเขาชวนให้เธอรู้สึก..  อยากจะประทุษร้ายเขาเหลือเกิน คนอาไร้... เล่นวิธีสกปรก เพื่อให้ได้บริษัทของคนอื่น ด้วยกลโกงหลอกลวงที่ไม่น่าเชื่อ ใช้คนภายในของบริษัทขายความลับบอกข้อมูลภายในบริษัท และคนในบริษัทนั้นก็เหลือทนไม่มีแม้ความซื่อสัตย์ต่อตัวเองและผู้คนซึ่งก็เป็นเพื่อนร่วมงาน รวมไปถึงเจ้านายระดับบิ๊ก ขายตัวเองเพื่อเงินก้อนมหาศาล  กระบวนการที่พาตัวไปหานรกโดยแท้  และไม่ใช่เพียงผู้ชายคนนี้คนเดียว ยังมีคนอื่นๆ หากได้เอ่ยชื่อก็ระดับฝ่ายบริหาร ซึ่งไม่น่าทำเช่นนี้เลย

เขากอดอก ไม่พูดไม่จาอะไรเลยจนเธออึดอัดระเบิดออกมาเสียเอง

คุณทำอย่างนี้ได้อย่างไร  บริษัทของคนอื่นเค้า

ชีคบาซิลสวนมาทันควัน

คุณเดือดร้อนแทนเขาทำไม

หญิงสาวสะอึก นี่คงคิดว่าเธออาจหาญมายุ่งเรื่องของเขาละสิ  แต่เรื่องนี้มันสกปรก ไม่ถูกต้อง

ถูกบริษัทนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับฉันเลย ไม่มีใครเป็นญาติของฉันด้วย

ชีคตาบิสหรี่ตาลงมีแววข่มขู่คุกคาม

ไม่ได้ยุ่งเกี่ยว แล้วยุ่งด้วยเรื่องใด ไม่ใช่หน้าที่ของคุณเลยนะ ควรทำงานของตนเองให้สมบูรณ์ก่อนจะอวดรู้เรื่องของคนอื่น แล้วแฟ้มนี่ไม่ได้อยู่ในข่ายที่คุณต้องดูแล คุณ...แล้วศศิตัวชาดิกกับถ้อยคำต่อมาของเขา เจ็บสันต์แล้วยืนตัวสั่นเพราะอยากจะกรี๊ดพร้อมกับทุบถองเขาให้หายแค้น

เมื่อไหร่ที่ผมต้องการคำปรึกษา ผมจะหารือ แต่ตอนนี้อย่ายุ่ง.. นั่นมันงานในหน้าที่ของผม.. ผมจะได้อะไรมานั่น ผมมีตรงนี้ ชี้ไปที่ข้างขมับพร้อมรอยยิ้มกรีดใจ เชือดกันให้ตายยังดีกว่าเห็นรอยยิ้มดูถูกดูแคลน จะได้อะไรมาง่ายๆแล้วเป็นอะไรที่ใหญ่ บริษัทใหญ่ มันต้องใช้ตรงนี้กันทั้งนั้น จะสกปรกอย่างที่คุณว่ารึไม่  ผมไม่อยากใช้คำนั่น คำว่าสกปรก คือการไม่ปัดกวาดเช็ดถู แต่สกปรกใช้กับงานที่ผมกำลังทำไม่ได้ เพราะงานที่ผมจะได้บริษัทนั้นมันอยู่ในระบบของสมอง วิธีการที่จะได้มา ไม่จำเป็นต้องรูปธรรม ที่เด็กหรือนักศึกษาระดับอุดมศึกษาร่ำเรียน ที่ไหนๆก็มีกลวิธีเพื่อให้ได้มา ผมจำเป็นทำตามขั้นตอนเหล่านั้นรึ ในแง่ของคนที่มีเงินเป็นปัจจัยเพียงพอกับการทำอะไรสักอย่างไม่จำเป็นต้องผ่านการบอกกล่าวจากกุนซือ โดยเฉพาะคุณ... คุณไม่มีแววกุนซือ ผมนี่สิ ... มั่นใจจากการเรียนรู้ปฏิบัติทดลองเองทำเองด้วยตัวเอง  ผมผ่านการซื้อขาย หมุนเวียนแลกเปลี่ยน สิ่งก่อสร้าง บริษัท ธุรกิจต่างๆจนเรียนรู้เมื่อใดใช้กลยุทธ์แบบใด ให้เหมาะกับสมกับงาน

ความร้อนผะผ่าวที่แทรกกระจายทุกอณูของใบหน้าไม่จางไป มีแต่จะเพิ่มขึ้นจนหญิงสาวอดรนทนต่อไปไม่ได้

ไม่ถูกต้องเลย วิธีของคุณผสมด้วยเงิน ใช่สิ..คุณมีกำลังเงิน เงินทำอะไรก็ได้

ข้อนี้ผมเห็นด้วย เขาไม่ยอมให้เธอพูดจบ เอ่ยสวนทั้งมายืนในระดับใกล้แค่เอื้อมมองด้วยสายตาท้าทายทั้งพูดรัวเร็ว  คุณคิดว่าแค่มีเงินตัวเดียวจะมีอย่างอื่นมาด้วยรึ ทำไมไม่มองด้วยว่าผมมีตรงนี้เพราะความสามารถด้วย แท้จริงผมเป็นลูกเศรษฐีติดอันดับต้นของประเทศ หากผมมีชีวิตไม่สู้งาน หนักเบาก็ไม่เอา ผมจะเป็นอย่างไร และผมลุกขึ้นมาเป็นนักธุรกิจเพื่อความโก้เก๋รึก็เปล่า  ผมขยันอดทนรอผลงาน มีสมองไว้ขบคิดเรื่องธุรกิจ มีเงินสำรองไว้ไม่เคยขาดแคลน ในเมื่อผมมีสิ่งที่พร้อมให้ทำมากมาย ผมรวยเอ้ารวยเอา คำว่าขยันอดทนนะคุณ แปลว่าต้องรวยไม่ถูกเสมอไปหรอก คนบางคนต่อให้ขยันทำงานหนักก็ทำ เบาก็ทำ ไม่เคยบ่นแต่ทั้งชีวิต  ทำไมยังจน..ก็ได้ ผมยกระดับขึ้นมาอีกนิด ทำไมยังอยู่ในฐานะปานกลาง และทั้งชีวิตยังมีฐานะนั้นคงเส้นคงวา แปลว่าเขามีอะไรที่ไม่ได้ใช้... ผมรวย มีฐานเงินแน่น  มีความขยันในการทำงาน แล้วรู้ว่าทำอย่างไรถึงจะได้งานและเงินมา  กับคนบางคนที่จนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งขยันและอดทนทำงาน ไม่เคยขาดมาสาย แต่เขาทำไมจนอยู่อย่างนั้น  เขากับผมต่างกันเพียงวิธีของการคิดที่ใหญ่ วิธีที่จะทำให้ได้มาซึ่งเงินที่ขยายตัวจนมีเงินในบัญชีเห็นตัวเลขเพิ่มขึ้น ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ทำมาหากิน หาเงินอย่างสม่ำเสมอด้วยสมองที่คิดต่างจากคนอื่น คือหาเงินด้วยวิธีใดจึงจะเพิ่มพูน  เท่านี้ ทำอย่างสม่ำเสมอนะคุณ  ผลลัพธ์ก็คือคนจนๆคนหนึ่ง กลายเป็นคนรวย มีฐานะ... มีความมั่นคงในอนาคต  เห็นไหมว่าต่างกันที่วิธีคิด การมีวิธีทำให้มีเงิน ควรทำอย่างไร... และผมก็คิดต่างจากคนอื่นก็ตรงนี้ด้วย เรื่องการให้ได้มานั้นไม่จำเป็นต้องสาธยาย ผมหวังว่าคุณคงจะเข้าใจวิธีการทำงานซึ่งแต่ละคนย่อมมีการทำงานไม่เหมือนกัน เลิกสนใจเรื่องนี้ซะแล้วกลับไปทำงาน  ซึ่งเป็นงานของตัวเอง มีขอบเขตการทำงานแค่ไหนก็แค่นั้นอย่าลามมาถึงงานอื่นๆคำพูดของเขากรีดใจของศศินัก เขาเหมือนซ่อนดาบไว้ภายใต้ใบหน้าเยือกเย็นและอาบไว้ด้วยความหล่อเกินพิกัดมนุษย์ ที่เป็นใบเบิกทางให้คนไว้วางใจเขา แม้แต่แววตาของเขายังสามารถเลียนแบบความจริงใจ ใสซื่อได้เหมือนเปี๊ยบ แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย  เขาไม่รู้สึกผิดชอบชั่วดีในการกระทำของตนเอง

หญิงสาวยักไหล่ ฮึ.. คุณช่างเป็นมนุษย์ไม่มีสำนึกที่ดีเอาเสียเลย เงินเพียงตัวเดียว คุณสามารถทำตัวทำใจให้เป็นคนใจดำได้  อยากได้ของใครก็ใช้วิธีสก..เอ่อ... วิธีที่ไม่ถูกต้อง ฉันเห็นในนี้แล้ว.. ศศิไม่แยแสคำเตือนที่เขากล่าวว่าไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เธอไม่ควรก้าวก่าย เธอเอ่ยทั้งทำน้ำเสียงห้าวหาญ คุณซื้อคนด้วยเงินราคาแพง

ท่าทางเขาไม่ยี่หระ ทำสีหน้าประหนึ่งภาคภูมิใจ

อำนาจของเงินตรานะคุณ มันงัดแม้กระทั่งศักดิ์ศรีของความเป็นคน ผมซื้อเขา เพราะเห็นว่าเขาเป็นคนมีใจละโมบ โลภมาก เขามีหน้าที่สำคัญในบริษัทนั้น แล้วมองกันดีๆคนชนิดนี้ละที่ย่อมทำทุกอย่างเพื่อให้ตนเองได้มีเงินใช้เยอะๆ...เพื่อให้ได้มาซึ่งการครองตำแหน่งสูงๆในบริษัทนี้ ผมจึงซื้อ...เขา... เขากล้ากระทั่งขายผู้อำนายการ กล้าเหยียบคนอื่นๆเพื่อตัวเองรวย เขาจึงทำได้ทุกอย่าง คนชนิดนี้ ผมซื้อเขาในแง่ของการทำงานร่วม แต่เมื่อใดที่หมดผลประโยชน์ ผมจะเขี่ยเขาออกจากบริษัทนั้นเป็นคนแรก  คนไม่ซื่อต่อนายตน มีนายคนไหนอยากเลี้ยงไว้เล่า

ศศิไม่อยากฟังต่อไป เธอฟังแล้ววุ่นวาย แต่ที่เธอต้องการพูดนั้นคือ ทำอย่างไรก็ได้ ทำให้เขาไม่ต้องซื้อบริษัทนี้ด้วยวิธีที่สกปรก

ฉันไม่รู้ล่ะ ไม่สนใจในเรื่องนั้น อะ... คุณอย่าเพิ่งพูด ให้ฉันพูดให้จบซะก่อนแล้วค่อยพูด ฉันเห็นอะไรอย่างนี้ไม่ได้ ต่อให้ไม่มีความเป็นญาติกับใคร ฉันก็จะเรียกร้องความถูกต้อง คุณกลับเอาไปคิดดูก็แล้วกัน ในคนที่สร้างตัวมากว่าจะมีบริษัทเป็นของตนเอง เขาเพียร เขาทำมาแค่ไหน คุณใช้กลไกด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ แต่นั่นคุณกำลังจะฮุบของๆคนอื่น ฉันถาม... แต่ยังไม่ต้องรีบตอบ ขอฉันพูดจบก่อน ฉันถาม... คุณอยากได้บริษัทของคนอื่น โดยวิธีไม่ถูกต้องจะด้วยวิธีตะล่อม หว่านล้อมด้วยอำนาจเงินหรือบารมี หรืออะไรก็แล้วแต่คุณ คุณทำไปเพื่อ..เพื่ออะไร...นักหนา  ขอบเขตการอยากบริษัท สิ่งอื่นๆที่สร้างคำว่าฐานะ  มันยืนเหยียบอยู่บนบ่าไหล่ของใครรึเปล่า  น้ำตาของใครไหลบ้าง  ที่ที่คุณกำลังทำ  ทำเพื่อสะใจ  สนองความอยาก เจตนาให้มีนั้น มันแค่ร่ำรวยเท่านั้นเองนะรึ ทำไมต้องอยากได้ของๆคนอื่นโดยการเบียดเบียน ทำร้ายและทำลายจิตใจคนอื่น เคยไหมหัดย้อนกลับมามองคนเหล่านั้น พวกเขามีความเป็นอยู่อย่างไร หลังจากที่คุณได้บริษัทเขา เขาอาจจะฆ่าตัวตายก็ได้  เขาอาจจะมีบริษัทนี้ที่เดียว ในขณะที่คุณเป็นนักสะสมมีบริษัทมาเพิ่ม วันหนึ่งคุณอาจลืมไปแล้วว่าคุณเคยซื้อบริษัทนี้ไป และคนที่เคยเป็นเจ้าของบริษัทนั้นจำเหตุการณ์นั้นไปทั้งชีวิต คุณได้อะไร คุณภาคภูมิใจอะไร คุณมีสันดานดิบที่ไม่ได้ต่างไปจากคนทั้งโลก และไม่ต่างไปจากฉัน ฉันก็โลภ แต่คุณมีความโลภที่มากมาย ไม่งั้นคงไม่อยากได้ของๆคุณอื่นด้วยวิธีแปลกๆ

เขาใกล้เธอเกินไป ไม่ทันรู้เลยว่าพูดๆไปแล้วตัวเองก็ถูกเขาประทุษร้าย

ผมว่าจะไม่ทำร้ายผู้หญิงแล้วเชียว ต่อให้ผู้หญิงที่รัก เขายังไม่ตีผีปากกับผมเหมือนคุณ คุณเป็นใครกันศศิ?

เป็นใครไม่สำคัญ แต่ฉันรู้แค่ว่าฉันอยากพูด

ชีคบาซิลยิ้มเจ้าเล่ห์ทั้งแววตาวาวๆ  แทบทุกคำพูดของเธอ เขาเดือดร้อนใจ จนมือที่บีบไหล่บางกดแน่นจนหญิงสาวนิ่วหน้า เจ็บแต่เธอไม่โวย นั่นยิ่งยั่วให้เขารู้สึกว่า เธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่ท้าทายเขาทั้งคำพูดแล้วก็ท่าทาง  แล้วยังริมาสั่งสอนเขาให้รู้จักค่าของคน

ไม่เจ็บงั้นรึ

ลูกผู้ชายสมควรทำให้เพศหญิง เพศที่ไม่มีทางสู้เจ็บรึเปล่าล่ะ

ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง

แล้วที่ทำนี่คืออะไรศศิกลั้นใจถามทั้งๆที่ใจสั่น กลัวแต่โมโหด้วยจึงเชิดหน้าขึ้น

เขาหรี่ตา ผมเว้นผู้หญิงอย่างคุณไว้คน

แน่ละสิ.. ศศิเหยียดริมฝีปาก ทั้งทำนัยน์ตาหยัน คุณชอบใช้วิธีที่สกปรก ไม่มีวิธีไหนที่สะอาดสำคัญอะไรกับผู้หญิง เถียงสู้ไม่ได้ก็เอาแรงเข้าข่ม นึกเหรอว่าฉันจะกลัว !”

ไม่กลัวงั้นเหรอ

เขาทวนทั้งทำดวงตามีเลศนัยก่อนเป็นประกายวาวโรจน์ แล้วนั่นแทบทำให้ศศิอยากจะคิดว่านี่เป็นฝันร้ายในความจริง

ริมฝีปากของเขาบดขยี้ริมฝีปากของเธอ จนเธอรู้สึกว่าเจ็บ เขาตรึงร่างสูงโปร่งของเธอไว้ภายในอ้อมกอดที่รัดแน่นราวกับงูกำลังมัดตัวอาหาร เธอเป็นอาหาร แล้วเขาก็เป็นงู ทว่าเขาเป็นคงจะงูที่ใจเย็น ไชชอนริมฝีปากที่ต่อว่าเขาเสียมากมาย กระทั่งในที่สุดสัมผัสที่กระด้างกลายเป็นอ่อนหวานนุ่มนวล แม้ปล่อยเธอแล้วเขาก็ยังเหนี่ยวเอวหญิงสาวไว้

ศศิยังเคลิบเคลิ้มอยู่ราวนานนับนาที ลืมตาก็พบกับดวงตาเจ้าเล่ห์ที่สะท้อนแววเหยียดออกมาอย่างเห็นชัด ใบหน้าเนียนละเอียดแดงซ่านจนถึงใบหู  เธอเม้มปากอย่างอับอาย ยกมือตบหน้าเขาดังฉาดใหญ่ เขาหันไปตามแรงตบแล้วหญิงสาวไม่อยู่ให้เขาชำระความอีกครั้งเดินพรวดๆไปประตูกระแทกปิดด้วยเสียงอันดังสนั่น

แม่เลขาหน้าห้องหันขวับแต่ก็ค้างกึกเพราะสีหน้าของศศิไม่อยู่ในอารมณ์จะปะทะกับใคร ดวงตาโกรธและเกรี้ยวกราดจ้องเลขาอยู่ครู่แล้วสะบัดหน้าจ้ำพรวดๆไปที่ลิฟต์

ศศิเจ็บใจจนไม่รู้จะบรรยายอารมณ์ตอนนี้ได้อย่างไร

เธอสะเพร่าเอง เธอมัวแต่เถียงกับเขา โดยลืมไปว่าอยู่กันตามลำพัง ดูลักษณะของเขาก็รู้ว่า เมื่อเขาเถียงแพ้  เขาไม่ยอมเธอแน่นอน เธอไม่น่าเลย ไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องของเธอ... แต่เธอชอบความถูกต้อง เป็นเรื่องที่ผิดปกติแล้วไม่เป็นธรรม 

หญิงสาวสูดลมหายใจแล้วปล่อย เคยได้ยินมาว่าเวลาที่โกรธให้หายใจเข้าหายใจออกลึกๆ ซึ่งเธอทำแล้วไม่เป็นอยากนั้นเลย เธออยากจะร้องกรี๊ดๆจะได้หายอึดอัดหายโมโห หายเครียด หายบ้า  

เธออยากจะ..อยากจะอะไร ...แค่เมื่อกี้เขากอดเธอ ทำอะไรเธอ เธอยังต่อต้านเขาได้ลำบาก นึกแล้วก็โมโหต่ออีก ทำไมนะ..เขาไม่ชอบเธอแล้วทำไมต้องเอาชนะเธอด้วยวิธีแบบนั้นด้วย

 

****อาหารฮาลาล หมายถึง อาหารหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอาหารซึ่งผลิตขึ้นถูกต้องตามบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม มุสลิมสามารถบริโภคได้ โดยคำนึงถึงความสะอาด มีคุณค่าตามหลักโภชนาการ*****

ขอบคุณที่ติดตามอ่านคะหากว่าเรื่องนี้คุณชอบโปรดกด   Rating ด้วยนะคะ  ขอบคุณจากใจผู้แต่ง
ณัฏฐ์ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

224 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 15:22
    สงสารน้องสร  ที่นี้ทำไงตอไปดี
    #120
    0
  2. #10 hoho (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2553 / 17:52
    สนุกดีค่ะ แต่งต่อเรื่อยๆเลยนะค่ะ เป้นกำลังใจให้ค่ะ
    #10
    0
  3. #8 pybpig (@ypbpig) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2553 / 13:07
    เฮ้อ! สงสารประภัสสรก็สงสาร สงสารหนูศศิด้วยอ่ะ งั้นเป็นกำลังใจให้ไรท์เตอร์นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
    #8
    0