คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fanfiction: Ragnarok Fiction - The legend of descendant

โดย K.W.E.

Fanfiction ของนิยายของ Ragnarok Fiction - The legend of descendant อีกทีหนึ่งครับ เนื้อหาจะคล้ายๆกับ side story ที่ไม่โยงเสียทีเดียว แต่ก็อ้างอิงถึงกันแล้วเสริมเติมแต่งเพิ่มตามแต่นักเขียนจะชอบ

ยอดวิวรวม

7,347

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


7,347

ความคิดเห็น


49

คนติดตาม


13
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 3
จำนวนตอน : 15 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  1 ธ.ค. 53 / 00:34 น.
นิยาย Fanfiction: Ragnarok Fiction - The legend of descendant Fanfiction: Ragnarok Fiction - The legend of descendant | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เรื่อง Depth of the Darkness (จบแล้ว) ตอนที่ 1-4 เขียนโดย Dr. Cid ครับ ตัวละครเอกที่ใช้เป็นชื่อเดียวกันเลยครับ
เรื่อง Unlucky Day (จบแล้ว) ตอนที่ 5-10 เขียนโดย Jammaster_X 
เรื่อง New Killer of Glast Helm ตอนที่ 11-13 เขียนโดย Shadow Dragon
เรื่อง ก่อนเปิดตำนานบทใหม่ ตอนที่ 14-15 เขียนโดย Mr_Brook

ท่านใดสนในหรือรับชอบตัวละครไหนแล้วอยากลองแต่งดูบ้างก็เชิญเลยนะครับ ถ้าออกมาแล้วเข้าท่าจะได้เอารวมๆกัน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมส่วนลึกได้ที่ไดอารี่บทนี้ครับ
http://my.dek-d.com/digikwe/diary/?day=2006-03-08

สารบัญ 15 ตอน อัปเดตล่าสุด 1 ธ.ค. 53 / 00:3415 ตอน

ตอน
ชื่อตอน
สถานะ
อัปเดตล่าสุด

ผลงานอื่นๆ ของ K.W.E.

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

49 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 1 ธันวาคม 2553 / 00:58
    ตอนใหม่ของทาวน์ ( Shadow Dragon) ลงแล้นะครับผม
    New Killer of Glast Helm 3


    ว่าแล้วก็วิจารณ์ต่อเลยละกัน
    เห็นหายไปนานแต่ดูจากสำนวนแล้วคุณภาพก็ไม่ได้ตกไปเลยนะครับ ท่าทางจะแต่งสะสมมาเรื่อยๆ ดีครับ
    ตอนนี้แทบไม่ต้องปรับอะไรมากมายเลย อ่านมาก่อนแล้วปรับแก้ให้ก็ทำเสร็จภายในไม่เกินชั่วโมง

    ในเรื่องการแต่งแบบภาพรวมถึงว่าผ่านฉลุยครับ ที่ต้องปรับสักหน่อยก็คงเป็นเรื่องคำซ้ำกับสำนวนบางอย่าง ภาษาที่พูดบางคำ คือที่ใช้มาก็ถือว่าโอเคแล้วนะ แต่ผมปรับหน่อยให้ดูเข้ายิ่งขึ้น ก็ลองๆเทียบดูนะครับ

    อีกส่วนที่อาจต้องปรับแก้อีกหน่อยก็เป็นเรื่องของการเว้นบรรทัดโดยเฉพาะช่วงการต่อสู้น่ะครับ
    เพราะการต่อสู้เป็นการเล่นกับอารมณ์ผู้อ่านด้วยเช่นกัน การนำเสนอเลยต้องมีจังหวะผ่อนหนักผ่อนเบาและจังหวะเร่งให้ผู้อ่านคล้อยตามด้วย อันนี้คงต้องอาศัยการฝึกเอา ก็ลองอ่านดูแล้วเคาะเว้นบรรทัดเปรียบเีทียบดูนะครับ ถ้าไม่เว้นช่วงเลยก็จะเหมาะกับบทบรรยายแบบต่อเนื่อง แต่ถ้าจะเน้นฉากไหนเป็นพิเศษก็เคาะแยกออกมา ถ้าอยากเน้นกว่าเดิมก็ลงตัวอักษรหนาได้

    ก็ประมาณนี้ก่อนละกันครับ ตอนนี้ไม่มีจุดอะไรให้แก้เป็นพิเศษเลย เขียนได้ดีแล้วครับ

    ส่วนเนื้อเรื่องก็กำลังสนุกเลย มีบทบู๊บทหวานสลับกันได้ลงตัว ไม่หนักไปทางใดทางหนึ่ง มีความคืบหน้าเรื่องความผูกพันของตัวละครต่างๆเป็นน้ำหนักให้กัน

    ว่าแต่ว่าคู่พระคู่นางสองคนนี้ซื่อบริสุทธิ์ในเรื่องความรักดีนะ คนหนึ่งไม่คิดอะไรเป็นพิเศษ แต่อีกคนคิดมากเป็นพิเศษ
    น่ารักดี
    #49
    0
  2. วันที่ 3 เมษายน 2553 / 09:51
    ขอบคุณครับ คุณเดรช์ ที่จบเหมือนจะค้างเพราะมีเหตุผลว่าเนื้อหาส่วนของเกรกได้จบลงไปแล้ว เลยจบไปก่อนส่วนนึงส่วนปริศนาที่ทิ้งไว้ก็รอให้ Joint เข้ากับฟิกของคุณกวีก่อน ถึง Side Story จะไม่ผูกกับเรื่องหลักเพราะเป็น Alternate Event ก็ตามทีครับ ตอนนี้ผมก็กำลังเตรียมโครงงานใหม่เพิ่มอยู่เหมือนกันครับ
    #48
    0
  3. #47 เดรช์ (@pttman) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 14:41

    ปริศนาอีกมากมาย ยังไม่กระจ่างเลย  จบได้งายยยยยยย

    #47
    0
  4. วันที่ 1 เมษายน 2553 / 11:16
    มาล่ะครับผมตอนจบ ของ Fanfic อีกเรื่องหนึ่ง โดยคุณ Jammaster_X

    Unlucky Day : Phase 6

    (ว่าแล้วก็ขออนุญาตนำ Author Talk มาลงที่นี่เพื่อเป็นการแทนคำทักทายของคุณ Jammaster_X ด้วยกันเลยนะครับ)

    ---------------------------------------------

    Authors Talks

    ลง fan fiction ตัวนี้ตอนที่หนึ่ง 10 ธ.ค.50 สรุปแล้วใช้เวลาเกือบ 3 ปีในการที่ทำให้มันจบลงไปได้ ประมาณคร่าวๆ ครึ่งปีต่อตอน ได้มั้ง ก่อนอื่นคงต้องขอขอบคุณ KWE ที่เป็นคนที่ช่วยดูแลให้ฟิกนี้จบลงได้ด้วยทั้งการตรวจแก้และเป็นคนที่รวมเขียนในฟิกอันนี้ รวมถึงคนที่ยังตามอ่านอยู่นะครับ (จะเหลือมั้ยนี่)

    ฟิกอันนี้ลงได้ทันเนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปี ของฟิก
    Ragnarok Fiction - Special Story - (ภาคการลงทัณฑ์กลาสต์เฮลม์)

    ในที่สุดผมก็สามารถจบฟิกอันนี้ได้ซะทีหลังจากเขียนไว้ไม่ลงตัวหลายอย่าง รวมถึงปริศนาที่ใส่ไว้มากไปจนจบไม่ลง เลยตัดสินใจที่จะทิ้งเนื้อหาบางส่วนออกไปก่อน เพื่อต่อยอดในแฟนฟิกชุดต่อไป ทั้งนี้จุดที่ยากคงเป็นจุดที่เอาเนื้อเรื่องฝั่งมิยูกิกลับมาแหละครับ ส่วนปริศนาของเรื่องเฉลยไปเกือบหมดแล้ว (จริงๆหวังไว้ว่า RO มันจะทำดันเจี้ยนวิหารใต้น้ำของบาบิลัน + ใส่บอสแต่สุดท้ายก่อนเลิกเล่นก็เป็นดันเจี้ยนที่ถูกทิ้งทั้งๆที่มีตั้ง 5 ชั้น แถมปรับระดับได้ดีมาก) ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านนะครับแล้วพบกันใหม่

    ---------------------------------------------
    #46
    0
  5. วันที่ 23 ธันวาคม 2552 / 23:00

    สนุกมากๆเลยแต่งเรื่องแบบนี่อีกเรื่อยๆนา

    #45
    0
  6. วันที่ 21 ตุลาคม 2552 / 23:04
    ช่วงนี้ยังไม่มีตอนใหม่มาลงเลยครับผม ยังไงก็รออีกสักพักนะครับ รู้สึกว่าทางคุณ Jammaster X ผู้แต่งเรื่อง Unlucky Day จะแต่งตอนจบไปได้พอตัวแล้ว คงอีกไม่นานจะได้ลงกันครับผม
    #44
    0
  7. วันที่ 21 ตุลาคม 2552 / 13:55

    มี ตอนไหน แนะนำ ไหมครับ อ่านหมดแล้ว อะ

    #43
    0
  8. วันที่ 20 ตุลาคม 2552 / 05:07
    ใช่ครับ เป็นเนื้อเรื่องที่ผู้อ่านเกิดสนใจ ก็เลยใช้เรื่องของผมเป็นพื้นแล้วแต่งในทิศทางที่เขาอยากให้เป็นดู

    เนื้อเรื่องของแต่ละคนไม่เกี่ยวอะไรกับเนื้อเรื่องหลักที่ผมแต่งอยู่แต่อย่างใด แต่พอดีผมเห็นว่าน่าสนใจเลยก็เลยขอเอามาลงรวมกันไว้ที่คลังนิยายน่ะครับ


    ถ้าบางเรื่องอ่านแล้วรู้สึกว่าสำนวนคุ้นๆก็อย่าได้แปลกใจเลยครับ เพราะตอนที่รับเนื้อเรื่องบางเรื่องมาผมก็ได้เกลานิดๆหน่อยๆให้ เนื้อเรื่องรวมดูเป็นทิศทางเดียวมากขึ้น สำนวนบางอย่างก็เลยดูละม้ายกับเรื่องหลักบ้าง


    แล้วถ้าเรื่องไหนน่าสนใจผมก็อาจจะหยิบนั่นนี่ไปอ้างอิงในนิยายหลักต่อได้เช่นกัน
    เป็นผลพลอยได้ที่ดีครับ ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัวเลย
    #42
    0
  9. วันที่ 19 ตุลาคม 2552 / 17:31
    อันนี้ ของคนอื่น แต่งใช่หรือเปล่า -*- เดรก ยังไม่ตาย เลย
    #41
    0
  10. วันที่ 19 ตุลาคม 2552 / 15:30
    มิลาโน่ นี่ตายไปแล้วใช่เปล่า อะ
    #40
    0
  11. วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 01:54
    เอาตอนใหม่มาเพิ่มล่ะครับ

    9Unlucky Day : Phase 511 ต.ค. 52


    ส่วนเลขอัพเดทตอนอื่นจะขึ้นวันเดียวกันอย่างแปลกใจนะครับ ผมแทรกร่นตอนเองล่ะครับ เพื่อความสะดวกของท่่านผู้อ่าน เผื่อติดพันจะได้อ่านรวดเดียวไม่กระโดดไปมาครับผม
    #39
    0
  12. วันที่ 10 ตุลาคม 2552 / 12:12
    ได้เลยครับ
    แต่ถ้ายาว หรือจะเอาสะดวก ก็ส่งไปที่เมลล์ผมก็ได้ครับ
    #38
    0
  13. #37 ReFlexT!!
    วันที่ 10 ตุลาคม 2552 / 06:55
    อ่า.. จะลองส่งงานดูนี้ต้อง PM คุณ K.W.E อ้ะเปล่า?
    #37
    0
  14. #36 ReFlexT!!
    วันที่ 10 ตุลาคม 2552 / 06:54
    อ่า.. จะลองส่งงานดูนี้ต้อง PM คุณ K.W.E อ้ะเปล่า?
    #36
    0
  15. วันที่ 10 สิงหาคม 2552 / 09:39
    แล้วจะรอนะครับ
    หุๆ ทางนี้เดี๋ยววันนี้ก็กลับลำปางล่ะ แล้วจะปั่นตอนใหม่เหมือนกัน ดองนานไม่ดี
    #35
    0
  16. วันที่ 8 สิงหาคม 2552 / 21:52
    Hello!! หวัดดีคร้าบ รุ่นพี่กวี ^_^

    กลับมาถึงเมืองไทย ตั้ง 5 วันแล้ว แต่ไม่ได้เข้ามาเพราะชั่วโมงเน็ตหมด(โชคดีจริงๆ หมดไม่รู้ตัวเลย) T_T

    ขอบคุณนะคร้าบ สำหรับคำวิจารณ์ จะแก้ไขต่อไป จะให้ดีที่สุดเลยแหละครับ(แต่จะสุดระดับไหนละเนี่ย) -_-

    ต้องยอมรับว่าตอนที่ปั่นตอน2นี่ มึนพอควรครับ เอาทั้งจาก สงครามโลกครั้ง 1-2 เวียดนามอีก ระดมความคิด วิ่งเข้าห้องสมุดเกือบทุกช่วงว่างเลยครับ O_O

    สำหรับตอนหน้าคงไม่หนักแบบตอนนี้แล้วล่ะครับ จะเน้นทางด้านของ ความรักของริกะกับแม็ทธิว แล้วล่ะครับ(ดูท่าจะหินเหมือนกันนะครับ) แต่บทบู๊ก็ยังมีเหมือนเดิมแหละครับ แถมยังจะมีอดีตของริกะมาด้วย เหตุผลที่ริกะกลายมาเป็นเด็กกำพร้าแบบแม็ทธิวนี่แหละครับ O_-

    ยังไงจะรีบปั่นตอนหน้าให้เร็วที่สุดแล้วกันนะครับ Bye '_'
    #34
    0
  17. วันที่ 8 สิงหาคม 2552 / 11:06
    สำหรับตอน 2 ของคุณ Mr_Brook ตอนนี้ก็เยี่ยมขึ้นเยอะเช่นกันครับ

    แต่งและบรรยายออกมาได้ดีจริงๆ ทำให้แทบไม่ต้องแก้อะไรเท่าไหร่เลย แค่เช็คเรื่องการเคาะเว้นบรรทัดกับการเรียกเรียงคิดพูดนิดหน่อยก็โอเคล่ะ
    การสื่ออารมณ์ตัวละครออกมาก็ทำได้ดี บางท่อนก็ทำเอาอ่านไปอมยิ้มไปเหมือนกันครับ

    แต่ก็มีคำบรรยายเยิ่นเย้อนิดหน่อย อย่างเช่นตรงเรื่องคำบรรยายเกี่ยวกับอิมิค ก็คือเป็นเตนาที่ดีครับที่อยากบรรยายให้แน่นแล้วเห็นภาพ แต่พอดีว่าในจุดนี้ผมว่าตอนแรกมีบรรยายไปแบบคร่าวๆแล้ว ไม่ต้องลงลึกในตอนนี้ก็ได้ครับ เดินเรื่องต่อไปได้เลย
    ก็เป็นจุดตินิดๆหน่อยๆล่ะครับ เพราะส่วนใหญ่ก็ถือว่าโอเคแล้ว เป็นลักษณะของการเก็บตกเสียมากกว่า

    แล้วก็มีจุดสะดุดอีกนิดตรงช่วงท้าย ซึ่งดูเหมือนจะเร่งบทไปนิดเลยพลาดออกมา
    อ่านแล้วรู้สึกว่าเหมือนก็จะเจอปัญหาเรื่องการเจียดบทกับการบรรยายเอา โดยเฉพาะช่วงที่มีตัวละครหลายๆตัวโผล่มาพร้อมกันครับ เหมือนกับแย่งกันออกเลย

    จุดนี้ก็แก้ได้ไม่ยากเช่นกัน เพียงแค่ค่อยๆบรรยายแบบทีละตัวไปก็เพียงพอแล้วครับ ไม่จำเป็นเสมอไปว่าต้องบรรยายถึงภาพลักษณะลงลึกของตัวละครนั้นๆ เพียงแค่อธิบายบทคร่าวๆแต่ให้ครบหรือหยิบจับบุคลิกคำพูดเด่นๆของคนนั้น(กรณีที่บทพูดไม่เหมือนกัน) ก็เพียงพอแล้วครับ

    จริงๆก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร เพราะอ่านแล้วยังรู้เรื่องดีเห็นภาพ เพียงแต่เพราะช่วงแรกทำมาดี พอมาเจอสะดุดช่วงหลังก็เลยทำให้รู้สึกขัดนิดหน่อย ปรับสักหน่อยก็สมบูรณ์ล่ะ

    สรุปรวม ตอนนี้แต่งได้ยอดเยี่ยมจริงๆครับ เปิดหัวก็น่าสนใจ ตอนปิดก็น่าติดตามลุ้นต่อ
    จะเสียดายก็นิดเดียว คือตอนนี้สั้นไปหน่อยเท่านั้นเอง (ฮาๆ)
    #33
    0
  18. วันที่ 8 สิงหาคม 2552 / 10:49
    ตื่นล่ะครับ... สดชื่นเลย...
    ว่าแล้วก็มาวิจารณ์ที่ค้างไว้กันเถอะ เริ่มจากของทาวน์ หรือ Shadow Dragon ก่อนเลยละกัน

    โอเค แต่งตอนที่สองมานี่ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะจมหูเลยนะครับ
    นี่ถ้าไม่ใช่สำนวนเดิมผมคิดว่าเป็นคนละคนแต่งเลยนะนี่ แก้ปัญหาที่เคยแนะนำมาไปได้เยอะดีจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องการบรรยายที่เสริมได้แน่นขึ้นมาก (จนบางช่วงตอนก็กลายเป็นแน่นมากเกินไปเลยทีเดียว )
    แต่เอาเถอะสำหรับการแต่งนิยายแล้ว เหลือผมว่าดีกว่าขาด เวลาแก้ก็แก้ง่าย

    จะว่าตอนนี้ถึงได้ยาวจุใจจริงๆ แต่ก็ดีล่ะครับ ยาวเพราะแน่นผมชอบเหมือนกัน
    เพียงแต่ว่าดูเหมือนเหตุการณ์ลุ้นๆจะไปอัดกันแน่นกระจุกเกินไปหน่อย ถ้าแบ่งเป็นสองช่วงได้พอดีก็จะช่วยให้เกิดการลุ้นและอยากติดตามตอนหน้าได้มากเลยทีเดียวครับ

    ก็ลองฝึกๆจับจังหวะทิศทางของเรื่องดูละกันนะครับ แต่งไปนานๆเดี๋ยวก็จะพบช่วงแบบนั้นเอง

    สำหรับฉากนี้เน้นไปสมรภูมิรบที่หนักหน่วงได้ใจ ออร์คฮีโร่เก่งเข้าท่าดี แต่ตายง่ายไปนิดหนึ่งเมื่อเทียบกับชั้นบอสล่ะนะ
    อาจเป็นเพราะการเร่งดันเรื่องให้จบในตอนด้วยล่ะนะครับเลยทำให้ส่วนนี้ถูกบีบไปโดยไม่รู้ตัว

    ก็ต้องชมในเรื่องกลวิธีที่สู้ถือว่าเข้าท่าดีครับ อ่านแล้วจะได้เกิดความรู้สึกลุ้นตามไปด้วย ถ้ามีซ้อนแผนหักมุมสลับกันไปมาสักนิดคงจะได้ใจขึ้นล่ะครับ จุดนี้ก็ฝึกการคิดไว้ละกันนะครับ เชื่อว่ายังมีฉากต่อสู้รออีกเยอะ ถ้าเก็บไว้ใช้ในการต่อสู้ช่วงท้ายอาจทำให้กินใจได้เพียบเลยล่ะ

    การแก้ตอนนี้ไม่มีอะไรมากครับ เสียเวลาไปหน่อยเพราะขนาดตอนยาวเท่านั้นเอง ถ้าจะมีให้ติงก็น่าจะสักสองสามจุดเล็กๆ
    จุดแรกคือคำซ้ำครับ สำนวนบรรยายบางคำค่อนข้างใช้ซ้ำมากไปหน่อย เช่นคำว่า 'ก่อนที่จะ' หลุดมาเยอะทีเดียว ก็เลยต้องเอาออกกับปรับรูปประโยคให้รู้สึกไม่ติดขัดไป

    อีกจุดหนึ่งพยายามลดได้เป็นดีก็คือเรื่อง คำเอฟเฟค เสียงปืน เสียงระเบิดพวกนี้นะครับ
    ตอนใช้ถ้าไม่ใช่คำเน้นหรืออยากเน้นหนักจริง รัวสักสามครั้งก็พอ ปัง! ปัง!! ปัง!!!
    วิธีการใช้คำเอฟเฟคให้ออกมาแล้วไม่ขัดมาก ผมแนะว่าให้อาศัยการบรรยายเป็นตัวทำให้เคลิ้มก่อนครับ แล้วค่อยยิงคำเอฟเฟคออกมา บางทีบางฉาก เพียงแค่ ปัง!! เดียวก็เอาอยู่เลยล่ะครับ
    ส่วนการลดคำเอฟเฟคลงได้ดีที่สุดคือการเน้นเฉพาะจุดครับ อันไหนไม่สำคัญนักก็บรรยายแบบรวดรัดไปเลย ไว้เจอฉากที่อยากให้เด่นจริงค่อยใช้จะดีกว่า

    ที่จริงแล้วตอนที่ผมแต่งฉากต่อสู้สงครามใหม่ๆผมก็กระหน่ำคำเอฟเฟคแบบนี้เหมือนกัน
    หลังๆมาพอแต่งแล้วก็เริ่มจับจุดได้ ก็พลิกกลับกันเสีย จากแต่เดิมที่ใช้คำเอฟเฟคแทนการบรรยาย ก็เปลี่ยนมาใช้การบรรยายแล้วเสริมด้วยคำเอฟเฟคแทน

    แล้วสุดท้ายคือเรื่องของการบรรยายเชื่อมเหตุการณ์กับเหตุการณ์ จุดนี้ก็อธิบายออกมาให้เห็นยากแฮะ เพราะเป็นเรื่องของความรู้สึกที่ว่าอ่านแล้วขาดความไหลลื่นไปนิดหน่อย
    แต่ที่ผมรู้สึกคือการเดินเรื่องบางส่วนที่ไม่ช้าก็ไวไปหน่อย บทที่ออกมาเลยดูห้วนๆไปนิด โดยเฉพาะส่วนหัวกับท้ายของแต่ละย่อหน้า ซึ่งหลายช่วงที่อ่านแล้วขัดกันเองหรือไม่เชื่อมต่อกันดีนัก
    อธิบายยากจริงๆครับเอาเป็นว่าลองอ่านเทียบของเก่ากับฉบับที่ผมแก้ดูละกันว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปยังไง แล้วแต่ละประโยคเชื่อมกันรูปแบบไหนนะครับ

    เหอๆบอกแล้วเทคนิคระดับสูงมันค่อนข้างเป็นนามธรรม ต้องอาศัยประสบการณ์ว่าเอา
    แต่สำหรับตอนนี้โดยรวมแล้วผมว่าโอเคขึ้นเยอะเลยนะ แต่งดีขึ้นแบบเห็นๆเลยล่ะ แล้วก็เชื่อว่าตอนหน้าๆก็จะดีกว่านี้อีกแน่ ก็พยายามต่อไปครับ

    ปล. หวังว่าการที่คอมพังตอนก่อนคงจะไม่ส่งผลกระทบกับนิยายบทนนี้มากนะครับ รออ่านตอนต่ออยู่เหมือนกัน
    #32
    0
  19. วันที่ 3 สิงหาคม 2552 / 13:31
    แฟนฟิคมาเพิ่มอีกตอนแล้วนะครับ
    8Unlucky Day : Phase 43 ส.ค. 52
    ( http://writer.dek-d.com/digikwe/story/viewlongc.php?id=364673&chapter=8 )
    ผมจัดลำดับตอนใหม่นะครับ อาจมีร่นเลื่อนไปบ้าง แต่เพื่อความเป็นระเบียบและต่อเนื่องน่ะครับ


    -----------------------------------------
    แถมท้ายส่วนของคุณ Jammaster_X ฝากทักทายครับผม
    -----------------------------------------
    Author Talks

    หายไปนานเลยนะนี่ สงสัยจะร่วมสองปีกว่าจะมีแรงเขียนต่อ แถมยังไม่จบซะอีก

    ปริศนาคลายเกือบหมดละตอนหน้าจะเป็น Climax ทั้งตอนเลยหวังว่าคงจะพร้อมออกได้ในเวลาไม่นาน
    ใครที่ลืมแล้วว่าตอนเก่าเป็นยังไงก็กลับไปอ่านอีกรอบได้น่อ แล้วพบกันใหม่

    ขอขอบคุณกวีที่ช่วยแต่งเกลาฟิกให้ครับ
    #31
    0
  20. วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 15:33
    เหอะๆ ที่เรียกนามสกุลแทนชือนี่ก็ไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษหรอกครับ
    แบบว่าคุ้นคุเรไนน่ะครับ ตั้งแต่เรกกะมานารุโตะล่ะ เวลาเรียกเลยติดมือพิมพ์เอา ตอนพิมพ์คุยกันเลยลืมตัวเอา

    สำหรับคำถามนี้ผมตอบแทนเลยละกัน เพราะส่วนนั้นผมนิยามคำว่า 'ลูกครึ่ง' เองล่ะครับ พอดีคิดว่าน่าจะใช้ขยายส่วน Fanfic ได้

    สำหรับอามัตสึแล้วส่วนใหญ่ถ้าไม่มนุษย์ก็ปีศาจไปเลยครับ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง น้อยรายมากที่จะมีลูกในแบบเดียวกับมิยูกิหรือคุเรไน

    การมีลูกด้วยกันแล้วออกมาแบบครึ่งกลางๆแบบนี้เลยมักจะถูกล้อเป็นปมด้อยไปครับ
    ฉะนั้นอย่าแปลกใจถ้ามิยูกิจะของขึ้นน็อตหลุดตอนถูกล้อ

    แล้วก็ไม่แปลกใจเลยครับถ้าเธอกับคุเรไนจะถูกคอกัน อย่างน้อยก็มีอะไรที่เหมือนกัน

    #30
    0
  21. วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 10:00
    โอ้อ่านล่ะสงสัยนิดนะครับสำหรับ Fanfic ล่าสุด นี่เป็นเกาะมอนเตอร์อามัตสึถูกมะ แต่ผมอ่านแล้วงงว่าเด็กหัวโจกทั้งหลายนี่เผ่าพันธุ์อะไรน่ะ ตรงนี้ผมสงสัยว่าเผ่าปีศาจ (แหละอยู่ในเกาะอามัตสึ) มีการแกล้งกันแบบลูกชาวบ้านด้วยรึ ผมนึกว่ามิยูกิเป็นลูกครึ่งมนุษย์ แล้วสิ่งมีชีวิตอื่นๆเป็น มอนเตอร์หมดซะอีก
    #29
    0
  22. วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 / 09:54
    คุเรไน ไม่ใช่ชื่อนะครับ แต่เป็นนามสกุลของฮาสึกิ เพราะเห็นพี่กวีเวลาตั้งชื่อตัวละครจะเน้นเอา ชื่อขึ้นก่อน แล้วตามด้วยนามสกุล ผมเลยจัดให้ชื่อขึ้นก่อน นามสกุลขึ้นทีหลัง ที่จริงต้องเป็น คุเรไน ฮาสึกิครับ
    #28
    0
  23. วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 20:00
    อันนี้ไม่เกีย่วกับเรื่อง พอดีแต่งแล้วนึกถึงภาพตอนคุเรไนโตแล้ว อดคิดไปถึง อายะไม่ได้...

    ในโทโฮจะมีตัวละครตัวหนึ่งคาแรกเตอร์เป็นอีกานักข่าว ชื่อ ชาเมมารุ อายะ ลักษณะหลักๆส่วนใหญ่ค่อนข้างคล้ายกับคุเรไนดี
    คือเป็นเทนงู มีปีกอีกา มีผมสีดำ มีตาสีแดง ทำนองนั้น (แต่นิสัยไปคนละทางเลย)

    ว่าแล้วก็แปะภาพประกอบเสียหน่อย


    อีกสักภาพ
    #27
    0
  24. วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 19:56
    ที่ต้องระวังอีกนิดคือเรื่องของคำซ้ำครับ
    นิยายตอนยาวการใช้คำซ้ำเป็นเรื่องปกติครับ เพราะเราเองก็ไม่ใช่นักแต่งมืออาชีพหรือจบมาทางด้านภาษาที่จะรู้คำทดแทนความหมายมากมาย

    ถ้าคำซ้ำนั้นอยู่ในช่วงกลางๆของบทบรรยายจะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่เพราะจะถูกประโยคกลืนไปเองอ่านมีรู้สึกขัดๆบ้างแต่ไม่เท่าไหร่
    แต่ว่าถ้าคำซ้ำนั้นอยู่ตรงหัวหรือท้ายประโยคแล้วล่ะก็ มันจะทำให้รู้สึกถึงความไม่ไหลลื่นได้ครับ ประมาณเอะ?... การบรรยายแบบนี้เคยเห็นที่ไหนมาก่อนนี่นา?
    ลองเป็นแบบนี้ต่อเนื่องกัน อรรถรสก็จะหายไปเยอะล่ะครับ

    แต่เอาเถอะครับถึงจะมือใหม่และไม่ใช่สายตรง แต่วิธีแก้จุดนี้ก็ง่ายๆ ลองเอาไปปรับใช้ดูครับ
    คือแต่งเสร็จแล้วลองวกกลับมาอ่านสักรอบสองรอบดู ก็ลองอ่านผ่านๆดูสักรอบแล้วว่าซ้ำเยอะไหม เว้นช่วงระยะมากน้อยแค่ไหน ถ้าถี่ก็ลบออกหรือหาคำอื่นใช้แทนครับ เท่านั้นก็จะช่วยลดไปได้มากเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจุดที่จะเป็นที่จับตามอง หลักๆ


    ต่อมาในเรื่องการบรรยายเปิดหัวปิดท้ายในแต่ละย่อหน้าดีแล้วครับ
    แต่ยังดูบางๆไปนิด ลองบรรยายให้แน่นสักหน่อยก็เข้าที่ล่ะ
    การบรรยายโดยรวมก็แค่ใช้ภาษาให้เข้ากับเรื่องแล้วก็ยุคสมัยกว่านี้ก็จะเพิ่มเสน่ห์ให้อีกนิดก็ไปลิ่วได้ล่ะครับ

    สำหรับผลงานนี้โดยรวมถือว่าออกมาดีทีเดียวเลยครับ
    เนื้อเรื่องสนุกดีเปิดตัวได้น่ารักแล้วก็น่าติดตามมาก ที่เหลือก็แค่ลุยต่อให้จบแล้วเก็บประสบการณ์แต่งไปเรื่อยๆเท่านั้นเองครับ
    #26
    0
  25. วันที่ 15 กรกฎาคม 2552 / 19:55
    แก้เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะครับ

    ตอนอ่านเสร็จไปรอบแรกนี่ ผมเชื่อเต็มร้อยเลยครับว่าได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายผมของแท้ เหอะๆ
    ทั้งสำนวนและวิธีการเขียนนี่เหมือนกับกำลังอ่านนิยายของตัวเองเลย ทำให้รู้สึกคุ้นมือแก้ง่าย อ่านง่าย สบายตาจริงๆ

    ไม่แน่ใจว่างานนี้คืองานแรกๆของคุณ Mr_Brook แต่งหรือเปล่า แต่อ่านแล้วรู้สึกว่าเนื้องานมีความเนียนสูงในระดับหนึ่งเลยทีเดียว
    ในเรื่องของภาษาและการนำเสนอถือว่าผ่านฉลุยเลยครับ อ่านเข้าใจเห็นภาพ ไม่มีศัพท์วิบัติ หรืออีโมชั่นหลุดมาให้เห็น คำเอฟเฟคมีบ้างแต่การบรรยายเสริมก็ช่วยดันให้เข้ากันดี

    ที่ควรปรับปรุงก็มีนิดหน่อยครับ คือเรื่องของการเคาะเว้นบรรทัด การแยกประโยคไม่ให้ติดกันเกินไป
    จุดนี้ไม่ใช่เพื่อให้สบายตานะครับ แต่เพื่อให้เป็นจังหวะในการอ่านสลับการพักในแต่ละช่วงครับ
    คิดว่าคุณ Mr_Brook  คงจะเคยอ่านนิยายบางเรื่องแล้วรู้สึกว่ามันพรืดเดียวจบตอนโดยไม่ทันได้อินกับฉากนั้นๆเลย เหตุผลหนึ่งก็คือการเว้นจังหวะ กับการแยกประโยคเพื่อเน้นยังไม่ดีพอครับ
    วิธีแก้ก็ต้องอาศัยการแต่งไปเรื่อยๆจนจับจังหวะได้เองล่ะครับ ส่วนนี้แนะนำกันยาก แต่อาศัยความคุ้นเคยอย่างเดียว ก็ลองๆดูจากที่ผมแก้เทียบของเก่าดูนะครับ บางอันนี่แค่เคาะบรรทัดลงมานิดเดียว หรือบางอันตัดไปแปะสลับหน้าหลัง แล้วเติมคำบรรยายเชื่อมอีกนิดเท่านั้นอารมณ์ก็จะโดดขึ้นมากเลยทีเดียว

    ส่วนนี้ไม่มีผลกับเนื้อเรื่องก็จริง แต่มีผลกับการอ่านครับ ทำให้อ่านง่ายขึ้นเยอะ
    ก็ฝึกๆแต่งไปเรื่อยๆครับ เดี๋ยวดีเลย

    อืม... พูดถึงคำเอฟเฟคอย่างพวก ผลั่ก! ตูม! ผั๊วะ! อะไรแบบนี้แล้ว บอกไว้ก่อนเลยก็ดี อ่านเรื่องแล้วสังหรณ์ใจว่าจะมีฉากต่อสู้แหงๆ
    ประเด็นนี้ก็ยังค่อนข้างเป็นที่ถกเถียงเหมือนกันว่าตกลงมีแล้วดีหรือไม่ดีกันแน่ ส่วนตัวผมมองแบบ 50/50 นะ ตอนผมแต่งใหม่ๆก็ใช้ไปเพียบเหมือนกัน แต่พอแต่งไปนานๆเข้าเริ่มมีทักษะกับจับจังหวะได้ผมเองก็พยายามลดส่วนนี้ลงให้มากที่สุดเหมือนกัน แต่ก็ยังคงเหลือไว้นะครับ เพราะผมคิดว่ามันก็ช่วยให้ฉากนั้นเด่นจริงๆนั่นล่ะ เลยทิ้งไม่ลง ฮ่ะๆ

    ของแบบนี้ถ้าใช้ถูกจังหวะมันก็ดี ดึงความเด่นของซีนนั้นๆได้ เปรียบเหมือนอาหารก็คือรสแฝงที่ชูให้รสหลักเหนือขึ้นมา แต่ถ้าใช้มากไปมันก็ข่มทันที ในแง่ผู้อ่านคงรู้สึกว่าเกะกะ เกร่อและเกลื่อน
    ถ้ามีฉากต่อสู้ขึ้นมาผมแนะนำให้เลือกใช้คำเอฟเฟคเฉพาะช่วงต่อสู้ที่สำคัญจริงๆครับ ช่วงไหนที่เป็นช่วงประกอบก็บรรยายผ่านไปเลยครับ ลองๆจับช่วงจังหวะดูละกันนะครับ อย่างที่ผมบอกแนะนำไปว่าให้นึกว่าตัวเองเป็นผู้กำกับหนังดู
    คำเอฟเฟคก็เหมือนกับเสียงเอฟเฟคในหนังนั่นล่ะครับ เหมือนกำลังดูหนังผี พอมีสักช่วงที่กำลังระทึก เสียง ตึง! เดียวก็ทำเอากรี๊ดกันทั้งโรงได้แบบไม่น่าเชื่อ แต่มา ตึง บ่อยๆคนในโรงก็ด่าขรมเอาเหมือนกัน
    #25
    0