::EvIL DeED:: {ไฟแค้นสิเน่หาลวง}

ตอนที่ 7 : ตอนที่๕ :: New Encouter (๒) :: 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 750
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 ต.ค. 56


 

New Encouter (๒)

 

ผลั๊วะ!!!

อภิสิทธิ์ชะเง้อขึ้นจากงานของตัวเองอย่างตกตะลึง เมื่อประตูห้องทำงานบานน้อยของเขาถูกเลขาสาวผลักออกสุดแรงด้วยความร้อนรน อภิสิทธิ์เงยหน้าขึ้นจ้องหน้าเธออย่างสงสัย เขากับเธอเพิ่งจะคุยกันได้ไม่กี่ชั่วโมง นี่เธอก็พรวดพราดเข้ามาอีก มันมีเรื่องอะไรกันนักหนา หากแต่คิด ยังไม่ทันถาม เจ้าหล่อนก็ชักเสียงขึ้นก่อนทันที

คุณสิทธิ์คะ มีประชุมด่วนค่ะ

มัณฑิตาหอบพูด เสียงสั่นกระเส่าอย่างเหน็ดเหนื่อยสุดๆ ดวงหน้างามสวยของหญิงสาวแดงก่ำ ราวกับเธอเพิ่งไปวิ่งแข่งมาราธอนมา

ใครเรียกประชุม ผมไม่ได้เรียก

อภิสิทธิ์เอ่ยถาม พลางปฏิเสธไปในคราเดียวกันอย่างงงงัน และข้องใจ เขาจ้องหน้ามัณฑิตาเขม็งอย่างคลางแคลง

ดิฉันไม่ได้หมายถึงคุณค่ะ คือ... เรื่องที่ดิฉันบอกคุณก่อนหน้านี้น่ะค่ะ คือว่า... ตอนนี้คุณไตรภพมาแล้วค่ะ และเขาก็สั่งเรียกประชุมคณะหุ้น ดิฉันว่าเราควรไปนะคะ

มัณฑิตาเอ่ยอธิบายให้เจ้านายของเธอฟ้งอย่างละเอียดและเสริมความเห็นให้เขาเข้าใจถึงความจำเป็น

แต่เขาไม่มีสิทธิ์เรียกประชุมแบบนี้

อภิสิทธิ์แย้งมัณฑิตาอย่างไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด เผยชัดเจน แต่มัณฑิตามองหน้าเจ้านาย แล้วถอนหายใจเบาๆ

พวกเราช้าไปแล้วค่ะคุณสิทธิ์ พวกเรารู้ช้าไป ตอนนี้คนที่ถือหุ้นสูงสุดคือเขา เปอร์เซ็นหุ้นของเขาเหนือกว่าของเราสิบเปอร์เซ็นค่ะ...

คุณกำลังบอกผมว่า เขามีสิทธิ์เรียกประชุมหุ้น

อภิสิทธิ์ยืนขึ้น กัดฟันแน่นพูดเสียงเรียบเกรี้ยวกราด ใบหน้าคมบึ้งตึง แดงก่ำด้วยความโกรธ

ค่ะ

มัณฑิตาพยักหน้าตอบเพียงสั้นๆ แล้วไม่พูดอะไรอีก ปล่อยเวลาให้เจ้านายของเธอได้ตัดสินใจ และคิดเอาเอง

อภิสิทธิ์ขบปากแน่น มือใหญ่ยกขึ้นกุมขมับ ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างโมโห เขาไม่นึกเลยว่าจะได้เจอเรื่องบ้าบอคอแตกแบบนี้ เขาไม่เอะใจเลยสักนิด ว่าจะมีใครทำแบบนี้กับเขา เพราะเรื่องการค้าขายก็ไปได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร อัตราการขาย และเงินหมุนเวียนก็ไปได้สวย บริษัทเขาไม่มีปัญหาเรื่องพวกนี้เลย แต่ไม่นึกว่าหุ้นส่วนจะอยากขายหุ้นของตัวเองให้คนอื่น เพราะหวังผลมากกว่า....

เขาเรียกประชุมที่ไหน

หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง อภิสิทธิ์ก็ตัดสินใจไปร่วมประชุม และที่สำคัญ ไปพบไตรภพ อดีตเพื่อนสนิทของเขา เขาต้องการคุยกับไตรภพให้หายแคลงใจ

ที่ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทค่ะ คุณไตรภพเรียกทุกคนไปที่นั่น

มัณฑิตารายงานตามที่รู้มาให้กับเจ้านาย

อภิสิทธิ์พยักหน้ารับรู้ แล้วรีบสาวเท้าเร็วๆ ออกจากห้อง แต่ก็ต้องหยุดชะงัก แล้วหันกลับมาสั่งห้ามมัณฑิตา ไม่ให้ตามเขาไป

คุณอยู่ที่นี่ ช่วยเก็บเอกสารบนโต๊ะใส่ในแฟ้มงานให้ผม ไม่ต้องตามผมไป...

มัณฑิตาจ้องหน้าอภิสิทธิ์อย่างไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงไม่ยอมให้เธอไปด้วย ในเมื่อเธอคือเลขาของเขา เธอมีหน้าที่คอยช่วยเหลืองานเขาทุกอย่าง

“... ผมไม่ให้คุณไปด้วย เพราะผมอยากให้คุณอยู่ที่นี่รออริศกับน้องฮาน่า บอกอริศให้พาฮาน่ากลับบ้านไปก่อน เย็นๆ ผมจะกลับ

เขาเห็นมัณฑิตาทำท่างงงันอย่างสงสัย จึงต้องอธิบายให้เธอฟ้ง พร้อมสั่งงานภายในตัว คนถูกสั่งจึงพยักหน้าเร็วๆ แล้วครั้นเขาออกจากห้องทำงานเขาไปแล้ว เธอก็ไม่รอช้าที่จะเร่งไปปฏิบัติตามคำสั่งเขา

 

แม่อริศขา พ่อสิทธิ์จะดีใจไหม ถ้าน้องฮาน่าเอาปากกาเปอร์เซ็นนี้ให้

สาวน้อยหน้าพริ้งเพริศแหงนหน้าเล็กๆ ของตัวเองขึ้นมองแม่อริศ คุณอายังสาวของแก พลางริมฝีปากแดงระเรื่อน้อยๆ เอ่ยไถ่ถามอย่างใคร่รู้ตามประสา ขณะที่ทั้งสองยืนรอลิฟต์อยู่ชั้นล่างสุดของบริษัท

ปากกาเปอร์เซียค่ะ ไม่ใช่เปอร์เซ็น

อริศราที่จูงมือหลานสาวตัวน้อยอยู่ เอ่ยเสียงหวานดัดคำพูดของหลานสาวให้ถูก พลางอมยิ้มกริ่มอย่างขบขัน สายตาเรียวหลิ่วมองเด็กน้อย สลับกับจ้องรอลิฟต์

แล้วพ่อสิทธิ์จะดีใจไหม ถ้าน้องฮาน่าเอาให้

น้องฮาน่าตัวน้อยไม่ท้อแท้ ทวนคำถามอีกครั้ง จนคุณอาสาวสวยจำต้องตอบ

ดีใจสิคะ พ่อสิทธิ์รักน้องฮาน่าจะตาย น้องฮาน่าให้อะไร พ่อสิทธิ์ก็รับหมดแหละค่ะ

เธอยิ้มปริ่มบอกสาวน้อยคนช่างถามอย่างรักใคร่และเอ็นดู

เรอะคะ

เด็กหญิงตัวน้อยถามซ้ำอีกด้วยสุ้มเสียงค่อยเบา ดวงหน้าเล็กๆ ก้มลงมองกล่องของขวัญสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีทองระเรื่อในมือ แล้วคลี่ยิ้มนิดๆ อย่างดีใจ

กริ่ง!

น้องฮาน่าลิฟต์มาแล้วค่ะ รีบไปหาพ่อสิทธิ์กันค่ะ น้องฮาน่าจะได้เอาของขวัญให้พ่อสิทธิ์ไง

อริศราหันมาบอกหลานสาวตัวน้อยของเธออย่างตื่นเต้นแทนเด็กน้อยทันที ที่ลิฟต์มาถึง มือบางจึงรีบดึงสาวน้อยให้ไปกับเธอ

น้องฮาน่ายิ้มแป้น สาวฝีเท้าน้อยๆ เดินตามแม่อริศเข้าไปในลิฟต์อย่างปลื้มเปรม มือเรียวเล็กกอดของขวัญกล่องน้อยแนบอก แกจะได้ให้ของขวัญนี้ให้พ่อสิทธิ์แล้ว

และขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง มือใหญ่ของใครคนหนึ่งก็รีบเอื้อมมาจับขอบประตูเอาไว้ ก่อนที่ร่างสูงโปร่ง หล่อเหลาราวนายแบบจะปรากฏสู่สายตาสองคู่ของคนต่างวัยทั้งสอง

ชายผู้นั้นโค้งศีรษะเล็กน้อย พลางโปรยยิ้มหล่อมีเสน่ห์ทักทายหญิงต่างวัยทั้งสองที่เข้ามาในลิฟต์ก่อนหน้าเขา สองสาวต่างวัยก็ยิ้มทักกลับอย่างเป็นมิตรให้

ไปชั้นไหนครับ

เขาเอ่ยถาม ขณะยื่นมือไปกดปุ่มเลื่อนชั้น

เอ่อ... ไปชั้นสิบห้าค่ะ ชั้นผู้บริหาร

อริศราเอ่ยเสียงนุ่มนวล อมยิ้มบางๆ ไปด้วย

หรือครับ ผมก็ไปชั้นสิบห้าเหมือนกัน

เขายิ้มกริ่มบอกกับหญิงสาว แต่สายตาแหลมคมกลับลดลงสบกับร่างเล็กๆ ของเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนข้างๆ เธอ

ลูกสาวหรือครับ หน้าตาน่ารักเชียว

หลานสาวน่ะค่ะ

อริศราตอบยิ้มๆ กับชายหนุ่ม เอ่ยเพียงสั้นๆ เพราะเธอไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้ามากนัก แต่ทำไมผู้ชายคนนี้ช่างถามเสียจริง

ชายหนุ่มเห็นท่าทางอึดอัดของหญิงสาว เขาพอจะเดาออก ว่าเธอไม่ค่อยอยากคุยด้วย เขาจึงปริยิ้มให้บางๆ แล้วหันไปจ้องทางประตูลิฟต์แทน ไม่เอ่ยซักไซ้อะไรเธออีก

กริ่ง!

พอถึงชั้นสิบห้า เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้นเตือน พร้อมกับประตูเปิดออก

เชิญครับ

ชายหนุ่มแสดงความมีน้ำใจ เปิดทางให้หญิงสาวกับเด็กหญิงตัวน้อยออกไปก่อน อริศราเชยหน้าขึ้นมองเขา วงปากเล็กไม่ปริขอบคุณ แต่รอยยิ้มหวานคลี่ให้เขาอย่างนุ่มนวลแทน ทว่าเธอต้องสะดุ้งเมื่อก้าวออกมาพ้นจากประตูลิฟต์...

คุณอริศรา

มัณฑิตาที่มารออยู่สักพักหนึ่งแล้ว เอ่ยทักขึ้นทันทีที่เห็นน้องสาวของเจ้านายเดินออกมาจากลิฟต์พร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อย

คุณใหม่...สวัสดีค่ะ พี่สิทธิ์ว่างไหมคะ

อริศราทักเสียงหวาน พร้อมกับย้อนถามหาพี่ชายไปในคราเดียวกัน

คุณสิทธิ์ไปประชุมค่ะ...

มัณฑิตาขานตอบอย่างนอบน้อมให้อริศรา ไม่ต่างจากที่ทำกับอภิสิทธิ์ เจ้านายของเธอ แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะย้อนถามกลับ เมื่อเห็นดวงหน้าเนียนงามของสองสาวต่างวัยงอหงอย

เอ่อ...มีอะไรสำคัญหรือเปล่าคะ

น้องฮาน่าอยากพบพี่สิทธิ์น่ะค่ะ มีของอยากให้

อริศราหันมามองดวงหน้าเล็กหงิกงอของหลานสาว ก่อนเอ่ยเสียงสลดตอบมัณฑิตา เลขาของพี่ชาย

หากแต่พวกหล่อนไม่รู้เลย ว่าคำสนทนาของพวกหล่อน มีใครบางคนร่วมรับรู้ด้วย เขาตาเบิกกว้าง จ้องเขม็งที่ร่างบางน้อยๆ ที่ยืนจูงมือกับหญิงสาวที่เขาเพิ่งจะทัก อย่างสนใจ สงสัยและอยากรู้

แต่ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าพี่สิทธิ์ไม่ว่าง งั้น...อริศพาน้องฮาน่ากลับนะคะ ฝากบอกพี่สิทธิ์ด้วยนะคะ ว่าให้รีบกลับบ้าน

อริศราพูดต่อจนจบประโยคความที่ต้องการเอ่ย ก่อนจะหันกลับเข้าลิฟต์ เพื่อพาหลานกลับบ้าน แต่มือเล็กๆ กลับฉุดไว้ ไม่ยอมไปด้วย ดวงหน้าหวานเนียนเล็กเงยขึ้นมองคุณอาสาว

แม่อริศ น้องฮาน่ายังไม่กลับ อยากเอานี่ให้พ่อสิทธิ์

มือบางน้อยชูกล่องของขวัญให้อริศราดู ทำให้อริศราหนักใจเล็กน้อย แต่ก็ปั้นยิ้มให้ ก่อนจะวางมือลงบนศีรษะเล็กๆ ของหลานสาว แล้วทรุดตัวลงนั่งยองๆ จ้องดวงหน้าเด็กน้อย

พ่อสิทธิ์ติดงานค่ะ น้องฮาน่าต้องเข้าใจนะคะ ไว้เราให้พ่อสิทธิ์ที่บ้านก็ได้

อริศราพยายามอธิบายให้เด็กน้อยฟ้ง พลางปลอบไปด้วย แต่ดวงหน้าสลดๆ ของแกกลับทำให้เธอไม่ค่อยสบายใจ แถมก้มลง หัวไหล่บางเล็กค่อยๆ สั่นอีก สาวเจ้าจึงอั้นตัน ไปไม่เป็น

“เอ่อ...”

เธออึกอัก ไม่รู้จะปลอบแกยังไง พูดคำใดดี ยึกยัก ยืนกันอยู่แบบนั้น โดยลืมสังเกตว่า ทุกคำพูด ทุกกิริยาของเธอกับหลานและเลขาของพี่สาว กำลังตกอยู่ในสายตาของบุคคลคนนั้นที่เดินออกมายืนหลบมุมอยู่ทางด้านหลังของพวกเธอ

และชายหนุ่มเริ่มจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร เธอที่เขาทัก คือน้องสาวของอภิสิทธิ์ และเด็กหญิงตัวน้อยที่เขาชม คือลูกสาวของอภิสิทธิ์

...น้องฮาน่าสินะ ลูกสาวภรภัทร เลือดเนื้อของภรภัคร ที่ภรภัทรครวญหาทุกวันเวลา ชายหนุ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่รู้เข้าด้วยกัน แล้วทำความเข้าใจเอง ก่อนที่จะตัดสินใจเดินแยกไป ทิ้งความสนใจนั้นเอาไว้ก่อน รอให้มีโอกาสเหมาะๆ เขาจะมาเอาเด็กน้อยไปให้ภรภัทร...น้องสาวของเขา!

เอ่อ...น้องฮาน่า...

อริศรายังอึกอัก ไม่รู้จะปลอบยังไงจริงๆ จึงยื่นมือลูบศีรษะให้หลาน อยากให้แกเข้าใจ แต่แกก็เงยหน้าขึ้นมามองเธออีกครั้ง พร้อมกับวงปากเล็กจิ้มลิ้มปริออก

น้องฮาน่าเสียใจ พ่อสิทธิ์ผิดสัญญา...ฮือ

สาวน้อยพูดระคนสะอื้น จนอริศราสงสาร เธอยิ่งทำอะไรไม่ถูก ต้องดึงแกมายืนตรงหน้า แล้วทรุดลงนั่งยองๆ กอดแกแนบอก ลูบหลังปลอบเบาๆ

งั้นแม่อริศพาไปหาพ่อสิทธิ์นะคะ แต่ต้องสัญญาว่าจะหยุดร้องไห้

อริศราจนใจ จึงตกลงพาเด็กน้อยไปหาพี่ชาย เพราะเธอสงสารแก เธอเองก็ไม่ต่างจากแกนัก เธอไม่มีพ่อไม่มีแม่ เกิดมาจนโต จนจำความได้ ก็มีแต่พี่ชายคนโตกับพี่สะใภ้เท่านั้น ที่คอยดูแล แทบนึกภาพของบิดามารดาไม่ออก ถ้าพวกเขาไม่มีรูปให้เธอดู

ฮือ...ค่ะ

น้องฮาน่าพยักหน้าทั้งสะอื้นให้อริศรา พลางกอดคุณอาสาวแน่นขึ้น อริศราจึงต้องช้อนร่างเล็กขึ้นอุ้ม แล้วพาไปหาพี่ชายตัวยุ่งของเธอ

คุณใหม่คะ พี่สิทธิ์ประชุมที่ไหนคะ

แต่เธอก็ไม่ลืมหันกลับมาถามหาทางกับมัณฑิตา คนถูกถามก็จนใจจึงต้องบอก

“ห้องประชุมใหญ่ของบริษัทค่ะ

ขอบคุณค่ะ

อริศรายิ้มให้นิดๆ กล่าวจบ ก็รีบสาวเท้ายาวๆ จากไป

 

อ้อ นั่นไงครับคุณสิทธิ์ คุณไตรภพมาถึงแล้ว

หุ้นส่วนสูงวัยผู้หนึ่งเอ่ยบอกกล่าวกับอภิสิทธิ์ทันที เมื่อเห็นไตรภพก้าวเข้ามาในห้องประชุม

อภิสิทธิ์ค่อยๆ หันไปมองอย่างสนใจ เขาเห็นไตรภพยิ้มร่าเดินเข้ามาอย่างมีความสุข ไม่ต่างจากวันแรกที่เผอิญเจอกันที่นิวยอร์ก ชายหนุ่มยังคงสภาพเดิม อารมณ์ร่าเริงไม่เคยเปลี่ยน เว้นเพียงแค่นัยน์ตาของเขา มันแฝงเร้นไว้ด้วยความเหม่อหมอง เศร้าโศก ซึ่งอภิสิทธิ์ก็รู้ดีว่าเป็นเพราะอะไร

ไม่คิดว่าจะได้เจอนายในสภาพนี้เลยว่ะ

ไตรภพกล่าวเสียงค่อยเบา ขณะเดินผ่านหน้าอภิสิทธิ์ไปยังเก้าอี้ใหญ่ของผู้ถือหุ้นสูงสุด

อภิสิทธิ์มองตาม พลางกำหมัดแน่น แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากยืนนิ่งข่มอารมณ์ เขาต้องรอดูต่อไป ว่าไตรภพจะมาไม้ไหน

ไตรภพเดินไปทรุดกายลงนั่งกับเก้าอี้ตัวใหญ่ที่หัวโต๊ะ ชายหนุ่มพิงหลังลงกับเก้าอี้อย่างสบายอารมณ์ สายตาคมจ้องมองอภิสิทธิ์อย่างเย้ยหยัน

ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาร่วมประชุมในวันนี้ อันที่จริงแล้ว ก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแค่ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่า ตอนนี้ผมได้ซื้อหุ้นบางส่วนจากคุณนิติกร คุณ
ศรีอำไพ และก็คุณอนุชา ผมคือหุ้นส่วนใหม่ของที่นี่ครับ และก็ถือหุ้นสูงกว่าหุ้นของท่านประธาน แต่ผมจะปล่อยให้บริษัทบริหารต่อไปแบบเดิมครับ ให้ผู้บริหารเดิมบริหารไป โดยจะไม่ก้าวก่ายการบริหาร แต่ผมจะส่งตัวแทนมาช่วยงานอยู่ห่างๆ ครับ

ไตรภพเอ่ยออกมาเสียงราบ นุ่มนวมอ่อนโยน และสุภาพ หากว่ามันกลับเป็นการหยามเชิง หยามหยันอภิสิทธิ์อย่างชัดเจน

หุ้นส่วนใหม่ ถือหุ้นสูงกว่าท่านประธาน....

หุ้นส่วนหลายๆ คนส่งเสียงกระซิบกระซาบขึ้นมา เมื่อไตรภพกล่าวจบ ทุกคนต่างรู้สึกแปลกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพราะไม่มีใครรู้เรื่องนี้มาก่อน

แกเรียกหุ้นส่วนมาพูดแค่นี้ใช่ไหม

อภิสิทธิ์ที่ยืนเอามือกอดอก อิงหลังกับผนังห้องเอ่ยทักขึ้น เมื่อเห็นว่าไตรภพคงจบเกมของเขาแล้ว ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบราวไม่สะทกสะท้านอะไร

คงงั้นมั้ง

ไตรภพเหลือบตามอง พลางยิ้มอย่างนึกสมเพช ขณะกล่าวอย่างยียวนใส่อภิสิทธิ์ ก่อนยันกายยืนขึ้น แล้วเดินออกไปจากห้องประชุมอย่างไม่แยแสหุ้นส่วนหลายคนที่เขาเรียกมาพบ แต่ก่อนจะก้าวออกจากประตูห้อง เขายังไม่วายปากดี พูดกวนๆ ให้อภิสิทธิ์ตาลุกวาวด้วยความโกรธ

น้องสาวแกสวยดีว่ะ

อภิสิทธิ์หันขวับกับประโยคนั้น มือหนาไวเท่าอามรมณ์ กระชากคอเสื้ออดีตเพื่อนสนิทมา แล้วชักหมัดออกกะจะซัดใส่แก้มสากๆ ของเพื่อนให้หายอวดดี แต่ก็ต้องชะงักมือไว้แค่นั้น เมื่อร่างบางของน้องสาวกับลูกสาวเดินมายืน ตะลึงตาดู

มีเรื่องอะไรคะพี่สิทธิ์

อริศราที่เพิ่งพาสาวน้อยมาถึง เอ่ยถามพี่ชาย สลับกับมองหน้าผู้ชายแปลกหน้าที่เธอเพิ่งเจออย่างงงงวย เธอไม่เข้าใจว่าทำไมพี่ชายของเธอต้องกระชากคอเสื้อชายผู้นั้นมากำไว้แน่น และจ้องเขม็งกันราวแค้นเคืองกันมาเป็นชาติ

ทว่าพี่ชายไม่ตอบเธอ ตรงข้ามเขาดึงคอเสื้อชายผู้นั้นมาใกล้กับเขามากขึ้น แล้วกระซิบเสียงเบาๆ ไม่ให้เธอได้ยิน

อย่าคิดยุ่งกับอริศ

อภิสิทธิ์เอ่ยเสียงเบาขู่ไตรภพด้วยสีหน้าจริงจัง หากแต่ผู้ถูกขู่กลับยิ้มแป้นอย่างสะใจ

ฉันไม่เคยลืมว่าแกทำยังไงกับภัทร...

ไตรภพพูดเสียงค่อย สายตาสบกับอภิสิทธิ์อย่างมั่นคง และไม่เกรงกลัว ก่อนมือแข็งแกร่งจะแกะมืออภิสิทธิ์ออกจากคอเสื้อของตัวเอง แล้วปัดที่คอเสื้อเบาๆ อย่างนึกขยะแขยง

ดูแลน้องสาวสุดสวยของแกให้ดีก็แล้วกัน อย่าให้คลาดสายตา

เขากล่าวเตือนทิ้งท้าย ก่อนยิ้มเย้ยเดินจากไป อภิสิทธิ์จึงกัดฟันแน่น จ้องตามหลังของไตรภพไปอย่างเคียดแค้น ปฏิญาณไม่มีวันยอมให้ไตรภพได้ทำตามสิ่งที่หวังอย่างแน่นอน และอริศราก็จะไม่มีวันตกเป็นเหยื่อความแค้นครั้งนี้

พี่สิทธิ์ มันเรื่องอะไรกันคะ

อริศรายื่นมือมาจับแขนพี่ชาย แล้วเอ่ยถามเสียงนุ่ม หลังจากที่ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นก้าวจากไปแล้ว อภิสิทธิ์จึงหันมามองหน้าน้องสาวด้วยความไม่ค่อยชอบใจนัก

ทำไมไม่กลับบ้าน มาหาพี่ที่นี่ทำไม

เขาตัดพ้อเธอด้วยเสียงขุ่น หากแต่มันคือความห่วงใย ที่เขามีต่อเธอ

คือน้องฮาน่าอยากให้ของขวัญพี่สิทธิ์ค่ะ

อริศราอธิบายเสียงเกร็ง เธอกลัวว่าพี่ชายจะโกรธ ที่เธอกล้าขัดคำสั่งเขา แล้วพาน้องฮาน่ามาหาเขาที่นี่ ทั้งที่รู้ว่าเขามีประชุม

อภิสิทธิ์ถอนหายใจเบาๆ อย่างไม่รู้จะพูดยังไง ก่อนก้มลงมองลูกสาวตัวน้อยของตัวเอง ที่ยืนถือกล่องของขวัญเล็กๆ อยู่ในมือเรียวน้อย

เด็กหญิงตัวน้อยแหงนหน้า ยิ้มแก้มปริมองเขา พร้อมกับมือเล็กยกกล่องของขวัญน้อยยื่นให้เขารับไว้

เมื่อเห็นรอยยิ้มไร้เดียงสานั้นแล้ว อภิสิทธิ์ก็ไม่อาจโกรธใครได้อีก เขาจำต้องฝืนโปรยยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ต่อให้ภายในใจจะมีเรื่องวุ่นๆ หลายๆ เรื่องให้กังวลก็ตาม มือใหญ่รีบรับของขวัญจากมือเล็ก

ขอบคุณค่ะ

เขาเอ่ยเสียงนุ่มอย่างอ่อนโยนสุภาพกับสาวน้อย

พ่อสิทธิ์ชอบไหมคะ

น้องฮาน่ายิ้มแป้น รีบไถ่ถามทันควัน

พ่อสิทธิ์ชอบทุกอย่างที่น้องฮาน่าเลือกให้ค่ะ

อภิสิทธิ์ทรุดตัวลงนั่ง เอามือลูบศีรษะแม่หนูน้อยช่างเอาอกเอาใจเบาๆ

เห็นไหมคะ แม่อริศบอกแล้ว ว่าพ่อสิทธิ์ต้องชอบ

อริศราวางมือบนบ่าเล็ก แล้วพูดเสียงหวานกับเด็กน้อย น้องฮาน่าจึงหันมาเงยหน้ามองแม่อริศคนสวยอย่างขอบคุณ ก่อนที่จะหันกลับมาเอื้อมมือกอดคอพ่อสิทธิ์เพื่อเอาใจอีก

พ่อสิทธิ์กลับบ้านพร้อมน้องฮาน่านะคะ

เสียงจิ๋วจ้าเล็กๆ เอ่ยออดอ้อน ทำให้ผู้เป็นพ่อปฏิเสธไม่ได้ ต้องยิ้มกริ่ม รีบช้อนร่างบางน้อยขึ้นอุ้ม

ค่ะ พ่อสิทธิ์จะกลับบ้านกับน้องฮาน่าค่ะ

จบประโยค ขาแกร่งยาวก็สาวเร็วๆ จะพาลูกสาวกลับบ้านตามสัญญาทันที หากแต่ก็ต้องหยุดอยู่ลงแค่นั้น เมื่อมือเรียวของน้องสาวเอื้อมมาดึงเสื้อเขาเอาไว้

พี่สิทธิ์คะ แล้ว... เอ่อ มีเรื่องอะไรกันคะ เมื่อกี้นี้

ความข้องใจ และใคร่รู้ ทำให้อริศราต้องขัดความสุข หรรษาเฮฮาของพี่ชายกับหลานสาว

ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นเพื่อนเก่าพี่ และเขาก็เป็นหุ้นส่วนคนใหม่ของเรา แต่เขานิสัยไม่ค่อยดี ชอบกวนประสาท เมื่อกี้นี้เขาพูดไม่เข้าหูพี่ พี่ก็เลยโมโห แต่อริศอย่าสนใจเลย เรื่องเล็กๆ

อภิสิทธิ์กล่าวความจริงปนความเท็จให้น้องสาวสุดที่รักฟ้ง เพียงเพราะแค่ไม่อยากให้เธอต้องมาร่วมรู้และลำบากไปด้วย

ค่ะ ไม่มีเรื่องก็ดีแล้ว งั้นเรากลับบ้านกันดีกว่าค่ะ ป่านนี้พี่วาคงรอแย่แล้ว

อริศราสรุปง่ายๆ เปลี่ยนเรื่องพัลวัน แล้วก้าวมาจับมือน้อยๆ ของหลานสาวเอาไว้ พร้อมยิ้มปริ่มให้

อภิสิทธิ์จึงฝืนปั้นยิ้มจืดๆ ให้น้องสาวกับลูกสาว แม้ในหัวสมองจะครุ่นคิดหนัก กระวนกระวายใจก็ตามที เขาห่วงน้องสาวของเขานัก ไม่รู้ว่าไตรภพจะทำอะไรเธอ และยังเรื่องบริษัทอีก เขาต้องไปขอซื้อหุ้นคืนจากไตรภพให้ได้ เขาต้องได้หุ้นกลับคืนมา ก่อนที่ไตรภพจะมายึดอำนาจทั้งหมดของบริษัท เขายอมไม่ได้หรอก เพราะบริษัทนี้สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรงของบิดาและพี่ชายของเขา

 

 
________________________รอตอนใหม่นะคะ อิอิ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

46 ความคิดเห็น

  1. #46 tokthongkam21 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 12:10
    พอจะเริ่มเข้าใจอะไรบ้างแล้ว ความแค้นทับซ้อนกันไปมา สุดท้ายคนเจ็บก็ไม่พ้นผู้หญิงและเด็ก แต่ยังไงเรื่องนี้ก็ยังชวนให้ติดตามค่ะ อัพเยอะๆ นะคะ 
    #46
    0
  2. #43 lady (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2556 / 15:59
    มาเเล้วๆๆ ไรเตอรือย่าหายไปนานนะคะ
    #43
    0