จอมอสูรทะเลทราย(จบแล้วจ๊ะ)ลบ 4 พ.ย

ตอนที่ 4 : ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    9 ส.ค. 53

ตอน ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ

ภายในผับแห่งหนึ่งของย่านท่องเที่ยวชื่อดังของกรุงเทพ  ศศิกับประภัสสรอยู่ในผับที่มีแสงพอสลัว ตกแต่งผับกึ่งร้านอาหารด้วยสไตส์ตะวันตก นักร้องร้องเพลงคลอเบาๆ อาหารและบันเทิงใจกร่อยลงเมื่อพบว่า โรสกับเกร็ดตะหวาเข้ามาในผับแห่งนี้ ซึ่งที่ผับแห่งนี้ ทั้งหมดรู้จักกันกับเจ้าของผับซึ่งชื่อ ต่าย

พี่ต่ายบอกว่าเธอมาที่ผับ  ฉันเลยถามเขาว่าเธออยู่ไหน  ว๊าย..ตายไปทำอะไรมาตัวคล้ำลงรู้ไหม แล้วนั่นใครกันล่ะ

เกร็ดตะหวาทักทายพร้อมทั้งหันไปมองประภัสสร

เดี๋ยวนี้เธอคบเพื่อนแปลกๆนะ เกร็ดตะหวากระซิบให้ศศิเคือง

เขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทกันมาก พี่ประภัสสรคะนี่ เพื่อนของศศิคะ ชื่อ เกร็ดตะหวากับโรส

เพื่อนในความหมายของศศินั้นเป็นอย่างใดนั้น ประภัสสรเห็นได้หมด แล้วออกจะเอียนๆ พร้อมกับปวดหัว เธอนึกว่าตนเองเป็นพวกกบฏต่อสังคม หรือว่าเธอเป็นพวกที่ไม่ชอบเข้าสังคมกับผู้คนที่มีการแสดงออกที่เสแสร้งแกล้งทำ อย่างโรสกับเกร็ดตะหวา ประภัสสรมองทางเกร็ดตะหวา คนนี้ดูก็รู้ว่าพูดอย่างใจอย่าง ไม่ซื่อกับใคร มองไปทางโรส มีแววท้าทาย มีความหยิ่ง ไม่พอดีในตัว ซึ่งเธอไม่รู้ว่าทำไมต้องไปลงความคิดเห็นว่าคนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ก่อน แต่กับสองคนนี้เธอคันปากเหลือจะทน แต่ก็อดทนเอาไว้ เพราะเป็นเพื่อนของศศิ  

พี่...เอ่อ  คุณประภัสสร คะ  คุณมีอาชีพอะไรคะ

เป็นหมอดูไพ่ยิปซี

ทั้งสองสาวหันมาแล้วทำหน้าราวกับได้ยินเรื่องเหลือเชื่อ

ไม่ทราบว่ามีอะไรรึเปล่าคะประภัสสรถาม

โรสหัวเราะแล้วกระซิบกระซาบกับเกร็ดตะหวา

ขอโทษด้วยนะคะที่หัวเราะออกไป แต่แหม...เพื่อนๆของศศิแต่ละคนล้วนแล้วแต่ไฮโซมีฐานะ มีการศึกษา แล้วก็ขอโทษนะคะ ไม่ได้ติเรื่องการทำงานของคุณนะคะ เพื่อนของศศิทำงานดีๆ ทำงานธนาคาร ในกระทรวงตามองค์กรใหญ่ ๆ แม้แต่ดิฉันเองก็เป็นเลขาที่บริษัทชื่อดัง อย่างศศิเองก็ใช่ย่อยทำงานที่เด่นดัง  เพราะอย่างนี้ไงละคะ  ไม่นึกเชื่อเลยว่าศศิมาคบกับคุณได้...

ทำไมเหรอคะ... ดิฉันไม่น่าคบเพราะว่าไม่มีความเป็นไฮโซ  ไม่มีสกุลชื่อดังนะรึ

ประภัสสร ยิ้มตอบอย่างแจ่มใสเสียอีก

ก็แล้วแต่จะคิดนะคะ โรสทำตาเลศนัย

ประภัสสรตอบ

ดิฉันเรียนจบปริญญาโทที่สหรัฐด้านบริหารเพิ่งกลับมาจากที่นั่น กลับมาถึงไม่อยากจะทำงาน อยากพักผ่อนก่อนจะไปทำงานจริงๆ  คือพูดกันตามจริงนะคะ ไม่ต้องทำงานก็มีกินมีใช้  เพราะว่าทางบ้านมีทรัพย์มาก ที่บ้านมีที่ดินมากมายเลยคะ จึงได้แบ่งขายบ้าง ทำเป็นคอนโดมิเนียม  ห้องชุดให้เช่า ซื้อ  แล้วเล่นหุ้น พันธบัตรรัฐบาลก็มี ก็มีหุ้นที่นั่นที่นี่พอประมาณ ด้วยความเบื่อๆเซ็งๆก็เลยหันมาดูดวง พอเป็นงูๆปลาๆก็ริอยากดูเป็นอาชีพ คุณนี่โชคดีมากนะคะที่รู้เป็นคนแรกว่าดิฉันเป็นใคร มาจากไหน แม้แต่ศศิไม่รู้ว่าดิฉันเป็นใครมาจากไหนเลยคะ แหม...ถามจริงนะคะ คุณ..มีเพื่อนที่รักคุณจริงแท้จากใจมีสักกี่คนคะ น่าสงสารนะคะถ้าคบเพื่อนต้องพินิจพิจารณาอย่างกับหาคู่ก็ไม่ปาน เอาละคะ...ดิฉันคุยกับคุณแค่นี้นะคะ

แล้วศศิก็ได้เห็นโรสกับเกร็ดตะหวาเงียบน่าไป

จู่ๆเกร็ดตะหวาเปลี่ยนบทสนทนา เมื่อเห็นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาในผับ

นั่นไง....ชีคบาซิล  แหมตัวจริงหล่อกว่าในโทรทัศน์เสียอีก

เกร็ดตะหวาพูดชื่นชอบ แล้วถามต่อโรสต่อ

เธอรู้จักเขาไหม

เมื่อไม่กี่วันมานี้นะเป็นงานเลี้ยงรับรอง..ฉันไปกับพ่อได้จับมือเขา แล้วคุยกันด้วย เขาท่าทางจะชอบใจฉันบ้างละนะ แต่แหม...เวลามันนิดเดียว เขาใหญ่โตขนาดนั้น มีชื่อเสียงมากก็เลยมีคนพาไปหาคนใหญ่คนโต จนเราสองคนไม่ได้คุยกันเลย

เสียงพูดอย่างลำพองใจของโรสดังแทรกเพลงที่พอคลอๆให้ชื่นใจ

แล้วศศิล่ะ เกร็ดตะหวาหันมาถาม 

หึ..ฉันไม่รู้จักชีคชื่อดังของเธอหรอก แล้วเขาไม่ใช่บุคคลสำคัญระดับระเทศ ไม่ใช่รัฐมนตรีด้วย ก็เลยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ศศิพูดหน้าตาย ในขณะที่ประภัสสรคันปากอย่างพูดเต็มแก่

ชีคบาซิลเป็นเจ้านายของศศิ

แต่ก็ยั้งปากไว้ทัน ดีเสียอีกเธอก็อยากจะเห็นใครบางคนหน้าแตก  

 

ชีคหนุ่มนำแขกสำคัญมาเที่ยวยามราตรี ซึ่งแขกรายนี้เป็นผู้ร่วมหุ้นสำคัญ  เขาต้อนรับอย่างเบิกบานแล้วพยายามตามใจอย่างถึงที่สุด ในแง่ของการเที่ยวดึกดื่นพร้อมกับร่ำสุรา เขาไม่นิยม  แต่เป็นไปเพื่องานเขาจึงทำพร้อมกับยืดหยุ่นอย่างนุ่มนวล แม้บุรุษชาวตาสีน้ำข้าวจะชวนดื่มหลายๆแก้ว ชีคบาซิลตอบอย่างถนอมน้ำใจ จึงไม่ทำให้แขกรายนี้ผิดหวัง  ในแสงสลัวลางเขามองเห็น

ศศิเกล้ามวยผมขึ้นสูงแลดูสูงศักดิ์  เธอกับเพื่อนนั่งอยู่ห่างจากโต๊ะเขาพอควร ทว่าก็ยังมองเห็นชัดว่าเพื่อนๆของเธอรวมถึงแม่สาวยิปซีที่แตกตัวแปลกๆ มองมาทางโต๊ะของเขา

เขาขบขันในใจ แทบจะทุกคนมองเขากันทั้งนั้น เว้นก็แต่ศศิ จะว่าไปนับแต่วันแรกที่เจอกัน  ไม่เคยเลยที่จะประสานไมตรีกันได้ นับวันยิ่งหมั่นไส้ เธอท่าจะหัวสูง เย่อหยิ่ง โปรยเสน่ห์ แม้แต่คนของเขาเองก็ไม่เว้น มันน่านักเชียว  แขกสำคัญลากลับก่อนจะเมา

เขาจึงล่ำลา แล้วชีคบาซิลลุกขึ้นจับมือแขกคนพิเศษ

ขอบคุณครับที่มาถึงเมืองไทย

เช่นกันครับ ไว้วันหน้าพบกันนะครับ

พรุ่งนี้แขกผู้นี้กลับอเมริกา อาดัมเดินไปส่งชายผู้นั้น ชีคบาซิลเสร็จสิ้นภารกิจถอนใจเฮือกใหญ่

หมดไปอีกวัน

เช็คบิลเลยนะครับ

อย่าเพิ่ง.. เราว่าจะย้ายโต๊ะไปที่โต๊ะของศศิ

จะดีเหรอครับ เธอมากับเพื่อนนะครับ ตาบิสเชิงเตือนด้วยเสียงสุภาพ

ดีสิ...ฉันเองก็อยากรู้นักว่าทำไมศศิต้องทำเป็นไม่รู้จักฉันด้วย  ไม่มองเลย แล้วฉันก็นึกไม่ชอบใจศศิเลย เมื่อบ่ายเกือบถูกคนลากไปข่มขืน ฉันไปช่วยไว้ ไม่เห็นขอบคุณ แล้วยังไม่สะทกสะท้าน  ยังกล้ามาเที่ยวกลางคืนอีก ชุดที่เธอสวมก็แหว่งซ้าย ขวา ไม่ต้องสวมมันเลยซะยังจะดีกว่า และเมื่อเย็นได้ยินที่ศศิว่าเรากับผู้หญิงที่แต่งตัวคล้ายยิปซีหรือเปล่า  เธอดูถูกฉัน ทั้งที่ยังไม่รู้จักฉันจริง ประเมินจากอะไร  รู้จักฉันในฐานะอะไร กล้าดีอะไรมาวิจารณ์ฉันให้เสียหาย

บทชีคของตาบิสและอาดัมจะเลือดร้อน ก็รั้งไว้ยาก  ทั้งชีคพูดจบก็คว้าแก้วเหล้าตรงดิ่งที่โต๊ะของศศิ

ทำยังไงล่ะอาดัมมาทันเวลาพอดีเอ่ยถามตาบิส

ยังไงเล่า ตามชีคบาซิลไปสิ ไม่ใช่เวลางานแล้ว ก็ไม่รู้ว่าจะทำอะไรที่สุดโต่งอีกรึเปล่า

นั่นสิตามชีคไปเถอะ

ไปถึงทั้งสองหนุ่มพบว่า เพราะชีคบาซิลไปถึงโค้งคำนับให้กับโรส

จำผมได้ไหมครับ เราเจอกันในงานเลี้ยงเมื่อสัปดาห์ก่อน

โรสหันไปหลิ่วตาใส่เกร็ดตะหวาซ้ำยังเฉียดตาไปมองประภัสสรเชิงหยันและท้าทาย

จำได้สิคะ แหม...ชีคดังจะตายไป  เชิญนั่งคะ

งั้นผมขอนั่งใกล้คุณได้ไหมครับ

ชายหนุ่มกล่าวอย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งนั่งลงด้วยอาการสุภาพเกินร่างสูงใหญ่ของเขาจะทำได้อย่างนุ่มนวล  แต่ก็แปลกที่เขามีความสามารถ  ปั้นใบหน้าอมยิ้มคล้ายคนอารมณ์ดี พร้อมกับทำตามีความหมายกับโรส ซึ่งเขามองโรสได้ชัด ผู้หญิงคนใดมองเขาด้วยสายตาเช่นนี้ ทำให้เขารู้ เว้นแต่ว่าเขาจะวางตัวอย่างไร วันนี้นึกครึ้มอยากจะทำให้ศศิเห็นว่าเขาก็เป็นผู้ชายเจ้าเสน่ห์เช่นกัน

ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรครับ เดี๋ยวนะครับ ขอผมทวนความจำ คุณชื่อโรสใช่ไหมครับ

กระบวนความจำรึจะมีใครสู้เขา เพราะธุรกิจต้องอาศัยความจำที่เหนือชั้นแม้กระทั่งชื่อของคนก็สำคัญมาก

ว๊าย ..คนเยอะแยะนะคะ ไม่อยากเชื่อว่าคุณจะจำชื่อโรสได้

ผมจำคุณได้ คืนนั้นคุณสวมชุดสีน้ำตาลแกมทองมีดิ้นสีทองสลับแดงเป็นประกาย เป็นสไตส์เปรี้ยวแต่ก็รู้ว่าคุณสวมแต่งตัวเป็นเลือกมาได้ถูกกาลเทศะ

โรสปลาบปลื้มใจ เขาสามารถวิเคราะห์วิจารณ์ออกมาได้ถูกใจเธอ จนไม่ได้มองเลยว่า สายตาคมปลาบของชีคหนุ่มเบนไปทางศศิอยู่บ่อยๆ

เพื่อนๆของชีคเหรอคะ

ครับ... เขาผายมือไปยังบุรุษหน้าเข้ม สองหนุ่มซึ่งมีความหล่อเหลาไม่ต่างกัน นั่นตาบิสกับอาดัมเป็นเพื่อนเล่นของผม เรามาด้วยกัน พ่อแม่จับเราสามคนวิ่งเล่นกันแต่เด็กและไปเรียนก็ไปพร้อมกัน  จนถึงทำงานก็ยังแยกกันไม่ได้เลย

พ่อของชีคบาซิลสั่งตาบิสกับอาดัม ว่าให้ดูแลและปกป้องชีคบาซิลจนกว่าจะสิ้นชีวิตจากกันไป  หรือมีเหตุสุดวิสัยจริงๆจึงจะแยกตัวไปได้   แต่ชีคบาซิลไปที่ใดมักจะให้เกียรติเพื่อนทั้งสองคนและยังรวมถึงคนอื่นๆด้วย

อาดัมมีรูปร่างสูงโปร่ง  ตาบิสมีรูปร่างใหญ่และสูง  มองๆไปแล้วคล้ายผม  นี่ยังไม่หมดนะ เพื่อนของผมคนอื่นๆ ผมให้ไปนั่งที่โต๊ะแล้วดื่มกันแล้ว  และเพื่อนของคุณล่ะครับ

ชีคบาซิลมองอย่างมีเจตนาไปที่เกร็ดตะหวา

อ้อ..คะ โรสว่าอย่างยินดี เธอเริ่มที่  เกร็ดตะหวา แล้วนั่นประภัสสร  และนั่น...

ไม่ต้องบอกครับ ผมรู้จักเธอดี

คะ.. ทำเอาโรสกับเกร็ดตะหวาร้องเกือบพร้อมๆกัน เธอชื่อศศิ เธอทำงานกับผม  วันนี้คุณก็ไปทำงานกับผมใช่ไหม พรุ่งนี้อย่าลืมไปทำงานที่เดิม แต่งชุดที่เหมาะสมกับงานด้วยนะ

ไม่อยากเชื่อว่ารู้จักกับศศิ เกร็ดตะหวาครวญอย่างลืมตัว  แล้วทำไมไม่ทักกับศศิก่อนละคะ

เกร็ดตะหวาโดนโรสหยิกด้วย  ประภัสสรหัวเราะคิก หัวเราะได้นิดเดียวก็กลืนน้ำลาย เพราะหนุ่มเพื่อนกึ่งบอดี้การ์ดของชีคบาซิลมองเป๋ง

เฮ้อ..เธอจึงระงับใจกลั้นหัวเราะพร้อมทั้งมองชายหนุ่มทั้งสองทำตัวประมาณคนกึ่งผีดิบ  โดยเฉพาะชายที่ชื่อตาบิส หล่อก็จริงแต่นิ่งราวกับรูปปั้น ตาก็มองเธอดุๆอย่างครูมองนักเรียน

เธอเอียงกายไปหาศศิ  พี่ว่าคืนนี้มีคนหน้าแตกด้วย

ศศิกึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง

ศศิว่าอีตาบ้ามองศศิไม่ดี สายตาของเขามันแปลกๆนะ

ได้ยินเสียงชีคหนุ่มพูดเสียงดังๆ 

วันนี้ทำงานด้วยกันมาทั้งวันแล้ว  และเขาก็เป็นคนเดียวที่รู้จักผมในมุมมืด ศศิว่ามุมมืดของผมเป็นอะไรที่ร้ายพอๆกับระเบิดปรมาณูมังครับ

ศศิร้อนวาบไปทั้งกาย เขาลอกเลียนภาษาพูดของเธอมาใช้ หน๊อย...  ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาจะเป็นคนที่พูดเยาะหยันได้ขนาดนี้  นั่นปากผู้ชายรึ !

ตาย...แล้ว  ศศิไปว่าท่านชีคอย่างนั้นได้อย่างไร  เอ่อ...ชีคคะ ศศิเป็นพนักงานของชีคเหรอคะ

ครับ ก็ทำงานเป็นผู้ช่วยของผม  ผู้ช่วยจะมีทั้งผู้ชายและผู้หญิงแต่ผู้หญิงในเมืองไทยจำเป็นต้องมี ก็ได้คุณศศิมาช่วย

เกร็ดตะหวาหันมาทำตาซื่อ ดัดเสียงใส

เธอทำอย่างนี้กับเจ้านายไม่ได้นะ เธอไปว่าชีคไม่ได้ เขาเป็นนายของเธอ และนายมาถึงโต๊ะ ทั้งที่... เธอจะนั่งเฉยไม่ได้นะ

ก็ทำไมจะไม่ได้ ฉันก็นั่งเฉยๆของฉันมาตั้งแต่ต้น ว่าแต่พวกเธอเป็นอะไรกันนักหนา

ศศิค่อนในใจ ริมฝีปากอิ่มก็คลี่ยิ้มและยวนยั่วด้วยวาจาว่า

ขอบใจนะเกร็ดที่เตือน เจ้านายขา... ศศิขอโทษ ศศิไม่ได้ตั้งใจเลย ก็...เป็นเวลาเลิกงานแล้วนี่คะ ศศิ..ไม่อยากทำตัวเด่นด้วยการเข้าไปประจ๋อประแจ๋ชีคคะ   เพราะไงๆ พรุ่งนี้มะรืนนี้มะเรื่องนี้ ศศิก็ต้องทำงานกับชีคทุ๊กวัน  ศศิก็เลยไม่เห็นต้องเร่งไปหาชีค แค่ศศิมองเห็นชีคอย่างเจียมตัวที่โต๊ะนี้ ศศิมองชีค ชีคก็เห็น แค่มองก็ถือว่าเป็นการทักทายไปในตัวแล้ว อย่างนี้ไม่ผิดใช่ไหมเกร็ด แล้วชีคก็เป็นผู้ชายไม่มาจิกจุกกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างนี้หรอก ใช่ไหมคะชีคบาซิล

ทั้งเริ่มพูด กลางประโยค ตบท้าย เหมือนกับยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ประโยคนี้ทำเอาเกร็ดตะหวาหน้าเครียด ชีคหนุ่มโกรธในใจแต่ยังเก็บสีหน้าดีอยู่และยังรู้สึกว่าศศิท้าทายเขาอีกเช่นเคย

ผมพอฟังภาษาไทยได้บ้างแล้วเข้าใจไม่คลาดเคลื่อนแน่ ผมเป็นเจ้านายประเภทไม่จุกจิก หรือว่า ถือสาหาความกับลูกน้อง ยิ่งลูกน้องคนไหนที่มีนิสัยไม่เหมือนคนอื่น ผมจะปล่อยๆเค้าไป เพราะเกินวิสัยที่เราจะควบคุม  เขาจะตะเลิดเข้าป่าไปเจอคนฉุดลากอย่างไร ก็แค่ครั้งเดียวที่ผมจะห้าม ครั้งต่อๆไปผมก็ปล่อยมือละครับ

ชีคบาซิลแขวะอีกด้วยประโยคยาวและสำนวนนุ่มเนียนทั้งยิ้มละมุนละไม

ประภัสสรมองทั้งชีคหนุ่มกับศศิด้วยดวงตาสนุก

แหม...พอฟังอย่างนี้แล้ว ประภัสสรนึกถึง เธอหยุดเว้นจังหวะไว้ก่อนทำตาประกาย สมมุตินะคะสมมุติว่านิยายคะ แบบพระเอกบอกว่าผมเป็นนาย ปล่อยให้ลูกน้องผู้หญิงเข้าป่าเจอเรื่องไม่ดี. .. เจ้านายตามไปและซ้อมคนที่คิดไม่ดีกับลูกน้อง ฟังแล้วเป็นนิยายคลาสลิกที่เล่มไหนก็เริ่มต้นประมาณนี้ล่ะคะ นางเอกต้องเผชิญภัย พระเอกไปช่วยทั้งๆที่เกลียด แหม..น่าลุ้นนะคะ

ประภัสสรหัวเราะตบท้าย พลอยทำให้ตาบิสกับอาดัมหัวเราะอย่างขำๆตาม

เว้นไว้แต่ชีคบาซิลรู้สึกว่าจะเป็นร้อนเป็นหนาวไปกับนิยายของประภัสสร  สองสาวที่เหลือทำหน้าอย่างหมั่นไส้ประภัสสร

จนผ่านไปครึ่งชัวโมง ช่วงที่เข้าห้องน้ำนั้น ศศิถามประภัสสรอย่างแง่งอน

พี่ประภัสสร...

ขา..

ประภัสสรดื่มจนหน้ามีสีชมพูเปล่งปลั่ง นัยน์ตาที่มองศศิหยาดเยิ้ม

เรื่องอะไรพี่ต้องแซวศศิกับชีคด้วย ศศิไม่ชอบเลยนะคะ

น้ำเสียงที่ว่านั้นไม่ได้กล่าวโทษประภัสสรนัก

ประภัสสรหัวเราะร่วน

แน๊ะ.. ไม่รู้ตัว แค่มองตาก็รู้ว่า...อะ..อะ...พี่ไม่พูด ปล่อยให้เป็นเรื่องของธรรมชาติ ให้เธอกับชีคได้รู้จักกัน

พี่...พูดอะไรก็ไม่รู้

ก็เขามองเธออย่าง...

ศศิรีบเอามือปิดปากประภัสสรพร้อมทำตาขึง  อย่าพูดเชียวนะ หมอนั่นน่ากลัวมากทำตาขึงขัง  ศศิรู้เขาไม่ได้มองศศิ ในแง่ชายหนุ่มหญิงสาวธรรมดา เขามองศศิเป็นศัตรูเลยละพี่  มีโอกาสต่อว่าศศิได้ เขาจะทำคะ... ศศิรู้.. 

ประภัสสรหัวเราะอีก

เหรอ...  จำไป เจ็บไป  หมั่นไส้กันไป ช่วยเหลือกัน ที่สุดก็รักกัน

ศศิถอนใจเฮือกมองประภัสสรอย่างอ่อนใจ  คืนนี้ท่าทางเธอต้องหามประภัสสรในสภาพเมาๆไปถึงที่บ้าน

เข้าห้องน้ำเถอะคะ  พี่เมาแล้วล่ะ

ครั้นทำธุระเสร็จแล้วเปิดประตูออกมาเธอเรียกหาประภัสสรไม่พบแต่มีเสียงโอ้กอ้ากจากห้องน้ำห้องหนึ่ง

พี่ประภัสสรเอ๋ย ดื่มไม่ได้แล้วยังจะอาเจียนอีกนะพี่ขา พี่ประภัสสร ศศิพึมพำพลางส่ายหน้า เคาะประตูห้องผลักเข้าไปในห้องนั้นว่างเปล่า พบกับกระเป๋าถือใบคุ้นๆซึ่งจำได้ว่าเป็นของประภัสสร

อ้าว...แล้วพี่ประภัสสรไปไหนของเขาเนี่ย..ศศิพูดพึมพำ

ไม่ทันได้เปิดประตูได้ยินเสียงคนผลักประตูห้องอีกซึ่งเป็นห้องข้างๆ เสียงพูดนั้นคุ้นชินหู

เกร็ด..ทำไมตัวทำอย่างนี้

ทำอะไร... เหรอ

เกร็ดพูดไม่เข้าข้างโรสเลย พูดสอนยัยศศิ แต่ไม่วายเหน็บเรา

ว๊าย.. ตัวเองเมารึเปล่า เค้าไม่ได้พูดทำนองนั้น  เราพูดจาตามที่เห็น แต่ขอโทษโรสนะ  ที่บางครั้งเราทำให้เพื่อนต้องไม่สบายใจ...

รู้ตัวก็ดีแล้วละ  อุ๊บ.. เสียงดังกึกกักพร้อมกับมีเสียงโอ้กอ้าก

นี่ยัยโรส..อย่าบอกนะว่าตัวเองท้อง...

ศศิหูผึ่ง เกร็ดตะหวามีนิสัยเช่นนี้ล่ะ พูดโพล่งไม่ทันได้คิดซ้ำเป็นคนหลงตนเองว่าเหนือกว่าคนอื่น

บ้าสิ...ได้ยินเสียงตอบอย่างโกรธๆ

ก็มันจริง  หมู่นี้ฉันเห็นเธออาเจียนบ่อยมาก มันผิดสังเกตจริงๆนะ แล้วพักนี้เราไม่เห็นนายหน้าหล่อเป็ฯกิ๊กรายล่าสุดไม่มาเกือบสามเดือนแล้ว

ยัยเกร็ด!”

โทษที เราพูดอย่างนี้เพราะเราห่วงโรสจริงๆ ว่าไงเล่ามีสองขาเกิดขึ้นรึเปล่า หาพ่อเด็กให้ไหม อย่างท่านชีคนั่นไง

ฉัน...

โรสนิ่งไป  แล้วศศิค่อยๆเอามือดึงประตูห้องน้ำของตนเองและล็อคกลอน ทั้งแนบหูฟัง

เถอะ...น่าเพื่อนไว้ใจเราเหอะ ดูอย่างวุฒิ เราก็ช่วยเธอสำเร็จ หมอนั่นยังโดดจากศศิมาหาเธอเลย

ไม่จริง... เราทำให้เขาหลงชอบเราขึ้นมาจริงๆ เรื่องนี้เอาไว้พูดทีหลังได้ไหม   โรสกล่าวอย่างคนชอบสั่ง เราไม่อยากให้ศศิรู้

ก็เคยไหมเล่าที่รายนั้นจะรู้อะไร มีแฟนกี่รายๆก็ถูกแย่งไปหมด  เบื้อกจะตาย

ศศิเม้มปากแน่น  เป็นเพื่อนประสาอะไรกัน  เธอหลงคบคนพรรค์นี้ได้อย่างไร หูตาชักจะเริ่มสว่างแล้ว

เรากำลังท้อง ไม่ใช่กับวุฒิหรอก กับผู้ชายรายนั้นนะแหละ  แต่เขาเจ้าชู้ และไม่มีความรับผิดชอบ เราพลาดเอง จะให้เขารู้ก็ไม่ได้ ไม่มีความสำนึกของพ่อที่ดีแน่เลย วุฒิก็เหยาะแหยะเกินไป

ชีคบาซิลเป็นไงละเพื่อน

จะดีเหรอ

เธอมองไม่เห็นเหรอว่าชีคบาซิลมองศศิ  เขาคงจะชอบศศิ

ไม่จริง เขาเข้ามาทักเรานะ แล้วเขาก็มองเรา  แค่พนักงานกระจอกง๊อกง๋อยคนหนึ่ง จะมาจี๊จ๋าทำไมกันโรสว่าเสียงห้วน

ศศิหลับตา นับหนึ่งถึงร้อย อย่างระงับจิตใจไม่ให้เดือดพล่าน

ผู้หญิงอย่างศศิรึจะทันใคร้ โดนแย่งแฟนมากี่ครั้ง โดนให้ออกจากงานกี่ครั้ง นี่มันเป็นเพราะฉันมีญาติที่มีฐานะใหญ่โต มีบริษัทมากมาย เป็นเจ้าหน้าที่ใหญ่ๆในองค์กร  เธอเองก็ต้องระวังปากให้มากๆนะเกร็ด เพราะวันนี้เธอทำตัวแย่มาก ไม่ต้องให้อธิบายหรอกนะว่าตรงไหน ระวังเรื่องปากคอของเธอไว้ให้ดีด้วย  อ้อ...ออกไปนี่เธอจัดการให้ชีคไปกับเราด้วยล่ะเสียงเดินหยุดครู่หนึ่ง เธอช่วยไปดูสิว่ายัยประภัสสรเป็นใคร จะมีตระกูลใหญ่เหมือนที่มันโอ่ไว้ไหม ไม่เห็นว่าจะหน้าตาคุ้นๆเหมือนอย่างที่บอกว่าเป็นลูกคนรวยเลย แต่งตัวก็ซอมซ่อ นี่นะเหรอลูกสาวเศรษฐี

เสียงเปิดประตูดังขึ้น ศศิยืนนิ่งนับเลขหนึ่งถึงสิบ ตัดสินใจเด็ดขาด ได้ยินกับหูขนาดนี้  ไม่สู้กับยัยแม่มดทั้งสองก็เกินไปแล้ว

เป้าหมายของทั้งสองอยู่ที่ชีคบาซิล  ศศิก้าวลิ่วตามแม่สองสาวไปติดๆมองจากด้านหลังแล้วครุ่นคิด ไม่นึกเลยว่าจะเจอคนแบบนี้ 

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ต่อหน้าก็เชือดเฉือน ไม่ซื่อหลอกลวงกันเห็นๆ ลับหลังยังทำร้ายกันรุนแรงถึงขั้นอเปหิให้เธอพ้นจากหน้าที่การงาน

เพราะว่าทำไมเธอได้รับซองขาวอย่างปัจจุบันทันด่วน บางแห่งทำไม่คบสามเดือนก็ถูกกดดันจนต้องลาออก ไม่ชอบหน้าเธอเรื่องอะไร ทำไมถึงได้ลอบกัดเธอไม่เลิกรา

มาที่โต๊ะ ศศิดื่มไม่ยั้ง ไม่พูดจาเอาแต่ชำเลืองมองโรสกับเกร็ดตะหวา

เบาหน่อยสิคุณ ศศิปัดมือชีคบาซิล

อารมณ์ฉุนพลุ่งปี๊ดจนเกินปรอท เธอดื่มจึงพูดเสียงห้วน

อยากดื่ม

บรรดาผู้ชายสบตากัน เสียงของหญิงสาวห้วนจัด  อีกสองสาวยังไม่รู้ตัว พูดจาส่อเสียดศศิ

ประชดชีวิตรึไงนะศศิ  เธอก็ไม่เห็นจะต้องทุกข์ร้อนอะไรเลย ชีวิตก็ยังโสด ดูอย่างเราสิ แม่เสีย เหลือแต่พ่อ ชีคคะ... พ่อของเกร็ดมีเมียเยอะคะ แม่ตายก็ยังมีผู้หญิงได้เรื่อยๆ เกร็ดอาภัพนะคะ แต่สู้ ไม่มานั่งดื่มเหล้า เหมือนคนมีทุกข์หนักอย่างนี้หรอกคะ

เกร็ดตะหวาพูดเป็นเชิงทีเล่นทีจริง 

ศศิหรี่ตา ฉันมันคนอมทุกข์ มีแม่คนเดียว  มีเพื่อน เพื่อนก็ลอบกัดทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพื่อนๆกลุ่มนี้ทำตัวอย่างนี้ได้สม่ำเสมอ  ไม่รู้ว่าจะเกลียดกันไปถึงไหน ได้ทำงานกี่งานก็ถูกไล่ออกอย่างไม่มีสาเหตุ ไปที่ไหนใครๆก็ไม่รัก เพราะว่ามีหน้าตาที่สวยจนทำให้คนอิจฉา  ชีวิตของฉันไม่เป็นหลักแหล่งเพราะมีคนอิจฉา  เกลียดนักเชียวพวกขี้อิจฉา

สองสาวสะดุ้ง  ศศิรัวเสียงอย่างคั่งแค้น ไม่ได้เก็บกดไว้อย่างเคย  ความเงียบเข้าครอบงำพักหนึ่ง ประภัสสรพุ่งตัวมาชนแก้วกับศศิเหล้า

ฉลองให้กับการรู้จักโลกใหม่ คนใหม่ที่กำลังจะทิ้งตัวตนเก่าๆของศศิ เร็วคะๆทุกคนอย่างนี้ต้องฉลอง

คะยั้นคะยอทุกคนรวมไปถึงสองหนุ่มบอดี้การ์ดที่เธอขนานเขาว่าผีดิบซอมบี้

เฮ้!!!”

โรสจิกเล็บลงในฝ่ามือนุ่มๆของตนเอง ประภัสสรทำราวกับสนุกเหลือเกิน เธอนะสิ... แทบอยากจะกรี๊ด อยากจะแว้ดๆใส่ศศิ 

อยากเค้นถามศศิเหมือนที่จะวางก้ามต่อเกร็ดตะหวา ทว่าเธอทำไม่ได้ เพราะเกร็ดตะหวาแพ้อำนาจเงิน ส่วนศศิ ไม่เคยยอมเธอมาแตไหนแต่ไรแล้ว

ดวงตารื่นรมย์ของประภัสสรหยุดกึก  ในท่ามกลางความเฮฮาที่เธอปลุกระดม เกร็ดตะหวากำลังทำอะไรบางอย่าง

แล้วก่อนจะทำได้สำเร็จ เธอนั่งกั้นกลางระหว่างเกร็ดตะหวากับศศิ แอบอาศัยช่วงที่เกร็ดตะหวากำลังกระซิบบางอย่างกับโรส

นี่ศศิ... พี่ไม่รู้ว่ายัยเกร็ดเทอะไรในแก้วเป็นผงขาวๆ พี่สับเปลี่ยนแก้วพี่กับแก้วของเขาแล้ว

...แล้วพี่จะทำไงต่อละคะ รึให้ศศิเททิ้งดีไหม

ตลอดเวลาที่สี่สาวทำสิ่งใด ไม่รอดพ้นจากสายตาคมกริบของชีคบาซิลและอาดัม  แล้วเกร็ดตะหวาลุกขึ้น พูดด้วยเสียงดังฟังชัดว่า

มาคะ... เกร็ดเองก็ขอดื่มให้กับวันคืนดีๆที่เราได้มาเจอกัน เชื่อว่าหลังจากวันนี้ไปแล้วทุกคนจะมีชีวิตเปลี่ยนไป

ประภัสสรลืมตัวลุกพรวด

ใช่...มาฉลองให้กับคำทำนายที่พี่ทายไว้ หลังจากนี้ ชีวิตของใครบางคนก็จะเปลี่ยนไป เอ้า..ดื่มคะ ดื่ม..ลุกขึ้นสิคะ อย่าทำหน้าขรึมคะ เป็นเวลาเที่ยวแล้ว อย่าหน้าเครียดๆ  ดื่มเย้ๆ

ประภัสสรชวนคนโน้นคนนี่ให้ลุกแล้วทุกคนก็ลุกจริงดั่งที่เธอทำ ศศิพยายามจะติงประภัสสร  แต่แล้วศศิกระพริบตาอ้าปากค้าง

ประภัสสรดื่มเหล้าแก้วที่เกร็ดตะหวาใส่อะไรบางอย่างแล้วเธอก็เห็นว่าแก้วที่ถูกเปลี่ยนแก้วไปให้ชีคส่วนแก้วเหล้าที่มีผงจริงๆอยู่กับประภัสสร  ศศิกลืนน้ำลาย ผงนั่นก็ต้องเป็นยาอันตรายแน่นอน แต่ว่า... จะเกิดอะไรขึ้นหากว่าประภัสสรเป็นคนดื่มเสียเอง!

ตัวเองเห็นไหมว่าท่านชีคมีอาการเกร็ดตะหวากระซิบถามโรส

ยังไง

ก็แหมตัวเอง  ทำไมมาถามเกร็ดอย่างนี้ล่ะ เอ๊ะ...นั่น ผู้ชายคนที่โรสอยากเจอเขาใช่ไหม

และเขาก็ยังเป็นพ่อของเด็กอีกด้วย

โรสดีใจจนเห็นชัด  ซ้ำเขา.. ผู้ชายที่เป็นพ่อของเด็กหันมาทางเธอ ซึ่งเธอนั่งใกล้ไหล่แทบเกยกับชีคหนุ่มหน้าตาดี โรสดีใจที่ผับแห่งนี้แคบพอที่จะเห็นว่าเขามีสายตาเปลี่ยนไป 

เขาหึงเธอ !

โรสตั้งแง่หันไปมองชีคบาซีลตาปรอยพร้อมกับคอยบริการ แต่ในที่สุดก็แพ้ความคิดถึง ความหลงใหลในชายหนุ่มไม่ได้  เขาเองก็มองเธอไม่คาดสายตาซ้ำยังทำตาถมึงทึงใส่  โทร.เข้ามาในมือถือของโรสหลายครั้ง ที่สุดเธอขอตัวไปรับสาย ออกมาไม่ทันไร เขาตามมากระชากแขน อารามดีใจทำให้โรสลืมตัว

เพิ่งจะหวงโรสเหรอ  โรสโทร.หาภพไม่รู้กี่สาย กี่วัน กี่เดือน แล้วภพไม่เคยโทรรับสายเลยแล้วก็ไม่โทร.กลับ และไงล่ะมาเห็นว่าโรสอยู่กับผู้ชายที่ดีกว่าภพ ภพหึงเหรอ

ไม่ต้องพูดมาก แล้วไม่ปล่อยให้เข้าไปด้วย

เดี๋ยว... โรสพยายามปัดมือที่รวบต้นแขนไว้แน่น   จะพาโรสไปไหน โรสมากับเพื่อนๆนะ

เพื่อนโรสโตแล้ว  ให้กลับบ้านเองสิ

โรสก็โตแล้วนะหญิงสาวทำเสียงกระเง้ากระงอด

แล้วยังเป็นภรรยาของผมด้วย

ทำไมเพิ่งมาแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ โรสปั้นเสียงให้ห้วนๆ ทั้งที่ดีใจ

ไว้คุยกันในรถได้ไหม

โรสโทรศัพท์เข้าไปหาบอกเกร็ดตะหวา เกร็ดตะหวาหน้าเสีย ไม่นึกเลยว่าโรสจะทำเสียเรื่องและเธอไม่อยากอยู่รอดูผลงานจะออกมาเป็นอย่างไรด้วย

ขอโทษนะคะ เกร็ดต้องกลับบ้านก่อนนะคะ ทางบ้านโทร.มาตามแล้วคะ

และคุณโรสละครับชีคบาซิลถามกับโรส

อ้อ...เธอคงกลับพร้อมกับเพื่อน เมื่อกี้เธอเจอเพื่อน เพื่อนชวนไปเที่ยวต่อ ขอตัวนะคะ ไปนะเพื่อนๆ ฝากดูแลเพื่อนด้วยนะคะชีค

เกร็ดตะหวารีบเดินปะปนไปกับคนอื่น แล้วตาบิสกระซิบถาม

ชีคครับ...  แล้วสองคนนี้ล่ะ

เห็นๆอยู่ว่าเมากันทั้งคู่ ทั้งสองคนคงไม่ใช่คอเหล้า..

ชีคบาซิลส่ายหน้า เวลานั้นให้คนของเขาจ่ายเงิน สองสาวก็มีบอดี้การด์ของเขาประคอง ศศิเมาไม่ได้สติ หากุญแจรถไม่พบ เงยหน้ามาบอก ชีคบาซิลเสียงยานคราง

ฉันนี่แย่จังเลย ฉันหากุญแจรถไม่เจอเลย ฉันกลับบ้านไม่ได้แน่ๆเลย

ประภัสสรโงนเงนมีอาการไม่สู้ดีนัก เธอยึดไหล่กว้างของตาบิส ก่อนจะล้มคว่ำอาดัมมองอย่างขำขัน แล้วบอกกับทุกคนอย่างแก้ไขสถานการณ์ล่วงหน้าว่า

ให้สองคนไปนอนที่ห้องก็ได้นี่ครับชีค

ตกลงชายหนุ่มกล่าวขรึมๆก้าวไปนั่งในรถ จับศีรษะทุยได้รูปแต่ก็นึกรำคาญกับมวยเกล้าสูงๆ จึงดึงปิ่นปักผมออก

แล้วชีคบาซิลทอดตามองดวงหน้าสวยละมุนละไมตา เธอมีความอ่อนหวานสวยงามระชดช้อย มีโครงหน้างามและอ่อนหวานเหมือนซัลมา แต่นิสัยไม่งดงามอย่างซัลมา เขาผลักศีรษะเธอออกจากไหล่ เจ้าของศีรษะกระแทกกับกระจกดังพอเบาๆ ศศิตีสีหน้ายุ่งๆอย่างคนที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่น

โอย...ปวดหัว อือม์... ใครเอาอะไรมาทุบหัวฉัน

เขาอยากจะหัวเราะ แต่เมินหน้าไปอมยิ้มทางอื่นเสีย

        
******ขอบคุณจากใจคนเขียนคะ กรุณาติดตามอ่านตอนต่อไปด้วยนะคะ*******
หากว่าอ่านแล้วรู้สึกว่า..แต่งออกมาอ่านก็พอใช้ได้นะเนี่ยยยย อุอิ...อุอิ....ขออนุญาตคิดแทนคนอ่านนะคะ...ช่วยให้
Rating ด้วยนะคะ  ขอบคุณจากใจจริงอีกครั้งคะ....

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

224 ความคิดเห็น

  1. #77 nunpanu (@nuntapun) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กันยายน 2553 / 20:18
    กวนกันไปมา น่ารัก
    #77
    0
  2. #20 weelyone (@weewan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2553 / 13:40
    ยิ่งอ่านยิ่งสนุกนางเอกขำดีค่ะ เจ้าคารมสะด้วย แล้วมาอัพบ่อยๆๆๆๆๆๆนะค่ะ
    #20
    0